fbpx
วิกิพีเดีย

ไฮโดรเจน

ไฮโดรเจน (อังกฤษ:Hydrogen; ละติน: hydrogenium ไฮโดรเจเนียม) เป็นธาตุเคมีที่มีเลขอะตอม 1 สัญลักษณ์ธาตุคือ H มีน้ำหนักอะตอมเฉลี่ย 1.00794 u (1.007825 u สำหรับไฮโดรเจน-1) ไฮโดรเจนเป็นธาตุที่เบาที่สุดและพบมากที่สุดในเอกภพ ซึ่งคิดเป็นมวลธาตุเคมีประมาณร้อยละ 75 ของเอกภพ ดาวฤกษ์ในลำดับหลักส่วนใหญ่ประกอบด้วยไฮโดรเจนในสถานะพลาสมา ธาตุไฮโดรเจนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหาได้ค่อนข้างยากบนโลก

ไฮโดรเจน
ไฮโดรเจนในตารางธาตุ
ลักษณะปรากฏ
แก๊สไม่มีสี

ไฮโดรเจนเรืองแสงสีม่วงขณะอยู่ในสถานะพลาสมา

เส้นสเปคตรัมของไฮโดรเจน
คุณสมบัติทั่วไป
ชื่อ สัญลักษณ์ และเลขอะตอม ไฮโดรเจน, H, 1
การออกเสียง /ˈhdrəən/hy-drə-jən
อนุกรมเคมี อโลหะวาเลนซ์เดียว
หมู่ คาบและบล็อก 1, 1, s
มวลอะตอมมาตรฐาน 1.008(1)
การจัดเรียงอิเล็กตรอน 1s1
1
ประวัติ
การค้นพบ เฮนรี คาเวนดิช (1766)
ตั้งชื่อโดย อองตวน ลาวัวซิเอ (1783)
คุณสมบัติกายภาพ
สี ไม่มีสี
สถานะ แก๊ส
ความหนาแน่น (0 °C, 101.325 kPa)
0.08988 g/L
ความหนาแน่นของเหลวที่จุดหลอมเหลว 0.07 (ของแข็ง 0.0763) g·cm−3
ความหนาแน่นของเหลวที่จุดเดือด 0.07099 g·cm−3
จุดหลอมเหลว 13.99 K, -259.16 °C, -434.49 °F
จุดเดือด 20.271 K, -252.879 °C, -423.182 °F
จุดร่วมสาม 13.8033 K, 7.041 kPa
จุดวิกฤต 32.938 K, 1.2858 MPa
ความร้อนของการหลอมเหลว (H2) 0.117 kJ·mol−1
ความร้อนของการกลายเป็นไอ (H2) 0.904 kJ·mol−1
ความจุความร้อนโมลาร์ (H2) 28.836 J·mol−1·K−1
ความดันไอ
P (Pa) 1 10 100 1 k 10 k 100 k
ที่ T (K) 15 20
คุณสมบัติอะตอม
สถานะออกซิเดชัน 1, -1
(amphoteric oxide)
อิเล็กโตรเนกาติวิตี 2.20 (Pauling scale)
พลังงานไอออไนเซชัน : 1312.0 kJ·mol−1
รัศมีโควาเลนต์ 31±5 pm
รัศมีวานเดอร์วาลส์ 120 pm
จิปาถะ
โครงสร้างผลึก เฮกซะโกนัล

ความเป็นแม่เหล็ก ไดอะแมกเนติก
สภาพนำความร้อน 0.1805 W·m−1·K−1
ความเร็วเสียง (แก๊ส, 27 °C) 1310 m·s−1
เลขทะเบียน CAS 1333-74-0
ไอโซโทปเสถียรที่สุด
บทความหลัก: ไอโซโทปของไฮโดรเจน
อ้างอิง

ไอโซโทปที่พบมากที่สุดของไฮโดรเจน คือ โปรเทียม (ชื่อพบใช้น้อย สัญลักษณ์ 1H) ซึ่งมีโปรตอนหนึ่งตัวแต่ไม่มีนิวตรอน ในสารประกอบไอออนิก โปรเทียมสามารถรับประจุลบ (แอนไอออนซึ่งมีชื่อว่า ไฮไดรด์ และเขียนสัญลักษณ์ได้เป็น H-) หรือกลายเป็นสปีซีประจุบวก H+ ก็ได้ แคตไอออนหลังนี้เสมือนว่ามีเพียงโปรตอนหนึ่งตัวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง แคตไอออนไฮโดรเจนในสารประกอบไอออนิกเกิดขึ้นเป็นสปีซีที่ซับซ้อนกว่าเสมอ ไฮโดรเจนเกิดเป็นสารประกอบกับธาตุส่วนใหญ่และพบในน้ำและสารประกอบอินทรีย์ส่วนมาก ไฮโดรเจนเป็นส่วนสำคัญในการศึกษาเคมีกรด-เบส โดยมีหลายปฏิกิริยาแลกเปลี่ยนโปรตอนระหว่างโมเลกุลละลายได้ เพราะเป็นอะตอมที่เรียบง่ายที่สุดเท่าที่ทราบ อะตอมไฮโดรเจนจึงได้ใช้ในทางทฤษฎี ตัวอย่างเช่น เนื่องจากเป็นอะตอมที่เป็นกลางทางไฟฟ้าเพียงชนิดเดียวที่มีผลเฉลยเชิงวิเคราะห์ของสมการชเรอดิงเงอร์ การศึกษาการพลังงานและพันธะของอะตอมไฮโดรเจนได้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม

มีการสังเคราะห์แก๊สไฮโดรเจนขึ้นเป็นครั้งแรกในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 โดยการผสมโลหะกับกรดแก่ ระหว่าง ค.ศ. 1766-81 เฮนรี คาเวนดิชเป็นคนแรกที่สังเกตพบว่า แก๊สไฮโดรเจนเป็นสสารชนิดหนึ่งต่างหาก และจะให้น้ำเมื่อนำไปเผาไหม้ ซึ่งคุณสมบัตินี้เองที่ได้กลายมาเป็นชื่อของไฮโดรเจน ซึ่งเป็นภาษากรีก หมายถึง "ตัวก่อให้เกิดน้ำ" ที่อุณหภูมิและความดันมาตรฐาน ไฮโดรเจนไร้สี ไร้กลิ่น เป็นอโลหะ ไร้รส ไม่มีพิษ และเป็นแก๊สไดอะตอมที่ไวไฟสูง มีสูตรโมเลกุลว่า H2

สเปกตรัมไฮโดรเจน

การผลิตไฮโดรเจนในเชิงอุตสาหกรรมมาจากการนำแก๊สธรรมชาติมาผ่านกระบวนการรีฟอร์มมิงด้วยไอน้ำ (steam reforming) เป็นหลัก และจากวิธีการผลิตไฮโดรเจนที่ต้องใช้พลังงานสูงกว่า เช่น การแยกน้ำด้วยไฟฟ้า ไฮโดรเจนส่วนใหญ่ใช้สอยกันใกล้จุดผลิต กระบวนการเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ (นั่นคือไฮโดรแครกกิง) และการผลิตแอมโมเนีย ซึ่งส่วนใหญ่สำหรับตลาดปุ๋ย เป็นภาคที่มีการใช้ไฮโดรเจนมากที่สุด

ไฮโดรเจนเป็นความกังวลหนึ่งในโลหะวิทยา เพราะไฮโดรเจนสามารถทำให้โลหะหลายชนิดเปราะได้ ซึ่งทำให้เป็นการยากขึ้นในการออกแบบสายท่อและถังเก็บ

เนื้อหา

การเผาไหม้

แก๊สไฮโดรเจน (ไดไฮโดรเจนหรือโมเลกุลไฮโดรเจน) ไวไฟสูงและจะเผาไหม้ในอากาศที่มีช่วงความเข้มข้นกว้างมากระหว่างร้อยละ 4 ถึง 75 โดยปริมาตร เอนทัลปีของการเผาไหม้สำหรับไฮโดรเจนคือ -286 กิโลจูลต่อโมล (kJ/mol)

2 H2 (g) + O2 (g) → 2 H2O (l) + 572 kJ (286 kJ/mol)

แก๊สไฮโดรเจนก่อตัวเป็นสารผสมระเบิดกับอากาศหากมีความเข้มข้นร้อยละ 4-74 และกับคอลรีนหากมีความเข้มข้นร้อยละ 5-95 สารผสมนี้จะระเบิดขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อต้องประกายไฟ ความร้อนหรือแสงอาทิตย์ อุณหภูมิจุดระเบิดเองของไฮโดรเจน อุณหภูมิการติดไฟเองในอากาศ คือ 500 °C เปลวไฟไฮโดรเจน-ออกซิเจนบริสุทธิ์ปลดปล่อยแสงอัลตราไวโอเล็ตและแทบมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เปรียบเทียบได้จากเปลวไฟสีจางของเครื่องยนต์หลักกระสวยอวกาศ กับเปลวไฟที่มองเห็นได้ชัดเจนของจรวดเชื้อเพลิงแข็งกระสวยอวกาศ การตรวจจับการรั่วไหลของไฮโดรเจนที่กำลังเผาไหม้อาจต้องใช้อุปกรณ์ตรวจจับเปลวไฟ การรั่วไหลเช่นนี้อาจเป็นอันตรายได้มาก เรือเหาะฮินเดนบวร์กเป็นตัวอย่างของการเผาไหม้ไฮโดรเจน สาเหตุนั้นยังเป็นที่โต้เถียงกันอยู่ แต่เปลวไฟที่มองเห็นได้นั้นเป็นผลของวัตถุไวไฟในผิวของเรือ เพราะไฮโดรเจนลอยตัวในอากาศ เปลวไฟไฮโดรเจนจึงลอยขึ้นสูงอย่างรวดเร็วและก่อให้เกิดความเสียหายน้อยกว่าเปลวไฟไฮโดรคาร์บอนมาก ผู้โดยสารเรือเหาะฮินเดนบวร์กสองในสามรอดชีวิตจากเหตุไฟไหม้ และการเสียชีวิตจำนวนมากนั้นกลับเกิดจากการตกหรือเชื้อเพลิงดีเซลที่เผาไหม้มากกว่า

H2 ทำปฏิกิริยากับธาตุออกซิไดซ์ทุกชนิด ไฮโดรเจนสามารถเกิดปฏิกิริยาตามธรรมชาติอย่างรุนแรงที่อุณหภูมิห้องกับคลอรีนและฟลูออรีน เกิดเป็นเฮไลด์ของไฮโดรเจน คือ ไฮโดรเจนคลอไรด์กับไฮโดรเจนฟลูออไรด์ตามลำดับ ซึ่งมีศักยะเป็นกรดอันตราย

ระดับพลังงานอิเล็กตรอน

ดูบทความหลักที่: อะตอมไฮโดรเจน

ระดับพลังงานที่สถานะพื้นของอิเล็กตรอนในอะตอมไฮโดรเจนมีค่าเท่ากับ –13.6 eV ซึ่งมีค่าเท่ากับโฟตอนจากรังสีอุลตราไวโอเล็ต ที่มีความยาวคลื่น 92 นาโนเมตร

ระดับพลังงานของไฮโดรเจนสามารถคำนวณได้จากแบบจำลองอะตอมของบอร์ ซึ่งได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับอิเล็กตรอนที่วิ่งไปรอบๆโปรตอนเหมือนกับที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ถึงอย่างนั้น แรงแม่เหล็กไฟฟ้าที่เชื่อมระหว่างโปรตอนและอิเล็กตรอนกับอะตอมไฮโดรเจนอื่น ขณะที่ดาวเคราะห์และเทหวัตถุในอวกาศเชื่อมกับวัตถุอื่นโดยแรงโน้มถ่วง เนื่องด้วยการแบ่งของโมเมนตัมเชิงมุม ซึ่งถูกตั้งสมมติฐานไว้ในกลศาสตร์ควอนตัมโดยบอร์ อิเล็กตรอนในแบบจำลองของบอร์เท่านั้นที่สามารถรักษาระยะห่างจากโปรตอนไว้ได้ ด้วยพลังงานบางชนิด

รายละเอียดที่แน่นอนของอะตอมไฮโดรเจนมาจากกลศาสตร์ควอนตัมบริสุทธิ์ซึ่งเกิดจากการใช้สมการชเรอดิงเงอร์ สมการดีแรก เพื่อคำนวณความเป็นไปได้ของความหนาแน่นของอิเล็กตรอนที่อยู่รอบโปรตอน การคำนวณอย่างซับซ้อนที่สุดอนุญาตให้มีผลกระทบเล็กน้อยของสัมพัทธภาพพิเศษและโพลาไรซ์สุญญากาศ

สถานะของไฮโดรเจน

สารประกอบไฮโดรเจน

ดูบทความหลักที่: สารประกอบของไฮโดรเจน

สารประกอบโควาเลนต์และสารประกอบอินทรีย์

เนื่องด้วยไฮโดรเจนไม่ได้ว่องไวในการทำปฏิกิริยามากในภาวะมาตรฐาน แต่มันสามารถทำสารประกอบกับธาตุได้ส่วนมาก ไฮโดรเจนสามารถทำสารประกอบกับธาตุที่มีอิเล็กโตรเนกาติวิตีสูง เช่น แฮโลเจน (F, Cl, Br, I) หรือออกซิเจน ในสารประกอบเหล่านี้ไฮโดรเจนแสดงส่วนของประจุบวก เมื่อมีพันธะกับธาตุที่มีประจุลบมากกว่า โดยเฉพาะฟลูออรีน, ออกซิเจน หรือไนโตรเจน ไฮโดรเจนสามารถมีส่วนร่วมในรูปแบบของพันธะที่ไม่ใช่พันธะโควาเลนต์ ที่มีความแข็งแรงปานกลางกับธาตุที่มีประจุลบอื่นซึ่งมีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว ซึ่งเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าพันธะไฮโดรเจน ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากกับเสถียรภาพของโมเลกุลชีวภาพจำนวนมาก ไฮโดรเจนยังรวมตัวเป็นสารประกอบกับธาตุที่มีประจุลบน้อยกว่าเช่น โลหะ และกึ่งโลหะ ซึ่งไฮโดรเจนจะแสดงส่วนของประจุลบ สารประกอบเหล่านี้มักถูกเรียกว่าไฮไดรด์

ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้

ไฮโดรเจนถูกรับรองว่ามีอยู่จริงครั้งแรกโดยเฮนรี คาเวนดิช ในปี ค.ศ. 1766 คาเวนดิชค้นพบมันระหว่างทำการทดลองระหว่างกรดกับปรอท แต่เขาสันนิษฐานผิดพลาดว่าไฮโดรเจนนั้นเป็นสารประกอบของปรอท แต่เขาก็ยังสามารถบรรยายคุณสมบัติต่าง ๆ ของไฮโดรเจนได้อย่างถูกต้อง ต่อมา อองตวน ลาวัวซิเอได้ตั้งชื่อให้กับธาตุนี้ว่าไฮโดรเจน และพิสูจน์ว่าไฮโดรเจนและออกซิเจนเป็นส่วนประกอบของน้ำ ไฮโดรเจนถูกใช้ประโยชน์ครั้งแรกในการบรรจุในบอลลูน ไฮโดรเจนสามารถเตรียมได้จากการผสมกรดซัลฟิวริกกับเหล็ก ดิวเทอเรียมซึ่งเป็นไอโซโทปของไฮโดรเจน ถูกค้นพบโดย แฮโรลด์ ซี. อูเรย์ (Harold C. Urey) โดยการกลั่นน้ำหลาย ๆ ครั้ง อูเรย์ได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบของเขาในปี ค.ศ. 1934 ในปีเดียวกันนั้น มีการค้นพบทริเทียม ไอโซโทปชนิดที่สามของไฮโดรเจน

  • การใช้กับรถยนต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้
  • เป็นชื่อของธาตุชนิดหนึ่ง
  • "H dot" เป็นชื่อเรียกของโมเลกุลชนิดหนึ่งที่พบมากในอวกาศ แต่ไม่พบในโลก
  • โมเลกุล 2 อะตอม ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติบนบรรยากาศโลก ทางเคมีสามารถเขียนได้ H2 เรียกว่า ไดไฮโดรเจน เพื่อประโยชน์ในการแบ่งแยกกับสารอื่น
  1. 286 kJ/mol: พลังงานต่อโมลของวัตถุไวไฟ (ไฮโดรเจน)
  1. Simpson, J.A.; Weiner, E.S.C. (1989). "Hydrogen". Oxford English Dictionary. 7 (2nd ed.). Clarendon Press. ISBN 0-19-861219-2.
  2. "Hydrogen". Van Nostrand's Encyclopedia of Chemistry. Wylie-Interscience. 2005. pp. 797–799. ISBN 0-471-61525-0.
  3. Emsley, John (2001). Nature's Building Blocks. Oxford: Oxford University Press. pp. 183–191. ISBN 0-19-850341-5.
  4. Stwertka, Albert (1996). A Guide to the Elements. Oxford University Press. pp. 16–21. ISBN 0-19-508083-1.
  5. Wiberg, Egon; Wiberg, Nils; Holleman, Arnold Frederick (2001). . Academic Press. p. 240. ISBN 0123526515.
  6. "Magnetic susceptibility of the elements and inorganic compounds". (PDF) (81st ed.). CRC Press.
  7. Palmer, D. (13 September 1997). . NASA. สืบค้นเมื่อ2008-02-05. Note that most of the universe's mass is not in the form of chemical elements, however. See dark matter and dark energy
  8. "". Presenter: Professor Jim Al-Khalili. Chemistry: A Volatile History. BBC. BBC Four. 2010-01-21. 25:40 minutes in.
  9. . Florida Solar Energy Center. 2007. สืบค้นเมื่อ2008-02-05.
  10. Rogers, H.C. (1999). "Hydrogen Embrittlement of Metals". Science. 159 (3819): 1057–1064. Bibcode:. doi:. PMID .
  11. Christensen, C.H.; Nørskov, J.K.; Johannessen, T. (9 July 2005). . Technical University of Denmark. สืบค้นเมื่อ2008-03-28.
  12. . O=CHem Directory. University of Southern Maine. สืบค้นเมื่อ2009-04-06.
  13. Carcassi, M.N.; Fineschi, F. (2005). "Deflagrations of H2–air and CH4–air lean mixtures in a vented multi-compartment environment". Energy. 30 (8): 1439–1451. doi:.
  14. . Committee on Alternatives and Strategies for Future Hydrogen Production and Use, US National Research Council, US National Academy of Engineering. National Academies Press. 2004. p. 240. ISBN 0-309-09163-2.
  15. Patnaik, P (2007). . Wiley-Interscience. p. 402. ISBN 0-471-71458-5.
  16. Dziadecki, J. (2005). . สืบค้นเมื่อ2007-01-16.
  17. Kelly, M. . About.com:American history. สืบค้นเมื่อ2009-08-08.
  18. Clayton, D.D. (2003). Handbook of Isotopes in the Cosmos: Hydrogen to Gallium. Cambridge University Press. ISBN 0-521-82381-1.
  19. Millar, Tom (10 December 2003). . PH-3009 (P507/P706/M324) Interstellar Physics. University of Manchester. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 2011-11-16. สืบค้นเมื่อ12 May 2020.
  20. Stern, David P. (16 May 2005). . NASA Goddard Space Flight Center (mirror). สืบค้นเมื่อ20 December 2007.
  21. Stern, David P. (13 February 2005). . NASA Goddard Space Flight Center. สืบค้นเมื่อ16 April 2008.
  22. Clark, J. (2002). . Chemguide. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 20 February 2008. สืบค้นเมื่อ9 March 2008.
  23. Kimball, J. W. (7 August 2003). . Kimball's Biology Pages. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 4 March 2008. สืบค้นเมื่อ4 March 2008.
  24. IUPAC Compendium of Chemical Terminology, Electronic version, 19 March 2008 at the Wayback Machine.
  25. Sandrock, G. (2 May 2002). . Sandia National Laboratories. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 24 February 2008. สืบค้นเมื่อ23 March 2008.
บทความเกี่ยวกับเคมีนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียได้โดยเพิ่มข้อมูล ดูเพิ่มที่ สถานีย่อย:เคมี

ไฮโดรเจน
ไฮโดรเจน, ธาต, เคม, ใช, ญล, กษณ, และม, เลขอะตอม, ภาษาอ, เฝ, าด, แก, ไข, งกฤษ, hydrogen, ละต, hydrogenium, ไฮโดรเจเน, ยม, เป, นธาต, เคม, เลขอะตอม, ญล, กษณ, ธาต, ำหน, กอะตอมเฉล, 00794, 007825, สำหร, เป, นธาต, เบาท, ดและพบมากท, ดในเอกภพ, งค, ดเป, นมวลธาต, เคม, ปร. ihodrecn thatuekhmithiichsylksn H aelamielkhxatxm 1 phasaxun efadu aekikh ihodrecn xngkvs Hydrogen latin hydrogenium ihodreceniym epnthatuekhmithimielkhxatxm 1 sylksnthatukhux H minahnkxatxmechliy 1 00794 u 1 007825 u sahrbihodrecn 1 ihodrecnepnthatuthiebathisudaelaphbmakthisudinexkphph sungkhidepnmwlthatuekhmipramanrxyla 75 khxngexkphph 7 dawvksinladbhlkswnihyprakxbdwyihodrecninsthanaphlasma thatuihodrecnthiekidkhunexngtamthrrmchatihaidkhxnkhangyakbnolkihodrecn1H H Li ihodrecn hieliymihodrecnintarangthatulksnapraktaeksimmisi ihodrecneruxngaesngsimwngkhnaxyuinsthanaphlasma esnsepkhtrmkhxngihodrecnkhunsmbtithwipchux sylksn aelaelkhxatxm ihodrecn H 1karxxkesiyng ˈ h aɪ d r e dʒ e n hy dre jen 1 xnukrmekhmi xolhawaelnsediywhmu khabaelablxk 1 1 smwlxatxmmatrthan 1 008 1 karcderiyngxielktrxn 1s1 1prawtikarkhnphb ehnri khaewndich 2 3 1766 tngchuxody xxngtwn lawwsiex 4 1783 khunsmbtikayphaphsi immisisthana aekskhwamhnaaenn 0 C 101 325 kPa 0 08988 g Lkhwamhnaaennkhxngehlwthicudhlxmehlw 0 07 khxngaekhng 0 0763 5 g cm 3khwamhnaaennkhxngehlwthicudeduxd 0 07099 g cm 3cudhlxmehlw 13 99 K 259 16 C 434 49 Fcudeduxd 20 271 K 252 879 C 423 182 Fcudrwmsam 13 8033 K 7 041 kPacudwikvt 32 938 K 1 2858 MPakhwamrxnkhxngkarhlxmehlw H2 0 117 kJ mol 1khwamrxnkhxngkarklayepnix H2 0 904 kJ mol 1khwamcukhwamrxnomlar H2 28 836 J mol 1 K 1khwamdnixP Pa 1 10 100 1 k 10 k 100 kthi T K 15 20khunsmbtixatxmsthanaxxksiedchn 1 1 amphoteric oxide xielkotrenkatiwiti 2 20 Pauling scale phlngnganixxxineschn 1312 0 kJ mol 1rsmiokhwaelnt 31 5 pmrsmiwanedxrwals 120 pmcipathaokhrngsrangphluk ehksaoknlkhwamepnaemehlk idxaaemkentik 6 sphaphnakhwamrxn 0 1805 W m 1 K 1khwamerwesiyng aeks 27 C 1310 m s 1elkhthaebiyn CAS 1333 74 0ixosothpesthiyrthisudbthkhwamhlk ixosothpkhxngihodrecnixosothp NA khrungchiwit DM DE MeV DP1H 99 985 H esthiyr odymi 0 niwtrxn2H 0 015 H esthiyr odymi 1 niwtrxn3H trace 12 32 y b 0 01861 3Hedkhkxangxing ixosothpthiphbmakthisudkhxngihodrecn khux oprethiym chuxphbichnxy sylksn 1H sungmioprtxnhnungtwaetimminiwtrxn insarprakxbixxxnik oprethiymsamarthrbpraculb aexnixxxnsungmichuxwa ihidrd aelaekhiynsylksnidepn H hruxklayepnspisipracubwk H kid aekhtixxxnhlngniesmuxnwamiephiyngoprtxnhnungtwethann aetinkhwamepncring aekhtixxxnihodrecninsarprakxbixxxnikekidkhunepnspisithisbsxnkwaesmx ihodrecnekidepnsarprakxbkbthatuswnihyaelaphbinnaaelasarprakxbxinthriyswnmak ihodrecnepnswnsakhyinkarsuksaekhmikrd ebs odymihlayptikiriyaaelkepliynoprtxnrahwangomelkullalayid ephraaepnxatxmthieriybngaythisudethathithrab xatxmihodrecncungidichinthangthvsdi twxyangechn enuxngcakepnxatxmthiepnklangthangiffaephiyngchnidediywthimiphlechlyechingwiekhraahkhxngsmkarcherxdingengxr karsuksakarphlngnganaelaphnthakhxngxatxmihodrecnidmibthbathsakhyinkarphthnaklsastrkhwxntm mikarsngekhraahaeksihodrecnkhunepnkhrngaerkintnkhriststwrrsthi 16 odykarphsmolhakbkrdaek rahwang kh s 1766 81 ehnri khaewndichepnkhnaerkthisngektphbwa aeksihodrecnepnssarchnidhnungtanghak 8 aelacaihnaemuxnaipephaihm sungkhunsmbtiniexngthiidklaymaepnchuxkhxngihodrecn sungepnphasakrik hmaythung twkxihekidna thixunhphumiaelakhwamdnmatrthan ihodrecnirsi irklin epnxolha irrs immiphis aelaepnaeksidxatxmthiiwifsung misutromelkulwa H2 elnmiediy sepktrmihodrecn karphlitihodrecninechingxutsahkrrmmacakkarnaaeksthrrmchatimaphankrabwnkarrifxrmmingdwyixna steam reforming epnhlk aelacakwithikarphlitihodrecnthitxngichphlngngansungkwa echn karaeyknadwyiffa 9 ihodrecnswnihyichsxykniklcudphlit krabwnkarechuxephlingsakdukdabrrph nnkhuxihodraekhrkking aelakarphlitaexmomeniy sungswnihysahrbtladpuy epnphakhthimikarichihodrecnmakthisud ihodrecnepnkhwamkngwlhnunginolhawithya ephraaihodrecnsamarththaiholhahlaychnidepraaid 10 sungthaihepnkaryakkhuninkarxxkaebbsaythxaelathngekb 11 enuxha 1 khunsmbti 1 1 karephaihm 1 2 radbphlngnganxielktrxn 1 3 sthanakhxngihodrecn 1 4 sarprakxbihodrecn 1 4 1 sarprakxbokhwaelntaelasarprakxbxinthriy 2 prawti 3 karnaipichpraoychn 4 sphthechphaakhxngihodrecn 5 hmayehtu 6 xangxing 7 duephimkhunsmbti aekikhkarephaihm aekikh aeksihodrecn idihodrecnhruxomelkulihodrecn 12 iwifsungaelacaephaihminxakasthimichwngkhwamekhmkhnkwangmakrahwangrxyla 4 thung 75 odyprimatr 13 exnthlpikhxngkarephaihmsahrbihodrecnkhux 286 kiolcultxoml kJ mol 14 2 H2 g O2 g 2 H2O l 572 kJ 286 kJ mol note 1 aeksihodrecnkxtwepnsarphsmraebidkbxakashakmikhwamekhmkhnrxyla 4 74 aelakbkhxlrinhakmikhwamekhmkhnrxyla 5 95 sarphsmnicaraebidkhunexngtamthrrmchatiemuxtxngprakayif khwamrxnhruxaesngxathity xunhphumicudraebidexngkhxngihodrecn xunhphumikartidifexnginxakas khux 500 C 15 eplwifihodrecn xxksiecnbrisuththipldplxyaesngxltraiwoxeltaelaaethbmxngdwytaeplaimehn epriybethiybidcakeplwifsicangkhxngekhruxngynthlkkraswyxwkas kbeplwifthimxngehnidchdecnkhxngcrwdechuxephlingaekhngkraswyxwkas kartrwccbkarrwihlkhxngihodrecnthikalngephaihmxactxngichxupkrntrwccbeplwif karrwihlechnnixacepnxntrayidmak eruxehaahinednbwrkepntwxyangkhxngkarephaihmihodrecn saehtunnyngepnthiotethiyngknxyu aeteplwifthimxngehnidnnepnphlkhxngwtthuiwifinphiwkhxngerux 16 ephraaihodrecnlxytwinxakas eplwifihodrecncunglxykhunsungxyangrwderwaelakxihekidkhwamesiyhaynxykwaeplwifihodrkharbxnmak phuodysareruxehaahinednbwrksxnginsamrxdchiwitcakehtuifihm aelakaresiychiwitcanwnmaknnklbekidcakkartkhruxechuxephlingdieslthiephaihmmakkwa 17 H2 thaptikiriyakbthatuxxksiidsthukchnid ihodrecnsamarthekidptikiriyatamthrrmchatixyangrunaerngthixunhphumihxngkbkhlxrinaelafluxxrin ekidepnehildkhxngihodrecn khux ihodrecnkhlxirdkbihodrecnfluxxirdtamladb sungmiskyaepnkrdxntray 18 radbphlngnganxielktrxn aekikh dubthkhwamhlkthi xatxmihodrecn radbphlngnganthisthanaphunkhxngxielktrxninxatxmihodrecnmikhaethakb 13 6 eV sungmikhaethakboftxncakrngsixultraiwoxelt thimikhwamyawkhlun 92 naonemtr 19 radbphlngngankhxngihodrecnsamarthkhanwnidcakaebbcalxngxatxmkhxngbxr sungidlngraylaexiydekiywkbxielktrxnthiwingiprxboprtxnehmuxnkbthiolkokhcrrxbdwngxathity thungxyangnn aerngaemehlkiffathiechuxmrahwangoprtxnaelaxielktrxnkbxatxmihodrecnxun khnathidawekhraahaelaethhwtthuinxwkasechuxmkbwtthuxunodyaerngonmthwng enuxngdwykaraebngkhxngomemntmechingmum sungthuktngsmmtithaniwinklsastrkhwxntmodybxr xielktrxninaebbcalxngkhxngbxrethannthisamarthrksarayahangcakoprtxniwid dwyphlngnganbangchnid 20 raylaexiydthiaennxnkhxngxatxmihodrecnmacakklsastrkhwxntmbrisuththisungekidcakkarichsmkarcherxdingengxr smkardiaerk ephuxkhanwnkhwamepnipidkhxngkhwamhnaaennkhxngxielktrxnthixyurxboprtxn 21 karkhanwnxyangsbsxnthisudxnuyatihmiphlkrathbelknxykhxngsmphththphaphphiessaelaophlairssuyyakas sthanakhxngihodrecn aekikh ihodrecnbibxd ihodrecnehlw okhlnihodrecn ihodrecnaekhng olhaihodrecnsarprakxbihodrecn aekikh dubthkhwamhlkthi sarprakxbkhxngihodrecn sarprakxbokhwaelntaelasarprakxbxinthriy aekikh enuxngdwyihodrecnimidwxngiwinkarthaptikiriyamakinphawamatrthan aetmnsamarththasarprakxbkbthatuidswnmak ihodrecnsamarththasarprakxbkbthatuthimixielkotrenkatiwitisung echn aeholecn F Cl Br I hruxxxksiecn insarprakxbehlaniihodrecnaesdngswnkhxngpracubwk 22 emuxmiphnthakbthatuthimipraculbmakkwa odyechphaafluxxrin xxksiecn hruxinotrecn ihodrecnsamarthmiswnrwminrupaebbkhxngphnthathiimichphnthaokhwaelnt thimikhwamaekhngaerngpanklangkbthatuthimipraculbxunsungmixielktrxnkhuoddediyw sungeriykpraktkarnniwaphnthaihodrecn sungmikhwamsakhyxyangmakkbesthiyrphaphkhxngomelkulchiwphaphcanwnmak 23 24 ihodrecnyngrwmtwepnsarprakxbkbthatuthimipraculbnxykwaechn olha aelakungolha sungihodrecncaaesdngswnkhxngpraculb sarprakxbehlanimkthukeriykwaihidrd 25 swnnirxephimetimkhxmul khunsamarthchwyephimkhxmulswnniidprawti aekikhihodrecnthukrbrxngwamixyucringkhrngaerkodyehnri khaewndich inpi kh s 1766 khaewndichkhnphbmnrahwangthakarthdlxngrahwangkrdkbprxth aetekhasnnisthanphidphladwaihodrecnnnepnsarprakxbkhxngprxth aetekhakyngsamarthbrryaykhunsmbtitang khxngihodrecnidxyangthuktxng txma xxngtwn lawwsiexidtngchuxihkbthatuniwaihodrecn aelaphisucnwaihodrecnaelaxxksiecnepnswnprakxbkhxngna ihodrecnthukichpraoychnkhrngaerkinkarbrrcuinbxllun ihodrecnsamarthetriymidcakkarphsmkrdslfiwrikkbehlk diwethxeriymsungepnixosothpkhxngihodrecn thukkhnphbody aehorld si xuery Harold C Urey odykarklnnahlay khrng xueryidrbrangwloneblcakkarkhnphbkhxngekhainpi kh s 1934 inpiediywknnn mikarkhnphbthriethiym ixosothpchnidthisamkhxngihodrecnkarnaipichpraoychn aekikhkarichkbrthynt ephuxephimprasiththiphaphkarephaihmichinkrabwnkar ihodrcienchn Hydrogenation ephuxsngekhraahnamnphuchaelanamncakstw ichrwmkb khlxrin ephuxphlitihodrecnkhlxird ichrwmkbxxksiecn inkartdchinnganitna ihodrecnehlwichepnechuxephlingkhxngcrwdaelaepnswnphsmsakhyinkarsrangptikiriyaniwekhliyrsphthechphaakhxngihodrecn aekikhepnchuxkhxngthatuchnidhnung H dot epnchuxeriykkhxngomelkulchnidhnungthiphbmakinxwkas aetimphbinolk omelkul 2 xatxm thiekidkhuntamthrrmchatibnbrryakasolk thangekhmisamarthekhiynid H2 eriykwa idihodrecn ephuxpraoychninkaraebngaeykkbsarxunhmayehtu aekikh 286 kJ mol phlngngantxomlkhxngwtthuiwif ihodrecn xangxing aekikh Simpson J A Weiner E S C 1989 Hydrogen Oxford English Dictionary 7 2nd ed Clarendon Press ISBN 0 19 861219 2 Hydrogen Van Nostrand s Encyclopedia of Chemistry Wylie Interscience 2005 pp 797 799 ISBN 0 471 61525 0 Emsley John 2001 Nature s Building Blocks Oxford Oxford University Press pp 183 191 ISBN 0 19 850341 5 Stwertka Albert 1996 A Guide to the Elements Oxford University Press pp 16 21 ISBN 0 19 508083 1 Wiberg Egon Wiberg Nils Holleman Arnold Frederick 2001 Inorganic chemistry Academic Press p 240 ISBN 0123526515 Magnetic susceptibility of the elements and inorganic compounds CRC Handbook of Chemistry and Physics PDF 81st ed CRC Press Palmer D 13 September 1997 Hydrogen in the Universe NASA subkhnemux 2008 02 05 Note that most of the universe s mass is not in the form of chemical elements however See dark matter and dark energy Discovering the Elements Presenter Professor Jim Al Khalili Chemistry A Volatile History BBC BBC Four 2010 01 21 25 40 minutes in Hydrogen Basics Production Florida Solar Energy Center 2007 subkhnemux 2008 02 05 Rogers H C 1999 Hydrogen Embrittlement of Metals Science 159 3819 1057 1064 Bibcode 1968Sci 159 1057R doi 10 1126 science 159 3819 1057 PMID 17775040 Christensen C H Norskov J K Johannessen T 9 July 2005 Making society independent of fossil fuels Danish researchers reveal new technology Technical University of Denmark subkhnemux 2008 03 28 Dihydrogen O CHem Directory University of Southern Maine subkhnemux 2009 04 06 Carcassi M N Fineschi F 2005 Deflagrations of H2 air and CH4 air lean mixtures in a vented multi compartment environment Energy 30 8 1439 1451 doi 10 1016 j energy 2004 02 012 The Hydrogen Economy Opportunities Costs Barriers and R amp D Needs Committee on Alternatives and Strategies for Future Hydrogen Production and Use US National Research Council US National Academy of Engineering National Academies Press 2004 p 240 ISBN 0 309 09163 2 Patnaik P 2007 A comprehensive guide to the hazardous properties of chemical substances Wiley Interscience p 402 ISBN 0 471 71458 5 Dziadecki J 2005 Hindenburg Hydrogen Fire subkhnemux 2007 01 16 Kelly M The Hindenburg Disaster About com American history subkhnemux 2009 08 08 Clayton D D 2003 Handbook of Isotopes in the Cosmos Hydrogen to Gallium Cambridge University Press ISBN 0 521 82381 1 Millar Tom 10 December 2003 Lecture 7 Emission Lines Examples PH 3009 P507 P706 M324 Interstellar Physics University of Manchester khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 2011 11 16 subkhnemux 12 May 2020 Stern David P 16 May 2005 The Atomic Nucleus and Bohr s Early Model of the Atom NASA Goddard Space Flight Center mirror subkhnemux 20 December 2007 Stern David P 13 February 2005 Wave Mechanics NASA Goddard Space Flight Center subkhnemux 16 April 2008 Clark J 2002 The Acidity of the Hydrogen Halides Chemguide khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 20 February 2008 subkhnemux 9 March 2008 Kimball J W 7 August 2003 Hydrogen Kimball s Biology Pages khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 4 March 2008 subkhnemux 4 March 2008 IUPAC Compendium of Chemical Terminology Electronic version Hydrogen Bond Archived 19 March 2008 at the Wayback Machine Sandrock G 2 May 2002 Metal Hydrogen Systems Sandia National Laboratories khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 24 February 2008 subkhnemux 23 March 2008 duephim aekikhxatxmihodrecn yanphahnaphlngihodrecn bthkhwamekiywkbekhminiyngepnokhrng khunsamarthchwywikiphiediyidodyephimkhxmul duephimthi sthaniyxy ekhmiekhathungcak https th wikipedia org w index php title ihodrecn amp oldid 9511404, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม