fbpx
วิกิพีเดีย

ค้างคาวแม่ไก่ป่าฝน

ค้างคาวแม่ไก่ป่าฝน
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Chiroptera
วงศ์: Pteropodidae
สกุล: Pteropus
สปีชีส์: P. vampyrus
ชื่อทวินาม
Pteropus vampyrus
(Linnaeus, 1758)
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์
ชื่อพ้อง
  • Pteropus caninus Blumenbach, 1797
  • Pteropus celaeno Hermann, 1804
  • Pteropus edulis É. Geoffroy, 1810
  • Pteropus funereus Temminck, 1837
  • Pteropus javanicus Desmarest, 1820
  • Pteropus kalou É. Geoffroy, 1810
  • Pteropus kelaarti Gray, 1870 [skull, not skin]
  • Pteropus kopangi Kuroda, 1933
  • Pteropus lanensis Mearns, 1905
  • Pteropus malaccensis K. Andersen, 1908
  • Pteropus natunae K. Andersen, 1908
  • Pteropus nudus Hermann, 1804
  • Pteropus phaiops Gray, 1870 [not Temminck, 1825]
  • Pteropus pluton Temminck, 1853
  • Pteropus pteronotus Dobson, 1878
  • Pteropus sumatrensis Ludeking, 1862

ค้างคาวแม่ไก่ป่าฝน (อังกฤษ:Large flying fox, Greater flying fox, Malayan flying fox, Malaysian flying fox, Large fruit bat) เป็นค้างคาวชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pteropus vampyrus อยู่ในวงศ์ Pteropodidae หรือค้างคาวผลไม้

เป็นค้างคาวขนาดใหญ่ มีหัวคล้ายหมาจิ้งจอก มีดวงตาโต จมูกและใบหูเล็ก ขนสีน้ำตาลแกมแดง และมีเล็บที่แหลมคมสามารถเกาะกิ่งไม้ได้ โดยจะใช้เล็บของนิ้วที่ 2 ที่เหมือนตะขอเป็นหลักในการป่ายปีนและเคลื่อนไหว มีฟันทั้งหมด 36 ซี่ ที่เขียนเป็นสูตรได้ว่า 2.2.1.1 2.3.2.3 {\displaystyle {\tfrac {2.2.1.1}{2.3.2.3}}} มีปีกสีดำสนิท บินได้เร็วและไกลเหมือนนก เมื่อกางปีกแล้วจะกว้างประมาณ 3 ฟุต หรืออาจยาวได้ถึง 2 เมตร น้ำหนักเต็มที่ 1 กิโลกรัม

เป็นค้างคาวกินผลไม้เป็นหลัก จึงจัดเป็นศัตรูของชาวสวนผลไม้อย่างหนึ่ง บางครั้งจะกินผลไม้แล้วจะปัสสาวะรดใส่ด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ จะกินอาหารคิดเป็นน้ำหนักเกือบ 2 เท่าของน้ำหนักตัว นอกจากแล้วยังกินน้ำหวานหรือน้ำต้อยรวมถึงเกสรของดอกไม้ด้วย จึงมีประโยชน์ในการช่วยผสมเกสรของพืช จะออกหากินตั้งแต่เวลาพลบค่ำจนถึงรุ่งสาง ค้นหาอาหารด้วยการใช้จมูกสูดกลิ่นและดวงตาที่กลมโตสอดส่อง อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง นอนหลับพักผ่อนในเวลากลางวัน โดยห้อยหัวทิ้งลำตัวลงมา โดยใช้ขาหลังเกาะเกี่ยวกับกิ่งไม้ และใช้ปีกห่อหุ้มตัวเอง ทั้งนี้ความสูงและเส้นผ่าศูนย์กลางของต้นไม้ก็เป็นตัวกำหนดความปลอดภัยของค้าวคาวด้วย โดยปกติแล้วแต่ละตัวจะมีอาณาเขตเป็นของตัวเอง โดยจะมีระยะเว้นห่างกันประมาณ 1 ฟุต และหลบแสงแดด ค้างคาวตัวเมียออกลูกครั้งละ 1 ตัว ฤดูกาลผสมพันธุ์เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน อาจผสมพันธุ์ได้ทั้งปีและครั้งหรือปีละ 2 ครั้ง ตัวผู้จะเริ่มเข้ามาใกล้ตัวเมียและขับไล่ตัวผู้ตัวอื่น ๆ ออกไป อาจมีการต่อสู้กันบ้างเล็กน้อย การผสมพันธุ์จะทำกันวันละหลายครั้งและอาจติดต่อกันหลายวัน โดยตัวผู้ใช้ลิ้นเลียอวัยวะสืบพันธุ์และตามลำตัวของตัวเมียเพื่อกระตุ้น ซึ่งตัวเมียอาจมีการขัดขืน ต่อสู้ หรือบินหนีบ้าง เมื่อออกหากินจะบินเรียงตัวกันเป็นแถว ความยาวอาจยาวได้นับกิโลเมตร ขณะบินจะไม่มีเสียง มีอาณาเขตในการบินหากินตั้งแต่ 15–50 กิโลเมตร เป็นค้างคาวที่บินได้ช้าแต่มีความมั่นคง มีเสียงร้องที่มีความถี่ประมาณ 4–6 กิโลเฮิรตซ์ ใช้ในการสื่อสาร การหาอาหาร การประกาศอาณาเขต รวมถึงการปฏิสัมพันธ์กับค้างคาวตัวอื่นรวมถึงลูกตัวเองด้วย ค้างคาวแม่ไก่ป่าฝนมีระยะเวลาตั้งท้องราว 4–5 เดือน ลูกค้างคาวจะเกิดราว ๆ ช่วงต้นปี ลูกเล็กจะเกาะตัวแม่ค้างคาวตลอดแม้ขณะบินออกหากิน เมื่อยังเล็กหัวจะยังตั้งตรง แต่เมื่อเติบใหญ่ขึ้นด้วยสรีระทำให้ต้องห้อยหัวลงมากินนมแม่จากหน้าอก หย่านมเมื่ออายุได้ราว 2 เดือน ซึ่งตัวจะมีขนาดใหญ่จนแม่ค้างคาวไม่สามารถรับน้ำหนักไหว แม่ค้างคาวจะให้ลูกของตัวเองเกาะกับกิ่งไม้เองรวมกับลูกค้างคาวตัวอื่น ๆ และป้อนนมให้ก่อนจะบินออกไปหากิน

พบกระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนถึงตองงาและวานูอาตู มักพบในป่าดิบชื้นโดยเฉพาะพื้นที่ ๆ ใกล้ชายฝั่งทะเล หรือพื้น ๆ ที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ ซึ่งบางครั้งยังพบในพื้นที่ ๆ ใกล้กับชุมชนของมนุษย์ด้วย

ถือเป็นค้างคาวแม่ไก่ 1 ใน 3 ชนิดที่พบได้ในประเทศไทย และเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2546 โดยในประเทศไทย สถานที่ ๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสามารถพบเห็นค้างคาวแม่ไก่ป่าฝนได้มาก คือ วัดโพธิ์บางคล้า โบราณสถานทางศาสนาในเขตอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยค้างคาวที่นี่มีอาณาเขตหากินไกลไปจนถึงชายแดนประเทศกัมพูชา โดยค้างคาวฝูงนี้เชื่อว่าอาศัยอยู่ที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่ก่อสร้างเมื่อกว่า 200 ปีก่อนแล้ว โดยชาวบ้านที่นี่ในสมัยอดีตนิยมที่จะตีและจับค้างคาวแม่ไก่ป่าฝนมารับประทานกัน แต่ทว่าได้รับการบิณฑบาตจากอดีตเจ้าอาวาส ปัจจุบันจึงเป็นสัตว์ที่ชาวบ้านให้ความเมตตา และรับเลี้ยงดูในตัวที่อ่อนแอหรือแก่ชราที่ตกลงมาจากต้นไม้

ค้างคาวแม่ไก่ป่าฝน มีรายงานเป็นพาหะนำโรคร้ายสู่มนุษย์ คือ ไข้สมองอักเสบ จากเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยการกินผลไม้หรือปัสสาวะรด จากนั้นอาจติดไปสู่มนุษย์โดยตรงหรือผ่านสัตว์อย่างอื่น เช่น หมู ซึ่งในประเทศบังกลาเทศและมาเลเซียมีรายงานผู้เสียชีวิตมาแล้ว แม้ในส่วนของประเทศไทยจะยังไม่มีรายงานของผู้เสียชีวิต แต่ก็อยู่ในส่วนของการเฝ้าระวัง

  • วิดีโอคลิป

  • ฝูงที่ฟิลิปปินส์

  • ขณะบิน

  • ใบหน้าใกล้ ๆ

  1. IUCN
  2. Lekagul B., J. A. McNeely. 1977. Mammals of Thailand. Association for the Conservation of Wildlife, Bangkok, Thailand.
  3. . มายเฟิร์สเบรน.
  4. ค้างคาวแม่ไก่ ฝูงบินแห่งรัตติกาลของคนบางคล้า, "สัตว์ คน เมือง". สารคดีทางช่องนาว: วันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2560
  5. (PDF). กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.
  6. . มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร.
  7. . คมชัดลึก. 7 January 2016. สืบค้นเมื่อ5 January 2016.
คอมมอนส์ มีภาพและสื่อเกี่ยวกับ:
ค้างคาวแม่ไก่ป่าฝน

ค้างคาวแม่ไก่ป่าฝน
างคาวแม, ไก, าฝน, ภาษาอ, เฝ, าด, แก, ไข, เปล, ยนทางจาก, pteropus, vampyrus, สถานะการอน, กษ, ใกล, กค, กคาม, iucn, การจำแนกช, นทางว, ทยาศาสตร, อาณาจ, กร, animaliaไฟล, chordataช, mammaliaอ, นด, chiropteraวงศ, pteropodidaeสก, pteropusสป, vampyrusช, อทว, นามpteropu. khangkhawaemikpafn phasaxun efadu aekikh epliynthangcak Pteropus vampyrus khangkhawaemikpafnsthanakarxnurksiklthukkhukkham IUCN 3 1 1 karcaaenkchnthangwithyasastrxanackr Animaliaiflm Chordatachn Mammaliaxndb Chiropterawngs Pteropodidaeskul Pteropusspichis P vampyruschuxthwinamPteropus vampyrus Linnaeus 1758 aephnthiaesdngkarkracayphnthuchuxphxng 1 Pteropus caninus Blumenbach 1797 Pteropus celaeno Hermann 1804 Pteropus edulis E Geoffroy 1810 Pteropus funereus Temminck 1837 Pteropus javanicus Desmarest 1820 Pteropus kalou E Geoffroy 1810 Pteropus kelaarti Gray 1870 skull not skin Pteropus kopangi Kuroda 1933 Pteropus lanensis Mearns 1905 Pteropus malaccensis K Andersen 1908 Pteropus natunae K Andersen 1908 Pteropus nudus Hermann 1804 Pteropus phaiops Gray 1870 not Temminck 1825 Pteropus pluton Temminck 1853 Pteropus pteronotus Dobson 1878 Pteropus sumatrensis Ludeking 1862 khangkhawaemikpafn xngkvs Large flying fox Greater flying fox Malayan flying fox Malaysian flying fox Large fruit bat epnkhangkhawchnidthiihythisudinolk 2 michuxwithyasastrwa Pteropus vampyrus xyuinwngs Pteropodidae hruxkhangkhawphlim epnkhangkhawkhnadihy mihwkhlayhmacingcxk midwngtaot cmukaelaibhuelk khnsinatalaekmaedng aelamielbthiaehlmkhmsamarthekaakingimid odycaichelbkhxngniwthi 2 thiehmuxntakhxepnhlkinkarpaypinaelaekhluxnihw mifnthnghmd 36 si thiekhiynepnsutridwa 2 2 1 1 2 3 2 3 displaystyle tfrac 2 2 1 1 2 3 2 3 2 mipiksidasnith biniderwaelaiklehmuxnnk emuxkangpikaelwcakwangpraman 3 fut hruxxacyawidthung 2 emtr nahnketmthi 1 kiolkrm epnkhangkhawkinphlimepnhlk cungcdepnstrukhxngchawswnphlimxyanghnung bangkhrngcakinphlimaelwcapssawardisdwy sungcasngphltxkarecriyetibotkhxngtnim cakinxaharkhidepnnahnkekuxb 2 ethakhxngnahnktw nxkcakaelwyngkinnahwanhruxnatxyrwmthungeksrkhxngdxkimdwy cungmipraoychninkarchwyphsmeksrkhxngphuch caxxkhakintngaetewlaphlbkhacnthungrungsang khnhaxahardwykarichcmuksudklinaeladwngtathiklmotsxdsxng xasyxyurwmknepnfung nxnhlbphkphxninewlaklangwn odyhxyhwthinglatwlngma odyichkhahlngekaaekiywkbkingim aelaichpikhxhumtwexng thngnikhwamsungaelaesnphasunyklangkhxngtnimkepntwkahndkhwamplxdphykhxngkhawkhawdwy odypktiaelwaetlatwcamixanaekhtepnkhxngtwexng odycamirayaewnhangknpraman 1 fut aelahlbaesngaedd khangkhawtwemiyxxklukkhrngla 1 tw vdukalphsmphnthuerimtngaeteduxnsinghakhmthungphvscikayn xacphsmphnthuidthngpiaelakhrnghruxpila 2 khrng twphucaerimekhamaikltwemiyaelakhbiltwphutwxun xxkip xacmikartxsuknbangelknxy karphsmphnthucathaknwnlahlaykhrngaelaxactidtxknhlaywn odytwphuichlineliyxwywasubphnthuaelatamlatwkhxngtwemiyephuxkratun sungtwemiyxacmikarkhdkhun txsu hruxbinhnibang emuxxxkhakincabineriyngtwknepnaethw khwamyawxacyawidnbkiolemtr khnabincaimmiesiyng 3 mixanaekhtinkarbinhakintngaet 15 50 kiolemtr epnkhangkhawthibinidchaaetmikhwammnkhng miesiyngrxngthimikhwamthipraman 4 6 kiolehirts ichinkarsuxsar karhaxahar karprakasxanaekht rwmthungkarptismphnthkbkhangkhawtwxunrwmthungluktwexngdwy khangkhawaemikpafnmirayaewlatngthxngraw 4 5 eduxn lukkhangkhawcaekidraw chwngtnpi lukelkcaekaatwaemkhangkhawtlxdaemkhnabinxxkhakin emuxyngelkhwcayngtngtrng aetemuxetibihykhundwysrirathaihtxnghxyhwlngmakinnmaemcakhnaxk hyanmemuxxayuidraw 2 eduxn sungtwcamikhnadihycnaemkhangkhawimsamarthrbnahnkihw aemkhangkhawcaihlukkhxngtwexngekaakbkingimexngrwmkblukkhangkhawtwxun aelapxnnmihkxncabinxxkiphakin 4 phbkracayphnthuxyuthwipinphumiphakhexechiytawnxxkechiyngit cnthungtxngngaaelawanuxatu mkphbinpadibchunodyechphaaphunthi iklchayfngthael hruxphun thimixaharxudmsmburn sungbangkhrngyngphbinphunthi iklkbchumchnkhxngmnusydwy 5 thuxepnkhangkhawaemik 1 in 3 chnidthiphbidinpraethsithy 6 aelaepnstwpakhumkhrxngtamphrarachbyytisngwnaelakhumkhrxngstwpa ph s 2546 7 odyinpraethsithy sthanthi epnaehlngthxngethiywaelasamarthphbehnkhangkhawaemikpafnidmak khux wdophthibangkhla obransthanthangsasnainekhtxaephxbangkhla cnghwdchaechingethra odykhangkhawthinimixanaekhthakiniklipcnthungchayaednpraethskmphucha 8 odykhangkhawfungniechuxwaxasyxyuthiwdaehngnitngaetkxsrangemuxkwa 200 pikxnaelw odychawbanthiniinsmyxditniymthicatiaelacbkhangkhawaemikpafnmarbprathankn aetthwaidrbkarbinthbatcakxditecaxawas pccubncungepnstwthichawbanihkhwamemtta aelarbeliyngduintwthixxnaexhruxaekchrathitklngmacaktnim 4 khangkhawaemikpafn miraynganepnphahanaorkhraysumnusy khux ikhsmxngxkesb cakechuxiwrsnipahdwykarkinphlimhruxpssaward caknnxactidipsumnusyodytrnghruxphanstwxyangxun echn hmu sunginpraethsbngklaethsaelamaelesiymiraynganphuesiychiwitmaaelw aeminswnkhxngpraethsithycayngimmirayngankhxngphuesiychiwit aetkxyuinswnkhxngkarefarawng 4 rupphaph aekikh elnmiediy widioxkhlip fungthifilippins khnabin ibhnaikl xangxing aekikh 1 0 1 1 cakIUCN 2 0 2 1 Lekagul B J A McNeely 1977 Mammals of Thailand Association for the Conservation of Wildlife Bangkok Thailand khangkhawaemikpafn mayefirsebrn 4 0 4 1 4 2 khangkhawaemik fungbinaehngrttikalkhxngkhnbangkhla stw khn emuxng sarkhdithangchxngnaw wnesarthi 23 thnwakhm ph s 2560 khangkhawaemikfafn prachakraelalksnathangprachakrkhxngkhangkhawaemikinpraethsithy PDF krmxuthyanaehngchati stwpa aelaphnthuphuch stwpakhumkhrxng mulnithisub nakhaesthiyr xscrryfungkhangkhawaemikwdophthibangkhla khmchdluk 7 January 2016 subkhnemux 5 January 2016 khxmmxns miphaphaelasuxekiywkb khangkhawaemikpafnaehlngkhxmulxun aekikh khxmulekiywkhxngkb Pteropus vampyrus cakwikispichisekhathungcak https th wikipedia org w index php title khangkhawaemikpafn amp oldid 8676647, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม