fbpx
วิกิพีเดีย

ทอมัส แอลวา เอดิสัน (อังกฤษ:Thomas Alva Edison) เป็นนักประดิษฐ์และนักธุรกิจชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งประดิษฐ์อุปกรณ์ที่สำคัญต่าง ๆ มากมาย ได้ฉายา "พ่อมดแห่งเมนโลพาร์ก" เป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มนำหลักการของ การผลิตจำนวนมาก และ กระบวนการประดิษฐ์ มาประยุกต์รวมกัน

ทอมัส เอดิสัน
เกิดทอมัส แอลวา เอดิสัน
11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1847(1847-02-11)
ไมเลิน รัฐโอไฮโอ
เสียชีวิต18 ตุลาคม ค.ศ. 1931 (84 ปี)
เวสต์ออเรนจ์ รัฐนิวเจอร์ซีย์
สัญชาติอเมริกัน
การศึกษาสูงสุดลาออกจากโรงเรียน
อาชีพนักธุรกิจ
ศาสนาDeist
คู่สมรสMary Stilwell (สมรส ค.ศ. 1871–1884)
Mina Miller (สมรส ค.ศ. 1886–1931)
บุตรMarion Estelle Edison (1873–1965)
Thomas Alva Edison Jr. (1876–1935)
William Leslie Edison (1878–1937)
Madeleine Edison (1888–1979)
Charles Edison (1890–1969)
Theodore Miller Edison (1898–1992)
บิดามารดาSamuel Ogden Edison, Jr. (1804–1896)
Nancy Matthews Elliott (1810–1871)
ญาติLewis Miller (father-in-law)
ลายมือชื่อ
A Day with Thomas Edison (1922)

ทอมัส เอดิสัน มักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้คิดค้นหลอดไฟ แต่ในความเป็นจริงเขาเป็นบุคคลแรกที่จดสิทธิบัตรในการประดิษฐ์หลอดไฟจากนักวิทยาศาสตร์กว่า 20 คนที่คิดค้นหลอดไฟ และสามารถนำมาทำเป็นธุรกิจได้ เอดิสันยังคงเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทเจเนอรัลอิเล็กทริก (General Electric) บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ของโลก และก่อตั้งอีกหลายบริษัทในด้านไฟฟ้า หนึ่งในบริษัทของเอดิสันยังเป็นผู้คิดค้นเก้าอี้ไฟฟ้าสำหรับประหารชีวิตนักโทษอีกด้วย

เอดิสันยังคงเป็นบุคคลสำคัญในสงครามกระแสไฟฟ้า (War of Currents) โดยเอดิสันพยายามผลักดันระบบไฟฟ้ากระแสตรงของบริษัท แข่งกับระบบไฟฟ้ากระแสสลับของจอร์จ เวสติงเฮาส์ (George Westinghouse) โดยพนักงานในบริษัทของเขาได้โฆษณาชวนเชื่อความอันตรายของไฟฟ้ากระแสสลับโดยการฆ่าหมาแมวเป็นจำนวนหลายตัวอีกเช่นกัน

เนื้อหา

เอดิสันในวัยเด็ก
เอดิสันใน ค.ศ. 1877
บ้านเกิดของเอดิสัน

ทอมัส เอดิสัน เกิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1847 เขาเป็นลูกคนที่ 7 และคนสุดท้าย โดยตัวเอดิสันเองมีเชื้อสายดัตช์

ในช่วงที่อยู่ในโรงเรียน เอดิสัน เป็นโรงเรียนเล็ก ๆ ในโบสถ์ มีนักเรียนเพียง 48 คน มีครูเพียงสองคนคือ นายและนางเอ็งเกิล (Engle) แต่ด้วยความที่เอดิสันมีนิสัยสนใจในสิ่งรอบตัว ไม่ใช่เนื้อหาในตำราคร่ำครึ สิ่งที่เขาสนใจถามครูจึงไม่ใช่เรื่องที่ครูสอน แต่เป็นเรื่องนอกตำรา นายและนางเอ็งเกิล จึงมักเรียกเขาว่าเป็นเด็กที่หัวขี้เลื่อย เมื่อมารดาทราบเรื่อง จึงไปพูดคุยกับคุณครูที่โรงเรียน หลังการพูดคุย เอดิสันต้องออกจากโรงเรียน โดยมารดาของเขาจะเป็นผู้สอนเอดิสันด้วยตนเอง หลังจากเข้าโรงเรียนได้ 3 เดือนเท่านั้น เอดิสันชื่นชอบหนังสือนอกเวลาเล่มหนึ่งซึ่งมีภาพและเนื้อหาการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้อ่านทดลองเองได้ เขามีความสนใจที่จะทำการทดลองในหนังสือ ใน ค.ศ. 1857 พ่อและแม่ของเขาจึงสร้างห้องใต้ดินเพื่อให้เอดิสันได้ทำการทดลองต่าง ๆ ในหนังสือ และเขาก็ได้ทำการทดลองมากมายในห้องใต้ดินนั้น

เอดิสันมีปัญหาด้านการได้ยินเป็นผลมาจากไข้ดำแดงที่เขาเป็นในช่วงวัยเด็กและไม่ได้รับการรักษา ทำให้หูชั้นในของเขาติดเชื้อทำให้เขามีลักษณะเกือบจะเป็นหูหนวก ต่อมาในขณะที่ได้ทำการทดลองในรถไฟและทำให้เกิดเพลิงไหม้ในรถไฟ เขาถูกพนักงานรถไฟตบเข้าที่หูทำให้หูเขาใช้การไม่ได้ และถูกโยนออกมาจากรถไฟพร้อมกับเครื่องมือและสารเคมีต่าง ๆ ของเขา ซึ่งเขาเองได้บอกกับผู้อื่นว่าหูของเขามีปัญหา เนื่องจากเขาได้ร่วมงานกับพนักงานรถไฟในการขับเคลื่อนตัวรถ แต่พนักงานรถไฟดึงหูของเขาทำให้เขาประสบอุบัติเหตุ

ครอบครัวของเอดิสันได้ย้ายมายังเมืองพอร์ตฮิวรอนในรัฐมิชิแกนหลังจากที่ทางรถไฟสายใหม่ได้ตัดทางลัดและไม่ผ่านเมืองไมเลินที่เขาอาศัยอยู่ ทำให้ธุรกิจของที่บ้านเริ่มซบเซาลง เขาได้เริ่มขายลูกอม หนังสือพิมพ์ และผักบนรถไฟจากพอร์ตฮิวรอนที่วิ่งมายังเมืองดีทรอยต์ เขาได้ทำการศึกษาการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ และการทดสอบทางเคมีหลายอย่างในระหว่างที่ทำงานอยู่ในรถไฟ จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุและถูกไล่ลงจากรถไฟ

เมื่อเขาสิทธิในการขายหนังสือพิมพ์บนถนน เขาได้พิมพ์หนังสือพิมพ์ในชื่อ แกรนด์ทรังก์เฮรัลด์ (Grand Trunk Herald) ด้วยความช่วยเหลือจากพนักงานอีก 4 คน ซึ่งเขาได้ขายหนังสือพิมพ์ของเขาพร้อมกับหนังสือพิมพ์ฉบับอื่น ซึ่งจุดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเจ้าของธุรกิจของเขาที่เขาได้เริ่มต้นการเป็นนักธุรกิจ ที่สุดท้ายทำให้เขามีบริษัท 14 แห่ง รวมไปถึง เจเนอรัลอิเล็กทริก บริษัทมหาชนด้านไฟฟ้าขนาดใหญ่ของโลก

ค.ศ. 1863 เอดิสันเข้าเป็นพนักงานส่งโทรเลข เขาเปลี่ยนบริษัทบ่อยมาก ในปีเดียว เขาเปลี่ยนบริษัททำงานถึง 4 ครั้ง ตามสถานที่ต่าง ๆ ในอเมริกาและแคนาดา

ค.ศ. 1864 เขาประดิษฐ์เครื่องบันทึกการนับคะแนน และยื่นขอจดสิทธิบัตร แต่เครื่องนั้นไม่ได้ถูกนำไปใช้งาน

ค.ศ. 1869 เขาเดินทางไปยังนิวยอร์ก และเปิดบริษัทวิศวกรไฟฟ้าขึ้น บริษัทนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ เจริญรุ่งเรือง

ค.ศ. 1871 สร้างอาคารซึ่งเปิดเป็นโรงงานและศูนย์วิจัยในตัวขึ้นและในปีนั้น เขาพบรักและแต่งงานกับ แมรี สติลเวลล์ (Mary Stilwell) ผู้มีอายุน้อยกว่าเอดิสันถึง 8 ปี และ ในปีนั้น แนนซีผู้เป็นมารดาของเอดิสัน เสียชีวิตลงในวัย 61 ปี

ค.ศ. 1876 สร้างอาคารโรงงานและศูนย์วิจัยใหม่ที่เมนโลพาร์ก (Menlo Park) รัฐนิวเจอร์ซีย์ และเริ่มลงมือประดิษฐ์โทรศัพท์ แต่ (อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์)(North Alexander Graham Bell) คิดค้นขึ้นได้ก่อน

ค.ศ. 1877 เอดิสันประดิษฐ์เครื่องบันทึกเสียงขึ้น และฉายา พ่อมดแห่งเมนโลพาร์ก ก็ได้มาจากการที่เขาประดิษฐ์เครื่องบันทึกเสียงนี้

ค.ศ. 1878 เอดิสันเริ่มศึกษาค้นคว้าคิดจะทำหลอดไฟ เพราะไฟส่องสว่างในสมัยนั้นสามารถก่อให้เกิดไฟไหม้ได้ง่าย

ค.ศ. 1879 ประดิษฐ์หลอดไฟไส้คาร์บอนสำเร็จ และเริ่มออกแบบสวิตช์เปิด-ปิดหลอดไฟให้ติดตั้งในบ้านเรือนได้ง่าย นับเป็นจุดเริ่มต้นของหลอดไฟบนโลกใบนี้

ค.ศ. 1880 เปลี่ยนไส้หลอดไฟจากคาร์บอนเป็นไม่ไผ่ญี่ปุ่น เพราะหลอดคาร์บอน ส่องสว่างได้นาน 40 ชั่วโมง แต่หลอดไม้ไผ่ญี่ปุ่น ส่องสว่างได้นานถึง 900 ชั่วโมง

ค.ศ. 1882 สร้างโรงจ่ายกระแสไฟฟ้าขึ้นที่นิวยอร์ก และเริ่มประกาศเทคโนโลยีหลอดไฟให้เป็นที่รู้จัก

ค.ศ. 1883 เขาประดิษฐ์หลอดไฟรุ่นใหม่ที่ใช้ในครัวเรือนทั่วไปได้ ทำให้หลอดไฟแพร่กระจายไปตามจุดต่าง ๆ ของโลกเร็วขึ้น

ค.ศ. 1884 แมรี ภรรยาของเขาเสียชีวิตลงด้วยโรคไทฟอยด์ในวัย 29 ปี

ค.ศ. 1886 เอดิสันแต่งงานใหม่กับมินา มิลเลอร์ (Mina Miller) ผู้มีอายุน้อยกว่าเอดิสันถึง 19 ปี

ค.ศ. 1891 ประดิษฐ์เครื่องถ่ายภาพตัดต่อสำเร็จ บันทึกภาพเคลื่อนไหว ซึ่งนำไปสู่การสร้างภาพยนตร์

ค.ศ. 1893 สร้างโรงถ่ายภาพยนตร์แห่งแรกของโลก

ค.ศ. 1894 ภาพเคลื่อนไหวเรื่องแรกของโลกถูกสร้างขึ้น มีชื่อว่า "บันทึกการจาม" แต่ยังไม่มีเสียง

ค.ศ. 1896 บิดาของเอดิสันเสียชีวิตลงในวัย 92 ปี และในปีนั้น เอดิสันรู้จักกับ เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford) ซึ่งต่อมาทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนซี้กัน

ค.ศ. 1898 เริ่มประดิษฐ์แบตเตอรี่ และประดิษฐ์สำเร็จใน ค.ศ. 1909ใช้เวลานานถึง 11 ปี

ค.ศ. 1912 เกิดการใช้เครื่องถ่ายภาพตัดต่อและเครื่องบันทึกเสียงพร้อมกัน ทำให้เกิดเป็น "ภาพยนตร์" ที่มีทั้งภาพและเสียง

หลังจากนั้น เขาถูกนักข่าวรุมถามเสมอว่า เอดิสันคิดอย่างไรกับการที่คนทั่วไปเรียกเขาว่าอัจฉริยะ เขาตอบว่า คำว่าอัจฉริยะในความคิดของผม ประกอบด้วยพรสวรรค์เพียง 1% ส่วนอีก 99% มาจากความพยายาม

หลังจากนั้น เอดิสันใช้ชีวิตอยู่กับบ้าน และเสียชีวิตในวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1931 ด้วยโรคเบาหวาน และไตวาย ในขณะที่เขามีอายุ 84 ปี ที่เวสต์ออเรนจ์ (West Orange) รัฐนิวเจอร์ซีย์

เอดิสัน นั้นกล่าวได้ว่าเป็นนักประดิษฐ์ที่มีผลงานมากที่สุดในยุคนั้น เขามีสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ภายใต้ชื่อของเขาเป็นจำนวนถึง 1,093 ชิ้น สิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง แต่เป็นการพัฒนาจากสิ่งประดิษฐ์ดั้งเดิมที่คิดค้นขึ้นโดยลูกจ้างของเขา เพราะเหตุนี้ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ ในเรื่องการอ้างผลงานเป็นของตัวแต่ผู้เดียว โดยไม่แบ่งปันให้กับผู้คิดค้นดั้งเดิม นอกจากสิทธิบัตรของเขาซึ่งมีอยู่ทั่วโลกแล้ว เอดิสันก็ยังได้ก่อตั้งบริษัทผลิตภาพยนตร์ ภายใต้ชื่อ Edison Trust

ในความเป็นจริงแล้ว เอดิสันไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าตามที่คนทั่วไปเข้าใจแต่อย่างใด หลักการของหลอดไฟฟ้าถูกพัฒนามาก่อนหน้านี้โดยนักประดิษฐ์หลายท่าน เช่น จูเซ็ปป์ สวอน (Juseph Swan) หรือ ไฮน์ริช เกอเบิล (Heinrich Goebel) อย่างไรก็ตามเอดิสันได้คำนึงถึงการนำหลอดไฟฟ้าไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง โดยเอดิสันได้ทำให้อายุการใช้งานของหลอดไฟฟ้ายาวนานพอที่จะนำไปใช้ได้อย่างสะดวกสบายในบ้านเรือนหรือร้านค้า นอกจากนั้นเอดิสันยังได้สร้างระบบผลิตและแจกจ่ายไฟฟ้าอีกด้วย

นิตยสารไลฟ์ (Life) ได้ยกย่องให้เอดิสันเป็นหนึ่งใน "100 คนที่สำคัญที่สุดในช่วง 1,000 ปีที่ผ่านมา"

  1. Baldwin, Neal (1995). Edison: Inventing the Century. Hyperion. pp. 3–5. ISBN 978-0-7868-6041-8.
  2. "Edison" by Matthew Josephson. McGraw Hill, New York, 1959, ISBN 978-0-07-033046-7
  3. "Edison: Inventing the Century" by Neil Baldwin, University of Chicago Press, 2001, ISBN 978-0-226-03571-0
  4. Josephson, p 18
  5. แม่แบบ:Cite CAB
  6. . Trading Markets.com. April 10, 2009. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 2010-12-06. สืบค้นเมื่อFebruary 7, 2010.Unknown parameter |deadurl= ignored (help)
  7. . Indian Express.com. April 9, 2009. จากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-12-06. สืบค้นเมื่อFebruary 7, 2010.Unknown parameter |deadurl= ignored (help)
คอมมอนส์ มีภาพและสื่อเกี่ยวกับ:
ทอมัส แอลวา เอดิสัน

ทอม, เอด, กว, ทยาศาสตร, ภาษาอ, เฝ, าด, แก, ไข, เปล, ยนทางจาก, โทม, เอด, ทอม, แอลวา, เอด, งกฤษ, thomas, alva, edison, เป, นน, กประด, ษฐ, และน, กธ, รก, จชาวอเมร, งประด, ษฐ, ปกรณ, สำค, ญต, าง, มากมาย, ได, ฉายา, อมดแห, งเมนโลพาร, เป, นหน, งในผ, เร, มนำหล, กการของ,. thxms exdisn nkwithyasastr phasaxun efadu aekikh epliynthangcak othms exdisn thxms aexlwa exdisn xngkvs Thomas Alva Edison epnnkpradisthaelankthurkicchawxemrikn phusungpradisthxupkrnthisakhytang makmay idchaya phxmdaehngemnolphark epnhnunginphurierimnahlkkarkhxng karphlitcanwnmak aela krabwnkarpradisth maprayuktrwmknthxms exdisnekidthxms aexlwa exdisn 11 kumphaphnth kh s 1847 1847 02 11 imelin rthoxihoxesiychiwit18 tulakhm kh s 1931 84 pi ewstxxernc rthniwecxrsiysychatixemriknkarsuksasungsudlaxxkcakorngeriynxachiphnkthurkicsasnaDeistkhusmrsMary Stilwell smrs kh s 1871 1884 Mina Miller smrs kh s 1886 1931 butrMarion Estelle Edison 1873 1965 Thomas Alva Edison Jr 1876 1935 William Leslie Edison 1878 1937 Madeleine Edison 1888 1979 Charles Edison 1890 1969 Theodore Miller Edison 1898 1992 bidamardaSamuel Ogden Edison Jr 1804 1896 Nancy Matthews Elliott 1810 1871 yatiLewis Miller father in law laymuxchuxelnmiediy A Day with Thomas Edison 1922 thxms exdisn mkcathukekhaicphidwaepnphukhidkhnhlxdif aetinkhwamepncringekhaepnbukhkhlaerkthicdsiththibtrinkarpradisthhlxdifcaknkwithyasastrkwa 20 khnthikhidkhnhlxdif aelasamarthnamathaepnthurkicid exdisnyngkhngepnhnunginphukxtngbristhecenxrlxielkthrik General Electric bristhekhruxngichiffakhnadihykhxngolk aelakxtngxikhlaybristhindaniffa hnunginbristhkhxngexdisnyngepnphukhidkhnekaxiiffasahrbpraharchiwitnkothsxikdwy exdisnyngkhngepnbukhkhlsakhyinsngkhramkraaesiffa War of Currents odyexdisnphyayamphlkdnrabbiffakraaestrngkhxngbristh aekhngkbrabbiffakraaesslbkhxngcxrc ewstingehas George Westinghouse odyphnknganinbristhkhxngekhaidokhsnachwnechuxkhwamxntraykhxngiffakraaesslbodykarkhahmaaemwepncanwnhlaytwxikechnkn enuxha 1 exdisninwyedk 2 prawtidanxun 3 phlngan 4 xangxing 5 aehlngkhxmulxunexdisninwyedk aekikh exdisninwyedk exdisnin kh s 1877 banekidkhxngexdisn thxms exdisn ekidemuxwnthi 11 kumphaphnth kh s 1847 ekhaepnlukkhnthi 7 aelakhnsudthay 1 odytwexdisnexngmiechuxsaydtch 2 inchwngthixyuinorngeriyn exdisn epnorngeriynelk inobsth minkeriynephiyng 48 khn mikhruephiyngsxngkhnkhux nayaelanangexngekil Engle aetdwykhwamthiexdisnminisysnicinsingrxbtw imichenuxhaintarakhrakhru singthiekhasnicthamkhrucungimicheruxngthikhrusxn aetepneruxngnxktara nayaelanangexngekil cungmkeriykekhawaepnedkthihwkhieluxy emuxmardathraberuxng cungipphudkhuykbkhunkhruthiorngeriyn hlngkarphudkhuy exdisntxngxxkcakorngeriyn odymardakhxngekhacaepnphusxnexdisndwytnexng hlngcakekhaorngeriynid 3 eduxnethann exdisnchunchxbhnngsuxnxkewlaelmhnungsungmiphaphaelaenuxhakarthdlxngthangwithyasastrthiphuxanthdlxngexngid ekhamikhwamsnicthicathakarthdlxnginhnngsux in kh s 1857 phxaelaaemkhxngekhacungsranghxngitdinephuxihexdisnidthakarthdlxngtang inhnngsux aelaekhakidthakarthdlxngmakmayinhxngitdinnn exdisnmipyhadankaridyinepnphlmacakikhdaaedngthiekhaepninchwngwyedkaelaimidrbkarrksa thaihhuchninkhxngekhatidechuxthaihekhamilksnaekuxbcaepnhuhnwk txmainkhnathiidthakarthdlxnginrthifaelathaihekidephlingihminrthif ekhathukphnknganrthiftbekhathihuthaihhuekhaichkarimid aelathukoynxxkmacakrthifphrxmkbekhruxngmuxaelasarekhmitang khxngekha sungekhaexngidbxkkbphuxunwahukhxngekhamipyha enuxngcakekhaidrwmngankbphnknganrthifinkarkhbekhluxntwrth aetphnknganrthifdunghukhxngekhathaihekhaprasbxubtiehtu 3 4 khrxbkhrwkhxngexdisnidyaymayngemuxngphxrthiwrxninrthmichiaeknhlngcakthithangrthifsayihmidtdthangldaelaimphanemuxngimelinthiekhaxasyxyu thaihthurkickhxngthibanerimsbesalng 5 ekhaiderimkhaylukxm hnngsuxphimph aelaphkbnrthifcakphxrthiwrxnthiwingmayngemuxngdithrxyt ekhaidthakarsuksakarwiekhraahechingkhunphaph aelakarthdsxbthangekhmihlayxyanginrahwangthithanganxyuinrthif cnkrathngekidxubtiehtuaelathukillngcakrthif 6 emuxekhasiththiinkarkhayhnngsuxphimphbnthnn ekhaidphimphhnngsuxphimphinchux aekrndthrngkehrld Grand Trunk Herald dwykhwamchwyehluxcakphnknganxik 4 khn sungekhaidkhayhnngsuxphimphkhxngekhaphrxmkbhnngsuxphimphchbbxun 6 sungcudniepncuderimtnkhxngkarecakhxngthurkickhxngekhathiekhaiderimtnkarepnnkthurkic thisudthaythaihekhamibristh 14 aehng rwmipthung ecenxrlxielkthrik bristhmhachndaniffakhnadihykhxngolk 7 8 prawtidanxun aekikhkh s 1863 exdisnekhaepnphnkngansngothrelkh ekhaepliynbristhbxymak inpiediyw ekhaepliynbrisththanganthung 4 khrng tamsthanthitang inxemrikaaelaaekhnada kh s 1864 ekhapradisthekhruxngbnthukkarnbkhaaenn aelayunkhxcdsiththibtr aetekhruxngnnimidthuknaipichngan kh s 1869 ekhaedinthangipyngniwyxrk aelaepidbristhwiswkriffakhun bristhnithuxwaprasbkhwamsaerc ecriyrungeruxng kh s 1871 srangxakharsungepidepnorngnganaelasunywicyintwkhunaelainpinn ekhaphbrkaelaaetngngankb aemri stilewll Mary Stilwell phumixayunxykwaexdisnthung 8 pi aela inpinn aennsiphuepnmardakhxngexdisn esiychiwitlnginwy 61 pi kh s 1876 srangxakharorngnganaelasunywicyihmthiemnolphark Menlo Park rthniwecxrsiy aelaerimlngmuxpradisthothrsphth aet xelksanedxr ekraehm ebll North Alexander Graham Bell khidkhnkhunidkxn kh s 1877 exdisnpradisthekhruxngbnthukesiyngkhun aelachaya phxmdaehngemnolphark kidmacakkarthiekhapradisthekhruxngbnthukesiyngni kh s 1878 exdisnerimsuksakhnkhwakhidcathahlxdif ephraaifsxngswanginsmynnsamarthkxihekidifihmidngay kh s 1879 pradisthhlxdifiskharbxnsaerc aelaerimxxkaebbswitchepid pidhlxdifihtidtnginbaneruxnidngay nbepncuderimtnkhxnghlxdifbnolkibni kh s 1880 epliynishlxdifcakkharbxnepnimiphyipun ephraahlxdkharbxn sxngswangidnan 40 chwomng aethlxdimiphyipun sxngswangidnanthung 900 chwomng kh s 1882 srangorngcaykraaesiffakhunthiniwyxrk aelaerimprakasethkhonolyihlxdifihepnthiruck kh s 1883 ekhapradisthhlxdifrunihmthiichinkhrweruxnthwipid thaihhlxdifaephrkracayiptamcudtang khxngolkerwkhun kh s 1884 aemri phrryakhxngekhaesiychiwitlngdwyorkhithfxydinwy 29 pi kh s 1886 exdisnaetngnganihmkbmina milelxr Mina Miller phumixayunxykwaexdisnthung 19 pi kh s 1891 pradisthekhruxngthayphaphtdtxsaerc bnthukphaphekhluxnihw sungnaipsukarsrangphaphyntr kh s 1893 srangorngthayphaphyntraehngaerkkhxngolk kh s 1894 phaphekhluxnihweruxngaerkkhxngolkthuksrangkhun michuxwa bnthukkarcam aetyngimmiesiyng kh s 1896 bidakhxngexdisnesiychiwitlnginwy 92 pi aelainpinn exdisnruckkb ehnri fxrd Henry Ford sungtxmathngkhukepnephuxnsikn kh s 1898 erimpradisthaebtetxri aelapradisthsaercin kh s 1909ichewlananthung 11 pi kh s 1912 ekidkarichekhruxngthayphaphtdtxaelaekhruxngbnthukesiyngphrxmkn thaihekidepn phaphyntr thimithngphaphaelaesiyng hlngcaknn ekhathuknkkhawrumthamesmxwa exdisnkhidxyangirkbkarthikhnthwiperiykekhawaxcchriya ekhatxbwa khawaxcchriyainkhwamkhidkhxngphm prakxbdwyphrswrrkhephiyng 1 swnxik 99 macakkhwamphyayam hlngcaknn exdisnichchiwitxyukbban aelaesiychiwitinwnthi 18 tulakhm kh s 1931 dwyorkhebahwan aelaitway 9 inkhnathiekhamixayu 84 pi thiewstxxernc West Orange rthniwecxrsiyphlngan aekikhexdisn nnklawidwaepnnkpradisththimiphlnganmakthisudinyukhnn ekhamisiththibtrsingpradisthphayitchuxkhxngekhaepncanwnthung 1 093 chin singpradisthehlani swnihyimidepnsingpradisththiekhakhidkhnkhunmaexng aetepnkarphthnacaksingpradisthdngedimthikhidkhnkhunodylukcangkhxngekha ephraaehtunithaihekhathukwiphakswicarnxyuesmx ineruxngkarxangphlnganepnkhxngtwaetphuediyw odyimaebngpnihkbphukhidkhndngedim nxkcaksiththibtrkhxngekhasungmixyuthwolkaelw exdisnkyngidkxtngbristhphlitphaphyntr phayitchux Edison Trust inkhwamepncringaelw exdisnimidepnphurierimpradisthhlxdiffatamthikhnthwipekhaicaetxyangid hlkkarkhxnghlxdiffathukphthnamakxnhnaniodynkpradisthhlaythan echn cuespp swxn Juseph Swan hrux ihnrich ekxebil Heinrich Goebel xyangirktamexdisnidkhanungthungkarnahlxdiffaipichngancringinchiwitpracawnxyangcringcng odyexdisnidthaihxayukarichngankhxnghlxdiffayawnanphxthicanaipichidxyangsadwksbayinbaneruxnhruxrankha nxkcaknnexdisnyngidsrangrabbphlitaelaaeckcayiffaxikdwy nitysarilf Life idykyxngihexdisnepnhnungin 100 khnthisakhythisudinchwng 1 000 pithiphanma xangxing aekikh National Historic Landmarks Program NHL Baldwin Neal 1995 Edison Inventing the Century Hyperion pp 3 5 ISBN 978 0 7868 6041 8 Edison by Matthew Josephson McGraw Hill New York 1959 ISBN 978 0 07 033046 7 Edison Inventing the Century by Neil Baldwin University of Chicago Press 2001 ISBN 978 0 226 03571 0 Josephson p 18 6 0 6 1 aemaebb Cite CAB GE emerges world s largest company Forbes Trading Markets com April 10 2009 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 2010 12 06 subkhnemux February 7 2010 Unknown parameter deadurl ignored help GE emerges world s largest company Forbes Indian Express com April 9 2009 ekb cakaehlngedimemux 2010 12 06 subkhnemux February 7 2010 Unknown parameter deadurl ignored help thxms aexlwa exdisn yxdnkpradisthesiychiwitaehlngkhxmulxun aekikhkhxmmxns miphaphaelasuxekiywkb thxms aexlwa exdisn ekhathungcak https th wikipedia org w index php title thxms exdisn amp oldid 9775224, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม