fbpx
วิกิพีเดีย

ประเทศไต้หวัน

สำหรับความหมายอื่น ดู ไต้หวัน (แก้ความกำกวม) และสาธารณรัฐจีน (แก้ความกำกวม)

ประเทศไต้หวัน (แป่ะเอ๋ยี้: Tâi-oân; จีนตัวย่อ:台湾; จีนตัวเต็ม:臺灣/台灣; พินอิน: Táiwān, ไถวาน) ชื่อทางการว่า สาธารณรัฐจีน (อังกฤษ:Republic of China; จีนตัวย่อ:中华民国; จีนตัวเต็ม:中華民國; พินอิน: Zhōnghuá Mínguó) เป็นรัฐที่ได้รับการรับรองอย่างไม่สมบูรณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ปัจจุบันประกอบด้วยเกาะใหญ่ 5 แห่ง คือ จินเหมิน (金門), ไต้หวัน, เผิงหู (澎湖), หมาจู่ (馬祖), และอูชิว (烏坵) กับทั้งเกาะเล็กเกาะน้อยอีกจำนวนหนึ่ง ท้องที่ดังกล่าวเรียกรวมกันว่า "พื้นที่ไต้หวัน" (臺灣地區)

สาธารณรัฐจีน
中華民國
เมืองหลวงไทเป
25°04′N121°31′E /25.067°N 121.517°E /25.067; 121.517
เมืองใหญ่สุดซินเป่ย์
ภาษาราชการภาษาจีนมาตรฐาน
รับรองตามรัฐธรรมนูญ
อักษรทางการอักษรจีนตัวเต็ม
การปกครองรัฐเดี่ยว ระบบกึ่งประธานาธิบดี สาธารณรัฐ
ไช่ อิงเหวิน
ไล่ ชิงเต๋อ
ซู เจินชาง
สภานิติบัญญัติสภานิติบัญญัติ
การสถาปนา
10 ตุลาคม ค.ศ. 1911
• สถาปนาประเทศเป็นสาธารณรัฐ
1 มกราคม ค.ศ. 1912
พ่ายแพ้สงครามกลางเมือง
ย้ายรัฐบาลสู่เกาะไต้หวัน
7 ธันวาคม ค.ศ. 1949
พื้นที่
• รวม
35,980 ตารางกิโลเมตร (13,890 ตารางไมล์) (135)
2.8
ประชากร
• ก.ค. 2563 ประมาณ
23,568,378 (56 2)
640 ต่อตารางกิโลเมตร (1,657.6 ต่อตารางไมล์) (14 2)
จีดีพี(อำนาจซื้อ)2021 (ประมาณ)
• รวม
1.403 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
56,959 ดอลลาร์สหรัฐ
จีดีพี(ราคาตลาด)2021 (ประมาณ)
• รวม
682.702 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
32,123 ดอลลาร์สหรัฐ
จีนี(2017) 34.1
ปานกลาง
HDI(2019) 0.916
สูงมาก · ที่ 23
สกุลเงินดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (NT$) (TWD)
เขตเวลาUTC+8 (CST)
• ฤดูร้อน (DST)
ไม่มี
รูปแบบวันที่
ขับรถด้านขวา
รหัสโทรศัพท์886
โดเมนบนสุด.tw
ประเทศไต้หวัน
"ไต้หวัน" ในอักษรจีนตัวเต็ม (บน) และ อักษรจีนตัวย่อ (ล่าง)
อักษรจีนตัวเต็ม臺灣 or 台灣
อักษรจีนตัวย่อ台湾
สาธารณรัฐจีน
ชื่อภาษาจีน
อักษรจีนตัวเต็ม中華民國
ไปรษณีย์Chunghwa Minkuo
การถอดเสียง
ภาษาจีนกลางมาตรฐาน
พินอินZhōnghuá Mínguó
จู้อินㄓㄨㄥ ㄏㄨㄚˊ ㄇㄧㄣˊ ㄍㄨㄛˊ
กั๋วยฺหวี่หลัวหม่าจื้อJonghwa Min'gwo
เวด-ไจลส์Chung¹-hua² Min²-kuo²
ทงย่งพินอินJhonghuá Mínguó
MPS2Jūng-huá Mín-guó
IPA[ʈʂʊ́ŋxwǎ mǐnkwǒ]
ภาษาจีนกลางอื่น ๆ
Xiao'erjingﺟْﻮ ﺧُﻮَ مٍ ﻗُﻮَع
DunganТэван
ภาษาอู๋
อักษรโรมันtson gho min koh
ภาษากั้น
อักษรโรมันtung1 fa4 min4 koet7
ภาษาแคะ
อักษรโรมันChûng-fà Mìn-koet
ภาษากวางตุ้งมาตรฐาน
อักษรโรมันแบบเยลJūngwà màn'gwok
ยฺหวิดเพ็งZung1waa4 man4gwok3
ภาษาหมิ่นใต้
Hokkien POJTiong-hôa Bîn-kok
Tâi-lôTiong-hûa Bîn-kok
ภาษาหมิ่นตะวันออก
Fuzhou BUCDṳ̆ng-huà Mìng-guók
จีน
อักษรจีนตัวเต็ม中國
ความหมายตามตัวอักษรดินแดนกลาง หรือ รัฐกลาง
การถอดเสียง
ภาษาจีนกลางมาตรฐาน
พินอินZhōngguó
จู้อินㄓㄨㄥ ㄍㄨㄛˊ
กั๋วยฺหวี่หลัวหม่าจื้อJong'gwo
เวด-ไจลส์Chung1-kuo2
ทงย่งพินอินJhongguó
MPS2Jūng-guó
IPA[ʈʂʊ́ŋ.kwǒ]
ภาษาจีนกลางอื่น ๆ
Xiao'erjingﺟْﻮﻗُﻮَع
Sichuanese PinyinZong1 gwe2
ภาษาอู๋
อักษรโรมันTson-koh
ภาษากั้น
อักษรโรมันTung-koe̍t
ภาษาเซียง
IPATan33-kwɛ24/
ภาษาแคะ
อักษรโรมันDung24-gued2
ภาษากวางตุ้งมาตรฐาน
อักษรโรมันแบบเยลJūnggwok
ยฺหวิดเพ็งZung1gwok3
ภาษาหมิ่นใต้
Hokkien POJTiong-kok
ภาษาหมิ่นตะวันออก
Fuzhou BUCDṳ̆ng-guók
ภาษาหมิ่นผูเซียน
Hinghwa BUCDe̤ng-go̤h
ภาษาหมิ่นเหนือ
Jian'ou RomanizedDô̤ng-gŏ
ชื่อภาษาทิเบต
อักษรทิเบตཀྲུང་ཧྭ་དམངས་གཙོའི།
་རྒྱལ་ཁབ
การถอดเสียง
ระบบไวลีkrung hwa dmangs gtso'i rgyal khab
ชื่อภาษาจ้วง
ภาษาจ้วงCunghvaz Minzgoz
ชื่อภาษามองโกเลีย
อักษรซิริลลิกมองโกเลียДундад иргэн улс
อักษรมองโกเลีย ᠳᠤᠮᠳᠠᠳᠤ
ᠢᠷᠭᠡᠨ
ᠤᠯᠤᠰ
การถอดเสียง
SASM/GNCDumdadu irgen ulus
ชื่อภาษาอุยกูร์
ภาษาอุยกูร์
جۇڭخۇا مىنگو
การถอดเสียง
อักษรละตินJungxua Mingo
อักษรใหม่Junghua Mingo
อักษรซีริลลิกҖуңхуа Минго
ชื่อภาษาแมนจู
อักษรแมนจู ᡩᡠᠯᡳᠮᠪᠠᡳ
ᡳᡵᡤᡝᠨ
ᡤᡠᡵᡠᠨ
อักษรโรมันDulimbai irgen' Gurun

ไต้หวันด้านตะวันตกติดกับจีนแผ่นดินใหญ่ ด้านตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือติดกับญี่ปุ่น และด้านใต้ติดกับฟิลิปปินส์ กรุงไทเปเป็นเมืองหลวง ส่วนไทเปใหม่เป็นเขตปกครองที่จัดตั้งขึ้นใหม่ กินพื้นที่กรุงไทเป และเป็นเขตซึ่งประชากรหนาแน่นที่สุดในเวลานี้

เกาะไต้หวันนั้นเดิมเป็นที่อยู่ของชนพื้นเมือง และมีชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่เข้ามาอาศัยร่วมด้วย จนกระทั่งชาววิลันดาและสเปนเดินทางเข้ามาในยุคสำรวจเมื่อศตวรรษที่ 17 และมาตั้งบ้านเรือนกลายเป็นนิคมใหญ่โต ต่อมาในปี 1662 ราชวงศ์หมิงในแผ่นดินใหญ่ถูกราชวงศ์ชิงแทนที่ เจิ้ง เฉิงกง (鄭成功) ขุนศึกหมิง รวมกำลังหนีมาถึงเกาะไต้หวัน และเข้ารุกไล่ฝรั่งออกไปได้อย่างราบคาบ เขาจึงตั้งราชอาณาจักรตงหนิง (東寧) ขึ้นบนเกาะเพื่อ "โค่นชิงฟื้นหมิง" (反清復明) แต่ในปี 1683 ราชวงศ์ชิงปราบปรามอาณาจักรตงหนิงและเข้าครอบครองไต้หวันเป็นผลสำเร็จ ไต้หวันจึงกลายเป็นมณฑลหนึ่งของจีน อย่างไรก็ดี ความบาดหมางระหว่างจีนกับญี่ปุ่นเป็นเหตุให้ญี่ปุ่นได้ไต้หวันไปในปี 1895 ก่อนเสียไต้หวันคืนให้แก่จีนหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ช่วงนั้น มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในจีน พรรคก๊กมินตั๋ง (國民黨) ได้เป็นใหญ่ แต่ไม่นานก็เสียทีให้แก่พรรคคอมมิวนิสต์จีน (共產黨) พรรคก๊กมินตั๋งจึงหนีมายังเกาะไต้หวันและสถาปนาสาธารณรัฐจีนขึ้นบนเกาะไต้หวันแยกต่างหาก ส่วนฝ่ายคอมมิวนิสต์จีนที่เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะได้สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนบนแผ่นดินใหญ่ อย่างไรก็ดี จีนยังคงถือว่า ไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของตน และไต้หวันเองก็ยังมิได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่าเป็นประเทศเอกราชมาจนบัดนี้

ในช่วงทศวรรษ 1980 ถึงต้นทศวรรษ 1990 การเมืองการปกครองสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้เจริญรุ่งเรืองจนเป็นประชาธิปไตยที่มีพรรคการเมืองหลายพรรคและมีการเลือกตั้งทั่วหน้า อนึ่ง ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 เศรษฐกิจไต้หวันงอกงามอย่างรวดเร็ว ไต้หวันจึงกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสี่เสือแห่งเอเชีย มีอุตสาหกรรมล้ำหน้า และมีเศรษฐกิจใหญ่โตเป็นอันดับที่ 19 ของโลก อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงของไต้หวันยังมีบทบาทสำคัญมากในเศรษฐกิจโลก เป็นเหตุให้ไต้หวันได้เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกและความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก นอกจากนี้ เสรีภาพของสื่อมวลชน เสรีภาพทางเศรษฐกิจ การสาธารณสุขการศึกษา และดัชนีการพัฒนามนุษย์ในไต้หวันยังได้รับการจัดอยู่ในอันดับสูงด้วย

เนื้อหา

ดูบทความหลักที่: ภูมิศาสตร์ไต้หวัน

สาธารณรัฐจีน มีลักษณะเป็นหมู่เกาะ ทำให้ภูมิประเทศติดกับทะเล ไม่ติดกับประเทศใดเลย ห่างจากเกาะไปทางทิศเหนือและทิศตะวันตกเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีน ทิศใต้เป็นประเทศฟิลิปปินส์และทะเลจีนใต้ ส่วนทิศตะวันออกเป็นมหาสมุทรแปซิฟิก

ก่อนประวัติศาสตร์

ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้

อาณานิคมในศตวรรษที่ 17

บริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ได้เข้ามาจัดตั้งสถานีการค้าขึ้นที่หมู่เกาะเผิงหูในปี พ.ศ. 2165 (ค.ศ. 1622) แต่ในภายหลังเนเธอร์แลนด์ได้แพ้สงครามกับจีนและถูกขับไล่ออกไปโดยราชวงศ์หมิง

ในปี พ.ศ. 2167 (ค.ศ. 1624) บริษัทได้สร้างฐานที่มั่นซึ่งมีชื่อว่าป้อมซีแลนเดียบนเกาะชายฝั่งเถาหยวน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของเขตอานผิง เมืองไถหนัน และบริษัทได้เริ่มนำเข้าแรงงานมาจากมณฑลฝูเจี้ยนและเผิงหู

ในปี พ.ศ. 2169 (ค.ศ. 1626) ชาวสเปนเดินทางมาถึงและได้เข้ายึดครองบริเวณทางตอนเหนือของไต้หวัน ที่ท่าเรือของนครจีหลงและบริเวณชายฝั่งของนครซินเป่ย์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นฐานในการขยายการค้า กลายเป็นยุคอาณานิคมของสเปนอยู่ 16 ปีจนกระทั่ง พ.ศ. 2185 (ค.ศ. 1642) เมื่อป้อมปราการสุดท้ายของสเปนถูกกองทัพเนเธอร์แลนด์เข้าตีได้สำเร็จ

ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้

ราชวงศ์ชิง

ภาพวาดชาวพื้นเมืองไต้หวันกำลังล่ากวาง สมัยราชวงศ์ชิง ปี ค.ศ 1796

ในปี ค.ศ. 1638 หลังการพ่ายแพ้ของหลานชายของเจิ้ง เฉิงกง จากการบุกโจมตีทางทัพเรือของราชวงศ์ชิงแมนจูที่นำทัพโดยชื่อ หลางจากทางตอนใต้ของมณฑลฝูเจี้ยน ทำให้ราชวงศ์ชิงผนวกยึดเกาะไต้หวันมาเป็นส่วนหนึ่งได้สำเร็จ และวางไว้ภายใต้เขตอำนาจของมณฑลฝูเจี้ยน ราชสำนักของราชวงศ์ชิงพยายามลดการละเมิดลิขสิทธิ์และความไม่ลงรอยกันในพื้นที่โดยออกกฎหมายเพื่อจัดการตรวจคนเข้าเมืองและเคารพสิทธิในที่ดินของชนพื้นเมืองไต้หวัน ผู้อพยพจากฝูเจี้ยนทางใต้ส่วนใหญ่ยังคงเดินทางไปไต้หวัน เขตแดนระหว่างดินแดนที่เสียภาษีและสิ่งที่ถูกพิจารณาว่าเป็นดินแดน "เขตอันตราย" เปลี่ยนไปทางทิศตะวันออกโดยชาวพื้นเมืองบางคนเข้ารีตรับวัฒนธรรมแบบจีน ในขณะที่คนอื่น ๆ ถอยกลับเข้าไปในภูเขา ในช่วงเวลานี้มีความขัดแย้งจำนวนมากระหว่างกลุ่มชาวจีนฮั่นด้วยกันเองจากภูมิภาคต่าง ๆ ของฝูเจี้ยนทางใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างเฉวียนโจวกับฉางโจว และระหว่างฝูเจี้ยนตอนใต้และชาวพื้นเมืองไต้หวัน

จักรวรรดิญี่ปุ่น

ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

เส้นทางการอพยพหนีภัยของรัฐบาลจีนคณะชาติ (พรรคก๊กมินตั๋ง) ไปยังเมืองไทเป เกาะไต้หวัน

พ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911) การก่อการกำเริบอู่ชางในประเทศจีน เป็นจุดเริ่มต้นการล่มสลายของราชวงศ์ชิง เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้ามามีอำนาจในจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) พรรคก๊กมินตั๋ง พรรคการเมืองเมืองชาตินิยมของจีนที่เป็นฝ่ายแพ้ก็พาผู้คนอพยพหนีออกจากแผ่นดินใหญ่มาตั้งหลักที่ไต้หวัน เพื่อวางแผนกลับไปครองอำนาจในจีนต่อไป

ชาวจีนมากกว่า 1 ล้าน 5 แสนคน อพยพตามมาอยู่ที่เกาะไต้หวันในยุคที่ เหมา เจ๋อตง มีอำนาจเต็มที่ในจีนแผ่นดินใหญ่ ผู้นำของประเทศทั้งสองจีน คือผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์กับผู้นำสาธารณรัฐจีนบนเกาะไต้หวัน แย่งกันเป็นกระบอกเสียงของประชาชนจีนในเวทีโลก แต่เสียงของนานาประเทศส่วนใหญ่เกรงอิทธิพลของจีนแผ่นดินใหญ่ จึงให้การยอมรับจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่า

พรรคก๊กมินตั๋งเรืองอำนาจ

ในปี พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) ก่อนที่นายพล เจียง ไคเช็ก (General Chiang Kaishek) (ภาษาจีน:蔣介石/蔣中正) จะถึงอสัญกรรมไม่กี่ปี สาธารณรัฐจีนซึ่งเป็นประเทศที่ร่วมก่อตั้งองค์การสหประชาชาติได้สูญเสียสมาชิกภาพในฐานะตัวแทนชาวจีนให้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี พ.ศ. 2521 (ค.ศ. 1978) สหประชาชาติก็ประกาศรับรองจีนเดียวคือจีนแผ่นดินใหญ่และตัดสัมพันธ์ทางการเมืองกับสาธารณรัฐจีน ทั้งสหรัฐก็ได้ถอนการรับรองว่าสาธารณรัฐจีนมีฐานะเป็นรัฐ ไต้หวันจึงกลายเป็นเพียงดินแดนที่จีนอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เมื่อเจียง ไคเช็ก ถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) ลูกชายที่ชื่อ เจียง จิ่งกั๊วะ (Chiang Chingkuo) ได้เป็นผู้สืบทอดการปกครองไต้หวันต่อและเริ่มกระบวนการ วางรากฐานไปสู่ประชาธิปไตย

ปฏิรูปประชาธิปไตย

ในปี ค.ศ. 1988 หลี่ เติงฮุย ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีที่เป็นชาวพื้นเมืองไต้หวันคนแรกของสาธารณรัฐจีนและได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในปี ค.ศ. 1996

หลังจากที่ประธานาธิบดี เจียง จิ่งกั๊วะ เสียชีวิต ไต้หวันจึงได้เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ ประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งเกิดในไต้หวัน ชื่อ หลี่ เติงฮุย (Lee Tenghui) ขึ้นบริหารประเทศ โดยการสนับสนุนของเจียง จิ่งกั๊วะ (Chiang Chingkuo) ทั้งที่ หลี่ เติงฮุย (Lee Tenghui) นั้นเคลื่อนไหวสนับสนุนเอกราชไต้หวัน นาย รัฐบาลจีนที่ปักกิ่งได้ตั้งฉายาประธานาธิบดีไต้หวันคนใหม่ว่า "จิ้งจกปากหวาน" (A sweet-Talking Chameleon) ช่วงเวลาที่นายหลี่ เติงฮุย เป็นประธานาธิบดี การเมืองของไต้หวันเกิดการแตกแยกออกเป็น 3 ฝ่ายคือ 1) พวกก๊กมินตั๋ง ที่ต้องการกลับไปรวมประเทศกับจีนแผ่นดินใหญ่ (รวมจีนแผ่นดินใหญ่ภายใต้การปกครองของสาธารณรัฐจีน) 2) พวกที่ต้องการให้ไต้หวันเป็นประเทศอิสระไม่เกี่ยวข้องกับจีนแผ่นดินใหญ่ และ 3) พวกที่ต้องการดำรงฐานะของประเทศไว้ดังเดิมต่อไป

ไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่นัดเจรจาหาทางออกของข้อขัดแย้งทางการเมืองครั้งแรกที่สิงคโปร์เมื่อปี พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993) แต่ปรากฏว่าจีนแผ่นดินใหญ่ประวิงเวลาการลงนามในสัญญาหลายฉบับที่เป็นข้อตกลงร่วมกัน ทำให้ผลของการเจรจาคราวนั้นไม่ก้าวหน้าไปถึงไหน ความสัมพันธ์ระหว่างสองจีนเลวร้ายลงทุกที เมื่อประธานาธิบดี หลี่ เติงฮุย เดินทางไปเยือนสหรัฐและได้รับการยอมรับอย่างเอิกเกริก ทำให้จีนแผ่นดินใหญ่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงกระทำการข่มขวัญไต้หวันกับประเทศที่ให้การสนับสนุนไต้หวัน ด้วยการทำการซ้อมรบขึ้นใกล้ ๆ เกาะไต้หวัน สหรัฐออกมาแสดงอาการปกป้องคุ้มครองไต้หวันด้วยการส่งกำลังกองเรือรบของสหรัฐฯ มาป้วนเปี้ยนอยู่ในน่านน้ำที่จีนซ้อมรบ

ขณะที่โลกกำลังล่อแหลมกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดในน่านน้ำจีนมากขึ้นทุกทีนั้น ไต้หวันก็จัดให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ และในการเลือกตั้งครั้งใหม่นั้นเอง ไต้หวันก็ได้นายหลี่ เติงฮุย เป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง

ไต้หวันเข้าสู่สภาวะวิกฤต เมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) ทำให้ประชากรส่วนมากที่เป็นชาวพื้นเมืองเสียชีวิตไป 2,000 คน ทั้งเมืองมีแต่เศษซากสิ่งปรักหักพังที่เกิดจากภัยธรรมชาติ และช่วงนี้ไต้หวันต้องเผชิญความยากลำบากจากภัยธรรมชาติร้ายแรง จีนแผ่นดินใหญ่ก็เพิ่มความกดดันไม่ให้นานาชาติเข้ามายุ่งเกี่ยวกับไต้หวันแม้ในยามคับขันเช่นนี้ โดยออกมาประกาศว่า หากมีประเทศใดจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือไต้หวัน จะต้องได้รับอนุญาตจากจีนก่อน ซึ่งคำประกาศของจีนแผ่นดินใหญ่สวนทางกับเมตตาธรรมของประเทศทั่วโลกที่ต้องการให้ความช่วยเหลือไต้หวัน

เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) มีการเลือกตั้งใหม่ในไต้หวัน ชาวไต้หวันเลือกผู้แทนจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า คือ นายเฉิน สุยเปี่ยน (Chen Shui-bian) เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของไต้หวัน ผู้ประกาศนโยบายการเมืองแข็งกร้าวว่าไต้หวันต้องการแยกตัวเป็นอิสระจากจีนแผ่นดินใหญ่ ยุติยุคของพรรคชาตินิยมที่ยังฝักใฝ่แผ่นดินใหญ่อยู่ จีนแผ่นดินใหญ่จึงถือว่าเป็นกบฏต่อการปกครองของจีน เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ไต้หวันไม่เคยประกาศอย่างเป็นทางการว่าไต้หวันเป็นประเทศอิสระแยกจากจีน และจีนพูดอยู่เสมอว่าไต้หวันเป็นเด็กในปกครองที่ค่อนข้างจะหัวดื้อและเกเร หากไต้หวันประกาศว่าเป็นอิสระจากจีนเมื่อใด จีนก็จะยกกำลังจัดการกับไต้หวันทันที

ในขณะที่ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างสองจีนในสายตาชาวโลกเลวร้ายลง จีนทั้งสองกลับมีการติดต่อทางการค้ากันมากขึ้น มีการผ่อนปรนอนุญาตให้ชาวไต้หวันเดินทางไปจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อเยี่ยมญาติได้ เกิดปรากฏการสำคัญคือนักธุรกิจไต้หวันหอบเงินทุนมากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปลงทุนดำเนินธุรกิจทางตอนใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่ จนกระทั่งขณะนี้ชาวไต้หวันกลายเป็นนักลงทุนรายใหญ่เป็นลำดับ 2 ของจีน

วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายสมรสปัจจุบันในเวลานั้นละเมิดรัฐธรรมนูญโดยปฏิเสธสิทธิสมรสของคู่รักเพศเดียวกันชาวไต้หวัน ศาลวินิจฉัยว่าหากสภานิติบัญญัติไม่ผ่านการแก้ไขกฎหมายที่เพียงพอต่อกฎหมายสมรสของไต้หวันภายในสองปี การสมรสเพศเดียวกันจะชอบด้วยกฎหมายโดยอัตโนมัติในไต้หวัน วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 สภานิติบัญญัติไต้หวันอนุมัติร่างกฎหมายทำให้การสมรสเพศเดียวกันชอบด้วยกฎหมาย ทำให้เป็นประเทศแรกในทวีปเอเชียที่ผ่านกฎหมายดังกล่าว

การปกครองสาธารณรัฐจีนนั้นสถาปนาขึ้นตามรัฐธรรมนูญและลัทธิไตรราษฎร์ซึ่งระบุว่า สาธารณรัฐจีน "เป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยของประชาชน ปกครองโดยประชาชน และเป็นไปเพื่อประชาชน"

การปกครองนั้นแบ่งออกเป็น 5 ฝ่าย เรียกว่า "สภา" (yuan) คือ สภาบริหาร (Executive Yuan) ได้แก่ คณะรัฐมนตรีและฝ่ายบริหารทั้งสิ้น, สภานิติบัญญัติ (Legislative Yuan), สภาตุลาการ (Judicial Yuan), สภาควบคุม (Control Yuan) เป็นฝ่ายตรวจสอบ, และสภาสอบคัดเลือก (Examination Yuan) มีหน้าที่จัดสอบคัดเลือกข้าราชการ

บริหาร

ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน

ประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐและเป็นจอมทัพกองทัพสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) มาจากการเลือกตั้งของประชาชน อยู่ในตำแหน่งวาระ 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระ มาและไปพร้อมกับรองประธานาธิบดี ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ ไช่ อิงเหวิน เธอเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (民主進步黨) คนปัจจุบัน และเป็นตัวแทนของพรรคเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งเมื่อปี 2016 ตำแหน่งซึ่งเธอพลาดไปในการเลือกตั้งปีเมื่อปี 2012 นอกจากนี้ เธอยังเคยเป็นหัวหน้าพรรคมาแล้วหนึ่งสมัยในช่วงปี 2008 ถึง 2012

ประธานาธิบดีมีอำนาจเหนือสภาบริหาร เพราะแต่งตั้งสมาชิกสภาบริหาร ซึ่งรวมถึง นายกรัฐมนตรี ผู้เป็นประธานสภาบริหารโดยตำแหน่ง ส่วนสมาชิกสภาบริหารนั้นรับผิดชอบนโยบายและการบริหารราชการแผ่นดิน

นิติบัญญัติ

สภานิติบัญญัตินั้นใช้ระบบสภาเดียว มีสมาชิก 113 คน 73 คนมาจากการเลือกตั้งของประชาชนด้วยระบบแบ่งเขต 34 คนมาจากการเลือกตั้งของพรรคการเมืองตามระบบสัดส่วน ที่เหลือ 6 คนนั้นมาจากการเลือกตั้งตามเขตชนพื้นเมือง 23 เขต สมาชิกสภานิติบัญญัติอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี แต่ก่อนยังมีสมัชชาแห่งชาติทำหน้าที่เป็นคณะผู้เลือกตั้งและสภาร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งยังมีอำนาจนิติบัญญัติบางประการด้วย แต่ภายหลังสมัชชานี้ยุบเลิกไปในปี 2005 อำนาจหน้าที่ของสมัชชาก็โอนต่อไปยังสภานิติบัญญัติและผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งแสดงออกด้วยประชามติแทน

นายกรัฐมนตรีมาจากการสรรหาของประธานาธิบดี โดยไม่จำต้องได้รับความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติ ขณะเดียวกัน สภานิติบัญญัติสามารถออกกฎหมายโดยไม่ต้องคำนึงประธานาธิบดี ส่วนประธานาธิบดีก็ดี นายกรัฐมนตรีก็ดี ไม่มีอำนาจยับยั้งร่างกฎหมายทั้งสิ้น ฉะนั้น จึงมีน้อยครั้งที่ประธานาธิบดีและสภานิติบัญญัติจะเจรจากันเกี่ยวกับร่างกฎหมายในยามที่เห็นแย้งกัน

ตามประวัติศาสตร์แล้ว สาธารณรัฐจีนมีผู้ปกครองจากพรรคการเมืองที่เข้มแข็งอยู่พรรคเดียวมาตลอด ทั้งรัฐธรรมนูญก็มิได้จำกัดอำนาจของประธานาธิบดีได้โดยแจ้งชัด เป็นเหตุให้อำนาจบริหารตกอยู่ในเงื้อมมือของประธานาธิบดียิ่งกว่านายกรัฐมนตรี

ตุลาการ

สำหรับฝ่ายตุลาการนั้น สภาตุลาการเป็นองค์กรสูงสุด มีอำนาจตีความรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และกฎ กับทั้งพิจารณาคดีทุกประเภท ไม่ว่าคดีปกครอง คดีรัฐธรรมนูญ หรือคดีอื่น ๆ ประธานสภาตุลาการ รองประธานสภาตุลาการ และตุลาการอื่นอีก 13 คน ประกอบกันเป็น "ที่ประชุมใหญ่ตุลาการ" (Council of Grand Justices) ตุลาการ ณ ที่ประชุมใหญ่เหล่านี้มาจากการเสนอชื่อและแต่งตั้งของประธานาธิบดีเมื่อได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติ

ศาลชั้นสูงสุดของประเทศ คือ ศาลสูงสุด (Supreme Court) ประกอบด้วย แผนกคดีแพ่งและคดีอาญาจำนวนหนึ่ง แต่ละแผนกมีตุลาการหัวหน้าแผนก 1 คน กับตุลาการสมทบอีก 4 คน ทั้ง 5 คนนี้อยู่ในตำแหน่งโดยไม่มีวาระกำกับ อนึ่ง เคยมีการตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้นเป็นเอกเทศในปี 1993 เพื่อจัดการข้อพิพาทบางประการในทางรัฐธรรมนูญ รวมถึงจัดระเบียบพรรคการเมือง และเร่งรัดกระบวนการประชาธิปไตย

สาธารณรัฐจีนไม่ใช้ลูกขุน แต่สิทธิของประชาชนในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอันเป็นธรรมนั้นได้รับความคุ้มครองอย่างเคร่งครัดทั้งในทางกฎหมายและทางปฏิบัติ คดีบางประเภทให้ตุลาการมากคนพิจารณาก็มี

โทษประหารยังคงใช้อยู่ในสาธารณรัฐจีน แต่ฝ่ายปกครองพยายามลดการประหารลงให้ได้ กระนั้น ในปี 2006 มีการสำรวจและพบว่า ชาวสาธารณรัฐจีนกว่าร้อยละ 80 ประสงค์ให้รักษาโทษประหารไว้

อื่น ๆ

สำหรับสภาที่เหลือ คือ สภาควบคุม และสภาสอบคัดเลือกนั้น สภาควบคุมมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบสภาอื่น ๆ บางทีทำหน้าที่เป็นองค์คณะไต่สวนคดีปกครองด้วย อาจเทียบได้กับศาลตรวจสอบ (Court of Auditors) ของสหภาพยุโรป หรือสำนักงานเพื่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาล (Government Accountability Office) ในสหรัฐ

ส่วนสภาสอบคัดเลือกรับผิดชอบการตรวจสอบคุณสมบัติของข้าราชการ วิธีสอบคัดเลือกยังคงเน้นตามการสอบขุนนางของจีนโบราณ สภานี้อาจเทียบได้กับสำนักงานสรรหาบุคลาการยุโรป (European Personnel Selection Office) ของสหภาพยุโรป หรือสำนักงานบริหารจัดการบุคลากร (Office of Personnel Management) ของสหรัฐ

ตามรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐจีนปี ค.ศ. 1947 อาณาเขตของสาธารณรัฐจีนเป็นไปตาม "ขอบเขตของประเทศที่มีอยู่

เมื่อรัฐบาลสาธารณรัฐจีนลี้ภัยถอยไปไต้หวันในปี ค.ศ. 1949 ดินแดนที่อ้างสิทธิ์ประกอบด้วย 35 จังหวัดเขตเทศบาลพิเศษ 12 เขตปกครองพิเศษ 1 เขตและเขตปกครองตนเอง 2 เขต อย่างไรก็ตามตั้งแต่การล่าถอยของสาธารณรัฐจีนได้ควบคุม มณฑลไต้หวันและเกาะบางแห่งของมณฑลฝูเจี้ยน สาธารณรัฐจีนยังปกครองหมู่เกาะปราตัสและเกาะไท่ผิงในหมู่เกาะสแปรตลีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งข้อพิพาทดินแดนในทะเลจีนใต้เป็นผลให้สาธารณรัฐเข้ามามีส่วนในการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนดังกล่าวในทะเลจีนใต้ บรรดาเกาะดังกล่าวรัฐบาลสาธารณรัฐจีนได้จัดให้อยู่ภายใต้การบริหารของเขตเทศบาลเกาสฺยง หลังจากการล่าถอยไปไต้หวัน

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1949 รัฐบาลได้ทำการเปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตการปกครองในพื้นที่ภายใต้การบริหารควบคุมของรัฐบาล การกำหนดเขตการปกครองได้กำหนดให้ไทเปกลายเป็นเทศบาลพิเศษในปี ค.ศ. 1967 และรวมถึงเกาสฺยง ในปี ค.ศ. 1979 รัฐบาลท้องถิ่นทั้งสองมี "ความคล่องตัว" โดยมีหน้าที่ถ่ายโอนไปยังรัฐบาลกลาง (มณฑลฝูเจี้ยนในปี ค.ศ. 1956 และมณฑลไต้หวันในปี ค.ศ. 1998) ในปีค.ศ. 2010 ซินเป่ย์, ไถจง และไถหนานได้รับการยกระดับเป็นเทศบาลพิเศษ และในปี ค.ศ. 2014 มณฑลเถา-ยฺเหวียนก็ได้รับการยกระดับเป็นเทศบาลพิเศษด้วย การยกระดับครั้งนี้ทำให้เขตการปกครองระดับบนสุดเข้าสู่สถานะปัจจุบัน

ขั้น 1 2 3 4 5
เขต
ประเภท
เทศบาลพิเศษ
(直轄市 zhíxiáshì) (6)
อำเภอชนพื้นเมืองภูเขา
(原住民區 yuánzhùmín qū) (6)
หมู่บ้านชานเมือง
( )
ละแวก
( lín)
อำเภอ
( ) (164)
มณฑล
( shěng) (2)
เทศบาลมณฑล
( shì) (3)
เทศมณฑล
( xiàn) (13)
นครในความควบคุมของเทศมณฑล
(縣轄市 xiànxiáshì) (14)
เมืองชานเมือง
( zhèn) (38)
เมืองชนบท
( xiāng) (122)
หมู่บ้านชนบท
( cūn)
เมืองชนบทชนพื้นเมืองภูเขา
(山地鄉 shāndì xiāng) (24)
ทั้งหมด 22 368 7,851 147,785

ตามมาตรา 4 ของบัญญัติการปกครองส่วนท้องถิ่นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเขตเทศบาลพิเศษยังมีผลบังคับใช้กับมณฑลที่มีประชากรเกิน 2 ล้านคน บทบัญญัตินี้ไม่ได้ใช้กับเขตใด ๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะใช้กับเขตไทเป (ปัจจุบันคือ ซินเป่ย์) และมณฑลเถา-ยฺเหวียน (ปัจจุบันคือ เทศบาลพิเศษเถา-ยฺเหวียน)

การอ้างสิทธิ์เหนือดินแดน

การอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนของสาธารณรัฐจีน อ้างสิทธิ์จากสมัยที่สาธารณรัฐจีนปกครองแผ่นดินใหญ่
(พื้นที่สีเขียวเข้ม) พื้นที่ที่ควบคุมอยู่ในปัจจุบันหรือ(พื้นที่ไต้หวัน
(พื้นที่สีเขียวอ่อน) พื้นที่ของสาธารณรัฐจีนเคยปกครองเมื่อครั้งอยู่ที่แผ่นดินใหญ่ ปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่สาธารณรัฐจีนอ้างสิทธิ์อธิปไตยเหนือดินแดน
ดินแดนที่สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) อ้างสิทธิ์

แม้ว่าตามรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐจีนจะยึดถือ ขอบเขตของประเทศที่เป็นไปอยู่ในปัจจุบัน แต่ก็ได้แบ่งเป็น 2 อาณาเขตบริเวณด้วยกันคือ

  • บริเวณแผ่นดินใหญ่ (จีนแผ่นดินใหญ่): เป็นอาณาเขตดินแดนเขตนอกเขตเสรี (พื้นที่ไต้หวัน) ที่สาธารณรัฐจีนอ้างสิทธิ์เรียกร้องอธิปไตยเหนือดินแดน โดยอ้างสิทธิ์ยึดตามเขตแดนที่สาธารณรัฐจีนปกครองแผ่นดินใหญ่ เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ตั้งบนจีนแผ่นดินใหญ่ พื้นที่ดังกล่าวควบคุมโดยรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและมาเก๊า, สาธารณรัฐจีนยังมีการเรียกร้องสิทธิ์เหนือดินแดนของภูมิภาคอื่น ๆ ดังไปต่อไปนี้โดยถือเป็นดินแดนที่ถูกต้องตามหลักนิตินัยตามรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐจีน

ปัจจุบันสาธารณรัฐจีนยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับ 15 ประเทศ (เบลีซ, เอสวาตีนี, กัวเตมาลา, เฮติ, นครรัฐวาติกัน, ฮอนดูรัส, หมู่เกาะมาร์แชลล์, นาอูรู, นิการากัว, ปาเลา, ปารากวัย, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์ลูเชีย, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์, และตูวาลู) ไต้หวันมีข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ เนื่องจากกรอบนโยบายจีนเดียว ไต้หวันจึงให้ความสำคัญกับการกระชับความสัมพันธ์ในกรอบเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีกับประเทศต่าง ๆ ที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีนแผ่นดินใหญ่)

สำหรับนโยบายต่างประเทศของไต้หวันต่อประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ไต้หวันได้ดำเนิน “นโยบายมุ่งสู่ใต้” (Go South Policy) เป็นนโยบายส่งเสริมให้ชาวไต้หวันมีการลงทุนกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อลดความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไต้หวันต้องพึ่งพาจีนและใช้เศรษฐกิจเป็นช่องทางกระชับความสัมพันธ์กับภูมิภาคนี้ กรอบเวทีระหว่างประเทศที่ไต้หวันเป็นสมาชิก ได้แก่ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (Asia Pacific Economic Cooperartion - APEC) ซึ่งเป็นสมาชิกในฐานะเขตเศรษฐกิจ (economy) และองค์การการค้าโลก (World Trade Organization - WTO) โดยเป็นการเข้าร่วมในฐานะที่เป็นเขตศุลกากรพิเศษ (custom territory) การเข้าร่วมในเวทีทั้งสองของไต้หวันจึงเป็นการเข้าร่วมในสถานะที่ไม่ใช่รัฐ

สถานภาพทางการเมืองและกฎหมายของไต้หวันเป็นประเด็นพิพาท สาธารณรัฐประชาชนจีนอ้างว่ารัฐบาลสาธารณรัฐจีนไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเรียกว่าเป็น "ทางการไต้หวัน" สาธารณรัฐจีนมีเงินตรา หนังสือเดินทางที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ดวงตราไปรษณียากร โดเมนระดับบนสุดอินเทอร์เน็ต กองทัพและรัฐธรรมนูญ และยังมีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นของตนเอง รัฐบาลไต้หวันไม่เคยยกเลิกการอ้างสิทธิ์เหนือแผ่นดินใหญ่อย่างเป็นทางการ แต่สื่อของรัฐลดทอนการอ้างสิทธิ์ทางประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ในระดับระหว่างประเทศ มีกรณีพิพาทว่าสาธารณรัฐจีนเป็นรัฐหรือรัฐสิ้นสภาพตามกฎหมายระหว่างประเทศเนื่องจากขากการรับรองทางทูตอย่างกว้างขวาง ถึงแม้ว่าเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งสหประชาชาติ แต่ประเทศไต้หวันไม่ใช่สมาชิกอย่างเป็นทางการหรือมีสถานภาพผู้สังเกตการณ์

กล่าวในภาพกว้าง ความเห็นสาธารณะในประเทศนิยมสถานะเดิม แต่เริ่มมีความเห็นนิยมประกาศเอกราชเพิ่มขึ้นนับแต่ประเทศกลายเป็นประชาธิปไตย ผลสำรวจในปี 2020 พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 52.3 เห็นควรให้ชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน หรือคงสถานะเดิมอย่างไม่มีกำหนด ร้อยละ 35.1 นิยมการประกาศเอกราช และร้อยละ 5.8 นิยมการรวมชาติ

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ประเทศที่มีการรับรองสาธารณรัฐจีนอย่างเป็นทางการ
มีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ
มีความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการ

หลังจากพรรคก๊กมินตั๋งถอยหนีมาอยู่บนเกาะไต้หวัน ประเทศส่วนใหญ่ยังคงรักษาความสัมพันธ์กับรัฐบาลสาธารณรัฐจีนเอาไว้ แต่การรับรองสถานะก็ลดลงเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่องเมื่อในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 มีหลายประเทศได้เปลี่ยนไปรับรองสถานะของสาธารณรัฐประชาชนจีนแทน ในปัจจุบัน สาธารณรัฐจีนบนเกาะไต้หวันยังคงได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก 17 รัฐ จาก 193 รัฐสมาชิกสหประชาชาติ ซึ่งนอกจากทำเนียบสันตะปาปาแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศเล็ก ๆ ในแถบอเมริกากลางและแอฟริกา ทางสาธารณรัฐประชาชนจีนมีนโยบายที่จะไม่สานสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศที่รับรองสถานะของสาธารณรัฐจีน และทุกประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตด้วยจะต้องมีแถลงการณ์รับรองสถานะของสาธารณรัฐประชาชนจีนเหนือไต้หวัน

ในทางปฏิบัติแล้ว ถึงแม้ว่าประเทศส่วนใหญ่จะไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน และแถลงการณ์ที่ทางสาธารณรัฐประชาชนจีนต้องการนั้นก็ได้เขียนขึ้นโดยใช้คำกำกวมอย่างยิ่ง ประเทศสำคัญ ๆ บางประเทศที่ไม่ได้รับรองสถานะของสาธารณรัฐจีนก็จะมี "สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป" หรือ "สำนักงานตัวแทนไทเป" ซึ่งปฏิบัติงานต่าง ๆ ในลักษณะเดียวกับสถานทูต เช่น การออกวีซ่า เป็นต้น และในทำนองเดียวกัน หลายประเทศก็ได้จัดตั้งสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจขึ้นในสาธารณรัฐจีนเช่น สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย และสถาบันอเมริกาในไต้หวัน ซึ่งโดยพฤตินัยแล้วก็คือสถานทูตของประเทศต่าง ๆ นั่นเอง

สาธารณรัฐจีนเคยเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติในฐานะสมาชิกก่อตั้ง โดยได้อยู่ในตำแหน่งของประเทศจีนในคณะมนตรีความมั่นคงจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) ที่ถูกขับออกโดย "มติสมัชชาสหประชาชาติที่ 2758 (General Assembly Resolution 2758)" และตำแหน่งทั้งหมดในองค์การสหประชาชาติก็ถูกแทนที่ด้วยรัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทางสาธารณรัฐจีนได้แสดงความพยายามหลายครั้งเพื่อกลับเข้าเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ แต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ (ดูที่ จีนและองค์การสหประชาชาติ)

นอกจากความขัดแย้งกับสาธารณรัฐประชาชนจีนเหนือดินแดนบนแผ่นดินใหญ่แล้ว สาธารณรัฐจีนยังมีความขัดแย้งกับมองโกเลียอีกด้วย จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) ที่สาธารณรัฐจีนได้อ้างสิทธิเหนือพื้นที่มองโกเลีย แต่ก็ถูกกดดันจากสหภาพโซเวียตจนกระทั่งยอมรับรองอิสรภาพของมองโกเลียในที่สุด หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้กลับคำรับรองนั้น และกล่าวอ้างสิทธิเหนือมองโกเลียอีกครั้งจนกระทั่งถึงเมื่อไม่นานนี้ นับจากช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา ความสัมพันธ์กับมองโกเลียได้กลายมาเป็นหัวข้อที่สร้างความขัดแย้ง ความเคลื่อนไหวใด ๆ ในการยกเลิกอำนาจอธิปไตยเหนือมองโกเลียจะเกิดการโต้แย้งทันที เนื่องจากทางสาธารณรัฐประชาชนจีนได้อ้างว่า นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการประกาศอิสรภาพไต้หวัน

ดูบทความหลักที่: กองทัพสาธารณรัฐจีน
เครื่องยิงจรวดThunderbolt-2000แห่งกองทัพบกสาธารณรัฐจีน
สารวัตรทหารแห่งสาธารณรัฐจีนขณะคุ้มกันสนามบิน

กองทัพสาธารณรัฐจีนมีรากฐานมาจากกองทัพปฏิวัติแห่งชาติจีน ซึ่งก่อตั้งโดยดร.ซุน ยัตเซ็น ในปี ค.ศ. 1925 ในมณฑลกวางตุ้งโดยมีเป้าหมายในการรวมประเทศจีนภายใต้พรรคก๊กมินตั๋ง จนกระทั่งเมื่อกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนของพรรคคอมมิวนิสต์จีนชนะสงครามกลางเมืองจีน กองทัพปฏิวัติแห่งชาติจำนวนมากได้ถอยกลับมายังไต้หวันพร้อมกับรัฐบาลคณะชาติ ซึ่งต่อมาถูกปรับปรุงเป็นกองทัพสาธารณรัฐจีน หน่วยที่ยอมจำนนและยังคงอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ถูกยุบหรือรวมเข้ากับกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน

ในปัจจุบันไต้หวันได้ดำรงรักษากองทัพขนาดใหญ่และมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีซึ่งส่วนใหญ่เป็นการป้องกันการคุกคามอย่างต่อเนื่องของการบุกรุกโดยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ปกครองสาธารณรัฐประชาชนจีนได้บังคับใช้ "กฎหมายต่อต้านการแบ่งแยกดินแดน" (Anti-Secession Law) กฎหมายฉบับนี้ซึ่งผ่านรัฐสภาของจีนในปี 2005 ได้ปฏิเสธความเป็นรัฐเอกราชของไต้หวัน ให้ถือนโยบายจีนเดียว และได้กำหนดวิธีการต่าง ๆ ในการรวมชาติของสองแผ่นดินจีนให้เกิดขึ้นได้จริง กฎหมายฉบับนี้ยังได้ระบุถึง "การดำเนินการที่ไม่ใช่สันติวิธี" (ซึ่งก็คือการทำสงคราม) เอาไว้ด้วย หากจีนเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่การรวมชาติโดยไม่เสียเลือดเนื้อประสบความล้มเหลว

จากปี ค.ศ.1949 ถึงปี ค.ศ. 1970 ภารกิจหลักของกองทัพสาธารณรัฐจีนคือ "ทวงคืนเอาจีนแผ่นดินใหญ่กลับคืนมา" ผ่านภารกิจเกียรติยศแห่งชาติ เนื่องจากภารกิจนี้ถูกเลื่อนและยกเลิกไปชั่วคราว เนื่องจากความแข็งแกร่งทางการทหารของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก กองทัพสาธารณรัฐจีนเปลี่ยนนโยบายไปเป็นเน้นการป้องกันแทน นโยบายดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนการเน้นจากกองทัพที่โดดเด่นตามแบบดั้งเดิมมาเป็นกองทัพอากาศและกองทัพเรือ

รัฐบาลสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของประชาธิปไตยในการทหารจึงได้เน้นการริเริ่มจัดให้มีการควบคุมโดยพลเรือนทำให้การควบคุมกองทัพสาธารณรัฐจีนก็เปลี่ยนผ่านเข้ามาอยู่ในการบริหารของรัฐบาลพลเรือน ในขณะที่ทหารสาธารณรัฐจีนมีส่วนร่วมทางประวัติศาสตร์กับพรรคก๊กมินตั๋ง เจ้าหน้าที่ระดับสูงรุ่นเก่าจึงมีความเห็นอกเห็นใจแนวคิดสนับสนุนพรรค อย่างไรก็ตามมีคนจำนวนมากที่เกษียณอายุราชการและมีผู้ที่ไม่ใช่ชาวแผ่นดินใหญ่เข้าร่วมในกองทัพในรุ่นต่อมาดังนั้นความเอนเอียงทางการเมืองของกองทัพจึงเข้ามาใกล้กับบรรทัดฐานของประชาชนในไต้หวัน กองทัพสาธารณรัฐจีนได้เริ่มโครงการลดจำนวนกำลังพล หรือ "จิงฉืออัน" (Jingshi An) (เป็นโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพ) เพื่อลดระดับกองทัพจากจำนวน 450,000 นาย ในปี ค.ศ. 1997 เป็น 380,000 นาย ในปี ค.ศ. 2001 การเกณฑ์ทหารในไต้หวันยังคงมีผลบังคับใช้สำหรับผู้ชายที่มีคุณสมบัติเริ่มตั้งแต่อายุสิบแปด แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดจำนวนมากเพื่อที่จะให้ได้รับโอกาสในการปฏิบัติราชการรับใช้ชาติตามข้อกำหนดร่างผ่านการรับใช้ราชการชาติทางเลือกและถูกส่งไปยังหน่วยงานราชการหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศ

ศักยภาพทางเศรษฐกิจ

ตึกไทเป 101 ในกรุงไทเปเมืองหลวงและศูนย์กลางทางการเงินของไต้หวัน
เขตการค้าธุรกิจย่านซินยี่ กรุงไทเป ยามค่ำคืน
เขตธุรกิจในเมืองซินเป่ย์

สาธารณรัฐจีนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่14ของโลก หน่วยเงินตราที่ใช้ คือ ดอลลาร์ไต้หวัน

ทรัพยากรธรรมชาติส่วนใหญ่มีจำนวนน้อย แต่เป็นประเทศอุตสาหกรรมชั้นสูงอุตสาหกรรมนั้นเป็นเน้นไปที่การผลิต มีการนำเข้าน้ำมันดิบและแร่เหล็ก เพื่อนำไปผลิตรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ ส่งออกไปจำหน่าย ถือเป็นการค้าโดยการผลิต ในปัจจุบันมีการนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์

อุตสาหกรรมที่รวดเร็วและการเติบโตอย่างรวดเร็วของไต้หวันในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 ได้รับการขนานนามว่า "ความมหัศจรรย์แห่งไต้หวัน" ไต้หวันถือเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับการจัดอันดับขนานนามว่าเป็น "สี่เสือแห่งเอเชีย" เคียงคู่ไปกับฮ่องกง,เกาหลีใต้และสิงคโปร์

ภายใต้การปกครองไต้หวันแบบอาณานิคมของญี่ปุ่นก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองนำการเปลี่ยนแปลงในภาครัฐและเอกชน, สิ่งที่เป็นที่รับรู้และมีชื่อเสียงที่สุดคือ พื้นที่ของงานสาธารณะซึ่งเปิดใช้งานการสื่อสารที่รวดเร็วและอำนวยความสะดวกการขนส่งทั่วเกาะไต้หวัน ญี่ปุ่นยังปรับปรุงการศึกษาของรัฐและทำให้เกิดการศึกษาบังคับสำหรับชาวไต้หวันทุกคน ในปี ค.ศ. 1945 เมื่อญี่ปุ่นได้แพ้สงครามโลกครั้งที่สองและได้คืนเกาะไต้หวันให้กับสาธารณรัฐจีน ได้เกิดภาวะเงินเฟ้อยิ่งยวดขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวันอันเป็นผลมาจากสงครามกับญี่ปุ่น เพื่อแยกไต้หวันออกจากปัญหาเศรษฐกิจในแผ่นดินใหญ่นั้น รัฐบาลจีนคณะชาติของสาธารณรัฐจีนได้สร้างพื้นที่ให้กับสกุลเงินใหม่สำหรับเกาะไต้หวันและเริ่มใช้กลยุทธ์รักษาเสถียรภาพราคา ความพยายามเหล่านี้ทำให้อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงอย่างมาก

เมื่อรัฐบาลจีนคณะชาติของพรรคก๊กมินตั๋งได้หนีไปไต้หวัน ได้มีการโอนและขนย้ายทองคำแท่งมานับล้านตำลึง (ขณะนั้นมูลค่าอยู่ที่ 1 ตำลึง = 37.5 กรัม หรือ ~1.2 ทรอยออนซ์) ของทองคำ และเงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งตามรายงานพรรคก๊กมินตั๋งระบุว่าราคามีเสถียรภาพและช่วยลดปัญหาภาวะเงินเฟ้อได้ บางทีที่สำคัญกว่านั้นในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการหลบหนีไปยังไต้หวัน พรรคก๊กมินตั๋งได้นำปัญญาชนและนักธุรกิจจากจีนแผ่นดินใหญ่มายังเกาะไต้หวันด้วย จึงอาจสันนิษฐานได้ว่ามีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจไต้หวันเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว รัฐบาลก๊กมินตั๋งได้จัดตั้งกฎหมายอำนวยเศรษฐกิจมากมายและเริ่มการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งไม่สามารถใช้อย่างมีประสิทธิภาพในจีนแผ่นดินใหญ่มาก่อนเลย รัฐบาลยังดำเนินนโยบายการทดแทนการนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรม โดยพยายามส่งเสริมการผลิตสินค้าบริโภคภายในประเทศ

ในปี ค.ศ. 1950 ด้วยการปะทุของสงครามเกาหลี เพื่อต้านการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์ทำให้สหรัฐเริ่มโครงการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยเฉพาะไต้หวันซึ่งส่งผลให้ราคามีเสถียรภาพโดยสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1952 การพัฒนาเศรษฐกิจได้รับการสนับสนุนจากความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจของอเมริกาและการริเริ่ม เช่น คณะกรรมาธิการร่วมเพื่อการฟื้นฟูชนบท ซึ่งทำให้ภาคเกษตรกรรมกลายเป็นพื้นฐานสำหรับการเติบโตในภายหลัง ภายใต้มาตรการกระตุ้นการรวมตัวของการปฏิรูปที่ดินและแผนพัฒนาการเกษตรการผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยต่อปีร้อยละ 4 จากปี 1952 ถึง 1959 ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของประชากร 3.6%

ในปี ค.ศ. 1962 ไต้หวันมีผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (ระดับต่ำ) ต่อหัว (GNP) อยู่ที่ 170 ดอลลาร์สหรัฐ เศรษฐกิจของไต้หวันถือว่าเป็นที่เท่าเทียมเมื่อเทียบกับของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก บนความเท่าเทียมกันของกำลังซื้อ (PPP) พื้นฐาน GDP ต่อหัวของประชากรในช่วงต้นทศวรรษ 1960 อยู่ที่ 1,353 ดอลลาร์ (ในราคา 1990) ภายในปี ค.ศ. 2011 GNP ต่อหัวซึ่งปรับสำหรับกำลังซื้อภาค (PPP) เพิ่มขึ้นเป็น 37,000 เหรียญสหรัฐ มีส่วนทำให้ของไต้หวันยกระดับดัชนีการพัฒนามนุษย์ (HDI) เทียบเท่ากับประเทศที่พัฒนาแล้วอื่น ๆ HDI ของไต้หวันในปี ค.ศ. 2012 อยู่ที่ 0.890 (อันดับที่ 23 ถือว่าอยู่ในระดับสูงมาก) ตามวิธีการคำนวณใหม่ "การปรับความไม่เท่าเทียมกันของ HDI" ของสหประชาชาติ

ในปี ค.ศ. 1974 ประธานาธิบดีเจียง จิ่งกั๊วะ ได้ริเริ่มดำเนินการสิบโครงการก่อสร้างสำคัญเป็นการเริ่มต้นวางรากฐานที่ช่วยให้ไต้หวันพัฒนาเปลี่ยนเป็นเศรษฐกิจขับเคลื่อนการส่งออกในปัจจุบัน นับตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา บริษัท เทคโนโลยีในไต้หวันจำนวนหนึ่งได้ขยายการเข้าถึงไปทั่วโลก บริษัทเทคโนโลยีระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียงที่เป็นที่นิยมและรู้จักกัน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในไต้หวัน ได้แก่ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล Acer Inc. และ Asus, ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ HTC รวมถึงผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ Foxconn ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์สำหรับ Apple, Amazon และ Microsoft งาน Computex Taipei เป็นงานแสดงสินค้าคอมพิวเตอร์ที่สำคัญซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1981

การพัฒนาอุตสาหกรรม

ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้

การท่องเที่ยวไต้หวัน

ปัจจุบันที่ไต้หวันเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนไทย ที่ได้ยกเว้นการขอวีซ่าวีซ่าไต้หวัน และด้วยประเทศไต้หวันเองมีสถานที่เที่ยวมากมาย ทั้งที่เที่ยวในเมืองไทเป หรือจะที่เที่ยวแบบธรรมชาติอย่างเกาสง อีกทั้งค่าครองชีพไม่สูงมากนัก ทำให้นักเดินทางที่ชอบไปเที่ยวด้วยตัวเอง ต่างก็ยกให้ ไต้หวันเป็นประแทศที่เที่ยวด้วยเองได้ง่าย ๆ ให้ประเทศไต้หวันเป็นอันดับแรก ๆ ที่เที่ยวไต้หวัน มีเยอะ ทั้งแลนด์มาร์คดัง ๆ อย่างตึกไทเป 101 (Taipei 101), หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น (Jioufen), ตลาดปลาไทเป (Taipei Fish Market) อีกทั้งยังเป็นดินแดนแห่งสตรีทฟู้ดที่อร่อยอีกด้วย เนื่องจากมีตลาดกลางคืนมากมาย เช่น ตลาดซีเหมินติง (Ximending), ตลาดซื่อหลิน (Shilin Night Market) เป็นต้น

ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้

การคมนาคม และ โทรคมนาคม

คมนาคม

ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้

โทรคมนาคม

ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้

วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี

ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้

การศึกษา

ดูบทความหลักที่: การศึกษาในไต้หวัน
ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้

สาธารณสุข

ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้

เชื้อชาติ

ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้

ศาสนา

ดูบทความหลักที่: ศาสนาในไต้หวัน

รัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐจีนคุ้มครองเสรีภาพทางศาสนาและสิทธิในการปฏิบัติตามความเชื่อของประชาชน ตามสถิติในปี ค.ศ. 2005 ประเทศไต้หวันมีพุทธศาสนิกชน 8,086,000 คน (35.1%) ศาสนิกชนเต๋า 7,600,000 คน (33.0%) คริสต์ศาสนิกชน 903,000 คน (3.9%) โดยเป็นโปรเตสแตนต์ 605,000 คน (2.6%) และโรมันคาทอลิก 298,000 คน (1.3%) และศาสนิกชนลัทธิอนุตตรธรรม 810,000 คน (3.5%) เป็นต้น

ภาษา

ดูบทความหลักที่: ภาษาในไต้หวัน

เมืองใหญ่

รายชื่อเมืองใหญ่ในสาธารณรัฐจีนเรียงตามประชากร

อันดับที่ ชื่อเขต ชื่อภาษาจีน จำนวนตามประชากร
1 ซินเป่ย์ 新北市 3,779,219
2 เมืองไทเป 台北市 2,627,990
3 เทศมณฑลเถาหยวน 桃園縣 1,921,526
4 เทศมณฑลไถจง 台中縣 1,546,114
5 เมืองเกาสฺยง 高雄市 1,516,115
6 เทศมณฑลจางฮว่า 彰化縣 1,313,986
7 เทศมณฑลเกาสฺยง 高雄縣 1,244,282
8 เทศมณฑลไถหนาน 台南縣 1,105,515
9 เมืองไถจง 台中市 1,050,160
10 เทศมณฑลผิงตง 屏東縣 890,753
11 เมืองไถหนาน 台南市 762,486
12 เทศมณฑลหยวินหลิน 雲林縣 726,868
13 เทศมณฑลเหมียวลี่ 苗栗縣 559,776
14 เทศมณฑลเจียอี้ 嘉義縣 551,993
15 เทศมณฑลหนานโถว 南投縣 533,903
16 ชนบทซินจู๋ 新竹縣 491,405
17 เทศมณฑลอี๋หลาน 宜蘭縣 460,133
18 เมืองซินจู๋ 新竹市 396,983
19 เมืองจีหลง 基隆市 390,299
20 เทศมณฑลฮวาเหลียน 花蓮縣 344,087
21 เมืองเจียอี้ 嘉義市 272,718
22 เทศมณฑลไถตง 台東縣 234,672
23 เทศมณฑลเผิงหู 澎湖縣 92,077
24 เทศมณฑลจินเหมิน 金門縣 79,023²
25 เทศมณฑลเหลียนเจียง 連江縣 9,814²

กีฬา

ฟุตบอล

ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้

มวยสากล

ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้

ข้อผิดพลาด Lua ใน package.lua บรรทัดที่ 80: module 'Module:Portal/images/t' not found

  1. Not designated but meets legal definition

Citations

  1. . Britannica Online Encyclopedia. 1975-04-05. สืบค้นเมื่อ2009-05-07.
  2. . law.moj.gov.tw. สืบค้นเมื่อ22 May 2019.
  3. . law.moj.gov.tw. สืบค้นเมื่อ22 May 2019.
  4. . Government Information Office. 2009. สืบค้นเมื่อ2 May 2010.
  5. . IMF.org. International Monetary Fund. สืบค้นเมื่อ19 August 2019.
  6. . stat.gov.tw. สืบค้นเมื่อ26 June 2019.
  7. (PDF). Directorate General of Budget, Accounting and Statistics, Executive Yuan, Taiwan (ROC). 21 January 2021. สืบค้นเมื่อ26 January 2021.
  8. Bilik, Naran (2015), "Reconstructing China beyond Homogeneity", Patriotism in East Asia, Political Theories in East Asian Context, Abingdon: Routledge, p.
  9. Fell, Dafydd (2018). . London: Routledge. p. 305. ISBN 978-1317285069. Moreover, its status as a vibrant democratic state has earned it huge international sympathy and a generally positive image.
  10. French, Duncan (2013). . Cambridge: Cambridge University Press. p. 26. ISBN 978-1107311275. The population on the islands of Formosa and the Pescadores is governed by an effective government to the exclusion of others, but Taiwan is not generally considered a state.
  11. Albert, Eleanor (7 December 2016). . Council on Foreign Relations. สืบค้นเมื่อ30 March 2018. The People’s Republic of China (PRC) views the island as a province, while in Taiwan—a territory with its own democratically elected government—leading political voices have differing views on the island’s status and relations with the mainland. Some observe the principle that there is “one China” comprising the island and the mainland, but in their eyes this is the Republic of China (ROC) based in Taipei; others advocate for a de jure independent Taiwan.
  12. . Taipei Times. 5 December 2013. สืบค้นเมื่อ7 December 2013.
  13. CIA World Factbook-
  14. Chan, Rachel (17 June 2009). . China Post. สืบค้นเมื่อ2009-07-22.
  15. Yao, Grace; Cheng, Yen-Pi; Cheng, Chiao-Pi (5 November 2008). "The Quality of Life in Taiwan". Social Indicators Research. 92 (2): 377–404. doi:. a second place ranking in the 2000 Economist's world healthcare ranking
  16. Yao, Grace (6 October 2008). "The Quality of Life in Taiwan". Social Indicators Research. 92 (The Quality of Life in Confucian Asia: From Physical Welfare to Subjective Well–Being). a second place ranking in the 2000 Economist's world healthcare rankingUnknown parameter |coauthors= ignored (|author= suggested) (help)
  17. (PDF) (ภาษาจีน). Directorate General of Budget, Accounting and Statistics, Executive Yuan, R.O.C. 2010. สืบค้นเมื่อ2010-07-02.
  18. Wills, John E., Jr. (2006). "The Seventeenth-century Transformation: Taiwan under the Dutch and the Cheng Regime". ใน Rubinstein, Murray A. (บ.ก.). Taiwan: A New History. M.E. Sharpe. pp. 84–106. ISBN 978-0-7656-1495-7.
  19. Wu, J. R. (24 May 2017). . Reuters. สืบค้นเมื่อ11 October 2017.
  20. . bbc.com (ภาษาอังกฤษ). 2019-05-17. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 2019-05-17. สืบค้นเมื่อ2019-05-17.
  21. . edition.cnn.com (ภาษาอังกฤษ). 2019-05-17. สืบค้นเมื่อ2019-05-17.
  22. (PDF). . Government Information Office, Republic of China (Taiwan). 2011. pp. 55–65.
  23. Huang, Jei-hsuan (14 September 2006). . Taipei Times. p. 8. สืบค้นเมื่อ28 May 2009.
  24. Jayasuriya, Kanishka (1999). . Routledge. p. 217. ISBN 978-0-415-19743-4.
  25. Additional Articles of the Constitution of the Republic of China (2005) . Article 5 – โดยทาง Wikisource.
  26. Chang, Rich (2 January 2006). . Taipei Times. สืบค้นเมื่อ2 November 2009.
  27. . law.moj.gov.tw.
  28. . BBC. 14 February 1999.
  29. Hwang, Jim (1 ตุลาคม 1999). . Taiwan Review. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2012. สืบค้นเมื่อ 13 เมษายน 2012.Unknown parameter |deadurl= ignored (help)
  30. . Taipei: Government Information Office. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 14 May 2012. สืบค้นเมื่อ13 April 2012.Unknown parameter |deadurl= ignored (help)
  31. www.mofa.gov.tw/en/AlliesIndex.aspx?n=DF6F8F246049F8D6&sms=A76B7230ADF29736
  32. . PRC Taiwan Affairs Office and the Information Office of the State Council. 2005. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 13 February 2006. สืบค้นเมื่อ3 December 2014. Section 1: "Since the KMT ruling clique retreated to Taiwan, although its regime has continued to use the designations "Republic of China" and "government of the Republic of China," it has long since completely forfeited its right to exercise state sovereignty on behalf of mainland China and, in reality, has always remained only a separate state on the island of Taiwan."
  33. . BBC News. British Broadcasting Corporation (BBC). 2009. จากแหล่งเดิมเมื่อ 5 December 2020. สืบค้นเมื่อ6 December 2020. But Taiwan's leaders say it is clearly much more than a province, arguing that it is a sovereign state. It has its own constitution, democratically-elected leaders, and 400,000 troops in its armed forces.
  34. Chang, Bi-yu (2015). . Oxon, UK, and New York City: Routledge. pp. 35–40, 46–60. ISBN 978-1-317-65812-2.
  35. . Election Study Center, National Chengchi University. สืบค้นเมื่อ16 February 2021.
  36. Fravel, M. Taylor (2002). . Armed Forces & Society. 29 (1): 57–84. doi:.
  37. . The Wall Street Journal. 26 April 2001. สืบค้นเมื่อ28 May 2009.
  38. Swaine & Mulvenon 2001, p. 65: "[...]the ROC military functioned until very recently as an instrument of KMT rule [...] the bulk of the officer corps is still composed of Mainlanders, many of whom allegedly continue to support the values and outlook of more conservative KMT and New Party members. This is viewed as especially the case among the senior officers of the ROC Army. Hence, many DPP leaders insist that the first step to building a more secure Taiwan is to bring the military more fully under civilian control, to remove the dominant influence of conservative KMT elements, and to reduce what is regarded as an excessive emphasis on the maintenance of inappropriate ground force capabilities, as opposed to more appropriate air and naval capabilities."
  39. Bishop, Mac William (1 January 2004). . Government Information Office, Republic of China. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 28 April 2011. สืบค้นเมื่อ5 June 2009.Unknown parameter |deadurl= ignored (help)
  40. . BBC News. 1 May 2000. สืบค้นเมื่อ28 May 2009.
  41. . Kuomintang News Network. 6 April 2011. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 27 September 2011. สืบค้นเมื่อ14 June 2011.Unknown parameter |dead-url= ignored (help) Translated from 王銘義 (5 April 2011). . China Times. สืบค้นเมื่อ21 February 2015.
  42. Roy, Denny (2003). Taiwan: A Political History. Ithaca, NY: Cornell University Press. pp. 76, 77. ISBN 978-0-8014-8805-4.
  43. Makinen & Woodward 1989: "มันเป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองการคลังของไต้หวันเช่นเดียวกับในยุโรป ตอนที่ในที่สุดก็นำมาซึ่งความมั่นคงด้านราคา มันเป็นนโยบายความช่วยเหลือที่ทำให้งบประมาณมีความสมดุลและเมื่อนโยบายความช่วยเหลือครบตามสัดส่วนในปี ค.ศ. 1952 ราคามีเสถียรภาพ"
  44. Ralph Clough, "Taiwan under Nationalist Rule, 1949–1982," in Roderick MacFarquar et al., ed., Cambridge History of China, Vol 15, The People's Republic Pt 2 (Cambridge: Cambridge University Press, 1991), p. 837
  45. – Chapter II, Article 13: "The people shall have freedom of religious belief."
  46. . Government of Information Office. 2006. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 2007-07-08. สืบค้นเมื่อ2007-09-01.
  47. . U.S. Department of State. 2006. สืบค้นเมื่อ2007-09-01.

บทความ

  • (PDF). Department of Industrial Technology. 2008. สืบค้นเมื่อ27 November 2009.
  • Bird, Michael I; Hope, Geoffrey; Taylor, David (2004). (PDF). Quaternary International. 118–119: 145–163. doi:. สืบค้นเมื่อ31 March 2007.CS1 maint: ref=harv (link)
  • Chang, Maukuei (2005). "Chapter 7 : The Movement to Indigenize to Social Sciences in Taiwan: Origin and Predicaments". ใน Makeham, John; Hsiau, A-chin (บ.ก.). Cultural, Ethnic, and Political Nationalism in Contemporary Taiwan: Bentuhua (1 ed.). New York: Palgrave Macmillan. ISBN 9781403970206.CS1 maint: ref=harv (link)
  • Davidson, James W. (1903). . London and New York: Macmillan. OL .CS1 maint: ref=harv (link)
  • Executive Yuan, R.O.C. (2014). . ISBN 9789860423020. สืบค้นเมื่อ25 February 2015.
  • Fenby, Jonathan (2009). The Penguin History of Modern China: The Fall and Rise of a Great Power, 1850–2009. Penguin Books. ISBN 0-7139-9832-6.CS1 maint: ref=harv (link)
  • Fung, Edmund S. K. (2000). In search of Chinese democracy: civil opposition in Nationalist China, 1929–1949. Cambridge modern China series. Cambridge University Press. ISBN 978-0-521-77124-5.CS1 maint: ref=harv (link)
  • Hsiau, A-Chin (2005). "Chapter 4 : The Indigenization of Taiwanese Literature: Historical Narrative, Strategic Essentialism, and State Violence". ใน Makeham, John; Hsiau, A-chin (บ.ก.). Cultural, Ethnic, and Political Nationalism in Contemporary Taiwan: Bentuhua (1 ed.). New York: Palgrave Macmillan. ISBN 9781403970206.CS1 maint: ref=harv (link)
  • Makinen, Gail E.; Woodward, G. Thomas (1989). "The Taiwanese hyperinflation and stabilization of 1945–1952". Journal of Money, Credit and Banking. 21 (1): 90–105. doi:. JSTOR .CS1 maint: ref=harv (link)
  • Makeham, John (2005). "Chapter 6 : Indigenization Discourse in Taiwanese Confucian Revivalism". ใน Makeham, John; Hsiau, A-chin (บ.ก.). Cultural, Ethnic, and Political Nationalism in Contemporary Taiwan: Bentuhua (1 ed.). New York: Palgrave Macmillan. ISBN 9781403970206.CS1 maint: ref=harv (link)
  • Hill, Catherine; Soares, Pedro; Mormina, Maru; Macaulay, Vincent; Clarke, Dougie; Blumbach, Petya B.; Vizuete-Forster, Matthieu; Forster, Peter; Bulbeck, David; Oppenheimer, Stephen; Richards, Martin (January 2007). . The American Journal of Human Genetics. 80 (1): 29–43. doi:. PMC. PMID .CS1 maint: ref=harv (link)
  • Valentijn, François (1903) [First published 1724 in Oud en Nieuw Oost-Indiën]. . ใน Campbell, William (บ.ก.). Formosa under the Dutch: described from contemporary records, with explanatory notes and a bibliography of the island. London: Kegan Paul. pp. 25–75. OCLC .CS1 maint: ref=harv (link)
  • Winckler, Edwin (1994). Harrell, Stevan; Huang, Chun-chieh (บ.ก.). Cultural Policy in Postwar Taiwan. Cultural Change in Postwar Taiwan ( 10–14 April 1991; Seattle). Boulder, Colo.: Westview Press. ISBN 9780813386324.CS1 maint: ref=harv (link)
  • Yip, June (2004). Envisioning Taiwan: Fiction, Cinema and the Nation in the Cultural Imaginary. Durham, N.C. and London: Duke University Press. ISBN 9780822333579.CS1 maint: ref=harv (link)
  • . BBC News. 2005.
  • . ทริป.
  • Bush, R.; O'Hanlon, M. (2007). A War Like No Other: The Truth About China's Challenge to America. Wiley. ISBN 0-471-98677-1.
  • Bush, R. (2006). Untying the Knot: Making Peace in the Taiwan Strait. Brookings Institution Press. ISBN 0-8157-1290-1.
  • Carpenter, T. (2006). America's Coming War with China: A Collision Course over Taiwan. Palgrave Macmillan. ISBN 1-4039-6841-1.
  • Clark, Cal; Tan, Alexander C. (2012). Taiwan's Political Economy: Meeting Challenges, Pursuing Progress. Lynne Rienner Publishers. ISBN 1-588-26806-3.
  • Cole, B. (2006). Taiwan's Security: History and Prospects. Routledge. ISBN 0-415-36581-3.
  • Copper, J. (2006). Playing with Fire: The Looming War with China over Taiwan. Praeger Security International General Interest. ISBN 0-275-98888-0.
  • Federation of American Scientists; และคณะ (2006). (PDF).
  • Feuerwerker, Albert (1968). The Chinese Economy, 1912–1949. Ann Arbor: University of Michigan Press.
  • Fravel, M. Taylor (2002) "Towards Civilian Supremacy: Civil-military Relations in Taiwan's Democratization", Armed Forces & Society 29, no. 1: 57–84
  • Gill, B. (2007). Rising Star: China's New Security Diplomacy. Brookings Institution Press. ISBN 0-8157-3146-9.
  • Shirk, S. (2007). China: Fragile Superpower: How China's Internal Politics Could Derail Its Peaceful Rise. Oxford University Press. ISBN 0-19-530609-0.
  • Tsang, S. (2006). If China Attacks Taiwan: Military Strategy, Politics and Economics. Routledge. ISBN 0-415-40785-0.
  • Tucker, N.B. (2005). Dangerous Strait: the US-Taiwan-China Crisis. Columbia University Press. ISBN 0-231-13564-5.
ค้นหาเกี่ยวกับ Republic of China เพิ่มที่โครงการพี่น้องของวิกิพีเดีย
บทนิยาม จากวิกิพจนานุกรม
สื่อ จากคอมมอนส์
ทรัพยากรการเรียน จากวิกิวิทยาลัย
อัญพจน์ จากวิกิคำคม
ข้อความต้นฉบับ จากวิกิซอร์ซ
ตำรา จากวิกิตำรา
คอมมอนส์ มีภาพและสื่อเกี่ยวกับ:
ประเทศไต้หวัน

ประเทศไต้หวัน
ประเทศไต, หว, ภาษาอ, เฝ, าด, แก, ไข, เปล, ยนทางจาก, ไต, หว, สำหร, บความหมายอ, ไต, หว, แก, ความกำกวม, และสาธารณร, ฐจ, แก, ความกำกวม, แป, ะเอ, tâi, oân, นต, วย, 台湾, นต, วเต, 臺灣, 台灣, นอ, táiwān, ไถวาน, อทางการว, สาธารณร, ฐจ, งกฤษ, republic, china, นต, วย, 中华民国, น. praethsithwn phasaxun efadu aekikh epliynthangcak ithwn sahrbkhwamhmayxun du ithwn aekkhwamkakwm aelasatharnrthcin aekkhwamkakwm praethsithwn aepaexyi Tai oan cintwyx 台湾 cintwetm 臺灣 台灣 phinxin Taiwan ithwan chuxthangkarwa satharnrthcin xngkvs Republic of China cintwyx 中华民国 cintwetm 中華民國 phinxin Zhōnghua Minguo epnrththiidrbkarrbrxngxyangimsmburninphumiphakhexechiytawnxxk 9 10 11 pccubnprakxbdwyekaaihy 5 aehng khux cinehmin 金門 ithwn ephinghu 澎湖 hmacu 馬祖 aelaxuchiw 烏坵 kbthngekaaelkekaanxyxikcanwnhnung thxngthidngklaweriykrwmknwa phunthiithwn 臺灣地區 satharnrthcin 中華民國thngchati traaephndinephlngchati 中華民國國歌 ephlngchatisatharnrthcin source source track track track track track track track track track track track track track track track track track track track track track track track track track ephlngthngchati 中華民國國旗歌 ephlngthngchatisatharnrthcin source track track track track emuxnghlwngithep 25 04 N 121 31 E 25 067 N 121 517 E 25 067 121 517emuxngihysudsinepyphasarachkarphasacinmatrthan 1 rbrxngtamrththrrmnuy phasacinklangsaeniyngithwn a phasacinhakka aekha 2 phasacinhkekiyn 3 klumphasaekaafxromsa 4 xksrthangkarxksrcintwetmkarpkkhrxngrthediyw rabbkungprathanathibdi satharnrth prathanathibdiich xingehwin rxngprathanathibdiil chingetx naykrthmntrisu ecinchangsphanitibyytisphanitibyytikarsthapna karptiwtisinih ptiwtilmlangrachwngsching10 tulakhm kh s 1911 sthapnapraethsepnsatharnrth1 mkrakhm kh s 1912 phayaephsngkhramklangemuxng yayrthbalsuekaaithwn7 thnwakhm kh s 1949phunthi rwm35 980 tarangkiolemtr 13 890 tarangiml 135 aehlngna 2 8prachakr k kh 2563 praman23 568 378 56 2 khwamhnaaenn640 txtarangkiolemtr 1 657 6 txtarangiml 14 2 cidiphi xanacsux 2021 praman rwm1 403 lanlandxllarshrth 5 txhw56 959 dxllarshrth 5 cidiphi rakhatlad 2021 praman rwm682 702 lanlandxllarshrth 5 txhw32 123 dxllarshrth 5 cini 2017 34 1 6 panklangHDI 2019 0 916 7 sungmak thi 23skulengindxllarithwnihm NT TWD ekhtewlaUTC 8 CST vdurxn DST immirupaebbwnthipi eduxn wnyyyy年m月d日 CE CE 2697 pihminkw pisatharnrth 民國年 eduxn 月 wn 日 CE 1911 khbrthdankhwarhsothrsphth886odemnbnsud twpraethsithwn ithwn inxksrcintwetm bn aela xksrcintwyx lang xksrcintwetm臺灣 or 台灣xksrcintwyx台湾karthxdesiyngphasacinklangmatrthanphinxinTaiwancuxinㄊㄞˊ ㄨㄢewd iclsT ai wan thngyngphinxinTaiwanIPA tʰa i wa n phasaxuxksrormnThe平 uae平phasaesiyngIPAdwɛ13 ua44phasaaekhaxksrormnThoi vanphasakwangtungmatrthanxksrormnaebbeylToiwaanIPA tʰɔ ːy wa ːn y hwidephngToi4waan1phasahminitHokkien POJTai oanTai loTai uanphasahmintawnxxkFuzhou BUCDai uăngsatharnrthcinchuxphasacinxksrcintwetm中華民國iprsniyChunghwa MinkuokarthxdesiyngphasacinklangmatrthanphinxinZhōnghua Minguocuxinㄓㄨㄥ ㄏㄨㄚˊ ㄇㄧㄣˊ ㄍㄨㄛˊkwy hwihlwhmacuxJonghwa Min gwoewd iclsChung hua Min kuo thngyngphinxinJhonghua MinguoMPS2Jung hua Min guoIPA ʈʂʊ ŋxwa mi nkwo phasacinklangxun Xiao erjingﺟ ﻮ ﺧ ﻮ م ﻗ ﻮ ع DunganTevanphasaxuxksrormntson平 gho平 min平 koh入phasaknxksrormntung1 fa4 min4 koet7phasaaekhaxksrormnChung fa Min koetphasakwangtungmatrthanxksrormnaebbeylJungwa man gwoky hwidephngZung1waa4 man4gwok3phasahminitHokkien POJTiong hoa Bin kokTai loTiong hua Bin kokphasahmintawnxxkFuzhou BUCDṳ ng hua Ming guokcinxksrcintwetm中國khwamhmaytamtwxksrdinaednklang hrux rthklang 8 karthxdesiyngphasacinklangmatrthanphinxinZhōngguocuxinㄓㄨㄥ ㄍㄨㄛˊkwy hwihlwhmacuxJong gwoewd iclsChung1 kuo2thngyngphinxinJhongguoMPS2Jung guoIPA ʈʂʊ ŋ kwo phasacinklangxun Xiao erjingﺟ ﻮﻗ ﻮ ع Sichuanese PinyinZong1 gwe2phasaxuxksrormnTson平 koh入phasaknxksrormnTung koe tphasaesiyngIPATan33 kwɛ24 phasaaekhaxksrormnDung24 gued2phasakwangtungmatrthanxksrormnaebbeylJunggwoky hwidephngZung1gwok3phasahminitHokkien POJTiong kokphasahmintawnxxkFuzhou BUCDṳ ng guokphasahminphuesiynHinghwa BUCDe ng go hphasahminehnuxJian ou RomanizedDo ng gŏchuxphasathiebtxksrthiebtཀ ང ཧ དམངས གཙ འ ར ལ ཁབkarthxdesiyngrabbiwlikrung hwa dmangs gtso i rgyal khabchuxphasacwngphasacwngCunghvaz MinzgozchuxphasamxngokeliyxksrsirillikmxngokeliyDundad irgen ulsxksrmxngokeliyᠳᠤᠮᠳᠠᠳᠤ ᠢᠷᠭᠡᠨ ᠤᠯᠤᠰkarthxdesiyngSASM GNCDumdadu irgen uluschuxphasaxuykurphasaxuykurجۇڭخۇا مىنگوkarthxdesiyngxksrlatinJungxua MingoxksrihmJunghua MingoxksrsirillikҖunhua Mingochuxphasaaemncuxksraemncuᡩᡠᠯᡳᠮᠪᠠᡳ ᡳᡵᡤᡝᠨ ᡤᡠᡵᡠᠨxksrormnDulimbai irgen Gurun ithwndantawntktidkbcinaephndinihy dantawnxxkaelatawnxxkechiyngehnuxtidkbyipun aeladanittidkbfilippins krungithepepnemuxnghlwng 12 swnithepihmepnekhtpkkhrxngthicdtngkhunihm kinphunthikrungithep aelaepnekhtsungprachakrhnaaennthisudinewlani ekaaithwnnnedimepnthixyukhxngchnphunemuxng aelamichawcincakaephndinihyekhamaxasyrwmdwy cnkrathngchawwilndaaelasepnedinthangekhamainyukhsarwcemuxstwrrsthi 17 aelamatngbaneruxnklayepnnikhmihyot txmainpi 1662 rachwngshminginaephndinihythukrachwngschingaethnthi ecing echingkng 鄭成功 khunsukhming rwmkalnghnimathungekaaithwn aelaekharukilfrngxxkipidxyangrabkhab ekhacungtngrachxanackrtnghning 東寧 khunbnekaaephux okhnchingfunhming 反清復明 aetinpi 1683 rachwngschingprabpramxanackrtnghningaelaekhakhrxbkhrxngithwnepnphlsaerc ithwncungklayepnmnthlhnungkhxngcin xyangirkdi khwambadhmangrahwangcinkbyipunepnehtuihyipunidithwnipinpi 1895 kxnesiyithwnkhunihaekcinhlngsngkhramolkkhrngthisxng chwngnn mikarepliynaeplngkarpkkhrxngincin phrrkhkkmintng 國民黨 idepnihy aetimnankesiythiihaekphrrkhkhxmmiwnistcin 共產黨 phrrkhkkmintngcunghnimayngekaaithwnaelasthapnasatharnrthcinkhunbnekaaithwnaeyktanghak swnfaykhxmmiwnistcinthiepnfayidrbchychnaidsthapnasatharnrthprachachncinbnaephndinihy xyangirkdi cinyngkhngthuxwa ithwnepnmnthlhnungkhxngtn aelaithwnexngkyngmiidrbkaryxmrbcaknanachatiwaepnpraethsexkrachmacnbdni inchwngthswrrs 1980 thungtnthswrrs 1990 karemuxngkarpkkhrxngsatharnrthcin ithwn idecriyrungeruxngcnepnprachathipitythimiphrrkhkaremuxnghlayphrrkhaelamikareluxktngthwhna xnung inchwngklangstwrrsthi 20 esrsthkicithwnngxkngamxyangrwderw ithwncungklayepnpraethsphthnaaelw thngidchuxwaepnhnunginsiesuxaehngexechiy mixutsahkrrmlahna aelamiesrsthkicihyotepnxndbthi 19 khxngolk 13 14 xutsahkrrmthiichethkhonolyichnsungkhxngithwnyngmibthbathsakhymakinesrsthkicolk epnehtuihithwnidepnsmachikxngkhkarkarkhaolkaelakhwamrwmmuxthangesrsthkicexechiy aepsifik nxkcakni esriphaphkhxngsuxmwlchn esriphaphthangesrsthkic karsatharnsukh 15 karsuksa aeladchnikarphthnamnusyinithwnyngidrbkarcdxyuinxndbsungdwy 16 17 18 enuxha 1 phumisastr 2 prawtisastr 2 1 kxnprawtisastr 2 2 xananikhminstwrrsthi 17 2 3 rachwngsching 2 4 ckrwrrdiyipun 2 5 hlngsngkhramolkkhrngthi 2 2 6 phrrkhkkmintngeruxngxanac 2 7 ptirupprachathipity 3 karpkkhrxng 3 1 brihar 3 2 nitibyyti 3 3 tulakar 3 4 xun 4 karaebngekhtkarpkkhrxng 4 1 karxangsiththiehnuxdinaedn 5 noybaytangpraeths 6 sthanphaphthangkaremuxngaelakdhmay 6 1 khwamsmphnthrahwangpraeths 7 kxngthph 8 esrsthkic 8 1 skyphaphthangesrsthkic 8 2 karphthnaxutsahkrrm 8 3 karthxngethiywithwn 9 okhrngsrangphunthan 9 1 karkhmnakhm aela othrkhmnakhm 9 1 1 khmnakhm 9 1 2 othrkhmnakhm 9 2 withyasastr aela ethkhonolyi 9 3 karsuksa 9 4 satharnsukh 10 prachakr 10 1 echuxchati 10 2 sasna 10 3 phasa 10 4 emuxngihy 10 5 kila 10 5 1 futbxl 10 5 2 mwysakl 11 duephim 12 echingxrrth 13 xangxing 13 1 Citations 13 2 bthkhwam 14 hnngsuxxanephim 15 aehlngkhxmulxunphumisastr aekikhdubthkhwamhlkthi phumisastrithwn satharnrthcin milksnaepnhmuekaa thaihphumipraethstidkbthael imtidkbpraethsidely hangcakekaaipthangthisehnuxaelathistawntkepnsatharnrthprachachncin thisitepnpraethsfilippinsaelathaelcinit swnthistawnxxkepnmhasmuthraepsifikprawtisastr aekikhdubthkhwamhlkthi prawtisastrithwn aela prawtisastrsatharnrthcin kxnprawtisastr aekikh dubthkhwamhlkthi ithwnyukhkxnprawtisastr swnnirxephimetimkhxmul khunsamarthchwyephimkhxmulswnniidxananikhminstwrrsthi 17 aekikh dubthkhwamhlkthi dchtfxromsa sepnfxromsa aela rachxanackrtnghning bristhxinediytawnxxkkhxngenethxraelndidekhamacdtngsthanikarkhakhunthihmuekaaephinghuinpi ph s 2165 kh s 1622 aetinphayhlngenethxraelndidaephsngkhramkbcinaelathukkhbilxxkipodyrachwngshming 19 inpi ph s 2167 kh s 1624 bristhidsrangthanthimnsungmichuxwapxmsiaelnediybnekaachayfngethahywn sungpccubnxyuinphunthikhxngekhtxanphing emuxngithhnn aelabristhiderimnaekhaaerngnganmacakmnthlfueciynaelaephinghu inpi ph s 2169 kh s 1626 chawsepnedinthangmathungaelaidekhayudkhrxngbriewnthangtxnehnuxkhxngithwn thithaeruxkhxngnkhrcihlngaelabriewnchayfngkhxngnkhrsinepyinpccubn ephuxepnthaninkarkhyaykarkha klayepnyukhxananikhmkhxngsepnxyu 16 picnkrathng ph s 2185 kh s 1642 emuxpxmprakarsudthaykhxngsepnthukkxngthphenethxraelndekhatiidsaerc swnnirxephimetimkhxmul khunsamarthchwyephimkhxmulswnniidrachwngsching aekikh dubthkhwamhlkthi ithwninkhwampkkhrxngkhxngrachwngsching phaphwadchawphunemuxngithwnkalnglakwang smyrachwngsching pi kh s 1796 inpi kh s 1638 hlngkarphayaephkhxnghlanchaykhxngecing echingkng cakkarbukocmtithangthpheruxkhxngrachwngschingaemncuthinathphodychux hlangcakthangtxnitkhxngmnthlfueciyn thaihrachwngschingphnwkyudekaaithwnmaepnswnhnungidsaerc aelawangiwphayitekhtxanackhxngmnthlfueciyn rachsankkhxngrachwngschingphyayamldkarlaemidlikhsiththiaelakhwamimlngrxykninphunthiodyxxkkdhmayephuxcdkartrwckhnekhaemuxngaelaekharphsiththiinthidinkhxngchnphunemuxngithwn phuxphyphcakfueciynthangitswnihyyngkhngedinthangipithwn ekhtaednrahwangdinaednthiesiyphasiaelasingthithukphicarnawaepndinaedn ekhtxntray epliynipthangthistawnxxkodychawphunemuxngbangkhnekharitrbwthnthrrmaebbcin inkhnathikhnxun thxyklbekhaipinphuekha inchwngewlanimikhwamkhdaeyngcanwnmakrahwangklumchawcinhndwyknexngcakphumiphakhtang khxngfueciynthangitodyechphaaxyangyingrahwangechwiynocwkbchangocw aelarahwangfueciyntxnitaelachawphunemuxngithwn ckrwrrdiyipun aekikh dubthkhwamhlkthi satharnrthfxromsa aela ithwninkhwampkkhrxngkhxngyipun swnnirxephimetimkhxmul khunsamarthchwyephimkhxmulswnniidhlngsngkhramolkkhrngthi 2 aekikh dubthkhwamhlkthi ithwnphayhlngsngkhramolkkhrngthi 2 esnthangkarxphyphhniphykhxngrthbalcinkhnachati phrrkhkkmintng ipyngemuxngithep ekaaithwn aephnthihlngsngkhramklangemuxngcinyuti satharnrthprachachncin cinaephndinihythiphrrkhkhxmmiwnistcinyudkhrxng siaedng satharnrthcinthirthbalcinkhnachatiliphymathiekaaithwn sinaengin ph s 2454 kh s 1911 karkxkarkaeribxuchanginpraethscin epncuderimtnkarlmslaykhxngrachwngsching emuxphrrkhkhxmmiwnistcinekhamamixanacincinaephndinihyemux ph s 2492 kh s 1949 phrrkhkkmintng phrrkhkaremuxngemuxngchatiniymkhxngcinthiepnfayaephkphaphukhnxphyphhnixxkcakaephndinihymatnghlkthiithwn ephuxwangaephnklbipkhrxngxanacincintxip chawcinmakkwa 1 lan 5 aesnkhn xphyphtammaxyuthiekaaithwninyukhthi ehma ecxtng mixanacetmthiincinaephndinihy phunakhxngpraethsthngsxngcin khuxphunaphrrkhkhxmmiwnistkbphunasatharnrthcinbnekaaithwn aeyngknepnkrabxkesiyngkhxngprachachncininewthiolk aetesiyngkhxngnanapraethsswnihyekrngxiththiphlkhxngcinaephndinihy cungihkaryxmrbcinaephndinihymakkwa phrrkhkkmintngeruxngxanac aekikh dubthkhwamhlkthi sngkhramklangemuxngcin aela karptiwtikhxmmiwnistcin inpi ph s 2514 kh s 1971 kxnthinayphl eciyng ikhechk General Chiang Kaishek phasacin 蔣介石 蔣中正 cathungxsykrrmimkipi satharnrthcinsungepnpraethsthirwmkxtngxngkhkarshprachachatiidsuyesiysmachikphaphinthanatwaethnchawcinihkbsatharnrthprachachncin inpi ph s 2521 kh s 1978 shprachachatikprakasrbrxngcinediywkhuxcinaephndinihyaelatdsmphnththangkaremuxngkbsatharnrthcin thngshrthkidthxnkarrbrxngwasatharnrthcinmithanaepnrth ithwncungklayepnephiyngdinaednthicinxangwaepnswnhnungkhxngpraethssatharnrthprachachncintngaetnnepntnma emuxeciyng ikhechk thungaekxsykrrminpi ph s 2518 kh s 1975 lukchaythichux eciyng cingkwa Chiang Chingkuo idepnphusubthxdkarpkkhrxngithwntxaelaerimkrabwnkar wangrakthanipsuprachathipity ptirupprachathipity aekikh dubthkhwamhlkthi karptirupprachathipityithwn aela kareluxktnginithwn inpi kh s 1988 hli etinghuy darngtaaehnngprathanathibdithiepnchawphunemuxngithwnkhnaerkkhxngsatharnrthcinaelaidrbkareluxktngtamrabxbprachathipityinpi kh s 1996 hlngcakthiprathanathibdi eciyng cingkwa esiychiwit ithwncungidekhasurabxbprachathipityetmrupaebb prathanathibdikhnihm sungekidinithwn chux hli etinghuy Lee Tenghui khunbriharpraeths odykarsnbsnunkhxngeciyng cingkwa Chiang Chingkuo thngthi hli etinghuy Lee Tenghui nnekhluxnihwsnbsnunexkrachithwn nay rthbalcinthipkkingidtngchayaprathanathibdiithwnkhnihmwa cingckpakhwan A sweet Talking Chameleon chwngewlathinayhli etinghuy epnprathanathibdi karemuxngkhxngithwnekidkaraetkaeykxxkepn 3 faykhux 1 phwkkkmintng thitxngkarklbiprwmpraethskbcinaephndinihy rwmcinaephndinihyphayitkarpkkhrxngkhxngsatharnrthcin 2 phwkthitxngkarihithwnepnpraethsxisraimekiywkhxngkbcinaephndinihy aela 3 phwkthitxngkardarngthanakhxngpraethsiwdngedimtxip ithwnkbcinaephndinihyndecrcahathangxxkkhxngkhxkhdaeyngthangkaremuxngkhrngaerkthisingkhopremuxpi ph s 2536 kh s 1993 aetpraktwacinaephndinihyprawingewlakarlngnaminsyyahlaychbbthiepnkhxtklngrwmkn thaihphlkhxngkarecrcakhrawnnimkawhnaipthungihn khwamsmphnthrahwangsxngcinelwraylngthukthi emuxprathanathibdi hli etinghuy edinthangipeyuxnshrthaelaidrbkaryxmrbxyangexikekrik thaihcinaephndinihyimphxicepnxyangmak cungkrathakarkhmkhwyithwnkbpraethsthiihkarsnbsnunithwn dwykarthakarsxmrbkhunikl ekaaithwn shrthxxkmaaesdngxakarpkpxngkhumkhrxngithwndwykarsngkalngkxngeruxrbkhxngshrth mapwnepiynxyuinnannathicinsxmrb khnathiolkkalnglxaehlmkbsthankarnthitungekhriydinnannacinmakkhunthukthinn ithwnkcdihmikareluxktngkhrngihm aelainkareluxktngkhrngihmnnexng ithwnkidnayhli etinghuy epnprathanathibdixikkhrng ithwnekhasusphawawikvt emuxekidaephndinihwkhrngrayaerngthisudinprawtisastrineduxnknyayn ph s 2542 kh s 1999 thaihprachakrswnmakthiepnchawphunemuxngesiychiwitip 2 000 khn thngemuxngmiaetesssaksingprkhkphngthiekidcakphythrrmchati aelachwngniithwntxngephchiykhwamyaklabakcakphythrrmchatirayaerng cinaephndinihykephimkhwamkddnimihnanachatiekhamayungekiywkbithwnaeminyamkhbkhnechnni odyxxkmaprakaswa hakmipraethsidcaekhaipihkhwamchwyehluxithwn catxngidrbxnuyatcakcinkxn sungkhaprakaskhxngcinaephndinihyswnthangkbemttathrrmkhxngpraethsthwolkthitxngkarihkhwamchwyehluxithwn eduxnminakhm ph s 2543 kh s 2000 mikareluxktngihminithwn chawithwneluxkphuaethncakphrrkhprachathipitykawhna khux nayechin suyepiyn Chen Shui bian epnprathanathibdikhnihmkhxngithwn phuprakasnoybaykaremuxngaekhngkrawwaithwntxngkaraeyktwepnxisracakcinaephndinihy yutiyukhkhxngphrrkhchatiniymthiyngfkifaephndinihyxyu cinaephndinihycungthuxwaepnkbttxkarpkkhrxngkhxngcin ephraaaetihnaetirma ithwnimekhyprakasxyangepnthangkarwaithwnepnpraethsxisraaeykcakcin aelacinphudxyuesmxwaithwnepnedkinpkkhrxngthikhxnkhangcahwduxaelaeker hakithwnprakaswaepnxisracakcinemuxid cinkcaykkalngcdkarkbithwnthnthi inkhnathikhwamsmphnththangkaremuxngrahwangsxngcininsaytachawolkelwraylng cinthngsxngklbmikartidtxthangkarkhaknmakkhun mikarphxnprnxnuyatihchawithwnedinthangipcinaephndinihyephuxeyiymyatiid ekidpraktkarsakhykhuxnkthurkicithwnhxbenginthunmakkwa 20 000 landxllarshrth iplngthundaeninthurkicthangtxnitkhxngcinaephndinihy cnkrathngkhnanichawithwnklayepnnklngthunrayihyepnladb 2 khxngcin wnthi 24 phvsphakhm 2560 salrththrrmnuywinicchywakdhmaysmrspccubninewlannlaemidrththrrmnuyodyptiesthsiththismrskhxngkhurkephsediywknchawithwn salwinicchywahaksphanitibyytiimphankaraekikhkdhmaythiephiyngphxtxkdhmaysmrskhxngithwnphayinsxngpi karsmrsephsediywkncachxbdwykdhmayodyxtonmtiinithwn 20 wnthi 17 phvsphakhm 2562 sphanitibyytiithwnxnumtirangkdhmaythaihkarsmrsephsediywknchxbdwykdhmay thaihepnpraethsaerkinthwipexechiythiphankdhmaydngklaw 21 22 karpkkhrxng aekikhkarpkkhrxngsatharnrthcinnnsthapnakhuntamrththrrmnuyaelalththiitrrasdrsungrabuwa satharnrthcin epnsatharnrthprachathipitykhxngprachachn pkkhrxngodyprachachn aelaepnipephuxprachachn 23 karpkkhrxngnnaebngxxkepn 5 fay eriykwa spha yuan khux sphabrihar Executive Yuan idaek khnarthmntriaelafaybriharthngsin sphanitibyyti Legislative Yuan sphatulakar Judicial Yuan sphakhwbkhum Control Yuan epnfaytrwcsxb aelasphasxbkhdeluxk Examination Yuan mihnathicdsxbkhdeluxkkharachkar brihar aekikh ich xingehwin prathanathibdikhnpccubn prathanathibdiepnpramukhaehngrthaelaepncxmthphkxngthphsatharnrthcin ithwn macakkareluxktngkhxngprachachn xyuintaaehnngwara 4 pi imekin 2 wara maaelaipphrxmkbrxngprathanathibdi prathanathibdikhnpccubn khux ich xingehwin ethxepnhwhnaphrrkhprachathipitykawhna 民主進步黨 khnpccubn aelaepntwaethnkhxngphrrkhekhachingtaaehnngprathanathibdiinkareluxktngemuxpi 2016 taaehnngsungethxphladipinkareluxktngpiemuxpi 2012 nxkcakni ethxyngekhyepnhwhnaphrrkhmaaelwhnungsmyinchwngpi 2008 thung 2012 prathanathibdimixanacehnuxsphabrihar ephraaaetngtngsmachiksphabrihar sungrwmthung naykrthmntri phuepnprathansphabriharodytaaehnng swnsmachiksphabriharnnrbphidchxbnoybayaelakarbriharrachkaraephndin 23 nitibyyti aekikh sphanitibyytinnichrabbsphaediyw mismachik 113 khn 73 khnmacakkareluxktngkhxngprachachndwyrabbaebngekht 34 khnmacakkareluxktngkhxngphrrkhkaremuxngtamrabbsdswn thiehlux 6 khnnnmacakkareluxktngtamekhtchnphunemuxng 23 ekht smachiksphanitibyytixyuintaaehnngkhrawla 4 pi aetkxnyngmismchchaaehngchatithahnathiepnkhnaphueluxktngaelaspharangrththrrmnuy thngyngmixanacnitibyytibangprakardwy aetphayhlngsmchchaniyubelikipinpi 2005 xanachnathikhxngsmchchakoxntxipyngsphanitibyytiaelaphumisiththieluxktngsungaesdngxxkdwyprachamtiaethn 23 naykrthmntrimacakkarsrrhakhxngprathanathibdi odyimcatxngidrbkhwamehnchxbkhxngsphanitibyyti khnaediywkn sphanitibyytisamarthxxkkdhmayodyimtxngkhanungprathanathibdi swnprathanathibdikdi naykrthmntrikdi immixanacybyngrangkdhmaythngsin 23 chann cungminxykhrngthiprathanathibdiaelasphanitibyyticaecrcaknekiywkbrangkdhmayinyamthiehnaeyngkn 24 tamprawtisastraelw satharnrthcinmiphupkkhrxngcakphrrkhkaremuxngthiekhmaekhngxyuphrrkhediywmatlxd thngrththrrmnuykmiidcakdxanackhxngprathanathibdiidodyaecngchd epnehtuihxanacbrihartkxyuinenguxmmuxkhxngprathanathibdiyingkwanaykrthmntri 25 tulakar aekikh sahrbfaytulakarnn sphatulakarepnxngkhkrsungsud mixanactikhwamrththrrmnuy kdhmay aelakd kbthngphicarnakhdithukpraephth imwakhdipkkhrxng khdirththrrmnuy hruxkhdixun prathansphatulakar rxngprathansphatulakar aelatulakarxunxik 13 khn prakxbknepn thiprachumihytulakar Council of Grand Justices 26 tulakar n thiprachumihyehlanimacakkaresnxchuxaelaaetngtngkhxngprathanathibdiemuxidrbkhwamehnchxbcaksphanitibyyti 23 salchnsungsudkhxngpraeths khux salsungsud Supreme Court prakxbdwy aephnkkhdiaephngaelakhdixayacanwnhnung aetlaaephnkmitulakarhwhnaaephnk 1 khn kbtulakarsmthbxik 4 khn thng 5 khnnixyuintaaehnngodyimmiwarakakb xnung ekhymikartngsalrththrrmnuykhunepnexkethsinpi 1993 ephuxcdkarkhxphiphathbangprakarinthangrththrrmnuy rwmthungcdraebiybphrrkhkaremuxng aelaerngrdkrabwnkarprachathipity 23 satharnrthcinimichlukkhun aetsiththikhxngprachachninkarekhathungkrabwnkaryutithrrmxnepnthrrmnnidrbkhwamkhumkhrxngxyangekhrngkhrdthnginthangkdhmayaelathangptibti khdibangpraephthihtulakarmakkhnphicarnakmi 23 othspraharyngkhngichxyuinsatharnrthcin aetfaypkkhrxngphyayamldkarpraharlngihid krann inpi 2006 mikarsarwcaelaphbwa chawsatharnrthcinkwarxyla 80 prasngkhihrksaothsprahariw 27 xun aekikh sahrbsphathiehlux khux sphakhwbkhum aelasphasxbkhdeluxknn sphakhwbkhummixanachnathitrwcsxbsphaxun bangthithahnathiepnxngkhkhnaitswnkhdipkkhrxngdwy xacethiybidkbsaltrwcsxb Court of Auditors khxngshphaphyuorp hruxsanknganephuxkhwamnaechuxthuxkhxngrthbal Government Accountability Office inshrth 23 swnsphasxbkhdeluxkrbphidchxbkartrwcsxbkhunsmbtikhxngkharachkar withisxbkhdeluxkyngkhngenntamkarsxbkhunnangkhxngcinobran sphanixacethiybidkbsankngansrrhabukhlakaryuorp European Personnel Selection Office khxngshphaphyuorp hruxsanknganbriharcdkarbukhlakr Office of Personnel Management khxngshrth 23 karaebngekhtkarpkkhrxng aekikhdubthkhwamhlkthi ekhtkarpkkhrxngsatharnrthcin ithep sinepy nkhrcihlng etha y ehwiyn sincu nkhrsincu ehmiywhli ithcng cnghwa ephinghu hnnothw hyunhlin eciyxi nkhreciyxi ithhnan ekas yng phingtng xihln hwaehliyn ithtng mnthlithwn cinehmin ehliyneciyng hmacu mnthlfueciyn tamrththrrmnuyaehngsatharnrthcinpi kh s 1947 xanaekhtkhxngsatharnrthcinepniptam khxbekhtkhxngpraethsthimixyu 28 emuxrthbalsatharnrthcinliphythxyipithwninpi kh s 1949 dinaednthixangsiththiprakxbdwy 35 cnghwdekhtethsbalphiess 12 ekhtpkkhrxngphiess 1 ekhtaelaekhtpkkhrxngtnexng 2 ekht xyangirktamtngaetkarlathxykhxngsatharnrthcinidkhwbkhum mnthlithwnaelaekaabangaehngkhxngmnthlfueciyn satharnrthcinyngpkkhrxnghmuekaapratsaelaekaaithphinginhmuekaasaeprtlisungepnswnhnungkhxngkhwamkhdaeyngkhxphiphathdinaedninthaelcinitepnphlihsatharnrthekhamamiswninkarxangsiththiehnuxdinaedndngklawinthaelcinit brrdaekaadngklawrthbalsatharnrthcinidcdihxyuphayitkarbriharkhxngekhtethsbalekas yng hlngcakkarlathxyipithwn 29 tngaetpi kh s 1949 rthbalidthakarepliynaeplngkaraebngekhtkarpkkhrxnginphunthiphayitkarbriharkhwbkhumkhxngrthbal karkahndekhtkarpkkhrxngidkahndihithepklayepnethsbalphiessinpi kh s 1967 aelarwmthungekas yng inpi kh s 1979 rthbalthxngthinthngsxngmi khwamkhlxngtw odymihnathithayoxnipyngrthbalklang mnthlfueciyninpi kh s 1956 aelamnthlithwninpi kh s 1998 30 inpikh s 2010 sinepy ithcng aelaithhnanidrbkarykradbepnethsbalphiess aelainpi kh s 2014 mnthletha y ehwiynkidrbkarykradbepnethsbalphiessdwy karykradbkhrngnithaihekhtkarpkkhrxngradbbnsudekhasusthanapccubn 31 khn 1 2 3 4 5ekht praephth ethsbalphiess 直轄市 zhixiashi 6 xaephxchnphunemuxngphuekha 原住民區 yuanzhumin qu 6 hmubanchanemuxng 里 lǐ laaewk 鄰 lin xaephx 區 qu 164 mnthl 省 sheng 2 ethsbalmnthl 市 shi 3 ethsmnthl 縣 xian 13 nkhrinkhwamkhwbkhumkhxngethsmnthl 縣轄市 xianxiashi 14 emuxngchanemuxng 鎮 zhen 38 emuxngchnbth 鄉 xiang 122 hmubanchnbth 村 cun emuxngchnbthchnphunemuxngphuekha 山地鄉 shandi xiang 24 thnghmd 22 368 7 851 147 785 tammatra 4 khxngbyytikarpkkhrxngswnthxngthinkdhmaythiekiywkhxngkbekhtethsbalphiessyngmiphlbngkhbichkbmnthlthimiprachakrekin 2 lankhn bthbyytiniimidichkbekhtid aemwakxnhnanicaichkbekhtithep pccubnkhux sinepy aelamnthletha y ehwiyn pccubnkhux ethsbalphiessetha y ehwiyn karxangsiththiehnuxdinaedn aekikh karxangsiththiehnuxdinaednkhxngsatharnrthcin xangsiththicaksmythisatharnrthcinpkkhrxngaephndinihy phunthisiekhiywekhm phunthithikhwbkhumxyuinpccubnhrux phunthiithwn phunthisiekhiywxxn phunthikhxngsatharnrthcinekhypkkhrxngemuxkhrngxyuthiaephndinihy pccubnepnphunthithisatharnrthcinxangsiththixthipityehnuxdinaedn dinaednthisatharnrthcin ithwn xangsiththi aemwatamrththrrmnuyaehngsatharnrthcincayudthux khxbekhtkhxngpraethsthiepnipxyuinpccubn aetkidaebngepn 2 xanaekhtbriewndwyknkhux ekhtesri ekaaithwn epnekhtthiepnipidkhxngsatharnrthcintamhlkkhwamepncringinpccubn xanaekhtkhrxbkhlumekaaihy 5 aehng khux cinehmin 金門 ithwn ephinghu 澎湖 hmacu 馬祖 aelaxuchiw 烏坵 rwmkbbrrdahmuekaainhmuekaasaeprtli xik 2 aehngkhux hmuekaapratsaelaekaaithphing thiyngkhngepnbriewnthimikhwamkhdaeyngkhxphiphathdinaedninthaelcinit aetsatharnrthcinidekhamabriharmiswninkarxangsiththiehnuxdinaedndngklawinthaelcinit emuxrwmxanabriewnhmuekaathnghmderiykrwmknwa phunthiithwn 臺灣地區 swnxanaekhtthangthaeltidtxkbyipun satharnrthprachachncin cinaephndinihy aelafilippinsbriewnaephndinihy cinaephndinihy epnxanaekhtdinaednekhtnxkekhtesri phunthiithwn thisatharnrthcinxangsiththieriykrxngxthipityehnuxdinaedn odyxangsiththiyudtamekhtaednthisatharnrthcinpkkhrxngaephndinihy epnphunthiswnihythitngbncinaephndinihy phunthidngklawkhwbkhumodyrthbalsatharnrthprachachncin rwmekhtbriharphiesshxngkngaelamaeka satharnrthcinyngmikareriykrxngsiththiehnuxdinaednkhxngphumiphakhxun dngiptxipniodythuxepndinaednthithuktxngtamhlknitinytamrththrrmnuyaehngsatharnrthcinmxngokeliynxk pccubnkhuxpraethsmxngokeliyaelasatharnrthtuwainpraethsrsesiy thirabsungpamir Pamir Plateau pccubnkhuxdinaednkhxngpraethsthacikisthan praethspakisthan aelapraethsxfkanisthan rthxrunaclpraethskhxngpraethsxinediy rthkachininpraethsemiynma bangswnthangdantawnxxkkhxngpraethsphutan hmuekaaesngkakuinthaelcintawnxxk pccubnepnkrniphiphathhmuekaaesngkakukbpraethsyipun brrdahmuekaainthaelcinitthnghmd rwmxanaekhtthangthael noybaytangpraeths aekikhpccubnsatharnrthcinyngkhngmikhwamsmphnththangkarthutkb 15 praeths eblis exswatini kwetmala ehti nkhrrthwatikn hxndurs hmuekaamaraechll naxuru nikarakw paela parakwy esntkhitsaelaenwis esntluechiy esntwinesntaelaekrnadins aelatuwalu 32 ithwnmikhxcakdinkardaeninnoybaytangpraeths enuxngcakkrxbnoybaycinediyw ithwncungihkhwamsakhykbkarkrachbkhwamsmphnthinkrxbesrsthkic karkha karlngthun aelakarihkhwamchwyehluxdanesrsthkicaelaethkhonolyikbpraethstang thiimmikhwamsmphnththangkarthutkbsatharnrthprachachncin cinaephndinihy sahrbnoybaytangpraethskhxngithwntxpraethsinexechiytawnxxkechiyngitnn ithwniddaenin noybaymungsuit Go South Policy epnnoybaysngesrimihchawithwnmikarlngthunkbpraethsinexechiytawnxxkechiyngit ephuxldkhwamesiyngthiesrsthkicithwntxngphungphacinaelaichesrsthkicepnchxngthangkrachbkhwamsmphnthkbphumiphakhni krxbewthirahwangpraethsthiithwnepnsmachik idaek khwamrwmmuxthangesrsthkicexechiy aepsifik Asia Pacific Economic Cooperartion APEC sungepnsmachikinthanaekhtesrsthkic economy aelaxngkhkarkarkhaolk World Trade Organization WTO odyepnkarekharwminthanathiepnekhtsulkakrphiess custom territory karekharwminewthithngsxngkhxngithwncungepnkarekharwminsthanathiimichrthsthanphaphthangkaremuxngaelakdhmay aekikhsthanphaphthangkaremuxngaelakdhmaykhxngithwnepnpraednphiphath satharnrthprachachncinxangwarthbalsatharnrthcinimchxbdwykdhmay odyeriykwaepn thangkarithwn 33 34 satharnrthcinmiengintra hnngsuxedinthangthiidrbkaryxmrbxyangkwangkhwang dwngtraiprsniyakr odemnradbbnsudxinethxrent kxngthphaelarththrrmnuy aelayngmiprathanathibdithimacakkareluxktngepnkhxngtnexng rthbalithwnimekhyykelikkarxangsiththiehnuxaephndinihyxyangepnthangkar aetsuxkhxngrthldthxnkarxangsiththithangprawtisastrephimkhuneruxy 35 inradbrahwangpraeths mikrniphiphathwasatharnrthcinepnrthhruxrthsinsphaphtamkdhmayrahwangpraethsenuxngcakkhakkarrbrxngthangthutxyangkwangkhwang thungaemwaepnsmachikphukxtngshprachachati aetpraethsithwnimichsmachikxyangepnthangkarhruxmisthanphaphphusngektkarn klawinphaphkwang khwamehnsatharnainpraethsniymsthanaedim aeterimmikhwamehnniymprakasexkrachephimkhunnbaetpraethsklayepnprachathipity phlsarwcinpi 2020 phbwa phutxbrxyla 52 3 ehnkhwrihchalxkartdsinicxxkipkxn hruxkhngsthanaedimxyangimmikahnd rxyla 35 1 niymkarprakasexkrach aelarxyla 5 8 niymkarrwmchati 36 khwamsmphnthrahwangpraeths aekikh dubthkhwamhlkthi khwamsmphnthrahwangpraethskhxngsatharnrthcin praethsthimikarrbrxngsatharnrthcinxyangepnthangkar mikhwamsmphnthxyangepnthangkar mikhwamsmphnthxyangimepnthangkar hlngcakphrrkhkkmintngthxyhnimaxyubnekaaithwn praethsswnihyyngkhngrksakhwamsmphnthkbrthbalsatharnrthcinexaiw aetkarrbrxngsthanakldlngeruxy xyangtxenuxngemuxinchwngkhristthswrrs 1970 mihlaypraethsidepliyniprbrxngsthanakhxngsatharnrthprachachncinaethn inpccubn satharnrthcinbnekaaithwnyngkhngidrbkarrbrxngxyangepnthangkarcak 17 rth cak 193 rthsmachikshprachachati sungnxkcakthaeniybsntapapaaelw swnihycaepnpraethselk inaethbxemrikaklangaelaaexfrika thangsatharnrthprachachncinminoybaythicaimsansmphnththangkarthutkbpraethsthirbrxngsthanakhxngsatharnrthcin aelathukpraethsthimikhwamsmphnththangkarthutdwycatxngmiaethlngkarnrbrxngsthanakhxngsatharnrthprachachncinehnuxithwn inthangptibtiaelw thungaemwapraethsswnihycaimmikhwamsmphnththangkarthutxyangepnthangkarkbithwn aelaaethlngkarnthithangsatharnrthprachachncintxngkarnnkidekhiynkhunodyichkhakakwmxyangying praethssakhy bangpraethsthiimidrbrxngsthanakhxngsatharnrthcinkcami sanknganesrsthkicaelawthnthrrmithep hrux sankngantwaethnithep sungptibtingantang inlksnaediywkbsthanthut echn karxxkwisa epntn aelainthanxngediywkn hlaypraethskidcdtngsankngankarkhaaelaesrsthkickhuninsatharnrthcinechn sankngankarkhaaelaesrsthkicithy aelasthabnxemrikainithwn sungodyphvtinyaelwkkhuxsthanthutkhxngpraethstang nnexng satharnrthcinekhyepnsmachikkhxngxngkhkarshprachachatiinthanasmachikkxtng odyidxyuintaaehnngkhxngpraethscininkhnamntrikhwammnkhngcnkrathngthungpi ph s 2514 kh s 1971 thithukkhbxxkody mtismchchashprachachatithi 2758 General Assembly Resolution 2758 aelataaehnngthnghmdinxngkhkarshprachachatikthukaethnthidwyrthbalkhxngsatharnrthprachachncin thangsatharnrthcinidaesdngkhwamphyayamhlaykhrngephuxklbekhaepnsmachikkhxngxngkhkarshprachachati aetkimekhyprasbkhwamsaerc duthi cinaelaxngkhkarshprachachati nxkcakkhwamkhdaeyngkbsatharnrthprachachncinehnuxdinaednbnaephndinihyaelw satharnrthcinyngmikhwamkhdaeyngkbmxngokeliyxikdwy cnkrathnginpi ph s 2488 kh s 1945 thisatharnrthcinidxangsiththiehnuxphunthimxngokeliy aetkthukkddncakshphaphosewiytcnkrathngyxmrbrxngxisrphaphkhxngmxngokeliyinthisud hlngcaknnimnan kidklbkharbrxngnn aelaklawxangsiththiehnuxmxngokeliyxikkhrngcnkrathngthungemuximnanni nbcakchwngplaykhristthswrrs 1990 epntnma khwamsmphnthkbmxngokeliyidklaymaepnhwkhxthisrangkhwamkhdaeyng khwamekhluxnihwid inkarykelikxanacxthipityehnuxmxngokeliycaekidkarotaeyngthnthi enuxngcakthangsatharnrthprachachncinidxangwa nnepncuderimtnkhxngkarprakasxisrphaphithwnkxngthph aekikhdubthkhwamhlkthi kxngthphsatharnrthcin ekhruxngyingcrwdThunderbolt 2000aehngkxngthphbksatharnrthcin ekhruxngbinrb AIDC F CK 1 Ching kuoaehngkxngthphxakassatharnrthcin sarwtrthharaehngsatharnrthcinkhnakhumknsnambin kxngthphsatharnrthcinmirakthanmacakkxngthphptiwtiaehngchaticin sungkxtngodydr sun ytesn inpi kh s 1925 inmnthlkwangtungodymiepahmayinkarrwmpraethscinphayitphrrkhkkmintng cnkrathngemuxkxngthphpldplxyprachachncinkhxngphrrkhkhxmmiwnistcinchnasngkhramklangemuxngcin kxngthphptiwtiaehngchaticanwnmakidthxyklbmayngithwnphrxmkbrthbalkhnachati sungtxmathukprbprungepnkxngthphsatharnrthcin hnwythiyxmcannaelayngkhngxyuincinaephndinihythukyubhruxrwmekhakbkxngthphpldplxyprachachncin inpccubnithwniddarngrksakxngthphkhnadihyaelamikhwamkawhnathangethkhonolyisungswnihyepnkarpxngknkarkhukkhamxyangtxenuxngkhxngkarbukrukodykxngthphpldplxyprachachncin phrrkhkhxmmiwnistcinthipkkhrxngsatharnrthprachachncinidbngkhbich kdhmaytxtankaraebngaeykdinaedn Anti Secession Law kdhmaychbbnisungphanrthsphakhxngcininpi 2005 idptiesthkhwamepnrthexkrachkhxngithwn ihthuxnoybaycinediyw aelaidkahndwithikartang inkarrwmchatikhxngsxngaephndincinihekidkhunidcring kdhmaychbbniyngidrabuthung kardaeninkarthiimichsntiwithi sungkkhuxkarthasngkhram exaiwdwy hakcinechuxwamikhwamepnipidthikarrwmchatiodyimesiyeluxdenuxprasbkhwamlmehlw cakpi kh s 1949 thungpi kh s 1970 pharkichlkkhxngkxngthphsatharnrthcinkhux thwngkhunexacinaephndinihyklbkhunma phanpharkicekiyrtiysaehngchati enuxngcakpharkicnithukeluxnaelaykelikipchwkhraw enuxngcakkhwamaekhngaekrngthangkarthharkhxngsatharnrthprachachncinthiephimkhunxyangmak kxngthphsatharnrthcinepliynnoybayipepnennkarpxngknaethn noybaydngklawerimepliynkarenncakkxngthphthioddedntamaebbdngedimmaepnkxngthphxakasaelakxngthpherux rthbalsatharnrthcin ithwn idtrahnkthungkhwamsakhykhxngprachathipityinkarthharcungidennkarrierimcdihmikarkhwbkhumodyphleruxnthaihkarkhwbkhumkxngthphsatharnrthcinkepliynphanekhamaxyuinkarbriharkhxngrthbalphleruxn 37 38 inkhnathithharsatharnrthcinmiswnrwmthangprawtisastrkbphrrkhkkmintng ecahnathiradbsungrunekacungmikhwamehnxkehnicaenwkhidsnbsnunphrrkh xyangirktammikhncanwnmakthieksiynxayurachkaraelamiphuthiimichchawaephndinihyekharwminkxngthphinruntxmadngnnkhwamexnexiyngthangkaremuxngkhxngkxngthphcungekhamaiklkbbrrthdthankhxngprachachninithwn 39 kxngthphsatharnrthciniderimokhrngkarldcanwnkalngphl hrux cingchuxxn Jingshi An epnokhrngkarprbprungprasiththiphaph ephuxldradbkxngthphcakcanwn 450 000 nay inpi kh s 1997 epn 380 000 nay inpi kh s 2001 40 kareknththharinithwnyngkhngmiphlbngkhbichsahrbphuchaythimikhunsmbtierimtngaetxayusibaepd aetepnswnhnungkhxngkhwamphyayaminkarldcanwnmakephuxthicaihidrboxkasinkarptibtirachkarrbichchatitamkhxkahndrangphankarrbichrachkarchatithangeluxkaelathuksngipynghnwynganrachkarhruxxutsahkrrmthiekiywkhxngkbkarpxngknpraeths 41 esrsthkic aekikhdubthkhwamhlkthi esrsthkickhxngithwn aela prawtisastresrsthkicithwn skyphaphthangesrsthkic aekikh tukithep 101 inkrungithepemuxnghlwngaelasunyklangthangkarenginkhxngithwn ekhtkarkhathurkicyansinyi krungithep yamkhakhun ekhtthurkicinemuxngsinepy satharnrthcinepnpraethsthimiesrsthkicihyepnxndbthi14khxngolk hnwyengintrathiich khux dxllarithwn thrphyakrthrrmchatiswnihymicanwnnxy aetepnpraethsxutsahkrrmchnsungxutsahkrrmnnepnennipthikarphlit mikarnaekhanamndibaelaaerehlk ephuxnaipphlitrthynt ekhruxngichiffa xupkrnxielkthrxniks chinswnxielkthrxniks ekhmiphnth sngxxkipcahnay thuxepnkarkhaodykarphlit inpccubnmikarnaekhachinswnekhruxngichiffaxielkthrxniks xutsahkrrmthirwderwaelakaretibotxyangrwderwkhxngithwninchwngkhrunghlngkhxngstwrrsthi 20 idrbkarkhnannamwa khwammhscrryaehngithwn ithwnthuxepnpraethshnungthiidrbkarcdxndbkhnannamwaepn siesuxaehngexechiy ekhiyngkhuipkbhxngkng ekahliitaelasingkhopr phayitkarpkkhrxngithwnaebbxananikhmkhxngyipunkxnaelarahwangsngkhramolkkhrngthisxngnakarepliynaeplnginphakhrthaelaexkchn singthiepnthirbruaelamichuxesiyngthisudkhux phunthikhxngngansatharnasungepidichngankarsuxsarthirwderwaelaxanwykhwamsadwkkarkhnsngthwekaaithwn yipunyngprbprungkarsuksakhxngrthaelathaihekidkarsuksabngkhbsahrbchawithwnthukkhn inpi kh s 1945 emuxyipunidaephsngkhramolkkhrngthisxngaelaidkhunekaaithwnihkbsatharnrthcin idekidphawaenginefxyingywdkhunincinaephndinihyaelaithwnxnepnphlmacaksngkhramkbyipun ephuxaeykithwnxxkcakpyhaesrsthkicinaephndinihynn rthbalcinkhnachatikhxngsatharnrthcinidsrangphunthiihkbskulenginihmsahrbekaaithwnaelaerimichklyuththrksaesthiyrphaphrakha khwamphyayamehlanithaihxtraenginefxchalxtwlngxyangmak emuxrthbalcinkhnachatikhxngphrrkhkkmintngidhniipithwn idmikaroxnaelakhnyaythxngkhaaethngmanblantalung khnannmulkhaxyuthi 1 talung 37 5 krm hrux 1 2 thrxyxxns khxngthxngkha aelaenginthunsarxngengintratangpraethskhxngcinaephndinihy sungtamraynganphrrkhkkmintngrabuwarakhamiesthiyrphaphaelachwyldpyhaphawaenginefxid 42 bangthithisakhykwanninthanathiepnswnhnungkhxngkarhlbhniipyngithwn phrrkhkkmintngidnapyyachnaelankthurkiccakcinaephndinihymayngekaaithwndwy cungxacsnnisthanidwamiswnchwyihesrsthkicithwnecriyetibotxyangrwderw 43 rthbalkkmintngidcdtngkdhmayxanwyesrsthkicmakmayaelaerimkarptirupthidin sungimsamarthichxyangmiprasiththiphaphincinaephndinihymakxnely rthbalyngdaeninnoybaykarthdaethnkarnaekhasinkhaxutsahkrrm odyphyayamsngesrimkarphlitsinkhabriophkhphayinpraeths inpi kh s 1950 dwykarpathukhxngsngkhramekahli ephuxtankarkhyaytwkhxnglththikhxmmiwnistthaihshrtherimokhrngkarchwyehluxthangesrsthkicinphumiphakh odyechphaaithwnsungsngphlihrakhamiesthiyrphaphodysmburninpi kh s 1952 44 karphthnaesrsthkicidrbkarsnbsnuncakkhwamchwyehluxthangesrsthkickhxngxemrikaaelakarrierim echn khnakrrmathikarrwmephuxkarfunfuchnbth sungthaihphakhekstrkrrmklayepnphunthansahrbkaretibotinphayhlng phayitmatrkarkratunkarrwmtwkhxngkarptirupthidinaelaaephnphthnakarekstrkarphlitthangkarekstrephimkhuninxtraechliytxpirxyla 4 cakpi 1952 thung 1959 sungsungkwakaretibotkhxngprachakr 3 6 45 inpi kh s 1962 ithwnmiphlitphnthmwlrwmprachachati radbta txhw GNP xyuthi 170 dxllarshrth esrsthkickhxngithwnthuxwaepnthiethaethiymemuxethiybkbkhxngsatharnrthprachathipitykhxngok bnkhwamethaethiymknkhxngkalngsux PPP phunthan GDP txhwkhxngprachakrinchwngtnthswrrs 1960 xyuthi 1 353 dxllar inrakha 1990 phayinpi kh s 2011 GNP txhwsungprbsahrbkalngsuxphakh PPP ephimkhunepn 37 000 ehriyyshrth miswnthaihkhxngithwnykradbdchnikarphthnamnusy HDI ethiybethakbpraethsthiphthnaaelwxun HDI khxngithwninpi kh s 2012 xyuthi 0 890 xndbthi 23 thuxwaxyuinradbsungmak tamwithikarkhanwnihm karprbkhwamimethaethiymknkhxng HDI khxngshprachachati inpi kh s 1974 prathanathibdieciyng cingkwa idrierimdaeninkarsibokhrngkarkxsrangsakhyepnkarerimtnwangrakthanthichwyihithwnphthnaepliynepnesrsthkickhbekhluxnkarsngxxkinpccubn nbtngaetthswrrs 1990 epntnma bristh ethkhonolyiinithwncanwnhnungidkhyaykarekhathungipthwolk bristhethkhonolyirahwangpraethsthimichuxesiyngthiepnthiniymaelaruckkn sungmisanknganihyinithwn idaek phuphlitkhxmphiwetxrswnbukhkhl Acer Inc aela Asus phuphlitothrsphthmuxthux HTC rwmthungphuphlitxupkrnxielkthrxniksrayihy Foxconn sungthaihphlitphnthsahrb Apple Amazon aela Microsoft ngan Computex Taipei epnnganaesdngsinkhakhxmphiwetxrthisakhysungcdkhuntngaetpi kh s 1981 karphthnaxutsahkrrm aekikh swnnirxephimetimkhxmul khunsamarthchwyephimkhxmulswnniidkarthxngethiywithwn aekikh pccubnthiithwnepnpraethsthiminkthxngethiywipethiywepncanwnmak odyechphaakhnithy thiidykewnkarkhxwisawisaithwn aeladwypraethsithwnexngmisthanthiethiywmakmay thngthiethiywinemuxngithep hruxcathiethiywaebbthrrmchatixyangekasng xikthngkhakhrxngchiphimsungmaknk thaihnkedinthangthichxbipethiywdwytwexng tangkykih ithwnepnpraaethsthiethiywdwyexngidngay ihpraethsithwnepnxndbaerk thiethiywithwn mieyxa thngaelndmarkhdng xyangtukithep 101 Taipei 101 hmubanobranciwefin Jioufen tladplaithep Taipei Fish Market xikthngyngepndinaednaehngstrithfudthixrxyxikdwy enuxngcakmitladklangkhunmakmay echn tladsiehminting Ximending tladsuxhlin Shilin Night Market epntnswnnirxephimetimkhxmul khunsamarthchwyephimkhxmulswnniidokhrngsrangphunthan aekikhkarkhmnakhm aela othrkhmnakhm aekikh khmnakhm aekikh swnnirxephimetimkhxmul khunsamarthchwyephimkhxmulswnniidothrkhmnakhm aekikh swnnirxephimetimkhxmul khunsamarthchwyephimkhxmulswnniidwithyasastr aela ethkhonolyi aekikh swnnirxephimetimkhxmul khunsamarthchwyephimkhxmulswnniidkarsuksa aekikh dubthkhwamhlkthi karsuksainithwn swnnirxephimetimkhxmul khunsamarthchwyephimkhxmulswnniidsatharnsukh aekikh swnnirxephimetimkhxmul khunsamarthchwyephimkhxmulswnniidprachakr aekikhechuxchati aekikh swnnirxephimetimkhxmul khunsamarthchwyephimkhxmulswnniidsasna aekikh dubthkhwamhlkthi sasnainithwn rththrrmnuyaehngsatharnrthcinkhumkhrxngesriphaphthangsasnaaelasiththiinkarptibtitamkhwamechuxkhxngprachachn 46 tamsthitiinpi kh s 2005 praethsithwnmiphuththsasnikchn 8 086 000 khn 35 1 sasnikchneta 7 600 000 khn 33 0 khristsasnikchn 903 000 khn 3 9 odyepnopretsaetnt 605 000 khn 2 6 aelaormnkhathxlik 298 000 khn 1 3 aelasasnikchnlththixnuttrthrrm 810 000 khn 3 5 epntn 47 48 phasa aekikh dubthkhwamhlkthi phasainithwn emuxngihy aekikh raychuxemuxngihyinsatharnrthcineriyngtamprachakr xndbthi chuxekht chuxphasacin canwntamprachakr1 sinepy 新北市 3 779 2192 emuxngithep 台北市 2 627 9903 ethsmnthlethahywn 桃園縣 1 921 5264 ethsmnthlithcng 台中縣 1 546 1145 emuxngekas yng 高雄市 1 516 1156 ethsmnthlcanghwa 彰化縣 1 313 9867 ethsmnthlekas yng 高雄縣 1 244 2828 ethsmnthlithhnan 台南縣 1 105 5159 emuxngithcng 台中市 1 050 16010 ethsmnthlphingtng 屏東縣 890 75311 emuxngithhnan 台南市 762 48612 ethsmnthlhywinhlin 雲林縣 726 86813 ethsmnthlehmiywli 苗栗縣 559 77614 ethsmnthleciyxi 嘉義縣 551 99315 ethsmnthlhnanothw 南投縣 533 90316 chnbthsincu 新竹縣 491 40517 ethsmnthlxihlan 宜蘭縣 460 13318 emuxngsincu 新竹市 396 98319 emuxngcihlng 基隆市 390 29920 ethsmnthlhwaehliyn 花蓮縣 344 08721 emuxngeciyxi 嘉義市 272 71822 ethsmnthlithtng 台東縣 234 67223 ethsmnthlephinghu 澎湖縣 92 07724 ethsmnthlcinehmin 金門縣 79 023 25 ethsmnthlehliyneciyng 連江縣 9 814 kila aekikh dubthkhwamhlkthi cinithepinoxlimpik aela cinithepinpharalimpik futbxl aekikh dubthkhwamhlkthi smakhmfutbxlcinithep futbxlthimchaticinithep aela futsxlthimchaticinithep swnnirxephimetimkhxmul khunsamarthchwyephimkhxmulswnniidmwysakl aekikh dubthkhwamhlkthi smakhmmwysaklithwn aela mwysaklincin swnnirxephimetimkhxmul khunsamarthchwyephimkhxmulswnniidduephim aekikhIndex of Taiwan related articles Outline of Taiwan khxphidphlad Lua in package lua brrthdthi 80 module Module Portal images t not foundechingxrrth aekikh Not designated but meets legal definitionxangxing aekikhCitations aekikh Taiwan self governing island Asia Britannica Online Encyclopedia 1975 04 05 subkhnemux 2009 05 07 Hakka Basic Act law moj gov tw subkhnemux 22 May 2019 Indigenous Languages Development Act law moj gov tw subkhnemux 22 May 2019 The Republic of China Yearbook 2009 Chapter 2 People and Language Government Information Office 2009 subkhnemux 2 May 2010 5 0 5 1 5 2 5 3 World Economic Outlook Database April 2019 IMF org International Monetary Fund subkhnemux 19 August 2019 Percentage share of disposable income by quintile groups of income recipients and measures of income distribution stat gov tw subkhnemux 26 June 2019 國情統計通報 第 014 號 PDF Directorate General of Budget Accounting and Statistics Executive Yuan Taiwan ROC 21 January 2021 subkhnemux 26 January 2021 Bilik Naran 2015 Reconstructing China beyond Homogeneity Patriotism in East Asia Political Theories in East Asian Context Abingdon Routledge p 105 Fell Dafydd 2018 Government and Politics in Taiwan London Routledge p 305 ISBN 978 1317285069 Moreover its status as a vibrant democratic state has earned it huge international sympathy and a generally positive image French Duncan 2013 Statehood and Self Determination Reconciling Tradition and Modernity in International Law Cambridge Cambridge University Press p 26 ISBN 978 1107311275 The population on the islands of Formosa and the Pescadores is governed by an effective government to the exclusion of others but Taiwan is not generally considered a state Albert Eleanor 7 December 2016 China Taiwan Relations Council on Foreign Relations subkhnemux 30 March 2018 The People s Republic of China PRC views the island as a province while in Taiwan a territory with its own democratically elected government leading political voices have differing views on the island s status and relations with the mainland Some observe the principle that there is one China comprising the island and the mainland but in their eyes this is the Republic of China ROC based in Taipei others advocate for a de jure independent Taiwan Interior minister reaffirms Taipei is ROC s capital Taipei Times 5 December 2013 subkhnemux 7 December 2013 CIA World Factbook GDP PPP Chan Rachel 17 June 2009 Taiwan needs to boost public awareness on climate change EU envoy China Post subkhnemux 2009 07 22 Yao Grace Cheng Yen Pi Cheng Chiao Pi 5 November 2008 The Quality of Life in Taiwan Social Indicators Research 92 2 377 404 doi 10 1007 s11205 008 9353 1 a second place ranking in the 2000 Economist s world healthcare ranking Yao Grace 6 October 2008 The Quality of Life in Taiwan Social Indicators Research 92 The Quality of Life in Confucian Asia From Physical Welfare to Subjective Well Being a second place ranking in the 2000 Economist s world healthcare ranking Unknown parameter coauthors ignored author suggested help http www dgbas gov tw public Data 366166371 pdf 2010中華民國人類發展指數 HDI PDF phasacin Directorate General of Budget Accounting and Statistics Executive Yuan R O C 2010 subkhnemux 2010 07 02 Wills John E Jr 2006 The Seventeenth century Transformation Taiwan under the Dutch and the Cheng Regime in Rubinstein Murray A b k Taiwan A New History M E Sharpe pp 84 106 ISBN 978 0 7656 1495 7 Wu J R 24 May 2017 Taiwan court rules in favor of same sex marriage first in Asia Reuters subkhnemux 11 October 2017 Taiwan gay marriage Parliament legalises same sex unions bbc com phasaxngkvs 2019 05 17 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 2019 05 17 subkhnemux 2019 05 17 Taiwan legalizes same sex marriage in historic first for Asia edition cnn com phasaxngkvs 2019 05 17 subkhnemux 2019 05 17 23 0 23 1 23 2 23 3 23 4 23 5 23 6 23 7 23 8 Chapter 4 Government PDF The Republic of China Yearbook Government Information Office Republic of China Taiwan 2011 pp 55 65 Huang Jei hsuan 14 September 2006 Letter KMT holds the key Taipei Times p 8 subkhnemux 28 May 2009 Jayasuriya Kanishka 1999 Law capitalism and power in Asia Routledge p 217 ISBN 978 0 415 19743 4 Additional Articles of the Constitution of the Republic of China 2005 Article 5 odythang Wikisource Chang Rich 2 January 2006 Nation keeps death penalty but reduces executions Taipei Times subkhnemux 2 November 2009 Laws amp Regulations Database of The Republic of China law moj gov tw World Asia Pacific Analysis Flashpoint Spratly BBC 14 February 1999 Hwang Jim 1 tulakhm 1999 Gone with the Times Taiwan Review khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 26 kumphaphnth 2012 subkhnemux 13 emsayn 2012 Unknown parameter deadurl ignored help 中華民國國情簡介 政府組織 Taipei Government Information Office khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 14 May 2012 subkhnemux 13 April 2012 Unknown parameter deadurl ignored help www mofa gov tw en AlliesIndex aspx n DF6F8F246049F8D6 amp sms A76B7230ADF29736 The One China Principle and the Taiwan Issue PRC Taiwan Affairs Office and the Information Office of the State Council 2005 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 13 February 2006 subkhnemux 3 December 2014 Section 1 Since the KMT ruling clique retreated to Taiwan although its regime has continued to use the designations Republic of China and government of the Republic of China it has long since completely forfeited its right to exercise state sovereignty on behalf of mainland China and in reality has always remained only a separate state on the island of Taiwan Taiwan flashpoint Introduction Present status BBC News British Broadcasting Corporation BBC 2009 ekb cakaehlngedimemux 5 December 2020 subkhnemux 6 December 2020 But Taiwan s leaders say it is clearly much more than a province arguing that it is a sovereign state It has its own constitution democratically elected leaders and 400 000 troops in its armed forces Chang Bi yu 2015 Place Identity and National Imagination in Post war Taiwan Oxon UK and New York City Routledge pp 35 40 46 60 ISBN 978 1 317 65812 2 Taiwan Independence vs Unification with the Mainl Election Study Center National Chengchi University subkhnemux 16 February 2021 Fravel M Taylor 2002 Towards Civilian Supremacy Civil Military Relations in Taiwans s Democratization Armed Forces amp Society 29 1 57 84 doi 10 1177 0095327X0202900104 Committed to Taiwan The Wall Street Journal 26 April 2001 subkhnemux 28 May 2009 Swaine amp Mulvenon 2001 p 65 the ROC military functioned until very recently as an instrument of KMT rule the bulk of the officer corps is still composed of Mainlanders many of whom allegedly continue to support the values and outlook of more conservative KMT and New Party members This is viewed as especially the case among the senior officers of the ROC Army Hence many DPP leaders insist that the first step to building a more secure Taiwan is to bring the military more fully under civilian control to remove the dominant influence of conservative KMT elements and to reduce what is regarded as an excessive emphasis on the maintenance of inappropriate ground force capabilities as opposed to more appropriate air and naval capabilities Bishop Mac William 1 January 2004 Women Take Command Government Information Office Republic of China khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 28 April 2011 subkhnemux 5 June 2009 Unknown parameter deadurl ignored help ASIA PACIFIC Military alternative in Taiwan BBC News 1 May 2000 subkhnemux 28 May 2009 Gold Shipped to Taiwan in 1949 Helped Stabilize ROC on Taiwan Kuomintang News Network 6 April 2011 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 27 September 2011 subkhnemux 14 June 2011 Unknown parameter dead url ignored help Translated from 王銘義 5 April 2011 1949年運台黃金 中華民國保命本 China Times subkhnemux 21 February 2015 Roy Denny 2003 Taiwan A Political History Ithaca NY Cornell University Press pp 76 77 ISBN 978 0 8014 8805 4 Makinen amp Woodward 1989 mnepnkarepliynaeplngrabxbkarpkkhrxngkarkhlngkhxngithwnechnediywkbinyuorp txnthiinthisudknamasungkhwammnkhngdanrakha mnepnnoybaykhwamchwyehluxthithaihngbpramanmikhwamsmdulaelaemuxnoybaykhwamchwyehluxkhrbtamsdswninpi kh s 1952 rakhamiesthiyrphaph Ralph Clough Taiwan under Nationalist Rule 1949 1982 in Roderick MacFarquar et al ed Cambridge History of China Vol 15 The People s Republic Pt 2 Cambridge Cambridge University Press 1991 p 837 Constitution of the Republic of China Chapter II Article 13 The people shall have freedom of religious belief Taiwan Yearbook 2006 Government of Information Office 2006 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 2007 07 08 subkhnemux 2007 09 01 2006 Report on International Religious Freedom U S Department of State 2006 subkhnemux 2007 09 01 bthkhwam aekikh 2008 White Paper on Taiwan Industrial Technology PDF Department of Industrial Technology 2008 subkhnemux 27 November 2009 Bird Michael I Hope Geoffrey Taylor David 2004 Populating PEP II the dispersal of humans and agriculture through Austral Asia and Oceania PDF Quaternary International 118 119 145 163 doi 10 1016 s1040 6182 03 00135 6 subkhnemux 31 March 2007 CS1 maint ref harv link Chang Maukuei 2005 Chapter 7 The Movement to Indigenize to Social Sciences in Taiwan Origin and Predicaments in Makeham John Hsiau A chin b k Cultural Ethnic and Political Nationalism in Contemporary Taiwan Bentuhua 1 ed New York Palgrave Macmillan ISBN 9781403970206 CS1 maint ref harv link Davidson James W 1903 The Island of Formosa Past and Present history people resources and commercial prospects tea camphor sugar gold coal sulphur economical plants and other productions London and New York Macmillan OL 6931635M CS1 maint ref harv link Executive Yuan R O C 2014 The Republic of China Yearbook 2014 ISBN 9789860423020 subkhnemux 25 February 2015 Fenby Jonathan 2009 The Penguin History of Modern China The Fall and Rise of a Great Power 1850 2009 Penguin Books ISBN 0 7139 9832 6 CS1 maint ref harv link Fung Edmund S K 2000 In search of Chinese democracy civil opposition in Nationalist China 1929 1949 Cambridge modern China series Cambridge University Press ISBN 978 0 521 77124 5 CS1 maint ref harv link Hsiau A Chin 2005 Chapter 4 The Indigenization of Taiwanese Literature Historical Narrative Strategic Essentialism and State Violence in Makeham John Hsiau A chin b k Cultural Ethnic and Political Nationalism in Contemporary Taiwan Bentuhua 1 ed New York Palgrave Macmillan ISBN 9781403970206 CS1 maint ref harv link Makinen Gail E Woodward G Thomas 1989 The Taiwanese hyperinflation and stabilization of 1945 1952 Journal of Money Credit and Banking 21 1 90 105 doi 10 2307 1992580 JSTOR 1992580 CS1 maint ref harv link Makeham John 2005 Chapter 6 Indigenization Discourse in Taiwanese Confucian Revivalism in Makeham John Hsiau A chin b k Cultural Ethnic and Political Nationalism in Contemporary Taiwan Bentuhua 1 ed New York Palgrave Macmillan ISBN 9781403970206 CS1 maint ref harv link Hill Catherine Soares Pedro Mormina Maru Macaulay Vincent Clarke Dougie Blumbach Petya B Vizuete Forster Matthieu Forster Peter Bulbeck David Oppenheimer Stephen Richards Martin January 2007 A Mitochondrial Stratigraphy for Island Southeast Asia The American Journal of Human Genetics 80 1 29 43 doi 10 1086 510412 PMC 1876738 PMID 17160892 CS1 maint ref harv link Valentijn Francois 1903 First published 1724 in Oud en Nieuw Oost Indien History of the Dutch Trade in Campbell William b k Formosa under the Dutch described from contemporary records with explanatory notes and a bibliography of the island London Kegan Paul pp 25 75 OCLC 644323041 CS1 maint ref harv link Winckler Edwin 1994 Harrell Stevan Huang Chun chieh b k Cultural Policy in Postwar Taiwan Cultural Change in Postwar Taiwan 10 14 April 1991 Seattle Boulder Colo Westview Press ISBN 9780813386324 CS1 maint ref harv link Yip June 2004 Envisioning Taiwan Fiction Cinema and the Nation in the Cultural Imaginary Durham N C and London Duke University Press ISBN 9780822333579 CS1 maint ref harv link hnngsuxxanephim aekikh Taiwan Flashpoint BBC News 2005 ethiywithwn thrip Bush R O Hanlon M 2007 A War Like No Other The Truth About China s Challenge to America Wiley ISBN 0 471 98677 1 Bush R 2006 Untying the Knot Making Peace in the Taiwan Strait Brookings Institution Press ISBN 0 8157 1290 1 Carpenter T 2006 America s Coming War with China A Collision Course over Taiwan Palgrave Macmillan ISBN 1 4039 6841 1 Clark Cal Tan Alexander C 2012 Taiwan s Political Economy Meeting Challenges Pursuing Progress Lynne Rienner Publishers ISBN 1 588 26806 3 Cole B 2006 Taiwan s Security History and Prospects Routledge ISBN 0 415 36581 3 Copper J 2006 Playing with Fire The Looming War with China over Taiwan Praeger Security International General Interest ISBN 0 275 98888 0 Federation of American Scientists aelakhna 2006 Chinese Nuclear Forces and US Nuclear War Planning PDF Feuerwerker Albert 1968 The Chinese Economy 1912 1949 Ann Arbor University of Michigan Press Fravel M Taylor 2002 Towards Civilian Supremacy Civil military Relations in Taiwan s Democratization Armed Forces amp Society 29 no 1 57 84 Gill B 2007 Rising Star China s New Security Diplomacy Brookings Institution Press ISBN 0 8157 3146 9 Shirk S 2007 China Fragile Superpower How China s Internal Politics Could Derail Its Peaceful Rise Oxford University Press ISBN 0 19 530609 0 Tsang S 2006 If China Attacks Taiwan Military Strategy Politics and Economics Routledge ISBN 0 415 40785 0 Tucker N B 2005 Dangerous Strait the US Taiwan China Crisis Columbia University Press ISBN 0 231 13564 5 aehlngkhxmulxun aekikhkhnhaekiywkb Republic of China ephimthiokhrngkarphinxngkhxngwikiphiediy bthniyam cakwikiphcnanukrm sux cakkhxmmxns thrphyakrkareriyn cakwikiwithyaly xyphcn cakwikikhakhm khxkhwamtnchbb cakwikisxrs tara cakwikitarakhxmmxns miphaphaelasuxekiywkb praethsithwn praethsithwn khxmulkarthxngethiywcak wikithxngethiyw thiethiywithwn khxmulbangswn cak The journey momentekhathungcak https th wikipedia org w index php title praethsithwn amp oldid 9546160, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม