fbpx
วิกิพีเดีย

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เป็นโรคติดเชื้ออันเกิดจากไวรัสโคโรนากลุ่มอาการทางเดินทางหายใจเฉียบพลันรุนแรง 2 (SARS-CoV-2) มีระบุโรคครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2562 ในนครอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน และได้กระจายไปทั่วโลกนับแต่นั้น ส่งผลให้เกิดการระบาดทั่วของโควิด-19

โรคไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
ชื่ออื่น
  • ปอดบวมไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
อาการของโควิด-19
การออกเสียง
สาขาวิชาโรคติดเชื้อ
อาการไข้ ไอ อ่อนเพลีย หายใจกระชั้น ไม่ได้กลิ่น บางทีไม่มีอาการ
ภาวะแทรกซ้อนปอดบวม, ภาวะพิษเหตุติดเชื้อไวรัส, กลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน, ไตวาย, กลุ่มอาการหลั่งไซโตไคน์, กลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็ก, พังผืดที่ปอด, โควิดเรื้อรัง
การตั้งต้น2–14 วัน หลังได้รับเชื้อ (โดยทั่วไป 5 วัน)
ระยะดำเนินโรคมีตั้งแต่ 5 วัน ถึง 10 เดือน
สาเหตุไวรัสโคโรนากลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS-CoV-2)
ปัจจัยเสี่ยงการเดินทาง การสัมผัสไวรัส
วิธีวินิจฉัยการทดสอบ rRT-PCR, ซีทีสแกน
การป้องกันการล้างมือ, การปิดใบหน้า, การกักโรค, การเว้นระยะห่างทางสังคม, วัคซีน
การรักษาการรักษาตามอาการและประคับประคอง
ความชุกผู้ป่วยยืนยันแล้ว 183,474,301 ราย
การเสียชีวิต3,971,197 ราย (2% ของผู้ป่วยยืนยันแล้ว)

อาการทั่วไป ได้แก่ ไข้ ไอ และหายใจลำบาก อาการอื่น ๆ อาจรวมถึงอ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ท้องร่วง เจ็บคอ ภาวะเสียการรู้กลิ่นและภาวะเสียการรู้รส แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง แต่บ้างทรุดลงเป็นกลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน (ARDS) ซึ่งน่าจะมีปัจจัยกระตุ้นจากพายุไซโตไคน์ อวัยวะล้มเหลวหลายอวัยวะ ช็อกเหตุพิษติดเชื้อ และลิ่มเลือด เวลาตั้งแต่การสัมผัสจนถึงเริ่มแสดงอาการตามแบบฉบับอยู่ที่ 5 วัน แต่อาจมีได้ตั้งแต่ 2-14 วัน

ไวรัสแพร่ระบาดได้ระหว่างบุคคลในช่วงที่มีการสัมผัสใกล้ชิดเป็นหลัก มักผ่านละอองเสมหะขนาดเล็กที่เกิดจากการไอ จามหรือสนทนา แม้ละอองเสมหะเหล่านี้เกิดเมื่อหายใจออก แต่ปกติจะตกลงสู่พื้นหรือติดค้างบนพื้นผิว ไม่ใช่ติดเชื้อได้จากระยะไกล บุคคลอาจติดเชื้อได้จากการสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนแล้วนำมาแตะตา จมูกหรือปากของตน ไวรัสสามารถอยู่รอดบนพื้นผิวได้นานถึง 72 ชั่วโมง ไวรัสติดต่อทางสัมผัสได้มากที่สุดระหว่างสามวันแรกหลังเริ่มแสดงอาการ กระนั้นไวรัสอาจแพร่ได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มปรากฏอาการและในโรคระยะหลังแล้ว วิธีการวินิจฉัยมาตรฐาน คือ ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรสย้อนกลับแบบเรียลไทม์ (rRT-PCR) จากการกวาดคอหอยส่วนจมูก การถ่ายภาพรังสีส่วนตัดอาศัยคอมพิวเตอร์ทรวงอกอาจเป็นประโยชน์สำหรับวินิจฉัยผู้ที่ต้องสงสัยติดเชื้อมากโดยอาศัยอาการและปัจจัยเสี่ยง แต่ไม่แนะนำให้ใช้คัดกรองเป็นกิจวัตร

มาตรการที่แนะนำในการป้องกันการติดเชื้อ ได้แก่ การหมั่นล้างมือ การเว้นระยะห่างทางกายกับผู้อื่น (โดยเฉพาะจากผู้ที่มีอาการ) การปิดการไอและจามด้วยกระดาษทิชชูหรือข้อพับศอก และงดนำมือที่ไม่ได้ล้างแตะใบหน้า แนะนำให้ใช้หน้ากากอนามัยสำหรับผู้ที่สงสัยว่าตนเองมีไวรัสและผู้ดูแลบุคคลเหล่านั้น คำแนะนำการใช้หน้ากากอนามัยสำหรับประชาชนทั่วไปนั้นแตกต่างกันไปตามหน่วยงาน บ้างไม่แนะนำให้ใช้ บ้างแนะนำให้ใช้ และบ้างกำหนดว่าต้องใช้

มีการพัฒนาวัคซีนสำหรับโควิด-19 ออกมาแล้วหลายชนิด และหลายประเทศกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการให้วัคซีนแก่ประชาชนของตัวเอง การรักษาหลักๆ เป็นการรักษาอาการ การประคับประคอง การแยกตัว และมาตรการในขั้นทดลอง องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563 และเป็นโรคระบาดทั่วเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563 มีการบันทึกการแพร่เชื้อในท้องถิ่นในประเทศส่วนใหญ่ของภูมิภาค WHO ทั้งหกภูมิภาค

เนื้อหา

อาการของโควิด-19
อาการ พิสัย
ไข้ 83–99%
ไอ 59–82%
เบื่ออาหาร 40–84%
อ่อนเพลีย 44–70%
หายใจกระชั้น 31–40%
ไอมีเสมหะ 28–33%
ปวดกล้ามเนื้อ 11–35%

ไข้เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด แม้ผู้สูงอายุและผู้มีปัญหาสุขภาพอื่นบางส่วนอาจไม่มีไข้ได้ในระยะแรกๆ ของโรค ในการศึกษาหนึ่งพบว่า ผู้ป่วย 44% มีไข้เมื่อมาโรงพยาบาล ส่วน 89% มีไข้ในช่วงใดช่วงหนึ่งระหว่างรับรักษาในโรงพยาบาล การปลอดไข้ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นไม่ป่วย

อาการทั่วไปอื่นได้แก่ ไอ, เบื่ออาหาร, อ่อนเพลีย, หายใจลำบาก, มีเสมหะ, และปวดกล้ามเนื้อและข้อ อาการอย่างคลื่นไส้ อาเจียนและท้องร่วงพบมากน้อยต่างกัน อาการที่พบน้อยลงมาได้แก่จาม คัดจมูก เจ็บคอและมีรอยโรคผิวหนัง ผู้ป่วยบางรายในประเทศจีนมาโรงพยาบาลด้วยอาการแน่นหน้าอกและใจสั่นเท่านั้น อาจมีอาการสูญเสียการรับกลิ่นและสูญเสียการรับรสได้ ภาวะเสียการรู้กลิ่นเป็นอาการนำในผู้ป่วยยืนยันแล้ว 30% ในประเทศเกาหลีใต้

ผู้ป่วยบางรายในประเทศจีนเริ่มต้นแสดงอาการด้วยแน่นหน้าอกและใจสั่น ในการศึกษาหนึ่งพบว่ามีผู้ป่วยเพียงครึ่งหนึ่งที่มีไข้เมื่อเริ่มต้นรับรักษาในโรงพยาบาล แต่ 89% จะมีไข้ในช่วงใดช่วงหนึ่งระหว่างรับรักษาในโรงพยาบาล ไข้และปัญหาทางเดินหายใจปรากฏได้ภายหลังทั้งในผู้ป่วยสูงอายุหรือผู้ป่วยบางรายที่มีโรคร่วม บางรายอาจทรุดลงไปเป็นปอดบวม ความล้มเหลวหลายอวัยวะ และเสียชีวิตได้ ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ตรงแบบเมื่อเริ่มปรากฏอาการจนถึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจใช้เวลาแปดวัน

ระยะฟัก (ระยะเวลาตั้งแต่ติดเชื้อไวรัสจนกระทั่งแสดงอาการ) สำหรับ โควิด-19 ตรงแบบเวลาห้าถึงหกวัน แต่อาจอยู่ในช่วงสองถึง 14 วัน โดยผู้ป่วยประมาณ 10% มีระยะฟักนานกว่านั้น

ผู้ป่วยส่วนน้อยไม่มีอาการที่สังเกตได้เลยตลอดการป่วย พาหะไม่มีอาการเหล่านี้มักไม่ได้รับการทดสอบ และบทบาทในการแพร่เชื้อยังไม่ทราบอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ดี หลักฐานเบื้องต้นเสนอว่าพวกเขาอาจส่งเสริมการแพร่ของโรค

ภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนอาจได้แก่โรคปอดบวม กลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน (ARDS) กลุ่มอาการการทำหน้าที่ผิดปกติของหลายอวัยวะ ช็อกเหตุพิษติดเชื้อและเสียชีวิต ภาวะแทรกซ้อนระบบหัวใจและหลอดเลือดอาจได้แก่หัวใจล้มเหลว ภาวะหัวใจเสียจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบและภาวะลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดดำลึก ผู้ป่วยโควิด-19 สัดส่วน 20–30% มีเอนไซม์ตับสูงขึ้นซึ่งสะท้อนการบาดเจ็บของตับ อาการแสดงทางระบประสาท ได้แก่ ชัก, โรคหลอดเลือดสมอง, สมองอักเสบ, และกลุ่มอาการกิลแลง–บาร์เร (ซึ่งรวมอัมพฤกษ์ครึ่งซีกด้วย) หลังการติดเชื้อ เด็กอาจเกิดกลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็ก (paediatric multisystem inflammatory syndrome) ซึ่งมีอาการคล้ายกับโรคคาวาซากิ ซึ่งอาจถึงแก่ชีวิตได้

การแพร่เชื้อ

ละอองฝอยทางเดินหายใจที่เกิดขึ้นเมื่อชายผู้นี้จาม มองเห็นด้วยการใช้ปรากฏการณ์ทินดอล (Tyndall scattering)

โควิด-19 แพร่เมื่อบุคคลมีการสัมผัสใกล้ชิดเป็นหลัก (2 เมตร) โดยทางละอองฝอยขนาดเล็กที่เกิดระหว่างการไอ จามหรือสนทนา บุคคลหายใจเอาละอองฝอยที่ปนเปื้อนที่ผู้ป่วยหายใจออกมาเข้าไปในปอด หรือละอองฝอยนั้นติดอยู่บนใบหน้าของบุคคลอื่นทำให้เกิดการติดเชื้อใหม่ ละอองฝอยนี้ค่อนข้างหนัก ปกติจะตกลงสู่พื้นผิวและไม่ปลิวไปไกลในอากาศ บุคคลสามรถแพร่ไวรัสได้ขณะยังไม่แสดงอาการ แต่ไม่ชัดเจนว่าเกิดขึ้นบ่อยมากน้อยเพียงใด การประมาณจำนวนผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการหนึ่งประมาณไว้ 40% บุคคลแพร่เชื้อได้มากที่สุดเมื่อแสดงอาการ (แม้แต่อาการเบาหรือไม่จำเพาะ) แต่อาจแพร่เชื้อได้จนถึงสองวันก่อนปรากฏอาการ (การแพร่เชื้อก่อนมีอาการ) และยังคงแพร่เชื้อต่ออีก 7 ถึง 12 วันโดยประมาณในผู้ป่วยปานกลาง และโดยเฉลี่ย 2 สัปดาห์ในผู้ป่วยรุนแรง

เมื่อละอองฝอยที่มีเชื้อตกลงสู่พื้นหรือพื้นผิว ละอองฝอยนั้นยังติดเชื้อได้หากบุคลสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนแล้วนำมือไปสัมผัสตา จมูกหรือปากของตนแม้ว่าจะพบได้น้อย ปริมาณไวรัสกัมมนต์บนพื้นผิวจะลดลงเรื่อยๆ ตามเวลาจนในที่สุดไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้ออีก และถึงแม้ว่าจะคาดว่าพื้นผิวไม่ใช่วิถีหลักที่ไวรัสแพร่กระจาย และยังไม่มีข้อมูลที่ทราบแน่ชัดว่าไวรัสปริมาณเท่าใดบนพื้นผิวที่จะก่อให้เกิดการติดเชื้อด้วยวิธีนี้ แต่ไวรัสยังคงสามารถตรวจพบได้บนพื้นผิวทองแดงแม้ว่าเวลาล่วงไป 4 ชั่วโมง สำหรับพื้นผิวที่เป็นกระดาษลังยังคงพบเชื้อได้แม้เวลาผ่านไปหนึ่งวัน และสามารถพบเชื้ออยูบนพลาสติก (พอลิโพรพีลีน) หรือเหล็กกล้าไร้สนิม (AISI 304) แม้เวลาจะผ่านไปสามถึงสี่วันก็ตาม พื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น สามารถทำความสะอาดและฆ่าเชื้อได้โดยง่าย ด้วยการใช้สารทำความสะอาดที่ใช้อยู่ทั่วไปตามครัวเรือน ซึ่งฆ่าไวรัสที่อยู่นอกร่างกายมนุษย์หรืออยู่บนมือ

เสมหะและน้ำลายพาไวรัสไปปริมาณมาก แม้ว่าโควิด-19 ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่การจูบ การสัมผัสทางเพศ และทางอุจจาระ-ปากต้องสงสัยว่าแพร่เชื้อไวรัส วิธีดำเนินการทางการแพทย์บางอย่างก่อให้เกิดละอองลอย และทำให้ไวรัสสามารถแพร่ได้ง่ายกว่าปกติ

โควิด-19 ยังเป็นโรคใหม่ และรายละเอียดจำนวนมากเกี่ยวกับการแพร่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน โรคนี้แพร่กระจายระหว่างมนุษย์ได้ง่าย คือ ง่ายกว่าไข้หวัดใหญ่แต่ยังไม่เท่าโรคหัด ประมาณจำนวนผู้ติดเชื้อโดยผู้ป่วยโควิด-19 หนึ่งคน (R0) แตกต่างกันมาก ค่าประมาณตั้งต้นของ WHO อยู่ที่ 1.4–2.5 (เฉลี่ย 1.95) อย่างไรก็ดีบทปฏิทัศน์ในภายหลังพบค่า R0 พื้นฐาน (โดยไม่มีมาตรการควบคุม) สูงกว่านั้นคือ 3.28 และ R0 มัธยฐานเท่ากับ 2.79

วิทยาไวรัส

ภาพประกอบของวิริออน SARSr-CoV

ไวรัสโคโรนากลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง 2 (SARS-CoV-2) เป็นไวรัสโคโรนากลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งแยกได้ครั้งแรกจากผู้ป่วยโรคปอดบวมสามคนซึ่งเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์อาการป่วยทางเดินหายใจเฉียบพลันในอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน คุณสมบัติทั้งหมดของไวรัส SARS-CoV-2 สายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นในไวรัสโคโรนาที่เกี่ยวข้องในธรรมชาติ เมื่ออยู่นอกร่างกายมนุษย์ ไวรัสถูกฆ่าได้ง่ายด้วยสบู่ตามครัวเรือน ซึ่งจะทำให้เปลือกที่ห่อหุ้มไวรัสแตก

SARS-CoV-2 มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ SARS-CoV สายพันธุ์เดิม เชื่อว่ากำเนิดขึ้นในสัตว์ การวิเคราะห์ทางพันธุกรรมเปิดเผยว่าไวรัสโคโรนามีคลัสเตอร์ทางพันธุกรรมกับสกุล Betacoronavirus ในสกุลย่อย Sarbecovirus (สายพันธุ์บี) ร่วมกับไวรัสที่มาจากค้างคาวอีกสองสายพันธุ์ ไวรัสมีความเหมือน กับตัวอย่างไวรัสโคโรนาค้างคาว (BatCov RaTG13) 96% ในระดับจีโนมทั้งหมด ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 นักวิจัยชาวจีนพบว่าไวรัสจากลิ่นและจากมนุษย์มีกรดอะมิโนแตกต่างกันโมเลกุลเดียวในลำดับจีโนมบางส่วน อย่างไรก็ดี การเปรียบเทียบทั้งจีโนมในปัจจุบันพบว่าสารพันธุกรรมส่วนใหญ่ 92% เหมือนกันระหว่างไวรัสโคโรนาลิ่นกับ SARS-CoV-2 ซึ่งไม่เพียงพอต่อการพิสูจน์ว่าตัวลิ่นเป็นตัวถูกเบียนมัธยันตร์

เกิดสายพันธุ์ที่มีชื่อเสียงของ SARS-CoV-2 ในฤดูใบไม้ร่วงปี 2563 คลัสเตอร์ 5 เกิดขึ้นในหมู่ตัวมิงค์และผู้เลี้ยงตัวมิงค์ในเดนมาร์ก (เชื่อว่าถูกกำจัดไปแล้วเนื่องจากมีการกักกันอย่างเข้มงวดและฆ่าสัตว์ติดเชื้อ) Variant of Concern 202012/01 (VOC 202012/01) เชื่อว่าเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักรในเดือนกันยายน และสายพันธุ์ 501Y.V2 เกิดขึ้นในประเทศแอฟริกาใต้

ปอดเป็นอวัยวะที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากโควิด-19 เพราะไวรัสเข้าถึงเซลล์ของผู้ป่วยผ่านเอนไซม์ angiotensin-converting enzyme 2 (ACE2) ซึ่งพบมากที่สุดเซลล์ถุงลมชนิดที่ 2 ของปอด ไวรัสใช้ไกลโคโปรตีนผิวแบบพิเศษที่เรียก "สไปก์" (peplomer) เชื่อมต่อกับ ACE2 และเข้าสู่เซลล์ของผู้ป่วย ด้านหนึ่งมองว่าการเพิ่ม ACE2 โดยใช้ยายับยั้งตัวรับแองกิโอเทนซิน 2 อาจป้องกันโรคได้

SARS-CoV-2 อาจทำให้เกิดทางเดินทางหายใจล้มเหลวโดยมีผลต่อก้านสมองเช่นเดียวกับไวรัสโคโรนาตัวอื่นที่พบว่ารุกล้ำระบบประสาทส่วนกลาง แม้ว่ามีการตรวจพบไวรัสในน้ำหล่อสมองและไขสันหลังในการชันสูตรพลิกศพ แต่กลไกการรุกล้ำระบบประสาทส่วนกลางที่แน่ชัดยังไม่ชัดเจนและอาจเกี่ยวข้องกับการรุกล้ำเส้นประสาทส่วนปลายเนื่องจากในสมองมีระดับ ACE2 ต่ำ ไวรัสยังมัผลต่ออวัยวะกระเพาะอาหารและลำไส้เนื่องจาก ACE2 มีการแสดงออกอยู่มากในเซลล์ต่อมของเยื่อบุกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กส่วนต้นและไส้ตรง

ไวรัสสามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหัวใจเฉียบพลัน และความเสียหายเรื้อรังต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด พบการบาดเจ็บของหัวใจเฉียบพลันใน 12% ของผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในอู่ฮั่น ประเทศจีน อัตราอาการระบบหัวใจและหลอดเลือดมีสูงสืบเนื่องจากการตอบสนองอักเสบทั่วร่างและโรคระบบภูมิคุ้มกันระหว่างการดำเนินโรค แต่การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหัวใจอาจมีความสัมพันธ์กับตัวรับ ACE2 ในหัวใจ

รายงานระยะแรกแสดงว่าผู้ป่วยที่รับรักษาในโรงพยาบาลทั้งในประเทศจีนและนิวยอร์กถึง 30% มีการบาดเจ็บของไตบ้าง รวมทั้งผู้ไม่เคยมีปัญหาไตเดิม

พยาธิวิทยาภูมิคุ้มกัน

แม้ว่า SARS-COV-2 มีการโน้มตอบสนองต่อเซลล์บุทางเดินหายใจที่แสดง ACE2 แต่ผู้ป่วยโควิด-19 รุนแรงมีอาการอักเสบมากเกินทั่วร่าง (systemic hyperinflammation) ข้อค้นพบทางห้องปฏิบัติการคลินิกที่มี IL-2, IL-7, IL-6, granulocyte-macrophage colony-stimulating factor (GM-CSF), interferon-γ inducible protein 10 (IP-10), monocyte chemoattractant protein 1 (MCP-1), macrophage inflammatory protein 1-α (MIP-1α), และ tumour necrosis factor-α (TNF-α) สูงขึ้นบ่งชี้ถึงกลุ่มอาการจากการหลั่งไซโตไคน์ (CRS) เสนอว่ามีพยาธิวิทยาภูมิคุ้มกันพื้นเดิม

นอกจากนี้ ผู้ป่วยโควิด-19 และกลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน (ARDS) มีไบโอมาร์กเกอร์ซีรัมซึ่งบ่งชี้ CRS คลาสสิก ได้แก่ ระดับซี-รีแอคทีฟ โปรตีน (CRP), แล็กเตดดีไฮโดรจีเนส (LDH), ดี-ไดเมอร์และเฟอร์ริตินสูง

ชุดทดสอบ rRT-PCR สำหรับโควิด-19 ของซีดีซี

WHO จัดพิมพ์เกณฑ์วิธีการทดสอบหลายเกณฑ์สำหรับโรค วิธีการทดสอบมาตรฐาน คือ ปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรสแบบย้อนกลับเรียลไทม์ (rRT-PCR) โดยมาตรฐานแล้วการทดสอบนี้ต้องใช้กับตัวอย่างทางเดินหายใจที่ได้จากการกวาดคอหอยส่วนจมูก อย่างไรก็ดี อาจใช้การกวาดจมูกหรือตัวอย่างเสมหะได้ โดยทั่วไปจะทราบผลในไม่กี่ชั่วโมงถึงสองวัน สามารถใช้การทดสอบเลือดได้ แต่ต้องใช้ตัวอย่างเลือดสองตัวอย่างแยกกันและเก็บห่างกันสองสัปดาห์ และผลลัพธ์ที่ได้มีคุณค่าทันทีน้อย นักวิทยาศาสตร์จีนสามารถแยกสายพันธุ์ของไวรัสโคโรนาและจัดพิมพ์ลำดับพันธุกรรมเพื่อให้ห้องปฏิบัติการทั่วโลกสามารถพัฒนาการทดสอบปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (PCR) ได้อย่างอิสระเพื่อตรวจหาการติดเชื้อไวรัส ณ วันที่ 4 เมษายน 2563 การทดสอบแอนติบอดี (ซึ่งอาจตรวจพบการติดเชื้อที่กำลังดำเนินอยู่ และว่าบุคคลนั้นเคยติดเชื้อมาก่อนหรือไม่) กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา แต่ยังไม่มีใช้แพร่หลาย ประสบการณ์การทดสอบของจีนแสดงให้เห็นว่ามีความแม่นยำเพียง 60 ถึง 70% องค์การอาหารและยาในสหรัฐอนุมัติการทดสอบข้างเตียงครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2563 สำหรับใช้ในปลายเดือนนั้น

แนวทางการวินิจฉัยที่ออกโดยโรงพยาบาลจงหนาน มหาวิทยาลัยอู่ฮั่น แนะนำวิธีการตรวจหาการติดเชื้อตามลักษณะทางคลินิกและความเสี่ยงทางวิทยาการระบาด สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการระบุตัวผู้ที่มีอาการต่อไปนี้อย่างน้อยสองอาากร ร่วมกับมีประวัติเดินทางไปอู่ฮั่นหรือสัมผัสกับผู้ติดเชื้อรายอื่น ได้แก่ ไข้ ภาพถ่ายรังสีที่เข้าได้กับปอดบวม จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวปกติหรือต่ำ หรือมีลิมโฟไซต์ต่ำ

การศึกษาหนึ่งให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่รับการรักษาในโรงพยาบาลไอลงในภาชนะปลอดเชื้อเพื่อเก็บตัวอย่างน้ำลาย และตรวจพบไวรัสในผู้ป่วยสิบเอ็ดจากสิบสองรายโดยใช้ RT-PCR เทคนิคนี้มีศักยภาพเร็วกว่าการกวาดและก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขน้อยกว่า (เก็บที่บ้านหรือในรถ)

เมื่อใช้ร่วมกับการทดสอบทางห้องปฏิบัติการ การทำซีทีสแกนทรวงอกอาจเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโควิด-19 ในคนที่อาการทางคลินิกบ่งชี้ว่ามีโอกาสสูงที่จะเป็นโรค แต่ไม่แนะนำให้ใช้คัดกรองเป็นการทั่วไป ในระยะต้นมักพบรอยโรคเป็นรอยทึบแบบกระจกฝ้าในเนื้อปอดหลายกลีบและเป็นทั้งสองข้าง โดยกระจายแบบไม่สมมาตรและมักพบบ่อยที่ด้านนอกและด้านหลังของเนื้อปอด เมื่อโรคดำเนินไปมากขึ้นอาจพบลักษณะมีรอยโรคเด่นที่เนื้อปอดด้านนอกใต้เยื่อหุ้มปอด (subpleural dominance), ผนังกั้นกลีบปอดย่อยหนาตัวพร้อมกับมีสารน้ำเติมเต็มถุงลมเห็นเป็นลักษณะคล้ายกระเบื้องปูพื้นถนน (crazy-paving pattern), และเนื้อปอดทึบ (consolidation) ได้

ปลายปี 2562 WHO กำหนดรหัสโรคฉุกเฉิน ICD-10 U07.1 สำหรับการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ SARS-CoV-2 ที่ห้องปฏิบัติการยืนยันแล้ว และ U07.2 สำหรับการเสียชีวิตจากโตวิด-19 ที่วินิจฉัยทางคลินิกหรือวิทยาการระบาดโดยไม่มีการติดเชื้อ SARS-CoV-2 ที่ห้องปฏิบัติการยืนยัน

พยาธิวิทยา

มีข้อมูลเกี่ยวกับรอยโรคทางกล้องจุลทรรศน์และพยาธิสรีรวิทยาของโควิด-19 น้อย ข้อค้นพบทางพยาธิวิทยาหลักในการชันสูตรพลิกศพ ได้แก่

การยับยั้งการติดเชื้อใหม่เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยในเวลาหนึ่ง ๆ หรือเรียก "การทำให้เส้นโค้งราบ" (flattening the curve) ทำให้ราชการสาธารณสุขรักษาปริมาณผู้ป่วยเดิมได้ดีขึ้น ในทางกลับกัน การเพิ่มความจุด้านสาธารณสุข เรียกว่า "การยกเส้น" (raising the line) เช่น การเพิ่มจำนวนเตียง บุคลากรและอุปกรณ์เครือ่งมือสามารถช่วยรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
การบรรเทาที่ไม่เพียงพอ เช่น การผ่อนปรนกฎการเว้นระยะทางกายหรือคำสั่งให้อยู่แต่ในบ้านก่อนเวลาอันควร อาจทำให้เกิดการเป็นกลับของโรคระบาดทั่วได้

มาตรการป้องกันเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ ได้แก่ การอยู่แต่ในบ้าน การเลี่ยงสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน การล้างมือด้วยสบู่และน้ำบ่อย ๆ โดยใช้เวลาอย่างน้อยครั้งละ 20 วินาที การปฏิบัติสุขอนามัยด้านทางเดินหายใจที่ดี และเลี่ยงการใช้มือที่ไม่ได้ล้างสัมผัสดวงตา จมูกหรือปาก ซีดีซีแนะนำให้ใช้กระดาษทิชชูป้องปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม และแนะนำให้ใช้ข้อพับศอกด้านในหากไม่มีกระดาษทิชชู แนะนำสุขอนามัยของมือที่เหมาะสมหลังไอหรือจาม แนะนำสุขอนามัยส่วนบุคคลและวิถีชีวิตและอาหารสุขภาพดีเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ซีดีซีแนะนำการใช้สิ่งปกปิดใบหน้าที่เป็นผ้าในสถานที่สาธารณะ ส่วนหนึ่งเพื่อจำกัดการแพร่เชื้อโดยปัจเจกที่ไม่แสดงอาการ

ยุทธศาสตร์การเว้นระยะห่างทางสังคมมุ่งลดการสัมผัสบุคคลที่ติดเชื้อกับกลุ่มใหญ่โดยการปิดโรงเรียนและสถานที่ทำงาน การจำกัดการเดินทาง และยกเลิกการชุมนุมสาธารณะขนาดใหญ่ แนวทางการเว้นระยะห่างยังระบุให้บุคคลอยู่ห่างกันประมาณ 6 ฟุต (1.8 เมตร) ทั้งนี้ ยังไม่มียาใดทราบว่ามีประสิทธิภาพป้องกันโควิด-19 ได้ หลังการนำการเว้นระยะห่างทางสังคมและคำสั่งอยู่ติดบ้าน หลายภูมิภาคสามารถคงอัตราแพร่เชื้อประสิทธิภาพ ("Rt") น้อยกว่า 1 หมายความว่า โรคกำลังลดลงในพื้นที่เหล่านั้น

เนื่องจากไม่คาดว่าจะมีวัคซีนอย่างเร็วจนถึงปี 2564 ส่วนสำคัญของการรับมือโควิด-19 คือการพยายามลดจุดสูงสุดของโรคระบาด ที่เรียก "การทำให้เส้นโค้งราบ" ซึ่งกระทำโดยการชะลออัตราการติดเชื้อเพื่อลดความเสี่ยงมิให้ราชการสุขภาพมีงานล้น ทำให้รักษาผู้ป่วยปัจจุบันได้ดีขึ้นและชะลอผู้ป่วยใหม่จนกว่าจะมีการักษาหรือวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ

ตามข้อมูลของ WHO แนะนำการใช้หน้ากากอนามัยเฉพาะเมื่อบุคคลไอหรือจาม หรือเมื่อกำลังดูแลผู้ต้องสงสัยว่าป่วย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคยุโรป (ECDC) ระบุว่า หน้ากากอนามัย "...อาจพิจารณาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าพื้นที่ที่ปิดพลุกพล่าน..." แต่ "...เฉพาะเป็นมาตรการเสริมเท่านั้น..." CDC ของสหรัฐแนะนำให้สวมหน้ากากในที่สาธารณะหากเว้นระยะห่าง 6 ฟุตได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อไม่มีอาการแลป้องกันการแพร่เชื้อโดยไม่เจตนา หลายประเทศแนะนำให้บุคคลสุขภาพดีสวมหน้ากากอนามัยหรือผ้าปกปิดใบหน้า (เช่น ผ้าพันคอ) อย่างน้อยในที่สาธารณะบางแห่ง รวมทั้งประเทศจีน ฮ่องกง สเปน อิตาลี (แคว้นลอมบาร์เดีย) รัสเซีย และสหรัฐ

CDC แนะนำให้ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นโควิด-19 หรือผู้ที่เชื่อว่าตนติดเชื้ออยู่แต่ในบ้านยกเว้นเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ ให้โทรศัพท์ล่วงหน้าก่อนพบผู้ให้บริการทางการแพทย์ สวมหน้ากากก่อนเข้าห้องตรวจ และเมื่ออยู่ในห้องหรือยานพาหนะร่วมกับบุคคลอื่น ให้ใช้ทิชชูปิดไอและจาม ให้ล้างมืออย่างสม่ำเสมอด้วยสบู่และน้ำ และเลี่ยงการใช้ของใช้ในครัวเรือนส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น CDC ยังแนะนำให้บุคคลล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำเป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเข้าห้องน้ำหรือเมื่อเห็นว่ามือสกปรก ก่อนกินอาหารและหลังสั่งน้ำมูก ไอหรือจาม นอกจากนี้ยังแนะนำให้ใช้สารล้างมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60% กระนั้นควรใช้เฉพาะเมื่อไม่มีสบู่และน้ำ

สำหรับพื้นที่ที่ไม่มรสารล้างมือพาณิชย์ขาย WHO ให้สูตรสองสูตรสำหรับการผลิตท้องถิ่น สำหรับทั้งสองสูตร กัมมันตภาพต่อต้านจุลชีพมาจากเอทานอลหรือไอโซโพรพานอล; ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ใช้เพื่อกำจัดสปอร์แบคทีเรียในแอลกอฮอล์ ส่วนกลีเซอรอลเพิ่มเข้ามาเป็นสารดูดความชุ่มชื้นแก่ผิว (humectant)

  • ความพยายามในการป้องกันโรคนั้นมีผลทวีคูณคือมีผลมากกว่าป้องกันการแพร่กระจายเพียงทอดเดียว การป้องกันผู้ป่วยใหม่ได้ 1 คนจะช่วยลดการสัมผัสโรคแก่บุคคลอีกหลายทอด (เนื่องจากผู้ติดเชื้อใหม่จะแพร่เชื้อต่อได้) ซึ่งสุดท้ายจะทำให้หยุดยั้งการระบาดได้

  • คำแนะนำการล้างมือ

วัคซีน

ศูนย์ฉีดวัคซีนในโปแลนด์
วัคซีนชนิดต่าง ๆ ที่กำลังพัฒนาเพื่อป้องกันโรค

วัคซีนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นวัคซีนที่มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโคโรนาที่เป็นสาเหตุของโรคโควิด-19 โดยก่อนที่จะเกิดการระบาดทั่วของโควิด-19 ได้มีความพยายามในการพัฒนาวัคซีนสำหรับโรคไวรัสโคโรนาชนิดที่เป็นสาเหตุของโรคอื่นๆ เช่น กลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส หรือ SARS) และโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (เมอร์ส หรือ MERS) มาอย่างต่อเนื่อง ความพยายามเหล่านี้ได้สะสมความรู้พอสมควรเกี่ยวกับโครงสร้างและการทำงานของไวรัสโคโรนา ซึ่งได้ช่วยให้การพัฒนาเทคโนโลยีวัคซีนโควิดต่างๆ ตั้งแต่ต้นปี2020 ดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2020 ซึ่งมีการเผยแพร่ลำดับยีนผ่านจีเซด (GISAID) และ ณ วันที่ 19 มีนาคม อุตสาหกรรมยาทั่วโลกก็ได้ประกาศคำมั่นสัญญาที่จะทำการเพื่อจัดการโรค วัคซีนโควิด-19 ได้เครดิตโดยทั่วไปว่าช่วยลดการติดต่อ ความรุนแรง และอัตราการตายเนื่องกับโรค

ในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 วัคซีนหลายชนิดสามารถป้องกันการติดเชื้อแบบแสดงอาการโดยมีประสิทธิศักย์สูงถึงร้อยละ 95 ณ เดือนกรกฎาคม 2021 มีวัคซีน 20ชนิดที่ได้ขึ้นทะเบียนให้ใช้ในประเทศอย่างน้อย 1ประเทศรวมทั้งวัคซีนอาร์เอ็นเอ 2ชนิด (ไฟเซอร์และโมเดอร์นา), วัคซีนไวรัสโควิด-19 เชื้อตาย 9ชนิด (BBIBP-CorV ของซิโนฟาร์ม, วัคซีนของ Chinese Academy of Medical Sciences, ซิโนแว็ก, โคแว็กซินของภารตะไบโอเทค, CoviVac ของ Chumakov Centre, COVIran Barakat ของ Shifa Pharmed Industrial Group, Minhai-Kangtai (KCONVAC), QazVac ของ Research Institute for Biological Safety Problems และ WIBP-CorV ของซิโนฟาร์ม) วัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นเวกเตอร์ 5ชนิด (สปุตนิกไลท์และสปุตนิกวีของสถาบันวิจัยกามาเลีย, แอสตราเซเนกา, Ad5-nCoV ของแคนซิโนไบโอลอจิกส์ และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน) และวัคซีนหน่วยย่อยโปรตีนของไวรัสโควิด-19 จำนวน 4ชนิด (Abdala ของ Center for Genetic Engineering and Biotechnology, EpiVacCorona ของสถาบันเวกตอร์, Soberana 02 ของ Finlay Institute และ ZF2001 ของ Anhui Zhifei Longcom) มีวัคซีนแคนดิเดตซึ่งได้เข้าสู่การวิจัยเพื่อใช้รักษาแล้ว 330ชนิด ในจำนวนนี้ 30ชนิดกำลังทดลองในระยะที่ 1, 30ชนิดในระยะที่ 1-2, 25ชนิดในระยะที่ 3 และ 8 ชนิดในระยะที่ 4

ประเทศต่างๆ มีแผนแจกจำหน่ายวัคซีนโดยจัดลำดับการให้ตามกลุ่มที่เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ผู้สูงอายุ และกลุ่มที่เสี่ยงติดแล้วแพร่โรค เช่น บุคลากรทางแพทย์ มีประเทศที่กำลังพิจารณาฉีดวัคซีนเพียงโดสเดียวในเบื้องต้นเพื่อขยายฉีดวัคซีนแก่ประชาชนให้มากที่สุดจนกว่าจะมีวัคซีนพอ

จนถึงวันที่10 กรกฎาคม 2021 องค์กรสาธารณสุขรวมๆ กันทั่วโลกรายงานว่า ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ถึง3,420 ล้านโดสแล้ว ผู้ผลิตวัคซีนได้ระบุจำนวนโดสวัคซีนที่จะสามารถผลิตในปี2021 ไว้ดังนี้ แอสตราเซเนกา-ออกซฟอร์ด3,000 ล้านโดส,ไฟเซอร์-ไบออนเทค1,300 ล้านโดส, ผู้ผลิตสปุตนิกวีซิโนฟาร์ม ซิโนแว็ก และจอห์นสันแอนด์จอห์นสันรายละ1,000 ล้านโดสโมเดอร์นาตั้งเป้าผลิต600 ล้านโดส และแคนซิโนไบโอลอจิกส์500 ล้านโดส แต่จนถึงเดือนธันวาคม 2020 ประเทศต่างๆ ก็ได้สั่งวัคซีนล่วงหน้าเกิน10,000 ล้านโดสแล้ว โดยครึ่งหนึ่งเป็นประเทศรายได้สูงแม้จะมีประชากรเพียงร้อยละ 14 ของโลก เพราะความต้องการวัคซีนสูงเยี่ยงนี้ในช่วงปี 2020–21 ประชาชนของประเทศกำลังพัฒนาที่จัดว่ามีรายได้น้อยอาจไม่ได้รับวัคซีนจากผู้ผลิตเหล่านี้จนถึงปี2023 หรือ 2024 จึงทำให้โปรแกรมโคแว็กซ์จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ส่งวัคซีนได้ทั่วถึงกันทั่วโลก

การรักษาปัจจุบันเป็นการบำบัดประคับประคอง ซึ่งอาจรวมถึงการให้สารน้ำ การรักษาด้วยออกซิเจน และประคับประคองอวัยวะสำคัญอื่นที่ได้รับผลกระทบ มีการใช้เครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด (ECMO) เพื่อรักษาทางเดินหายใจล้มเหลว แต่ประโยชน์ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา การรักษาแบบประคับประคองอาจมีประโยชน์ในผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงในการติดเชื้อระยะต้น

WHO และคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนจัดพิมพ์ข้อแนะนำสำหรับการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่รับรักษาในโรงพยาบาล แพทย์เวชบำบัดวิกฤตและแพทย์โรคระบบการหายใจในสหรัฐรวบรวมข้อแนะนำการรักษาจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าเป็นทรัพยากรเสรี คือ IBCC

ยา

จนถึงเดือนเมษายน 2563 ยังไม่มีการรักษาจำเพาะสำหรับโควิด-19 สำหรับอาการต่าง ๆ นั้น วิชาชีพแพทย์บางส่วนแนะนำให้ใช้พาราเซตามอล (อะเซตามิโนเฟน) มากกว่าไอบูโปรเฟน สำหรับการใช้ครั้งแรก องค์การอนามัยโลกไม่คัดค้านการใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูพรอเฟน เพื่อรักษาอาการ และองค์การอาหารและยาแถลงว่าปัจจุบันไม่มีหลักฐานว่า NSAIDs ทำให้อาการของโควิด-19 ทรุดลง

แม้มีข้อกังวลทางทฤษฎีเกี่ยวกับสารยับยั้ง ACE และยาต้านตัวรับแองกิโอเทนซิน ณ วันที่ 19 มีนาคม 2563 แต่ไม่เพียงพอเป็นเหตุผลให้หยุดยาเหล่านี้ การศึกษาหนึ่งในวันที่ 22 เมษายนพบว่าผู้ป่วยโควิด-19 ร่วมกับมีโรคความดันโลหิตสูงมีอัตราตายทุกสาเหตุต่ำลงเมื่อใช้ยาเหล่านี้

ไม่แนะนำให้ใช้สเตียรอยด์ เช่น เมทิลเพรดนิโซโลน ยกเว้นมีกลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลันแทรก สมาคมวิทยาภูมิคุ้มกันและภูมิแพ้คลินิกออสตราเลเซียแนะนำให้พิจารณาใช้โทลิซิซูแมบสำหรับเป็นตัวเลือกการบำบัดนอกข้อบ่งใช้สำหรับผู้ป่วยกลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลันในโควิด-19 เนื่องจากมีผลประโยชน์ที่ทราบในพายุไซโตไคน์ที่เกิดจาการบำบัดมะเร็งบางชนิด และพายุไซโตไคน์อาจเป็นปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญต่ออัตราตายในโควิด-19 รุนแรง

แนะนำให้ใช้ยาสำหรับป้องกันเลือดจับลิ่มในการรักษา และการรักษาด้วยสารกันเลือดเป็นลิ่มที่ใช้เฮปารินน้ำหนักโมเลกุลต่ำดูเหมือนสัมพันธ์กับผลลัฑธ์ที่ดีขึ้นในโควิด-19 รุนแรงที่แสดงสัญญาณของการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ (ดีไดเมอร์สูง)

อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล

CDC แนะนำสี่ขั้นตอนในการสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE)

ต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อจำกัดความเสี่ยงการแพร่เชื้อไวรัสให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานสาธารณสุขเมื่อดำเนินวิธีดำเนินการที่อาจก่อให้เกิดละอองลอยได้ เช่น การใส่ท่อช่วยหายใจ หรือการช่วยหายใจด้วยมือ สำหรับผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุขที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ซีดีซีแนะนำให้จัดผู้ป่วยให้ห้องแยกการติดเชื้อทางอากาศ (AIIR) นอกเหนือไปจากการระมัดระวังมาตรฐาน (standard precautioin) การระมัดระวังการสัมผัสและการระมัดระวังทางอากาศ

ซีดีซีสรุปแนวทางปฏิบัติในการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ระหว่างการระบาดทั่ว อุปกรณ์ที่แนะนำได้แก่ ชุดคลุม PPE, อุปกรณ์ช่วยหายใจหรือหน้ากากอนามัย อุปกรณ์ป้องกันดวงตาและถุงมือการแพทย์

แนะนำให้ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจแทนหน้ากากอนามัยถ้ามี หน้ากากเอ็น95 ได้รับอนุมัติในสถานที่อุตสาหกรรมแต่ FDA อนุญาตให้ใช้หน้ากากภายใต้การอนุญาตใช้ฉุกเฉิน (EUA) หน้ากากดังกล่าวได้รับการออกแบบมาให้ป้องกันอนุภาคที่มาทางอากาศเช่นฝุ่น แต่ประสิทธิภาพต่อเชื้อโรคจำเพาะยังไม่รับประกันสำหรับการใช้นอกข้อบ่งใช้ เมื่อไม่มีหน้ากาก CDC แนะนำให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันใบหน้า (face shield) หรือใช้หน้ากากทำมือเป็นทางเลือกสุดท้าย

เครื่องช่วยหายใจ

ผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงถึงขนาดต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหรืออุปกรณ์คล้ายกัน แต่ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งจำเป็นต้องใช้ ชนิดของการช่วยหายใจในผู้ป่วยทางเดินหายใจล้มเหลวเนื่องจากโควิด-19 กำลังมีการศึกษาสำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาล และมีหลักฐานบ้างที่ว่าสามารถเลี่ยงการใส่ท่อช่วยหายใจได้ด้วยการบำบัดด้วยออกซิเจนแบบผสมอากาศอัตราการไหลสูงผ่านหลอดคาจมูก หรือการช่วยหายใจแบบไม่รุกล้ำด้วยเครื่องให้แรงดันบวกในทางเดินทางใจแบบสองระดับ (BIPAP) แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่าสองวิธีนี้ก่อให้เกิดประโยชน์เท่ากับเครื่องช่วยหายใจในผู้ป่วยวิกฤตหรือไม่ แพทย์บางส่วนนิยมเลือกใช้เครื่องช่วยหายใจแบบล่วงล้ำหากมี เพราะเทคนิคนี้ช่วยจำกัดการแพร่กระจายของอนุภาคละอองลอยเมื่อเทียบกับหลอดคาจมูกการไหลสูง

ผู้ป่วยรุนแรงส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ (คืออายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลอายุมากกว่า 80 ปี) ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศมีอัตราเตียงโรงพยาบาลต่อหัวไม่เพียงพอ ซึ่งจำกัดขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขในการรับมือกับการเพิ่มขึ้นเฉียบพลันของจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรงถึงขั้นรับรักษาในโรงพยาบาล ความจุที่จำกัดนี้เป็นแรงผลักดันสำคัญสำหรับการเรียกร้องให้ "ทำให้เส้นโค้งราบ" คือ การลดอัตราเร็วของการเกิดผู้ป่วยใหม่ และรักษาจำนวนผู้ป่วยในช่วงเวลาดหนึ่ง ๆ ให้ต่ำลง งานวิจัยหนึ่งในประเทศจีนพบว่า 5% เข้ารับการรักษาในหน่วยอภิบาล (ICU) 2.3% ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและ 1.4% เสียชีวิต ในประเทศจีน ผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาในโรงพยาบาลประมาณ 30% สุดท้ายต้องเข้ารักษาใน ICU

กลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน

การช่วยหายใจด้วยเครื่องช่วยหายใจจะมีความซับซ้อนมากขึ้นเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นกลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน (ARDS) ในผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งจะทำให้การให้ออกซิเจนยากลำบากมากขึ้น แพทย์จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดที่มีโหมดช่วยหายใจด้วยการควบคุมความดัน (pressure control mode) และสามารถกำหนดค่า PEEP ในระดับสูงได้ เพื่อช่วยนำส่งออกซิเจนได้มากที่สุดพร้อมกับลดความเสี่ยงของการเกิดการบาดเจ็บของปอดจากการใช้เครื่องช่วยหายใจและโพรงเยื่อหุ้มปอดมีอากาศให้น้อยที่สุด เครื่องช่วยหายใจแบบเก่าบางประเภทอาจไม่สามารถให้การช่วยหายใจแบบมี PEEP สูงได้

มีอัตราตายสูงในผู้ป่วยโควิด-19 ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งเชื่อว่าเนื่องจากพายุไซโตไคน์ สมาคมวิทยาภูมิคุ้มกันและภูมิแพ้ออสตราเลเซียแนะนำให้พิจารณาขัดขวางระบบ IL-6 ในโรครุนแรงโดยเร็ว และรวมอยู่ในข้อพิจารณาในแนวทางการรักษาหลายประเทศ

ทางเลือกสำหรับ ARDS
การบำบัด ข้อแนะนำ
ออกซิเจนแบบผสมอากาศอัตราการไหลสูง สำหรับ SpO2 <93% อาจป้องกันความจำเป็นต้องใช้การใส่ท่อช่วยหายใจและเครื่องช่วยหายใจ
ปริมาตรหายใจเข้าออก 6 มล./กก. และสามารถลดลงเหลือ 4 มล./กก.
ความดันทางเดินหายใจราบ รักษาให้ต่ำกว่า 30 cmH2O ถ้าเป็นไปได้ (อาจต้องใช้อัตราการหายใจสูง (35 ครั้งต่อนาที))
ความดันบวกที่สุดการหายใจ ระดับปานกลางถึงสูง
การจัดท่านอนคว่ำ สำหรับการทำให้ออกซิเจนแย่ลง
การจัดการสารน้ำ เป้าหมายคือดุลติดลบ 0.5–1 ลิตรต่อวัน
ยาปฏิชีวนะ สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรียทตุยิภูมิ
กลูโคคอร์ติคอยด์ ไม่แนะนำ

การรักษาขั้นทดลอง

เริ่มการวิจัยหาการรักษาที่มีศักยภาพในเดือนมกราคม 2563 และยาต้านไวรัสหลายตัวอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิก เรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) ดูเหมือนจะมีแนวโน้มมากที่สุด แม้ว่ายาใหม่อาจใช้เวลาพัฒนาจนถึงปี 2564 ยาหลายชนิดที่กำลังทดสอบได้รับการอนุมัติสำหรับใช้อย่างอื่นหรืออยู่ในการทดสอบขั้นสูงแล้ว อาจทดลองใช้ยาต้านไวรัสในผู้ป่วยอาการรุนแรง WHO แนะนำให้อาสาสมัครมีส่วนร่วมในการทดลองประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการรักษาที่มีศักยภาพ

FDA อนุญาตชั่วคราวแก่พลาสมาระยะฟื้นตัวเป็นการรักษาขั้นทดลองในผู้ป่วยซึ่งชีวิตถูกคุกคามร้ายแรงหรือทันที ทั้งนี้ ยังไม่ผ่านการศึกษาทางคลินิกซึ่งจำเป็นต่อการแสดงความปลอดภัยและประสิทธิภาพสำหรับโรค

เทคโนโลยีสารสนเทศ

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 จีนเปิดตัวแอพโทรศัพท์มือถือเพื่อรับมือการระบาดของโรค โดยจะมีการขอให้ผู้ใช้กรอกชื่อและเลขประจำตัวของตน แอพนี้สามารถตรวจจับ "การสัมผัสใกล้ชิด" โดยใช้ข้อมูลการสอดส่องดูแล ฉะนั้นจึงบอกความเสี่ยงการติดเชื้อที่เป็นไปได้ ผู้ใช้ทุกคนสามารถตรวจสอบสถานภาพของผู้ใช้อื่นอีกสามคน หากตรวจพบโอกาสที่เป็นไปได้ แอพไม่เพียงจะแนะนำให้กักโรคตนเองเท่านั้น ยังแจ้งเตือนข้าราชการสาธารณสุขท้องถิ่นด้วย

มีการใช้การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ซึ่งข้อมูลโทรศัพท์มือถือ เทคโนโลยีการรู้จำใบหน้า การค้นหาและติดตามโทรศัพท์มือถือ และปัญญาประดิษฐ์ในการติดตามผู้ติดเชื้อและผู้ที่สัมผัสกับผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้ ไต้หวันและสิงคโปร์ ในเดือนมีนาคม 2563 รัฐบาลอิสราเอลเปิดใช้งานหน่วยงานความมั่นคงในการค้นหาและติดตามข้อมูลโทรศัพท์มือถือของผู้ที่ต้องสงสัยว่าติดไวรัสโคโรนา มาตรดารดังกล่าวนำมาใช้เพื่อใช้บังคับการกักโรคและคุ้มครองผู้ที่อาจสัมผัสกับพลเมืองที่ติดเชื้อ นอกจากนี้ในเดือนมีนาคม 2563 ด็อยท์เชอเทเลอค็อมแบ่งปันข้อมูลตำแหน่งโทรศัพท์รวมกับหน่วยงานของรัฐบาลกลางเยอรมัน สถาบันโรแบร์ท ค็อค เพื่อวิจัยและป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส รัสเซียใช้เทคโนโลยีรู้จำใบหน้าเพื่อตรวจจับผู้ฝ่าฝืนการกักโรค Giulio Gallera ผู้ตรวจการสาธารณสุขภูมิภาคของอิตาลี กล่าวว่าเขาได้รับแจ้งจากผู้ให้บริการโทรศัพม์เคลื่อนที่ว่า "ประชาชน 40% ยังคงเดินทางอยู่" รัฐบาลเยอรมันดำเนินการแฮกกาธอนสุดสัปดาห์เป็นเวลา 48 ชั่วโมง โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 42,000 คน นอกจากนี้ประธานาธิบดี Kersti Kaljulaid แห่งเอสโตเนียยังเรียกร้องทั่วโลกให้มีทางออกอย่างสร้างสรรค์ต่อการระบาดของไวรัสโคโรนา

การประคับประคองจิตใจ

บุคคลอาจประสบทุกข์จากการกักโรค การจำกัดการเดินทาง ผลข้างเคียงของการรักษาและความกลัวโรค เพื่อจัดการกับความกังวลเหล่านี้ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนจัดพิมพ์แนวทางปฏิบัติระดับชาติสำหรับการรับมือวิกฤตจิตวิทยาเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563

เดอะแลนซิต เผยแพร่ข้อเรียกร้อง 14 หน้าซึ่งเน้นสาหราชอาณาจักรและระบุสภาพซึ่งพบปัญหาสุขภาพจิตหลายอย่างบ่อยขึ้น บีบีซียกคำพูดของรอี โอคอนเนอร์ที่ว่า "การเพิ่มการแยกสันโดษทางสังคม ความเปลี่ยวเหงา ความกังวลทางสุขภาพ ความเครียดและภาวะเศรษฐกิจ" BBC อ้างถึง Rory O'Connor โดยกล่าวว่า "ความโดดเดี่ยวทางสังคมที่เพิ่มขึ้นความเหงาความวิตกกังวลด้านสุขภาพความเครียดและภาวะเศรษฐกิจขาลงเป็นพายุชั้นเลิศในการทำร้ายสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน"

ความรุนแรงของผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้รับการวินิจฉัยในประเทศจีน
อัตราป่วยตายแบ่งตามกลุ่มอายุ:
ประเทศจีน จนถึง 11 กุมภาพันธ์ 2563
ประเทศเกาหลีใต้ จนถึง 17 กรกฎาคม 2563
ประเทศสเปน จนถึง 18 พฤษภาคม 2563
ประเทศอิตาลี จนถึง 3 มิถุนายน 2563
อัตราป่วยตายในประเทศจีนโดยขึ้นกับปัญหาสุขภาพอื่น ข้อมูลถึง 11 กุมภาพันธ์ 2563
จำนวนผู้เสียชีวิตต่อผู้ป่วยทั้งหมดแบ่งตามประเทศ และอัตราป่วยตายโดยประมาณ

ความรุนแรงของโควิด-19 มีหลายระดับ โรคอาจดำเนินแบบเบาโดยไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย โดยคล้ายกับโรคทางเดินหายใจส่วนบนที่พบทั่วไปอย่างอื่น เช่น โรคหวัด ผู้ป่วยเบาตรงแบบหายดีภายในสองสัปดาห์ ส่วนผู้ป่วยรุนแรงหรือวิกฤตอาจใช้เวลาหายสามถึงหกสัปดาห์ ในบรรดาผู้เสียชีวิตนั้น เวลาตั้งแต่เริ่มมีอาการถึงเสียชีวิตอยู่ระหว่างสองถึงแปดสัปดาห์

เด็กไวต่อโรค แต่มีแนวโน้มมีอาการรุนแรงน้อยกว่า และมีโอกาสเป็นโรครุนแรงน้อยกว่าผู้ใหญ่ ในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 50 ปีมีโอกาสเสียชีวิตน้อยกว่า 0.5% ส่วนผู้อายุมากกว่า 70 ปีมีโอกาสมากกว่า 8% หญิงมีครรภ์อาจมีความเสี่ยงติดโควิด-19 รุนแรงสูงกว่าโดยอาศัยข้อมูลจากไวรัสคล้ายกัน อย่างโรคซาร์สและเมอส์ แต่ยังขาดข้อมูลสำหรับโควิด-19

บางการศึกษาพบว่า อัตราส่วนนิวโทรฟิลต่อเม็ดเลือดขาว (NLR) อาจมีประโยชน์ในการตรวจคัดกรองการป่วยรุนแรงเบื้องต้น

ผู้ป่วยโควิด-19 ที่เสียชีวิตจำนวนนมากมีโรคพื้นเดิม เช่น ความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวานและโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด Istituto Superiore di Sanità รายงานว่าจาก 8.8% ของผู้เสียชีวิตที่มีเวชระเบียนให้ทบทวน ผู้ป่วยที่ได้รับสุ่มตัวอย่าง 97.2% มีโรคร่วมอย่างน้อยหนึ่งโรค โดยผู้ป่วยมีโรคร่วมเฉลี่ยคนละ 2.7 โรค ตามรายงานเดียวกัน ระยะเวลามัธยฐานระหว่างเริ่มต้นมีอาการและเสียชีวิตคือ 10 วัน โดยห้าวันเป็นวันที่รับรักษาในโรงพยาบาล อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยที่ได้รับการย้ายเข้า ICU มีเวลามัธยฐาน 7 วันตั้งแต่รับรักษาในโรงพยาบาลและเสียชีวิต ในการศึกษาผู้ป่วยช่วงต้น เวลามัธยฐานตั้งแต่แสดงอาการเริ่มแรกถึงเสียชีวิตคือ 14 วัน โดยมีพิสัยระหว่าง 6 ถึง 41 วัน ในการศึกษาโดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (NHC) ของจีน ชายมีอัตราตาย 2.8% ส่วนหญิงมีอัตราตาย 1.7% การตรวจทางจุลพยาธิวิทยาของตัวอย่างปอดหลังเสียชีวิตแสดงให้เห็นความเสียหายของถุลมแบบแผ่กระจาย (diffuse alveolar damage) โดยมีสิ่งซึมเยิ้มขึ้นไฟโบรมิกซอยด์ของเซลล์ (cellular fibromyxoid exudates) ในปอดสองข้าง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดพยาธิสภาพต่อเซลล์ (cytopathic) ของไวรัสสังเกตได้ในเซลล์ปอด ภาพปอดจะดูคล้ายกลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน (ARDS) ในผู้เสียชีวิต 11.8% ที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนรายงาน พบความเสียหายต่อหัวใจโดยมีระดับโทรโปนินสูงขึ้นหรือหัวใจหยุด จากข้อมูลเมื่อเดือนมีนาคม 2563 จากสหรัฐ 89% ของผู้ได้รับรักษาในโรงพยาบาลมีโรคพื้นเดิม

ความพร้อมของทรัพยากรการแพทย์และเศรฐกิจสังคมของภูมิภาคหนึ่งอาจมีผลต่ออัตราตาย การประมาณอัตราตายจากโรคแตกต่างกันได้อันเนื่องจากความแตกต่างของภูมิภาค แต่ยังมีสาเหตุมาจากความลำบากใน ระเบียบวิธีของข้อมูลด้วย การนับผู้ป่วยอาการเบาน้อยกว่าจริงอาจทำให้ประมาณอัตราตายสูงเกิน อย่างไรก็ดีข้อเท็จจริงที่ว่าการเสียชีวิตเป็นผลของผู้ป่วยที่ติดโรคในอดีตอาจหมายความว่าอัตราตายประมาณได้ต่ำเกิน ผู้สูบบุหรี่มีโอกาสเกิดอาการรุนแรงของโควิด-19 คิดเป็น 1.4 เท่าและมีโอกาสต้องการการอภิบาลหรือเสียชีวิตคิดเป็น 2.4 เท่าเมื่อเทียบกับผู้ไม่สูบบุหรี่

มีการยกข้อกังวลเกี่ยวกับผลตามระยะยาวของโรค องค์การโรงพยาบาลฮ่องกงพบว่าสมรรถภาพปอดลดลง 20% ถึง 30% ในผู้ป่วยบางรายที่หายจากโรค และการสแกนปอดพบความเสียหายต่ออวัยวะ เหตุนี้ยังอาจนำไปสู่กลุ่มอาการหลังการอภิบาลหลังหายแล้ว

อัตราป่วยตาย (%) ตามอายุและประเทศ
อายุ 0-9 10-19 20-29 30-39 40-49 50-59 60-69 70-79 80-89 90+
ประเทศจีน ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 0.0 0.2 0.2 0.2 0.4 1.3 3.6 8.0 14.8
เดนมาร์กเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 0.2 4.1 16.6 27.6 48.1
อิตาลีเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 0.2 0.0 0.1 0.3 0.9 2.7 10.6 25.8 32.0 29.2
เนเธอร์แลนด์เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 0.0 0.2 0.1 0.3 0.5 1.7 8.1 25.5 32.7 33.9
เกาหลีใต้ ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 0.0 0.0 0.0 0.2 0.2 0.8 2.8 10.9 26.3
สเปนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 0.2 0.3 0.2 0.3 0.6 1.4 4.9 14.3 21.0 22.3
สวิตเซอร์แลนด์ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 0.0 0.0 0.0 0.1 0.1 0.6 3.3 11.5 27.9
อัตราป่วยตาย (%) ตามอายุในสหรัฐ
อายุ 0-19 20-44 45-54 55-64 65-74 75-84 85 +
สหรัฐ ณ วันที่

16 มีนาคม

0.0 0.1-0.2 0.5-0.8 1.4-2.6 2.7-4.9 4.3-10.5 10.4-27.3
หมายเหตุ: ขอบเขตล่างรวมผู้ป่วยทุกราย ขอบเขตบนไม่นับรวมผู้ป่วยที่ขาดข้อมูล
พยากรณ์โรคโดยประมาณตามอายุและเพศโดยอาศัยผู้ป่วยจากประเทศฝรั่งเศสและเรือ ไดอะมันด์ปรินเซส
ร้อยละของผู้ติดเชื้อที่รับรักษาในโรงพยาบาล
0–19 20–29 30–39 40–49 50–59 60–69 70–79 80+ รวม
หญิง 0.2
(0.1–0.3)
0.6
(0.3–0.9)
1.1
(0.7–1.8)
1.6
(0.9–2.4)
3.2
(1.9–4.9)
6.2
(3.7–9.6)
9.6
(5.7–14.8)
23.6
(14.0–36.4)
3.2
(1.9–5.0)
ชาย 0.2
(0.1–0.3)
0.7
(0.4–1.1)
1.4
(0.9–2.2)
1.9
(1.1–3.0)
3.9
(2.3–6.1)
8.1
(4.8–12.6)
13.4
(8.0–20.7)
45.9
(27.3–70.9)
4.0
(2.4–6.2)
รวม 0.2
(0.1–0.3)
0.6
(0.4–1.0)
1.3
(0.8–2.0)
1.7
(1.0–2.7)
3.5
(2.1–5.4)
7.1
(4.2–11.0)
11.3
(6.7–17.5)
32.0
(19.0–49.4)
3.6
(2.1–5.6)
ร้อยละของผู้ป่วยรับรักษาในโรงพยาบาลที่เข้าหน่วยอภิบาล
0–19 20–29 30–39 40–49 50–59 60–69 70–79 80+ รวม
หญิง 16.7
(14.4–19.2)
8.6
(7.5–9.9)
11.9
(10.9–13.0)
16.6
(15.6–17.7)
20.7
(19.8–21.7)
23.1
(22.2–24.0)
18.7
(18.0–19.5)
4.2
(4.0–4.5)
14.3
(13.9–14.7)
ชาย 26.9
(23.2–31.0)
14.0
(12.2–15.9)
19.2
(17.6–20.9)
26.9
(25.3–28.5)
33.4
(32.0–34.8)
37.3
(36.0–38.6)
30.2
(29.2–31.3)
6.8
(6.5–7.2)
23.1
(22.6–23.6)
รวม 22.2
(19.2–25.5)
11.5
(10.1–13.2)
15.9
(14.6–17.3)
22.2
(21.0–23.5)
27.6
(26.5–28.7)
30.8
(29.8–31.8)
24.9
(24.1–25.8)
5.6
(5.3–5.9)
19.0
(18.7–19.44)
ร้อยละของผู้ที่รับรักษาในโรงพยาบาลแล้วเสียชีวิต
0–19 20–29 30–39 40–49 50–59 60–69 70–79 80+ รวม
หญิง 0.5
(0.2–1.1)
0.9
(0.5–1.3)
1.5
(1.2–1.9)
2.6
(2.3–3.0)
5.2
(4.8–5.6)
10.1
(9.5–10.6)
16.7
(16.0–17.4)
25.2
(24.4–26.0)
14.4
(14.0–14.9)
ชาย 0.7
(0.3–1.5)
1.3
(0.8–1.9)
2.2
(1.7–2.7)
3.8
(3.4–4.4)
7.6
(7.0–8.2)
14.8
(14.1–15.6)
24.6
(23.7–25.6)
37.1
(36.1–38.2)
21.22
(20.8–21.7)
รวม 0.6
(0.3–1.3)
1.1
(0.7–1.6)
1.9
(1.5–2.3)
3.3
(2.9–3.7)
6.5
(6.0–7.0)
12.6
(12.0–13.2)
21.0
(20.3–21.8)
31.6
(30.9–32.4)
18.1
(17.8–18.4)
ร้อยละของผู้ติดเชื้อแล้วเสียชีวิต – อัตราติดเชื้อตาย (IFR)
0–19 20–29 30–39 40–49 50–59 60–69 70–79 80+ รวม
หญิง 0.001
(<0.001–0.002)
0.005
(0.002–0.009)
0.02
(0.01–0.03)
0.04
(0.02–0.07)
0.2
(0.1–0.3)
0.6
(0.4–1.0)
1.6
(1.0–2.5)
5.9
(3.5–9.2)
0.5
(0.3–0.7)
ชาย 0.001
(<0.001–0.003)
0.008
(0.004–0.02)
0.03
(0.02–0.05)
0.07
(0.04–0.1)
0.3
(0.2–0.5)
1.2
(0.7–1.9)
3.3
(2.0–5.1)
17.1
(10.1–26.3)
0.8
(0.5–1.3)
รวม 0.001
(<0.001–0.002)
0.007
(0.003–0.01)
0.02
(0.01–0.04)
0.06
(0.03–0.09)
0.2
(0.1–0.36)
0.9
(0.5–1.4)
2.4
(1.4–3.7)
10.1
(6.0–15.6)
0.7
(0.4–1.0)
จำนวนในวงเล็บคือ ช่วงความเชื่อมั่น 95% สำหรับค่าประมาณ

ภูมิคุ้มกัน

ณ เดือนเมษายน 2563 ยังไม่ทราบว่าการติดเชื้อในอดีตก่อให้เกิดภูมิตุ้มกันที่มีประสิทธิภาพและคงอยู่ระยะยาวในบุคคลที่หายจากโรคหรือไม่ มีรายงานว่าผู้เคยติดเชื้อบางคนเกิดสารภูมิต้านทานป้องกันโรค ฉะนั้นจึงสันนิษฐานว่าภูมิคุ้มกันแบบรับมามีความเป็นไปได้ โดยอาศัยข้อมูลจากพฤติกรรมของไวรัสโคโรนาชนิดอื่น มีรายงานผู้ป่วยที่หายจากโควิด-19 ที่ติดตามแล้วการทดสอบไวรัสโคโรนาเป็นบวกในภายหลัง อย่างไรก็ดี เชื่อว่าเป็นการติดเชื้อนาน (lingering) มากกว่าการติดเชื้อซ้ำ หรือเป็นผลบวกลวงเนื่องจากชิ้นส่วนอาร์เอ็นเอที่หลงเหลืออยู่ การสอบสวนบุคคล 285 คนโดย CDC เกาหลีซึ่งผลตรวจ SARS-CoV-2 ในการทดสอบ PCR เป็นบวกหลังหายโควิด-19 แล้วหลายวันถึงหลายสัปดาห์ไม่พบหลักฐานว่าปัจเจกเหล่านี้ติดต่อทางสัมผัสในช่วงเวลาหลังนี้ ไวรัสโคโรนาชนิดอื่นบางตัวที่ยังติดเชื้อในมนุษย์สามารถติดเชื้อซ้ำได้หลังเวลาผ่านไป 1 ปี

เชื่อว่าไวรัสนี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติและมีต้นกำเนิดจากสัตว์ ผ่านการติดเชื้อล้น ยังไม่ทราบต้นกำเนิดแท้จริง แต่ในเดือนธันวาคม 2562 การแพร่กระจายการติดเชื้อเกิดขึ้นแทบทั้งหมดจากคนสู่คน การศึกษาผู้ป่วยโควิด-19 ยืนยันแล้ว 41 รายแรก ซึ่งตีพิมพ์ในเดอะแลนซิตเมื่อเดือนมกราคม 2563 เปิดเผยว่าวันเริ่มต้นอาการวันแรกสุดได้แก่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 สิ่งพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการจาก WHO รายงานว่าอาการเริ่มต้นเร็วที่สุดคือวันที่ 8 ธันวาคม 2562 WHO และทางการจีนยืนยันการติดต่อจากคนสู่คนในวันที่ 20 มกราคม 2563

มีการใช้มาตรการต่าง ๆ โดยทั่วไปเพื่อวัดอัตราตาย ตัวเลขเหล่านี้แตกต่างกันตามภูมิภาคและช่วงเวลา และได้รับอิทธิพลจากปริมาณการทดสอบ คุณภาพของระบบกสาธารณสุข ตัวเลือกการรักษา เวลาตั้งแต่การระบาดครั้งแรกและลักษณะประชากร เช่น อายุ เพศ และสุขภาพโดยรวม

อัตราส่วนเสียชีวิตต่อผู้ป่วยสะท้อนจำนวนผู้เสียชีวิตหารด้วยจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับวินิจฉัยในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ โดยอาศัยสถิติมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ อัตราส่วนเสียชีวิตต่อผู้ป่วยทั่วโลกอยู่ที่ (345,442/5,435,789) ณ 25 พฤษภาคม 2563 จำนวนดังกล่าวแตกต่างกันตามภูมิภาค

มาตรการอื่น ๆ ได้แก่ อัตราป่วยตาย (CFR) ซึ่งสะท้อนร้อยละของผู้ป่วยได้รับวินิจฉัยที่เสียชีวิตจากโรคและอัตราติดเชื้อตาย (IFR) ซึ่งสะท้อนร้อยละของผู้ติดเชื้อ (ทั้งที่ได้รับวินิจฉัยและไม่ได้รับวินิจฉัย) ที่เสียชีวิตจากโรค สถิติเหล่านี้ไม่ผูกกับเวลาและติดตามประชากรจำเพาะจากการติดเชื้อผ่านการหายของผู้ป่วย นักวิชาการจำนวนหนึ่งพยายามคำนวณจำนวนเหล่านี้สำหรับประชากรจำเพาะ

เกิดการระบาดในเรือนจำเนื่องจากความแออัดและไม่สามารถบังคับใช้การเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเหมาะสมได้ ในสหรัฐ ประชากรเรือนจำสูงอายุมากขึ้นและจำนนวมากมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลลัพธ์เลวจากโควิด-19 เนื่องจากมีโรคหัวใจและปอดร่วมสูงและเข้าถึงสาธารณสุขคุณภาพดีได้น้อย

  • ผู้ป่วยยืนยันแล้วตามเวลา

  • ผู้เสียชีวิตทั้งหมดตามเวลา

  • จำนวนผู้ได้รับการยืนยันโควิด-19 ต่อล้านคน

  • ยอดผู้เสียชีวิตยืนยันจากโควิด-19 ต่อล้านคน

อัตราติดเชื้อตาย

Our World in Data แถลงว่าจนถึงวันที่ 25 มีนาคม 2563 อัตราติดเชื้อตาย (IFR) ไม่สามารถคำนวณได้อย่างแม่นยำ ในเดือนกุมภาพันธ์ กลุ่มวิจัยหนึ่งประมาณ IFR ไว้ที่ 0.94% โดยมีช่วงความเชื่อมั่นระหว่าง 0.37% ถึง 2.9% ศูนย์แพทยศาสตร์อิงหลักฐานมหาวิทยาลัยลอนดอน (CEBM) ประมาณ GFR 0.8 ทั่วโลกไว้ที่ 9.6% (ทบทวนล่าสุด 30 เมษายน) และ IFR 0.10% ถึง 0.41% (ทบทวนล่าสุด 2 พฤษภาคม) จากข้อมูลของ CEBM การทดสอบสารภูมิต้านทานแบบสุ่มในประเทศเยอรมนีประมาณ IFR ไว้ 0.37% (0.12% ถึง 0.87%) แต่มีข้อกังวลเกี่ยวกับผลบวกลวง ขอบเขตล่างของอัตราติดเชื้อตายพบแล้วในหลายที่ ณ วันที่ 7 พฤษภาคม ในนครนิวยอร์กซึ่งมีประชากร 8.4 ล้านคน มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวน 14,162 คน (0.17%) ในแคว้นแบร์กาโม ประเทศอิตาลี ประชากรเสียชีวิต 0.57% วันที่ 1 พฤษภาคม การทดสอบสารภูมิต้านทานในรัฐนิวยอร์กเสนอ IFR ที่ 0.86%

ความแตกต่างระหว่างเพศ

ผลกระทบและอัตราตายของโควิด-19 แตกต่างกันระหว่างชายและหญิง อัตราตายในชายสูงกว่าหญิงในการศึกษาในประเทศจีนและอิตาลี ความเสี่ยงสูงสุดสำหรับชายคือในช่วงอายุ 50-59 ปี โดยช่องว่างระหว่างชายและหญิงบรรจบกันที่อายุ 90 ปีเท่านั้น ในประเทศจีนอัตราตายอยู่ที่ร้อยละ 2.8 สำหรับชายและ 1.7 สำหรับหญิง ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของความแตกต่างระหว่างเพศ แต่ปัจจัยทางพันธุกรรมและพฤติกรรมอาจเป็นเหตุผล ความแตกต่างทางภูมิคุ้มกันที่เกิดจากเพศและความชุกของการสูบบุหรี่ในหญิงเมื่อเทียบกับชาย และชายที่เกิดโรคร่วมอย่างความดันโลหิตสูงในอายุน้อยกว่าหญิงอาจส่งเสริมให้อัตราตายในชายสูงกว่า ในทวีปยุโรป ผู้ติดเชื้อ 57% เป็นชายและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เป็นชาย 72% จนถึงเดือนเมษายน 2563 รัฐบาลสหรัฐไม่ได้ติดตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเพศของการติดเชื้อโควิด-19 การวิจัยแสดงว่าการเจ็บป่วยจากไวรัส เช่น อีโบลา, เอชไอวี, ไข้หวัดใหญ่และโรคซาร์สส่งผลกระทบต่อชายและหญิงต่างกัน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขโดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาบาลเป็นหญิงมากกว่าชาย และมีโอกาสสัมผัสไวรัสสูงกว่า การปิดโรงเรียน การห้ามเข้าออก (lockdown) และลดการเข้าถึงสาธารณสุขหลังการระบาดทั่วของไวรัสโคโรนาในปี 2562–2563 อาจมีผลต่อสองเพศต่างกัน และอาจขยายความแตกต่างระหว่างเพศที่มีอยู่ให้มากขึ้นอีก

การตั้งชื่อ

องค์การอนามัยโลกประกาศเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 ว่าชื่อทางการของโรคนี้คือ "โควิด-19" (COVID-19) หัวหน้า WHO เตโวโดรส อัดฮาโนม เกอเบรออีเยอซุส อธิบายว่า: CO มาจากคำว่า "โคโรนา" (corona), VI มาจากคำว่า "ไวรัส" (virus) ไวรัส, D มาจากคำว่า "โรค" (disease) และ 19 เป็นปีที่มีการระบุการระบาดครั้งแรก (31 ธันวาคม 2019 ) เลือกชื่อนี้เพื่อเลี่ยงการพาดพิงไปยังตำแหน่งภูมิศาสตร์จำเพาะ (เช่น จีน) ชนิดสัตว์หรือกลุ่มคน ตามคำแนะนำจากนานาชาติสำหรับการตั้งชื่อเพื่อป้องกันการตีตรา

ไวรัสที่ก่อโควิด-19 มีชื่อว่า ไวรัสโคโรนากลุ่มอาการหายใจเฉียบพลันรุนแรง 2 (SARS-CoV-2) นอกจากนี้ WHO ใช้วลี "ไวรัสโควิด-19" เพิ่มเติมและ "ไวรัสที่ก่อให้เกิดโควิด-19" ในการสื่อสารสาธารณะ มีการตั้งชื่อไวรัสโคโรนาในปี 2511 เมื่อพบครั้งแรกในกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ซึ่งชวนให้คิดถึงโคโรนาของดวงอาทิตย์, คำว่า Corona หมายถึงมงกุฎในภาษาละติน ทั้งโรคและไวรัสมักเรียกกันว่า "ไวรัสโคโรนา"

ระหว่างการระบาดครั้งแรกในอู่ฮั่น ประเทศจีน โดยทั่วไปเรียกไวรัสและโรคว่า "ไวรัสโคโรนา" และ "ไวรัสโคโรนาอู่ฮั่น" บางทีเรียก "โรคปอดบวมอู่ฮั่น" ในเดือนมกราคม 2563 องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้ 2019-nCov และโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน 2019-nCoV เป็นชื่อชั่วคราวสำหรับไวรัสและโรคตามแนวทางการใช้สถานที่ในชื่อโรคและไวรัส ทั้งนี้ หลายโรคในอดีตได้ชื่อตามสถานที่ภูมิศาสตร์ เช่น ไข้หวัดใหญ่สเปน โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง และไวรัสซิกา

ข้อมูลที่ผิด

หลังจากที่การระบาดของโควิด-19 ขั้นแรก เกิดทฤษฎีสมคบคิด ข้อมูลที่ผิดและบิดเบือนเกี่ยวกับกำเนิด ขนาด การป้องกัน การรักษา และด้านอื่นของโรค และมีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วออนไลน์

ดูเหมือนว่ามนุษย์สามารถแพร่เชื้อไวรัสไปยังสัตว์อื่น ๆ แมวเลี้ยงในลีแยฌ ประเทศเบลเยียม มีผลตรวจเป็นบวกหลังมันเริ่มแสดงอาการ (ท้องร่วง อาเจียน หายใจถี่) หนึ่งสัปดาห์หลังเจ้าของที่ผลเป็นบวกเช่นกัน เสือในสวนสัตว์บรองซ์ มีผลตรวจไวรัสเป็นบวกและแสดงอาการของโควิด-19 รวมถึงอาการไอแห้งและเบื่ออาหาร

การศึกษาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการปลูกเชื้อไวรัสพบว่า แมวและพังพอนดูเหมือนจะ "ไวมาก" ต่อโรค ในขณะที่หมาดูมีความไวน้อยกว่า โดยมีระดับการถ่ายแบบไวรัสต่ำกว่า การศึกษานี้ไม่พบหลักฐานการถ่ายแบบไวรัสในหมู เป็ด และไก่

ยังไม่มียาหรือวัคซีนใดได้รับอนุญาตให้รักษาโรค การวิจัยระหว่างประเทศด้านวัคซีนและยาในโควิด-19 กำลังดำเนินอยู่โดยองค์การรัฐบาล กลุ่มวิชาการและนักวิจัยอุตสาหกรรม ในเดือนมีนาคม องค์การอนามัยโลกริเริ่ม "การทดลองซอลิแดริตี" เพื่อประเมินผลการรักษาของสารต้านไวรัส 4 ชนิดที่มีอยู่แล้วซึ่งมีหวังประสิทธิภาพสูงสุด องค์การอนามัยโลกยับยั้งไฮดร็อกซีคลอโรควินจากการทดลองยาทั่วโลกสำหรับการรักษาโควิด-19 ในวันที่ 26 พฤษภาคท 2563 ก่อนหน้านี้องค์การฯ ขึ้นทะเบียนผู้ป่วย 3,500 คนจาก 17 ประเทศในการทดลองซอลิแดริตี ประเทศฝรั่งเศส อิตาลีและเบลเยียมห้ามใช้ไฮดร็อกซีคลอโรควินสำหรับรักษาโควิด-19

ยา

มีการสรุปการทดลองประสิทธิผลระยะที่ 2–4 ในโควิด-19 จำนวน 29 การทดลองในเดือนมีนาคม 2563 หรือมีกำหนดได้ผลลัพธ์มนเดือนเมษายนจากโรงพยาบาลในประเทศจีน มีการทดลองทางคลินิกดำเนินอยู่กว่า 300 การทดลองในเดือนเมษายน 2563 การทดลองเจ็ดการทดลองกำลังประเมินผลการรักษาโรคมาลาเรียที่ได้รับอนุมัติแล้ว ตลอดจนการศึกษาเกี่ยวกับไฮดร็อกซีคลอโรควินหรือคลอโรควิน ยาต้านไวรัสที่มีการเปลี่ยนวัตถุประสงค์ใหม่เป็นการวิจัยของจีนที่พบมากที่สุด โดยมีการทดลองยาเร็มเดสซิเวียระยะที่ 3 จำนวน 9 การทดลองในหลายประเทศที่มีกำหนดรายงานในปลายเดือนเมษายน สารอื่นที่มีศักยภาพในการทดลอง ได้แก่ ยาขยายหลอดเลือด คอร์ติโคสเตียรอยด์ ภูมิคุ้มกันบำบัด กรดไลโออิก เบวาซิซูแมบ, และเอ็นไซม์แปลงแอนจิโอเทนซิน 2 สายผสม (recombinant ACE2)

แนวร่วมการวิจัยคลินิกโควิด-19 มีเป้าหมายเพื่อ 1) อำนวยความสะดวกให้คณะกรรมการจริยธรรมและหน่วยงานกำกับระดับชาติทบทวนข้อเสนอการทดลองทางคลินิกอย่างรวดเร็ว 2) เร่งรัดการอนุมัติสารประกอบเพื่อการรักษาที่ได้รับการพิจารณา 3) รับประกันการวิเคราะห์ที่เป็นมาตรฐานและรวดเร็วของข้อมูลประสิทะผลและความปลอดภัยที่เกิดขึ้นใหม่ และ 4) อำนวยความสะดวกในการแบ่งปันผลการทดลองทางคลินิกก่อนตีพิมพ์ ณ เดือนเมษายน 2563 มีการทบทวนแบบพลวัตซึ่งการพัฒนาทางคลินิกสำหรับสารที่ได้รับการพิจารณาเป็นวัคซีนและยา โควิด-19 ของผู้สมัครอยู่ในขณะที่เมษายน 2563

ขณะนี้กำลังมีการประเมินยาต้านไวรัสที่มีอยู่หลายตัวสำหรับการรักษาโควิด-19 รวมถึงเรมเดซิเวียร์, คลอโรควินและไฮดร็อกซีคลอโรควิน, โลปินาเวียร์/ริโตนาเวียร์ และโลปินาเวียร์/ริโตนาเวียร์ร่วมกันอินเตอร์เฟียรอนบีตา ในเดือนมีนาคม 2563 มีหลักฐานเบื้องต้นสำหรับประสิทธิผลของเรมเดซิเวียร์ พบอาการทางคลินิกดีขึ้นในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยเรมเดซิเวียร์ซึ่งเป็นการใช้อย่างการุณ (compassionate-use) เรมเดซิเวียร์ยับยั้ง SARS-CoV-2 นอกกาย กำลังมีการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ในสหรัฐ ประเทศจีนและอิตาลี

ในปี 2563 การทดลองหนึ่งพบว่าโลปินาเวียร์/ริโตนาเวียร์ไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาโควิด-19 รุนแรง นิทาโซซาไนด์ (Nitazoxanide) ได้รับคำแนะนำให้ศึกษาในกายต่อหลังแสดงว่ามีการยับยั้ง SARS-CoV-2 ความเข้มข้นต่ำ

ณ วันที่ 3 เมษายน 2020 การทดลองประสิทธิภาพของการใช้ไฮดร็อกซีคลอโรควินเป็นการรักษาโควิด-19 ให้ผลลัพธ์ออกมาคละกัน และการศึกษาหนึ่งยังแสดงว่าอัตราตายเพิ่มขึ้นร่วมกับมีผลข้างเคียงมากขึ้นด้วย การศึกษาคลอโรควินและไฮดร็อกซีคลอโรควินทั้งที่ใช้ร่วมหรือไม่ใช้กับอะซิโทรมัยซินมีข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้ชุมชนการแพทย์ไม่ยอมรับการบำบัดดังกล่าวโดยยอมให้มีการศึกษาเพิ่มเติม

โอเซลทามิเวียร์ ไม่ยับยั้ง SARS-CoV-2 นอกกายและไม่มีบทบาทเท่าที่ทราบในการรักษาโควิด-19

ผลลัพธ์การทดลองทางคลินิกขั้นต้นซึ่งศึกษาเดกซาเมทาโซนในสหราชอาณาจักรที่เปิดเผยในเดือนมิถุนายนแสดงว่าผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจมีอัตราตายลดลงหนึ่งในสาม และผู้ป่วยที่ต้องรักษาด้วยอ็อกซืเจนมีอัตราตายลดลงหนึ่งในห้าในการทดลองแบบสุ่มโดยมีผู้ป่วย 11,500 คน และมีการรักษา 6 ชนิด

การต้านพายุไซโตไคน์

พายุไซโตไคน์อาจเป็นภาวะแทรกซ้อนในระยะหลังของโควิด-19 ที่รุนแรง มีหลักฐานว่าไฮดร็อกซีคลอโรควินมีคุณสมบัติต้านพายุไซโตไคน์

โทซิลิซูแมบ (Tocilizumab) รวมอยู่ในแนวทางการรักษาโดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนหลังจากการศึกษาขนาดเล็กเสร็จสมบูรณ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบแบบไม่สุ่มระดับชาติระยะที่ 2 ในประเทศอิตาลีหลังแสดงผลบวกในบุคคลที่ป่วยรุนแรง เมื่อรวมกับการตรวจเลือดเฟอร์ริตินซีรัมเพื่อหาพายุไซโตไคน์ ตั้งใจให้ยาใช้โต้ตอบพายุไซโตไคน์ซึ่งเชื่อว่าเป็นสาเหตุตายของผู้ป่วยบางราย FDA อนุมัติสารต้านตัวรับอินเตอร์ลิวคิน-6 โดยอาศัยการศึกษาผู้ป่วยย้อนหลังสำหรับการรักษากลุ่มอาการหลั่งไซโตไคน์ดื้อสเตียรอยด์ (steroid refractory cytokine release syndrome, CRS) ซึ่งมีการชักนำจากอีกสาเหตุหนึ่ง คือ การบำบัดยีน Chimeric antigen receptor T cell (CAR T cell) ในปี 2560 จวบจนปัจจุบันไม่มีหลักฐานแบบสุ่มและมีการควบคุมว่าโทซิลิซูแมบเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับ CRS การให้โทซิลิซูแมบเพื่อป้องกันโรคมีการแสดงแล้วว่าเพิ่มระดับ IL-6 ในซีรัมโดยทำให้ตัวรับ IL-6 อิ่มตัว, ขับ IL-6 ข้ามตัวกั้นระหว่างเลือดกับสมอง และทำให้พิษต่อระบบประสาทกำเริบโดยไม่มีผลต่ออุบัติการณ์ของ CRS

Lenzilumab ซึ่งเป็นสารภูมิต้านทานโมโนโคลนต้าน GM-CSF มีการแสดงแล้วว่าช่วยป้องกันในแบบจำลอง เพื่อป้องกันในแบบจำลองหนูสำหรับ CRS และพิษต่อระบบประสาทที่เซลล์ CAR T ชักนำ และเป็นตัวเลือกรักษาที่เป็นไปได้เนื่องจากสังเกตพบการเพิ่มขึ้นของเซลล์ทีที่หลั่ง GM-CSF ผิดปกติในผู้ป่วยโควิด-19 ที่รับรักษาในโรงพยาบาล

สถาบันไฟน์สตีนแห่งนอร์ทเวลเฮลท์ประกาศการศึกษาในเดือนมีนาคมเรื่อง "สารภูมิต้านทานของมนุษย์ซึ่งอาจป้องกันกัมมันตภาพ" ของ IL-6

สารภูมิต้านทานรับมา

การถ่ายโอนสารภูมิต้านทานที่ทำให้บริสุทธิ์และเข้มข้นที่ผลิตจากระบบภูมิตุ้มกันของบุคคลที่หายจากโควิด-19 แก่ผู้ที่ต้องการนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนใช้เป็นการให้ภูมิคุ้มกันรับมาที่ไม่ใช่วัคซีน เคยมีการลองใช้ยุทธศาสตร์นี้กับโรคซาร์สแต่ผลลัพธ์ไม่ได้ข้อสรุป การลบล้างฤทธิ์ของไวรัส (viral neutralization) เป็นกลไกการออกฤทธิ์ที่คาดไว้ว่าการบำบัดด้วยภูมิคุ้มกันรับมาจะช่วยป้องกัน SARS-CoV-2 อย่างไรก็ดี กลไกอื่นก็อาจเป็นไปได้ เช่น ความเป็นพิษต่อเซลล์ที่อาศัยสารภูมิคุ้มกัน (antibody-dependent cellular cytotoxicity) และฟาโกไซโทซิส การรักษาด้วยสารภูมิต้านทานรูปแบบอื่น ๆ เช่น สารภูมิต้านทานโมโนโคลนที่ผลิตขึ้น กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา การผลิตเซรุ่มระยะฟื้นโรคซึ่งประกอบด้วยส่วนที่เป็นของเหลวจากโลหิตของผู้ป่วยที่หายแล้วประกอบด้วยสารภูมิต้านทานที่จำเพาะกับไวรัส อาจเพิ่มขึ้นเพื่อให้ใช้งานได้เร็วขึ้น

  1. WHO นิยามว่าการสัมผัสใกล้ชิดหมายถึง 1 เมตร และ CDC นิยามว่า ~1.8 เมตร
  2. การไอที่ไม่ปิดปากอาจปลิวไปได้ไกลถึง 8.2 เมตร
  1. Chen N, Zhou M, Dong X, Qu J, Gong F, Han Y, และคณะ (February 2020). . Lancet. 395 (10223): 507–513. doi:. PMC. PMID .
  2. Han X, Cao Y, Jiang N, Chen Y, Alwalid O, Zhang X, และคณะ (March 2020). . Clinical Infectious Diseases. doi:. PMC. PMID .
  3. Oxford English Dictionary. สืบค้นเมื่อ15 April 2020.
  4. . Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 6 April 2020. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 2 March 2020. สืบค้นเมื่อ19 April 2020.
  5. . U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 20 March 2020. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 30 January 2020.
  6. . World Health Organization (WHO). 17 April 2020. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 14 May 2020. สืบค้นเมื่อ14 May 2020.
  7. Nussbaumer-Streit B, Mayr V, Dobrescu AI, Chapman A, Persad E, Klerings I, และคณะ (April 2020). . The Cochrane Database of Systematic Reviews. 4: CD013574. doi:. PMC. PMID .
  8. . ArcGIS. Johns Hopkins University. สืบค้นเมื่อ4 July 2021.
  9. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 (2563, 29 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 137 ตอนพิเศ 48 ง. หน้า 1.
  10. . Mayo Clinic. สืบค้นเมื่อ2020-04-14.
  11. Hui DS, I Azhar E, Madani TA, Ntoumi F, Kock R, Dar O, และคณะ (February 2020). . International Journal of Infectious Diseases. 91: 264–266. doi:. PMC. PMID .
  12. . World Health Organization (WHO) (Press release). 11 March 2020. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 11 March 2020. สืบค้นเมื่อ12 March 2020.
  13. Hopkins C. . Ear, Nose and Throat surgery body of United Kingdom. สืบค้นเมื่อ2020-03-28.
  14. Grainger S. . Australasian Society of Clinical Immunology and Allergy (ASCIA). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 2020-06-16. สืบค้นเมื่อ2 May 2020.
  15. Murthy S, Gomersall CD, Fowler RA (March 2020). . JAMA. 323 (15): 1499. doi:. PMID .
  16. Cascella M, Rajnik M, Cuomo A, Dulebohn SC, Di Napoli R (2020). . StatPearls. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing. PMID . สืบค้นเมื่อ18 March 2020.
  17. Bikdeli B, Madhavan MV, Jimenez D, Chuich T, Dreyfus I, Driggin E, และคณะ (April 2020). . Journal of the American College of Cardiology. doi:. PMC. PMID .
  18. Velavan TP, Meyer CG (March 2020). . Tropical Medicine & International Health. 25 (3): 278–280. doi:. PMC. PMID .
  19. . Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 2 April 2020. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ April 3, 2020. สืบค้นเมื่อApril 3, 2020.
  20. Bourouiba L (March 2020). . JAMA. doi:. PMID .
  21. . European Centre for Disease Prevention and Control. สืบค้นเมื่อ30 April 2020.
  22. . Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 11 February 2020. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 4 March 2020. สืบค้นเมื่อ26 March 2020.
  23. Salehi S, Abedi A, Balakrishnan S, Gholamrezanezhad A (March 2020). . AJR. American Journal of Roentgenology: 1–7. doi:. PMID .
  24. . American College of Radiology. 2020-03-22. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 28 March 2020.
  25. . World Health Organization (WHO). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 26 January 2020. สืบค้นเมื่อ25 February 2020.
  26. . GOV.UK. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 24 March 2020. สืบค้นเมื่อ25 March 2020.
  27. Centers for Disease Control and Prevention (5 April 2020). . Centers for Disease Control and Prevention (CDC). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 14 February 2020. สืบค้นเมื่อ24 April 2020.
  28. . World Health Organization (WHO). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 7 March 2020. สืบค้นเมื่อ24 April 2020.
  29. Feng S, Shen C, Xia N, Song W, Fan M, Cowling BJ (May 2020). . The Lancet. Respiratory Medicine. 8 (5): 434–436. doi:. PMC. PMID .
  30. Tait R (2020-03-30). . The Guardian. ISSN . คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 30 March 2020. สืบค้นเมื่อ2020-03-31.
  31. . Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 8 April 2020. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 26 February 2020. สืบค้นเมื่อ9 April 2020.
  32. . World Health Organization (WHO). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 31 January 2020. สืบค้นเมื่อ11 February 2020.
  33. Mahtani S, Berger M, O'Grady S, Iati M (6 February 2020). . The Washington Post. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 7 February 2020. สืบค้นเมื่อ11 February 2020.
  34. (PDF). World Health Organization (WHO). 16 April 2020.
  35. Guan WJ, Ni ZY, Hu Y, Liang WH, Ou CQ, He JX, และคณะ (April 2020). . The New England Journal of Medicine. Massachusetts Medical Society. 382 (18): 1708–1720. doi:. PMC. PMID .
  36. Hessen MT (27 January 2020). . Elsevier Connect. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 30 January 2020. สืบค้นเมื่อ31 January 2020.
  37. Wei XS, Wang X, Niu YR, Ye LL, Peng WB, Wang ZH, และคณะ (26 February 2020). "Clinical Characteristics of SARS-CoV-2 Infected Pneumonia with Diarrhea". doi:.
  38. Huang C, Wang Y, Li X, Ren L, Zhao J, Hu Y, และคณะ (February 2020). . Lancet. 395 (10223): 497–506. doi:. PMC. PMID .
  39. Lai CC, Shih TP, Ko WC, Tang HJ, Hsueh PR (March 2020). . International Journal of Antimicrobial Agents. 55 (3): 105924. doi:. PMC. PMID .
  40. (รายงาน). World Health Organization (WHO). 16–24 February 2020. . เรียกข้อมูลเมื่อ 21 March 2020.
  41. Zheng YY, Ma YT, Zhang JY, Xie X (May 2020). . Nature Reviews. Cardiology. 17 (5): 259–260. doi:. PMC. PMID .
  42. Xydakis MS, Dehgani-Mobaraki P, Holbrook EH, Geisthoff UW, Bauer C, Hautefort C, และคณะ (April 2020). . The Lancet. Infectious Diseases. doi:. PMC. PMID .
  43. . Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 27 April 2020. สืบค้นเมื่อ28 April 2020.
  44. Iacobucci G (March 2020). . BMJ. 368: m1202. doi:. PMID .
  45. Coronavirus disease 2019 (COVID-19): situation report, 29 (รายงาน). 19 February 2020.
  46. . TheNational Academies Press. 2020-03-27. doi:. ISBN 978-0-309-67610-6. สืบค้นเมื่อ2020-05-18.
  47. (PDF). BC Centre for Disease Control. 2020-05-15. สืบค้นเมื่อ2020-05-18.
  48. (PDF). NHS Scotland. 2020-04-20. สืบค้นเมื่อ2020-05-18.
  49. (รายงาน). Imperial College London. 16 March 2020. Table 1. doi:. . เรียกข้อมูลเมื่อ 25 March 2020.
  50. Mizumoto K, Kagaya K, Zarebski A, Chowell G (March 2020). (PDF). Euro Surveillance. 25 (10). doi:. PMC. PMID .
  51. . Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 2020-02-11. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 14 February 2020. สืบค้นเมื่อ2020-03-31.
  52. Lai CC, Liu YH, Wang CY, Wang YH, Hsueh SC, Yen MY, และคณะ (March 2020). . Journal of Microbiology, Immunology, and Infection = Wei Mian Yu Gan Ran Za Zhi. doi:. PMC. PMID .
  53. Furukawa NW, Brooks JT, Sobel J (2020). . Emerg Infect Dis. 26 (7). doi:. PMID .
  54. Cascella M, Rajnik M, Cuomo A, Dulebohn SC, Di Napoli R (2020). . StatPearls. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing. PMID . สืบค้นเมื่อ18 March 2020.
  55. Heymann DL, Shindo N, และคณะ (WHO Scientific and Technical Advisory Group for Infectious Hazards) (February 2020). . Lancet. Elsevier BV. 395 (10224): 542–545. doi:. PMC. PMID .
  56. Long B, Brady WJ, Koyfman A, Gottlieb M (April 2020). . The American Journal of Emergency Medicine. doi:. PMC. PMID .
  57. Xu L, Liu J, Lu M, Yang D, Zheng X (May 2020). . Liver International. 40 (5): 998–1004. doi:. PMC. PMID .
  58. Sanders JM, Monogue ML, Jodlowski TZ, Cutrell JB (April 2020). "Pharmacologic Treatments for Coronavirus Disease 2019 (COVID-19): A Review". JAMA. doi:. PMID .
  59. Carod-Artal FJ (May 2020). "Neurological complications of coronavirus and COVID-19". Revista de Neurologia. 70 (9): 311–322. doi:. PMID .
  60. . www.who.int (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ20 May 2020.
  61. . emergency.cdc.gov (ภาษาอังกฤษ). 15 May 2020. สืบค้นเมื่อ20 May 2020.
  62. . www.scripps.edu (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ2020-05-16.
  63. . National Institutes of Health. 17 March 2020. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 23 March 2020. สืบค้นเมื่อ30 April 2020.
  64. To KK, Tsang OT, Chik-Yan Yip C, Chan KH, Wu TC, Chan JM, และคณะ (February 2020). . Clinical Infectious Diseases. Oxford University Press. doi:. PMC. PMID .
  65. . Acon.org.au. สืบค้นเมื่อ2020-04-29.
  66. (PDF). nyc.gov. 27 March 2020. สืบค้นเมื่อ29 April 2020.
  67. Tran K, Cimon K, Severn M, Pessoa-Silva CL, Conly J (2012). . PLOS ONE. 7 (4): e35797. Bibcode:. doi:. PMC. PMID .
  68. (PDF). Australian Government Dept of Health.
  69. (PDF). European Centre for Disease Prevention and Control. 14 February 2020. สืบค้นเมื่อ8 March 2020.
  70. Zhu N, Zhang D, Wang W, Li X, Yang B, Song J, และคณะ (February 2020). . The New England Journal of Medicine. 382 (8): 727–733. doi:. PMC. PMID .
  71. Cyranoski D (March 2020). . Nature. 579 (7797): 18–19. Bibcode:. doi:. PMID .
  72. . Centers for Disease Control and Prevention (ภาษาอังกฤษ). 30 December 2020. สืบค้นเมื่อ30 December 2020.
  73. . Centers for Disease Control and Prevention (ภาษาอังกฤษ). 29 December 2020. สืบค้นเมื่อ30 December 2020.
  74. Verdecchia, Paolo; Cavallini, Claudio; Spanevello, Antonio; Angeli, Fabio (12 April 2020). . European Journal of Internal Medicine. doi:. PMC. PMID .
  75. Letko M, Marzi A, Munster V (April 2020). . Nature Microbiology. 5 (4): 562–569. doi:. PMC. PMID .
  76. Gurwitz D (March 2020). . Drug Development Research. doi:. PMC. PMID .
  77. Li YC, Bai WZ, Hashikawa T (February 2020). . Journal of Medical Virology. 92 (6): 552–555. doi:. PMC. PMID .
  78. Gu J, Han B, Wang J (May 2020). . Gastroenterology. 158 (6): 1518–1519. doi:. PMC. PMID .
  79. Zheng YY, Ma YT, Zhang JY, Xie X (May 2020). . Nature Reviews. Cardiology. 17 (5): 259–260. doi:. PMC. PMID .
  80. , Johns Hopkins Medicine, C. John Sperati, updated 14 May 2020.
  81. Zhang C, Wu Z, Li JW, Zhao H, Wang GQ (March 2020). . International Journal of Antimicrobial Agents: 105954. doi:. PMC. PMID .
  82. . Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 5 February 2020. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 14 February 2020. สืบค้นเมื่อ12 February 2020.
  83. . World Health Organization (WHO). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 17 March 2020. สืบค้นเมื่อ13 March 2020.
  84. . Centers for Disease Control and Prevention. 30 January 2020. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 26 January 2020. สืบค้นเมื่อ30 January 2020.
  85. . Centers for Disease Control and Prevention. 29 January 2020. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 30 January 2020. สืบค้นเมื่อ1 February 2020.
  86. . GlobeNewswire News Room. 30 January 2020. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 31 January 2020. สืบค้นเมื่อ1 February 2020.
  87. Brueck H (30 January 2020). . Business Insider. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 1 February 2020. สืบค้นเมื่อ1 February 2020.
  88. . คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 21 February 2020. สืบค้นเมื่อ26 February 2020.
  89. Petherick A (April 2020). . Lancet. 395 (10230): 1101–1102. doi:. PMID .
  90. Vogel G (March 2020). . Science. doi:.
  91. Pang J, Wang MX, Ang IY, Tan SH, Lewis RF, Chen JI, และคณะ (February 2020). . Journal of Clinical Medicine. 9 (3): 623. doi:. PMC. PMID .
  92. AFP News Agency (11 April 2020). "How false negatives are complicating COVID-19 testing". Retrieved 12 April 2020.
  93. (Press release). FDA. 21 March 2020. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 21 March 2020. สืบค้นเมื่อ22 March 2020.
  94. Jin YH, Cai L, Cheng ZS, Cheng H, Deng T, Fan YP, และคณะ (February 2020). . Military Medical Research. 7 (1): 4. doi:. PMC. PMID .
  95. Lee EY, Ng MY, Khong PL (April 2020). . The Lancet. Infectious Diseases. 20 (4): 384–385. doi:. PMC. PMID . คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 8 March 2020. สืบค้นเมื่อ13 March 2020.
  96. . World Health Organization. 2019. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 31 March 2020. สืบค้นเมื่อ31 March 2020. U07.2—COVID-19, virus not identified—COVID-19 NOS—Use this code when COVID-19 is diagnosed clinically or epidemiologically but laboratory testing is inconclusive or not available. Use additional code, if desired, to identify pneumonia or other manifestations
  97. Hanley B, Lucas SB, Youd E, Swift B, Osborn M (May 2020). . Journal of Clinical Pathology. 73 (5): 239–242. doi:. PMID .
  98. Yao XH, Li TY, He ZC, Ping YF, Liu HW, Yu SC, และคณะ (March 2020). "[A pathological report of three COVID-19 cases by minimally invasive autopsies]". Zhonghua Bing Li Xue Za Zhi = Chinese Journal of Pathology (ภาษาจีน). 49 (5): 411–417. doi:. PMID .
  99. Giani M, Seminati D, Lucchini A, Foti G, Pagni F (May 2020). . Journal of Thoracic Oncology. 15 (5): e65–e66. doi:. PMC. PMID .
  100. Lillicrap D (April 2020). . Journal of Thrombosis and Haemostasis. 18 (4): 786–787. doi:. PMC. PMID .
  101. Mitra A, Dwyre DM, Schivo M, Thompson GR, Cohen SH, Ku N, Graff JP (March 2020). . American Journal of Hematology. doi:. PMC. PMID .
  102. Wiles S (9 March 2020). . The Spinoff. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 27 March 2020. สืบค้นเมื่อ9 March 2020.
  103. Anderson RM, Heesterbeek H, Klinkenberg D, Hollingsworth TD (March 2020). . Lancet. 395 (10228): 931–934. doi:. PMC. PMID . A key issue for epidemiologists is helping policy makers decide the main objectives of mitigation—e.g. minimising morbidity and associated mortality, avoiding an epidemic peak that overwhelms health-care services, keeping the effects on the economy within manageable levels, and flattening the epidemic curve to wait for vaccine development and manufacture on scale and antiviral drug therapies.
  104. Barclay E (10 March 2020). . Vox. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 12 March 2020. สืบค้นเมื่อ12 March 2020.
  105. Barclay E, Scott D, Animashaun A (7 April 2020). . Vox. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 7 April 2020.
  106. Wiles S (14 March 2020). . The Spinoff. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 26 March 2020. สืบค้นเมื่อ13 March 2020.
  107. [[Centers for Disease Control and Prevention]|Centers for Disease Control and Prevention]] (3 February 2020). . คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 15 December 2019. สืบค้นเมื่อ10 February 2020.
  108. World Health Organization. . คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 26 January 2020. สืบค้นเมื่อ10 February 2020.
  109. . NPR.org. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 20 March 2020. สืบค้นเมื่อ20 March 2020.
  110. . Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 11 February 2020. สืบค้นเมื่อ17 April 2020.
  111. Maragakis LL. . www.hopkinsmedicine.org. Johns Hopkins University. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 18 March 2020. สืบค้นเมื่อ18 March 2020.
  112. Parker-Pope T (19 March 2020). . The New York Times. ISSN . คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 20 March 2020. สืบค้นเมื่อ20 March 2020.
  113. Sanders JM, Monogue ML, Jodlowski TZ, Cutrell JB (April 2020). . JAMA. doi:. PMID .
  114. Systrom K, Krieger M, O'Rourke R, Stein R, Dellaert F, Lerer A (11 April 2020). . rt.live. สืบค้นเมื่อ19 April 2020. Based on Bettencourt LM, Ribeiro RM (May 2008). . PloS One. 3 (5): e2185. Bibcode:. doi:. PMC. PMID .
  115. Grenfell R, Drew T (17 February 2020). . Science Alert. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 28 February 2020. สืบค้นเมื่อ26 February 2020.
  116. . World Health Organization (WHO). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 7 March 2020. สืบค้นเมื่อ8 March 2020.
  117. Staff (8 April 2020). (PDF). ECDC.
  118. , CDC, Last Reviewed: 22 May 2020.
  119. . NHC.gov.cn. National Health Commission of the People's Republic of China. 7 February 2020. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 5 April 2020. สืบค้นเมื่อ22 March 2020. Disposable medical masks: Recommended for: · People in crowded places · Indoor working environment with a relatively dense population · People going to medical institutions · Children in kindergarten and students at school gathering to study and do other activities
  120. (PDF). Centre for Health Protection. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก (PDF) เมื่อ 21 March 2020. สืบค้นเมื่อ22 March 2020. Wear a surgical mask when taking public transport or staying in crowded places.
  121. Staff (11 April 2020). . Gazette Life. สืบค้นเมื่อ20 April 2020.
  122. Giuffrida A, Beaumont P (5 April 2020). . The Guardian. ISSN . สืบค้นเมื่อ20 April 2020.
  123. . Tass. 1 May 2020. สืบค้นเมื่อ3 May 2020.
  124. . Centers for Disease Control and Prevention (CDC). U.S. Department of Health & Human Services. 10 March 2020. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 11 March 2020. สืบค้นเมื่อ11 March 2020.
  125. . WHO Guidelines on Hand Hygiene in Health Care: First Global Patient Safety Challenge Clean Care Is Safer Care. World Health Organization. 19 March 2009. สืบค้นเมื่อ19 March 2020.
  126. Li, YD; Chi, WY; Su, JH; Ferrall, L; Hung, CF; Wu, TC (December 2020). "Coronavirus vaccine development: from SARS and MERS to COVID-19". Journal of Biomedical Science. 27 (1): 104. doi:. PMC . PMID.
  127. Padilla, TB (2021-02-24). . BusinessWorld. สืบค้นเมื่อ2021-02-24.
  128. Vergano, Dan (2021-06-05). . BuzzFeed News. สืบค้นเมื่อ2021-06-24.
  129. . Vaccine Centre, London School of Hygiene and Tropical Medicine. 2021-07-12.
  130. . COVID 19 Vaccine Tracker, McGill University. 2021-07-12.
  131. Beaumont, Peter (2020-11-18). . The Guardian. ISSN . สืบค้นเมื่อ2020-12-26.
  132. Plotkin, Stanley A.; Halsey, Neal (January 2021). "Accelerate COVID-19 Va

    โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
โรคต, ดเช, อไวร, สโคโรนา, 2019, โรคท, ผลต, อระบบทางเด, นหายใจและการต, ดเช, อเป, นบร, เวณกว, างในมน, ษย, นเน, องมาจากเช, ภาษาอ, เฝ, าด, แก, ไข, เปล, ยนทางจาก, covid, งก, ามภาษา, ในบทความน, ไว, ให, านและผ, วมแก, ไขบทความศ, กษาเพ, มเต, มโดยสะดวก, เน, องจากว, เด, . orkhtidechuxiwrsokhorna 2019 orkhthimiphltxrabbthangedinhayicaelakartidechuxepnbriewnkwanginmnusyxnenuxngmacakechux phasaxun efadu aekikh epliynthangcak COVID 19 lingkkhamphasa inbthkhwamni miiwihphuxanaelaphurwmaekikhbthkhwamsuksaephimetimodysadwk enuxngcakwikiphiediyphasaithyyngimmibthkhwamdngklaw krann khwrribsrangepnbthkhwamodyerwthisud orkhtidechuxiwrsokhorna 2019 9 okhwid 19 epnorkhtidechuxxnekidcakiwrsokhornaklumxakarthangedinthanghayicechiybphlnrunaerng 2 SARS CoV 2 10 mirabuorkhkhrngaerkineduxnthnwakhm 2562 innkhrxuhn emuxngexkkhxngmnthlhuepy praethscin aelaidkracayipthwolknbaetnn sngphlihekidkarrabadthwkhxngokhwid 19 11 12 orkhiwrsokhorna 2019 okhwid 19 chuxxunpxdbwmiwrsokhornasayphnthuihm 1 2 xakarkhxngokhwid 19karxxkesiyng k e ˈ r oʊ n e ˌ v aɪ r e s d ɪ ˈ z iː z ˌ k oʊ v ɪ d n aɪ n ˈ t iː n ˌ k ɒ v ɪ d 3 sakhawichaorkhtidechuxxakarikh ix xxnephliy hayickrachn imidklin bangthiimmixakar 4 5 6 phawaaethrksxnpxdbwm phawaphisehtutidechuxiwrs klumxakarhayiclabakechiybphln itway klumxakarhlngisotikhn klumxakarxkesbhlayrabbinedk phngphudthipxd okhwideruxrngkartngtn2 14 wn hlngidrbechux odythwip 5 wn rayadaeninorkhmitngaet 5 wn thung 10 eduxnsaehtuiwrsokhornaklumxakarthangedinhayicechiybphlnrunaerng SARS CoV 2 pccyesiyngkaredinthang karsmphsiwrswithiwinicchykarthdsxb rRT PCR sithisaeknkarpxngknkarlangmux karpidibhna karkkorkh karewnrayahangthangsngkhm 7 wkhsinkarrksakarrksatamxakaraelaprakhbprakhxngkhwamchukphupwyyunynaelw 183 474 301 8 raykaresiychiwit3 971 197 ray 2 khxngphupwyyunynaelw 8 xakarthwip idaek ikh ix aelahayiclabak xakarxun xacrwmthungxxnephliy pwdklamenux thxngrwng ecbkhx phawaesiykarruklinaelaphawaesiykarrurs 5 6 13 aemphupwyswnihymixakarimrunaerng aetbangthrudlngepnklumxakarhayiclabakechiybphln ARDS sungnacamipccykratuncakphayuisotikhn 14 xwywalmehlwhlayxwywa chxkehtuphistidechux aelalimeluxd 15 16 17 ewlatngaetkarsmphscnthungerimaesdngxakartamaebbchbbxyuthi 5 wn aetxacmiidtngaet 2 14 wn 5 18 iwrsaephrrabadidrahwangbukhkhlinchwngthimikarsmphsiklchidepnhlk a mkphanlaxxngesmhakhnadelkthiekidcakkarix b camhruxsnthna 6 19 21 aemlaxxngesmhaehlaniekidemuxhayicxxk aetpkticatklngsuphunhruxtidkhangbnphunphiw imichtidechuxidcakrayaikl 6 bukhkhlxactidechuxidcakkarsmphsphunphiwthipnepuxnaelwnamaaetata cmukhruxpakkhxngtn 6 iwrssamarthxyurxdbnphunphiwidnanthung 72 chwomng iwrstidtxthangsmphsidmakthisudrahwangsamwnaerkhlngerimaesdngxakar kranniwrsxacaephridtngaetkxnerimpraktxakaraelainorkhrayahlngaelw withikarwinicchymatrthan khux ptikiriyalukosophliemxersyxnklbaebberiylithm rRT PCR cakkarkwadkhxhxyswncmuk 22 karthayphaphrngsiswntdxasykhxmphiwetxrthrwngxkxacepnpraoychnsahrbwinicchyphuthitxngsngsytidechuxmakodyxasyxakaraelapccyesiyng aetimaenanaihichkhdkrxngepnkicwtr 23 24 matrkarthiaenanainkarpxngknkartidechux idaek karhmnlangmux karewnrayahangthangkaykbphuxun odyechphaacakphuthimixakar karpidkarixaelacamdwykradasthichchuhruxkhxphbsxk aelangdnamuxthiimidlangaetaibhna 7 25 26 aenanaihichhnakakxnamysahrbphuthisngsywatnexngmiiwrsaelaphuduaelbukhkhlehlann 27 28 khaaenanakarichhnakakxnamysahrbprachachnthwipnnaetktangkniptamhnwyngan bangimaenanaihich bangaenanaihich aelabangkahndwatxngich 28 29 30 mikarphthnawkhsinsahrbokhwid 19 xxkmaaelwhlaychnid aelahlaypraethskalngxyurahwangdaeninkarihwkhsinaekprachachnkhxngtwexng karrksahlk epnkarrksaxakar karprakhbprakhxng karaeyktw aelamatrkarinkhnthdlxng 31 xngkhkarxnamyolk WHO prakasihkarrabadkhxngiwrsokhorna 2019 epnphawachukechinthangsatharnsukhrahwangpraeths PHEIC emuxwnthi 30 mkrakhm 2563 32 33 aelaepnorkhrabadthwemuxwnthi 11 minakhm 2563 12 mikarbnthukkaraephrechuxinthxngthininpraethsswnihykhxngphumiphakh WHO thnghkphumiphakh 34 enuxha 1 xakaraelaxakaraesdng 1 1 phawaaethrksxn 2 saehtu 2 1 karaephrechux 2 2 withyaiwrs 3 phyathisrirwithya 3 1 phyathiwithyaphumikhumkn 4 karwinicchy 4 1 phyathiwithya 5 karpxngkn 5 1 wkhsin 6 karrksa 6 1 ya 6 2 xupkrnpxngknswnbukhkhl 6 3 ekhruxngchwyhayic 6 4 klumxakarhayiclabakechiybphln 6 5 karrksakhnthdlxng 6 6 ethkhonolyisarsneths 6 7 karprakhbprakhxngcitic 7 phyakrnorkh 7 1 phumikhumkn 8 prawtisastr 9 withyakarrabad 9 1 xtratidechuxtay 9 2 khwamaetktangrahwangephs 10 sngkhmaelawthnthrrm 10 1 kartngchux 10 2 khxmulthiphid 11 stwxun 12 karwicy 12 1 ya 12 2 kartanphayuisotikhn 12 3 sarphumitanthanrbma 13 echingxrrth 14 xangxing 15 aehlngkhxmulxun 15 1 hnwyngansukhphaph 15 2 sarbb 15 3 warsarkaraephthyxakaraelaxakaraesdng aekikhxakarkhxngokhwid 19 4 xakar 4 phisyikh 83 99 ix 59 82 ebuxxahar 40 84 xxnephliy 44 70 hayickrachn 31 40 ixmiesmha 28 33 pwdklamenux 11 35 ikhepnxakarthiphbbxythisud aemphusungxayuaelaphumipyhasukhphaphxunbangswnxacimmiikhidinrayaaerk khxngorkh 4 inkarsuksahnungphbwa phupwy 44 miikhemuxmaorngphyabal swn 89 miikhinchwngidchwnghnungrahwangrbrksainorngphyabal 4 35 karplxdikhimidhmaykhwamwabukhkhlnnimpwy xakarthwipxunidaek ix ebuxxahar xxnephliy hayiclabak miesmha aelapwdklamenuxaelakhx 1 4 5 36 xakarxyangkhlunis xaeciynaelathxngrwngphbmaknxytangkn 37 38 39 xakarthiphbnxylngmaidaekcam khdcmuk ecbkhxaelamirxyorkhphiwhnng 40 phupwybangrayinpraethscinmaorngphyabaldwyxakaraennhnaxkaelaicsnethann 41 xacmixakarsuyesiykarrbklinaelasuyesiykarrbrsid 42 43 phawaesiykarruklinepnxakarnainphupwyyunynaelw 30 inpraethsekahliit 13 44 phupwybangrayinpraethscinerimtnaesdngxakardwyaennhnaxkaelaicsn inkarsuksahnungphbwamiphupwyephiyngkhrunghnungthimiikhemuxerimtnrbrksainorngphyabal aet 89 camiikhinchwngidchwnghnungrahwangrbrksainorngphyabal ikhaelapyhathangedinhayicpraktidphayhlngthnginphupwysungxayuhruxphupwybangraythimiorkhrwm bangrayxacthrudlngipepnpxdbwm khwamlmehlwhlayxwywa aelaesiychiwitid inphupwythimixakarrunaerng trngaebbemuxerimpraktxakarcnthungtxngichekhruxngchwyhayicichewlaaepdwn rayafk rayaewlatngaettidechuxiwrscnkrathngaesdngxakar sahrb okhwid 19 trngaebbewlahathunghkwn aetxacxyuinchwngsxngthung 14 wn 6 45 odyphupwypraman 10 mirayafknankwann 46 47 48 phupwyswnnxyimmixakarthisngektidelytlxdkarpwy 49 50 phahaimmixakarehlanimkimidrbkarthdsxb aelabthbathinkaraephrechuxyngimthrabxyangsmburn 51 52 xyangirkdi hlkthanebuxngtnesnxwaphwkekhaxacsngesrimkaraephrkhxngorkh 53 phawaaethrksxn aekikh phawaaethrksxnxacidaekorkhpxdbwm klumxakarhayiclabakechiybphln ARDS klumxakarkarthahnathiphidpktikhxnghlayxwywa chxkehtuphistidechuxaelaesiychiwit 11 15 54 55 phawaaethrksxnrabbhwicaelahlxdeluxdxacidaekhwiclmehlw phawahwicesiycnghwa klamenuxhwicxkesbaelaphawalimeluxdxudhlxdeluxddaluk 56 phupwyokhwid 19 sdswn 20 30 miexnismtbsungkhunsungsathxnkarbadecbkhxngtb 57 58 xakaraesdngthangrabprasath idaek chk orkhhlxdeluxdsmxng smxngxkesb aelaklumxakarkilaelng barer sungrwmxmphvkskhrungsikdwy 59 hlngkartidechux edkxacekidklumxakarxkesbhlayrabbinedk paediatric multisystem inflammatory syndrome sungmixakarkhlaykborkhkhawasaki sungxacthungaekchiwitid 60 61 saehtu aekikhkaraephrechux aekikh laxxngfxythangedinhayicthiekidkhunemuxchayphunicam mxngehndwykarichpraktkarnthindxl Tyndall scattering okhwid 19 aephremuxbukhkhlmikarsmphsiklchidepnhlk 2 emtr odythanglaxxngfxykhnadelkthiekidrahwangkarix camhruxsnthna 6 21 bukhkhlhayicexalaxxngfxythipnepuxnthiphupwyhayicxxkmaekhaipinpxd hruxlaxxngfxynntidxyubnibhnakhxngbukhkhlxunthaihekidkartidechuxihm 19 laxxngfxynikhxnkhanghnk pkticatklngsuphunphiwaelaimpliwipiklinxakas 6 21 bukhkhlsamrthaephriwrsidkhnayngimaesdngxakar aetimchdecnwaekidkhunbxymaknxyephiyngid 6 19 21 karpramancanwnphutidechuximaesdngxakarhnungpramaniw 40 62 bukhkhlaephrechuxidmakthisudemuxaesdngxakar aemaetxakarebahruximcaephaa aetxacaephrechuxidcnthungsxngwnkxnpraktxakar karaephrechuxkxnmixakar 21 aelayngkhngaephrechuxtxxik 7 thung 12 wnodypramaninphupwypanklang aelaodyechliy 2 spdahinphupwyrunaerng 21 emuxlaxxngfxythimiechuxtklngsuphunhruxphunphiw laxxngfxynnyngtidechuxidhakbukhlsmphsphunphiwthipnepuxnaelwnamuxipsmphsta cmukhruxpakkhxngtnaemwacaphbidnxy 6 primaniwrskmmntbnphunphiwcaldlngeruxy tamewlacninthisudimkxihekidkartidechuxxik 21 aelathungaemwacakhadwaphunphiwimichwithihlkthiiwrsaephrkracay 19 aelayngimmikhxmulthithrabaenchdwaiwrsprimanethaidbnphunphiwthicakxihekidkartidechuxdwywithini aetiwrsyngkhngsamarthtrwcphbidbnphunphiwthxngaedngaemwaewlalwngip 4 chwomng sahrbphunphiwthiepnkradaslngyngkhngphbechuxidaemewlaphaniphnungwn aelasamarthphbechuxxyubnphlastik phxliophrphilin hruxehlkklairsnim AISI 304 aemewlacaphanipsamthungsiwnktam 21 63 phunphiwthipnepuxnechuxiwrsokhwid 19 nn samarththakhwamsaxadaelakhaechuxidodyngay dwykarichsarthakhwamsaxadthiichxyuthwiptamkhrweruxn sungkhaiwrsthixyunxkrangkaymnusyhruxxyubnmux 6 esmhaaelanalayphaiwrsipprimanmak 6 19 21 64 aemwaokhwid 19 imichorkhtidtxthangephssmphnth aetkarcub karsmphsthangephs aelathangxuccara paktxngsngsywaaephrechuxiwrs 65 66 withidaeninkarthangkaraephthybangxyangkxihekidlaxxnglxy 67 aelathaihiwrssamarthaephridngaykwapkti 6 21 okhwid 19 yngepnorkhihm aelaraylaexiydcanwnmakekiywkbkaraephryngxyurahwangkarsxbswn 6 19 21 orkhniaephrkracayrahwangmnusyidngay khux ngaykwaikhhwdihyaetyngimethaorkhhd 19 pramancanwnphutidechuxodyphupwyokhwid 19 hnungkhn R0 aetktangknmak khapramantngtnkhxng WHO xyuthi 1 4 2 5 echliy 1 95 xyangirkdibthptithsninphayhlngphbkha R0 phunthan odyimmimatrkarkhwbkhum sungkwannkhux 3 28 aela R0 mthythanethakb 2 79 68 withyaiwrs aekikh phaphprakxbkhxngwirixxn SARSr CoV iwrsokhornaklumxakarthangedinhayicechiybphlnrunaerng 2 SARS CoV 2 epniwrsokhornaklumxakarthangedinhayicechiybphlnrunaerngsayphnthuihm sungaeykidkhrngaerkcakphupwyorkhpxdbwmsamkhnsungechuxmoyngkbkhlsetxrxakarpwythangedinhayicechiybphlninxuhn mnthlhuepy praethscin 69 khunsmbtithnghmdkhxngiwrs SARS CoV 2 sayphnthuihmekidkhuniniwrsokhornathiekiywkhxnginthrrmchati emuxxyunxkrangkaymnusy iwrsthukkhaidngaydwysbutamkhrweruxn sungcathaihepluxkthihxhumiwrsaetk 23 SARS CoV 2 mikhwamsmphnthiklchidkb SARS CoV sayphnthuedim 70 echuxwakaenidkhuninstw karwiekhraahthangphnthukrrmepidephywaiwrsokhornamikhlsetxrthangphnthukrrmkbskul Betacoronavirus inskulyxy Sarbecovirus sayphnthubi rwmkbiwrsthimacakkhangkhawxiksxngsayphnthu iwrsmikhwamehmuxn kbtwxyangiwrsokhornakhangkhaw BatCov RaTG13 96 inradbcionmthnghmd 40 ineduxnkumphaphnth 2563 nkwicychawcinphbwaiwrscaklinaelacakmnusymikrdxamionaetktangknomelkulediywinladbcionmbangswn xyangirkdi karepriybethiybthngcionminpccubnphbwasarphnthukrrmswnihy 92 ehmuxnknrahwangiwrsokhornalinkb SARS CoV 2 sungimephiyngphxtxkarphisucnwatwlinepntwthukebiynmthyntr 71 ekidsayphnthuthimichuxesiyngkhxng SARS CoV 2 invduibimrwngpi 2563 khlsetxr 5 ekidkhuninhmutwmingkhaelaphueliyngtwmingkhinednmark echuxwathukkacdipaelwenuxngcakmikarkkknxyangekhmngwdaelakhastwtidechux Variant of Concern 202012 01 VOC 202012 01 echuxwaekidkhuninshrachxanackrineduxnknyayn aelasayphnthu 501Y V2 ekidkhuninpraethsaexfrikait 72 73 phyathisrirwithya aekikhpxdepnxwywathiidrbphlkrathbmakthisudcakokhwid 19 ephraaiwrsekhathungesllkhxngphupwyphanexnism angiotensin converting enzyme 2 ACE2 sungphbmakthisudesllthunglmchnidthi 2 khxngpxd 74 iwrsichiklokhoprtinphiwaebbphiessthieriyk sipk peplomer echuxmtxkb ACE2 aelaekhasuesllkhxngphupwy 75 danhnungmxngwakarephim ACE2 odyichyaybyngtwrbaexngkioxethnsin 2 xacpxngknorkhid 76 SARS CoV 2 xacthaihekidthangedinthanghayiclmehlwodymiphltxkansmxngechnediywkbiwrsokhornatwxunthiphbwaruklarabbprasathswnklang aemwamikartrwcphbiwrsinnahlxsmxngaelaikhsnhlnginkarchnsutrphliksph aetklikkarruklarabbprasathswnklangthiaenchdyngimchdecnaelaxacekiywkhxngkbkarruklaesnprasathswnplayenuxngcakinsmxngmiradb ACE2 ta 77 iwrsyngmphltxxwywakraephaaxaharaelalaisenuxngcak ACE2 mikaraesdngxxkxyumakineslltxmkhxngeyuxbukraephaaxahar laiselkswntnaelaistrng 78 iwrssamarththaihekidkarbadecbkhxngklamenuxhwicechiybphln aelakhwamesiyhayeruxrngtxrabbhwicaelahlxdeluxd 79 phbkarbadecbkhxnghwicechiybphlnin 12 khxngphutidechuxthiekharbkarrksainorngphyabalinxuhn praethscin 38 xtraxakarrabbhwicaelahlxdeluxdmisungsubenuxngcakkartxbsnxngxkesbthwrangaelaorkhrabbphumikhumknrahwangkardaeninorkh aetkarbadecbkhxngklamenuxhwicxacmikhwamsmphnthkbtwrb ACE2 inhwic 79 raynganrayaaerkaesdngwaphupwythirbrksainorngphyabalthnginpraethscinaelaniwyxrkthung 30 mikarbadecbkhxngitbang rwmthngphuimekhymipyhaitedim 80 phyathiwithyaphumikhumkn aekikh aemwa SARS COV 2 mikaronmtxbsnxngtxesllbuthangedinhayicthiaesdng ACE2 aetphupwyokhwid 19 runaerngmixakarxkesbmakekinthwrang systemic hyperinflammation khxkhnphbthanghxngptibtikarkhlinikthimi IL 2 IL 7 IL 6 granulocyte macrophage colony stimulating factor GM CSF interferon g inducible protein 10 IP 10 monocyte chemoattractant protein 1 MCP 1 macrophage inflammatory protein 1 a MIP 1a aela tumour necrosis factor a TNF a sungkhunbngchithungklumxakarcakkarhlngisotikhn CRS esnxwamiphyathiwithyaphumikhumknphunedim 38 nxkcakni phupwyokhwid 19 aelaklumxakarhayiclabakechiybphln ARDS miiboxmarkekxrsirmsungbngchi CRS khlassik idaek radbsi riaexkhthif oprtin CRP aelketddiihodrciens LDH di idemxraelaefxrritinsung 81 karwinicchy aekikhdubthkhwamhlkthi kartrwcorkhtidechuxiwrsokhorna 2019 karsathitkarkwadkhxhxyswncmukephuxtrwcokhwid 19 chudthdsxb rRT PCR sahrbokhwid 19 khxngsidisi 82 WHO cdphimpheknthwithikarthdsxbhlayeknthsahrborkh 83 withikarthdsxbmatrthan khux ptikiriyalukosphxliemxersaebbyxnklberiylithm rRT PCR 84 odymatrthanaelwkarthdsxbnitxngichkbtwxyangthangedinhayicthiidcakkarkwadkhxhxyswncmuk xyangirkdi xacichkarkwadcmukhruxtwxyangesmhaid 22 85 odythwipcathrabphlinimkichwomngthungsxngwn 86 87 samarthichkarthdsxbeluxdid aettxngichtwxyangeluxdsxngtwxyangaeykknaelaekbhangknsxngspdah aelaphllphththiidmikhunkhathnthinxy 88 nkwithyasastrcinsamarthaeyksayphnthukhxngiwrsokhornaaelacdphimphladbphnthukrrmephuxihhxngptibtikarthwolksamarthphthnakarthdsxbptikiriyalukosophliemxers PCR idxyangxisraephuxtrwchakartidechuxiwrs n wnthi 4 emsayn 2563 karthdsxbaexntibxdi sungxactrwcphbkartidechuxthikalngdaeninxyu aelawabukhkhlnnekhytidechuxmakxnhruxim kalngxyurahwangkarphthna aetyngimmiichaephrhlay 89 90 91 prasbkarnkarthdsxbkhxngcinaesdngihehnwamikhwamaemnyaephiyng 60 thung 70 92 xngkhkarxaharaelayainshrthxnumtikarthdsxbkhangetiyngkhrngaerkemuxwnthi 21 minakhm 2563 sahrbichinplayeduxnnn 93 aenwthangkarwinicchythixxkodyorngphyabalcnghnan mhawithyalyxuhn aenanawithikartrwchakartidechuxtamlksnathangkhlinikaelakhwamesiyngthangwithyakarrabad singehlaniekiywkhxngkbkarrabutwphuthimixakartxipnixyangnxysxngxaakr rwmkbmiprawtiedinthangipxuhnhruxsmphskbphutidechuxrayxun idaek ikh phaphthayrngsithiekhaidkbpxdbwm canwnesllemdeluxdkhawpktihruxta hruxmilimofistta 94 karsuksahnungihphupwyokhwid 19 thirbkarrksainorngphyabalixlnginphachnaplxdechuxephuxekbtwxyangnalay aelatrwcphbiwrsinphupwysibexdcaksibsxngrayodyich RT PCR ethkhnikhnimiskyphapherwkwakarkwadaelakxihekidkhwamesiyngtxecahnathisatharnsukhnxykwa ekbthibanhruxinrth 64 emuxichrwmkbkarthdsxbthanghxngptibtikar karthasithisaeknthrwngxkxacepnpraoychntxkarwinicchyokhwid 19 inkhnthixakarthangkhlinikbngchiwamioxkassungthicaepnorkh aetimaenanaihichkhdkrxngepnkarthwip 23 24 inrayatnmkphbrxyorkhepnrxythubaebbkrackfainenuxpxdhlayklibaelaepnthngsxngkhang odykracayaebbimsmmatraelamkphbbxythidannxkaeladanhlngkhxngenuxpxd 23 emuxorkhdaeninipmakkhunxacphblksnamirxyorkhednthienuxpxddannxkiteyuxhumpxd subpleural dominance phnngknklibpxdyxyhnatwphrxmkbmisarnaetimetmthunglmehnepnlksnakhlaykraebuxngpuphunthnn crazy paving pattern aelaenuxpxdthub consolidation id 23 95 playpi 2562 WHO kahndrhsorkhchukechin ICD 10 U07 1 sahrbkaresiychiwitcakkartidechux SARS CoV 2 thihxngptibtikaryunynaelw aela U07 2 sahrbkaresiychiwitcakotwid 19 thiwinicchythangkhlinikhruxwithyakarrabadodyimmikartidechux SARS CoV 2 thihxngptibtikaryunyn 96 khxkhnphbphaphthaysithitrngaebb phaphthaysithikhxngrayaluklamxyangrwderwphyathiwithya aekikh mikhxmulekiywkbrxyorkhthangklxngculthrrsnaelaphyathisrirwithyakhxngokhwid 19 nxy 97 98 khxkhnphbthangphyathiwithyahlkinkarchnsutrphliksph idaek ehniddwytaepla eyuxhumpxdxkesb eyuxhumhwicxkesb rxythubinpxd aelapxdbwmna sngektphbkhwamrunaerngkhxngorkhpxdbwmehtuiwrssipraephth pxdbwmelknxy singsumeyimkhnis serous exudation elknxy singsumeyimkhnifbrinelknxy pxdbwmaebbeba pxdbwmna karecriyekinkhxngesllpxd esllpxdnxkaebbkhnadihy karxkesbaethrk interstitial odymikaraethrksumkhxnglimofistaelamikarkxtwkhxngesllykshlayniwekhliys pxdbwmrunaerng karesiyhaykhxngthunglmaebbaephkracay DAD odymisingsumeyimkhnkhxngthunglmaebbaephkracay DAD epnsaehtukhxngklumxakarhayiclabakechiybphln ARDS aelaphawaxxksiecntaineluxdxyangrunaerng pxdbwmthikalnghay karcdraebiybkhxngsingsumeyimkhninophrngthunglmaelaphawaekidphngphudaethrkinpxd miphlasmaesllmakin BAL 99 eluxd phawaeluxdaekhngtwinhlxdeluxdaebbaephrkracay DIC 100 ptikiriyamiemdeluxdkhawaelaemdeluxdaedngtwxxn leukoerythroblastic 101 tb ikhmnphxktbaebbthungelkkarpxngkn aekikh karybyngkartidechuxihmephuxldcanwnphupwyinewlahnung hruxeriyk karthaihesnokhngrab flattening the curve thaihrachkarsatharnsukhrksaprimanphupwyedimiddikhun 102 103 104 inthangklbkn karephimkhwamcudansatharnsukh eriykwa karykesn raising the line echn karephimcanwnetiyng bukhlakraelaxupkrnekhruxngmuxsamarthchwyrxngrbkhwamtxngkarthiephimkhun 105 karbrrethathiimephiyngphx echn karphxnprnkdkarewnrayathangkayhruxkhasngihxyuaetinbankxnewlaxnkhwr xacthaihekidkarepnklbkhxngorkhrabadthwid 103 106 matrkarpxngknephuxldoxkaskartidechux idaek karxyuaetinban kareliyngsthanthithimikhnphlukphlan karlangmuxdwysbuaelanabxy odyichewlaxyangnxykhrngla 20 winathi karptibtisukhxnamydanthangedinhayicthidi aelaeliyngkarichmuxthiimidlangsmphsdwngta cmukhruxpak 107 108 109 sidisiaenanaihichkradasthichchupxngpidpakaelacmukemuxixhruxcam aelaaenanaihichkhxphbsxkdaninhakimmikradasthichchu 107 aenanasukhxnamykhxngmuxthiehmaasmhlngixhruxcam 107 aenanasukhxnamyswnbukhkhlaelawithichiwitaelaxaharsukhphaphdiephuxesrimsrangphumikhumkn sidisiaenanakarichsingpkpidibhnathiepnphainsthanthisatharna swnhnungephuxcakdkaraephrechuxodypceckthiimaesdngxakar 110 yuththsastrkarewnrayahangthangsngkhmmungldkarsmphsbukhkhlthitidechuxkbklumihyodykarpidorngeriynaelasthanthithangan karcakdkaredinthang aelaykelikkarchumnumsatharnakhnadihy 111 aenwthangkarewnrayahangyngrabuihbukhkhlxyuhangknpraman 6 fut 1 8 emtr thngni yngimmiyaidthrabwamiprasiththiphaphpxngknokhwid 19 id 112 113 hlngkarnakarewnrayahangthangsngkhmaelakhasngxyutidban hlayphumiphakhsamarthkhngxtraaephrechuxprasiththiphaph Rt nxykwa 1 hmaykhwamwa orkhkalngldlnginphunthiehlann 114 enuxngcakimkhadwacamiwkhsinxyangerwcnthungpi 2564 115 swnsakhykhxngkarrbmuxokhwid 19 khuxkarphyayamldcudsungsudkhxngorkhrabad thieriyk karthaihesnokhngrab 103 sungkrathaodykarchalxxtrakartidechuxephuxldkhwamesiyngmiihrachkarsukhphaphminganln thaihrksaphupwypccubniddikhunaelachalxphupwyihmcnkwacamikarksahruxwkhsinthimiprasiththiphaph 103 106 tamkhxmulkhxng WHO aenanakarichhnakakxnamyechphaaemuxbukhkhlixhruxcam hruxemuxkalngduaelphutxngsngsywapwy 116 sunykhwbkhumaelapxngknorkhyuorp ECDC rabuwa hnakakxnamy xacphicarnaodyechphaaxyangyingemuxekhaphunthithipidphlukphlan aet echphaaepnmatrkaresrimethann 117 CDC khxngshrthaenanaihswmhnakakinthisatharnahakewnrayahang 6 futidyak odyechphaaemuximmixakaraelpxngknkaraephrechuxodyimectna 118 hlaypraethsaenanaihbukhkhlsukhphaphdiswmhnakakxnamyhruxphapkpidibhna echn phaphnkhx xyangnxyinthisatharnabangaehng rwmthngpraethscin 119 hxngkng 120 sepn 121 xitali aekhwnlxmbarediy 122 rsesiy 123 aelashrth 110 CDC aenanaihphuthiidrbkarwinicchyepnokhwid 19 hruxphuthiechuxwatntidechuxxyuaetinbanykewnekharbkarrksathangkaraephthy ihothrsphthlwnghnakxnphbphuihbrikarthangkaraephthy swmhnakakkxnekhahxngtrwc aelaemuxxyuinhxnghruxyanphahnarwmkbbukhkhlxun ihichthichchupidixaelacam ihlangmuxxyangsmaesmxdwysbuaelana aelaeliyngkarichkhxngichinkhrweruxnswntwrwmkbphuxun 27 124 CDC yngaenanaihbukhkhllangmuxbxy dwysbuaelanaepnewlaxyangnxy 20 winathi odyechphaaxyangyinghlngekhahxngnahruxemuxehnwamuxskprk kxnkinxaharaelahlngsngnamuk ixhruxcam nxkcakniyngaenanaihichsarlangmuxthimiswnphsmkhxngaexlkxhxlxyangnxy 60 krannkhwrichechphaaemuximmisbuaelana 107 sahrbphunthithiimmrsarlangmuxphanichykhay WHO ihsutrsxngsutrsahrbkarphlitthxngthin sahrbthngsxngsutr kmmntphaphtxtanculchiphmacakexthanxlhruxixosophrphanxl ihodrecnephxrxxkisdichephuxkacdspxraebkhthieriyinaexlkxhxl swnkliesxrxlephimekhamaepnsardudkhwamchumchunaekphiw humectant 125 khwamphyayaminkarpxngknorkhnnmiphlthwikhunkhuxmiphlmakkwapxngknkaraephrkracayephiyngthxdediyw karpxngknphupwyihmid 1 khncachwyldkarsmphsorkhaekbukhkhlxikhlaythxd enuxngcakphutidechuxihmcaaephrechuxtxid sungsudthaycathaihhyudyngkarrabadid elnmiediy khaaenanakarlangmuxwkhsin aekikh dubthkhwamhlkthi wkhsinorkhtidechuxiwrsokhorna 2019 sunychidwkhsininopaelnd wkhsinchnidtang thikalngphthnaephuxpxngknorkh wkhsinorkhtidechuxiwrsokhorna 2019 epnwkhsinthimungsrangphumikhumkntxechuxiwrsokhornathiepnsaehtukhxngorkhokhwid 19 odykxnthicaekidkarrabadthwkhxngokhwid 19 idmikhwamphyayaminkarphthnawkhsinsahrborkhiwrsokhornachnidthiepnsaehtukhxngorkhxun echn klumxakarthangedinhayicechiybphlnrunaerng sars hrux SARS aelaorkhthangedinhayictawnxxkklang emxrs hrux MERS maxyangtxenuxng khwamphyayamehlaniidsasmkhwamruphxsmkhwrekiywkbokhrngsrangaelakarthangankhxngiwrsokhorna sungidchwyihkarphthnaethkhonolyiwkhsinokhwidtang tngaettnpi 2020 daeninipidxyangrwderw 126 erimtngaetwnthi 10 mkrakhm 2020 sungmikarephyaephrladbyinphanciesd GISAID aela n wnthi 19 minakhm xutsahkrrmyathwolkkidprakaskhamnsyyathicathakarephuxcdkarorkh 127 wkhsinokhwid 19 idekhrditodythwipwachwyldkartidtx khwamrunaerng aelaxtrakartayenuxngkborkh 128 inkarthdlxngthangkhlinikrayathi 3 wkhsinhlaychnidsamarthpxngknkartidechuxaebbaesdngxakarodymiprasiththiskysungthungrxyla 95 n eduxnkrkdakhm 2021 miwkhsin 20 chnidthiidkhunthaebiynihichinpraethsxyangnxy 1 praethsrwmthngwkhsinxarexnex 2 chnid ifesxraelaomedxrna wkhsiniwrsokhwid 19 echuxtay 9 chnid BBIBP CorV khxngsionfarm wkhsinkhxng Chinese Academy of Medical Sciences sionaewk okhaewksinkhxngphartaiboxethkh CoviVac khxng Chumakov Centre COVIran Barakat khxng Shifa Pharmed Industrial Group Minhai Kangtai KCONVAC QazVac khxng Research Institute for Biological Safety Problems aela WIBP CorV khxngsionfarm wkhsinthiichiwrsepnewketxr 5 chnid sputnikilthaelasputnikwikhxngsthabnwicykamaeliy aexstraesenka Ad5 nCoV khxngaekhnsioniboxlxciks aelacxhnsnaexndcxhnsn aelawkhsinhnwyyxyoprtin khxngiwrsokhwid 19 canwn 4 chnid Abdala khxng Center for Genetic Engineering and Biotechnology EpiVacCorona khxngsthabnewktxr Soberana 02 khxng Finlay Institute aela ZF2001 khxng Anhui Zhifei Longcom 129 130 miwkhsinaekhndiedt sungidekhasukarwicyephuxichrksaaelw 330 chnid incanwnni 30 chnidkalngthdlxnginrayathi 1 30 chnidinrayathi 1 2 25 chnidinrayathi 3 aela 8 chnidinrayathi 4 129 praethstang miaephnaeckcahnaywkhsinodycdladbkarihtamklumthiesiyngekidphawaaethrksxn echn phusungxayu aelaklumthiesiyngtidaelwaephrorkh echn bukhlakrthangaephthy 131 mipraethsthikalngphicarnachidwkhsinephiyngodsediywinebuxngtnephuxkhyaychidwkhsinaekprachachnihmakthisudcnkwacamiwkhsinphx 132 133 134 135 cnthungwnthi 10 krkdakhm 2021 xngkhkrsatharnsukhrwm knthwolkraynganwa idchidwkhsinokhwid 19 thung 3 420 lanods aelw 136 phuphlitwkhsinidrabucanwnodswkhsinthicasamarthphlitinpi 2021 iwdngni aexstraesenka xxksfxrd 3 000 lanods ifesxr wbr ibxxnethkh 1 300 lanods phuphlitsputnikwi sionfarm sionaewk aelacxhnsnaexndcxhnsnrayla 1 000 lanods omedxrna tngepaphlit 600 lanods aelaaekhnsioniboxlxciks 500 lanods 137 138 aetcnthungeduxnthnwakhm 2020 praethstang kidsngwkhsinlwnghnaekin 10 000 lanods aelw 139 odykhrunghnungepnpraethsrayidsungaemcamiprachakrephiyngrxyla 14 khxngolk 140 ephraakhwamtxngkarwkhsinsungeyiyngniinchwngpi 2020 21 140 prachachnkhxngpraethskalngphthnathicdwamirayidnxyxacimidrbwkhsincakphuphlitehlanicnthungpi 2023 hrux 2024 cungthaihopraekrmokhaewkscaepnxyangyingephuxihsngwkhsinidthwthungknthwolk 139 140 karrksa aekikhkarrksapccubnepnkarbabdprakhbprakhxng sungxacrwmthungkarihsarna karrksadwyxxksiecn aelaprakhbprakhxngxwywasakhyxunthiidrbphlkrathb 141 142 143 mikarichekhruxngchwyphyungkarthangankhxnghwicaelapxd ECMO ephuxrksathangedinhayiclmehlw aetpraoychnyngxyurahwangkarphicarna 35 144 karrksaaebbprakhbprakhxngxacmipraoychninphuthimixakarimrunaernginkartidechuxrayatn 145 WHO aelakhnakrrmkarsukhphaphaehngchaticincdphimphkhxaenanasahrbkarduaelphupwyokhwid 19 thirbrksainorngphyabal 146 147 148 aephthyewchbabdwikvtaelaaephthyorkhrabbkarhayicinshrthrwbrwmkhxaenanakarrksacakhnwyngantang ekhaepnthrphyakresri khux IBCC 149 150 ya aekikh cnthungeduxnemsayn 2563 yngimmikarrksacaephaasahrbokhwid 19 6 sahrbxakartang nn wichachiphaephthybangswnaenanaihichpharaestamxl xaestamionefn makkwaixbuoprefn sahrbkarichkhrngaerk 151 152 153 xngkhkarxnamyolkimkhdkhankarichyatankarxkesbthiimichsetiyrxyd NSAIDs echn ixbuphrxefn ephuxrksaxakar 146 154 aelaxngkhkarxaharaelayaaethlngwapccubnimmihlkthanwa NSAIDs thaihxakarkhxngokhwid 19 thrudlng 155 aemmikhxkngwlthangthvsdiekiywkbsarybyng ACE aelayatantwrbaexngkioxethnsin n wnthi 19 minakhm 2563 aetimephiyngphxepnehtuphlihhyudyaehlani 146 156 157 158 karsuksahnunginwnthi 22 emsaynphbwaphupwyokhwid 19 rwmkbmiorkhkhwamdnolhitsungmixtrataythuksaehtutalngemuxichyaehlani 159 imaenanaihichsetiyrxyd echn emthilephrdniosoln ykewnmiklumxakarhayiclabakechiybphlnaethrk 160 161 smakhmwithyaphumikhumknaelaphumiaephkhlinikxxstraelesiyaenanaihphicarnaichothlisisuaembsahrbepntweluxkkarbabdnxkkhxbngichsahrbphupwyklumxakarhayiclabakechiybphlninokhwid 19 enuxngcakmiphlpraoychnthithrabinphayuisotikhnthiekidcakarbabdmaerngbangchnid aelaphayuisotikhnxacepnpccysngesrimthisakhytxxtratayinokhwid 19 runaerng 14 aenanaihichyasahrbpxngkneluxdcbliminkarrksa 162 aelakarrksadwysarkneluxdepnlimthiichehparinnahnkomelkultaduehmuxnsmphnthkbphllthththidikhuninokhwid 19 runaerngthiaesdngsyyankhxngkaraekhngtwkhxngeluxdphidpkti diidemxrsung 163 xupkrnpxngknswnbukhkhl aekikh CDC aenanasikhntxninkarswmxupkrnpxngknswnbukhkhl PPE txngichkhwamramdrawngephuxcakdkhwamesiyngkaraephrechuxiwrsihnxythisud odyechphaaxyangyinginsthansatharnsukhemuxdaeninwithidaeninkarthixackxihekidlaxxnglxyid echn karisthxchwyhayic hruxkarchwyhayicdwymux 164 sahrbphuechiywchaysatharnsukhthiduaelphupwyokhwid 19 sidisiaenanaihcdphupwyihhxngaeykkartidechuxthangxakas AIIR nxkehnuxipcakkarramdrawngmatrthan standard precautioin karramdrawngkarsmphsaelakarramdrawngthangxakas 165 sidisisrupaenwthangptibtiinkarichxupkrnpxngknswnbukhkhl PPE rahwangkarrabadthw xupkrnthiaenanaidaek chudkhlum PPE xupkrnchwyhayichruxhnakakxnamy xupkrnpxngkndwngtaaelathungmuxkaraephthy 166 167 aenanaihichxupkrnchwyhayicaethnhnakakxnamythami 168 hnakakexn95 idrbxnumtiinsthanthixutsahkrrmaet FDA xnuyatihichhnakakphayitkarxnuyatichchukechin EUA hnakakdngklawidrbkarxxkaebbmaihpxngknxnuphakhthimathangxakasechnfun aetprasiththiphaphtxechuxorkhcaephaayngimrbpraknsahrbkarichnxkkhxbngich 169 emuximmihnakak CDC aenanaihichxupkrnpxngknibhna face shield hruxichhnakakthamuxepnthangeluxksudthay 170 ekhruxngchwyhayic aekikh phupwyokhwid 19 swnihymixakarimrunaerngthungkhnadtxngichekhruxngchwyhayichruxxupkrnkhlaykn aetphupwycanwnhnungcaepntxngich 171 172 chnidkhxngkarchwyhayicinphupwythangedinhayiclmehlwenuxngcakokhwid 19 kalngmikarsuksasahrbphupwyinorngphyabal aelamihlkthanbangthiwasamartheliyngkaristhxchwyhayiciddwykarbabddwyxxksiecnaebbphsmxakasxtrakarihlsungphanhlxdkhacmuk hruxkarchwyhayicaebbimrukladwyekhruxngihaerngdnbwkinthangedinthangicaebbsxngradb BIPAP 173 aetyngimmikhxsrupwasxngwithinikxihekidpraoychnethakbekhruxngchwyhayicinphupwywikvthruxim 174 aephthybangswnniymeluxkichekhruxngchwyhayicaebblwnglahakmi ephraaethkhnikhnichwycakdkaraephrkracaykhxngxnuphakhlaxxnglxyemuxethiybkbhlxdkhacmukkarihlsung 171 phupwyrunaerngswnihyepnphusungxayu khuxxayutngaet 60 pikhunip 171 aelaodyechphaaxyangyingbukhkhlxayumakkwa 80 pi 49 praethsphthnaaelwhlaypraethsmixtraetiyngorngphyabaltxhwimephiyngphx sungcakdkhidkhwamsamarthkhxngrabbsatharnsukhinkarrbmuxkbkarephimkhunechiybphlnkhxngcanwnphupwyokhwid 19 thimixakarrunaerngthungkhnrbrksainorngphyabal 175 khwamcuthicakdniepnaerngphlkdnsakhysahrbkareriykrxngih thaihesnokhngrab 175 khux karldxtraerwkhxngkarekidphupwyihm aelarksacanwnphupwyinchwngewladhnung ihtalng nganwicyhnunginpraethscinphbwa 5 ekharbkarrksainhnwyxphibal ICU 2 3 txngichekhruxngchwyhayicaela 1 4 esiychiwit 35 inpraethscin phupwyokhwid 19 thirksainorngphyabalpraman 30 sudthaytxngekharksain ICU 4 klumxakarhayiclabakechiybphln aekikh karchwyhayicdwyekhruxngchwyhayiccamikhwamsbsxnmakkhunemuxekidphawaaethrksxnepnklumxakarhayiclabakechiybphln ARDS inphupwyokhwid 19 sungcathaihkarihxxksiecnyaklabakmakkhun 176 aephthycaepntxngichekhruxngchwyhayicchnidthimiohmdchwyhayicdwykarkhwbkhumkhwamdn pressure control mode aelasamarthkahndkha PEEP inradbsungid 177 ephuxchwynasngxxksiecnidmakthisudphrxmkbldkhwamesiyngkhxngkarekidkarbadecbkhxngpxdcakkarichekhruxngchwyhayicaelaophrngeyuxhumpxdmixakasihnxythisud ekhruxngchwyhayicaebbekabangpraephthxacimsamarthihkarchwyhayicaebbmi PEEP sungid 178 mixtrataysunginphupwyokhwid 19 thitxngichekhruxngchwyhayic sungechuxwaenuxngcakphayuisotikhn smakhmwithyaphumikhumknaelaphumiaephxxstraelesiyaenanaihphicarnakhdkhwangrabb IL 6 inorkhrunaerngodyerw aelarwmxyuinkhxphicarnainaenwthangkarrksahlaypraeths 14 thangeluxksahrb ARDS 176 karbabd khxaenanaxxksiecnaebbphsmxakasxtrakarihlsung sahrb SpO2 lt 93 xacpxngknkhwamcaepntxngichkaristhxchwyhayicaelaekhruxngchwyhayicprimatrhayicekhaxxk 6 ml kk aelasamarthldlngehlux 4 ml kk khwamdnthangedinhayicrab rksaihtakwa 30 cmH2O thaepnipid xactxngichxtrakarhayicsung 35 khrngtxnathi khwamdnbwkthisudkarhayic radbpanklangthungsungkarcdthanxnkhwa sahrbkarthaihxxksiecnaeylngkarcdkarsarna epahmaykhuxdultidlb 0 5 1 litrtxwnyaptichiwna sahrbkartidechuxaebkhthieriythtuyiphumikluokhkhxrtikhxyd imaenanakarrksakhnthdlxng aekikh erimkarwicyhakarrksathimiskyphaphineduxnmkrakhm 2563 179 aelayataniwrshlaytwxyurahwangkarthdlxngthangkhlinik 180 181 ermedsiewiyr Remdesivir duehmuxncamiaenwonmmakthisud 113 aemwayaihmxacichewlaphthnacnthungpi 2564 182 yahlaychnidthikalngthdsxbidrbkarxnumtisahrbichxyangxunhruxxyuinkarthdsxbkhnsungaelw 183 xacthdlxngichyataniwrsinphupwyxakarrunaerng 141 WHO aenanaihxasasmkhrmiswnrwminkarthdlxngprasiththiphaphaelakhwamplxdphykhxngkarrksathimiskyphaph 184 FDA xnuyatchwkhrawaekphlasmarayafuntwepnkarrksakhnthdlxnginphupwysungchiwitthukkhukkhamrayaernghruxthnthi thngni yngimphankarsuksathangkhliniksungcaepntxkaraesdngkhwamplxdphyaelaprasiththiphaphsahrborkh 185 186 187 ethkhonolyisarsneths aekikh ineduxnkumphaphnth 2563 cinepidtwaexphothrsphthmuxthuxephuxrbmuxkarrabadkhxngorkh 188 odycamikarkhxihphuichkrxkchuxaelaelkhpracatwkhxngtn aexphnisamarthtrwccb karsmphsiklchid odyichkhxmulkarsxdsxngduael channcungbxkkhwamesiyngkartidechuxthiepnipid phuichthukkhnsamarthtrwcsxbsthanphaphkhxngphuichxunxiksamkhn haktrwcphboxkasthiepnipid aexphimephiyngcaaenanaihkkorkhtnexngethann yngaecngetuxnkharachkarsatharnsukhthxngthindwy 189 mikarichkarwiekhraahkhxmulkhnadihysungkhxmulothrsphthmuxthux ethkhonolyikarrucaibhna karkhnhaaelatidtamothrsphthmuxthux aelapyyapradisthinkartidtamphutidechuxaelaphuthismphskbphutidechuxinekahliit ithwnaelasingkhopr 190 191 ineduxnminakhm 2563 rthbalxisraexlepidichnganhnwyngankhwammnkhnginkarkhnhaaelatidtamkhxmulothrsphthmuxthuxkhxngphuthitxngsngsywatidiwrsokhorna matrdardngklawnamaichephuxichbngkhbkarkkorkhaelakhumkhrxngphuthixacsmphskbphlemuxngthitidechux nxkcakniineduxnminakhm 2563 dxythechxethelxkhxmaebngpnkhxmultaaehnngothrsphthrwmkbhnwyngankhxngrthbalklangeyxrmn sthabnoraebrth khxkh ephuxwicyaelapxngknkaraephrkracaykhxngiwrs 192 rsesiyichethkhonolyirucaibhnaephuxtrwccbphufafunkarkkorkh 193 Giulio Gallera phutrwckarsatharnsukhphumiphakhkhxngxitali klawwaekhaidrbaecngcakphuihbrikarothrsphmekhluxnthiwa prachachn 40 yngkhngedinthangxyu 194 rthbaleyxrmndaeninkaraehkkathxnsudspdahepnewla 48 chwomng odymiphuekharwmmakkwa 42 000 khn 195 196 nxkcakniprathanathibdi Kersti Kaljulaid aehngexsoteniyyngeriykrxngthwolkihmithangxxkxyangsrangsrrkhtxkarrabadkhxngiwrsokhorna 197 karprakhbprakhxngcitic aekikh bukhkhlxacprasbthukkhcakkarkkorkh karcakdkaredinthang phlkhangekhiyngkhxngkarrksaaelakhwamklworkh ephuxcdkarkbkhwamkngwlehlani khnakrrmkarsukhphaphaehngchatikhxngcincdphimphaenwthangptibtiradbchatisahrbkarrbmuxwikvtcitwithyaemuxwnthi 27 mkrakhm 2563 198 199 edxaaelnsit ephyaephrkhxeriykrxng 14 hnasungennsahrachxanackraelarabusphaphsungphbpyhasukhphaphcithlayxyangbxykhun bibisiykkhaphudkhxngrxi oxkhxnenxrthiwa karephimkaraeyksnodsthangsngkhm khwamepliywehnga khwamkngwlthangsukhphaph khwamekhriydaelaphawaesrsthkic BBC xangthung Rory O Connor odyklawwa khwamoddediywthangsngkhmthiephimkhunkhwamehngakhwamwitkkngwldansukhphaphkhwamekhriydaelaphawaesrsthkickhalngepnphayuchnelisinkartharaysukhphaphcitaelakhwamepnxyuthidikhxngprachachn 200 201 phyakrnorkh aekikh khwamrunaerngkhxngphupwyokhwid 19 thiidrbkarwinicchyinpraethscin 202 xtrapwytayaebngtamklumxayu praethscin cnthung 11 kumphaphnth 2563 203 praethsekahliit cnthung 17 krkdakhm 2563 204 praethssepn cnthung 18 phvsphakhm 2563 205 praethsxitali cnthung 3 mithunayn 2563 206 xtrapwytayinpraethscinodykhunkbpyhasukhphaphxun khxmulthung 11 kumphaphnth 2563 203 canwnphuesiychiwittxphupwythnghmdaebngtampraeths aelaxtrapwytayodypraman 207 khwamrunaerngkhxngokhwid 19 mihlayradb orkhxacdaeninaebbebaodyimmixakarhruxmixakarephiyngelknxy odykhlaykborkhthangedinhayicswnbnthiphbthwipxyangxun echn orkhhwd phupwyebatrngaebbhaydiphayinsxngspdah swnphupwyrunaernghruxwikvtxacichewlahaysamthunghkspdah inbrrdaphuesiychiwitnn ewlatngaeterimmixakarthungesiychiwitxyurahwangsxngthungaepdspdah 40 edkiwtxorkh aetmiaenwonmmixakarrunaerngnxykwa aelamioxkasepnorkhrunaerngnxykwaphuihy inphupwyxayunxykwa 50 pimioxkasesiychiwitnxykwa 0 5 swnphuxayumakkwa 70 pimioxkasmakkwa 8 208 209 210 hyingmikhrrphxacmikhwamesiyngtidokhwid 19 runaerngsungkwaodyxasykhxmulcakiwrskhlaykn xyangorkhsarsaelaemxs aetyngkhadkhxmulsahrbokhwid 19 211 212 bangkarsuksaphbwa xtraswnniwothrfiltxemdeluxdkhaw NLR xacmipraoychninkartrwckhdkrxngkarpwyrunaerngebuxngtn 213 phupwyokhwid 19 thiesiychiwitcanwnnmakmiorkhphunedim echn khwamdnolhitsung orkhebahwanaelaorkhrabbhwicaelahlxdeluxd 214 Istituto Superiore di Sanita raynganwacak 8 8 khxngphuesiychiwitthimiewchraebiynihthbthwn phupwythiidrbsumtwxyang 97 2 miorkhrwmxyangnxyhnungorkh odyphupwymiorkhrwmechliykhnla 2 7 orkh 215 tamraynganediywkn rayaewlamthythanrahwangerimtnmixakaraelaesiychiwitkhux 10 wn odyhawnepnwnthirbrksainorngphyabal xyangirkdi phupwythiidrbkaryayekha ICU miewlamthythan 7 wntngaetrbrksainorngphyabalaelaesiychiwit inkarsuksaphupwychwngtn ewlamthythantngaetaesdngxakarerimaerkthungesiychiwitkhux 14 wn odymiphisyrahwang 6 thung 41 wn 216 inkarsuksaodykhnakrrmkarsukhphaphaehngchati NHC khxngcin chaymixtratay 2 8 swnhyingmixtratay 1 7 217 kartrwcthangculphyathiwithyakhxngtwxyangpxdhlngesiychiwitaesdngihehnkhwamesiyhaykhxngthulmaebbaephkracay diffuse alveolar damage odymisingsumeyimkhunifobrmiksxydkhxngesll cellular fibromyxoid exudates inpxdsxngkhang karepliynaeplngthiekidphyathisphaphtxesll cytopathic khxngiwrssngektidinesllpxd phaphpxdcadukhlayklumxakarhayiclabakechiybphln ARDS 40 inphuesiychiwit 11 8 thikhnakrrmkarsukhphaphaehngchatikhxngcinrayngan phbkhwamesiyhaytxhwicodymiradbothropninsungkhunhruxhwichyud 41 cakkhxmulemuxeduxnminakhm 2563 cakshrth 89 khxngphuidrbrksainorngphyabalmiorkhphunedim 218 khwamphrxmkhxngthrphyakrkaraephthyaelaesrthkicsngkhmkhxngphumiphakhhnungxacmiphltxxtratay 219 karpramanxtrataycakorkhaetktangknidxnenuxngcakkhwamaetktangkhxngphumiphakh 220 aetyngmisaehtumacakkhwamlabakin raebiybwithikhxngkhxmuldwy karnbphupwyxakarebanxykwacringxacthaihpramanxtrataysungekin 221 xyangirkdikhxethccringthiwakaresiychiwitepnphlkhxngphupwythitidorkhinxditxachmaykhwamwaxtrataypramanidtaekin 222 223 phusubbuhrimioxkasekidxakarrunaerngkhxngokhwid 19 khidepn 1 4 ethaaelamioxkastxngkarkarxphibalhruxesiychiwitkhidepn 2 4 ethaemuxethiybkbphuimsubbuhri 224 mikarykkhxkngwlekiywkbphltamrayayawkhxngorkh xngkhkarorngphyabalhxngkngphbwasmrrthphaphpxdldlng 20 thung 30 inphupwybangraythihaycakorkh aelakarsaeknpxdphbkhwamesiyhaytxxwywa 225 ehtuniyngxacnaipsuklumxakarhlngkarxphibalhlnghayaelw 226 xtrapwytay tamxayuaelapraeths xayu 0 9 10 19 20 29 30 39 40 49 50 59 60 69 70 79 80 89 90 praethscin n wnthi 11 kumphaphnth 203 0 0 0 2 0 2 0 2 0 4 1 3 3 6 8 0 14 8ednmarkemuxwnthi 19 phvsphakhm 227 0 2 4 1 16 6 27 6 48 1xitaliemuxwnthi 27 phvsphakhm 228 0 2 0 0 0 1 0 3 0 9 2 7 10 6 25 8 32 0 29 2enethxraelndemuxwnthi 20 phvsphakhm 229 0 0 0 2 0 1 0 3 0 5 1 7 8 1 25 5 32 7 33 9ekahliit n wnthi 24 phvsphakhm 230 0 0 0 0 0 0 0 2 0 2 0 8 2 8 10 9 26 3sepnemuxwnthi 17 phvsphakhm 231 0 2 0 3 0 2 0 3 0 6 1 4 4 9 14 3 21 0 22 3switesxraelnd n wnthi 20 phvsphakhm 232 0 0 0 0 0 0 0 1 0 1 0 6 3 3 11 5 27 9xtrapwytay tamxayuinshrth xayu 0 19 20 44 45 54 55 64 65 74 75 84 85 shrth n wnthi 16 minakhm 0 0 0 1 0 2 0 5 0 8 1 4 2 6 2 7 4 9 4 3 10 5 10 4 27 3hmayehtu khxbekhtlangrwmphupwythukray khxbekhtbnimnbrwmphupwythikhadkhxmulphyakrnorkhodypramantamxayuaelaephsodyxasyphupwycakpraethsfrngessaelaerux idxamndpriness 233 rxylakhxngphutidechuxthirbrksainorngphyabal0 19 20 29 30 39 40 49 50 59 60 69 70 79 80 rwmhying 0 2 0 1 0 3 0 6 0 3 0 9 1 1 0 7 1 8 1 6 0 9 2 4 3 2 1 9 4 9 6 2 3 7 9 6 9 6 5 7 14 8 23 6 14 0 36 4 3 2 1 9 5 0 chay 0 2 0 1 0 3 0 7 0 4 1 1 1 4 0 9 2 2 1 9 1 1 3 0 3 9 2 3 6 1 8 1 4 8 12 6 13 4 8 0 20 7 45 9 27 3 70 9 4 0 2 4 6 2 rwm 0 2 0 1 0 3 0 6 0 4 1 0 1 3 0 8 2 0 1 7 1 0 2 7 3 5 2 1 5 4 7 1 4 2 11 0 11 3 6 7 17 5 32 0 19 0 49 4 3 6 2 1 5 6 rxylakhxngphupwyrbrksainorngphyabalthiekhahnwyxphibal0 19 20 29 30 39 40 49 50 59 60 69 70 79 80 rwmhying 16 7 14 4 19 2 8 6 7 5 9 9 11 9 10 9 13 0 16 6 15 6 17 7 20 7 19 8 21 7 23 1 22 2 24 0 18 7 18 0 19 5 4 2 4 0 4 5 14 3 13 9 14 7 chay 26 9 23 2 31 0 14 0 12 2 15 9 19 2 17 6 20 9 26 9 25 3 28 5 33 4 32 0 34 8 37 3 36 0 38 6 30 2 29 2 31 3 6 8 6 5 7 2 23 1 22 6 23 6 rwm 22 2 19 2 25 5 11 5 10 1 13 2 15 9 14 6 17 3 22 2 21 0 23 5 27 6 26 5 28 7 30 8 29 8 31 8 24 9 24 1 25 8 5 6 5 3 5 9 19 0 18 7 19 44 rxylakhxngphuthirbrksainorngphyabalaelwesiychiwit0 19 20 29 30 39 40 49 50 59 60 69 70 79 80 rwmhying 0 5 0 2 1 1 0 9 0 5 1 3 1 5 1 2 1 9 2 6 2 3 3 0 5 2 4 8 5 6 10 1 9 5 10 6 16 7 16 0 17 4 25 2 24 4 26 0 14 4 14 0 14 9 chay 0 7 0 3 1 5 1 3 0 8 1 9 2 2 1 7 2 7 3 8 3 4 4 4 7 6 7 0 8 2 14 8 14 1 15 6 24 6 23 7 25 6 37 1 36 1 38 2 21 22 20 8 21 7 rwm 0 6 0 3 1 3 1 1 0 7 1 6 1 9 1 5 2 3 3 3 2 9 3 7 6 5 6 0 7 0 12 6 12 0 13 2 21 0 20 3 21 8 31 6 30 9 32 4 18 1 17 8 18 4 rxylakhxngphutidechuxaelwesiychiwit xtratidechuxtay IFR 0 19 20 29 30 39 40 49 50 59 60 69 70 79 80 rwmhying 0 001 lt 0 001 0 002 0 005 0 002 0 009 0 02 0 01 0 03 0 04 0 02 0 07 0 2 0 1 0 3 0 6 0 4 1 0 1 6 1 0 2 5 5 9 3 5 9 2 0 5 0 3 0 7 chay 0 001 lt 0 001 0 003 0 008 0 004 0 02 0 03 0 02 0 05 0 07 0 04 0 1 0 3 0 2 0 5 1 2 0 7 1 9 3 3 2 0 5 1 17 1 10 1 26 3 0 8 0 5 1 3 rwm 0 001 lt 0 001 0 002 0 007 0 003 0 01 0 02 0 01 0 04 0 06 0 03 0 09 0 2 0 1 0 36 0 9 0 5 1 4 2 4 1 4 3 7 10 1 6 0 15 6 0 7 0 4 1 0 canwninwngelbkhux chwngkhwamechuxmn 95 sahrbkhapramanphumikhumkn aekikh n eduxnemsayn 2563 yngimthrabwakartidechuxinxditkxihekidphumitumknthimiprasiththiphaphaelakhngxyurayayawinbukhkhlthihaycakorkhhruxim 234 235 miraynganwaphuekhytidechuxbangkhnekidsarphumitanthanpxngknorkh channcungsnnisthanwaphumikhumknaebbrbmamikhwamepnipid odyxasykhxmulcakphvtikrrmkhxngiwrsokhornachnidxun 236 miraynganphupwythihaycakokhwid 19 thitidtamaelwkarthdsxbiwrsokhornaepnbwkinphayhlng 237 238 239 240 xyangirkdi echuxwaepnkartidechuxnan lingering makkwakartidechuxsa 240 hruxepnphlbwklwngenuxngcakchinswnxarexnexthihlngehluxxyu 241 karsxbswnbukhkhl 285 khnody CDC ekahlisungphltrwc SARS CoV 2 inkarthdsxb PCR epnbwkhlnghayokhwid 19 aelwhlaywnthunghlayspdahimphbhlkthanwapceckehlanitidtxthangsmphsinchwngewlahlngni 242 iwrsokhornachnidxunbangtwthiyngtidechuxinmnusysamarthtidechuxsaidhlngewlaphanip 1 pi 243 244 prawtisastr aekikhechuxwaiwrsniekidkhuntamthrrmchatiaelamitnkaenidcakstw 245 phankartidechuxln 246 yngimthrabtnkaenidaethcring aetineduxnthnwakhm 2562 karaephrkracaykartidechuxekidkhunaethbthnghmdcakkhnsukhn 203 247 karsuksaphupwyokhwid 19 yunynaelw 41 rayaerk sungtiphimphinedxaaelnsitemuxeduxnmkrakhm 2563 epidephywawnerimtnxakarwnaerksudidaekwnthi 1 thnwakhm 2562 248 249 250 singphimphephyaephrxyangepnthangkarcak WHO raynganwaxakarerimtnerwthisudkhuxwnthi 8 thnwakhm 2562 251 WHO aelathangkarcinyunynkartidtxcakkhnsukhninwnthi 20 mkrakhm 2563 252 253 withyakarrabad aekikhmikarichmatrkartang odythwipephuxwdxtratay 254 twelkhehlaniaetktangkntamphumiphakhaelachwngewla aelaidrbxiththiphlcakprimankarthdsxb khunphaphkhxngrabbksatharnsukh tweluxkkarrksa ewlatngaetkarrabadkhrngaerkaelalksnaprachakr echn xayu ephs aelasukhphaphodyrwm 255 xtraswnesiychiwittxphupwysathxncanwnphuesiychiwithardwycanwnphupwythiidrbwinicchyinchwngewlahnung odyxasysthitimhawithyalycxhn hxpkins xtraswnesiychiwittxphupwythwolkxyuthi 345 442 5 435 789 n 25 phvsphakhm 2563 canwndngklawaetktangkntamphumiphakh 256 matrkarxun idaek xtrapwytay CFR sungsathxnrxylakhxngphupwyidrbwinicchythiesiychiwitcakorkhaelaxtratidechuxtay IFR sungsathxnrxylakhxngphutidechux thngthiidrbwinicchyaelaimidrbwinicchy thiesiychiwitcakorkh sthitiehlaniimphukkbewlaaelatidtamprachakrcaephaacakkartidechuxphankarhaykhxngphupwy nkwichakarcanwnhnungphyayamkhanwncanwnehlanisahrbprachakrcaephaa 257 ekidkarrabadineruxncaenuxngcakkhwamaexxdaelaimsamarthbngkhbichkarewnrayahangthangsngkhmxyangehmaasmid 258 259 inshrth prachakreruxncasungxayumakkhunaelacannwmakmikhwamesiyngsungthicamiphllphthelwcakokhwid 19 enuxngcakmiorkhhwicaelapxdrwmsungaelaekhathungsatharnsukhkhunphaphdiidnxy 258 phupwyyunynaelwtamewla phuesiychiwitthnghmdtamewla canwnphuidrbkaryunynokhwid 19 txlankhn 260 yxdphuesiychiwityunyncakokhwid 19 txlankhn 261 xtratidechuxtay aekikh Our World in Data aethlngwacnthungwnthi 25 minakhm 2563 xtratidechuxtay IFR imsamarthkhanwnidxyangaemnya 262 ineduxnkumphaphnth klumwicyhnungpraman IFR iwthi 0 94 odymichwngkhwamechuxmnrahwang 0 37 thung 2 9 263 sunyaephthysastrxinghlkthanmhawithyalylxndxn CEBM praman GFR 0 8 thwolkiwthi 9 6 thbthwnlasud 30 emsayn aela IFR 0 10 thung 0 41 thbthwnlasud 2 phvsphakhm 264 cakkhxmulkhxng CEBM karthdsxbsarphumitanthanaebbsuminpraethseyxrmnipraman IFR iw 0 37 0 12 thung 0 87 aetmikhxkngwlekiywkbphlbwklwng 264 265 266 khxbekhtlangkhxngxtratidechuxtayphbaelwinhlaythi n wnthi 7 phvsphakhm innkhrniwyxrksungmiprachakr 8 4 lankhn miphuesiychiwitcakokhwid 19 canwn 14 162 khn 0 17 267 inaekhwnaebrkaom praethsxitali prachakresiychiwit 0 57 268 wnthi 1 phvsphakhm karthdsxbsarphumitanthaninrthniwyxrkesnx IFR thi 0 86 269 khwamaetktangrahwangephs aekikh phlkrathbaelaxtrataykhxngokhwid 19 aetktangknrahwangchayaelahying 270 xtratayinchaysungkwahyinginkarsuksainpraethscinaelaxitali 1 271 272 khwamesiyngsungsudsahrbchaykhuxinchwngxayu 50 59 pi odychxngwangrahwangchayaelahyingbrrcbknthixayu 90 piethann inpraethscinxtratayxyuthirxyla 2 8 sahrbchayaela 1 7 sahrbhying 272 yngimthrabsaehtuaenchdkhxngkhwamaetktangrahwangephs aetpccythangphnthukrrmaelaphvtikrrmxacepnehtuphl 270 khwamaetktangthangphumikhumknthiekidcakephsaelakhwamchukkhxngkarsubbuhriinhyingemuxethiybkbchay aelachaythiekidorkhrwmxyangkhwamdnolhitsunginxayunxykwahyingxacsngesrimihxtratayinchaysungkwa 272 inthwipyuorp phutidechux 57 epnchayaelaphuesiychiwitcakokhwid 19 epnchay 72 273 cnthungeduxnemsayn 2563 rthbalshrthimidtidtamkhxmulthiekiywkhxngkbephskhxngkartidechuxokhwid 19 274 karwicyaesdngwakarecbpwycakiwrs echn xiobla exchixwi ikhhwdihyaelaorkhsarssngphlkrathbtxchayaelahyingtangkn 274 ecahnathisatharnsukhodyechphaaxyangyingphyabalepnhyingmakkwachay aelamioxkassmphsiwrssungkwa 275 karpidorngeriyn karhamekhaxxk lockdown aelaldkarekhathungsatharnsukhhlngkarrabadthwkhxngiwrsokhornainpi 2562 2563 xacmiphltxsxngephstangkn aelaxackhyaykhwamaetktangrahwangephsthimixyuihmakkhunxik 270 276 sngkhmaelawthnthrrm aekikhkartngchux aekikh xngkhkarxnamyolkprakasemuxwnthi 11 kumphaphnth 2563 wachuxthangkarkhxngorkhnikhux okhwid 19 COVID 19 277 hwhna WHO etowodrs xdhaonm ekxebrxxieyxsus xthibaywa CO macakkhawa okhorna corona VI macakkhawa iwrs virus iwrs D macakkhawa orkh disease aela 19 epnpithimikarrabukarrabadkhrngaerk 31 thnwakhm 2019 278 eluxkchuxniephuxeliyngkarphadphingipyngtaaehnngphumisastrcaephaa echn cin chnidstwhruxklumkhn tamkhaaenanacaknanachatisahrbkartngchuxephuxpxngknkartitra 279 280 281 iwrsthikxokhwid 19 michuxwa iwrsokhornaklumxakarhayicechiybphlnrunaerng 2 SARS CoV 2 nxkcakni WHO ichwli iwrsokhwid 19 ephimetimaela iwrsthikxihekidokhwid 19 inkarsuxsarsatharna 277 mikartngchuxiwrsokhornainpi 2511 emuxphbkhrngaerkinklxngculthrrsnxielktrxn sungchwnihkhidthungokhornakhxngdwngxathity khawa Corona hmaythungmngkudinphasalatin 282 283 thngorkhaelaiwrsmkeriykknwa iwrsokhorna rahwangkarrabadkhrngaerkinxuhn praethscin odythwiperiykiwrsaelaorkhwa iwrsokhorna aela iwrsokhornaxuhn 284 285 286 bangthieriyk orkhpxdbwmxuhn 287 288 ineduxnmkrakhm 2563 xngkhkarxnamyolkaenanaihich 2019 nCov 289 aelaorkhthangedinhayicechiybphln 2019 nCoV 290 epnchuxchwkhrawsahrbiwrsaelaorkhtamaenwthangkarichsthanthiinchuxorkhaelaiwrs thngni hlayorkhinxditidchuxtamsthanthiphumisastr echn ikhhwdihysepn 291 orkhthangedinhayictawnxxkklang aelaiwrssika 292 khxmulthiphid aekikh hlngcakthikarrabadkhxngokhwid 19 khnaerk ekidthvsdismkhbkhid khxmulthiphidaelabidebuxnekiywkbkaenid khnad karpxngkn karrksa aeladanxunkhxngorkh aelamikaraephrkracayxyangrwderwxxniln 293 294 295 stwxun aekikhduehmuxnwamnusysamarthaephrechuxiwrsipyngstwxun aemweliynginliaeych praethsebleyiym miphltrwcepnbwkhlngmnerimaesdngxakar thxngrwng xaeciyn hayicthi hnungspdahhlngecakhxngthiphlepnbwkechnkn 296 esuxinswnstwbrxngs miphltrwciwrsepnbwkaelaaesdngxakarkhxngokhwid 19 rwmthungxakarixaehngaelaebuxxahar 297 karsuksaekiywkbstweliyngthiidrbkarplukechuxiwrsphbwa aemwaelaphngphxnduehmuxnca iwmak txorkh inkhnathihmadumikhwamiwnxykwa odymiradbkarthayaebbiwrstakwa karsuksaniimphbhlkthankarthayaebbiwrsinhmu epd aelaik 298 karwicy aekikhyngimmiyahruxwkhsinididrbxnuyatihrksaorkh 183 karwicyrahwangpraethsdanwkhsinaelayainokhwid 19 kalngdaeninxyuodyxngkhkarrthbal klumwichakaraelankwicyxutsahkrrm 299 300 ineduxnminakhm xngkhkarxnamyolkrierim karthdlxngsxliaedriti ephuxpraeminphlkarrksakhxngsartaniwrs 4 chnidthimixyuaelwsungmihwngprasiththiphaphsungsud 301 xngkhkarxnamyolkybyngihdrxksikhlxorkhwincakkarthdlxngyathwolksahrbkarrksaokhwid 19 inwnthi 26 phvsphakhth 2563 kxnhnanixngkhkar khunthaebiynphupwy 3 500 khncak 17 praethsinkarthdlxngsxliaedriti 302 praethsfrngess xitaliaelaebleyiymhamichihdrxksikhlxorkhwinsahrbrksaokhwid 19 303 ya aekikh mikarsrupkarthdlxngprasiththiphlrayathi 2 4 inokhwid 19 canwn 29 karthdlxngineduxnminakhm 2563 hruxmikahndidphllphthmneduxnemsayncakorngphyabalinpraethscin 304 305 mikarthdlxngthangkhlinikdaeninxyukwa 300 karthdlxngineduxnemsayn 2563 113 karthdlxngecdkarthdlxngkalngpraeminphlkarrksaorkhmalaeriythiidrbxnumtiaelw tlxdcnkarsuksaekiywkbihdrxksikhlxorkhwinhruxkhlxorkhwin 305 yataniwrsthimikarepliynwtthuprasngkhihmepnkarwicykhxngcinthiphbmakthisud odymikarthdlxngyaermedssiewiyrayathi 3 canwn 9 karthdlxnginhlaypraethsthimikahndraynganinplayeduxnemsayn 304 305 sarxunthimiskyphaphinkarthdlxng idaek yakhyayhlxdeluxd khxrtiokhsetiyrxyd phumikhumknbabd krdiloxxik ebwasisuaemb aelaexnismaeplngaexncioxethnsin 2 sayphsm recombinant ACE2 305 aenwrwmkarwicykhlinikokhwid 19 miepahmayephux 1 xanwykhwamsadwkihkhnakrrmkarcriythrrmaelahnwyngankakbradbchatithbthwnkhxesnxkarthdlxngthangkhlinikxyangrwderw 2 erngrdkarxnumtisarprakxbephuxkarrksathiidrbkarphicarna 3 rbpraknkarwiekhraahthiepnmatrthanaelarwderwkhxngkhxmulprasithaphlaelakhwamplxdphythiekidkhunihm aela 4 xanwykhwamsadwkinkaraebngpnphlkarthdlxngthangkhlinikkxntiphimph 306 307 n eduxnemsayn 2563 mikarthbthwnaebbphlwtsungkarphthnathangkhliniksahrbsarthiidrbkarphicarnaepnwkhsinaelaya okhwid 19 khxngphusmkhrxyuinkhnathiemsayn 2563 khnanikalngmikarpraeminyataniwrsthimixyuhlaytwsahrbkarrksaokhwid 19 183 rwmthungermedsiewiyr khlxorkhwinaelaihdrxksikhlxorkhwin olpinaewiyr riotnaewiyr aelaolpinaewiyr riotnaewiyrrwmknxinetxrefiyrxnbita 301 308 ineduxnminakhm 2563 mihlkthanebuxngtnsahrbprasiththiphlkhxngermedsiewiyr 309 310 phbxakarthangkhlinikdikhuninphupwythiidrbkarrksadwyermedsiewiyrsungepnkarichxyangkarun compassionate use 311 ermedsiewiyrybyng SARS CoV 2 nxkkay 312 kalngmikarthdlxngthangkhlinikrayathi 3 inshrth praethscinaelaxitali 183 304 313 inpi 2563 karthdlxnghnungphbwaolpinaewiyr riotnaewiyrimmiprasiththiphaphinkarrksaokhwid 19 runaerng 314 nithaossaind Nitazoxanide idrbkhaaenanaihsuksainkaytxhlngaesdngwamikarybyng SARS CoV 2 khwamekhmkhnta 312 n wnthi 3 emsayn 2020 karthdlxngprasiththiphaphkhxngkarichihdrxksikhlxorkhwinepnkarrksaokhwid 19 ihphllphthxxkmakhlakn 315 316 aelakarsuksahnungyngaesdngwaxtratayephimkhunrwmkbmiphlkhangekhiyngmakkhundwy 317 318 karsuksakhlxorkhwinaelaihdrxksikhlxorkhwinthngthiichrwmhruximichkbxasiothrmysinmikhxcakdsakhythithaihchumchnkaraephthyimyxmrbkarbabddngklawodyyxmihmikarsuksaephimetim 113 oxeslthamiewiyr imybyng SARS CoV 2 nxkkayaelaimmibthbathethathithrabinkarrksaokhwid 19 113 phllphthkarthdlxngthangkhlinikkhntnsungsuksaedksaemthaosninshrachxanackrthiepidephyineduxnmithunaynaesdngwaphupwywikvtthitxngxasyekhruxngchwyhayicmixtratayldlnghnunginsam aelaphupwythitxngrksadwyxxksuecnmixtratayldlnghnunginhainkarthdlxngaebbsumodymiphupwy 11 500 khn aelamikarrksa 6 chnid 319 kartanphayuisotikhn aekikh phayuisotikhnxacepnphawaaethrksxninrayahlngkhxngokhwid 19 thirunaerng mihlkthanwaihdrxksikhlxorkhwinmikhunsmbtitanphayuisotikhn 320 othsilisuaemb Tocilizumab rwmxyuinaenwthangkarrksaodykhnakrrmkarsukhphaphaehngchatikhxngcinhlngcakkarsuksakhnadelkesrcsmburn 321 322 khnanixyurahwangkarthdsxbaebbimsumradbchatirayathi 2 inpraethsxitalihlngaesdngphlbwkinbukhkhlthipwyrunaerng 323 324 emuxrwmkbkartrwceluxdefxrritinsirmephuxhaphayuisotikhn tngicihyaichottxbphayuisotikhnsungechuxwaepnsaehtutaykhxngphupwybangray 325 326 327 FDA xnumtisartantwrbxinetxrliwkhin 6 odyxasykarsuksaphupwyyxnhlngsahrbkarrksaklumxakarhlngisotikhnduxsetiyrxyd steroid refractory cytokine release syndrome CRS sungmikarchknacakxiksaehtuhnung khux karbabdyin Chimeric antigen receptor T cell CAR T cell inpi 2560 328 cwbcnpccubnimmihlkthanaebbsumaelamikarkhwbkhumwaothsilisuaembepnkarrksathimiprasiththiphaphsahrb CRS karihothsilisuaembephuxpxngknorkhmikaraesdngaelwwaephimradb IL 6 insirmodythaihtwrb IL 6 ximtw khb IL 6 khamtwknrahwangeluxdkbsmxng aelathaihphistxrabbprasathkaeribodyimmiphltxxubtikarnkhxng CRS 329 Lenzilumab sungepnsarphumitanthanomonokhlntan GM CSF mikaraesdngaelwwachwypxngkninaebbcalxng ephuxpxngkninaebbcalxnghnusahrb CRS aelaphistxrabbprasaththiesll CAR T chkna aelaepntweluxkrksathiepnipidenuxngcaksngektphbkarephimkhunkhxngesllthithihlng GM CSF phidpktiinphupwyokhwid 19 thirbrksainorngphyabal 330 sthabnifnstinaehngnxrthewlehlthprakaskarsuksaineduxnminakhmeruxng sarphumitanthankhxngmnusysungxacpxngknkmmntphaph khxng IL 6 331 sarphumitanthanrbma aekikh karthayoxnsarphumitanthanthithaihbrisuththiaelaekhmkhnthiphlitcakrabbphumitumknkhxngbukhkhlthihaycakokhwid 19 aekphuthitxngkarnnxyurahwangkarsxbswnichepnkarihphumikhumknrbmathiimichwkhsin 332 ekhymikarlxngichyuththsastrnikborkhsarsaetphllphthimidkhxsrup 332 karlblangvththikhxngiwrs viral neutralization epnklikkarxxkvththithikhadiwwakarbabddwyphumikhumknrbmacachwypxngkn SARS CoV 2 xyangirkdi klikxunkxacepnipid echn khwamepnphistxesllthixasysarphumikhumkn antibody dependent cellular cytotoxicity aelafaokisothsis 332 karrksadwysarphumitanthanrupaebbxun echn sarphumitanthanomonokhlnthiphlitkhun kalngxyurahwangkarphthna 332 karphlitesrumrayafunorkhsungprakxbdwyswnthiepnkhxngehlwcakolhitkhxngphupwythihayaelwprakxbdwysarphumitanthanthicaephaakbiwrs xacephimkhunephuxihichnganiderwkhun 333 echingxrrth aekikh WHO niyamwakarsmphsiklchidhmaythung 1 emtr 6 aela CDC niyamwa 1 8 emtr 19 karixthiimpidpakxacpliwipidiklthung 8 2 emtr 20 xangxing aekikh 1 0 1 1 1 2 Chen N Zhou M Dong X Qu J Gong F Han Y aelakhna February 2020 Epidemiological and clinical characteristics of 99 cases of 2019 novel coronavirus pneumonia in Wuhan China a descriptive study Lancet 395 10223 507 513 doi 10 1016 S0140 6736 20 30211 7 PMC 7135076 PMID 32007143 Han X Cao Y Jiang N Chen Y Alwalid O Zhang X aelakhna March 2020 Novel Coronavirus Pneumonia COVID 19 Progression Course in 17 Discharged Patients Comparison of Clinical and Thin Section CT Features During Recovery Clinical Infectious Diseases doi 10 1093 cid ciaa271 PMC 7184369 PMID 32227091 Covid 19 n Oxford English Dictionary subkhnemux 15 April 2020 4 0 4 1 4 2 4 3 4 4 4 5 4 6 Interim Clinical Guidance for Management of Patients with Confirmed Coronavirus Disease COVID 19 Centers for Disease Control and Prevention CDC 6 April 2020 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 2 March 2020 subkhnemux 19 April 2020 5 0 5 1 5 2 5 3 Symptoms of Coronavirus U S Centers for Disease Control and Prevention CDC 20 March 2020 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 30 January 2020 6 00 6 01 6 02 6 03 6 04 6 05 6 06 6 07 6 08 6 09 6 10 6 11 6 12 6 13 6 14 6 15 Q amp A on coronaviruses COVID 19 World Health Organization WHO 17 April 2020 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 14 May 2020 subkhnemux 14 May 2020 7 0 7 1 Nussbaumer Streit B Mayr V Dobrescu AI Chapman A Persad E Klerings I aelakhna April 2020 Quarantine alone or in combination with other public health measures to control COVID 19 a rapid review The Cochrane Database of Systematic Reviews 4 CD013574 doi 10 1002 14651858 CD013574 PMC 7141753 PMID 32267544 8 0 8 1 COVID 19 Dashboard by the Center for Systems Science and Engineering CSSE at Johns Hopkins University JHU ArcGIS Johns Hopkins University subkhnemux 4 July 2021 prakaskrathrwngsatharnsukh eruxng chuxaelaxakarsakhykhxngorkhtidtxxntray chbbthi 3 ph s 2563 2563 29 kumphaphnth rachkiccanuebksa elm 137 txnphies 48 ng hna 1 Coronavirus disease 2019 COVID 19 Symptoms and causes Mayo Clinic subkhnemux 2020 04 14 11 0 11 1 Hui DS I Azhar E Madani TA Ntoumi F Kock R Dar O aelakhna February 2020 The continuing 2019 nCoV epidemic threat of novel coronaviruses to global health The latest 2019 novel coronavirus outbreak in Wuhan China International Journal of Infectious Diseases 91 264 266 doi 10 1016 j ijid 2020 01 009 PMC 7128332 PMID 31953166 12 0 12 1 WHO Director General s opening remarks at the media briefing on COVID 19 World Health Organization WHO Press release 11 March 2020 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 11 March 2020 subkhnemux 12 March 2020 13 0 13 1 Hopkins C Loss of sense of smell as marker of COVID 19 infection Ear Nose and Throat surgery body of United Kingdom subkhnemux 2020 03 28 14 0 14 1 14 2 Grainger S ASCIA Position Statement Specific Treatments for COVID 19 Australasian Society of Clinical Immunology and Allergy ASCIA khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 2020 06 16 subkhnemux 2 May 2020 15 0 15 1 Murthy S Gomersall CD Fowler RA March 2020 Care for Critically Ill Patients With COVID 19 JAMA 323 15 1499 doi 10 1001 jama 2020 3633 PMID 32159735 Cascella M Rajnik M Cuomo A Dulebohn SC Di Napoli R 2020 Features Evaluation and Treatment Coronavirus COVID 19 StatPearls Treasure Island FL StatPearls Publishing PMID 32150360 subkhnemux 18 March 2020 Bikdeli B Madhavan MV Jimenez D Chuich T Dreyfus I Driggin E aelakhna April 2020 COVID 19 and Thrombotic or Thromboembolic Disease Implications for Prevention Antithrombotic Therapy and Follow up Journal of the American College of Cardiology doi 10 1016 j jacc 2020 04 031 PMC 7164881 PMID 32311448 Velavan TP Meyer CG March 2020 The COVID 19 epidemic Tropical Medicine amp International Health 25 3 278 280 doi 10 1111 tmi 13383 PMC 7169770 PMID 32052514 19 0 19 1 19 2 19 3 19 4 19 5 19 6 19 7 How COVID 19 Spreads Centers for Disease Control and Prevention CDC 2 April 2020 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux April 3 2020 subkhnemux April 3 2020 Bourouiba L March 2020 Turbulent Gas Clouds and Respiratory Pathogen Emissions Potential Implications for Reducing Transmission of COVID 19 JAMA doi 10 1001 jama 2020 4756 PMID 32215590 21 00 21 01 21 02 21 03 21 04 21 05 21 06 21 07 21 08 21 09 21 10 Q amp A on COVID 19 European Centre for Disease Prevention and Control subkhnemux 30 April 2020 22 0 22 1 Interim Guidelines for Collecting Handling and Testing Clinical Specimens from Persons for Coronavirus Disease 2019 COVID 19 Centers for Disease Control and Prevention CDC 11 February 2020 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 4 March 2020 subkhnemux 26 March 2020 23 0 23 1 23 2 23 3 23 4 Salehi S Abedi A Balakrishnan S Gholamrezanezhad A March 2020 Coronavirus Disease 2019 COVID 19 A Systematic Review of Imaging Findings in 919 Patients AJR American Journal of Roentgenology 1 7 doi 10 2214 AJR 20 23034 PMID 32174129 24 0 24 1 ACR Recommendations for the use of Chest Radiography and Computed Tomography CT for Suspected COVID 19 Infection American College of Radiology 2020 03 22 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 28 March 2020 Advice for public World Health Organization WHO khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 26 January 2020 subkhnemux 25 February 2020 Guidance on social distancing for everyone in the UK GOV UK khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 24 March 2020 subkhnemux 25 March 2020 27 0 27 1 Centers for Disease Control and Prevention 5 April 2020 What to Do if You Are Sick Centers for Disease Control and Prevention CDC khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 14 February 2020 subkhnemux 24 April 2020 28 0 28 1 When and how to use masks World Health Organization WHO khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 7 March 2020 subkhnemux 24 April 2020 Feng S Shen C Xia N Song W Fan M Cowling BJ May 2020 Rational use of face masks in the COVID 19 pandemic The Lancet Respiratory Medicine 8 5 434 436 doi 10 1016 S2213 2600 20 30134 X PMC 7118603 PMID 32203710 Tait R 2020 03 30 Czechs get to work making masks after government decree The Guardian ISSN 0261 3077 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 30 March 2020 subkhnemux 2020 03 31 How to Protect Yourself amp Others Centers for Disease Control and Prevention CDC 8 April 2020 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 26 February 2020 subkhnemux 9 April 2020 Statement on the second meeting of the International Health Regulations 2005 Emergency Committee regarding the outbreak of novel coronavirus 2019 nCoV World Health Organization WHO khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 31 January 2020 subkhnemux 11 February 2020 Mahtani S Berger M O Grady S Iati M 6 February 2020 Hundreds of evacuees to be held on bases in California Hong Kong and Taiwan restrict travel from mainland China The Washington Post khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 7 February 2020 subkhnemux 11 February 2020 WHO Situation Report 87 PDF World Health Organization WHO 16 April 2020 35 0 35 1 35 2 Guan WJ Ni ZY Hu Y Liang WH Ou CQ He JX aelakhna April 2020 Clinical Characteristics of Coronavirus Disease 2019 in China The New England Journal of Medicine Massachusetts Medical Society 382 18 1708 1720 doi 10 1056 nejmoa2002032 PMC 7092819 PMID 32109013 Hessen MT 27 January 2020 Novel Coronavirus Information Center Expert guidance and commentary Elsevier Connect khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 30 January 2020 subkhnemux 31 January 2020 Wei XS Wang X Niu YR Ye LL Peng WB Wang ZH aelakhna 26 February 2020 Clinical Characteristics of SARS CoV 2 Infected Pneumonia with Diarrhea doi 10 2139 ssrn 3546120 38 0 38 1 38 2 Huang C Wang Y Li X Ren L Zhao J Hu Y aelakhna February 2020 Clinical features of patients infected with 2019 novel coronavirus in Wuhan China Lancet 395 10223 497 506 doi 10 1016 S0140 6736 20 30183 5 PMC 7159299 PMID 31986264 Lai CC Shih TP Ko WC Tang HJ Hsueh PR March 2020 Severe acute respiratory syndrome coronavirus 2 SARS CoV 2 and coronavirus disease 2019 COVID 19 The epidemic and the challenges International Journal of Antimicrobial Agents 55 3 105924 doi 10 1016 j ijantimicag 2020 105924 PMC 7127800 PMID 32081636 40 0 40 1 40 2 40 3 Report of the WHO China Joint Mission on Coronavirus Disease 2019 COVID 19 rayngan World Health Organization WHO 16 24 February 2020 https www who int docs default source coronaviruse who china joint mission on covid 19 final report pdf eriykkhxmulemux 21 March 2020 41 0 41 1 Zheng YY Ma YT Zhang JY Xie X May 2020 COVID 19 and the cardiovascular system Nature Reviews Cardiology 17 5 259 260 doi 10 1038 s41569 020 0360 5 PMC 7095524 PMID 32139904 Xydakis MS Dehgani Mobaraki P Holbrook EH Geisthoff UW Bauer C Hautefort C aelakhna April 2020 Smell and taste dysfunction in patients with COVID 19 The Lancet Infectious Diseases doi 10 1016 S1473 3099 20 30293 0 PMC 7159875 PMID 32304629 Symptoms of Coronavirus Centers for Disease Control and Prevention CDC 27 April 2020 subkhnemux 28 April 2020 Iacobucci G March 2020 Sixty seconds on anosmia BMJ 368 m1202 doi 10 1136 bmj m1202 PMID 32209546 Coronavirus disease 2019 COVID 19 situation report 29 rayngan 19 February 2020 Rapid Expert Consultation Update on SARS CoV 2 Surface Stability and Incubation for the COVID 19 Pandemic TheNational Academies Press 2020 03 27 doi 10 17226 25763 ISBN 978 0 309 67610 6 subkhnemux 2020 05 18 Interim Guidance Public Health Management of cases and contacts associated with novel coronavirus COVID 19 in the community PDF BC Centre for Disease Control 2020 05 15 subkhnemux 2020 05 18 Rapid Review of the literature Assessing the infection prevention and control measures for the prevention and management of COVID 19 in health and care settings PDF NHS Scotland 2020 04 20 subkhnemux 2020 05 18 49 0 49 1 Report 9 Impact of non pharmaceutical interventions NPIs to reduce COVID19 mortality and healthcare demand rayngan Imperial College London 16 March 2020 Table 1 doi 10 25561 77482 https spiral imperial ac uk handle 10044 1 77482 eriykkhxmulemux 25 March 2020 Mizumoto K Kagaya K Zarebski A Chowell G March 2020 Estimating the asymptomatic proportion of coronavirus disease 2019 COVID 19 cases on board the Diamond Princess cruise ship Yokohama Japan 2020 PDF Euro Surveillance 25 10 doi 10 2807 1560 7917 ES 2020 25 10 2000180 PMC 7078829 PMID 32183930 Clinical Questions about COVID 19 Questions and Answers Centers for Disease Control and Prevention CDC 2020 02 11 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 14 February 2020 subkhnemux 2020 03 31 Lai CC Liu YH Wang CY Wang YH Hsueh SC Yen MY aelakhna March 2020 Asymptomatic carrier state acute respiratory disease and pneumonia due to severe acute respiratory syndrome coronavirus 2 SARS CoV 2 Facts and myths Journal of Microbiology Immunology and Infection Wei Mian Yu Gan Ran Za Zhi doi 10 1016 j jmii 2020 02 012 PMC 7128959 PMID 32173241 Furukawa NW Brooks JT Sobel J 2020 Evidence Supporting Transmission of Severe Acute Respiratory Syndrome Coronavirus 2 While Presymptomatic or Asymptomatic Emerg Infect Dis 26 7 doi 10 3201 eid2607 201595 PMID 32364890 Cascella M Rajnik M Cuomo A Dulebohn SC Di Napoli R 2020 Features Evaluation and Treatment Coronavirus COVID 19 StatPearls Treasure Island FL StatPearls Publishing PMID 32150360 subkhnemux 18 March 2020 Heymann DL Shindo N aelakhna WHO Scientific and Technical Advisory Group for Infectious Hazards February 2020 COVID 19 what is next for public health Lancet Elsevier BV 395 10224 542 545 doi 10 1016 s0140 6736 20 30374 3 PMC 7138015 PMID 32061313 Long B Brady WJ Koyfman A Gottlieb M April 2020 Cardiovascular complications in COVID 19 The American Journal of Emergency Medicine doi 10 1016 j ajem 2020 04 048 PMC 7165109 PMID 32317203 Xu L Liu J Lu M Yang D Zheng X May 2020 Liver injury during highly pathogenic human coronavirus infections Liver International 40 5 998 1004 doi 10 1111 liv 14435 PMC 7228361 PMID 32170806 Sanders JM Monogue ML Jodlowski TZ Cutrell JB April 2020 Pharmacologic Treatments for Coronavirus Disease 2019 COVID 19 A Review JAMA doi 10 1001 jama 2020 6019 PMID 32282022 Carod Artal FJ May 2020 Neurological complications of coronavirus and COVID 19 Revista de Neurologia 70 9 311 322 doi 10 33588 rn 7009 2020179 PMID 32329044 Multisystem inflammatory syndrome in children and adolescents temporally related to COVID 19 www who int phasaxngkvs subkhnemux 20 May 2020 HAN Archive 00432 Health Alert Network HAN emergency cdc gov phasaxngkvs 15 May 2020 subkhnemux 20 May 2020 Getting a handle on asymptomatic SARS CoV 2 infection Scripps Research www scripps edu phasaxngkvs subkhnemux 2020 05 16 New coronavirus stable for hours on surfaces National Institutes of Health 17 March 2020 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 23 March 2020 subkhnemux 30 April 2020 64 0 64 1 To KK Tsang OT Chik Yan Yip C Chan KH Wu TC Chan JM aelakhna February 2020 Consistent detection of 2019 novel coronavirus in saliva Clinical Infectious Diseases Oxford University Press doi 10 1093 cid ciaa149 PMC 7108139 PMID 32047895 COVID 19 and Our Communities ACON We are a New South Wales based health promotion organisation specialising in HIV prevention HIV support and lesbian gay bisexual transgender and intersex LGBTI health Acon org au subkhnemux 2020 04 29 Sex and Coronavirus Disease 2019 COVID 19 PDF nyc gov 27 March 2020 subkhnemux 29 April 2020 Tran K Cimon K Severn M Pessoa Silva CL Conly J 2012 Aerosol generating procedures and risk of transmission of acute respiratory infections to healthcare workers a systematic review PLOS ONE 7 4 e35797 Bibcode 2012PLoSO 735797T doi 10 1371 journal pone 0035797 PMC 3338532 PMID 22563403 Novel Coronavirus Information for Clinicians PDF Australian Government Dept of Health Outbreak of severe acute respiratory syndrome coronavirus 2 SARS CoV 2 increased transmission beyond China fourth update PDF European Centre for Disease Prevention and Control 14 February 2020 subkhnemux 8 March 2020 Zhu N Zhang D Wang W Li X Yang B Song J aelakhna February 2020 A Novel Coronavirus from Patients with Pneumonia in China 2019 The New England Journal of Medicine 382 8 727 733 doi 10 1056 NEJMoa2001017 PMC 7092803 PMID 31978945 Cyranoski D March 2020 Mystery deepens over animal source of coronavirus Nature 579 7797 18 19 Bibcode 2020Natur 579 18C doi 10 1038 d41586 020 00548 w PMID 32127703 Emerging SARS CoV 2 Variants Centers for Disease Control and Prevention phasaxngkvs 30 December 2020 subkhnemux 30 December 2020 Implications of Emerging SARS CoV 2 Variant VOC 202012 01 in the UK Centers for Disease Control and Prevention phasaxngkvs 29 December 2020 subkhnemux 30 December 2020 Verdecchia Paolo Cavallini Claudio Spanevello Antonio Angeli Fabio 12 April 2020 The pivotal link between ACE2 deficiency and SARS CoV 2 infection European Journal of Internal Medicine doi 10 1016 j ejim 2020 04 037 PMC 7167588 PMID 32336612 Letko M Marzi A Munster V April 2020 Functional assessment of cell entry and receptor usage for SARS CoV 2 and other lineage B betacoronaviruses Nature Microbiology 5 4 562 569 doi 10 1038 s41564 020 0688 y PMC 7095430 PMID 32094589 Gurwitz D March 2020 Angiotensin receptor blockers as tentative SARS CoV 2 therapeutics Drug Development Research doi 10 1002 ddr 21656 PMC 7228359 PMID 32129518 Li YC Bai WZ Hashikawa T February 2020 The neuroinvasive potential of SARS CoV2 may play a role in the respiratory failure of COVID 19 patients Journal of Medical Virology 92 6 552 555 doi 10 1002 jmv 25728 PMC 7228394 PMID 32104915 Gu J Han B Wang J May 2020 COVID 19 Gastrointestinal Manifestations and Potential Fecal Oral Transmission Gastroenterology 158 6 1518 1519 doi 10 1053 j gastro 2020 02 054 PMC 7130192 PMID 32142785 79 0 79 1 Zheng YY Ma YT Zhang JY Xie X May 2020 COVID 19 and the cardiovascular system Nature Reviews Cardiology 17 5 259 260 doi 10 1038 s41569 020 0360 5 PMC 7095524 PMID 32139904 Coronavirus Kidney Damage Caused by COVID 19 Johns Hopkins Medicine C John Sperati updated 14 May 2020 Zhang C Wu Z Li JW Zhao H Wang GQ March 2020 The cytokine release syndrome CRS of severe COVID 19 and Interleukin 6 receptor IL 6R antagonist Tocilizumab may be the key to reduce the mortality International Journal of Antimicrobial Agents 105954 doi 10 1016 j ijantimicag 2020 105954 PMC 7118634 PMID 32234467 CDC Tests for 2019 nCoV Centers for Disease Control and Prevention CDC 5 February 2020 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 14 February 2020 subkhnemux 12 February 2020 Laboratory testing for 2019 novel coronavirus 2019 nCoV in suspected human cases World Health Organization WHO khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 17 March 2020 subkhnemux 13 March 2020 2019 Novel Coronavirus 2019 nCoV Situation Summary Centers for Disease Control and Prevention 30 January 2020 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 26 January 2020 subkhnemux 30 January 2020 Real Time RT PCR Panel for Detection 2019 nCoV Centers for Disease Control and Prevention 29 January 2020 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 30 January 2020 subkhnemux 1 February 2020 Curetis Group Company Ares Genetics and BGI Group Collaborate to Offer Next Generation Sequencing and PCR based Coronavirus 2019 nCoV Testing in Europe GlobeNewswire News Room 30 January 2020 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 31 January 2020 subkhnemux 1 February 2020 Brueck H 30 January 2020 There s only one way to know if you have the coronavirus and it involves machines full of spit and mucus Business Insider khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 1 February 2020 subkhnemux 1 February 2020 Laboratory testing for 2019 novel coronavirus 2019 nCoV in suspected human cases khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 21 February 2020 subkhnemux 26 February 2020 Petherick A April 2020 Developing antibody tests for SARS CoV 2 Lancet 395 10230 1101 1102 doi 10 1016 s0140 6736 20 30788 1 PMID 32247384 Vogel G March 2020 New blood tests for antibodies could show true scale of coronavirus pandemic Science doi 10 1126 science abb8028 Pang J Wang MX Ang IY Tan SH Lewis RF Chen JI aelakhna February 2020 Potential Rapid Diagnostics Vaccine and Therapeutics for 2019 Novel Coronavirus 2019 nCoV A Systematic Review Journal of Clinical Medicine 9 3 623 doi 10 3390 jcm9030623 PMC 7141113 PMID 32110875 AFP News Agency 11 April 2020 How false negatives are complicating COVID 19 testing Al Jazeera website Retrieved 12 April 2020 Coronavirus COVID 19 Update FDA Issues first Emergency Use Authorization for Point of Care Diagnostic Press release FDA 21 March 2020 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 21 March 2020 subkhnemux 22 March 2020 Jin YH Cai L Cheng ZS Cheng H Deng T Fan YP aelakhna February 2020 A rapid advice guideline for the diagnosis and treatment of 2019 novel coronavirus 2019 nCoV infected pneumonia standard version Military Medical Research 7 1 4 doi 10 1186 s40779 020 0233 6 PMC 7003341 PMID 32029004 Lee EY Ng MY Khong PL April 2020 COVID 19 pneumonia what has CT taught us The Lancet Infectious Diseases 20 4 384 385 doi 10 1016 S1473 3099 20 30134 1 PMC 7128449 PMID 32105641 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 8 March 2020 subkhnemux 13 March 2020 ICD 10 Version 2019 World Health Organization 2019 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 31 March 2020 subkhnemux 31 March 2020 U07 2 COVID 19 virus not identified COVID 19 NOS Use this code when COVID 19 is diagnosed clinically or epidemiologically but laboratory testing is inconclusive or not available Use additional code if desired to identify pneumonia or other manifestations Hanley B Lucas SB Youd E Swift B Osborn M May 2020 Autopsy in suspected COVID 19 cases Journal of Clinical Pathology 73 5 239 242 doi 10 1136 jclinpath 2020 206522 PMID 32198191 Yao XH Li TY He ZC Ping YF Liu HW Yu SC aelakhna March 2020 A pathological report of three COVID 19 cases by minimally invasive autopsies Zhonghua Bing Li Xue Za Zhi Chinese Journal of Pathology phasacin 49 5 411 417 doi 10 3760 cma j cn112151 20200312 00193 PMID 32172546 Giani M Seminati D Lucchini A Foti G Pagni F May 2020 Exuberant Plasmocytosis in Bronchoalveolar Lavage Specimen of the First Patient Requiring Extracorporeal Membrane Oxygenation for SARS CoV 2 in Europe Journal of Thoracic Oncology 15 5 e65 e66 doi 10 1016 j jtho 2020 03 008 PMC 7118681 PMID 32194247 Lillicrap D April 2020 Disseminated intravascular coagulation in patients with 2019 nCoV pneumonia Journal of Thrombosis and Haemostasis 18 4 786 787 doi 10 1111 jth 14781 PMC 7166410 PMID 32212240 Mitra A Dwyre DM Schivo M Thompson GR Cohen SH Ku N Graff JP March 2020 Leukoerythroblastic reaction in a patient with COVID 19 infection American Journal of Hematology doi 10 1002 ajh 25793 PMC 7228283 PMID 32212392 Wiles S 9 March 2020 The three phases of Covid 19 and how we can make it manageable The Spinoff khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 27 March 2020 subkhnemux 9 March 2020 103 0 103 1 103 2 103 3 Anderson RM Heesterbeek H Klinkenberg D Hollingsworth TD March 2020 How will country based mitigation measures influence the course of the COVID 19 epidemic Lancet 395 10228 931 934 doi 10 1016 S0140 6736 20 30567 5 PMC 7158572 PMID 32164834 A key issue for epidemiologists is helping policy makers decide the main objectives of mitigation e g minimising morbidity and associated mortality avoiding an epidemic peak that overwhelms health care services keeping the effects on the economy within manageable levels and flattening the epidemic curve to wait for vaccine development and manufacture on scale and antiviral drug therapies Barclay E 10 March 2020 How canceled events and self quarantines save lives in one chart Vox khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 12 March 2020 subkhnemux 12 March 2020 Barclay E Scott D Animashaun A 7 April 2020 The US doesn t just need to flatten the curve It needs to raise the line Vox khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 7 April 2020 106 0 106 1 Wiles S 14 March 2020 After Flatten the Curve we must now Stop the Spread Here s what that means The Spinoff khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 26 March 2020 subkhnemux 13 March 2020 107 0 107 1 107 2 107 3 Centers for Disease Control and Prevention Centers for Disease Control and Prevention 3 February 2020 Coronavirus Disease 2019 COVID 19 Prevention amp Treatment khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 15 December 2019 subkhnemux 10 February 2020 World Health Organization Advice for Public khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 26 January 2020 subkhnemux 10 February 2020 My Hand Washing Song Readers Offer Lyrics For A 20 Second Scrub NPR org khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 20 March 2020 subkhnemux 20 March 2020 110 0 110 1 Recommendation Regarding the Use of Cloth Face Coverings Especially in Areas of Significant Community Based Transmission Centers for Disease Control and Prevention CDC 11 February 2020 subkhnemux 17 April 2020 Maragakis LL Coronavirus Social Distancing and Self Quarantine www hopkinsmedicine org Johns Hopkins University khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 18 March 2020 subkhnemux 18 March 2020 Parker Pope T 19 March 2020 Deciding How Much Distance You Should Keep The New York Times ISSN 0362 4331 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 20 March 2020 subkhnemux 20 March 2020 113 0 113 1 113 2 113 3 113 4 Sanders JM Monogue ML Jodlowski TZ Cutrell JB April 2020 Pharmacologic Treatments for Coronavirus Disease 2019 COVID 19 A Review JAMA doi 10 1001 jama 2020 6019 PMID 32282022 Systrom K Krieger M O Rourke R Stein R Dellaert F Lerer A 11 April 2020 Rt Covid 19 rt live subkhnemux 19 April 2020 Based on Bettencourt LM Ribeiro RM May 2008 Real time bayesian estimation of the epidemic potential of emerging infectious diseases PloS One 3 5 e2185 Bibcode 2008PLoSO 3 2185B doi 10 1371 journal pone 0002185 PMC 2366072 PMID 18478118 Grenfell R Drew T 17 February 2020 Here s Why It s Taking So Long to Develop a Vaccine for the New Coronavirus Science Alert khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 28 February 2020 subkhnemux 26 February 2020 When and how to use masks World Health Organization WHO khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 7 March 2020 subkhnemux 8 March 2020 Staff 8 April 2020 Using face masks in the community Technical Report PDF ECDC About Cloth Face Coverings CDC Last Reviewed 22 May 2020 For different groups of people how to choose masks NHC gov cn National Health Commission of the People s Republic of China 7 February 2020 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 5 April 2020 subkhnemux 22 March 2020 Disposable medical masks Recommended for People in crowded places Indoor working environment with a relatively dense population People going to medical institutions Children in kindergarten and students at school gathering to study and do other activities Prevention of Coronavirus Disease 2019 COVID 19 PDF Centre for Health Protection khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim PDF emux 21 March 2020 subkhnemux 22 March 2020 Wear a surgical mask when taking public transport or staying in crowded places Staff 11 April 2020 Spain officially recommends face mask use Gazette Life subkhnemux 20 April 2020 Giuffrida A Beaumont P 5 April 2020 Lombardy insists on face masks outside homes to stop Covid 19 The Guardian ISSN 0261 3077 subkhnemux 20 April 2020 Russian sanitary watchdog chief supports regions binding people to wear face masks Tass 1 May 2020 subkhnemux 3 May 2020 Coronavirus Disease 2019 COVID 19 Prevention amp Treatment Centers for Disease Control and Prevention CDC U S Department of Health amp Human Services 10 March 2020 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 11 March 2020 subkhnemux 11 March 2020 WHO recommended handrub formulations WHO Guidelines on Hand Hygiene in Health Care First Global Patient Safety Challenge Clean Care Is Safer Care World Health Organization 19 March 2009 subkhnemux 19 March 2020 Li YD Chi WY Su JH Ferrall L Hung CF Wu TC December 2020 Coronavirus vaccine development from SARS and MERS to COVID 19 Journal of Biomedical Science 27 1 104 doi 10 1186 s12929 020 00695 2 PMC 7749790 PMID 33341119 Padilla TB 2021 02 24 No one is safe unless everyone is safe BusinessWorld subkhnemux 2021 02 24 Vergano Dan 2021 06 05 COVID 19 Vaccines Work Way Better Than We Had Ever Expected Scientists Are Still Figuring Out Why BuzzFeed News subkhnemux 2021 06 24 129 0 129 1 COVID 19 vaccine development pipeline Refresh URL to update Vaccine Centre London School of Hygiene and Tropical Medicine 2021 07 12 Approved Vaccines COVID 19 Vaccine Tracker McGill University 2021 07 12 Beaumont Peter 2020 11 18 Covid 19 vaccine who are countries prioritising for first doses The Guardian ISSN 0261 3077 subkhnemux 2020 12 26 Plotkin Stanley A Halsey Neal January 2021 Accelerate COVID 19 Vaccine Rollou, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม