fbpx
วิกิพีเดีย

ระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ

"SI" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับดูความหมายอื่น ดูที่ SI (แก้ความกำกวม)

ระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ หรือ ระบบเอสไอ หรือ ซิสเตแม็งแตร์นาฌิองนาลดูนิเต (อังกฤษ:International System of Units; ฝรั่งเศส: Système international d'unités: SI) เป็นระบบการวัดที่ปรับปรุงมาจากระบบเมตริก โดยเน้นการสร้างมาจากหน่วยฐานทั้งเจ็ดหน่วยและใช้ระบบเลขฐานสิบ ซึ่งถือว่าเป็นระบบการวัดที่ใช้แพร่หลายที่สุดในโลกทั้งในชีวิตประจำวันและทางวิทยาศาสตร์

หน่วยฐาน IS
สัญลักษณ์ ชื่อ ปริมาณ
A แอมแปร์ กระแสไฟฟ้า
K เคลวิน อุณหภูมิพลหวัติ
s วินาที เวลา
m เมตร ความยาว
kg กิโลกรัม มวล
cd เคนเดลา ความเข้มของการส่องสว่าง
mol โมล ปริมาณของสาร
มีเพียงสามประเทศที่ยังไม่ใช้หน่วยเอสไอเป็นมาตรฐานของหน่วยวัด ได้แก่ ไลบีเรีย, พม่า และสหรัฐ

ระบบเมตริกแต่เดิมนั้นแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม โดยระบบเอสไอได้รับการพัฒนามาจากระบบหน่วยเมตร-กิโลกรัม-วินาที (meter-kilogram-second: MKS) ในปี ค.ศ. 1960 และได้ปรับเปลี่ยนนิยามรวมถึงเพิ่มลดหน่วยฐานเอสไอมาตลอดตามการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านการวัด เพื่อเพิ่มความเที่ยงตรงในการวัดมากขึ้น

ระบบเอสไอเป็นระบบที่ใช้กันเกือบทั้งโลก มีเพียงสามประเทศที่ยังไม่ใช้หน่วยเอสไอเป็นมาตรฐานของหน่วยวัด ได้แก่ ไลบีเรีย พม่า และสหรัฐ แม้ในอังกฤษเองได้ยอมรับให้ใช้ระบบเอสไออย่างเป็นทางการ แม้ว่าจะไม่สามารถทดแทนระบบดั้งเดิมได้ทั้งหมด

เนื้อหา

ระบบเมตริกถือกำเนิดขึ้นจากการรวบรวมหน่วยวัดต่าง ๆ โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการจากสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศสและพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ให้สร้างระบบการวัดที่เป็นสากลและเหมาะสม (ซึ่งหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนั้นคือ อ็องตวน ลาวัวซีเย ผู้ได้รับฉายาว่าเป็น "บิดาแห่งเคมีสมัยใหม่") ในวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1793 สมัชชาแห่งชาติฝรั่งเศส ได้ให้นิยามของหน่วยเมตรใหม่และกำหนดความยาวมาตรฐานรวมถึงหน่วยวัดฐานสิบอื่น ๆ ในวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 1795 ได้กำหนดหน่วยวัดมาตรฐานไว้ห้าหน่วยในกฎหมาย Loi du 18 germinal, an III ได้กำหนดนิยามของหน่วยกรัม ขึ้นมาแทนหน่วย grave ที่มีอยู่แต่เดิม จนในวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 1799 (ภายหลังการรัฐประหารของนโปเลียน 1 เดือน) ระบบเมตริกในฝรั่งเศสก็ใช้ได้อย่างสมบูรณ์

ปีที่แต่ละประเทศเปลี่ยนมาใช้ระบบเมตริก

ความต้องการในการร่วมมือระหว่างประเทศในด้านมาตรวิทยานำไปสู่การเซ็นสนธิสัญญาเมตริก 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2418 (ค.ศ. 1875) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งทำให้เกิดการจัดตั้งสำนักงานชั่ง ตวง วัดระหว่างประเทศ (BIPM) เพื่อกำหนดหน่วยวัดสากล คณะกรรมการมาตรวิทยาสากล (CIPM) และการประชุมมาตรวิทยาระหว่างประเทศ (CGPM) ซึ่งจัดประชุมทุก ๆ 4–6 ปี

หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ระบบมาตรวัดยังคงไม่เป็นมาตรฐาน ทั้งความหลากหลายที่เกิดจากระบบเมทริกเอง และความหลากหลายที่เกิดจากระบบมาตรวัดแบบดั้งเดิม ในการประชุมมาตรวิทยาระหว่างประเทศครั้งที่ 9 ในปี ค.ศ. 1948 จึงกำหนดให้คณะกรรมการมาตรวิทยาสากลสร้างหลักสูตรการศึกษาทางด้านมาตรวิทยาในระดับสากลขึ้นเพื่อใช้ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศึกษา

เพื่อที่จะสร้างหลักสูตรนี้ การประชุมมาตรวิทยาระหว่างประเทศครั้งที่ 10 จึงเห็นสมควรที่จะสร้างระบบสากลขึ้นมาจากหน่วยฐานทั้งหก โดยเพิ่มการวัดอุณหภูมิและการส่องสว่างจากแต่เดิมที่สร้างหน่วยวัดแค่ระบบกลศาสตร์และแม่เหล็กไฟฟ้า ได้แก่ เมตร กิโลกรัม วินาที แอมแปร์ องศาเคลวิน (ซึ่งภายหลังได้ตัดคำว่า "องศา" ทิ้งไป) และแคนเดลา การประชุมมาตรวิทยาระหว่างประเทศครั้งที่ 11 ปี ค.ศ. 1960 จึงได้กำหนดชื่อระบบใหม่นี้ว่า "ระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ" หรือที่ย่อเป็น "ระบบเอสไอ" จากชื่อระบบในภาษาฝรั่งเศสที่ว่า Système international d'unités และมีการเพิ่มหน่วยโมลเข้าเป็นหน่วยฐานในการประชุมมาตรวิทยาระหว่างประเทศครั้งที่ 14 ปี ค.ศ. 1971

มาตรฐานระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศให้เป็นไปตามนี้

  • นิยามคำศัพท์ทางด้าน "ปริมาณ" "หน่วย" ไดเมนชัน ฯลฯ ในด้านมาตรวิทยาของระบบเอสไอเป็นไปตามศัพท์มาตรวิทยาสากล (International Vocabulary of Metrology: IVM)
  • ปริมาณและสมการที่ใช้การนิยามระบบเอสไอถูกอ้างอิงไว้ในระบบของปริมาณระหว่างประเทศ (International System of Quantities: ISQ) และถูกระบุไว้ใน ISO/IEC 80000

ĪẄะบบหน่วยวัดระหว่างประเทศประกอบไปด้วยชุดของหน่วยวัดเอสไอและชุดของคำนำหน้าเอสไอ หน่วยวัดเอสไอเองแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือหน่วยฐานเอสไอและหน่วยอนุพันธ์เอสไอ

หน่วยฐานเอสไอ
ชื่อหน่วยวัด สัญลักษณ์หน่วยวัด ชื่อปริมาณ สัญลักษณ์ปริมาณ
เมตร m ความยาว l (L ตัวเล็ก)
กรัม g มวล m
วินาที s เวลา t
แอมแปร์ A กระแสไฟฟ้า I (i ตัวใหญ่)
เคลวิน K อุณหภูมิอุณหพลวัติ T
แคนเดลา cd ความเข้มของการส่องสว่าง Iv (i ตัวใหญ่ห้อยด้วยตัว v เล็ก)
โมล mol ปริมาณของสาร n

เราสามารถสร้างหน่วยอนุพันธ์เอสไอได้ไม่จำกัดจากการนำหน่วยฐานเอสไอทั้งเจ็ดมาคูณหรือหารกัน ตัวอย่างเช่นหน่วยอนุพันธ์ของเอสไอเกี่ยวกับความเร็วคือเมตรต่อวินาที (m/s) หน่วยอนุพันธ์บางหน่วยอาจมีชื่อเฉพาะเนื่องจากมีการใช้บ่อย ๆ เช่นโอห์ม หน่วยของความต้านทานซึ่งมีสัญลักษณ์ Ω สามารถนิยามได้จาก Ω = m2·kg·s−3·A−2 อันมีผลมาจากนิยามเกี่ยวกับความต้านทานไฟฟ้าโดยตรง

มีหน่วยพิเศษสองหน่วยคือเรเดียนและสเตอเรเดียน ที่เดิมถูกกำหนดให้เป็นหน่วยเสริม (supplement unit) ของระบบเอสไอ แต่ภายหลังได้รับการยกเลิกและจัดเป็นหน่วยอนุพันธ์ประเภทหนึ่งที่ไร้มิติ (dimensionless) กล่าวคือไม่มีหน่วยแทน

คำนำหน้าหน่วยเอสไอ(คำอุปสรรค)เป็นคำที่ใช้เติมข้างหน้าหน่วยเอสไอเพื่อสร้างพหุคูณของหน่วยเอสไอเดิม พหุคูณของหน่วยเอสไอจะเป็นสิบยกกำลังด้วยจำนวนเต็มเท่าต่าง ๆ และนอกเหนือจากสิบเท่า ร้อยเท่า ส่วนสิบเท่า และส่วนร้อยเท่าแล้วจะเป็นพหุคูณของพันเท่าและส่วนพันเท่าทั้งหมด

คำนำหน้าหน่วยเอสไอ
ชื่อ เดคา เฮกโต กิโล เมกะ จิกะ
กิกะ
เทระ เพนตะ เอกซะ เซตตะ ยอตตะ
สัญลักษณ์ da h k M G T P E Z Y
ตัวประกอบ 100 101 102 103 106 109 1012 1015 1018 1021 1024
ชื่อ เดซิ เซนติ มิลลิ ไมโคร นาโน พิโค เฟมโต อัตโต เซปโต ยอกโต
สัญลักษณ์ d c m μ n p f a z y
ตัวประกอบ 100 10−1 10−2 10−3 10−6 10−9 10−12 10−15 10−18 10−21 10−24

นอกเหนือจากหน่วยเอสไอแล้ว ยังมีชุดของหน่วยที่ไม่ใช่เอสไอแต่ยอมรับให้ใช้ในระบบเอสไอซึ่งมักจะเป็นหน่วยที่ใช้เป็นประจำแต่ไม่ตกอยู่ในกฎของเอสไอเช่นหน่วยลิตร

  • ปริมาณจะถูกเขียนตัวเลขและตามด้วยเว้นวรรคหนึ่งครั้ง (ซึ่งถือว่าแทนการคูณ) แล้วตามด้วยสัญลักษณ์ของหน่วยนั้น เช่น "2.21 kg", "7.3×102 m2", "22 K" ซึ่งรวมถึงหน่วยเปอร์เซ็นต์ (%) ข้อยกเว้นสำหรับกฎนี้ได้แก่สัญลักษณ์ที่เป็นองศา ลิปดา และฟิลิปดา (°, ′ และ ″) ซึ่งจะเขียนติดกันไปโดยไม่ต้องเว้นวรรค
  • หน่วยอนุพันธ์ที่คูณกันจะเชื่อมกันด้วยจุดกลาง (·) หรือเว้นวรรคโดยไม่แยกบรรทัดเช่น "N·m" หรือ "N m"
  • หน่วยอนุพันธ์ที่หารกันจะเชื่อมกันด้วยเครื่องหมายทับ (⁄) หรือยกกำลังด้วยเลขติดลบ เช่นเมตรต่อวินาที สามารถเขียนในรูปแบบ "m⁄s", "m s−1", "m·s−1" หรือ m s {\displaystyle \textstyle {\frac {\mathrm {m} }{\mathrm {s} }}} โดยให้ใช้เครื่องหมายทับได้เพียงครั้งเดียวเช่น "kg⁄ (m·s2) " หรือ "kg·m−1·s−2" ก็ได้แต่ห้ามใช้ "kg⁄m⁄s2" ในคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์จะมีเครื่องหมาย / ซึ่งตรงกับรหัสยูนิโคดU+002F แต่ไม่ใช่เครื่องหมายทับที่ใช้กับหน่วยเอสไอซึ่งตรงกับรหัสยูนิโคด U+2044.
  • สัญลักษณ์หน่วยจะถือความหมายเชิงคณิตศาสตร์ ไม่ใช่ตัวย่อ จึงไม่ลงท้ายด้วยจุดมหัพภาค (.)
  • สัญลักษณ์เขียนด้วยตัวอักษรภาษาโรมันตัวตรงเช่น m หรือ s เพื่อให้แตกต่างจากตัวแปรซึ่งมักจะใช้ตัวเอียงเช่น m แทนมวลหรือ s แทนระยะกระจัดตามข้อตกลงของมาตรฐานสากล กฎข้อนี้ขึ้นอยู่กับแบบอักษรที่ใช้ในข้อความข้างเคียง
  • สัญลักษณ์ของหน่วยจะถูกเขียนในรูปตัวพิมพ์เล็กเช่น "m", "s", "mol" ยกเว้นแต่สัญลักษณ์ที่ย่อมาจากชื่อบุคคล เช่นหน่วยของความดันถูกตั้งตามแบลส ปาสกาล ดังนั้นสัญลักษณ์แทนจึงเขียนด้วย "Pa" ในขณะที่หน่วยเต็มจะเขียนด้วย pascal
    • ข้อยกเว้นสำหรับการเขียนตัวพิมพ์เล็กในสัญลักษณ์คือลิตร "l" ดูคล้ายกับเลข "1" หรือตัวไอใหญ่ ในหลายประเทศจึงแนะนำให้ใช้ "L" ซึ่งได้รับการยอมรับการประชุมมาตรวิทยาระหว่างประเทศในปี ค.ศ. 1979 ในญี่ปุ่นและกรีซใช้ตัวเอลหวัด (ℓ) แทนลิตร แต่ไม่ได้ถูกกำหนดเป็นมาตรฐานแต่อย่างใด
  • คำนำหน้าหน่วยให้เขียนติดกับหน่วยโดยไม่มีเครื่องหมายวรรคตอนมาคั่นเช่น "k" ใน "km", "M" ใน "MPa", "G" ใน "GHz") และห้ามใช้คำนำหน้าหน่วยซ้อนกันเช่นห้ามใช้ กิโลกิโลเฮิรตซ์ แต่ต้องใช้ จิกะเฮิรตซ์ และหากคำนำหน้าหน่วยไม่พอ ให้ใช้สัญกรณ์วิทยาศาสตร์หรือคำนำหน้าหน่วยและตัวเลขที่เหมาะสมแทนเช่น 600 นาโนเมตร หรือ6×10−7 m
  • สัญลักษณ์คำหน้าหน่วยที่ใหญ่กว่า 103 (kilo) ให้ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่
  • สัญลักษณ์ของหน่วยจะไม่เป็นพหูพจน์เช่น "25 kg" ไม่ใช่ "25 kgs".
  • มติในการการประชุมมาตรวิทยาระหว่างประเทศปี ค.ศ. 2003 กำหนดให้สัญลักษณ์ของแยกทศนิยมเป็นจุดมหัพภาค (.) หรือจุลภาค (, ) ก็ได้ โดยส่วนมากแล้วในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษและประเทศในเอเซียส่วนใหญ่มักใช้จุดมหัพภาค (.) แต่ประเทศในยุโรปภาคพื้นทวีปหลายประเทศมักใช้จุลภาค (, )
  • เราสามารถใช้การเว้นวรรคในการแยกเลขหลักพันเช่นหนึ่งล้านสามารถเขียนได้เป็น 1,000,000 เพื่อให้ต่างจากการใช้จุลภาคหรือมหัพภาคในการแยกทศนิยม และเพื่อให้แตกต่างจากประเทศที่ใช้การเว้นวรรคในการแยกคำ วรรคที่ใช้ในการแยกเลขหลักพันจะเล็กกว่าวรรคที่ใช้แยกคำเล็กน้อย (thin space)
  1. International Bureau of Weights and Measures (2006), (PDF) (8th ed.), ISBN 92-822-2213-6
  2. . สืบค้นเมื่อ25 July 2006.
  3. . คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 2017-07-15. สืบค้นเมื่อ2012-02-27.
  4. (PDF) (8 ed.). International Bureau of Weights and Measures (BIPM). 2006. p. 133.
  5. Thompson, A.; Taylor, B. N. (July 2008). . National Institute of Standards and Technology. สืบค้นเมื่อ29 December 2009.
  6. Bureau International des Poids et Mesures (2006). (PDF). 8th ed. สืบค้นเมื่อ13 February 2008.Cite journal requires |journal= (help) Chapter 5.
  7. Ambler Thompson and Barry N. Taylor, (2008), , (Special publication 811), Gaithersburg, MD: National Institute of Standards and Technology, section 6.1.2
  8. Ambler Thompson and Barry N. Taylor, (2008), , (Special publication 811), Gaithersburg, MD: National Institute of Standards and Technology, section 4.3.

ระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ
ระบบหน, วยว, ดระหว, างประเทศ, ภาษาอ, เฝ, าด, แก, ไข, เปล, ยนทางจาก, หน, วยเอสไอ, เปล, ยนทางมาท, สำหร, บด, ความหมายอ, แก, ความกำกวม, หร, ระบบเอสไอ, หร, สเตแม, งแตร, นาฌ, องนาลด, เต, งกฤษ, international, system, units, ฝร, งเศส, système, international, unités, เ. rabbhnwywdrahwangpraeths phasaxun efadu aekikh epliynthangcak hnwyexsix SI epliynthangmathini sahrbdukhwamhmayxun duthi SI aekkhwamkakwm rabbhnwywdrahwangpraeths hrux rabbexsix hrux sisetaemngaetrnachixngnalduniet xngkvs International System of Units 1 frngess Systeme international d unites SI 2 epnrabbkarwdthiprbprungmacakrabbemtrik odyennkarsrangmacakhnwythanthngecdhnwyaelaichrabbelkhthansib 3 sungthuxwaepnrabbkarwdthiichaephrhlaythisudinolkthnginchiwitpracawnaelathangwithyasastrhnwythan IS sylksn chux priman A aexmaepr kraaesiffa K ekhlwin xunhphumiphlhwti s winathi ewla m emtr khwamyaw kg kiolkrm mwl cd ekhnedla khwamekhmkhxngkarsxngswang mol oml primankhxngsar miephiyngsampraethsthiyngimichhnwyexsixepnmatrthankhxnghnwywd idaek ilbieriy phma aelashrth rabbemtrikaetedimnnaebngxxkepnhlayklum odyrabbexsixidrbkarphthnamacakrabbhnwyemtr kiolkrm winathi meter kilogram second MKS inpi kh s 1960 aelaidprbepliynniyamrwmthungephimldhnwythanexsixmatlxdtamkarphthnaethkhonolyithangdankarwd ephuxephimkhwamethiyngtrnginkarwdmakkhun rabbexsixepnrabbthiichknekuxbthngolk miephiyngsampraethsthiyngimichhnwyexsixepnmatrthankhxnghnwywd idaek ilbieriy phma aelashrth aeminxngkvsexngidyxmrbihichrabbexsixxyangepnthangkar aemwacaimsamarththdaethnrabbdngedimidthnghmd enuxha 1 prawti 2 rabbthiekiywkhxng 3 hnwyexsix 4 karekhiynsylksnkhxngprimanthangexsix 5 xangxing 6 aehlngkhxmulxunprawti aekikhrabbemtrikthuxkaenidkhuncakkarrwbrwmhnwywdtang odyklumnkwithyasastrsungidrbkaraetngtngihepnkhnakrrmkarcaksphaphuaethnrasdrfrngessaelaphraecahluysthi 16 ihsrangrabbkarwdthiepnsaklaelaehmaasm 4 sunghnunginnkwithyasastrklumnnkhux xxngtwn lawwsiey phuidrbchayawaepn bidaaehngekhmismyihm inwnthi 1 singhakhm kh s 1793 smchchaaehngchatifrngess idihniyamkhxnghnwyemtrihmaelakahndkhwamyawmatrthanrwmthunghnwywdthansibxun inwnthi 7 emsayn kh s 1795 idkahndhnwywdmatrthaniwhahnwyinkdhmay Loi du 18 germinal an III idkahndniyamkhxnghnwykrm khunmaaethnhnwy grave thimixyuaetedim cninwnthi 10 thnwakhm kh s 1799 phayhlngkarrthpraharkhxngnopeliyn 1 eduxn rabbemtrikinfrngesskichidxyangsmburn pithiaetlapraethsepliynmaichrabbemtrik khwamtxngkarinkarrwmmuxrahwangpraethsindanmatrwithyanaipsukaresnsnthisyyaemtrik 20 phvsphakhm ph s 2418 kh s 1875 thikrungparis praethsfrngess sungthaihekidkarcdtngsanknganchng twng wdrahwangpraeths BIPM ephuxkahndhnwywdsakl khnakrrmkarmatrwithyasakl CIPM aelakarprachummatrwithyarahwangpraeths CGPM sungcdprachumthuk 4 6 pi hlngcaksngkhramolkkhrngthi 2 rabbmatrwdyngkhngimepnmatrthan thngkhwamhlakhlaythiekidcakrabbemthrikexng aelakhwamhlakhlaythiekidcakrabbmatrwdaebbdngedim inkarprachummatrwithyarahwangpraethskhrngthi 9 inpi kh s 1948 cungkahndihkhnakrrmkarmatrwithyasaklsranghlksutrkarsuksathangdanmatrwithyainradbsaklkhunephuxichindanwithyasastr ethkhonolyi aelakarsuksa ephuxthicasranghlksutrni karprachummatrwithyarahwangpraethskhrngthi 10 cungehnsmkhwrthicasrangrabbsaklkhunmacakhnwythanthnghk odyephimkarwdxunhphumiaelakarsxngswangcakaetedimthisranghnwywdaekhrabbklsastraelaaemehlkiffa idaek emtr kiolkrm winathi aexmaepr xngsaekhlwin sungphayhlngidtdkhawa xngsa thingip aelaaekhnedla karprachummatrwithyarahwangpraethskhrngthi 11 pi kh s 1960 cungidkahndchuxrabbihmniwa rabbhnwywdrahwangpraeths hruxthiyxepn rabbexsix cakchuxrabbinphasafrngessthiwa Systeme international d unites aelamikarephimhnwyomlekhaepnhnwythaninkarprachummatrwithyarahwangpraethskhrngthi 14 pi kh s 1971rabbthiekiywkhxng aekikhmatrthanrabbhnwywdrahwangpraethsihepniptamni niyamkhasphththangdan priman hnwy idemnchn l indanmatrwithyakhxngrabbexsixepniptamsphthmatrwithyasakl International Vocabulary of Metrology IVM primanaelasmkarthiichkarniyamrabbexsixthukxangxingiwinrabbkhxngprimanrahwangpraeths International System of Quantities ISQ aelathukrabuiwin ISO IEC 80000hnwyexsix aekikhdubthkhwamhlkthi hnwythanexsix hnwyxnuphnthexsix aela khanahnahnwyexsix iẄrabbhnwywdrahwangpraethsprakxbipdwychudkhxnghnwywdexsixaelachudkhxngkhanahnaexsix hnwywdexsixexngaebngxxkepn 2 swnkhuxhnwythanexsixaelahnwyxnuphnthexsix hnwythanexsix chuxhnwywd sylksnhnwywd chuxpriman sylksnprimanemtr m khwamyaw l L twelk krm g mwl mwinathi s ewla taexmaepr A kraaesiffa I i twihy ekhlwin K xunhphumixunhphlwti Taekhnedla cd khwamekhmkhxngkarsxngswang Iv i twihyhxydwytw v elk oml mol primankhxngsar n erasamarthsranghnwyxnuphnthexsixidimcakdcakkarnahnwythanexsixthngecdmakhunhruxharkn twxyangechnhnwyxnuphnthkhxngexsixekiywkbkhwamerwkhuxemtrtxwinathi m s hnwyxnuphnthbanghnwyxacmichuxechphaaenuxngcakmikarichbxy echnoxhm hnwykhxngkhwamtanthansungmisylksn W samarthniyamidcak W m2 kg s 3 A 2 xnmiphlmacakniyamekiywkbkhwamtanthaniffaodytrng mihnwyphiesssxnghnwykhuxerediynaelasetxerediyn thiedimthukkahndihepnhnwyesrim supplement unit khxngrabbexsix aetphayhlngidrbkarykelikaelacdepnhnwyxnuphnthpraephthhnungthiirmiti dimensionless klawkhuximmihnwyaethn khanahnahnwyexsix khaxupsrrkh epnkhathiichetimkhanghnahnwyexsixephuxsrangphhukhunkhxnghnwyexsixedim phhukhunkhxnghnwyexsixcaepnsibykkalngdwycanwnetmethatang aelanxkehnuxcaksibetha rxyetha swnsibetha aelaswnrxyethaaelwcaepnphhukhunkhxngphnethaaelaswnphnethathnghmd khanahnahnwyexsix chux edkha ehkot kiol 5 emka 5 cika 5 kika 5 ethra 5 ephnta exksa estta yxttasylksn da h k M G T P E Z Ytwprakxb 100 101 102 103 106 109 1012 1015 1018 1021 1024 chux edsi esnti milli imokhr naon phiokh efmot xtot espot yxkotsylksn d c m m n p f a z ytwprakxb 100 10 1 10 2 10 3 10 6 10 9 10 12 10 15 10 18 10 21 10 24 nxkehnuxcakhnwyexsixaelw yngmichudkhxnghnwythiimichexsixaetyxmrbihichinrabbexsixsungmkcaepnhnwythiichepnpracaaetimtkxyuinkdkhxngexsixechnhnwylitrkarekhiynsylksnkhxngprimanthangexsix aekikhprimancathukekhiyntwelkhaelatamdwyewnwrrkhhnungkhrng sungthuxwaaethnkarkhun aelwtamdwysylksnkhxnghnwynn echn 2 21 kg 7 3 102 m2 22 K sungrwmthunghnwyepxresnt khxykewnsahrbkdniidaeksylksnthiepnxngsa lipda aelafilipda aela sungcaekhiyntidknipodyimtxngewnwrrkh 6 7 hnwyxnuphnththikhunkncaechuxmkndwycudklang hruxewnwrrkhodyimaeykbrrthdechn N m hrux N m hnwyxnuphnththiharkncaechuxmkndwyekhruxnghmaythb hruxykkalngdwyelkhtidlb echnemtrtxwinathi samarthekhiyninrupaebb m s m s 1 m s 1 hrux m s displaystyle textstyle frac mathrm m mathrm s odyihichekhruxnghmaythbidephiyngkhrngediywechn kg m s2 hrux kg m 1 s 2 kidaethamich kg m s2 inkhiybxrdkhxmphiwetxrcamiekhruxnghmay sungtrngkbrhsyuniokhdU 002F aetimichekhruxnghmaythbthiichkbhnwyexsixsungtrngkbrhsyuniokhd U 2044 sylksnhnwycathuxkhwamhmayechingkhnitsastr imichtwyx cungimlngthaydwycudmhphphakh sylksnekhiyndwytwxksrphasaormntwtrngechn m hrux s ephuxihaetktangcaktwaeprsungmkcaichtwexiyngechn m aethnmwlhrux s aethnrayakracdtamkhxtklngkhxngmatrthansakl kdkhxnikhunxyukbaebbxksrthiichinkhxkhwamkhangekhiyng 8 sylksnkhxnghnwycathukekhiyninruptwphimphelkechn m s mol ykewnaetsylksnthiyxmacakchuxbukhkhl echnhnwykhxngkhwamdnthuktngtamaebls paskal dngnnsylksnaethncungekhiyndwy Pa inkhnathihnwyetmcaekhiyndwy pascal 9 khxykewnsahrbkarekhiyntwphimphelkinsylksnkhuxlitr l dukhlaykbelkh 1 hruxtwixihy inhlaypraethscungaenanaihich L sungidrbkaryxmrbkarprachummatrwithyarahwangpraethsinpi kh s 1979 inyipunaelakrisichtwexlhwd ℓ aethnlitr aetimidthukkahndepnmatrthanaetxyangid khanahnahnwyihekhiyntidkbhnwyodyimmiekhruxnghmaywrrkhtxnmakhnechn k in km M in MPa G in GHz aelahamichkhanahnahnwysxnknechnhamich kiolkiolehirts aettxngich cikaehirts aelahakkhanahnahnwyimphx ihichsykrnwithyasastrhruxkhanahnahnwyaelatwelkhthiehmaasmaethnechn 600 naonemtr hrux 6 10 7 m sylksnkhahnahnwythiihykwa 103 kilo ihichtwphimphihy 10 sylksnkhxnghnwycaimepnphhuphcnechn 25 kg imich 25 kgs 8 mtiinkarkarprachummatrwithyarahwangpraethspi kh s 2003 kahndihsylksnkhxngaeykthsniymepncudmhphphakh hruxculphakh kid odyswnmakaelwinpraethsthiichphasaxngkvsaelapraethsinexesiyswnihymkichcudmhphphakh aetpraethsinyuorpphakhphunthwiphlaypraethsmkichculphakh erasamarthichkarewnwrrkhinkaraeykelkhhlkphnechnhnunglansamarthekhiynidepn 1 000 000 ephuxihtangcakkarichculphakhhruxmhphphakhinkaraeykthsniym aelaephuxihaetktangcakpraethsthiichkarewnwrrkhinkaraeykkha wrrkhthiichinkaraeykelkhhlkphncaelkkwawrrkhthiichaeykkhaelknxy thin space xangxing aekikh International Bureau of Weights and Measures 2006 The International System of Units SI PDF 8th ed ISBN 92 822 2213 6 Resolution of the International Bureau of Weights and Measures establishing the International System of Units Official BIPM definitions The name kilogram subkhnemux 25 July 2006 5 0 5 1 5 2 5 3 5 4 sphthbyytirachbnthitysthan khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 2017 07 15 subkhnemux 2012 02 27 The International System of Units SI PDF 8 ed International Bureau of Weights and Measures BIPM 2006 p 133 Thompson A Taylor B N July 2008 NIST Guide to SI Units Rules and Style Conventions National Institute of Standards and Technology subkhnemux 29 December 2009 8 0 8 1 Bureau International des Poids et Mesures 2006 The International System of Units SI PDF 8th ed subkhnemux 13 February 2008 Cite journal requires journal help Chapter 5 Ambler Thompson and Barry N Taylor 2008 Guide for the Use of the International System of Units SI Special publication 811 Gaithersburg MD National Institute of Standards and Technology section 6 1 2 Ambler Thompson and Barry N Taylor 2008 Guide for the Use of the International System of Units SI Special publication 811 Gaithersburg MD National Institute of Standards and Technology section 4 3 aehlngkhxmulxun aekikhsthabnmatrwithyaaehngchatiekhathungcak https th wikipedia org w index php title rabbhnwywdrahwangpraeths amp oldid 9584822, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม