fbpx
วิกิพีเดีย

สหรัฐ

บทความนี้เกี่ยวกับสหรัฐ (แก้ความกำกวม) สำหรับความหมายอื่น ดูที่ สหรัฐ (แก้ความกำกวม)

สหรัฐอเมริกา (อังกฤษ:United States of America) โดยทั่วไปเรียก สหรัฐ (United States) หรือ อเมริกา (America) เป็นสหพันธ์สาธารณรัฐ ประกอบด้วยรัฐ 50 รัฐ และหนึ่งเขตปกครองกลาง ห้าดินแดนปกครองตนเองสำคัญ และเกาะเล็กต่าง ๆ โดย 48 รัฐและเขตปกครองกลางตั้งอยู่ ณ ทวีปอเมริกาเหนือระหว่างประเทศแคนาดาและเม็กซิโก รัฐอะแลสกาอยู่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ มีเขตแดนติดต่อกับประเทศแคนาดาทางทิศตะวันออกและข้ามช่องแคบเบริงจากประเทศรัสเซียทางทิศตะวันตก และรัฐฮาวายเป็นกลุ่มเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกกลาง ดินแดนของสหรัฐกระจายอยู่ตามมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลแคริบเบียน ครอบคลุมเขตเวลาเก้าเขต ภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศและสัตว์ป่าของประเทศหลากหลายอย่างยิ่ง

สหรัฐอเมริกา
United States of America (อังกฤษ)
คำขวัญ:
Other traditional mottos:
ที่ตั้งของสหรัฐแผ่นดินใหญ่รวมถึงรัฐอะแลสกาและรัฐฮาวาย
เมืองหลวง
เมืองใหญ่สุดนครนิวยอร์ก
40°43′N74°00′W /40.717°N 74.000°W /40.717; -74.000
ภาษาราชการไม่มีในระดับสหพันธรัฐ
ภาษาประจำชาติภาษาอังกฤษ
การปกครองสหพันธ์ ระบบประธานาธิบดี สาธารณรัฐรัฐธรรมนูญ
โจ ไบเดิน
กมลา แฮร์ริส
สภานิติบัญญัติรัฐสภา
วุฒิสภา
สภาผู้แทนราษฎร
ประกาศเอกราชจากบริเตนใหญ่
4 กรกฎาคม 1776
3 กันยายน 1783
21 มิถุนายน 1788
24 มีนาคม 1976
พื้นที่
• รวม
9,629,091 ตารางกิโลเมตร (3,717,813 ตารางไมล์) (4)
4.87
ประชากร
• 2018 ประมาณ
328,173,000 (3)
• สำมะโนประชากร 2010
309,349,689 (3)
34.2 ต่อตารางกิโลเมตร (88.6 ต่อตารางไมล์) (180)
จีดีพี(อำนาจซื้อ)2017 (ประมาณ)
• รวม
$ 19.362 ล้านล้าน
$ 59,495
จีดีพี(ราคาตลาด)2017 (ประมาณ)
• รวม
$ 19.362 ล้านล้าน
$ 59,495
จีนี(2020) 48.5
สูง
HDI(2019) 0.926
สูงมาก · 17
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ($) (USD)
เขตเวลาUTC−4 to −12, +10, +11
• ฤดูร้อน (DST)
UTC−4 to −10
ขับรถด้านขวามือ
รหัสโทรศัพท์1
โดเมนบนสุด.us .gov .mil .edu
เว็บไซต์

บทความนี้อ้างอิงคริสต์ศักราช/คริสต์ทศวรรษ/คริสต์ศตวรรษ ซึ่งเป็นสาระสำคัญของเนื้อหา

สหรัฐมีพื้นที่ขนาด 9.8 ล้านตารางกิโลเมตร มีประชากรราว 326 ล้านคน ทำให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของโลก และมีประชากรมากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก เป็นประเทศซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม และเป็นที่พำนักของประชากรเข้าเมืองใหญ่สุดในโลก การมีลักษณะแบบเมืองทะยานเกิน 80% ในปี 2010 และนำสู่มหภาค (megaregion) ที่เติบโตขึ้น เมืองหลวงของประเทศ คือ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และนครใหญ่สุดคือ นครนิวยอร์ก

อินเดียนดึกดำบรรพ์จากยูเรเชียย้ายถิ่นมาแผ่นดินใหญ่ทวีปอเมริกาเหนือเมื่อ 15,000 ปีก่อน การยึดเป็นอาณานิคมของยุโรปเริ่มในคริสต์ศตวรรษที่ 16 สหรัฐกำเนิดจาก 13 อาณานิคมของบริเตนตามชายฝั่งตะวันออก ข้อพิพาทหลายครั้งระหว่างบริเตนใหญ่และอาณานิคมหลังสงครามเจ็ดปีนำสู่การปฏิวัติอเมริกาซึ่งเริ่มในปี 1775 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 1776 ผู้แทนจาก 13 อาณาเขตลงมติรับคำประกาศอิสรภาพเป็นเอกฉันท์ ขณะที่อาณานิคมกำลังต่อสู้กับบริเตนใหญ่ในสงครามปฏิวัติอเมริกา สงครามยุติในปี 1783 โดยราชอาณาจักรบริเตนใหญ่รับรองเอกราชของสหรัฐ และเป็นสงครามประกาศอิสรภาพต่อจักรวรรดิอาณานิคมยุโรปที่ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกด้วย มีการลงมติรับรัฐธรรมนูญของประเทศในปี 1788 หลังบทบัญญัติสมาพันธรัฐ (Articles of Confederation) ซึ่งมีการลงมติรับในปี 1781 รู้สึกว่าให้อำนาจแก่สหพันธรัฐไม่เพียงพอ ในปี 1791 มีการให้สัตยาบันการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสิบครั้งแรก ซึ่งเรียกรวมว่า รัฐบัญญัติสิทธิ ซึ่งออกแบบมาเพื่อประกันเสรีภาพพลเมืองพื้นฐานหลายข้อ

สหรัฐเริ่มขยายดินแดนอย่างแข็งขันทั่วทวีปอเมริกาเหนือตลอดคริสต์ศตวรรษที่ 19 ขับไล่เผ่าอเมริกันพื้นเมือง ซื้อดินแดนใหม่ และค่อย ๆ รับรัฐใหม่จนขยายทั่วทวีปในปี 1848 ระหว่างครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 19 สงครามกลางเมืองอเมริกานำให้ยุติความเป็นทาสตามกฎหมายในประเทศ เมื่อถึงสิ้นศตวรรษนั้น สหรัฐขยายเข้ามหาสมุทรแปซิฟิก และเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่เริ่มเติบโตอย่างรวดเร็ว สงครามสเปน–อเมริกาและสงครามโลกครั้งที่หนึ่งยืนยันสถานภาพมหาอำนาจทางทหารโลกของสหรัฐ สหรัฐกำเนิดจากสงครามโลกครั้งที่สองเป็นอภิมหาอำนาจโลก ประเทศแรกที่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หลังสงครามเย็นสิ้นสุดและการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991 ส่งผลให้สหรัฐกลายเป็นรัฐอภิมหาอำนาจเดี่ยวของโลก

สหรัฐเป็นประเทศพัฒนาสูง โดยมีเศรษฐกิจใหญ่สุดของโลกตามจีดีพีราคาตลาด อยู่ในอันดับต้น ๆ ในการวัดสมรรถภาพสังคมเศรษฐกิจหลายรายการ ซึ่งรวมถึงค่าจ้างเฉลี่ย การพัฒนามนุษย์ จีดีพีต่อหัวและผลิตภาพต่อคน ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐถือว่าเป็นหลังอุตสาหกรรม (post-industrial) ซึ่งมีลักษณะที่บริการและเศรษฐกิจความรู้ครอบงำ แต่ภาคการผลิตยังมีขนาดใหญ่สุดอันดับสองของโลก แม้มีประชากรรวมเพียง 4.3% ของโลก แต่สหรัฐคิดเป็นเกือบหนึ่งในสี่ของจีดีพีโลก และกว่าหนึ่งในสามของรายจ่ายทางทหารโลก ทำให้เป็นชาติเศรษฐกิจและการทหารแนวหน้า สหรัฐเป็นประเทศการเมืองและวัฒนธรรมโดดเด่น และผู้นำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเทคโนโลยี

เนื้อหา

ในปี 1507 นักเขียนแผนที่ชาวเยอรมัน มาร์ติน วัลด์เซมึลเลอร์ ผลิตแผนที่โลกซึ่งเขาได้ตั้งชื่อดินแดนทางซีกโลกตะวันตกในแผนที่ดังกล่าวว่า "อเมริกา" ตามชื่อของนักสำรวจและนักเขียนแผนที่ชาวอิตาเลียน อเมริโก เวสปุชชี หลักฐานเอกสารแรกของวลี "สหรัฐอเมริกา" มาจากจดหมายลงวันที่ 2 มกราคม 1776 ซึ่งสตีเฟน มอยแลน นายทหารผู้ช่วยของจอร์จ วอชิงตันและนายพลแห่งกองทัพภาคพื้นทวีป ส่งถึงพลโท โจเซฟ รีด มอยแลนแสดงความปรารถนาของเขาในการนำ "อำนาจเต็มและเกินพอของสหรัฐอเมริกา" ไปประเทศสเปนเพื่อสนับสนุนในความพยายามของสงครามปฏิวัติ สิ่งพิมพ์เผยแพร่แรกเท่าที่ทราบของวลี "สหรัฐอเมริกา" อยู่ในความเรียงไม่ทราบผู้เขียนในหนังสือพิมพ์ เดอะเวอร์จิเนียกาเซต ในวิลเลียมสเบิร์ก เวอร์จิเนีย เมื่อวันที่ 6 เมษายน 1776

เดิมอดีตอาณานิคมอังกฤษได้ใช้ชื่อเรียกสมัยใหม่ของประเทศในคำประกาศอิสรภาพ ("การประกาศอิสรภาพของสิบสามสหรัฐอเมริกาด้วยน้ำหนึ่งใจเดียวกัน") ประกาศใช้โดย "คณะผู้แทนสหรัฐอเมริกา" เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2319 ส่วนชื่อในปัจจุบันได้รับการสรุปเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2320 เมื่อสภานิติบัญญัติภาคพื้นทวีปที่สองได้ประกาศใช้ข้อบังคับแห่งสมาพันธรัฐ ความว่า "สมาพันธรัฐซึ่งตั้งขึ้นนี้ เรียกว่า "สหรัฐอเมริกา" ถ้อยคำมาตรฐานสั้น ๆ ซึ่งใช้เรียกสหรัฐอเมริกา คือ สหรัฐ (United States) และชื่อเรียกอีกหลายรูปแบบ ได้แก่ the U.S., the USA และ America คำว่า Columbia ก็เคยเป็นชื่อที่ได้รับความนิยมในการเรียกสหรัฐอเมริกา ซึ่งมาจากชื่อของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส และยังปรากฏในชื่อ "District of Columbia" อีกด้วย

สำหรับการเรียกสหรัฐอเมริกาของคนไทย ในอดีต เคยเรียกชื่อสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการว่า "สหปาลีรัฐอเมริกา" ส่วนชื่ออื่นที่ใช้เรียกสหรัฐอเมริกา เช่น มะกัน ลุงแซม อินทรี พญาอินทรี เจ้าโลก หรือ ตำรวจโลก

ภาษาศาสตร์

ในภาษาอังกฤษ คำมาตรฐานซึ่งหมายถึงพลเมืองของสหรัฐอเมริกา คือ อเมริกัน (American) ถึงแม้ว่า United States จะเป็นคำคุณศัพท์อย่างเป็นทางการ แต่ทั้งคำว่า American และ U.S. เป็นคำคุณศัพท์อันเป็นที่นิยมมากกว่า ในการระบุถึงสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ อเมริกัน ยังอาจหมายถึง ทวีปอเมริกา อีกด้วย แต่มักจะถูกใช้น้อยมากในภาษาอังกฤษ เพื่อหมายความถึงประชากรซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกา

เดิม วลี "สหรัฐอเมริกา" ถือว่าเป็นคำพหูพจน์ (ใช้กับคำกริยา are, were, ...) — รวมทั้งในรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกาแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 13 ซึ่งมีผลใช้บังคับในปี พ.ศ. 2408 อีกด้วย แต่คำดังกล่าวได้กลายมาเป็นคำเอกพจน์ (ใช้กับคำกริยา is, was, ...) — หลังจากยุคสงครามกลางเมือง และได้กลายมาเป็นรูปแบบมาตรฐานในปัจจุบัน แต่รูปแบบพหูพจน์ก็ยังคงปรากฏในสำนวน "these United States"

ดูบทความหลักที่: ประวัติศาสตร์สหรัฐ

ชนพื้นเมืองและประวัติศาสตร์ยุคก่อนโคลัมบัส

การสร้างใหม่ของศิลปินซึ่งแหล่งคินเคดจากวัฒนธรรมมิสซิสซิปปีก่อนประวัติศาสตร์ ตามที่อาจปรากฏ

ผู้อยู่อาศัยในทวีปอเมริกาเหนือคนแรก ๆ ย้ายถิ่นจากไซบีเรียโดยทางสะพานบกเบริงและมาถึงอย่างน้อย 15,000 ปีมาแล้ว แม้มีหลักฐานเพิ่มขึ้นที่เสนอว่าอาจมาถึงก่อนหน้านั้นอีก หลังข้ามสะพานบกแล้ว ชาวอเมริกันกลุ่มแรกย้ายลงใต้ โดยอาจตามชายฝั่งแปซิฟิก หรือผ่านหิ้งปลอดน้ำแข็งในแผ่นดินระหว่างหิ้งน้ำแข็งคอร์ดิลเลอร์แรน (Cordilleran) และลอเรนไทด์ (Laurentide) วัฒนธรรมโคลวิสปรากฏประมาณ 11,000 ปีก่อน และถือว่าเป็นบรรพบุรุษของวัฒนธรรมพื้นเมืองสมัยหลังของทวีปอเมริกาส่วนใหญ่ แม้คิดกันตลอดปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 ว่าวัฒนธรรมโคลวิสเป็นตัวแทนของการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งแรกในทวีปอเมริกา แต่ในช่วงปีหลัง ๆ ได้เปลี่ยนมาตระหนักถึงวัฒนธรรมก่อนโคลวิส

ต่อมา วัฒนธรรมพื้นเมืองในทวีปอเมริกาเหนือเริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้น และบางวัฒนธรรมเช่น วัฒนธรรมมิสซิสซิปปีสมัยก่อนโคลัมบัสในทางตะวันออกเฉียงใต้ พัฒนาการกสิกรรมก้าวหน้า สถาปัตยกรรมใหญ่ และสังคมระดับรัฐ ตั้งแต่ประมาณปี 800 ถึง 1600 วัฒนธรรมมิสซิสซิปปีเฟื่องฟู และนครใหญ่สุด คะโฮเคีย (Cahokia) ถือเป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนโคลัมบัสที่ใหญ่และซับซ้อนที่สุดในสหรัฐปัจจุบัน ในภูมิภาคเกรตเลกส์ทางใต้ มีการก่อตั้งสมาพันธรัฐอิระควอยในบางช่วงระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 12 ถึง 15 และอยู่มาจนสิ้นสงครามปฏิวัติ

การตั้งถิ่นฐานหมู่เกาะฮาวายครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อใดนั้นยังเป็นหัวข้อการถกเถียงที่ยังดำเนินอยู่ หลักฐานโบราณคดีดูเหมือนบ่งชี้ว่ามีนิคมตั้งแต่ปี 124 ระหว่างการเดินเรือครั้งที่สามและครั้งสุดท้าย กัปตันเจมส์ คุกเป็นชาวยุโรปคนแรกที่เริ่มการติดต่อกับฮาวายอยางเป็นทางการ หลังการขึ้นฝั่งครั้งแรกในเดือนมกราคม 1778 ที่ท่าไวเมีย เกาะคาไว คุกตั้งชื่อกลุ่มเกาะนี้วา "หมู่เกาะแซนด์วิช" ตามเอิร์ลที่ 4 แห่งแซนด์วิช รักษาราชการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทหารเรือของราชนาวีบริติช

นิคมยุโรป

นักสำรวจชาวอิตาลี คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส มาถึงทวีปอเมริกาและเข้าควบคุมกัวนาฮานิ

หลังสเปนส่งโคลัมบัสในการล่องเรือเที่ยวแรกของเขาสู่โลกใหม่ ในปี 1492 ก็มีนักสำรวจอื่นตามมา ชาวยุโรปกลุ่มแรกที่มาถึงดินแดนของสหรัฐสมัยใหม่เป็นกองกิสตาดอร์สเปนอย่างควน ปอนเซ เด เลออน ซึ่งเดินทางถึงฟลอริดาครั้งแรกในปี 1513 ทว่า หากคิดดินแดนที่ไม่รวมเข้าด้วยกันของสหรัฐด้วยแล้ว ความชอบจะเป็นของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสซึ่งขึ้นฝั่งที่ปวยร์โตรีโกในการเดินทางปี 1493 ชาวสเปนตั้งนิคมแห่งแรกในฟลอริดาและนิวเม็กซิโกอย่างเซนต์ออกัสตีน และแซนตาเฟ ชาวฝรั่งเศสตั้งอาณานิคมของตนเช่นกันตามแม่น้ำมิสซิสซิปปี การตั้งถิ่นฐานของชาวอังกฤษที่สำเร็จตามชายฝั่งตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือเริ่มด้วยอาณานิคมเวอร์จิเนียในปี 1607 ที่เจมส์ทาวน์ และอาณานิคมพลีมัทของพิลกริมในปี 1620 ผู้ตั้งถิ่นฐานจำนวนมากเป็นกลุ่มคริสต์ศาสนิกชนขัดแย้งที่มาแสวงเสรีภาพทางศาสนา มีการสร้างสภาเบอร์จัสซิส (House of Burgesses) แห่งเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นสภานิติบัญญัติที่มาจากการเลือกตั้งแห่งแรกของทวีป ในปี 1619 และข้อตกลงร่วมกันเมย์ฟลาวเออร์ (Mayflower Compact) ซึ่งพิลกริมลงนามก่อนขึ้นฝั่ง และภาคีมูลฐานแห่งคอนเนกติคัด สถาปนาแบบอย่างสำหรับรูปแบบการปกครองตนเองแบบมีผู้แทนและระบอบรัฐธรรมนูญซึ่งจะพัฒนาทั่วอาณานิคมอเมริกา

ผู้ตั้งถิ่นฐานส่วนมากในทุกอาณานิคมเป็นเกษตรกรรายย่อย แต่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นในไม่กี่ทศวรรษแตกต่างกันตามนิคม พืชเศรษฐกิจมียาสูบ ข้าวเจ้าและข้าวสาลี อุตสาหกรรมการสกัดเติบโตขึ้นในหนังสัตว์ การประมงและการทำไม้ ผู้ผลิตผลิตรัมและเรือ และเมื่อถึงสมัยอาณานิคมตอนปลาย ชาวอเมริกันก็ผลิตหนึ่งในเจ็ดของอุปสงค์เหล็กโลก สุดท้ายนครต่าง ๆ ผุดขึ้นตามชายฝั่งเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและใช้เป็นศูนย์กลางการค้า ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอังกฤษมีระลอกชาวสกอต-ไอริชและกลุ่มอื่นเข้ามาเสริม เมื่อที่ดินชายฝั่งมีราคาแพงขึ้นทำให้แรงงานสัญญา (indentured servant) ที่เป็นอิสระถูกผลักไปทางทิศตะวันตก

การค้าทาสขนานใหญ่กับไพรวะเทียร์อังกฤษเริ่มต้น การคาดหมายคงชีพของทาสในทวีปอเมริกาเหนือสูงกว่าทางใต้มาก เนื่องจากมีโรคน้อยกว่าและมีอาหารและการปฏิบัติที่ดีกว่า นำให้มีการเพิ่มจำนวนของทาสอย่างรวดเร็ว สังคมอาณานิคมส่วนใหญ่แบ่งแยกกันระหว่างการส่อความทางศาสนาและศีลธรรมของความเป็นทาส และอาณานิคมผ่านรัฐบัญญัติทั้งสนับสนุนและคัดค้านทาส แต่เมื่อย่างเข้าคริสต์ศตวรรษที่ 18 ทาสแอฟริกาก็เป็นแรงงานพืชเศรษฐกิจแทนที่แรงงานสัญญา โดยเฉพาะในภาคใต้

ด้วยการทำให้จอร์เจียเป็นอาณานิคมของบริติชในปี 1732 จึงมีการสถาปนาสิบสามอาณานิคมที่จะกลายเป็นสหรัฐในเวลาต่อมา ทุกอาณานิคมมีรัฐบาลท้องถิ่นและการเลือกตั้งที่เปิดแก่ชายไททุกคน โดยมีการฝักใฝ่สิทธิชนอังกฤษโบราณและสำนึกการปกครองตนเองที่กระตุ้นการสนับสนุนสาธารณรัฐนิยม ด้วยอัตราการเกิดที่สูงมาก อัตราการตายที่ต่ำมากและการตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่อง ประชากรอาณานิคมจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว ประชากรอเมริกันพื้นเมืองค่อนข้างน้อยถูกบดบัง ขบวนการฟื้นฟูคริสต์ศาสนิกชน (Christian revivalist) คริสต์ทศวรรษ 1730 และ 1740 ที่เรียก การตื่นใหญ่ (Great Awakening) ช่วยเร่งความสนใจทั้งศาสนาและเสรีภาพในการนับถือศาสนา

ระหว่างสงครามเจ็ดปี (หรือเรียก สงครามฝรั่งเศสและอินเดียน) กำลังบริติชยึดแคนาดาจากฝรั่งเศส แต่ประชากรที่พูดภาษาฝรั่งเศสยังโดดเดี่ยวทางการเมืองจากอาณานิคมทางใต้ 13 อาณานิคมเหล่านี้มีประชากรกว่า 2.1 ล้านคนหรือประมาณหนึ่งในสามของบริเตนในปี 1770 หากไม่นับอเมริกันพื้นเมืองซึ่งถูกพิชิตและขับไล่ แม้มีการเข้ามาใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่อัตราการเพิ่มตามธรรมชาติสูงจนเมื่อถึงคริสต์ทศวรรษ 1770 มีชาวอเมริกันน้อยมากที่เกิดโพ้นทะเล ระยะห่างของอาณานิคมจากบริเตนทำให้มีการพัฒนาการปกครองตนเอง แต่ความสำเร็จของพวกเขาบันดาลให้พระมหากษัตริย์มุ่งย้ำพระราชอำนาจอยู่เป็นระยะ

ในปี 1774 เรือกองทัพเรือสเปน ซานเตียโก ภายใต้ควน เปเรซเข้าและทอดสมอในทางเข้าที่นูตคาซาวน์ (Nootka Sound) แม้ชาวสเปนมิได้ขึ้นฝั่ง แต่ชนพื้นเมืองพายเรือมายังเรือสเปนเพื่อค้าหนังสัตว์แลกกับเปลือกแอบะโลนีจากแคลิฟอร์เนีย ในเวลานั้น สเปนสามารถผูกขาดการค้าระหว่างทวีปเอเชียและอเมริกาเหนือได้โดยให้ใบอนุญาตจำกัดแก่โปรตุเกส เมื่อชาวรัสเซียเริ่มสถาปนาระบบการค้าหนังสัตว์ที่เติบโตขึ้นในอะแลสกา ชาวสเปนเริ่มคัดค้านรัสเซีย โดยการเดินเรือของเปเรซเป็นครั้งแรก ๆ ที่ไปแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ

หลังมาถึงหมู่เกาะฮาวายในปี 1778 กัปตันคุกแล่นเรือขึ้นเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อสำรวจฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือซึ่งอยู่เหนือกว่านิคมสเปนในอัลตาแคลิฟอร์เนีย เขาขึ้นบกที่ฝั่งออริกอนที่ประมาณละติจูด 44°30′ เหนือ โดยตั้งชื่อจุดขึ้นบกนั้นว่า เคปเฟาล์เวเทอร์ ลมฟ้าอากาศเลวบังคับให้เรือของเขาลงใต้ไปประมาณ 43° เหนือก่อนสามารถเริ่มการสำรวจชายฝั่งไปทางเหนือ ในเดือนมีนาคม 1778 คุกขึ้นบกที่เกาะไบล และตั้งชื่อทางเข้าว่า "คิงจอจส์ซาวด์" เขาบันทึกว่าชื่อชนพื้นเมือง คือ นุตคาหรือนูตคา

ผลต่อและอันตรกิริยากับประชากรพื้นเมือง

ด้วยความคืบหน้าของการทำให้เป็นอาณานิคมของยุโรปในดินแดนสหรัฐร่วมสมัย อเมริกันพื้นเมืองมักถูกพิชิตและย้ายถิ่น ประชากรพื้นเมืองของอเมริกาเสื่อมลงหลังชาวยุโรปมาถึง และด้วยหลายสาเหตุ จากโรคอย่างโรคฝีดาษและโรคหัดเป็นหลัก ความรุนแรงมิใช่ปัจจัยสำคัญในการเสื่อมลงโดยรวมในหมู่อเมริกันพื้นเมือง แม้มีความขัดแย้งระหว่างกันเองและกับชาวยุโรปมีผลต่อบางเผ่าและนิคมอาณานิคมต่าง ๆ

ในช่วงแรกของการทำให้เป็นอาณานิคม ผู้ตั้งถิ่นฐานยุโรปจำนวนมากประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร โรคและการโจมตีจากอเมริกันพื้นเมือง อเมริกันพื้นเมืองยังมักก่อสงครามกับเผ่าใกล้เคียงและเป็นพันธมิตรกับชาวยุโรปในสงครามอาณานิคมของตนเอง ทว่า ในเวลาเดียวกัน ชนพื้นเมืองและผู้ตั้งถิ่นฐานจำนวนมากพึ่งพาอาศัยกัน ผู้ตั้งถิ่นฐานแลกเปลี่ยนเอาอาหารและหนังสัตว์ ส่วนชนพื้นเมืองแลกเอาปืน เครื่องกระสุนและสินค้ายุโรปอื่น ชนพื้นเมืองสอนผู้ตั้งถิ่นฐานจำนวนมากว่าจะเพาะปลูกข้าวโพด ถั่วและน้ำเต้าที่ไหน เมื่อใดและอย่างไร มิชชันนารียุโรปและอื่น ๆ รู้สึกว่าเป็นสิ่งสำคัญจะ "ทำให้เจริญ" ซึ่งอเมริกันพื้นเมืองและกระตุ้นให้พวกเขารับเทคนิคเกษตรกรรมและวิถีชีวิตของยุโรป

การเดินเรือเที่ยวสุดท้ายของกัปตันเจมส์ คุกรวมถึงการแล่นตามชายฝั่งทวีปอเมริกาเหนือและอะแลสกาเพื่อแสวงช่องทางตะวันออกเฉียงเหนือเป็นเวลาประมาณเก้าเดือน เขากลับฮาวายเพื่อเติมกำลังบำรุง เดิมสำรวจชายฝั่งเมาวีและเกาะใหญ่ ค้าขายกับคนท้องถิ่นแล้วทอดสมอที่อ่าวเกียลาเคกัวในเดือนมกราคม 1779 เมื่อเรือและพวกของเขาออกจากเกาะ เสาเรือหักในลมฟ้าอากาศเลว บังคับให้พวกเขาหวนคืนในกลางเดือนกุมภาพันธ์ คุกถูกฆ่าในอีกหลายวันต่อมา

เอกราชและการขยายอาณาเขต

คำประกาศอิสรภาพ โดย จอห์น ทรัมบูล

สงครามปฏิวัติอเมริกาเป็นสงครามประกาศอิสรภาพอาณานิคมที่สำเร็จครั้งแรกต่อชาติยุโรป ชาวอเมริกันพัฒนาอุดมการณ์ "สาธารณรัฐนิยม" โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะต้องมาจากเจตจำนงของประชาชนโดยแสดงออกผ่านสภานิติบัญญัติท้องถิ่น พวกเขาเรียกร้องสิทธิเป็นชาวอังกฤษและ "ห้ามจัดเก็บภาษีหากไม่มีผู้แทน" ฝ่ายบริติชยืนยันการบริหารจักรวรรดิผ่านรัฐสภา และความขัดแย้งบานปลายเป็นสงคราม

หลังการผ่านข้อมติลีเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 1776 ซึ่งเป็นการออกเสียงลงมติเอกราชที่แท้จริง สภาทวีปที่สองลงมติรับคำประกาศอิสรภาพในวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งประกาศในคำปรารภยาวว่า มนุษยชาติถูกสร้างขึ้นมาเท่าเทียมกันในสิทธิที่ไม่อาจโอนกันได้และบริเตนใหญ่ไม่คุ้มครองสิทธิเหล่านี้ และประกาศในคำของข้อมติว่าสิบสามอาณานิคมเป็นรัฐเอกราชและไม่สวามิภักดิ์กับพระมหากษัตริย์บริติชในสหรัฐ มีการเฉลิมฉลองวันที่ 4 กรกฎาคมทุกปีเป็นวันประกาศอิสรภาพ ในปี 1777 บทบัญญัติสมาพันธรัฐ (Articles of Confederation) สถาปนารัฐบาลอ่อนที่ดำเนินการจนปี 1789

บริเตนรับรองเอกราชของสหรัฐหลังปราชัยที่ยอร์กทาวน์ในปี 1781 ในสนธิสัญญาสันติภาพปี 1783 เอกราชของสหรัฐได้รับการรับรองจากชายฝั่งแอตแลนติกไปทางตะวันตกถึงแม่น้ำมิสซิสซิปปี นักชาตินิยมนำการประชุมฟิลาเดลเฟียปี 1787 ในการเขียนรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐ ให้สัตยาบันในการประชุมรัฐในปี 1788 มีการจัดระเบียบรัฐบาลกลางใหม่เป็นสามอำนาจ โดยหลักการสร้างการตรวจสอบและถ่วงดุลที่มีประโยชน์ ในปี 1789 จอร์จ วอชิงตันซึ่งนำกองทัพปฏิวัติคว้าชัย เป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ ในปี 1791 มีการลงมติรับบัญญัติว่าด้วยสิทธิพื้นฐานของพลเมืองซึ่งห้ามการจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคลของรัฐบาลกลางและรับประกันการคุ้มครองทางกฎหมายต่าง ๆ

แม้รัฐบาลกลางทำให้การค้าทาสระหว่างประเทศเป็นความผิดในปี 1808 แต่หลังปี 1820 การใช้ทาสเพาะปลูกผลผลิตฝ้ายที่ได้กำไรสูงปะทุในดีปเซาท์ พร้อมกับจำนวนประชากรทาสด้วย การตื่นใหญ่ที่สอง (Second Great Awakening) โดยเฉพาะอย่างยิ่งปี 1800–1840 เข้ารีตคนหลายล้านคนสู่โปรเตสแตนท์อีแวนเจลิคัล (evangelical) ในทิศเหนือ เหตุนี้ทำให้เกิดขบวนการปฏิรูปสังคมหลายขบวนการซึ่งรวมการเลิกทาส ในภาคใต้ มีการชวนเข้ารีตเมทอดิสต์ (Methodist) และแบปทิสต์ในหมู่ประชากรทาส

ดินแดนซึ่งสหรัฐเข้าถือสิทธิ์แบ่งตามเวลา

ความกระตือรือร้นของสหรัฐในการขยายดินแดนไปทางทิศตะวันตกทำให้เกิดสงครามอเมริกันอินเดียนยืดเยื้อ การซื้อลุยเซียนาซึ่งดินแดนที่ฝรั่งเศสอ้างในปี 1803 ทำให้ประเทศมีพื้นที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว สงครามปี 1812 ซึ่งประกาศต่อบริเตน กับความเดือดร้อนต่าง ๆ และการต่อสู้เพื่อดึงดูดและเสริมชาตินิยมสหรัฐ ชุดการบุกเข้าทางทหารสู่ฟลอริดานำให้สเปนยกดินแดนดังกล่าวและดินแดนฝั่งอ่าว (Gulf Coast) ในปี 1819 การขยายดินแดนได้รับการช่วยเหลือจากเครื่องจักรไอน้ำ เมื่อเรือจักรไอน้ำเริ่มล่องตามระบบธารน้ำขนาดใหญ่ของอเมริกาซึ่งเชื่อมด้วยคลองสร้างใหม่ เช่น อีรีและไอแอนด์เอ็ม แล้วกระทั่งรางรถไฟที่เร็วกว่าเริ่มลากข้ามดินแดนของประเทศ

ตั้งแต่ปี 1820 ถึง 1850 ประชาธิปไตยแบบแจ็กสันเริ่มชุดการปฏิรูปซึ่งรวมสิทธิออกเสียงเลือกตั้งของชายผิวขาวในวงกว้างขึ้น นำสู่ความเจริญของระบบพรรคที่สองประชาธิปไตยและวิกเป็นพรรคการเมืองหลังตั้งแต่ปี 1828 ถึง 1854 เส้นทางธารน้ำตาในคริสต์ทศวรรษ 1830 เป็นตัวอย่างของนโยบายกำจัดอินเดียนซึ่งตั้งถิ่นฐานอินเดียนใหม่ทางตะวันตกในเขตสงวนอินเดียน สหรัฐผนวกสาธารณรัฐเท็กซัสในปี 1845 ระหว่างสมัยเทพลิขิตซึ่งมีลักษณะขยายดินแดน สนธิสัญญาออริกอนปี 1846 กับบริเตนนำให้สหรัฐควบคุมภาคตะวันตกเฉียงเหนือปัจจุบัน ชัยในสงครามเม็กซิโก–อเมริกาลงเอยด้วยการยกแคลิฟอร์เนียของเม็กซิโกและพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคตะวันตกเฉียงใต้ปัจจุบัน

การตื่นทองที่แคลิฟอร์เนียปี 1848–1849 กระตุ้นการย้ายถิ่นไปทางตะวันตกและการสถาปนารัฐทางตะวันตกเพิ่ม หลังสงครามกลางเมืองอเมริกา ระบบรางข้ามทวีปใหม่ทำให้การย้ายถิ่นง่ายขึ้นสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐาน การค้าภายในขยายตัวและความขัดแย้งกับอเมริกันพื้นเมืองเพิ่มขึ้น กว่าครึ่งศตวรรษ การสูญเสียอเมริกันไบซันมีผลกระทบต่อการดำรงอยู่ต่อวัฒนธรรมอินเดียนที่ราบหลายวัฒนธรรม ในปี 1869 นโยบายสันติภาพใหม่มุ่งคุ้มครองอเมริกันพื้นเมืองจากการละเมิด เลี่ยงสงครามเพิ่ม และประกันความเป็นพลเมืองสหรัฐในที่สุด แม้ความขัดแย้งซึ่งรวมสงครามอินเดียนครั้งใหญ่สุดหลายครั้งยังดำเนินต่อไปทั่วตะวันตกจนล่วงเข้าคริสต์ทศวรรษ 1900

สงครามกลางเมืองและสมัยบูรณะ

ข้อแตกต่างของความเห็นและระเบียบสังคมระหว่างรัฐภาคเหนือและภาคใต้ในสังคมสหรัฐช่วงแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวข้องกับทาสผิวดำ จนสุดท้ายนำสู่สงครามกลางเมืองอเมริกา เดิมทีรัฐเข้าสู่สหภาพสลับกันระหว่างรัฐทาสและรัฐเสรีเพื่อรักษาสมดุลภาคในวุฒิสภา ขณะที่รัฐเสรีมีประชากรมากกว่ารัฐทาสและมีผู้แทนในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่า แต่ด้วยมีดินแดนตะวันตกและรัฐเสรีเพิ่มขึ้น ความตึงเครียดระหว่างรัฐทาสและรัฐเสรีสูงขึ้นด้วยการถกเถียงเกี่ยวกับระบอบสหพันธรัฐ การโอนการครอบครองดินแดน ควรขยายหรือจำกัดความเป็นทาสหรือไม่และอย่างไร

อับราฮัม ลินคอล์น ผู้ชนะการเลือกตั้ง ในปี 1860 ประธานาธิบดีคนแรกจากพรรครีพับลิกันซึ่งส่วนใหญ่ต่อต้านความเป็นทาส สุดท้ายการประชุมในสิบสามรัฐทาสประกาศแยกตัวออกและตั้งสมาพันธรัฐอเมริกา ขณะที่รัฐบาลกลางยืนยันว่าการแยกตัวออกไม่ชอบด้วยกฎหมาย สงครามที่เกิดขึ้นให้หลังนั้นทีแรกเป็นสงครามเพื่อรักษาสหภาพ และหลังจากปี 1863 เมื่อกำลังพลสูญเสียเพิ่มขึ้นและลินคอล์นออกประกาศปลดปล่อยให้เป็นอิสระ (Emancipation Proclamation) เป้าหมายสงครามที่สองกลายเป็นการเลิกทาส สงครามนี้เป็นความขัดแย้งทางทหารที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ ทำให้มีทหารเสียชีวิตประมาณ 618,000 คนและพลเรือนอีกเป็นอันมาก

หลังฝ่ายสหภาพมีชัยในปี 1865 มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐสามครั้ง การแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 13 ห้ามความเป็นทาส การแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 14 มอบความเป็นพลเมืองแก่แอฟริกันอเมริกันที่เคยเป็นทาสเกือบสี่ล้านคน และการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 15 รับประกันว่าพวกเขามีสิทธิออกเสียงลงคะแนน สงครามและผลลัพธ์นำสู่การเพิ่มอำนาจของรัฐบาลกลางอย่างมากโดยมีเป้าหมายเพื่อบูรณาการและสร้างใหม่ซึ่งรัฐภาคใต้ขณะที่รับประกันสิทธิของทาสที่เพิ่งเป็นไท สงครามและผลนำสู่การเพิ่มอำนาจรัฐบาลกลางอย่างสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อบูรณาการใหม่และสร้างใหม่ซึ่งรัฐภาคใต้พร้อมกับรับประกันสิทธิของทาสที่เพิ่งเป็นไท

นักอนุรักษนิยมผิวขาวภาคใต้ซึ่งเรียกตนว่า "ผู้ไถ่" (Redeemer) เข้าควบคุมหลังสิ้นสุดการบูรณะ เมื่อถึงช่วงปี 1890–1910 กฎหมายจิม โครว์พรากสิทธิออกเสียงลงคะแนนคนผิวดำส่วนใหญ่และคนขาวยากจนบางส่วน คนดำเผชิญการแบ่งแยกทางเชื้อชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ ชนกลุ่มน้อยเชื้อชาติบางครั้งเผชิญการลงประชาทัณฑ์

การปรับให้เป็นอุตสาหกรรม

เกาะเอลลิสในนครนิวยอร์กเป็นประตูสำคัญสำหรับการเข้าเมืองของชาวยุโรป

ในภาคเหนือ การขยายตัวของเมืองและการหลั่งไหลของคนเข้าเมืองจากยุโรปใต้และยุโรปตะวันออกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้มีแรงงานเหลือเฟือสำหรับการปรับประเทศให้เป็นอุตสาหกรรมและการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม โครงสร้างพื้นฐานของประเทศซึ่งมีโทรเลขและทางรถไฟข้ามทวีปกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและการตั้งถิ่นฐานยิ่งใหญ่ขึ้นและการพัฒนาโอลด์เวสต์อเมริกา การประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าและโทรศัพท์ ต่อมายังมีผลต่อการคมนาคมและชีวิตคนเมือง

การสิ้นสุดของสงครามอินเดียนยิ่งขยายพื้นที่ภายใต้การเพาะปลูกโดยใช้เครื่องจักร เพิ่มส่วนเกินสำหรับตลาดระหว่างประเทศ การขยายดินแดนแผ่นดินใหญ่สำเร็จด้วยการซื้ออะแลสกาจากจักรวรรดิรัสเซียในปี 1867 ในปี 1893 ส่วนนิยมอเมริกาในฮาวายล้มราชาธิปไตยและตั้งสาธารณรัฐฮาวาย ซึ่งสหรัฐผนวกในปี 1898 สเปนยกปวยร์โตรีโก กวมและฟิลิปปินส์ให้สหรัฐในปีเดียวกันหลังสงครามสเปน–อเมริกา

การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วระหว่างปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ช่วยให้นักอุตสาหกรรมโดดเด่นจำนวนมากเฟื่องฟูขึ้น นักธุรกิจใหญ่อย่างคอร์เนเลียส แวนเดอร์บิลท์, จอห์น ดี. ร็อกเกอะเฟลเลอร์และแอนดรูว์ คาร์เนกีนำความก้าวหน้าของชาติในอุตสาหกรรมรางรถไฟ ปิโตรเลียมและเหล็กกล้า การธนาคารกลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจ โดยเจ. พี. มอร์แกนมีบทบาทเด่น ทอมัส เอดิสันและนิโคลา เทสลาทำให้ไฟฟ้ากระจายแพร่หลายสู่อุตสาหกรรม บ้านเรือนและสำหรับการให้แสงสว่างตามถนน เฮนรี ฟอร์ดปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ เศรษฐกิจอเมริกาเฟื่องฟูและกลายเป็นเศรษฐกิจใหญ่สุดของโลก และสหรัฐได้สถานภาพมหาอำนาจ การเปลี่ยนแปลงรวดเร็วนี้กอปรกับความไม่สงบทางสังคมและความเจริญของขบวนการประชานิยม สังคมนิยมและอนาธิปไตย สุดท้ายสมัยนี้สิ้นสุดลงด้วยการมาของสมัยก้าวหน้า (Progressive Era) ซึ่งมีการปฏิรูปสำคัญในสังคมหลายด้าน ซึ่งรวมทั้งสิทธิออกเสียงเลือกตั้งของสตรี การห้ามแอลกอฮอล์ การกำกับสินค้าบริโภค มาตรการป้องกันการผูกขาดที่มากขึ้นเพื่อประกันการแข่งขันและความใส่ใจความเป็นอยู่ของแรงงาน

สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ และสงครามโลกครั้งที่สอง

ฝูงชนชุมนุมกันที่วอลล์สตรีทหลังเหตุหลักทรัพย์ตกปี 1929

สหรัฐวางตนเป็นกลางตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งปะทุในปี 1914 จนถึงปี 1917 เมื่อเข้าร่วมสงครามเป็น "ชาติสมทบ" ร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งอย่างเป็นทางการ โดยช่วยเปลี่ยนทิศทางของสงครามต่อฝ่ายมหาอำนาจกลาง ในปี 1919 ประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสันรับบทบาทการทูตนำ ณ การประชุมสันติภาพปารีสและสนับสนุนอย่างแข็งขันให้สหรัฐเข้าร่วมสันนิบาตชาติ ทว่า วุฒิสภาปฏิเสธไม่อนุมัติและไม่ให้สัตยาบันสนธิสัญญาแวร์ซายซึ่งสถาปนาสันนิบาตชาติ

ในปี 1920 ขบวนการสิทธิสตรีชนะการผ่านการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญซึ่งให้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งของสตรี คริสต์ทศวรรษ 1920 และ 1930 มีความเจริญเติบโตของสื่อสารมวลชนประเภทวิทยุและมีการประดิษฐ์โทรทัศน์ขึ้นในยุคแรก ความเฟื่องฟูของทเวนตีร้องคำราม (Roaring Twenties) สิ้นสุดด้วยเหตุการณ์วอลล์สตรีทตกปี 1929 และการเริ่มต้นภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ หลังแฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในปี 1932 เขาสนองด้วยข้อตกลงใหม่ (New Deal) ซึ่งรวมการสถาปนาระบบหลักประกันสังคม การย้ายถิ่นใหญ่ของแอฟริกันอเมริกันหลายล้านคนจากภาคใต้ของสหรัฐเริ่มก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและกินเวลาจนถึงคริสต์ทศวรรษ 1960 ขณะที่ชามฝุ่น (Dust Bowl) กลางคริสต์ทศวรรษ 1930 ทำให้ชุมชนกสิกรรมจำนวนมากยากจนและทำให้เกิดการย้ายถิ่นทางตะวันตกระลอกใหม่

ทีแรกสหรัฐวางตนเป็นกลางระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองระหว่างที่เยอรมนีพิชิตทวีปยุโรปส่วนใหญ่ สหรัฐเริ่มจัดหาปัจจัยแก่ฝ่ายสัมพันธมิตรในเดือนมีนาคม 1941 ผ่านโครงการให้ยืม-เช่า วันที่ 7 ธันวาคม 1941 จักรวรรดิญี่ปุ่นเปิดฉากโจมตีอย่างจู่โจมต่อเพิร์ลฮาร์เบอร์ ทำให้สหรัฐเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรสู้รบกับฝ่ายอักษะ ระหว่างสงคราม สหรัฐถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งใน "สี่ตำรวจ" แห่งฝ่ายสัมพันธมิตรผู้ประชุมกันวางแผนโลกหลังสงคราม ร่วมกับบริเตน สหภาพโซเวียตและจีน แม้สหรัฐเสียทหารกว่า 400,000 นาย แต่แทบไม่ได้รับความเสียหายจากสงครามและยิ่งมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและทางทหารมากยิ่งขึ้นอีก

สหรัฐมีบทบาทนำในการประชุมเบรตตันวูดส์และยัลตากับสหราชอาณาจักร สหภาพโซเวียตและฝ่ายสัมพันธมิตรอื่นซึ่งลงนามความตกลงว่าด้วยสถาบันการเงินระหว่างประเทศใหม่และการจัดระเบียบใหม่หลังสงครามของทวีปยุโรป เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรชนะในทวีปยุโรปแล้ว การประชุมระหว่างประเทศในซานฟรานซิสโกในปี 1945 ได้ออกกฎบัตรสหประชาชาติซึ่งมีผลใช้บังคับหลังสงคราม สหรัฐพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกและใช้มันกับญี่ปุ่นในนครฮิโระชิมะและนะงะซะกิ ญี่ปุ่นยอมจำนนในวันที่ 2 กันยายน ยุติสงครามโลกครั้งที่สอง

สงครามเย็นและยุคสิทธิมนุษยชน

ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนแห่งสหรัฐ (ซ้าย) และเลขาธิการมีฮาอิล กอร์บาชอฟแห่งสหภาพโซเวียต ในการประชุมที่เจนีวาในปี 1985

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐและสหภาพโซเวียตประชันชิงอำนาจระหว่างสมัยสงครามเย็น ขับเคลื่อนด้วยการแบ่งแยกอุดมการณ์ระหว่างทุนนิยมและคอมมิวนิสต์ ทั้งสองครอบงำกิจการทหารของทวีปยุโรป โดยมีสหรัฐและพันธมิตรนาโต้ฝ่ายหนึ่งและสหภาพโซเวียตและพันธมิตรสนธิสัญญาวอร์ซออีกฝ่ายหนึ่ง สหรัฐพัฒนานโยบายการจำกัดการขยายตัวของลัทธิที่ไม่พึงปรารถนาต่อการขยายอิทธิพลตอมมิวนิสต์ ขณะที่สหรัฐและสหภาพโซเวียตต่อสู้ในสงครามตัวแทนและพัฒนาคลังอาวุธนิวเคลียร์ทรงพลัง และสองประเทศเลี่ยงความขัดแย้งทางทหารโดยตรง

สหรัฐมักคัดค้านขบวนการโลกที่สามซึ่งมองว่าโซเวียตสนับสนุน ทหารอเมริกันต่อสู้กำลังคอมมิวนิสต์จีนและเกาหลีเหนือในสงครามเกาหลีปี 1950–1953 การปล่อยดาวเทียมดวงแรกของสหภาพโซเวียตปี 1957 และการปล่อยเที่ยวบินอวกาศที่มีมนุษย์โดยสารครั้งแรกในปี 1961 เริ่ม "การแข่งขันอวกาศ" ซึ่งสหรัฐเป็นชาติแรกที่นำมนุษย์ลงจอดดวงจันทร์ในปี 1969 สงครามตัวแทนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สุดท้ายกลายเป็นการเข้าไปมีส่วนพัวพันเต็มตัวของอเมริกา เช่น สงครามเวียดนาม

ในประเทศ สหรัฐมีการขยายทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและการเติบโตของประชากรและชนชั้นกลางอย่างรวดเร็ว การก่อสร้างระบบทางหลวงระหว่างรัฐแปรสภาพโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในเวลาหลายทศวรรษถัดมา คนหลายล้านคนผละไร่นาและนครชั้นใน (inner city) สู่การพัฒนาเคหะชานเมืองขนาดใหญ่ ในปี 1959 ฮาวายกลายเป็นรัฐที่ 50 และรัฐล่าสุดของสหรัฐที่เพิ่มเข้าประเทศ ขบวนการสิทธิพลเมืองที่เติบโตขึ้นใช้สันติวิธีเผชิญกับการแบ่งแยกและการเลือกปฏิบัติ โดยมีมาร์ติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์เป็นผู้นำคนสำคัญและหัวโขน คำวินิจฉัยของศาลและกฎหมายประกอบกันลงเอยด้วยรัฐบัญญัติสิทธิพลเมืองปี 1968 ซึ่งมุ่งยุติการเลือกปฏิบัติทางเพศ ขณะเดียวกัน ขบวนการวัฒนธรรมต่อต้านเติบโตขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากการค้านสงครามเวียดนาม ชาตินิยมผิวดำและการปฏิวัติทางเพศ

การเปิดฉาก "สงครามต่อความยากจน" ขยายการให้สิทธิ์และการใช้จ่ายด้านสวัสดิการ ซึ่งรวมการสร้างเมดิแคร์และเมดิเคด สองโครงการซึ่งให้ความคุ้มครองด้านสุขภาพต่อผู้สูงอายุและผู้ยากไร้ตามลำดับ และโครงการสแตมป์อาหาร (Food Stamp Program) และช่วยเหลือครอบครัวที่มีเด็กพึ่งพิง (Aid to Families with Dependent Children)

คริสต์ทศวรรษ 1970 และต้นคริสต์ทศวรรษ 1980 เริ่มมีการชะงักทางเศรษฐกิจ หลังประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนได้รับเลือกตั้งในปี 1980 เขาตอบโต้ด้วยการปฏิรูปเน้นตลาดเสรี หลังการล่มสลายของการผ่อนคลายความตึงเครียด เขาเลิก "การจำกัดการขยายตัวของลัทธิที่ไม่พึงปรารถนา" และริเริ่มยุทธศาสตร์ "ม้วนกลับ" ที่ก้าวร้าวขึ้นต่อสหภาพโซเวียต หลังมีการเพิ่มขึ้นของแรงงานสตรีในทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้ในปี 1985 สตรีที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่มีงานทำ

ปลายคริสต์ทศวรรษ 1980 มีการ "ผ่อนคลาย" ความสัมพันธ์กับสหภาพโซเวียต และการล่มลายในปี 1991 ยุติสงครามเย็นในที่สุด เหตุนี้นำมาซึ่งภาวะขั้วเดียว โดยสหรัฐเป็นอภิมหาอำนาจครอบงำของโลกโดยไร้ผู้ต่อกร มโนทัศน์สันติภาพอเมริกา (Pax Americana) ซึ่งปรากฏในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นคำเรียกระเบียบโลกใหม่ยุคหลังสงครามเย็นที่ได้รับความนิยมกว้างขวาง

ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย

เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในโลวเออร์แมนฮัตตันระหว่างวินาศกรรม 11 กันยายน ปี 2001
วันเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ที่ถูกสร้างแทนที่

หลังสงครามเย็น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจุดชนวนวิกฤตการณ์ในปี 1990 เมื่อประเทศอิรักภายใต้ซัดดัม ฮุสเซนบุกครองและพยายามผนวกประเทศคูเวต กับพันธมิตรของสหรัฐ ด้วยเกรงว่าความไร้เสถียรภาพจากลามไปภูมิภาคอื่น ประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุชจึงเปิดฉากปฏิบัติการโล่ทะเลทราย การส่งกำลังป้องกันในประเทศซาอุดีอาระเบีย และปฏิบัติการพายุทะเลทรายในขั้นที่เรียก สงครามอ่าว โดยมีกำลังผสมจาก 34 ประเทศนำโดยสหรัฐต่อประเทศอิรัก ยุติด้วยการขับกำลังอิรักออกจากประเทศคูเวตได้สำเร็จ ฟื้นฟูราชาธิปไตยคูเวต

อินเทอร์เน็ตซึ่งกำเนิดในเครือข่ายกลาโหมสหรัฐลามไปเครือข่ายวิชาการระหว่างประเทศ และสู่สาธารณะในปี 1990 มีผลใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมโลก

เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ดอตคอม นโยบายการเงินแบบเสถียรภาพภายใต้แอลัน กรีนสแพนและการลดรายจ่ายสวัสดิการสังคม คริสต์ทศวรรษ 1990 มีการขยายทางเศรษฐกิจใหญ่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐสมัยใหม่ซึ่งสิ้นสุดในปี 2001 เริ่มตั้งแต่ปี 1994 สหรัฐเข้าสู่ความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) เชื่อมประชากร 450 ล้านคนซึ่งผลิตสินค้าและบริการมูลค่า 17 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป้าหมายของความตกลงคือเพื่อกำจัดอุปสรรคการค้าและการลงทุนในสหรัฐ ประเทศแคนาดาและเม็กซิโกในวันที่ 1 มกราคม 2008 การค้าในหมู่ไตรภาคีเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่ NAFTA มีผลใช้บังคับ

วันที่ 11 กันยายน 2001 ผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะฮ์โจมตีเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์กและอาคารเพนตากอนใกล้กับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน สหรัฐตอบโต้ด้วยการเปิดฉากสงครามต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งรวมสงครามในอัฟกานิสถานและสงครามอิรักปี 2003–2011 ในปี 2007 รัฐบาลบุชสั่งเพิ่มกำลังทหารครั้งใหญ่ในสงครามอิรัก ซึ่งลดความรุนแรงและนำสู่เสถียรภาพเพิ่มขึ้นในภูมิภาคอย่างเป็นผล

นโยบายของรัฐบาลซึ่งออกแบบเพื่อส่งเสริมการเคหะที่มีราคาไม่แพง ความล้มเหลวกว้างขวางของบรรษัทภิบาลและธรรมาภิบาลในการกำกับดูแล (regulatory governance) และอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ของระบบธนาคารกลาง นำสู่ฟองสบู่การเคหะกลางคริสต์ทศวรรษ 2000 จนลงเอยด้วยวิกฤตการณ์การเงินปี 2008 เป็นการหดตัวทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศนับแต่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ บารัก โอบามา ประธานาธิบดีแอฟริกันอเมริกันและหลายเชื้อชาติคนแรก ได้รับเลือกตั้งในปี 2008 ท่ามกลางวิกฤต และต่อมาผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและรัฐบัญญัติการปฏิรูปวอลล์สตรีตและคุ้มครองผู้บริโภคด็อดด์-แฟรงก์เพื่อพยายามบรรเทาผลร้าย มาตรการกระตุ้นดังกล่าวอำนวยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการว่างงานลดลงโดยสัมพัทธ์ ด็อดด์-แฟรงก์พัฒนาเสถียรภาพทางการเงินและการคุ้มครองผู้บริโภค แต่มีผลลบต่อการลงทุนธุรกิจและธนาคารขนาดเล็ก

ในปี 2010 รัฐบาลโอบามาผ่านรัฐบัญญัติการบริบาลที่เสียได้ ซึ่งเป็นการปฏิรูปครั้งที่ครอบคลุมที่สุดต่อระบบสาธารณสุขของประเทศในเกือบห้าทศวรรษ ซึ่งรวมการมอบอำนาจ เงินอุดหนุนและการแลกเปลี่ยนประกัน กฎหมายนี้ทำให้ลดจำนวนและร้อยละของผู้ไม่มีประกันสุขภาพลงอย่างสำคัญ โดยมี 24 ล้านคนครอบคลุมระหว่างปี 2016 กระนั้น กฎหมายนี้เป็นที่โต้เถียงเนื่องจากผลกระทบต่อราคาสาธารณสุข เบี้ยประกันภัยและสมรรถภาพทางเศรษฐกิจ แม้ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำถึงจุดต่ำสุดในเดือนมิถุนายน 2009 แต่ผู้ออกเสียงลงคะแนนยังคับข้องใจกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ล่าช้า พรรครีพับลิกันซึ่งคัดค้านนโยบายของโอบามา ได้ควบคุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างถล่มทลายในปี 2010 และควบคุมวุฒิสภาในปี 2014

มีการถอนกำลังอเมริกันในประเทศอิรักในปี 2009 และ ปี 2010 และมีการประกาศให้สงครามในภูมิภาคยุติลงอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2011 การถอนกำลังดังกล่าวทำให้การก่อการกำเริบนิกายนิยมบานปลาย นำสู่ความเจริญของรัฐอิสลามอิรักและลิแวนต์ ซึ่งเป็นผู้สืบทอดของอัลกออิดะฮ์ในภูมิภาค ในปี 2014 โอบามาประกาศฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางทูตสมบูรณ์กับประเทศคิวบาเป็นครั้งแรกนับแต่ปี 1961 ปีต่อมา สหรัฐซึ่งเป็นสมาชิกประเทศพี5+1 ลงนามแผนปฏิบัติการเบ็ดเสร็จร่วม ซึ่งเป็นความตกลงที่มุ่งชะลอการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของประเทศอิหร่าน

ดอนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีผู้มั่งมีที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐและประธานาธิบดีคนแรกที่ไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองและการทหารก่อนเข้าดำรงตำแหน่ง ได้รับเลือกตั้งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2016

ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงถึงลักษณะภูมิประเทศของสหรัฐอเมริกาแผ่นดินใหญ่
ภาพถ่ายบางส่วนของเทือกเขาร็อกกี

สหรัฐแผ่นดินใหญ่มีพื้นที่ 7,663,940.6 ตารางกิโลเมตร รัฐอะแลสกา ซึ่งมีประเทศแคนาดาคั่นสหรัฐแผ่นดินใหญ่ เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุด มีขนาด 1,717,856.2 ตารางกิโลเมตร รัฐฮาวายซึ่งเป็นกลุ่มเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกกลาง อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปอเมริกาเหนือ มีพื้นที่ 28,311 ตารางกิโลเมตร ดินแดนที่มีประชากรอาศัยของสหรัฐ ได้แก่ ปวยร์โตรีโก อเมริกันซามัว กวม หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาและหมู่เกาะเวอร์จินรวมมีพื้นที่ 23,789 ตารางกิโลเมตร

สหรัฐเป็นประเทศใหญ่สุดอันดับสามหรือสี่ของโลกเรียงตามพื้นที่ทั้งหมด (แผ่นดินและผืนน้ำ) รองจากประเทศรัสเซียและแคนาดา และมีอันดับสูงหรือต่ำกว่าจีน การจัดอันดับต่างกันขึ้นอยู่กับว่านับรวมดินแดนที่ประเทศจีนและอินเดียพิพาทหรือไม่ และวัดขนาดทั้งหมดของสหรัฐอย่างไร คือ การคำนวณมีตั้งแต่ 9,522,055.0 กม.2, 9,629,091.5 กม.2 ไปจนถึง 9,833,516.6 กม.2 หากวัดเฉพาะแผ่นดิน สหรัฐจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามรองจากประเทศรัสเซียและจีน สูงกว่าแคนาดา

ที่ราบชายฝั่งทะเลแอตแลนติกให้ก่อให้เกิดป่าผลัดใบลึกเข้าไปในแผ่นดินและรอยคลื่นพีดมอนต์ (Piedmont) เทือกเขาแอปพาเลเชียนแบ่งชายฝั่งทะเลตะวันออกจากเกรตเลกส์และทุ่งหญ้าภาคกลางตะวันตก (Midwest) แม่น้ำมิสซิสซิปปีมิสซูรี ระบบแม่น้ำยาวที่สุดอันดับสี่ของโลก ไหลส่วนใหญ่ในทิศเหนือ–ใต้ผ่านใจกลางประเทศ ที่ราบใหญ่ (Great Plains) ซึ่งเป็นทุ่งหญ้าราบอุดมสมบูรณ์แผ่ขยายไปทางทิศตะวันตก โดยมีพื้นที่สูงทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ขวาง

เทือกเขาร็อกกี ณ ขอบทิศตะวันตกของที่ราบใหญ่ แผ่ขยายข้ามประเทศจากเหนือจรดใต้ มีระดับความสูงกว่า 4,300 เมตร ในรัฐโคโลราโด ไปอีกทางทิศตะวันตกเป็นแอ่งใหญ่ (Great Basin) หิน และทะเลทราย เช่น ทะเลทรายชิฮัวฮวนและโมฮาวี เทือกเขาเซียร์ราเนวาดาและแคสเคด (Cascade) ทอดใกล้กับชายฝั่งแปซิฟิก เทือกเขาทั้งสองนี้มีระดับความสูงกว่า 4,300 เมตร จุดต่ำสุดและสูงสุดในสหรัฐแผ่นดินใหญ่อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และห่างกัน 135 กิโลเมตร ที่ระดับความสูง 6,194 เมตร ยอดเขาเดนาลี (ยอดเขาแม็กคินเลย์) ในรัฐอะแลสกาเป็นยอดเขาสูงสุดในประเทศและในทวีปอเมริกาเหนือ ภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่มีทั่วไปตลอดกลุ่มเกาะอะเล็กซานเดอร์และหมู่เกาะอะลูเชียนในรัฐอะแลสกา และรัฐฮาวายประกอบด้วยเกาะภูเขาไฟ ภูเขาไฟใหญ่ที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตนในเทือกเขาร็อกกี เป็นลักษณะภูเขาไฟใหญ่สุดของทวีปอเมริกาเหนือ

เนื่องจากสหรัฐมีขนาดใหญ่และความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ จึงมีลักษณะอากาศหลายชนิด ทางตะวันออกของเส้นเมอริเดียนที่ 100 ลักษณะอากาศมีตั้งแต่ภาคพื้นทวีปชื้นทางเหนือถึงกึ่งเขตร้อนชื้นทางใต้ ที่ราบใหญ่ทางตะวันตกของเส้นเมอริเดียนที่ 100 เป็นกึ่งแห้งแล้ง เขาทางตะวันตกส่วนใหญ่มีลักษณะอากาศแบบแอลป์ ลักษณะอากาศเป็นแบบแห้งแล้งในแอ่งใหญ่ ทะเลทรายในภาคตะวันตกเฉียงใต้ เมดิเตอร์เรเนียนในรัฐแคลิฟอร์เนียชายฝั่ง และภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้นภาคพื้นสมุทรในชายฝั่งรัฐออริกอนและรัฐวอชิงตัน และทางใต้ของรัฐอะแลสกา รัฐอะแลสกาส่วนใหญ่เป็นแบบกึ่งอาร์กติกหรือขั้วโลก รัฐฮาวายและปลายใต้สุดของรัฐฟลอริดามีลักษณะอากาศแบบเขตร้อน เช่นเดียวกับดินแดนที่มีประชากรอยู่อาศัยในทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแปซิฟิก อากาศสุดโต่งเป็นเรื่องไม่แปลก ในรัฐที่ติดอ่าวเม็กซิโกที่มีความเสี่ยงเกิดพายุเฮอร์ริเคน และทอร์เนโดส่วนใหญ่ของโลกเกิดในประเทศนี้ โดยเกิดในบริเวณตรอกทอร์เนโดแถบตะวันตกกลางและภาคใต้เป็นหลัก

สัตว์ป่า

อินทรีหัวขาวเป็นนกประจำชาติของสหรัฐตั้งแต่ปี 1782

นิเวศวิทยาของสหรัฐนั้นหลากหลายมาก (megadiverse) โดยมีพืชมีท่อลำเลียงประมาณ 17,000 ชนิดในสหรัฐแผ่นดินใหญ่และรัฐอะแลสกา และพบพืชดอกกว่า 1,800 ชนิดในรัฐฮาวาย ซึ่งมีจำนวนน้อยที่พบในแผ่นดินใหญ่ สหรัฐเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 428 ชนิด นก 784 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 311 ชนิดและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 295 ชนิด มีการพบแมลงประมาณ 91,000 ชนิด อินทรีหัวขาวเป็นนกประจำชาติและสัตว์ประจำชาติของสหรัฐ และเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเสมอมา

มีอุทยานแห่งชาติ 58 แห่งและอุทยาน ป่าและพื้นที่ที่ดินในสภาพธรรมชาติอื่นที่รัฐบาลกลางจัดการอีกนับหลายร้อยแห่ง เบ็ดเสร็จแล้วรัฐบาลเป็นเจ้าของพื้นที่ประมาณ 28% ของประเทศ ส่วนใหญ่พื้นที่เหล่านี้มีการคุ้มครอง แม้บางส่วนให้เช่าสำหรับการขุดเจาะน้ำมันและแก๊ส การทำเหมือง การทำไม้หรือการเลี้ยงปศุสตว์ ประมาณ 0.86% ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร

ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นวาระแห่งชาติมาตั้งแต่ปี 1970 การโต้เถียงเรื่องสิ่งแวดล้อมรวมถึงการอภิปรายเรื่องน้ำมันและพลังงานนิวเคลียร์ การจัดการกับมลพิษทางอากาศและน้ำ ค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจในการพิทักษ์สัตว์ป่า การทำไม้ และการทำลายป่า และการตอบสนองระหว่างประเทศเกียวกับภาวะโลกร้อน มีหน่วยงานของรัฐบาลกลางและรัฐหลายหน่วยงานเกี่ยวข้อง ที่โดดเด่นที่สุดคือ สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (Environmental Protection Agency) ที่ตั้งขึ้นตามคำสั่งของประธานาธิบดีในปี 1970 ความคิดเรื่องที่ดินในสภาพธรรมชาติได้ก่อรูปการจัดการที่ดินสาธารณะตั้งแต่ปี 1964 ด้วยบทบัญญัติที่ดินในสภาพธรรมชาติ (Wilderness Act) รัฐบัญญัติสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ปี 1973 มีเจตนาคุ้มครองชนิดที่อยู่ในข่ายเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์หรือใกล้การสูญพันธุ์และถิ่นที่อยู่ของพวกมัน โดยมีราชการปลาและสัตว์ป่าสหรัฐเป็นผู้ตรวจตรา

ดูเพิ่มเติมที่: ชาวอเมริกัน

ประชากร

เชื้อชาติ/ชาติพันธุ์ (ประมาณของ ACS ปี 2015)
แบ่งตามเชื้อชาติ:
ผิวขาว 73.1%
ผิวดำ 12.7%
เอเชีย 5.4%
อเมริกันอินเดียนและชนพื้นเมืองอะแลสกา 0.8%
ฮาวายพื้นเมืองและชาวเกาะแปซิฟิก 0.2%
พหุเชื้อชาติ 3.1%
เชื้อชาติอื่น 4.8%
แบ่งตามชาติพันธุ์:
ฮิสแปนิก/ละติโน (ทุกเชื้อชาติ) 17.6%
มิใช่ฮิสแปนิก/ละติโน (ทุกเชื้อชาติ) 82.4%
กลุ่มบรรพบุรุษใหญ่สุดแบ่งตามเทศมณฑล (ปี 2000) ซึ่งมีชาวอเมริกันเชื้อสายเยอรมันมากที่สุด

สำนักงานสำมะโนสหรัฐประมาณจำนวนประชากรของประเทศเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2016 ไว้ที่ 323,425,550 คน โดยเพิ่มขึ้น 1 คน (เพิ่มสุทธิ) ทุก 13 วินาที หรือประมาณ 6,646 คนต่อวัน ประชากรสหรัฐเพิ่มขึ้นเกือบสี่เท่าในคริสต์ศตวรรษที่ 20 จากประมาณ 76 ล้านคนในปี 1900 สหรัฐเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดอันดับสามของโลกรองจากประเทศจีนและอินเดีย สหรัฐเป็นประเทศอุตสาหกรรมหลักประเทศเดียวที่มีการทำนายการเพิ่มของประชากรขนาดใหญ่ ในคริสต์ทศวรรษ 1800 หญิงเฉลี่ยมีบุตร 7.04 คน เมื่อถึงคริสต์ทศวรรษ 1900 จำนวนดังกล่าวลดลงเหลือ 3.56 คน นับแต่ต้นคริสต์ทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา อัตราการเกิดลดต่ำกว่าอัตราทดแทน 2.1 โดยอยู่ที่บุตร 1.86 คนต่อหญิง 1 คนในปี 2014 การเข้าเมืองที่เกิดต่างด้าวทำให้ประชากรสหรัฐยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยประชากรที่เกิดต่างด้าวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากประมาณ 20 ล้านคนในปี 1990 เป็นกว่า 40 ล้านคนในปี 2010 โดยเป็นการเพิ่มของประชากรหนึ่งในสาม ประชากรที่เกิดต่างด้าวถึง 45 ล้านคนในปี 2015'

สหรัฐมีประชากรหลากหลายมาก โดยกลุ่มบรรพบุรุษ 37 กลุ่มมีสมาชิกกว่า 1 ล้านคน ชาวอเมริกันเชื้อสายเยอรมันเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ใหญ่สุด (กว่า 50 ล้านคน) รองลงมาได้แก่ ชาวอเมริกันเชื้อสายไอร์แลนด์ (ประมาณ 37 ล้านคน), ชาวอเมริกันเชื้อสายเม็กซิโก (ประมาณ 31 ล้านคน) และชาวอเมริกันเชื้อสายอังกฤษ (ประมาณ 28 ล้านคน) ชาวอเมริกันผิวขาวเป็นกลุ่มเชื้อชาติใหญ่สุด ชาวอเมริกันผิวดำเป็นเชื้อชาติชนกลุ่มน้อยใหญ่สุดของประเทศ (หมายเหตุว่าในสำมะโนสหรัฐ อเมริกันฮิสแปนิกและละติโนนับเป็นกลุ่ม "ชาติพันธุ์" มิใช่กลุ่ม "เชื้อชาติ") และเป็นกลุ่มบรรพบุรุษใหญ่สุดอันดับสาม ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียเป็นเชื้อชาติชนกลุ่มน้อยใหญ่สุดอันดับสอง โดยกลุ่มชาติพันธุ์ของชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียใหญ่สุดสามอันดับ ได้แก่ ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ชาวอเมริกันเชื้อสายฟิลิปปินส์ และชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดีย

สหรัฐมีอัตราเกิด 13 คนต่อ 1,000 คน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก 5 คน อัตราการเติบโตของประชากรเป็นบวก 0.7% สูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ ในปีงบประมาณ 2012 ผู้เข้าเมืองกว่าหนึ่งล้านคน (ส่วนมากเข้าประเทศผ่านการรวมครอบครัว) ได้รับถิ่นที่อยู่ตามกฎหมาย ประเทศเม็กซิโกเป็นประเทศต้นทางของผู้อยู่อาศัยใหม่อันดับต้น ๆ ตั้งแต่รัฐบัญญัติการเข้าเมืองปี 1965 ประเทศจีน อินเดียและฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีผู้เข้าเมืองสูงสุดสี่อันดับทุกปีมาตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1990 ในปี 2012 ผู้อยู่อาศัยประมาณ 11.4 ล้านคนเป็นผู้เข้าเมืองไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในปี 2015 47% ของผู้เข้าเมืองทั้งหมดเป็นฮิสแปนิก 26% เป็นชาวเอเชีย 18% เป็นคนขาว และ 8% เป็นคนดำ ร้อยละของผู้เข้าเมืองซึ่งเป็นชาวเอเชียเพิ่มขึ้นส่วนร้อยละของผู้เป็นฮิสแปนิกลดลง

ชนกลุ่มน้อย (ซึ่งกรมสำมะโนนิยามว่าหมายถึงทุกคนยกเว้นคนผิวขาวที่มิใช่ฮิสปแปนิกและมิใช่หลายเชื้อชาติ) ประกอบเป็น 37.2% ของประชากรในปี 2012 และกว่า 50% ของเด็กอายุน้อยกว่าหนึ่งปี และคาดว่าจะกลายเป็นฝ่ายข้างมากเมื่อถึงปี 2044

ตามการสำรวจซึ่งดำเนินการโดยสถาบันวิลเลียมส์ ชาวอเมริกันเก้าล้านคน หรือประมาณ 3.4% ของประชากรผู้ใหญ่ระบุตนเองว่าเป็นรักร่วมเพศ รักสองเพศหรือข้ามเพศ การสำรวจมติมหาชนปี 2016 ยังสรุปว่า 4.1% ของชาวอเมริกันผู้ใหญ่ระบุตนเป็นแอลจีบีที ร้อยละสูงสุดมาจากเขตโคลัมเบีย (10%) ส่วนรัฐที่ตัวเลขต่ำสุด คือ รัฐนอร์ทดาโกตาที่ 1.7% การสำรวจในปี 2013 ศูนย์สำหรับการควบคุมและป้องกันโรคพบว่า 96.6% ระบุตนว่าตรงเพศ ส่วน 1.6% ระบุว่าเป็นเกย์หรือเลสเบียน และ 0.7% ระบุว่าเป็นรักสองเพศ

ในปี 2010 ประชากรสหรัฐประมาณ 5.2 ล้านคนมีบรรพบุรุษเป็นอเมริกันอินเดียนหรือชนพื้นเมืองอลาสก้า (2.9 ล้านคนที่มีเฉพาะของบรรพบุรุษดังกล่าว) และ 1.2 ล้านคนที่มีบรรพบุรุษชนพื้นเมืองฮาวายหรือชาวเกาะแปซิฟิก (0.5 ล้านคนมีเฉพาะบรรพบุรุษดังกล่าว) สำมะโนนับกว่า 19 ล้านคนอยู่ใน "เชื้อชาติอื่น" ซึ่ง "ไม่สามารถระบุได้" ว่าอยู่ในหมวดเชื้อชาติอย่างเป็นทางการห้าหมวดในปี 2010 โดยมีกว่า 18.5% (97%) ของจำนวนนี้มีชาติพันธุ์ฮิสแปนิก

การเติบโตของประชากรฮิสแปนิกและละติโนอเมริกัน (คำดังกล่าวใช้แทนกันได้อย่างเป็นทางการ) เป็นแนวโน้มประชากรศาสตร์ที่สำคัญ สำนักงานสำมะโนระบุชาวอเมริกันเชื้อสายฮิสแปนิก 50.5 ล้านคน ว่ามี "ชาติพันธุ์" แยกต่างหาก 64% ของฮิสแปนิกอเมริกันมีเชื้อสายเม็กซิโก ระหว่างปี 2000 ถึง 2010 ประชากรฮิสแปนิกของประเทศเพิ่ม 43% ขณะที่ประชากรที่มิใช่ฮิสแปนิกเพิ่มเพียง 4.9% การเติบโตส่วนมากมาจากการเข้าเมือง ในปี 2007 12.7% ของประชากรสหรัฐเกิดต่างด้าว ขณะที่ 54% ในจำนวนนี้เกิดในละตินอเมริกา

ชาวอเมริกันประมาณ 82% อาศัยอยู่ในเขตเมือง (รวมชานเมือง) ในจำนวนนี้ประมาณกึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ในนครที่มีประชากรกว่า 50,000 คน สหรัฐมีหลายกลุ่มนครที่เรียก เมกะรีจัน (megaregion) เมกะรีจันขนาดใหญ่สุดคือ อภิมหานครเกรตเลกส์ (Great Lakes Megalopolis) ตามด้วยอภิมหานครตะวันออกเฉียงเหนือและแคลิฟอร์เนียใต้ ในปี 2008 มีเทศบาล 273 เทศบาลที่มีประชากรกว่า 100,000 คน มีเก้านครที่มีผู้อยู่อาศัยกว่าหนึ่งล้านคน และสี่นครโลกที่มีประชากรกว่าสองล้านคน (นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส ชิคาโกและฮุสตัน) มี 52 พื้นที่มหานครที่มีประชากรกว่าหนึ่งล้านคน พื้นที่มหานครที่เติบโตเร็วที่สุด 47 จาก 50 พื้นที่อยู่ในภาคตะวันตกหรือภาคใต้ พื้นที่มหานครแซนเบอร์นาร์ดีโน แดลลัส ฮุสตัน แอตแลนตาและฟีนิกซ์ล้วนเติบโตกว่าหนึ่งล้านคนระหว่างปี 2000 ถึง 2008

ศูนย์กลางประชากรอันดับต้น
อันดับ นครแกนกลาง ประชากรในพื้นที่นครบาล พื้นที่สถิตินครบาล ภาค

นครนิวยอร์ก


ลอสแองเจลิส


ชิคาโก


แดลลัส

1 นครนิวยอร์ก 20,182,305 นครนิวยอร์ก-นูอาร์ก-เจอร์ซีย์, NY-NJ-PA MSA ตะวันออกเฉียงเหนือ
2 ลอสแองเจลิส 13,340,068 ลอสแองเจลิส–ลองบีช–แอนะไฮม์, CA MSA ตะวันตก
3 ชิคาโก 9,551,031 ชิคาโก–โจเลียต–เนเพอร์วิลล์, IL–IN–WI MSA ตะวันตกกลาง
4 แดลลัส–ฟอร์ตเวิร์ธ 7,102,796 แดลลัส–ฟอร์ตเวิร์ธ–อาร์ลิงตัน, TX MSA ใต้
5 ฮิวสตัน 6,656,947 ฮิวสตัน–เดอะวูดแลนส์-ชูการ์แลนด์ MSA ใต้
6 วอชิงตัน ดี.ซี. 6,097,684 วอชิงตัน ดี.ซี.–VA–MD–WV MSA ตะวันออกเฉียงเหนือ
7 ฟิลาเดลเฟีย 6,069,875 ฟิลาเดลเฟีย–แคมเดน–วิลมิงตัน, PA–NJ–DE–MD MSA ตะวันออกเฉียงเหนือ
8 ไมแอมี 6,012,331 ไมแอมี–ฟอร์ตลอเดอร์เดล–พอมพาโนบีช, FL MSA ใต้
9 แอตแลนตา 5,710,795 แอตแลนตา–แซนดีสปริงส์–มารีเอตตา, GA MSA ใต้
10 บอสตัน 4,774,321 บอสตัน–เคมบริดจ์–ควินซี, MA–NH MSA ตะวันออกเฉียงเหนือ
11 ซานฟรานซิสโก 4,656,132 ซานฟรานซิสโก–โอกแลนด์–ฟรีมอนต์, CA MSA ตะวันตก
12 ฟีนิกซ์ 4,574,531 ฟีนิกซ์–เมซา–เกลนเดล, AZ MSA ตะวันตก
13 ริเวอร์ไซด์–แซนเบอร์นาร์ดีโน 4,489,159 ริเวอร์ไซด์–แซนเบอร์นาร์ดีโน–ออนแทริโอ, CA MSA ตะวันตก
14 ดีทรอยต์ 4,302,043 ดีทรอยต์–วอร์เรน–ลีโวเนีย, MI MSA ตะวันตกกลาง
15 ซีแอตเทิล 3,733,580 ซีแอตเทิล–ทาโคมา–เบลวิว, WA MSA ตะวันตก
16 มินนีแอโพลิส–เซนต์พอล 3,524,583 มินนีแอโพลิส–เซนต์พอล–บลูมิงตัน, MN–WI MSA ตะวันตกกลาง
17 แซนดีเอโก 3,299,521 แซนดีเอโก–คาลส์แบด ช–แซนมาร์คัส, CA MSA ตะวันตก
18 แทมปา–เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก 2,975,225 แทมปา–เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก–เคลียร์วอเทอร์, FL MSA ใต้
19 เดนเวอร์ 2,814,330 เดนเวอร์–ออโรรา–เลกวูด, CO MSA ตะวันตก
20 เซนต์หลุยส์ 2,811,588 เซนต์หลุยส์ MO–IL MSA ตะวันตกกลาง
ตามการประมาณประชากรปี 2015 จากสำนักสำมะโนสหรัฐ

ภาษา

ภาษาที่คนกว่า 1 ล้านคนพูดที่บ้านในสหรัฐ (ปี 2010)
ภาษา ร้อยละของ
ประชากร
จำนวน
ผู้พูด
จำนวนผู้พูด
ภาษาอังกฤษ
ได้ดีหรือดีมาก
อังกฤษ (เท่านั้น) 80% 233,780,338 ทุกคน
รวมทุกภาษา
ที่มิใช่อังกฤษ
20% 57,048,617 43,659,301
สเปน
(ไม่รวมปวยร์โตรีโกและผสมสเปน)
12% 35,437,985 25,561,139
จีน
(รวมภาษากวางตุ้งมาตรฐานและภาษาจีนมาตรฐาน)
0.9% 2,567,779 1,836,263
ตากาล็อก 0.5% 1,542,118 1,436,767
เวียดนาม 0.4% 1,292,448 879,157
ฝรั่งเศส
(รวมเคจันแต่ไม่รวมผสมเฮติ)
0.4% 1,288,833 1,200,497
เกาหลี 0.4% 1,108,408 800,500
เยอรมัน 0.4% 1,107,869 1,057,836

ภาษาอังกฤษ (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน) เป็นภาษาประจำชาติโดยพฤตินัย แม้ไม่มีภาษาราชการในระดับสหพันธรัฐ แต่กฎหมายบางฉบับ เช่น ข้อกำหนดการแปลงสัญชาติของสหรัฐ วางมาตรฐานภาษาอังกฤษ ในปี 2010 ประมาณ 230 ล้านคนหรือ 80% ของประชากรอายุตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป พูดภาษาอังกฤษที่บ้านเท่านั้น ภาษาสเปน ซึ่งมีประชากร 12% พูดที่บ้าน เป็นภาษาที่พบมากที่สุดอันดับสองและเป็นภาษาที่สองที่สอนกันแพร่หลายที่สุด ชาวอเมริกันบางส่วนสนับสนุนให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการของประเทศ เนื่องจากเป็นภาษาราชการแล้วใน 32 รัฐ

ทั้งภาษาฮาวายและภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการในรัฐฮาวายตามกฎหมายของรัฐ แม้ไม่มีภาษาราชการ แต่รัฐนิวเม็กซิโกมีกฎหมายที่กำหนดการใช้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาสเปน เช่นเดียวกับที่รัฐลุยเซียนากำหนดให้ใช้ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส รัฐอื่น เช่น รัฐแคลิฟอร์เนียมีคำสั่งศาลสูงให้พิมพ์เผยแพร่เอกสารราชการบางชนิดเป็นภาษาสเปน รวมทั้งแบบของศาล หลายเขตอำนาจที่มีผู้ไม่พูดภาษาอังกฤษจำนวนมากมีการผลิตเอกสารรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารสนเทศการเลือกตั้ง ในภาษาที่มีผู้พูดแพร่หลายในเขตอำนาจเหล่านั้น

หลายดินแดนเกาะให้การรับรองอย่างเป็นทางการต่อภาษาพื้นเมืองร่วมกับภาษาอังกฤษ โดยอเมริกันซามัวและกวมรับรองภาษาซามัว และภาษาชามอร์โร ตามลำดับ หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนารับรองภาษาแคโรไลน์และชามอร์โร ชาติเชอโรคีรับรองภาษาเชอโรคีอย่างเป็นทางการในพื้นที่เขตอำนาจเผ่าเชอโรคีในรัฐโอกลาโฮมาตะวันออก ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการในปวยร์โตรีโกและมีพูดกันแพร่หลายกว่าภาษาอังกฤษที่นั่น

ภาษาต่างด้าวที่สอนกันกว้างขวางที่สุดในทุกระดับในสหรัฐ (ในแง่ของจำนวนผู้ลงทะเบียน) ได้แก่ ภาษาสเปน (ผู้เรียนประมาณ 7.2 ล้านคน) ฝรั่งเศส (1.5 ล้านคน) และเยอรมัน (500,000 คน) ภาษาที่มีสอนแพร่หลายอื่น (โดยมีผู้เรียน 100,000 ถึง 250,000 คน) มีภาษาละติน ญี่ปุ่น ภาษาใบ้อเมริกัน ภาษาอิตาลีและจีน 18% ของชาวอเมริกันอ้างว่าตนพูดได้มากกว่าหนึ่งภาษานอกจากภาษาอังกฤษ

ศาสนา

ศาสนาที่นับถือในสหรัฐ (ปี 2014)
ศาสนา % ของประชากรสหรัฐ
คริสต์ 70.6 70.6
โปรเตสแตนต์ 46.5 46.5
โปรเตสแตนต์อีวานเจลิคัล 25.4 25.4
โปรเตสแตนต์สายหลัก 14.7 14.7
คริสตจักรดำ 6.5 6.5
คาทอลิก 20.8 20.8
มอรมอน 1.6 1.6
พยานพระยะโฮวา 0.8 0.8
อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ 0.5 0.5
คริสต์อื่น 0.4 0.4
ยูดาห์ 1.9 1.9
อิสลาม 1 1
พุทธ 0.7 0.7
ฮินดู 0.7 0.7
ศาสนาอื่น 1.8 1.8
ไม่มีศาสนา 22.8 22.8
ไม่นับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่ง 15.8 15.8
อไญยนิยม 4.0 4
อเทวนิยม 3.1 3.1
ไม่ทราบหรือปฏิเสธไม่ตอบ 0.6 0.6

การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐครั้งแรกรับประกันการนับถือศาสนาอย่างเสรีและห้ามรัฐสภาผ่านกฎหมายเกี่ยวกับสถาบันศาสนา

ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดในสหรัฐ ในการสำรวจปี 2013 ชาวอเมริกัน 56% กล่าวว่า ศาสนามี "บทบาทสำคัญมากในชีวิตของพวกเขา" ซึ่งเป็นตัวเลขสูงกว่าของประเทศที่ร่ำรวยอื่นมาก ในการสำรวจมติมหาชนปี 2009 ชาวอเมริกัน 42% กล่าวว่า พวกเขาเข้าโบสถ์ทุกสัปดาห์หรือเกือบทุกสัปดาห์ ตัวเลขดังกล่าวแปรผันตั้งแต่ 23% ในรัฐเวอร์มอนต์ จนถึงสูง 63% ในรัฐมิสซิสซิปปี ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัยและผู้ประพันธ์เรียกสหรัฐว่าเป็น "ชาติโปรเตสแตนต์" หรือ "ก่อตั้งบนหลักการโปรเตสแตนต์" โดยเน้นมรดกลัทธิคาลวินเป็นพิเศษ

สหรัฐเริ่มเคร่งศาสนาน้อยลงเช่นเดียวกับประเทศตะวันตกอื่น การไม่มีศาสนาเติบโตอย่างรวดเร็วในหมู่ชาวอเมริกันอายุต่ำกว่า 30 ปี การสำรวจแสดงว่า ความเชื่อมั่นในศาสนาของชาวอเมริกันโดยรวมเสื่อมลงมาตั้งแต่กลางถึงปลายคริสต์ทศวรรษ 1980 โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอเมริกันอายุน้อยที่ไม่มีศาสนาเพิ่มขึ้น การศึกษาในปี 2012 บ่งชี้ว่าสัดส่วนประชากรสหรัฐที่นับถือโปรเตสแตนต์ลดลงเหลือ 48% ทำให้ยุติสถานภาพเป็นหมวดศาสนาของฝ่ายข้างมากเป็นครั้งแรก ชาวอเมริกันที่ไม่มีศาสนามีบุตร 1.7 คนเทียบกับคริสต์ศาสนิกชน 2.2 คน ผู้ไม่นับถือศาสนายังมีแนวโน้มสมรสน้อยกว่าคริสต์ศาสนิกชน 37% ต่อ 52%

จากการสำรวจปี 2014 ผู้ใหญ่ 70.6% ระบุตัวเองเป็นคริสต์ศาสนิกชน ลดลงจาก 73% ในปี 2012 โปรเตสแตนต์นิกายต่าง ๆ คิดเป็น 46.5% ในขณะที่นิกายโรมันคาทอลิกคิดเป็น 20.8% เป็นนิกายเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุด ศาสนาอื่นนอกเหนือจากศาสนาคริสต์ที่รายงานทั้งหมดในปี 2014 มี 5.9% ศาสนาอื่น ๆ ได้แก่ ศาสนายูดาห์ (1.9%), ศาสนาอิสลาม (0.9%), ศาสนาฮินดู, (0.7%) ศาสนาพุทธ (0.7%) การสำรวจยังรายงานว่าชาวอเมริกัน 22.8% ระบุตัวเองว่าอไญยนิยม, อเทวนิยมหรือไม่มีศาสนา เพิ่มขึ้นจาก 8.2% ในปี 1990 นอกจากนี้ยังมีชุมชน ยูนิทาเรียนยูนิเวอร์แซลิสต์, ศาสนาบาไฮ, ศาสนาซิกข์, ศาสนาเชน, ลัทธิชินโต, ลัทธิขงจื๊อ, ลัทธิเต๋า, ดรูอิด, พื้นเมืองอเมริกัน, วิคะ, มนุษยนิยม, และเทวัสนิยม

โปรเตสแตนต์เป็นกลุ่มศาสนาคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ มีคริสตจักรแบปทิสต์รวมกันเป็นนิกายโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุด และสหคริสตจักรแบปทิสต์ใต้ (Southern Baptist Convention) เป็นนิกายโปรเตสแตนต์เดี่ยวที่ใหญ่สุด ชาวอเมริกันประมาณ 26% ระบุตนเป็นโปรเตสแตนต์อีวานเจลิคัล (Evangelical Protestant) ส่วน 15% เป็นสายหลัก (Mainline) และ 7% เป็นคริสตจักรดำดั้งเดิม โรมันคาทอลิกในสหรัฐมีเหง้าในการทำให้ทวีปอเมริกาเป็นอาณานิคมของสเปนและฝรั่งเศส และต่อมาขยายตัวเนื่องจากการเข้าเมืองของชาวไอริช อิตาลี โปแลนด์ เยอรมันและสเปน รัฐโรดไอแลนด์มีร้อยละของคาทอลิกสูงสุดโดยมี 40% ของประชากร นิกายลูเทอแรนในสหรัฐกำเนิดจากการเข้าเมืองจากยุโรปเหนือและประเทศเยอรมนี รัฐนอร์ทและเซาท์ดาโคตาเป็นเพียงสองรัฐที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นลูเทอร์แรนมากกว่า ผู้เข้าเมืองชาวสกอตและสกอตอัลสเตอร์เผยแผ่นิกายเพรสไบทีเรียนในทวีปอเมริกาเหนือ แม้นิกายดังกล่าวได้เผยแผ่ทั่วสหรัฐ แต่กระจุกอยู่ในชายฝั่งตะวันออกเป็นหลัก มีการก่อตั้งกลุ่มผู้นับถือศาสนาปฏิรูปดัตช์ครั้งแรกในนิวอัมสเตอร์ดัม (นครนิวยอร์ก) ก่อนเผยแผ่ไปทางทิศตะวันตก รัฐยูทาห์เป็นรัฐเดียวที่มอรมอนเป็นศาสนาของประชากรส่วนใหญ่ ฉนวนมอรมอนยังขยายไปถึงบางส่วนของรัฐไอดาโฮ เนวาดาและไวโอมิง

เข็มขัดไบเบิล (Bible Belt) เป็นภาษาปากใช้เรียกภูมิภาคในภาคใต้ของสหรัฐซึ่งโปรเตสแตนต์อีวานเจลิคัลซึ่งเป็นอนุรักษนิยมทางสังคมเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมและอัตราการเข้าโบสถ์คริสต์ในนิกายต่าง ๆ ปกติสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ในทางกลับกัน ศาสนามีบทบาทสำคัญน้อยในเขตนิวอิงแลนด์และภาคตะวันตกของสหรัฐ

โครงสร้างครอบครัว

ในปี 2007 ชาวอเมริกันอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป 58% สมรส 6% เป็นม่าย 10% หย่าร้าง และ 25% ไม่เคยสมรส ขณะนี้หญิงส่วนใหญ่ทำงานนอกบ้าน และสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีมากกว่าชาย

อัตราการตั้งครรภ์วัยรุ่นสหรัฐอยู่ที่ 26.5 คนต่อ 1,000 คน อัตราดังกล่าวลดลง 57% จากปี 1991 ในปี 2013 อัตราเกิดวัยรุ่นสูงสุดอยู่ในรัฐแอลาบามา และต่ำสุดในรัฐไวโอมิง การทำแท้งชอบด้วยกฎหมายทั่วทั้งสหรัฐ เนื่องจากคดีระหว่างโรและเวด (Roe v. Wade) คำวินิจฉัยบรรทัดฐานในปี 1973 ของศาลสูงสุดแห่งสหรัฐ แม้อัตราการทำแท้งจะลดลง แต่อัตราทำแท้ง 241 ต่อ 1,000 การคลอดมีชีพและอัตราการทำแท้ง 15 คนต่อ 1,000 คนในหญิงอายุระหว่าง 15–44 ปีก็ยังสูงกว่าอัตราของชาติตะวันตกส่วนใหญ่ ในปี 2013 อายุเฉลี่ยของการคลอดครั้งแรกอยู่ที่ 26 ปีและ 40.6% ของการเกิดเกิดกับหญิงไม่สมรส

มีการประมาณอัตราเจริญพันธุ์รวมของปี 2013 ไว้ที่ 1.86 การเกิดต่อหญิง 1 คน การรับบุตรบุญธรรมในสหรัฐมีทั่วไปและค่อนข้างง่ายจากมุมมองกฎหมายเมื่อเทียบกับประเทศตะวันตกอื่น ในปี 2001 ด้วยการรับบุตรบุญธรรมกว่า 127,000 คน สหรัฐคิดเป็นเกืบอกึ่งหนึ่งของจำนวนการรับบุตรบุญธรรมทั้งหมดทั่วโลก การสมรสเพศเดียวกันชอบด้วยกฎหมายทั่วประเทศและคู่สมรสเพศเดียวกันสามารถรับบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมาย พหุสามีภริยาไม่ชอบด้วยกฎหมายทั่วทั้งสหรัฐ

อาคารรัฐสภาสหรัฐ
สถานที่ประชุมของรัฐสภา
ได้แก่ วุฒิสภา (ซ้ายมือ) สภาผู้แทนราษฎร (ขวามือ)

สหรัฐเป็นสหพันธรัฐเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังรอดมาถึงปัจจุบัน เป็นสาธารณรัฐแบบมีรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน "ซึ่งการถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์มากถูกจำกัดโดยสิทธิฝ่ายข้างน้อยที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย" มีการวางระเบียบการปกครองด้วยระบบตรวจสอบและถ่วงดุลที่นิยามตามรัฐธรรมนูญสหรัฐ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ สำหรับปี 2016 สหรัฐจัดอยู่ในอันดับที่ 21 ตามดัชนีประชาธิปไตย และอันดับที่ 18 ในดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน

ในระบบสหพันธรัฐนิยมอเมริกา ปกติพลเมืองอยู่ใต้บังคับแห่งการปกครองสามระดับ คือ สหพันธรัฐ รัฐและท้องถิ่น หน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นปกติแบ่งกันระหว่างรัฐบาลเทศมณฑล (county) และองค์การเทศบาล ในเกือบทุกกรณี ข้าราชการฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติมาจากการเลือกตั้งแบบคะแนนเสียงที่เหนือกว่าของพลเมืองแบ่งตามเขต ไม่มีการมีผู้แทนตามสัดส่วนในระดับสหพันธรัฐ และพบน้อยในระดับล่างกว่า

รัฐบาลกลางประกอบด้วยสามอำนาจ ได้แก่

สภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิกออกเสียงลงคะแนน 435 คน แต่ละคนเป็นผู้แทนของเขตรัฐสภาเป็นสมัยสองปี ที่นั่งของสภาผู้แทนราษฎรมีการจัดสัดส่วนตามรัฐแบ่งตามประชากรทุกสิบปี ในสำมะโนปี 2010 เจ็ดรัฐมีผู้แทนขั้นต่ำหนึ่งคน ส่วนรัฐแคลิฟอร์เนนีย รัฐที่มีประชากรมากที่สุด มี 53 คน

วุฒิสภามีสมาชิก 100 คน โดยแต่ละรัฐมีสมาชิกวุฒิสภาสองคน ได้รับเลือกตั้งโดยไม่แบ่งเขตมีวาระละ 6 ปี ตำแหน่งวุฒิสภาหนึ่งในสามมีการเลือกตั้งปีเว้นปี ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งวาระละ 4 ปี และอาจได้รับเลือกตั้งได้ไม่เกินสองครั้ง ประธานาธิบดีมิได้เลือกตั้งจากคะแนนเสียงโดยตรง แต่มาจากระบบคณะผู้เลือกตั้งทางอ้อมซึ่งกำหนดคะแนนเสียงที่จัดสัดส่วนให้แก่รัฐและเขตโคลัมเบีย ศาลสูงสุด ซึ่งมีประธานศาลสูงสุดแห่งสหรัฐเป็นหัวหน้า มีสมาชิกเก้าคน ซึ่งดำรงตำแหน่งตลอดชีพ

อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพในนครนิวยอร์กเป็นสัญลักษณ์ของทั้งสหรัฐและอุดมการณ์เสรีภาพ ประชาธิปไตยและโอกาส

รัฐบาลรัฐมีโครงสร้างคล้าย ๆ กัน แต่รัฐเนแบรสกามีสภานิติบัญญัติที่ใช้ระบบสภาเดียวต่างจากรัฐอื่น ผู้ว่าการแต่ละรัฐ (หัวหน้าฝ่ายบริหาร) มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ผู้พิพากาษาและคณะรัฐมนตรีของบางรัฐมาจากการแต่งตั้งของผู้ว่าการของรัฐนั้น ๆ แต่บางรัฐมาจากการเลือกตั้งของประชาชน

ข้อความดั้งเดิมของรัฐธรรมนูญกำหนดโครงสร้างและความรับผิดชอบของรัฐบาลกลางและความสัมพันธ์กับรัฐหนึ่ง ๆ มาตรา 1 คุ้มครองสิทธิหมายสั่งให้ส่งตัวผู้ถูกคุมขังมาศาล รัฐธรรมนูญมีการแก้ไขเพิ่มเติม 27 ครั้ง การแก้ไขเพิ่มเติมสิบครั้งแรก ซึ่งรวมเรียว่า รัฐบัญญัติสิทธิ (Bill of Rights) และการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 14 ก่อเป็นรากฐานกลางของสิทธิปัจเจกของชาวอเมริกัน กฎหมายและวิธีดำเนินการปกครองทั้งหมดอยู่ภายใต้การพิจารณาทบทวนโดยศาลและกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยว่าละเมิดรัฐธรรมนูญเป็นโมฆะ ศาลสูงสุดสถาปนาหลักการพิจารณาทบทวนโดยศาล แม้มิได้กล่าวไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ ในคดีระหว่างมาร์บูรีกับเมดิสัน (Marbury v. Madison) ปี 1803

เขตรัฐกิจ

แผนที่เขตเศรษฐกิจเขตเศรษฐกิจจำเพาะของสหรัฐ แสดงรัฐ ดินแดนและการครอบครอง

สหรัฐเป็นสหพันธ์สาธารณรัฐประกอบด้วย 50 รัฐ เขตสหพันธรัฐ ห้าดินแดนและเกาะที่ไม่มีคนอยู่อาศัยสิบเอ็ดเกาะ รัฐและดินแดนเป็นเขตการปกครองหลักในประเทศ แบ่งเป็นเขตย่อยเทศมณฑลและนครอิสระ เขตโคลัมเบียเป็นเขตสหพันธรัฐซึ่งมีเมืองหลวงของสหรัฐ คือ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รัฐและเขตโคลัมเบียเลือกประธานาธิบดีสหรัฐ แต่ละรัฐมีผู้เลือกตั้งประธานาธิบดีเทียบเท่ากับผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาในรัฐสภา เขตโคลัมเบียมีสามคน

เขตรัฐสภามีการกำหนดจำนวนผู้แทนตามส่วนของพลเมืองใหม่ของรัฐหลังสำมะโนประชากรทุกสิบปี แล้วแต่ละรัฐเป็นเขตสมาชิกหนึ่งให้เป็นไปตามการจัดสัดส่วนสำมะโน มีจำนวนผู้แทนราษฎรทั้งหมด 435 คน และสมาชิกรัฐสภาผู้แทนเป็นตัวแทนของเขตโคลัมเบียและห้าดินแดนหลักของสหรัฐ

สหรัฐยังมีอำนาจอธิปไตยชนเผ่า (tribal sovereignty) ของชาติอเมริกันอินเดียนในขอบเขตจำกัด เช่นเดียวกับอำนาจอธิปไตยของรัฐ อเมริกันอินเดียนเป็นพลเมืองสหรัฐและดินแดนชนเผ่าอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐสภาสหรัฐและศาลสหพันธรัฐ เช่นเดียวกับรัฐ ชนเผ่ามีอัตตาณัติสูง แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกาศสงคราม มีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชองตนเอง หรือพิมพ์และออกเงินตรา

พรรคการเมืองและการเลือกตั้ง

โจ ไบเดิน
ประธานาธิบดีคนที่ 46
ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2021
กมลา แฮร์ริส
รองประธานาธิบดีคนที่ 49
ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2021

สหรัฐใช้ระบบสองพรรคมาเกือบตลอดประวัติศาสตร์ สำหรับตำแหน่งเลือกตั้งแทบทุกระดับ การเลือกตั้งผู้สมัครรอบแรกที่รัฐจัดการเลือกผู้ได้รับเสนอชื่อของพรรคการเมืองหลักสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปในเวลาต่อมา นับแต่การเลือกตั้งทั่วไปปี 1856 พรรคการเมืองหลักได้แก่ พรรคเดโมแครตซึ่งก่อตั้งในปี 1824 และพรรคริพับลิกันซึ่งก่อตั้งในปี 1854 นับแต่สงครามกลางเมือง มีผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีจากพรรคที่สามเพียงคนเดียว คือ อดีตประธานาธิบดีธีโอดอร์ โรสเวลต์ ซึ่งมาจากพรรคก้าวหน้าในปี 1912 ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งผ่านระบบคณะผู้เลือกตั้ง

ภายในวัฒนธรรมการเมืองอเมริกา พรรครีพับลิกันฝ่ายกลางขวาถือว่าเป็น "อนุรักษนิยม" และพรรคเดโมแครตฝ่ายกลางซ้ายถือว่าเป็น "เสรีนิยม" รัฐภาคตะวันออกเฉียงเหนือและชายฝั่งตะวันตกและรัฐเกรตเลกส์บางรัฐรู้จักกันในนาม "รัฐน้ำเงิน" ค่อนข้างเป็นเสรีนิยม "รัฐแดง" ในภาคใต้และบางส่วนของเกรตเพลนส์และเทือกเขาร็อกกีค่อนข้างเป็นอนุรักษนิยม

โจ ไบเดินจากพรรคเดโมแครต ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 46 ผู้นำปัจจุบันในวุฒิสภา ได้แก่ รองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริสจากพรรคเดโมแครต ประธานชั่วคราวแพทริก ลีฮี (Patrick Leahy) จากพรรคเดโมแครต หัวหน้าฝ่ายข้างมาก ชัก ชูเมอร์ (Chuck Schumer) และหัวหน้าฝ่ายข้างน้อย มิตช์ แม็กคอนเนล (Mitch McConnell) ผู้นำในสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่ ประธานสภาผู้แทนราษฎรแนนซี เพโลซี หัวหน้าฝ่ายข้างมาก สเตนี ฮอยเยอร์ (Steny Hoyer) และหัวหน้าฝ่ายข้างน้อย เควิน แม็กคาธี (Kevin McCarthy)

ในรัฐสภาสหรัฐสมัยที่ 117 พรรคเดโมแครตครองทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ปัจจุบันวุฒิสภามีเดโมแครต 48 คน และอิสระ 2 คนซึ่งประชุมลับกับเดโมแครต รีพับลิกัน 50 คน สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยรีพับลิกัน 221 คนและเดโมแครต 211 คน ในตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ มีรีพับลิกัน 27 คน เดโมแครต 23 คน ในบรรดานายกเทศมนตรี ดี.ซี. และผู้ว่าการดินแดน 5 คน มีรีพับลิกัน 2 คน เดโมแครต 1 คน ก้าวหน้าใหม่ 1 คนและอิสระ 2 คน

ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

สำนักงานใหญ่สหประชาชาติสร้างขึ้นในใจกลางเมืองแมนฮัตตันในปี 1952

สหรัฐมีโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศซึ่งได้รับการยอมรับ เป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และนครนิวยอร์กเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ เป็นสมาชิกจี7 จี20 และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา เกือบทุกประเทศมีสถานเอกอัครราชทูตในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และหลายประเทศมีสถานกงสุลทั่วประเทศ ในทำนองเดียวกัน เกือบทุกประเทศมีคณะทูตอเมริกันอยู่ อย่างไรก็ตาม อิหร่าน เกาหลีเหนือ ภูฏานและสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ไม่มีความสัมพันธ์ทางทูตอย่างเป็นทางการกับสหรัฐ (แม้สหรัฐยังมีความสัมพันธ์กับไต้หวันและส่งยุทธภัณฑ์ให้)

สหรัฐมี "ความสัมพันธ์พิเศษ" กับสหราชอาณาจักร และความสัมพันธ์เหนียวแน่นกับประเทศแคนาดา ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิสราเอล และอีกหลายประเทศสหภาพยุโรป รวมถึงประเทศฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนีและสเปน สหรัฐทำงานอย่างใกล้ชิดกับสมาชิกนาโตด้วยกันในประเด็นทางทหารและความมั่นคง และกับประเทศเพื่อนบ้านโดยผ่านองค์การนานารัฐอเมริกัน และข้อตกลงการค้าเสรี เช่น ความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือไตรภาคีกับประเทศแคนาดาและเม็กซิโก ในปี 2008 สหรัฐใช้งบประมาณสุทธิ 25,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการช่วยเหลือพัฒนาอย่างเป็นทางการ ซึ่งมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม การให้เงินช่วยเหลือของสหรัฐ 0.18% เมื่อเทียบเป็นสัดส่วนของรายได้มวลรวมประชาชาติของสหรัฐ ทำให้จัดอยู่อันดับสุดท้ายในบรรดารัฐบริจาค 22 ประเทศ ในทางตรงข้าม การให้เงินต่างประเทศของเอกชนโดยชาวอเมริกันค่อนข้างเผื่อแผ่

สหรัฐใช้อำนาจและความรับผิดชอบด้านการป้องกันประเทศระหว่างประเทศอย่างสมบูรณ์สำหรับสามรัฐเอกราชผ่านความตกลงระหว่างประเทศสมาคมอิสระ (Compact of Free Association) กับไมโครนีเซีย หมู่เกาะมาร์แชลล์และปาเลา ประเทศเหล่านี้เป็นชาติเกาะแปซิฟิก ซึ่งเคยเป็นดินแดนในภาวะทรัสตีหมู่เกาะแปซิฟิก (Trust Territory of the Pacific Islands) ที่สหรัฐบริหารหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งได้รับเอกราชในเวลาต่อมา

การคลังภาครัฐ

หนี้สินรัฐบาลกลางสหรัฐที่ภาครัฐบาลถือครองเป็นร้อยละของจีดีพี ตั้งแต่ปี 1790 ถึง 2013

ภาษีในสหรัฐมีการจัดเก็บในระดับรัฐบาลสหพันธรัฐ รัฐและท้องถิ่น ภาษีเหล่านี้รวมถึงภาษีรายได้, หักจากค่าจ้าง, ทรัพย์สิน, การขาย, นำเข้า, มรดกและการให้ ตลอดจนค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในปี 2010 ภาษีที่รัฐบาลกลาง รัฐ และเทศบาลจัดเก็บได้คิดเป็น 24.8% ของจีดีพี ช่วงปีงบประมาณ 2012 รัฐบาลกลางจัดเก็บรายได้จากภาษีประมาณ 2.45 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ, เพิ่มขึ้น 147,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6% เมื่อเทียบกับรายได้ 2.30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐของปีงบประมาณ 2011 หมวดหมู่หลักได้แก่ ภาษีรายได้บุคคลธรรมดา (1,132,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 47%) ภาษีหลักประกันสังคม/การประกันสังคม (845,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 35%) และภาษีนิติบุคคล (242,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 10%) ตามการประมาณของสำนักงานงบประมาณของรัฐสภา ภายใต้กฎหมายภาษีปี 2013 ผู้มีรายได้สูงสุด 1% จะจ่ายอัตราภาษีเฉลี่ยสูงสุดนับแต่ปี 1979 ส่วนกลุ่มรายได้อื่นยังอยู่ในอัตราต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

โดยทั่วไปการเก็บภาษีอากรของสหรัฐเป็นแบบก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษีรายได้ของรัฐบาลกลาง และเป็นแบบก้าวหน้ามากที่สุดในประเทศพัฒนาแล้ว ผู้มีรายได้สูงสุด 10% จ่ายภาษีของรัฐบาลกลางส่วนใหญ่ และเกือบครึ่งหนึ่งของภาษีทั้งหมด ภาษีหักจากค่าจ้างสำหรับหลักประกันสังคมเป็นภาษีถดถอยแนวราบ โดยไม่มีการเก็บภาษีกับรายได้เกิน 118,500 ดอลลาร์สหรัฐ (สำหรับปี 2015 และ 2016) และไม่เก็บภาษีเลยสำหรับผู้ไม่มีรายได้จากหลักทรัพย์และกำไรส่วนทุน การให้เหตุผลเดิมสำหรับสภาพถดถอยของภาษีหักจากค่าจ้าง คือ โครงการการให้สิทธิ์ไม่ถูกมองเป็นการโอนสวัสดิการ ทว่า ตามข้อมูลของสำนักงานงบประมาณของรัฐสภา ผลลัพธ์สุทธิของหลักประกันสังคม คือ อัตราประโยชน์ต่อภาษีมีพิสัยตั้งแต่ประมาณ 70% สำหรับ 20% ของผู้มีรายได้สูงสุดถึงประมาณ 170% สำหรับ 20% ของผู้มีรายได้ต่ำสุด ทำให้ระบบเป็นแบบก้าวหน้า

ผู้มีรายได้สูงสุด 10% จ่าย 51.8% ของภาษีรัฐบาลกลางทั้งหมดในปี 2009 และผู้มีรายได้สูงสุด 1% ซึ่งมีรายได้ประชาชาติก่อนเสียภาษี 13.4% จ่ายภาษีรัฐบาลกลาง 22.3% ในปี 2013 ศูนย์นโยบายภาษีพยากรณ์ว่าอัตราภาษียังผลของรัฐบาลกลาง 35.5% สำหรับผู้มีรายได้สูงสุด 1%, 29.7% สำหรับผู้มีรายได้สูงสุด 20%, 13.8% สำหรับผู้มีรายได้ปานกลางและ −2.7% สำหรับผู้มีรายได้ต่ำสุด ภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นประเด็นกรณีโต้เถียงที่กำลังดำเนินอยู่มาหลายทศวรรษ ภาษีรัฐและท้องถิ่นแตกต่างกันมาก แต่โดยทั่วไปเป็นแบบถดถอยน้อยกว่าภาษีรัฐบาลกลางเพราะการจัดเก็บภาษีนั้นอาศัยภาษีการขายและทรัพย์สอนแบบถดถอยซึ่งให้กระแสรายได้ที่ลบเลือนได้น้อยกว่า แม้รวมภาษีเหล่านี้ด้วยแล้ว การจัดเก็บภาษีโดยรวมก็ยังเป็นแบบก้าวหน้า

ระหว่างปีงบประมาณ 2012 รัฐบาลกลางใชังบประมาณหรือเกณฑ์เงินสด 3.54 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.7 % เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2011 ที่ใช้ 3.60 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ รายจ่ายหมวดหลักในปีงบประมาณ 2012 ได้แก่ เมดิแคร์และเมดิเคด (802,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 23% ของรายจ่าย), หลักประกันสังคม (768,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 22%), กระทรวงกลาโหม (670,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 19%) ดุลยพินิจนอกเหนือจากการกลาโหม (615,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 17%) รายจ่ายบังคับอื่น (461,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 13%) และดอกเบี้ย (223,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 6%)

หนี้สินของชาติทั้งหมดของสหรัฐอยู่ที่ 18.527 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (106% ของจีดีพี) ในปี 2014 สหรัฐมีการจัดอันดับเครดิต AA+ จากสแตนดาร์ดแอนด์พัวส์, AAA จากฟิตช์ และ AAA จากมูดีส์

กองทัพ

ดูบทความหลักที่: กองทัพสหรัฐ

ประธานาธิบดีมีตำแหน่งผู้บัญชาการทหาร และแต่งตั้งหัวหน้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะเสนาธิการร่วม กระทรวงกลาโหมของสหรัฐบริหารกองทัพ รวมทั้งกองทัพบก, กองทัพเรือ, เหล่านาวิกโยธิน, และกองทัพอากาศ หน่วยยามฝั่งดำเนินการโดยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิในยามสงบและกระทรวงทหารเรือในยามสงคราม ในปี 2008 กองทัพมีกำลังพลประจำการ 1.4 ล้านนาย หรือ 2.3 ล้านนายหากนับรวมกำลังสำรองและกำลังป้องกันชาติ กระทรวงกลาโหมว่าจ้างพลเรือนประมาณ 700,000 คน ไม่นับรวมผู้รับเหมา

กลุ่มโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบิน คิตตีฮอว์ก, โรนัลด์ เรแกน และอับราฮัม ลินคอล์น กับเครื่องบินจากเหล่านาวิกโยธิน, กองทัพเรือและกองทัพอากาศ

ราชการทหารเป็นแบบสมัครใจ แม้อาจมีการเกณฑ์ทหารในยามสงครามผ่านระบบราชการคัดเลือก (Selective Service System) กำลังอเมริกาสามารถวางกำลังได้อย่างรวดเร็วโดยกลุ่มอากาศยานขนส่งขนาดใหญ่ของกองทัพอากาศ เรือบรรทุกอากาศยานประจำการ 11 ลำของกองทัพเรือ และหน่วยรบนอกประเทศนาวิกโยธินในทะเลกับกองเรือแอตแลนติกและแปซิฟิกของกองทัพเรือ กองทัพมีฐานทัพและศูนย์ 865 แห่งนอกประเทศ และมีกำลังพลประจำการกว่า 100 นายใน 25 ประเทศ

งบประมาณทางทหารของสหรัฐในปี 2011 อยู่ที่ 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 41% เป็นรายจ่ายทางทหารทั่วโลกและเท่ากับรายจ่ายทางทหารของ 14 ชาติที่มีรายจ่ายมากรองลงมารวมกัน อัตรางบประมาณทางทหารอยู่ที่ 4.7% ของจีดีพี ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดอันดับสองในบรรดาประเทศที่มีรายจ่ายทางทหารสูงสุด 15 ประเทศ รองจากประเทศซาอุดีอาระเบีย รายจ่ายกลาโหมของสหรัฐเมื่อเทียบเป็นร้อยละของจีดีพีจัดเป็นอันดับที่ 23 ของโลกในปี 2012 ตามข้อมูลของซีไอเอ สัดส่วนรายจ่ายกลาโหมของสหรัฐโดยทั่วไปลดลงในทศวรรษหลัง จากช่วงสงครามเย็นที่สูงสุดที่ 14.2% ของจีดีพีในปี 1953 และ 69.5% ของรายจ่ายรัฐบาลกลางใน 1954 ลงมาที่ 4.7 % ของจีดีพี และ 18.8 % ของรายจ่ายรัฐบาลกลางในปี 2011

ฐานงบประมาณกระทรวงกลาโหมที่เสนอไว้สำหรับปี 2012 มูลค่า 553,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.2% จากปี 2011 หรือเพิ่ม 118,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับการทัพในประเทศอิรักและอัฟกานิสถาน ทหารอเมริกันชุดสุดท้ายที่รับราชการในประเทศอิรักออกจากประเทศในเดือนธันวาคม 2011 ข้าราชการทหาร 4,484 นายถูกฆ่าระหว่างสงครามอิรัก มีทหารสหรัฐประมาณ 90,000 นายกำลังรับราชการอยู่ในประเทศอัฟกานิสถานในเดือนเมษายน 2012 ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2013 มีทหารเสียชีวิต 2,285 นายในสงครามในอัฟกานิสถาน

การบังคับใช้กฎหมายในสหรัฐเป็นความรับผิดชอบของกรมตำรวจท้องถิ่นเป็นหลัก

การบังคับใช้กฎหมายในสหรัฐเป็นความรับผิดชอบหลักของตำรวจท้องที่ และหน่วยงานของนายอำเภอ (sheriff) โดยมีตำรวจของรัฐบริการกว้างกว่า กรมตำรวจนครนิวยอร์กเป็นตำรวจท้องที่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ หน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) และราชการพนักงานศาลแขวง (Marshals Service) ของสหรัฐมีหน้าที่ชำนัญพิเศษ ซึ่งรวมการพิทักษ์สิทธิพลเมือง ความมั่นคงของชาติและบังคับใช้คำวินิจฉัยของศาลกลางและกฎหมายกลางของสหรัฐ ในระดับรัฐบาลกลางและในเกือบทุกรัฐ ระบบกฎหมายใช้แบบคอมมอนลอว์ ศาลของรัฐตัดสินคดีอาญาส่วนใหญ่ ศาลกลางรับผิดชอบอาชญากรรมที่กำหนดบางอย่างตลอดจนคดีอุทธรณ์จากศาลอาญาของรัฐ การต่อรองคำรับสารภาพในสหรัฐพบดาษดื่น คดีอาญาส่วนใหญ่ในประเทศระงับด้วยการต่อรองคำรับสารภาพมิใช่การพิจารณาของคณะลูกขุน

ในปี 2015 มีการฆ่าคน 15,696 ครั้ง ซึ่งมากกว่าปี 2014 จำนวน 1,532 ครั้ง หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับแต่ปี 1971 อัตราการฆ่าคนในปี 2015 อยู่ที่ 4.9 คนต่อประชากร 100,000 คน ในปี 2016 อัตราการฆ่าคนเพิ่มขึ้น 8.6% โดยมีการฆ่าคน 17,250 ครั้งในปีนั้น อัตราการชำระคดี (clearance rate) สำหรับการฆ่าคนของประเทศในปี 2015 อยู่ที่ร้อยละ 64.1 เมื่อเทียบกับร้อยละ 90 ในปี 1965 ในปี 2012 มีการฆ่าคน 4.7 คนต่อประชากร 100,000 คนในสหรัฐ ลดลงร้อยละ 54 จากยอดสูงสุด 10.2 ในปี 1980 ในปี 2001–2 สหรัฐมีระดับอาชญากรรมรุนแรงสูงกว่าค่าเฉลี่ย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความรุนแรงจากปืนสูงเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่น การวิเคราะห์ตามขวางของฐานข้อมูลการตายขององค์การอนามัยโลกจากปี 2010 แสดงว่าสหรัฐ "มีอัตราการฆ่าคนสูงกว่าประเทศรายได้สูงอื่น 7.0 เท่า ซึ่งมีสาเหตุจากอัตราการฆ่าคนด้วยปืนซึ่งสูงกว่าประเทศอื่น 25.2 เท่า" สิทธิความเป็นเจ้าของปืนเป็นหัวข้อการถกเถียงทางการเมืองพิพาท

ตั้งแต่ปี 1980 ถึง 2008 ชายคิดเป็นร้อยละ 77 ของผู้ถูกฆ่า และร้อยละ 90 ของผู้ก่อเหตุ ผิวดำก่อเหตุฆ่าคนร้อยละ 52.5 ของทั้งหมดในช่วงนั้น เป็นอัตราเกือบแปดเท่าของผิวขาว (ซึ่งรวมฮิสแปนิกส่วนใหญ่) และเป็นผู้เสียหายมากเป็นหกเท่าของผิวขาว การฆ่าคนส่วนใหญ่เป็นคนผิวเดียวกัน โดยผู้ถูกฆ่าผิวดำร้อยละ 93 ถูกผิวดำฆ่า และผิวขาว 84% ถูกผิวขาวฆ่า ในปี 2012 รัฐลุยเซียนามีอัตราการฆ่าคนและการทำให้คนตายโดยประมาทสูงสุด และรัฐนิวแฮมพ์เชียร์มีอัตราต่ำสุด รายงานอาชญากรรมเอกรูปของเอฟบีไอประมาณว่ามีอาชญากรรมรุนแรงและอาชญากรรมต่อทรัพย์สิน 3,246 ครั้งต่อผู้อยู่อาศัย 100,000 คนในปี 2012 รวมมีอาชญากรรมทั้งสิ้นกว่า 9 ล้านครั้ง

มีการอนุมัติโทษประหารชีวิตในสหรัฐสำหรับอาชญากรรมรัฐบาลกลางและทหารบางอย่าง และมีใช้ใน 31 รัฐ ไม่มีการประหารชีวิตระหว่างปี 1967 ถึง 1977 บางส่วนเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐวางข้อกำหนดโทษประหารชีวิตตามอำเภอใจ ในปี 1976 ศาลสูงสุดวินิจฉัยว่าภายใต้พฤติการณ์ที่เหมาะสม อาจบังคับโทษประหารชีวิตได้ตามรัฐธรรมนูญ นับแต่คำวินิจฉัยนั้น มีการประหารชีวิตกว่า 1,300 ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสามรัฐ ได้แก่ รัฐเท็กซัส เวอร์จิเนียและโอกลาโฮมา ขณะเดียวกัน หลายรัฐเลิกหรือให้โทษประหารชีวิตเป็นโมฆะ ในปี 2015 สหรัฐมีจำนวนการประหารชีวิตสูงสุดในโลกเป็นอันดับห้า รองจากประเทศจีน อิหร่าน ปากีสถานและซาอุดีอาระเบีย

สหรัฐมีอัตราการกักขังที่มีบันทึกและประชากรเรือนจำทั้งหมดสูงสุดในโลก ตั้งแต่ต้นปี 2008 มีประชากรกว่า 2.3 ล้านคนถูกกักขัง คิดเป็นกว่า 1 คนในผู้ใหญ่ 100 คน ในเดือนธันวาคม 2012 ระบบการดัดสันดานผู้ใหญ่ของสหรัฐรวมควบคุมดูแลผู้กระทำผิดประมาณ 6,937,000 คน ผู้อยู่อาศัยผู้ใหญ่ประมาณ 1 ใน 35 คนในสหรัฐอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลการดัดสันดานอย่างใดอย่างหนึ่งในเดือนธันวาคม 2012 ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดเท่าที่สังเกตมาตั้งแต่ปี 1997 ประชากรเรือนจำเพิ่มขึ้นสี่เท่าตั้งแต่ปี 1980 และรายจ่ายของรัฐและท้องถิ่นด้านเรือนจำและคุกเพิ่มขึ้นสามเท่าของรายข่ายด้านศึกษาธิการในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ดี อัตราการจำคุกสำหรับนักโทษทุกคนที่ได้รับโทษจำคุกมากกว่าหนึ่งปีในสถานที่ของรัฐหรือรัฐบาลกลางอยู่ที่ 478 คนต่อ 100,000 คนในปี 2013 และอัตรานักโทษก่อนพิจารณา/ระหว่างพิจรารณาอยู่ที่ 153 คนต่อผู้อยู่อาศัย 100,000 คนในปี 2012 อัตราการกักขังที่สูงของประเทศนี้ส่วนใหญ่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติคำพิพากษาและนโยบายยาเสพติด จากข้อมูลของกรมเรือนจำกลาง ผู้ต้องขังส่วนมากที่ถูกขังในเรือนจำกลางต้องโทษความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด การโอนกิจการของรัฐเป็นของเอกชนซึ่งเรือนจำและราชการเรือนจำซึ่งเริ่มในคริสต์ทศวรรษ 1980 เป็นหัวข้อถกเถียง ในปี 2008 รัฐลุยเซียนามีอัตราการกักขังสูงสุด ส่วนรัฐเมนมีต่ำสุด

ดูเพิ่มเติมที่: เศรษฐกิจสหรัฐ
ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ
จีดีพีตามตัวเลข $18.45 ล้านล้าน (Q2 2016)
การเติบโตของจีดีพีจริง 1.4% (Q2 2016)
2.6% (2015)
อัตราเงินเฟ้อ ซีพีไอ 1.1% (สิงหาคม 2016)
สัดส่วนการจ้างงานต่อประชากร 59.7% (สิงหาคม 2016)
การว่างงาน 4.9% (สิงหาคม 2016)
อัตราการมีส่วนร่วมแรงงาน 62.8% (สิงหาคม 2016)
หนี้สาธารณะ $19.808 ล้านล้าน (25 ตุลาคม 2016)
มูลค่าสุทธิครัวเรือน $89.063 ล้านล้าน (Q2 2016)
แผนผังรายการส่งออกของสหรัฐปี 2011: สหรัฐเป็นผู้ส่งออกใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

สหรัฐมีเศรษฐกิจแบบผสมทุนนิยม ซึ่งขับเคลื่อนโดยทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และผลิตภาพที่สูง จากข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของสหรัฐอยู่ที่ 16.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 24% ของผลิตภัณฑ์รวมของโลกที่อัตราแลกเปลี่ยนตลาด และกว่า 19% ของผลิตภัณฑ์รวมของโลกที่อำนาจซื้อเสมอภาค (PPP)

จีดีพีตามตัวเลขของสหรัฐโดยประมาณอยู่ที่ 17.528 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2014 ตั้งแต่ปี 1983 ถึง 2008 การเติบโตของจีดีพีต่อปีแบบทบต้นแท้จริง (real compounded annual GDP growth) อยู่ที่ 3.3% เทียบกับค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก 2.3% สำหรับประเทศจี7 ที่เหลือ จีดีพีต่อหัวสหรัฐจัดอยู่อันดับเก้าของโลก และมีจีดีพีต่อหัวที่พีพีพีอันดับหก ดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินตราสำรองหลักของโลก

สหรัฐเป็นประเทศผู้นำเข้าสินค้ารายใหญ่สุดและเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่เป็นอันดับสอง แม้การส่งออกต่อหัวจะค่อนข้างต่ำ ในปี 2010 การขาดดุลการค้าทั้งหมดของสหรัฐอยู่ที่ 635,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประเทศแคนาดา จีน เม็กซิโก ญี่ปุ่น และเยอรมนีเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุด ในปี 2010 น้ำมันเป็นโภคภัณฑ์นำเข้ามากที่สุด ขณะที่อุปกรณ์ขนส่งเป็นสินค้าออกใหญ่ที่สุดของประเทศ ประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ถือหนี้สาธารณะต่างชาติรายใหญ่สุดของสหรัฐ ผู้ถือหนี้สหรัฐสูงสุดเป็นองค์การของสหรัฐเอง รวมทั้งบัญชีของรัฐบาลกลางและระบบธนาคารกลางที่ถือหนี้ส่วนใหญ่

ในปี 2009 ประมาณว่าภาคเอกชนประกอบเป็น 86.4% ของเศรษฐกิจ โดยกิจกรรมของรัฐบาลกลางคิดเป็น 4.3% และกิจกรรมของรัฐและรัฐบาลท้องถิ่น (รวมเงินโอนของรัฐบาลกลาง) เป็น 9.3% ที่เหลือ จำนวนลูกจ้างของรัฐบาลทุกระดับมากกว่าลูกจ้างในส่วนการผลิต 1.7 ต่อ 1 ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐถึงระดับการพัฒนาหลังอุตสาหกรรม (postindustrial) แล้วโดยภาคบริการประกอบเป็น 67.8% ของจีดีพี แต่สหรัฐยังเป็นประเทศอุตสาหกรรม สาขาธุรกิจชั้นนำตามรายการรับ (gross business receipt) ได้แก่การค้าส่งและปลีก ส่วนภาคการผลิตเป็นภาคที่มีรายรับสุทธิสูงสุด ในแบบธุรกิจแฟรนไชส์ แมคโดนัลด์และซับเวย์เป็นยี่ห้อที่รู้จักกันแพร่หลายที่สุดในโลกสองยี่ห้อ โคคา-โคล่าเป็นบริษัทน้ำอัดลมที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีที่สุด

เคมีภัณฑ์เป็นสาขาการผลิตชั้นนำ สหรัฐเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่สุดของโลก และเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่สุดอันดับสอง สหรัฐเป็นผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าและนิวเคลียร์อันดับหนึ่ง ตลอดจนแก๊สธรรมชาติเหลว กำมะถัน ฟอสเฟต และเกลือ

แม้ว่าภาคเกษตรกรรมมีสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของจีดีพี แต่สหรัฐเป็นผู้ผลิตข้าวโพด และถั่วเหลืองรายใหญ่สุดของโลก สหรัฐเป็นผู้ผลิตและปลูกอาหารดัดแปรพันธุกรรมหลัก โดยคิดเป็นกึ่งหนึ่งของพืชไบโอเทคของโลก

การใช้จ่ายของผู้บริโภคมีสัดส่วนเป็น 68% ของเศรษฐกิจสหรัฐในปี 2015 ในเดือนสิงหาคม 2010 มีแรงงานอเมริกัน 154.1 ล้านคน สาขาการจ้างงานใหญ่สุด คือ ภาครัฐบาล 21.2 ล้านคน การจ้างงานภาคเอกชนใหญ่สุดคือ สาธารณสุขและการสังคมสงเคราะห์ จำนวน 16.4 ล้านคน คนงานประมาณ 12% อยู่ในสหภาพ เทียบกับ 30% ในยุโรปตะวันตก ธนาคารโลกจัดสหรัฐอยู่อันดับหนึ่งในด้านความง่ายในการจ้างและไล่คนงาน สหรัฐจัดอยู่อันดับต้นหนึ่งในสามในรายงานความสามารถการแข่งขันโลก (Global Competitiveness Report) เช่นกัน สหรัฐมีรัฐสวัสดิการขนาดเล็กและกระจายรายได้ผ่านการกระทำของรัฐบาลน้อยกว่าชาติยุโรป

สหรัฐเป็นประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าประเทศเดียวที่ไม่รับประกันการหยุดงานโดยจ่ายค่าจ้าง (paid vacation) แก่คนงาน และเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ไม่มีการหยุดงานเลี้ยงบุตรโดยจ่ายค่าจ้าง (family leave) เป็นสิทธิตามกฎหมาย โดยมีประเทศอื่น เช่น ปาปัวนิวกินี ซูรินาม ไลบีเรีย แม้ปัจจุบันกฎหมายกลางไม่รับประกันการลาป่วย แต่เป็นผลประโยชน์ทั่วไปของคนงานของรัฐบาลและพนักงานเต็มเวลาของบริษัท ตามข้อมูลของกรมสถิติแรงงาน คนงานอเมริกันเต็มเวลา 74% ลาหยุดงานโดยได้รับค่าจ้าง แม้คนงานไม่เต็มเวลาเพียง 24% ได้รับผลประโยชน์เดียวกัน ในปี 2009 สหรัฐมีผลิตภาพกำลังแรงงานต่อบุคคลสูงสุดเป็นอันดับสามในโลก รองจากลักเซมเบิร์กและนอร์เวย์ สหรัฐมีผลิตภาพต่อชั่วโมงสูงสุดเป็นอันดับสี่ รองจากสองประเทศดังกล่าวและเนเธอร์แลนด์

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกปี 2008–2012 มีผลกระทบต่อสหรัฐย่างสำคัญ โดยมีผลผลิตต่ำกว่าศักยะตามข้อมูลของสำนักงบประมาณของรัฐสภา ภาวะดังกล่าวนำมาซึ่งการว่างงานสูง (ซึ่งลดลงแล้วแต่ยังสูงกว่าระดับก่อนภาวะเศรษฐกิจถดถอย) ร่วมกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่ำ การเสื่อมของมูลค่าบ้านอย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มการบังคับเอาทรัพย์จำนองหลุดและการล้มละลายของบุคคล วิกฤตหนี้รัฐบาลกลางบานปลาย ภาวะเงินเฟ้อ และราคาปิโตรเลียมและอาหารเพิ่มขึ้น ปัจจุบันยังมีสัดส่วนผู้ว่างงานระยะยาวเป็นสถิติ รายได้ครัวเรือนลดลงอย่างต่อเนื่องและภาษีและงบประมาณรัฐบาลกลางเพิ่มขึ้น

สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสต็อกโฮล์ม (SIPRI) พบว่า อุตสาหกรรมอาวุธของสหรัฐเป็นผู้ส่งออกอาวุธสำคัญรายใหญ่สุดของโลกตั้งแต่ปี 2005 ถึง 2009 และยังเป็นผู้ส่งออกอาวุธสำคัญรายใหญ่สุดในช่วงระหว่างปี 2010 ถึง 2014 นำหน้าประเทศรัสเซีย จีนและเยอรมนี

รายได้ ความยากจน และความมั่งคั่ง

การพัฒนาบ้านจัดสรรในซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย

ชาวอเมริกันมีรายได้ครัวเรือนและจากการจ้างงานเฉลี่ยสูงสุดในบรรดาชาติองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) และในปี 2007 มีรายได้ครัวเรือนมัธยฐานสูงสุดเป็นอันดับสอง ตามข้อมูลของสำนักสำมะโน รายได้ครัวเรือนมัธยฐานคือ 59,039 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2016 แม้ประชากรอเมริกันมีเพียง 4.4% ของประชากรโลก แต่ชาวอเมริกันรวมครอบครองความมั่งคั่ง 41.6% ของโลก และเศรษฐีเงินล้าน (millionaire) ประมาณกึ่งหนึ่งของโลกเป็นชาวอเมริกัน ดัชนีความมั่นคงอาหารโลกจัดอันดับสหรัฐอยู่อันดับหนึ่งในด้านความสามารถมีอาหาร (food affordability) และความมั่นคงอาหารโดยรวมในเดือนมีนาคม 2013 ชาวอเมริกันเฉลี่ยมีพื้นที่อยู่อาศัยต่อเคหสถานและต่อบุคคลสูงกว่าผู้อยู่อาศัยในสหภาพยุโรปกว่าสองเท่า และมากกว่าประเทศสหภาพยุโรปทุกประเทศ ในปี 2013 โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติจัดอันดับดัชนีการพัฒนามนุษย์ของสหรัฐอยู่อันดับ 5 จาก 187 และดัชนีการพัฒนามนุษย์ที่ปรับตามความไม่เสมอภาคแล้วอยู่อันดับที่ 28

หลังการเติบโตชะงักมาหลายปี ในปี 2016 ข้อมูลจากสำมะโนระบุว่า รายได้ครัวเรือนมัธยฐานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังการเติบโตสูงสุดสองปีติดต่อกัน แม้ว่าความไม่เสมอภาคของรายได้ยังสูงสุดโดยผู้มีรายได้สูงสุด 20% มีรายได้มากกว่าครึ่งของรายได้รวมทั้งหมด มีช่องว่างระหว่างผลิตภาพและรายได้มัธยฐานกว้างขึ้นนับแต่คริสต์ทศวรรษ 1970 ทว่า ช่องว่างระหว่างค่าตอบแทนทั้งหมดและผลิตภาพไม่กว้างเท่าอันเนื่องมาจากมีผลประโยชน์ของลูกจ้างเพิ่มขึ้น เช่น ประกันสุขภาพ ผู้มีรายได้สูงสุดร้อยละ 1 มีสัดส่วนรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าจากร้อยละ 9 ในปี 1976 เป็นร้อยละ 20 ในปี 2011 กระทบต่อความไม่เสมอภาคของรายได้อย่างสำคัญ ทำให้สหรัฐเป็นประเทศที่มีการกระจายรายได้กว้างที่สุดในบรรดาประเทศโออีซีดีประเทศหนึ่ง ผู้มีรายได้สูงสุดร้อยละ 1 คิดเป็นร้อยละ 52 ของการเพิ่มขึ้นของรายได้ตั้งแต่ปี 2009 ถึงปี 2015 ทั้งนี้ นิยามรายได้ว่าเป็นรายได้ตลาดไม่รวมเงินโอนของรัฐบาล

ความมั่งคั่งสุทธิมัธยฐานของครอบครัวสหรัฐ ที่มา: การสำรวจการคลังผู้บริโภคของระบบธนาคารกลางสหรัฐ
1998 2013 เปลี่ยนแปลง
ทุกครอบครัว $102,500 $81,200 -20.8%
รายได้ต่ำสุด 20% $8,300 $6,100 -26.5%
รายได้ต่ำสุดรองลงมา 20% $47,400 $22,400 -52.7%
รายได้กลาง 20% $76,300 $61,700 -19.1%
รายได้สูงสุด 10% $646,600 $1,130,700 +74.9%

ความมั่งคั่ง รายได้และภาษี กระจุกสูง กล่าวคือ ประชากรผู้ใหญ่ที่รวยที่สุด 10% ครอบครองความมั่งคั่งครัวเรือนของประเทศ 72% ในขณะที่ผู้มีรายได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยครอบครองเพียง 2% ระหว่างเดือนมิถุนายน 2007 ถึงพฤศจิกายน 2008 ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกทำให้ราคาสินทรัพย์ตกลงทั่วโลก ทรัพย์สินที่ชาวอเมริกันถือครองเสียมูลค่าประมาณหนึ่งในสี่ นับแต่ความมั่งคั่งครัวเรือนสูงสุดในไตรมาสที่สองของปี 2007 ความมั่งคั่งครัวเรือนลดลง 14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่นับจากนั้นเพิ่มขึ้น 14 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐกว่าระดับเมื่อปี 2006 เมื่อสิ้นปี 2014 หนี้สินครัวเรือนมีมูลค่า 11.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจาก 13.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อสิ้นปี 2008

มีประชากรไร้บ้านแบบมีและไม่มีที่อยู่อาศัยประมาณ 578,424 คนในสหรัฐในเดือนมกราคม 2014 โดยเกือบสองในสามอาศัยอยู่ในที่อยู่อาศัยฉุกเฉินหรือโครงการเคหะช่วงเปลี่ยนสภาพ ในปี 2011 มีเด็ก 16.7 ล้านคนอาศยอยู่ในครัวเรือนที่ไม่มีความปลอดภัยทางอาหาร เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับระดับปี 2007 แม้เด็กสหรัฐเพียง 1.1% หรือ 845,000 คนกินอาหารลดลงหรือมีรูปแบบการกินถูกรบกวนในช่วงใดช่วงหนึ่งของปีนั้น และแทบทั้งสิ้นไม่เป็นแบบเรื้อรัง ตามรายงานปี 2014 ของกรมสำมะโน ปัจจุบันผู้ใหญ่ตอนต้นหนึ่งในห้าคนยากจน เพิ่มขึ้นจากหนึ่งในเจ็ดในปี 1980

การขนส่ง

ดูเพิ่มเติมที่: การขนส่งในสหรัฐ
ระบบทางหลวงอินเตอร์สเตตซึ่งมีความยาว 75,440 กิโลเมตร

การขนส่งส่วนบุคคลใช้รถยนต์เป็นหลัก สหรัฐมีเครือข่ายถนนสาธารณะของ 6.4 ล้านกิโลเมตร มีระบบทางหลวงที่ยาวที่สุดในโลกแห่งหนึ่งซึ่งยาว 91,700 กิโลเมตร สหรัฐเป็นตลาดรถยนต์ใหญ่สุดอันดับสองของโลก สหรัฐมีอัตราการเป็นเจ้าของยานพาหนะต่อหัวสูงสุดในโลก โดยมี 765 คันต่ออเมริกัน 1,000 คน ประมาณ 40% ของยานพาหนะส่วนบุคคลเป็นรถตู้, รถอเนกประสงค์ (SUV) หรือรถบรรทุกเบา ผู้ใหญ่อเมริกันโดยเฉลี่ย (นับรวมหมดทั้งผู้ขับและผู้ไม่ขับ) ใช้เวลา 55 นาทีขับรถ เดินทาง 47 กิโลเมตรต่อวัน

การเดินทางไปทำงานในสหรัฐใช้ขนส่งมวลชนประมาณ 9% มีการขนส่งสินค้าทางรางอย่างกว้างขวาง แต่มีจำนวนผู้โดยสารค่อนข้างต่ำ (ประมาณ 31 ล้านคนต่อปี) ใช้รถรางระหว่างนครเดินทาง สาเหตุส่วนหนึ่งเพราะความหนาแน่นของประชากรด้านในแผ่นดินของสหรัฐส่วนใหญ่ต่ำ อย่างไรก็ดี จำนวนผู้โดยสารแอมแทร็ก ซึ่งเป็นระบบรางโดยสารระหว่างนครแห่งชาติ เติบโตเกือบ 37% ระหว่างปี 2000 ถึง 2010 นอกจากนี้ มีการพัฒนารางเบาเพิ่มขึ้นในช่วงปีหลัง ๆ มีการใช้จักรยานไปทำงานเป็นประจำมีน้อยมาก

อุตสาหกรรมสายการบินพลเรือนมีเอกชนเป็นเจ้าของทั้งหมด และส่วนใหญ่เลิกกำกับ (deregulate) ไปตั้งแต่ปี 1978 ขณะที่ท่าอากาศยานสำคัญส่วนมากเป็นของรัฐบาล สายการบินใหญ่สุดในโลกนับจากจำนวนผู้โดยสาร 3 สายเป็นของสหรัฐ; อเมริกันแอร์ไลนส์เป็นที่หนึ่งหลังจากยูเอสแอร์เวย์ซื้อในปี 2013 ในจำนวนท่าอากาศยานที่หนาแน่นที่สุดในโลก 50 แห่ง มี 16 แห่งอยู่ในสหรัฐ รวมทั้งที่หนาแน่นที่สุด ได้แก่ ท่าอากาศยานนานาชาติฮาร์ทสฟิลด์–แจ็คสัน แอตแลนตา และอันดับสี่ ท่าอากาศยานนานาชาติโอแฮร์ในชิคาโก หลังเหตุโจมตี 11 กันยายน 2001 มีการตั้งการความปลอดภัยขนส่งเพื่อตรวจตราท่าอากาศยานและสายการบินพาณิชย์

พลังงาน

สายส่งไฟฟ้าของสหรัฐประกอบด้วยสายยาว 300,000 กิโลเมตร มีผู้ดำเนินการประมาณ 500 บริษัท โดยมีบริษัทความเชื่อถือได้ทางไฟฟ้าอเมริกาเหนือ (NERC) เป็นผู้ควบคุมดูแล

ตลาดพลังงานสหรัฐมีประมาณ 29,000 ชั่วโมงเทระวัตต์ต่อปี การบริโภคพลังงานต่อหัวมี 7.8 ตันเทียบเท่าน้ำมันต่อปี คิดเป็นอัตราสูงสุดอันดับ 10 ในโลก ในปี 2005 พลังงาน 40% มาจากปิโตรเลียม 23% จากถ่านหิน และ 22% มาจากแก๊สธรรมชาติ ส่วนที่เหลือมาจากพลังงานนิวเคลียร์และแหล่งพลังงานหมุนเวียน สหรัฐเป็นผู้บริโภคปิโตรเลียมรายใหญ่สุดของโลก สหรัฐมีแหล่งสำรองถ่านหินทั่วโลก 27% สหรัฐเป็นผู้ผลิตแก๊สธรรมชาติและน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดในโลก

พลังงานนิวเคลียร์มีบทบาทจำกัดเมื่อเทียบกับหลายประเทศพัฒนาแล้วอื่นเป็นเวลาหลายทศวรรษ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการรับรู้ของประชาชนเนื่องจากอุบัติเหตุในปี 1979 ในปี 2007 มีการยื่นคำร้องขอเปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่

การประปาและสุขาภิบาล

ปัญหาซึ่งมีผลต่อการประปาในสหรัฐรวมถึงภัยแล้งในภาคตะวันตก การขาดแคลนน้ำ มลภาวะ การลงทุนค้าง ความกังวลเกี่ยวกับการหาน้ำได้ของผู้ยากจนที่สุด และกำลังแรงงานที่กำลังเกษียณอย่างรวดเร็ว คาดหมายว่าความแปรผันได้และความรุนแรงของฝนตกที่เพิ่มขึ้นอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นผลให้เกิดทั้งภัยแล้งและอุทกภัยที่รุนแรงขึ้น โดยมีผลลัพธ์ที่อาจร้ายแรงต่อการประปาและมลภาวะที่เกิดจากท่อระบายรวมล้น

ภัยแล้งน่าจะมีผลกระทบเป็นพิเศษต่อชาวอเมริกันร้อยละ 66 ซึ่งชุมชนอาศัยน้ำผิวโลก ในด้านคุณภาพน้ำดื่ม มีความกังวลเกี่ยวกับผลพลอยได้ของการฆ่าเชื้อ ตะกั่ว เพอร์คลอเรตและสารยา แต่โดยทั่วไปน้ำดื่มในสหรัฐมีคุณภาพดี

ดูบทความหลักที่: การศึกษาในสหรัฐ
มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียซึ่งทอมัส เจฟเฟอร์สันก่อตั้งในปี 1819 เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่งในสหรัฐ ในสหรัฐมีการศึกษาที่รัฐบาลให้ทุนสนับสนุนถ้วนหน้า แต่ก็มีสถาบันที่เอกชนให้ทุนสนับสนุนด้วย

การศึกษาสาธารณะของสหรัฐมีรัฐบาลรัฐและท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐวางระเบียบผ่านการจำกัดเงินอุดหนุนของรัฐบาลกลาง รัฐส่วนใหญ่บังคับให้เด็กเข้าศึกษาตั้งแต่อายุหกหรือเจ็ดขวบ (โดยทั่วไปคืออนุบาลหรือเกรด 1) จนอายุได้ 18 ปี (โดยทั่วไปถึงเกรด 12 จบไฮสกูล) บางรัฐอนุญาตให้นักเรียนออกจากโรงเรียนได้เมื่ออายุ 16 หรือ 17 ปี

เด็กประมาณ 12% ลงทะเบียนในโรงเรียนเอกชนวงแคบหรือไม่นิยมนิกาย (nonsectarian) เด็กประมาณ 2% ได้รับการศึกษาที่บ้าน สหรัฐมีรายจ่ายด้านศึกษาธิการต่อนักเรียนหนึ่งคนมากกว่าประเทศอื่นใดในโลก โดยมีรายจ่ายกว่า 11,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อนักเรียนประถมหนึ่งคนในปี 2010 และกว่า 12,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อนักเรียนไฮสกูลหนึ่งคน นักศึกษาวิทยาลัยสหรัฐประมาณ 80% เข้ามหาวิทยาลัยรัฐ

สหรัฐมีสถาบันอุดมศึกษาเอกชนและรัฐบาลแข่งขันกันจำนวนมาก มหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของโลกส่วนใหญ่ที่องค์การจัดอันดับต่าง ๆ ทำรายการไว้อยู่ในสหรัฐ นอกจากนี้ ยังมีวิทยาลัยชุมชนท้องถิ่นซึ่งโดยทั่วไปมีนโยบายรับนักศึกษาที่เปิดกว้างกว่า มีโครงการวิชาการสั้นกว่าและค่าเรียนน้อยกว่า ชาวอเมริกันอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป 84.6% จบไฮสกูล 52.6% เข้าวิทยาลัย 27.2% สำเร็จปริญญาตรี และ 9.6% สำเร็จปริญญาบัณฑิต (graduate degree) อัตราการรู้หนังสือขั้นพื้นฐานอยู่ประมาณ 99% สหประชาชาติกำหนดให้สหรัฐมีดัชนีการศึกษา 0.97% อยู่อันดับที่ 12 ในโลก

สำหรับรายจ่ายสาธารณะในด้านอุดมศึกษา สหรัฐยังตามหลังประเทศ OECD บางประเทศ แต่คิดเป็นรายจ่ายต่อหัวมากกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD และมากกว่าทุกประเทศในรายจ่ายภาครัฐและเอกชนรวมกัน ในปี 2012 หนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่าชาวอเมริกันที่เป็นหนี้บัตรเครดิต

นักบินอวกาศเจมส์ เออร์วินกำลังเดินบนดวงจันทร์ถัดจากส่วนลงจอดและยานสำรวจดวงจันทร์ของอะพอลโล 15 ในปี 1971 ความพยายามไปดวงจันทร์เป็นผลมาจากการแข่งขันอวกาศ

สหรัฐเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีมาตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และการวิจัยวิทยาศาสตร์ตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 สหรัฐพัฒนาวิธีการผลิตชิ้นส่วนสับเปลี่ยนได้โดยคลังอาวุธกลาง กระทรวงสงครามสหรัฐ ระหว่างครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 19 เทคโนโลยีดังกล่าว ร่วมกับการสถาปนาอุตสาหกรรมเครื่องมือกล ทำให้สหรัฐผลิตเครื่องจักรเย็บผ้า จักรยานและสินค้าอื่นขนาดใหญ่ได้ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และกลายมาเป็นระบบการผลิตแบบอเมริกา มีการติดตั้งไฟฟ้าในโรงงานในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 และการริเริ่มสายการผลิตและเทคนิคประหยัดแรงงานแบบอื่นก่อให้เกิดระบบที่เรียก การผลิตขนานใหญ่ (mass production)

ในปี 1876 อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ได้รับสิทธิบัตรสหรัฐครั้งแรกสำหรับโทรศัพท์ ห้องปฏิบัติการของทอมัส เอดิสันได้พัฒนาหีบเสียง หลอดไฟที่ใช้ได้นานหลอดแรกและกล้องภาพยนตร์ที่ทำงานได้ตัวแรก ซึ่งการพัฒนากล้องดังกล่าวทำให้เกิดอุตสาหกรรมบันเทิงทั่วโลก ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 บริษัทรถยนต์ของแรนซัม อี. โอลส์และเฮนรี ฟอร์ดทำให้สายการผลิตเป็นที่นิยม ในปี 1903 พี่น้องตระกูลไรต์ขับเครื่องบินครั้งแรกโดยใช้เครื่องบินพลังงานที่หนักกว่าอากาศแบบคงทนและควบคุมได้

ความรุ่งเรืองของฟาสซิสต์และนาซีในคริสต์ทศวรรษ 1930 ทำให้นักวิทยาศาสตร์ยุโรปจำนวนมาก รวมทั้ง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, เอนรีโก แฟร์มี และจอห์น ฟอน นอยมันน์เข้าเมืองสหรัฐ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง โครงการแมนฮัตตันพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ นำไปสู่ยุคอะตอม ขณะที่การแข่งขันด้านอวกาศสร้างความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในด้านจรวด, วัสดุศาสตร์ และวิชาการบิน

การประดิษฐ์ทรานซิสเตอร์ในคริสต์ทศวรรษ 1950 ส่วนประกอบสำคัญในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ทั้งหมด นำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีจำนวนมากและการขยายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของสหรัฐอย่างสำคัญ จากนั้นนำไปสู่การก่อตั้งบริษัทและภูมิภาคเทคโนโลยีใหม่จำนวนมากรอบประเทศ อย่างเช่น ในซิลิคอนแวลลีย์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย การก้าวหน้าของบริษัทไมโครโปรเซสเซอร์อเมริกาอย่างแอดแวนซ์ไมโครดีไวซ์ (AMD) และอินเทลร่วมกับทั้งก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ซึ่งรวมอะโดบีซิสเต็มส์ บริษัทแอปเปิล ไอบีเอ็ม ไมโครซอฟท์และซันไมโครซิสเต็มส์และทำให้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเป็นที่นิยม มีการพัฒนาอาร์ปาเน็ต (ARPANET) ในคริสต์ทศวรรษ 1960 เพื่อให้บรรลุข้อกำหนดของกระทรวงกลาโหม และกลายเป็นชุดเครือข่ายชุดแรกซึ่งพัฒนาเป็นอินเทอร์เน็ต

ความก้าวหน้าดังนี้นำไปสู่การทำให้มีลักษณะบุคคลซึ่งเทคโนโลยีสำหรับการใช้ของปัจเจก ในปี 2013 ครัวเรือนอเมริกัน 83.8% เป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง และ 73.3% มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ชาวอเมริกัน 91% ยังมีโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเดือนพฤษภาคม 2013

ในคริสต์ศตวรรษที่ 21 ทุนวิจัยและพัฒนาประมาณสองในสามมาจากภาคเอกชน สหรัฐเป็นผู้นำของโลกในด้านงานวิจัยวิทยาศาสตร์และอิมแพกแฟกเตอร์ (impact factor)

โรงพยาบาลนิวยอร์ก-เพรสไบทีเรียนในนครนิวยอร์กเป็นโรงพยาบาลที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สหรัฐมีความคาดหมายการคงชีพที่ 79.8 ปีเมื่อเกิด เพิ่มขึ้นจาก 75.2 ปีในปี 1990 อัตราภาวะการตายของทารกอยู่ที่ 6.17 คนต่อ 1,000 คน ทำให้สหรัฐอยู่ในอันดับที่ 56 นับจากต่ำสุดจากทั้งหมด 224 ประเทศ

การเพิ่มขึ้นของโรคอ้วนในสหรัฐและการปรับปรุงสุขภาพในด้านอื่นมีส่วนลดอันดับการคาดหมายการคงชีพจากอันดับที่ 11 ของโลกในปี 1987 เหลือ 42 ในปี 2007 อัตราโรคอ้วนในสหรัฐเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา สูงสุดในบรรดาประเทศอุตสาหกรรม และอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก ประชากรผู้ใหญ่ประมาณหนึ่งในสามอ้วนและอีกหนึ่งในสามมีน้ำหนักเกิน บุคลากรสาธารณสุขถือว่าเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วนเป็นโรคระบาด

ในปี 2010 โรคหลอดเลือดหัวใจ มะเร็งปอด โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและอุบัติเหตุจราจรเป็นสาเหตุทำให้เสียจำนวนปีของชีวิตมากที่สุดในสหรัฐ การเจ็บหลังส่วนล่าง โรคซึมเศร้า โรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก การปวดคอและความวิตกกังวลเป็นสาเหตุทำให้เสียจำนวนปีแก่ทุพพลภาพมากที่สุด ปัจจัยเสี่ยงเป็นอันตรายร้ายแรงที่สุด ได้แก่ อาหารเลว การสูบบุหรี่ โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง ภาวะน้ำตาลสูงในเลือด การขาดการออกกำลังกายและการใช้แอลกอฮอล์ โรคอัลไซเมอร์ การใช้ยาเสพติด โรคไตและมะเร็ง และการพลัดตกหกล้มเป็นสาเหตุทำให้เสียจำนวนปีของชีวิตมากที่สุดในอัตราต่อหัวปรับตามอายุปี 1990 อัตราการตั้งครรภ์และการแท้งในวัยรุ่นสหรัฐสูงกว่าประเทศตะวันตกอื่นอย่างสำคัญ โดยเฉพาะในหมู่คนดำและฮิสแปนิก

สหรัฐเป็นผู้นำของโลกในด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ สหรัฐพัฒนาแต่ผู้เดียวหรือมีส่วนร่วมอย่างสำคัญถึง 9 ใน 10 ของนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่ปี 1975 ตามการสำรวจความเห็นแพทย์ปี 2001 ส่วนสหภาพยุโรปและสวิสเซอร์แลนด์ร่วมกันมีส่วนร่วม 5 นวัตกรรม ตั้งแต่ปี 1966 มีชาวอเมริกันได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์มากกว่าประเทศอื่น ตั้งแต่ปี 1989 ถึงปี 2002 มีการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพเอกชนในอเมริกามากกว่าทวีปยุโรปสี่เท่า ระบบสาธารณสุขของสหรัฐใช้เงินมากกว่าประเทศอื่นมากเมื่อวัดทั้งรายจ่ายต่อหัวและร้อยละของจีดีพี

การคุ้มครองสาธารณสุขในสหรัฐเป็นการรวมกันของความพยายามของภาครัฐและเอกชนและไม่ถ้วนหน้า ในปี 2014 ประชากร 13.4 % ไม่มีประกันสุขภาพ หัวข้อเกี่ยวกับชาวอเมริกันที่ไม่มีประกันสุขภาพและมีประกันที่ต่ำเกินไปเป็นประเด็นทางการเมืองที่สำคัญ ในปี 2006 รัฐแมสซาชูเซตส์เป็นรัฐแรกที่จะบังคับหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กฎหมายของรัฐบาลกลางที่ผ่านในช่วงต้นปี 2010 มุ่งสร้างระบบประกันสุขภาพเกือบถ้วนหน้าทั่วประเทศในปี 2014 แม้ว่ากฎหมายและผลกระทบบั้นปลายของมันยังเป็นข้อถกเถียงอยู่

สหรัฐเป็นบ้านของหลายวัฒนธรรม และกลุ่มชาติพันธุ์, ประเพณี และค่านิยมต่าง ๆ นอกเหนือจากประชากรอเมริกันพื้นเมือง ชาวฮาวายพื้นเมืองและชาวอะแลสกาพื้นเมือง อเมริกันหรือบรรพบุรุษของพวกเขาเกือบทั้งหมดตั้งรกรากหรือเข้าเมืองภายในห้าศตวรรษที่ผ่านมา วัฒนธรรมอเมริกันกระแสหลักเป็นวัฒนธรรมตะวันตกที่แปลงมาจากประเพณีของผู้เข้าเมืองชาวยุโรปที่มีอิทธิพลจากแหล่งอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก เช่น ประเพณีที่ทาสจากทวีปแอฟริกานำเข้ามา การเข้าเมืองล่าสุดจากเอเชียและโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากละตินอเมริกา เพิ่มการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่เรียกว่าเป็นทั้งหม้อหลอมเป็นเนื้อเดียวกันและชามสลัดต่างชนิดกัน ในที่ซึ่งผู้อพยพและลูกหลานของพวกเขายังคงรักษาลักษณะทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น

แกนของวัฒนธรรมอเมริกันก่อตั้งขึ้นโดยชาวอาณานิคมบริติชโปรเตสแตนต์ และเป็นรูปเป็นร่างจากกระบวนการการตั้งถิ่นฐานชายแดน โดยมีลักษณะชาติพันธุ์ที่ถูกแปลงผ่านลงไปที่ลูกหลาน และส่งต่อไปยังผู้เข้าเมืองผ่านทางการผสมกลมกลืน ชาวอเมริกันแต่เดิมมีคุณสมบัติจริยธรรมการทำงานที่เข้มแข็ง ความชอบแข่งขัน และปัจเจกนิยม เช่นเดียวกับความเชื่อหนึ่งเดียวใน "หลักความเชื่อถือแบบอเมริกัน" ที่เน้นเสรีภาพ ความเสมอภาค ทรัพย์สินส่วนบุคคล ประชาธิปไตย นิติธรรม และความนิยมการปกครองที่จำกัด ชาวอเมริกันมีใจกุศลอย่างมากตามมาตรฐานโลก ตามการศึกษาของบริติชในปี 2006 ชาวอเมริกันอุทิศ 1.67% ของ GDP ให้การกุศล มากกว่าประเทศอื่น ๆ มากกว่าบริติชที่อยู่อันดับสองที่ 0.73 % ถึงสองเท่า และประมาณสิบสองเท่าของฝรั่งเศสที่ 0.14%

ฝันอเมริกัน หรือการรับรู้ว่าชาวอเมริกันมีการเปลี่ยนสถานภาพทางสังคมสูง มีบทบาทสำคัญในการดึงดูดผู้เข้าเมือง ไม่ว่าการรับรู้นี้เป็นจริงหรือไม่ยังเป็นหัวข้อการอภิปราย แม้วัฒนธรรมกระแสหลักถือว่า เป็นสังคมที่ไม่มีชนชั้น แต่นักวิชาการระบุความแตกต่างอย่างสำคัญระหว่างชนชั้นทางสังคมต่าง ๆ ของประเทศ มีผลต่อการขัดเกลาทางสังคม ภาษาและค่านิยม ภาพลักษณ์ตนเอง มุมมองของสังคม และความคาดหวังทางวัฒนธรรมของชาวอเมริกันเกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพของพวกเขาในระดับที่ใกล้ชิดผิดปกติ แม้ชาวอเมริกันมีแนวโน้มอย่างมากที่จะให้คุณค่าของความสำเร็จทางเศรษฐกิจและสังคม แต่โดยทั่วไปก็มองว่าการเป็นคนสามัญหรือระดับเฉลี่ยเป็นคุณลักษณะในทางบวก

อาหาร

พายแอปเปิลเป็นอาหารที่ปกติสัมพันธ์กับอาหารอเมริกัน

อาหารอเมริกันกระแสหลักคล้ายกับอาหารในประเทศตะวันตกอื่น ข้าวสาลีเป็นธัญพืชหลัก โดยผลิตภัณฑ์ธัญพืชประมาณสามในสี่ทำจากแป้งข้าวสาลี และอาหารหลายชนิดใช้ส่วนประกอบพื้นเมือง เช่น ไก่งวง เนื้อกวาง มันฝรั่ง มันเทศ ข้าวโพด น้ำเต้าและน้ำเชื่อมเมเปิลซึ่งอเมริกันพื้นเมืองและผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยุโรปสมัยแรกเริ่มบริโภค อาหารที่ปลูกในท้องถิ่นนี้ถือเป็นเมนูของชาติร่วมกันในวันขอบคุณพระเจ้า ซึ่งเป็นวันหยุดยอดนิยมวันหนึ่งของสหรัฐ ซึ่งชาวอเมริกันบางส่วนประกอบอาหารตามประเพณีเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสนั้น

อาหารอันเป็นลักษณะ เช่น พายแอปเปิล ไก่ทอด พิซซา แฮมเบอร์เกอร์และฮอตดอกมาจากตำรับของผู้เข้าเมืองต่าง ๆ มันฝรั่งทอด อาหารเม็กซิกันอย่างเบอร์ริโตและทาโก และอาหารพาสตาซึ่งรับมาจากแหล่งของอิตาลีอย่างอิสระมีการบริโภคอย่างแพร่หลาย ชาวอเมริกันดื่มกาแฟมากกว่าชาสามเท่า การตลาดโดยอุตสาหกรรมสหรัฐเป็นเหตุหลักให้ผลิตน้ำส้มและนม เครื่องดื่มอาหารเช้าที่พบทั่วไป

อุตสาหกรรมอาหารจานด่วนของสหรัฐ ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก นำร่องรูปแบบขับผ่าน (drive-through) ในคริสต์ทศวรรษ 1940 การบริโภคอาหารจานด่วนทำให้เกิดความกังวลด้านสุขภาพ ระหว่างคร

สหรัฐ
สหร, ประเทศในทว, ปอเมร, กาเหน, ภาษาอ, เฝ, าด, แก, ไข, เปล, ยนทางจาก, อเมร, กา, บทความน, เก, ยวก, แก, ความกำกวม, สำหร, บความหมายอ, แก, ความกำกวม, อเมร, กา, งกฤษ, united, states, america, โดยท, วไปเร, ยก, united, states, หร, อเมร, กา, america, เป, นสหพ, นธ, สาธา. shrth praethsinthwipxemrikaehnux phasaxun efadu aekikh epliynthangcak shrthxemrika bthkhwamniekiywkbshrth aekkhwamkakwm sahrbkhwamhmayxun duthi shrth aekkhwamkakwm shrthxemrika xngkvs United States of America odythwiperiyk shrth United States hrux xemrika America epnshphnthsatharnrth prakxbdwyrth 50 rth aelahnungekhtpkkhrxngklang hadinaednpkkhrxngtnexngsakhy aelaekaaelktang fn 3 ody 48 rthaelaekhtpkkhrxngklangtngxyu n thwipxemrikaehnuxrahwangpraethsaekhnadaaelaemksiok rthxaaelskaxyumumtawntkechiyngehnuxkhxngthwipxemrikaehnux miekhtaedntidtxkbpraethsaekhnadathangthistawnxxkaelakhamchxngaekhbebringcakpraethsrsesiythangthistawntk aelarthhawayepnklumekaainmhasmuthraepsifikklang dinaednkhxngshrthkracayxyutammhasmuthraepsifikaelathaelaekhribebiyn khrxbkhlumekhtewlaekaekht phumisastr phumixakasaelastwpakhxngpraethshlakhlayxyangying 11 shrthxemrika United States of America xngkvs thngchati mhalyckrkhakhwy In God We Trust 1 Other traditional mottos E pluribus unum latin 2 6 15 Out of many one Annuit cœptis latin 2 6 15 He has favored our undertakings Novus ordo seclorum latin New order of the ages ephlngchati The Star Spangled Banner source source track track track track track track track track track track track track track track track track track track track march The Stars and Stripes Forever 3 source source track track track thitngkhxngshrthaephndinihyrwmthungrthxaaelskaaelarthhawaydinaednkhxngshrthemuxnghlwngwxchingtn di si 38 53 N 77 01 W 38 883 N 77 017 W 38 883 77 017emuxngihysudnkhrniwyxrk 40 43 N 74 00 W 40 717 N 74 000 W 40 717 74 000phasarachkarimmiinradbshphnthrth fn 1 phasapracachatiphasaxngkvs fn 2 karpkkhrxngshphnth rabbprathanathibdi satharnrthrththrrmnuy prathanathibdioc ibedin rxngprathanathibdikmla aehrrissphanitibyytirthspha sphasungwuthispha sphalangsphaphuaethnrasdrprakasexkrachcakbrietnihy prakas4 krkdakhm 1776 snthisyyaparis3 knyayn 1783 rththrrmnuy21 mithunayn 1788 xngkhkarkaremuxngekhalasud24 minakhm 1976phunthi rwm9 629 091 tarangkiolemtr 3 717 813 tarangiml 4 aehlngna 4 87prachakr 2018 praman328 173 000 6 3 samaonprachakr 2010309 349 689 7 3 khwamhnaaenn34 2 txtarangkiolemtr 88 6 txtarangiml 180 cidiphi xanacsux 2017 praman rwm 19 362 lanlan txhw 59 495cidiphi rakhatlad 2017 praman rwm 19 362 lanlan txhw 59 495cini 2020 48 5 8 sungHDI 2019 0 926 9 sungmak 17skulengindxllarshrth USD ekhtewlaUTC 4 to 12 10 11 vdurxn DST UTC 4 to 10khbrthdankhwamuxrhsothrsphth1odemnbnsud us gov mil eduewbist usa wbr govbthkhwamnixangxingkhristskrach khristthswrrs khriststwrrs sungepnsarasakhykhxngenuxha shrthmiphunthikhnad 9 8 lantarangkiolemtr miprachakrraw 326 lankhn thaihmiphunthikhnadihyepnxndbthi 3 khxngolk fn 4 aelamiprachakrmakepnxndbthi 3 khxngolk epnpraethssungmikhwamhlakhlaythangechuxchatiaelawthnthrrm aelaepnthiphankkhxngprachakrekhaemuxngihysudinolk 16 karmilksnaaebbemuxngthayanekin 80 inpi 2010 aelanasumhphakh megaregion thietibotkhun emuxnghlwngkhxngpraeths khux krungwxchingtn di si aelankhrihysudkhux nkhrniwyxrk xinediyndukdabrrphcakyuerechiyyaythinmaaephndinihythwipxemrikaehnuxemux 15 000 pikxn karyudepnxananikhmkhxngyuorperiminkhriststwrrsthi 16 shrthkaenidcak 13 xananikhmkhxngbrietntamchayfngtawnxxk khxphiphathhlaykhrngrahwangbrietnihyaelaxananikhmhlngsngkhramecdpinasukarptiwtixemrikasungeriminpi 1775 emuxwnthi 4 krkdakhm 1776 phuaethncak 13 xanaekhtlngmtirbkhaprakasxisrphaphepnexkchnth khnathixananikhmkalngtxsukbbrietnihyinsngkhramptiwtixemrika sngkhramyutiinpi 1783 odyrachxanackrbrietnihyrbrxngexkrachkhxngshrth aelaepnsngkhramprakasxisrphaphtxckrwrrdixananikhmyuorpthiprasbkhwamsaercepnkhrngaerkdwy 17 18 19 mikarlngmtirbrththrrmnuykhxngpraethsinpi 1788 hlngbthbyytismaphnthrth Articles of Confederation sungmikarlngmtirbinpi 1781 rusukwaihxanacaekshphnthrthimephiyngphx inpi 1791 mikarihstyabnkaraekikhephimetimrththrrmnuysibkhrngaerk sungeriykrwmwa rthbyytisiththi sungxxkaebbmaephuxpraknesriphaphphlemuxngphunthanhlaykhx shrtherimkhyaydinaednxyangaekhngkhnthwthwipxemrikaehnuxtlxdkhriststwrrsthi 19 khbilephaxemriknphunemuxng suxdinaednihm aelakhxy rbrthihmcnkhyaythwthwipinpi 1848 20 rahwangkhrunghlngkhxngkhriststwrrsthi 19 sngkhramklangemuxngxemrikanaihyutikhwamepnthastamkdhmayinpraeths 21 22 emuxthungsinstwrrsnn shrthkhyayekhamhasmuthraepsifik 23 aelaesrsthkicthikhbekhluxncakkarptiwtixutsahkrrmepnswnihyerimetibotxyangrwderw 24 sngkhramsepn xemrikaaelasngkhramolkkhrngthihnungyunynsthanphaphmhaxanacthangthharolkkhxngshrth shrthkaenidcaksngkhramolkkhrngthisxngepnxphimhaxanacolk praethsaerkthiphthnaxawuthniwekhliyr aelasmachikthawrkhxngkhnamntrikhwammnkhngaehngshprachachati hlngsngkhrameynsinsudaelakarlmslaykhxngshphaphosewiytinpi 1991 sngphlihshrthklayepnrthxphimhaxanacediywkhxngolk 25 shrthepnpraethsphthnasung odymiesrsthkicihysudkhxngolktamcidiphirakhatlad xyuinxndbtn inkarwdsmrrthphaphsngkhmesrsthkichlayraykar sungrwmthungkhacangechliy 26 karphthnamnusy cidiphitxhwaelaphlitphaphtxkhn 27 khnathiesrsthkicshrththuxwaepnhlngxutsahkrrm post industrial sungmilksnathibrikaraelaesrsthkickhwamrukhrxbnga aetphakhkarphlityngmikhnadihysudxndbsxngkhxngolk 28 aemmiprachakrrwmephiyng 4 3 khxngolk 29 aetshrthkhidepnekuxbhnunginsikhxngcidiphiolk 30 aelakwahnunginsamkhxngraycaythangthharolk 31 thaihepnchatiesrsthkicaelakarthharaenwhna shrthepnpraethskaremuxngaelawthnthrrmoddedn aelaphunakarwicythangwithyasastraelanwtkrrmethkhonolyi 32 enuxha 1 niruktisastr 1 1 phasasastr 2 prawtisastr 2 1 chnphunemuxngaelaprawtisastryukhkxnokhlmbs 2 2 nikhmyuorp 2 2 1 phltxaelaxntrkiriyakbprachakrphunemuxng 2 3 exkrachaelakarkhyayxanaekht 2 4 sngkhramklangemuxngaelasmyburna 2 5 karprbihepnxutsahkrrm 2 6 sngkhramolkkhrngthihnung phawaesrsthkictktakhrngihy aelasngkhramolkkhrngthisxng 2 7 sngkhrameynaelayukhsiththimnusychn 2 8 prawtisastrrwmsmy 3 phumisastr phumixakas aelasingaewdlxm 3 1 stwpa 4 prachakrsastr 4 1 prachakr 4 2 phasa 4 3 sasna 4 4 okhrngsrangkhrxbkhrw 5 karemuxngkarpkkhrxng 5 1 ekhtrthkic 5 2 phrrkhkaremuxngaelakareluxktng 5 3 khwamsmphnthkbtangpraeths 5 4 karkhlngphakhrth 5 5 kxngthph 6 xachyakrrmaelakarbngkhbichkdhmay 7 esrsthkic 7 1 rayid khwamyakcn aelakhwammngkhng 8 okhrngsrangphunthan 8 1 karkhnsng 8 2 phlngngan 8 3 karprapaaelasukhaphibal 9 karsuksa 10 withyasastraelaethkhonolyi 11 sukhphaph 12 wthnthrrm 12 1 xahar 12 2 phaphyntr 12 3 wrrnkrrm prchya aelasilpa 12 4 kila 12 5 dntri 12 6 sux 13 echingxrrth 14 xangxing 15 brrnanukrm 15 1 aehlngxinethxrent 16 aehlngkhxmulxunniruktisastr aekikhinpi 1507 nkekhiynaephnthichaweyxrmn martin wldesmulelxr phlitaephnthiolksungekhaidtngchuxdinaednthangsikolktawntkinaephnthidngklawwa xemrika tamchuxkhxngnksarwcaelankekhiynaephnthichawxitaeliyn xemriok ewspuchchi 33 hlkthanexksaraerkkhxngwli shrthxemrika macakcdhmaylngwnthi 2 mkrakhm 1776 sungstiefn mxyaeln naythharphuchwykhxngcxrc wxchingtnaelanayphlaehngkxngthphphakhphunthwip sngthungphloth ocesf rid mxyaelnaesdngkhwamprarthnakhxngekhainkarna xanacetmaelaekinphxkhxngshrthxemrika ippraethssepnephuxsnbsnuninkhwamphyayamkhxngsngkhramptiwti 34 singphimphephyaephraerkethathithrabkhxngwli shrthxemrika xyuinkhwameriyngimthrabphuekhiyninhnngsuxphimph edxaewxrcieniykaest inwileliymsebirk ewxrcieniy emuxwnthi 6 emsayn 1776 35 edimxditxananikhmxngkvsidichchuxeriyksmyihmkhxngpraethsinkhaprakasxisrphaph karprakasxisrphaphkhxngsibsamshrthxemrikadwynahnungicediywkn prakasichody khnaphuaethnshrthxemrika emuxwnthi 4 krkdakhm ph s 2319 36 swnchuxinpccubnidrbkarsrupemuxwnthi 15 phvscikayn ph s 2320 emuxsphanitibyytiphakhphunthwipthisxngidprakasichkhxbngkhbaehngsmaphnthrth khwamwa smaphnthrthsungtngkhunni eriykwa shrthxemrika thxykhamatrthansn sungicheriykshrthxemrika khux shrth United States aelachuxeriykxikhlayrupaebb idaek the U S the USA aela America khawa Columbia kekhyepnchuxthiidrbkhwamniyminkareriykshrthxemrika sungmacakchuxkhxngkhrisotefxr okhlmbs aelayngpraktinchux District of Columbia xikdwy sahrbkareriykshrthxemrikakhxngkhnithy inxdit ekhyeriykchuxshrthxemrikaxyangepnthangkarwa shpalirthxemrika 37 swnchuxxunthiicheriykshrthxemrika echn makn lungaesm xinthri phyaxinthri ecaolk hrux tarwcolk phasasastr aekikh inphasaxngkvs khamatrthansunghmaythungphlemuxngkhxngshrthxemrika khux xemrikn American thungaemwa United States caepnkhakhunsphthxyangepnthangkar aetthngkhawa American aela U S epnkhakhunsphthxnepnthiniymmakkwa inkarrabuthungshrthxemrika nxkcakni xemrikn yngxachmaythung thwipxemrika xikdwy aetmkcathukichnxymakinphasaxngkvs ephuxhmaykhwamthungprachakrsungimmikhwamekiywkhxngkbshrthxemrika 38 edim wli shrthxemrika thuxwaepnkhaphhuphcn ichkbkhakriya are were rwmthnginrththrrmnuyaehngshrthxemrikaaekikhephimetim chbbthi 13 sungmiphlichbngkhbinpi ph s 2408 xikdwy aetkhadngklawidklaymaepnkhaexkphcn ichkbkhakriya is was hlngcakyukhsngkhramklangemuxng aelaidklaymaepnrupaebbmatrthaninpccubn aetrupaebbphhuphcnkyngkhngpraktinsanwn these United States 39 prawtisastr aekikhdubthkhwamhlkthi prawtisastrshrth chnphunemuxngaelaprawtisastryukhkxnokhlmbs aekikh karsrangihmkhxngsilpinsungaehlngkhinekhdcakwthnthrrmmississippikxnprawtisastr tamthixacprakt 40 phuxyuxasyinthwipxemrikaehnuxkhnaerk yaythincakisbieriyodythangsaphanbkebringaelamathungxyangnxy 15 000 pimaaelw aemmihlkthanephimkhunthiesnxwaxacmathungkxnhnannxik 41 hlngkhamsaphanbkaelw chawxemriknklumaerkyaylngit odyxactamchayfngaepsifik 42 43 hruxphanhingplxdnaaekhnginaephndinrahwanghingnaaekhngkhxrdilelxraern Cordilleran aelalxernithd Laurentide 44 wthnthrrmokhlwispraktpraman 11 000 pikxn aelathuxwaepnbrrphburuskhxngwthnthrrmphunemuxngsmyhlngkhxngthwipxemrikaswnihy 45 aemkhidkntlxdplaykhriststwrrsthi 20 wawthnthrrmokhlwisepntwaethnkhxngkartngthinthanmnusyaehngaerkinthwipxemrika 46 aetinchwngpihlng idepliynmatrahnkthungwthnthrrmkxnokhlwis 47 txma wthnthrrmphunemuxnginthwipxemrikaehnuxerimmikhwamsbsxnmakkhun aelabangwthnthrrmechn wthnthrrmmississippismykxnokhlmbsinthangtawnxxkechiyngit phthnakarksikrrmkawhna sthaptykrrmihy aelasngkhmradbrth 48 tngaetpramanpi 800 thung 1600 49 wthnthrrmmississippiefuxngfu aelankhrihysud khaohekhiy Cahokia thuxepnaehlngobrankhdismykxnokhlmbsthiihyaelasbsxnthisudinshrthpccubn 50 inphumiphakhekrtelksthangit mikarkxtngsmaphnthrthxirakhwxyinbangchwngrahwangkhriststwrrsthi 12 51 thung 15 52 aelaxyumacnsinsngkhramptiwti 53 kartngthinthanhmuekaahawaykhrngaerkekidkhunemuxidnnyngepnhwkhxkarthkethiyngthiyngdaeninxyu 54 hlkthanobrankhdiduehmuxnbngchiwaminikhmtngaetpi 124 55 rahwangkaredineruxkhrngthisamaelakhrngsudthay kptnecms khukepnchawyuorpkhnaerkthierimkartidtxkbhawayxyangepnthangkar 56 hlngkarkhunfngkhrngaerkineduxnmkrakhm 1778 thithaiwemiy ekaakhaiw khuktngchuxklumekaaniwa hmuekaaaesndwich tamexirlthi 4 aehngaesndwich rksarachkarrthmntriwakarkrathrwngthhareruxkhxngrachnawibritich 57 nikhmyuorp aekikh duephimetimthi karthaihepnxananikhmkhxngyuorpinthwipxemrika aela sibsamxananikhm nksarwcchawxitali khrisotefxr okhlmbs mathungthwipxemrikaaelaekhakhwbkhumkwnahani hlngsepnsngokhlmbsinkarlxngeruxethiywaerkkhxngekhasuolkihm inpi 1492 kminksarwcxuntamma chawyuorpklumaerkthimathungdinaednkhxngshrthsmyihmepnkxngkistadxrsepnxyangkhwn pxnes ed elxxn sungedinthangthungflxridakhrngaerkinpi 1513 thwa hakkhiddinaednthiimrwmekhadwyknkhxngshrthdwyaelw khwamchxbcaepnkhxngkhrisotefxr okhlmbssungkhunfngthipwyrotriokinkaredinthangpi 1493 chawsepntngnikhmaehngaerkinflxridaaelaniwemksiokxyangesntxxkstin 58 aelaaesntaef chawfrngesstngxananikhmkhxngtnechnkntamaemnamississippi kartngthinthankhxngchawxngkvsthisaerctamchayfngtawnxxkkhxngthwipxemrikaehnuxerimdwyxananikhmewxrcieniyinpi 1607 thiecmsthawn aelaxananikhmphlimthkhxngphilkriminpi 1620 phutngthinthancanwnmakepnklumkhristsasnikchnkhdaeyngthimaaeswngesriphaphthangsasna mikarsrangsphaebxrcssis House of Burgesses aehngewxrcieniy sungepnsphanitibyytithimacakkareluxktngaehngaerkkhxngthwip inpi 1619 aelakhxtklngrwmknemyflawexxr Mayflower Compact sungphilkrimlngnamkxnkhunfng aelaphakhimulthanaehngkhxnenktikhd sthapnaaebbxyangsahrbrupaebbkarpkkhrxngtnexngaebbmiphuaethnaelarabxbrththrrmnuysungcaphthnathwxananikhmxemrika 59 60 phutngthinthanswnmakinthukxananikhmepnekstrkrrayyxy aetmikarphthnaxutsahkrrmxuninimkithswrrsaetktangkntamnikhm phuchesrsthkicmiyasub khawecaaelakhawsali xutsahkrrmkarskdetibotkhuninhnngstw karpramngaelakarthaim phuphlitphlitrmaelaerux aelaemuxthungsmyxananikhmtxnplay chawxemriknkphlithnunginecdkhxngxupsngkhehlkolk 61 sudthaynkhrtang phudkhuntamchayfngephuxsnbsnunesrsthkicthxngthinaelaichepnsunyklangkarkha phutngthinthanchawxngkvsmiralxkchawskxt ixrichaelaklumxunekhamaesrim emuxthidinchayfngmirakhaaephngkhunthaihaerngngansyya indentured servant thiepnxisrathukphlkipthangthistawntk 62 karkhathaskhnanihykbiphrwaethiyrxngkvserimtn 63 karkhadhmaykhngchiphkhxngthasinthwipxemrikaehnuxsungkwathangitmak enuxngcakmiorkhnxykwaaelamixaharaelakarptibtithidikwa naihmikarephimcanwnkhxngthasxyangrwderw 64 65 sngkhmxananikhmswnihyaebngaeykknrahwangkarsxkhwamthangsasnaaelasilthrrmkhxngkhwamepnthas aelaxananikhmphanrthbyytithngsnbsnunaelakhdkhanthas 66 67 aetemuxyangekhakhriststwrrsthi 18 thasaexfrikakepnaerngnganphuchesrsthkicaethnthiaerngngansyya odyechphaainphakhit 68 dwykarthaihcxreciyepnxananikhmkhxngbritichinpi 1732 cungmikarsthapnasibsamxananikhmthicaklayepnshrthinewlatxma 69 thukxananikhmmirthbalthxngthinaelakareluxktngthiepidaekchayiththukkhn odymikarfkifsiththichnxngkvsobranaelasanukkarpkkhrxngtnexngthikratunkarsnbsnunsatharnrthniym 70 dwyxtrakarekidthisungmak xtrakartaythitamakaelakartngthinthanxyangtxenuxng prachakrxananikhmcungetibotxyangrwderw prachakrxemriknphunemuxngkhxnkhangnxythukbdbng 71 khbwnkarfunfukhristsasnikchn Christian revivalist khristthswrrs 1730 aela 1740 thieriyk kartunihy Great Awakening chwyerngkhwamsnicthngsasnaaelaesriphaphinkarnbthuxsasna 72 rahwangsngkhramecdpi hruxeriyk sngkhramfrngessaelaxinediyn kalngbritichyudaekhnadacakfrngess aetprachakrthiphudphasafrngessyngoddediywthangkaremuxngcakxananikhmthangit 13 xananikhmehlanimiprachakrkwa 2 1 lankhnhruxpramanhnunginsamkhxngbrietninpi 1770 hakimnbxemriknphunemuxngsungthukphichitaelakhbil aemmikarekhamaihmxyangtxenuxng aetxtrakarephimtamthrrmchatisungcnemuxthungkhristthswrrs 1770 michawxemriknnxymakthiekidophnthael 73 rayahangkhxngxananikhmcakbrietnthaihmikarphthnakarpkkhrxngtnexng aetkhwamsaerckhxngphwkekhabndalihphramhakstriymungyaphrarachxanacxyuepnraya 74 inpi 1774 eruxkxngthpheruxsepn sanetiyok phayitkhwn epersekhaaelathxdsmxinthangekhathinutkhasawn Nootka Sound aemchawsepnmiidkhunfng aetchnphunemuxngphayeruxmayngeruxsepnephuxkhahnngstwaelkkbepluxkaexbaolnicakaekhlifxreniy 75 inewlann sepnsamarthphukkhadkarkharahwangthwipexechiyaelaxemrikaehnuxidodyihibxnuyatcakdaekoprtueks emuxchawrsesiyerimsthapnarabbkarkhahnngstwthietibotkhuninxaaelska chawsepnerimkhdkhanrsesiy odykaredineruxkhxngepersepnkhrngaerk thiipaepsifiktawntkechiyngehnux 76 fn 5 hlngmathunghmuekaahawayinpi 1778 kptnkhukaelneruxkhunehnuxaelatawnxxkechiyngehnuxephuxsarwcfngtawntkkhxngthwipxemrikaehnuxsungxyuehnuxkwanikhmsepninxltaaekhlifxreniy ekhakhunbkthifngxxrikxnthipramanlaticud 44 30 ehnux odytngchuxcudkhunbknnwa ekhpefalewethxr lmfaxakaselwbngkhbiheruxkhxngekhalngitippraman 43 ehnuxkxnsamartherimkarsarwcchayfngipthangehnux 78 ineduxnminakhm 1778 khukkhunbkthiekaaibl aelatngchuxthangekhawa khingcxcssawd ekhabnthukwachuxchnphunemuxng khux nutkhahruxnutkha 79 phltxaelaxntrkiriyakbprachakrphunemuxng aekikh dwykhwamkhubhnakhxngkarthaihepnxananikhmkhxngyuorpindinaednshrthrwmsmy xemriknphunemuxngmkthukphichitaelayaythin 80 prachakrphunemuxngkhxngxemrikaesuxmlnghlngchawyuorpmathung aeladwyhlaysaehtu cakorkhxyangorkhfidasaelaorkhhdepnhlk khwamrunaerngmiichpccysakhyinkaresuxmlngodyrwminhmuxemriknphunemuxng aemmikhwamkhdaeyngrahwangknexngaelakbchawyuorpmiphltxbangephaaelanikhmxananikhmtang 81 82 83 84 85 86 inchwngaerkkhxngkarthaihepnxananikhm phutngthinthanyuorpcanwnmakprasbpyhakhadaekhlnxahar orkhaelakarocmticakxemriknphunemuxng xemriknphunemuxngyngmkkxsngkhramkbephaiklekhiyngaelaepnphnthmitrkbchawyuorpinsngkhramxananikhmkhxngtnexng thwa inewlaediywkn chnphunemuxngaelaphutngthinthancanwnmakphungphaxasykn phutngthinthanaelkepliynexaxaharaelahnngstw swnchnphunemuxngaelkexapun ekhruxngkrasunaelasinkhayuorpxun 87 chnphunemuxngsxnphutngthinthancanwnmakwacaephaaplukkhawophd thwaelanaetathiihn emuxidaelaxyangir michchnnariyuorpaelaxun rusukwaepnsingsakhyca thaihecriy sungxemriknphunemuxngaelakratunihphwkekharbethkhnikhekstrkrrmaelawithichiwitkhxngyuorp 88 89 karedineruxethiywsudthaykhxngkptnecms khukrwmthungkaraelntamchayfngthwipxemrikaehnuxaelaxaaelskaephuxaeswngchxngthangtawnxxkechiyngehnuxepnewlapramanekaeduxn ekhaklbhawayephuxetimkalngbarung edimsarwcchayfngemawiaelaekaaihy khakhaykbkhnthxngthinaelwthxdsmxthixawekiylaekhkwineduxnmkrakhm 1779 emuxeruxaelaphwkkhxngekhaxxkcakekaa esaeruxhkinlmfaxakaselw bngkhbihphwkekhahwnkhuninklangeduxnkumphaphnth khukthukkhainxikhlaywntxma 90 exkrachaelakarkhyayxanaekht aekikh duephimetimthi karptiwtixemrika sngkhramptiwtixemrika aela ethphlikhit khaprakasxisrphaph ody cxhn thrmbul sngkhramptiwtixemrikaepnsngkhramprakasxisrphaphxananikhmthisaerckhrngaerktxchatiyuorp chawxemriknphthnaxudmkarn satharnrthniym odyyunynwarthbalcatxngmacakectcanngkhxngprachachnodyaesdngxxkphansphanitibyytithxngthin phwkekhaeriykrxngsiththiepnchawxngkvsaela hamcdekbphasihakimmiphuaethn faybritichyunynkarbriharckrwrrdiphanrthspha aelakhwamkhdaeyngbanplayepnsngkhram 91 hlngkarphankhxmtiliemuxwnthi 2 krkdakhm 1776 sungepnkarxxkesiynglngmtiexkrachthiaethcring sphathwipthisxnglngmtirbkhaprakasxisrphaphinwnthi 4 krkdakhm sungprakasinkhaprarphyawwa mnusychatithuksrangkhunmaethaethiymkninsiththithiimxacoxnknidaelabrietnihyimkhumkhrxngsiththiehlani aelaprakasinkhakhxngkhxmtiwasibsamxananikhmepnrthexkrachaelaimswamiphkdikbphramhakstriybritichinshrth mikarechlimchlxngwnthi 4 krkdakhmthukpiepnwnprakasxisrphaph 92 inpi 1777 bthbyytismaphnthrth Articles of Confederation sthapnarthbalxxnthidaeninkarcnpi 1789 92 brietnrbrxngexkrachkhxngshrthhlngprachythiyxrkthawninpi 1781 93 insnthisyyasntiphaphpi 1783 exkrachkhxngshrthidrbkarrbrxngcakchayfngaextaelntikipthangtawntkthungaemnamississippi nkchatiniymnakarprachumfilaedlefiypi 1787 inkarekhiynrththrrmnuyaehngshrth ihstyabninkarprachumrthinpi 1788 mikarcdraebiybrthbalklangihmepnsamxanac odyhlkkarsrangkartrwcsxbaelathwngdulthimipraoychn inpi 1789 cxrc wxchingtnsungnakxngthphptiwtikhwachy epnprathanathibdikhnaerkthiidrbeluxktngphayitrththrrmnuyihm inpi 1791 mikarlngmtirbbyytiwadwysiththiphunthankhxngphlemuxngsunghamkarcakdesriphaphswnbukhkhlkhxngrthbalklangaelarbpraknkarkhumkhrxngthangkdhmaytang 94 aemrthbalklangthaihkarkhathasrahwangpraethsepnkhwamphidinpi 1808 aethlngpi 1820 karichthasephaaplukphlphlitfaythiidkairsungpathuindipesath phrxmkbcanwnprachakrthasdwy 95 96 97 kartunihythisxng Second Great Awakening odyechphaaxyangyingpi 1800 1840 ekharitkhnhlaylankhnsuopretsaetnthxiaewneclikhl evangelical inthisehnux ehtunithaihekidkhbwnkarptirupsngkhmhlaykhbwnkarsungrwmkarelikthas 98 inphakhit mikarchwnekharitemthxdist Methodist aelaaebpthistinhmuprachakrthas 99 dinaednsungshrthekhathuxsiththiaebngtamewla khwamkratuxruxrnkhxngshrthinkarkhyaydinaednipthangthistawntkthaihekidsngkhramxemriknxinediynyudeyux 100 karsuxluyesiynasungdinaednthifrngessxanginpi 1803 thaihpraethsmiphunthiephimkhunekuxbethatw 101 sngkhrampi 1812 sungprakastxbrietn kbkhwameduxdrxntang aelakartxsuephuxdungdudaelaesrimchatiniymshrth 102 chudkarbukekhathangthharsuflxridanaihsepnykdinaedndngklawaeladinaednfngxaw Gulf Coast inpi 1819 103 karkhyaydinaednidrbkarchwyehluxcakekhruxngckrixna emuxeruxckrixnaerimlxngtamrabbtharnakhnadihykhxngxemrikasungechuxmdwykhlxngsrangihm echn xiriaelaixaexndexm aelwkrathngrangrthifthierwkwaerimlakkhamdinaednkhxngpraeths 104 tngaetpi 1820 thung 1850 prachathipityaebbaecksnerimchudkarptirupsungrwmsiththixxkesiyngeluxktngkhxngchayphiwkhawinwngkwangkhun nasukhwamecriykhxngrabbphrrkhthisxngprachathipityaelawikepnphrrkhkaremuxnghlngtngaetpi 1828 thung 1854 esnthangtharnatainkhristthswrrs 1830 epntwxyangkhxngnoybaykacdxinediynsungtngthinthanxinediynihmthangtawntkinekhtsngwnxinediyn shrthphnwksatharnrthethkssinpi 1845 rahwangsmyethphlikhitsungmilksnakhyaydinaedn 105 snthisyyaxxrikxnpi 1846 kbbrietnnaihshrthkhwbkhumphakhtawntkechiyngehnuxpccubn 106 chyinsngkhramemksiok xemrikalngexydwykarykaekhlifxreniykhxngemksiokaelaphunthiswnihykhxngphakhtawntkechiyngitpccubn 107 kartunthxngthiaekhlifxreniypi 1848 1849 kratunkaryaythinipthangtawntkaelakarsthapnarththangtawntkephim 108 hlngsngkhramklangemuxngxemrika rabbrangkhamthwipihmthaihkaryaythinngaykhunsahrbphutngthinthan karkhaphayinkhyaytwaelakhwamkhdaeyngkbxemriknphunemuxngephimkhun 109 kwakhrungstwrrs karsuyesiyxemriknibsnmiphlkrathbtxkardarngxyutxwthnthrrmxinediynthirabhlaywthnthrrm 110 inpi 1869 noybaysntiphaphihmmungkhumkhrxngxemriknphunemuxngcakkarlaemid eliyngsngkhramephim aelapraknkhwamepnphlemuxngshrthinthisud aemkhwamkhdaeyngsungrwmsngkhramxinediynkhrngihysudhlaykhrngyngdaenintxipthwtawntkcnlwngekhakhristthswrrs 1900 111 sngkhramklangemuxngaelasmyburna aekikh dubthkhwamhlkthi sngkhramklangemuxngxemrika aela smyburna yuththkarthiekttisebirk rthephnsileweniyrahwangsngkhramklangemuxng ody Thure de Thulstrup khxaetktangkhxngkhwamehnaelaraebiybsngkhmrahwangrthphakhehnuxaelaphakhitinsngkhmshrthchwngaerk odyechphaaxyangyingekiywkhxngkbthasphiwda cnsudthaynasusngkhramklangemuxngxemrika 112 edimthirthekhasushphaphslbknrahwangrththasaelarthesriephuxrksasmdulphakhinwuthispha khnathirthesrimiprachakrmakkwarththasaelamiphuaethninsphaphuaethnrasdrmakkwa aetdwymidinaedntawntkaelarthesriephimkhun khwamtungekhriydrahwangrththasaelarthesrisungkhundwykarthkethiyngekiywkbrabxbshphnthrth karoxnkarkhrxbkhrxngdinaedn khwrkhyayhruxcakdkhwamepnthashruximaelaxyangir 113 xbrahm linkhxln phuchnakareluxktng inpi 1860 prathanathibdikhnaerkcakphrrkhriphbliknsungswnihytxtankhwamepnthas sudthaykarprachuminsibsamrththasprakasaeyktwxxkaelatngsmaphnthrthxemrika khnathirthbalklangyunynwakaraeyktwxxkimchxbdwykdhmay 113 sngkhramthiekidkhunihhlngnnthiaerkepnsngkhramephuxrksashphaph aelahlngcakpi 1863 emuxkalngphlsuyesiyephimkhunaelalinkhxlnxxkprakaspldplxyihepnxisra Emancipation Proclamation epahmaysngkhramthisxngklayepnkarelikthas sngkhramniepnkhwamkhdaeyngthangthharthimiphuesiychiwitmakthisudinprawtisastrshrth thaihmithharesiychiwitpraman 618 000 khnaelaphleruxnxikepnxnmak 114 hlngfayshphaphmichyinpi 1865 mikaraekikhephimetimrththrrmnuyshrthsamkhrng karaekikhephimetimkhrngthi 13 hamkhwamepnthas karaekikhephimetimkhrngthi 14 mxbkhwamepnphlemuxngaekaexfriknxemriknthiekhyepnthasekuxbsilankhn 115 aelakaraekikhephimetimkhrngthi 15 rbpraknwaphwkekhamisiththixxkesiynglngkhaaenn sngkhramaelaphllphthnasukarephimxanackhxngrthbalklangxyangmakodymiepahmayephuxburnakaraelasrangihmsungrthphakhitkhnathirbpraknsiththikhxngthasthiephingepnith sngkhramaelaphlnasukarephimxanacrthbalklangxyangsakhy 116 odymiepahmayephuxburnakarihmaelasrangihmsungrthphakhitphrxmkbrbpraknsiththikhxngthasthiephingepnith nkxnurksniymphiwkhawphakhitsungeriyktnwa phuith Redeemer ekhakhwbkhumhlngsinsudkarburna emuxthungchwngpi 1890 1910 kdhmaycim okhrwphraksiththixxkesiynglngkhaaennkhnphiwdaswnihyaelakhnkhawyakcnbangswn khndaephchiykaraebngaeykthangechuxchatiodyechphaaxyangyinginphakhit 117 chnklumnxyechuxchatibangkhrngephchiykarlngprachathnth 118 karprbihepnxutsahkrrm aekikh ekaaexllisinnkhrniwyxrkepnpratusakhysahrbkarekhaemuxngkhxngchawyuorp 119 inphakhehnux karkhyaytwkhxngemuxngaelakarhlngihlkhxngkhnekhaemuxngcakyuorpitaelayuorptawnxxkxyangthiimekhymimakxn thaihmiaerngnganehluxefuxsahrbkarprbpraethsihepnxutsahkrrmaelakarepliynaeplngwthnthrrm 120 okhrngsrangphunthankhxngpraethssungmiothrelkhaelathangrthifkhamthwipkratunkaretibotthangesrsthkicaelakartngthinthanyingihykhunaelakarphthnaoxldewstxemrika karpradisthhlxdiffaaelaothrsphth txmayngmiphltxkarkhmnakhmaelachiwitkhnemuxng 121 karsinsudkhxngsngkhramxinediynyingkhyayphunthiphayitkarephaaplukodyichekhruxngckr ephimswnekinsahrbtladrahwangpraeths 122 karkhyaydinaednaephndinihysaercdwykarsuxxaaelskacakckrwrrdirsesiyinpi 1867 123 inpi 1893 swnniymxemrikainhawaylmrachathipityaelatngsatharnrthhaway sungshrthphnwkinpi 1898 sepnykpwyrotriok kwmaelafilippinsihshrthinpiediywknhlngsngkhramsepn xemrika 124 karphthnaesrsthkicxyangrwderwrahwangplaykhriststwrrsthi 19 aelatnkhriststwrrsthi 20 chwyihnkxutsahkrrmoddedncanwnmakefuxngfukhun nkthurkicihyxyangkhxreneliys aewnedxrbilth cxhn di rxkekxaeflelxraelaaexndruw kharenkinakhwamkawhnakhxngchatiinxutsahkrrmrangrthif piotreliymaelaehlkkla karthnakharklayepnswnsakhykhxngesrsthkic odyec phi mxraeknmibthbathedn thxms exdisnaelaniokhla ethslathaihiffakracayaephrhlaysuxutsahkrrm baneruxnaelasahrbkarihaesngswangtamthnn ehnri fxrdptiwtixutsahkrrmyanynt esrsthkicxemrikaefuxngfuaelaklayepnesrsthkicihysudkhxngolk aelashrthidsthanphaphmhaxanac 125 karepliynaeplngrwderwnikxprkbkhwamimsngbthangsngkhmaelakhwamecriykhxngkhbwnkarprachaniym sngkhmniymaelaxnathipity 126 sudthaysmynisinsudlngdwykarmakhxngsmykawhna Progressive Era sungmikarptirupsakhyinsngkhmhlaydan sungrwmthngsiththixxkesiyngeluxktngkhxngstri karhamaexlkxhxl karkakbsinkhabriophkh matrkarpxngknkarphukkhadthimakkhunephuxpraknkaraekhngkhnaelakhwamisickhwamepnxyukhxngaerngngan 127 128 129 sngkhramolkkhrngthihnung phawaesrsthkictktakhrngihy aelasngkhramolkkhrngthisxng aekikh fungchnchumnumknthiwxllstrithhlngehtuhlkthrphytkpi 1929 shrthwangtnepnklangtngaetsngkhramolkkhrngthihnungpathuinpi 1914 cnthungpi 1917 emuxekharwmsngkhramepn chatismthb rwmkbfaysmphnthmitrinsngkhramolkkhrngthihnungxyangepnthangkar odychwyepliynthisthangkhxngsngkhramtxfaymhaxanacklang inpi 1919 prathanathibdiwudorw wilsnrbbthbathkarthutna n karprachumsntiphaphparisaelasnbsnunxyangaekhngkhnihshrthekharwmsnnibatchati thwa wuthisphaptiesthimxnumtiaelaimihstyabnsnthisyyaaewrsaysungsthapnasnnibatchati 130 inpi 1920 khbwnkarsiththistrichnakarphankaraekikhephimetimrththrrmnuysungihsiththixxkesiyngeluxktngkhxngstri 131 khristthswrrs 1920 aela 1930 mikhwamecriyetibotkhxngsuxsarmwlchnpraephthwithyuaelamikarpradisthothrthsnkhuninyukhaerk 132 khwamefuxngfukhxngthewntirxngkharam Roaring Twenties sinsuddwyehtukarnwxllstrithtkpi 1929 aelakarerimtnphawaesrsthkictktakhrngihy hlngaefrngklin di orsewltidrbeluxktngepnprathanathibdiinpi 1932 ekhasnxngdwykhxtklngihm New Deal sungrwmkarsthapnarabbhlkpraknsngkhm 133 karyaythinihykhxngaexfriknxemriknhlaylankhncakphakhitkhxngshrtherimkxnsngkhramolkkhrngthihnungaelakinewlacnthungkhristthswrrs 1960 134 khnathichamfun Dust Bowl klangkhristthswrrs 1930 thaihchumchnksikrrmcanwnmakyakcnaelathaihekidkaryaythinthangtawntkralxkihm 135 thiaerkshrthwangtnepnklangrahwangsngkhramolkkhrngthisxngrahwangthieyxrmniphichitthwipyuorpswnihy shrtherimcdhapccyaekfaysmphnthmitrineduxnminakhm 1941 phanokhrngkarihyum echa wnthi 7 thnwakhm 1941 ckrwrrdiyipunepidchakocmtixyangcuocmtxephirlharebxr thaihshrthekharwmkbfaysmphnthmitrsurbkbfayxksa 136 rahwangsngkhram shrththukeriykwaepnhnungin sitarwc 137 aehngfaysmphnthmitrphuprachumknwangaephnolkhlngsngkhram rwmkbbrietn shphaphosewiytaelacin 138 aemshrthesiythharkwa 400 000 nay 139 aetaethbimidrbkhwamesiyhaycaksngkhramaelayingmixiththiphlthangesrsthkicaelathangthharmakyingkhunxik 140 shrthmibthbathnainkarprachumebrttnwudsaelayltakbshrachxanackr shphaphosewiytaelafaysmphnthmitrxunsunglngnamkhwamtklngwadwysthabnkarenginrahwangpraethsihmaelakarcdraebiybihmhlngsngkhramkhxngthwipyuorp emuxfaysmphnthmitrchnainthwipyuorpaelw karprachumrahwangpraethsinsanfransisokinpi 1945 idxxkkdbtrshprachachatisungmiphlichbngkhbhlngsngkhram 141 shrthphthnaxawuthniwekhliyrkhrngaerkaelaichmnkbyipuninnkhrhiorachimaaelanangasaki yipunyxmcanninwnthi 2 knyayn yutisngkhramolkkhrngthisxng 142 143 sngkhrameynaelayukhsiththimnusychn aekikh duephimetimthi prawtisastrshrth kh s 1945 1964 prawtisastrshrth kh s 1964 1980 aela prawtisastrshrth kh s 1980 1991 prathanathibdiornld eraeknaehngshrth say aelaelkhathikarmihaxil kxrbachxfaehngshphaphosewiyt inkarprachumthiecniwainpi 1985 hlngsngkhramolkkhrngthisxng shrthaelashphaphosewiytprachnchingxanacrahwangsmysngkhrameyn khbekhluxndwykaraebngaeykxudmkarnrahwangthunniymaelakhxmmiwnist thngsxngkhrxbngakickarthharkhxngthwipyuorp odymishrthaelaphnthmitrnaotfayhnungaelashphaphosewiytaelaphnthmitrsnthisyyawxrsxxikfayhnung shrthphthnanoybaykarcakdkarkhyaytwkhxnglththithiimphungprarthnatxkarkhyayxiththiphltxmmiwnist khnathishrthaelashphaphosewiyttxsuinsngkhramtwaethnaelaphthnakhlngxawuthniwekhliyrthrngphlng aelasxngpraethseliyngkhwamkhdaeyngthangthharodytrng shrthmkkhdkhankhbwnkarolkthisamsungmxngwaosewiytsnbsnun thharxemrikntxsukalngkhxmmiwnistcinaelaekahliehnuxinsngkhramekahlipi 1950 1953 karplxydawethiymdwngaerkkhxngshphaphosewiytpi 1957 aelakarplxyethiywbinxwkasthimimnusyodysarkhrngaerkinpi 1961 erim karaekhngkhnxwkas sungshrthepnchatiaerkthinamnusylngcxddwngcnthrinpi 1969 144 sngkhramtwaethninexechiytawnxxkechiyngitsudthayklayepnkarekhaipmiswnphwphnetmtwkhxngxemrika echn sngkhramewiydnam inpraeths shrthmikarkhyaythangesrsthkicxyangtxenuxngaelakaretibotkhxngprachakraelachnchnklangxyangrwderw karkxsrangrabbthanghlwngrahwangrthaeprsphaphokhrngsrangphunthankhxngpraethsinewlahlaythswrrsthdma khnhlaylankhnphlairnaaelankhrchnin inner city sukarphthnaekhhachanemuxngkhnadihy 145 146 inpi 1959 hawayklayepnrththi 50 aelarthlasudkhxngshrththiephimekhapraeths 147 khbwnkarsiththiphlemuxngthietibotkhunichsntiwithiephchiykbkaraebngaeykaelakareluxkptibti odymimartin luethxr khing cueniyrepnphunakhnsakhyaelahwokhn khawinicchykhxngsalaelakdhmayprakxbknlngexydwyrthbyytisiththiphlemuxngpi 1968 sungmungyutikareluxkptibtithangephs 148 149 150 khnaediywkn khbwnkarwthnthrrmtxtanetibotkhunodyidrbkarsnbsnuncakkarkhansngkhramewiydnam chatiniymphiwdaaelakarptiwtithangephs karepidchak sngkhramtxkhwamyakcn khyaykarihsiththiaelakarichcaydanswsdikar sungrwmkarsrangemdiaekhraelaemdiekhd sxngokhrngkarsungihkhwamkhumkhrxngdansukhphaphtxphusungxayuaelaphuyakirtamladb aelaokhrngkarsaetmpxahar Food Stamp Program aelachwyehluxkhrxbkhrwthimiedkphungphing Aid to Families with Dependent Children 151 khristthswrrs 1970 aelatnkhristthswrrs 1980 erimmikarchangkthangesrsthkic hlngprathanathibdiornld eraeknidrbeluxktnginpi 1980 ekhatxbotdwykarptirupenntladesri hlngkarlmslaykhxngkarphxnkhlaykhwamtungekhriyd ekhaelik karcakdkarkhyaytwkhxnglththithiimphungprarthna aelarierimyuththsastr mwnklb thikawrawkhuntxshphaphosewiyt 152 153 154 155 156 hlngmikarephimkhunkhxngaerngnganstriinthswrrsthiphanma thaihinpi 1985 strithimixayutngaet 16 pikhunipswnihymingantha 157 playkhristthswrrs 1980 mikar phxnkhlay khwamsmphnthkbshphaphosewiyt aelakarlmlayinpi 1991 yutisngkhrameyninthisud ehtuninamasungphawakhwediyw 158 odyshrthepnxphimhaxanackhrxbngakhxngolkodyirphutxkr monthsnsntiphaphxemrika Pax Americana sungpraktinsmyhlngsngkhramolkkhrngthisxng epnkhaeriykraebiybolkihmyukhhlngsngkhrameynthiidrbkhwamniymkwangkhwang prawtisastrrwmsmy aekikh ewildethrdesnetxrinolwexxraemnhttnrahwangwinaskrrm 11 knyayn pi 2001 wnewildethrdesnetxrthithuksrangaethnthi hlngsngkhrameyn khwamkhdaeyngintawnxxkklangcudchnwnwikvtkarninpi 1990 emuxpraethsxirkphayitsddm husesnbukkhrxngaelaphyayamphnwkpraethskhuewt kbphnthmitrkhxngshrth dwyekrngwakhwamiresthiyrphaphcaklamipphumiphakhxun prathanathibdicxrc exch dbebilyu buchcungepidchakptibtikarolthaelthray karsngkalngpxngkninpraethssaxudixaraebiy aelaptibtikarphayuthaelthrayinkhnthieriyk sngkhramxaw odymikalngphsmcak 34 praethsnaodyshrthtxpraethsxirk yutidwykarkhbkalngxirkxxkcakpraethskhuewtidsaerc funfurachathipitykhuewt 159 xinethxrentsungkaenidinekhruxkhayklaohmshrthlamipekhruxkhaywichakarrahwangpraeths aelasusatharnainpi 1990 miphlihyhlwngtxesrsthkic sngkhmaelawthnthrrmolk 160 enuxngcakphawaesrsthkicfxngsbudxtkhxm noybaykarenginaebbesthiyrphaphphayitaexln krinsaephnaelakarldraycayswsdikarsngkhm khristthswrrs 1990 mikarkhyaythangesrsthkicihysudinprawtisastrshrthsmyihmsungsinsudinpi 2001 161 erimtngaetpi 1994 shrthekhasukhwamtklngkarkhaesrixemrikaehnux NAFTA echuxmprachakr 450 lankhnsungphlitsinkhaaelabrikarmulkha 17 lanlandxllarshrth epahmaykhxngkhwamtklngkhuxephuxkacdxupsrrkhkarkhaaelakarlngthuninshrth praethsaekhnadaaelaemksiokinwnthi 1 mkrakhm 2008 karkhainhmuitrphakhiephimkhunmaktngaet NAFTA miphlichbngkhb 162 wnthi 11 knyayn 2001 phukxkarrayxlkxxidahocmtiewildethrdesnetxrinnkhrniwyxrkaelaxakharephntakxniklkbkrungwxchingtn di si thaihmiphuesiychiwitekuxb 3 000 khn 163 shrthtxbotdwykarepidchaksngkhramtxtankarkxkarray sungrwmsngkhraminxfkanisthanaelasngkhramxirkpi 2003 2011 164 165 inpi 2007 rthbalbuchsngephimkalngthharkhrngihyinsngkhramxirk 166 sungldkhwamrunaerngaelanasuesthiyrphaphephimkhuninphumiphakhxyangepnphl 167 168 noybaykhxngrthbalsungxxkaebbephuxsngesrimkarekhhathimirakhaimaephng 169 khwamlmehlwkwangkhwangkhxngbrrsthphibalaelathrrmaphibalinkarkakbduael regulatory governance 170 aelaxtradxkebiytasudepnprawtikarnkhxngrabbthnakharklang 171 nasufxngsbukarekhhaklangkhristthswrrs 2000 cnlngexydwywikvtkarnkarenginpi 2008 epnkarhdtwthangesrsthkickhrngihysudinprawtisastrkhxngpraethsnbaetphawaesrsthkictktakhrngihy 172 bark oxbama prathanathibdiaexfriknxemriknaelahlayechuxchatikhnaerk idrbeluxktnginpi 2008 thamklangwikvt 173 aelatxmaphanmatrkarkratunesrsthkicaelarthbyytikarptirupwxllstritaelakhumkhrxngphubriophkhdxdd aefrngkephuxphyayambrrethaphlray matrkarkratundngklawxanwykarphthnaokhrngsrangphunthan 174 aelakarwangnganldlngodysmphthth 175 dxdd aefrngkphthnaesthiyrphaphthangkarenginaelakarkhumkhrxngphubriophkh 176 aetmiphllbtxkarlngthunthurkicaelathnakharkhnadelk 177 inpi 2010 rthbaloxbamaphanrthbyytikarbribalthiesiyid sungepnkarptirupkhrngthikhrxbkhlumthisudtxrabbsatharnsukhkhxngpraethsinekuxbhathswrrs sungrwmkarmxbxanac enginxudhnunaelakaraelkepliynprakn kdhmaynithaihldcanwnaelarxylakhxngphuimmipraknsukhphaphlngxyangsakhy odymi 24 lankhnkhrxbkhlumrahwangpi 2016 178 krann kdhmayniepnthiotethiyngenuxngcakphlkrathbtxrakhasatharnsukh ebiypraknphyaelasmrrthphaphthangesrsthkic 179 aemphawaesrsthkictktathungcudtasudineduxnmithunayn 2009 aetphuxxkesiynglngkhaaennyngkhbkhxngickbkarfunfuesrsthkicthilacha phrrkhriphbliknsungkhdkhannoybaykhxngoxbama idkhwbkhumsphaphuaethnrasdrxyangthlmthlayinpi 2010 aelakhwbkhumwuthisphainpi 2014 180 mikarthxnkalngxemrikninpraethsxirkinpi 2009 aela pi 2010 aelamikarprakasihsngkhraminphumiphakhyutilngxyangepnthangkarineduxnthnwakhm 2011 181 karthxnkalngdngklawthaihkarkxkarkaeribnikayniymbanplay 182 nasukhwamecriykhxngrthxislamxirkaelaliaewnt sungepnphusubthxdkhxngxlkxxidahinphumiphakh 183 inpi 2014 oxbamaprakasfunfukhwamsmphnththangthutsmburnkbpraethskhiwbaepnkhrngaerknbaetpi 1961 184 pitxma shrthsungepnsmachikpraethsphi5 1 lngnamaephnptibtikarebdesrcrwm sungepnkhwamtklngthimungchalxkarphthnaokhrngkarniwekhliyrkhxngpraethsxihran 185 dxnld thrmp prathanathibdiphumngmithisudinprawtisastrshrthaelaprathanathibdikhnaerkthiimmiprasbkarnthangkaremuxngaelakarthharkxnekhadarngtaaehnng idrbeluxktnginkareluxktngprathanathibdipi 2016phumisastr phumixakas aelasingaewdlxm aekikh phaphthaycakdawethiymaesdngthunglksnaphumipraethskhxngshrthxemrikaaephndinihy phaphthaybangswnkhxngethuxkekharxkki shrthaephndinihymiphunthi 7 663 940 6 tarangkiolemtr rthxaaelska sungmipraethsaekhnadakhnshrthaephndinihy epnrththiihythisud mikhnad 1 717 856 2 tarangkiolemtr rthhawaysungepnklumekaainmhasmuthraepsifikklang xyuthangthistawntkechiyngitkhxngthwipxemrikaehnux miphunthi 28 311 tarangkiolemtr 186 dinaednthimiprachakrxasykhxngshrth idaek pwyrotriok xemriknsamw kwm hmuekaanxrethirnmaeriynaaelahmuekaaewxrcinrwmmiphunthi 23 789 tarangkiolemtr 187 shrthepnpraethsihysudxndbsamhruxsikhxngolkeriyngtamphunthithnghmd aephndinaelaphunna rxngcakpraethsrsesiyaelaaekhnada aelamixndbsunghruxtakwacin karcdxndbtangknkhunxyukbwanbrwmdinaednthipraethscinaelaxinediyphiphathhruxim aelawdkhnadthnghmdkhxngshrthxyangir khux karkhanwnmitngaet 9 522 055 0 km 2 188 9 629 091 5 km 2 189 ipcnthung 9 833 516 6 km 2 190 hakwdechphaaaephndin shrthcamikhnadihyepnxndbsamrxngcakpraethsrsesiyaelacin sungkwaaekhnada 191 thirabchayfngthaelaextaelntikihkxihekidpaphldiblukekhaipinaephndinaelarxykhlunphidmxnt Piedmont 192 ethuxkekhaaexpphaelechiynaebngchayfngthaeltawnxxkcakekrtelksaelathunghyaphakhklangtawntk Midwest 193 aemnamississippi missuri rabbaemnayawthisudxndbsikhxngolk ihlswnihyinthisehnux itphanicklangpraeths thirabihy Great Plains sungepnthunghyarabxudmsmburnaephkhyayipthangthistawntk odymiphunthisungthangthistawnxxkechiyngitkhwang 193 ethuxkekharxkki n khxbthistawntkkhxngthirabihy aephkhyaykhampraethscakehnuxcrdit miradbkhwamsungkwa 4 300 emtr inrthokholraod 194 ipxikthangthistawntkepnaexngihy Great Basin hin aelathaelthray echn thaelthraychihwhwnaelaomhawi 195 ethuxkekhaesiyrraenwadaaelaaekhsekhd Cascade thxdiklkbchayfngaepsifik ethuxkekhathngsxngnimiradbkhwamsungkwa 4 300 emtr cudtasudaelasungsudinshrthaephndinihyxyuinrthaekhlifxreniy 196 aelahangkn 135 kiolemtr 197 thiradbkhwamsung 6 194 emtr yxdekhaednali yxdekhaaemkkhinely inrthxaaelskaepnyxdekhasungsudinpraethsaelainthwipxemrikaehnux 198 phuekhaifthiyngpathuxyumithwiptlxdklumekaaxaelksanedxraelahmuekaaxaluechiyninrthxaaelska aelarthhawayprakxbdwyekaaphuekhaif phuekhaifihythixyuinxuthyanaehngchatieylolwsotninethuxkekharxkki epnlksnaphuekhaifihysudkhxngthwipxemrikaehnux 199 enuxngcakshrthmikhnadihyaelakhwamhlakhlaythangphumisastr cungmilksnaxakashlaychnid thangtawnxxkkhxngesnemxriediynthi 100 lksnaxakasmitngaetphakhphunthwipchunthangehnuxthungkungekhtrxnchunthangit 200 thirabihythangtawntkkhxngesnemxriediynthi 100 epnkungaehngaelng ekhathangtawntkswnihymilksnaxakasaebbaexlp lksnaxakasepnaebbaehngaelnginaexngihy thaelthrayinphakhtawntkechiyngit emdietxrereniyninrthaekhlifxreniychayfng aelaphumixakasaebbxbxunchunphakhphunsmuthrinchayfngrthxxrikxnaelarthwxchingtn aelathangitkhxngrthxaaelska rthxaaelskaswnihyepnaebbkungxarktikhruxkhwolk rthhawayaelaplayitsudkhxngrthflxridamilksnaxakasaebbekhtrxn echnediywkbdinaednthimiprachakrxyuxasyinthaelaekhribebiynaelamhasmuthraepsifik 201 xakassudotngepneruxngimaeplk inrththitidxawemksiokthimikhwamesiyngekidphayuehxrriekhn aelathxrenodswnihykhxngolkekidinpraethsni odyekidinbriewntrxkthxrenodaethbtawntkklangaelaphakhitepnhlk 202 stwpa aekikh xinthrihwkhawepnnkpracachatikhxngshrthtngaetpi 1782 niewswithyakhxngshrthnnhlakhlaymak megadiverse odymiphuchmithxlaeliyngpraman 17 000 chnidinshrthaephndinihyaelarthxaaelska aelaphbphuchdxkkwa 1 800 chnidinrthhaway sungmicanwnnxythiphbinaephndinihy 203 shrthepnthinthixyukhxngstweliynglukdwynm 428 chnid nk 784 chnid stweluxykhlan 311 chnidaelastwsaethinnasaethinbk 295 chnid 204 mikarphbaemlngpraman 91 000 chnid 205 xinthrihwkhawepnnkpracachatiaelastwpracachatikhxngshrth aelaepnsylksnkhxngpraethsesmxma 206 mixuthyanaehngchati 58 aehngaelaxuthyan paaelaphunthithidininsphaphthrrmchatixunthirthbalklangcdkarxiknbhlayrxyaehng 207 ebdesrcaelwrthbalepnecakhxngphunthipraman 28 khxngpraeths 208 swnihyphunthiehlanimikarkhumkhrxng aembangswnihechasahrbkarkhudecaanamnaelaaeks karthaehmuxng karthaimhruxkareliyngpsustw praman 0 86 ichephuxwtthuprasngkhthangthhar 209 210 pyhasingaewdlxmepnwaraaehngchatimatngaetpi 1970 karotethiyngeruxngsingaewdlxmrwmthungkarxphiprayeruxngnamnaelaphlngnganniwekhliyr karcdkarkbmlphisthangxakasaelana khaichcaythangesrsthkicinkarphithksstwpa karthaim aelakarthalaypa 211 212 aelakartxbsnxngrahwangpraethsekiywkbphawaolkrxn 213 214 mihnwyngankhxngrthbalklangaelarthhlayhnwynganekiywkhxng thioddednthisudkhux sanknganpkpxngsingaewdlxmshrth Environmental Protection Agency thitngkhuntamkhasngkhxngprathanathibdiinpi 1970 215 khwamkhideruxngthidininsphaphthrrmchatiidkxrupkarcdkarthidinsatharnatngaetpi 1964 dwybthbyytithidininsphaphthrrmchati Wilderness Act 216 rthbyytisingmichiwitiklsuyphnthupi 1973 miectnakhumkhrxngchnidthixyuinkhayesiyngtxkarsuyphnthuhruxiklkarsuyphnthuaelathinthixyukhxngphwkmn odymirachkarplaaelastwpashrthepnphutrwctra 217 prachakrsastr aekikhduephimetimthi chawxemrikn prachakr aekikh echuxchati chatiphnthu pramankhxng ACS pi 2015 218 aebngtamechuxchati 218 phiwkhaw 73 1 phiwda 12 7 exechiy 5 4 xemriknxinediynaelachnphunemuxngxaaelska 0 8 hawayphunemuxngaelachawekaaaepsifik 0 2 phhuechuxchati 3 1 echuxchatixun 4 8 aebngtamchatiphnthu 218 hisaepnik lation thukechuxchati 17 6 miichhisaepnik lation thukechuxchati 82 4 klumbrrphburusihysudaebngtamethsmnthl pi 2000 sungmichawxemriknechuxsayeyxrmnmakthisud sankngansamaonshrthpramancanwnprachakrkhxngpraethsemuxwnthi 25 emsayn 2016 iwthi 323 425 550 khn odyephimkhun 1 khn ephimsuththi thuk 13 winathi hruxpraman 6 646 khntxwn 6 prachakrshrthephimkhunekuxbsiethainkhriststwrrsthi 20 cakpraman 76 lankhninpi 1900 219 shrthepnpraethsthimiprachakrmakthisudxndbsamkhxngolkrxngcakpraethscinaelaxinediy shrthepnpraethsxutsahkrrmhlkpraethsediywthimikarthanaykarephimkhxngprachakrkhnadihy 220 inkhristthswrrs 1800 hyingechliymibutr 7 04 khn emuxthungkhristthswrrs 1900 canwndngklawldlngehlux 3 56 khn 221 nbaettnkhristthswrrs 1970 epntnma xtrakarekidldtakwaxtrathdaethn 2 1 odyxyuthibutr 1 86 khntxhying 1 khninpi 2014 karekhaemuxngthiekidtangdawthaihprachakrshrthyngephimkhunxyangrwderwodyprachakrthiekidtangdawephimkhunepnsxngethacakpraman 20 lankhninpi 1990 epnkwa 40 lankhninpi 2010 odyepnkarephimkhxngprachakrhnunginsam 222 prachakrthiekidtangdawthung 45 lankhninpi 2015 223 shrthmiprachakrhlakhlaymak odyklumbrrphburus 37 klummismachikkwa 1 lankhn 224 chawxemriknechuxsayeyxrmnepnklumchatiphnthuihysud kwa 50 lankhn rxnglngmaidaek chawxemriknechuxsayixraelnd praman 37 lankhn chawxemriknechuxsayemksiok praman 31 lankhn aelachawxemriknechuxsayxngkvs praman 28 lankhn 225 226 chawxemriknphiwkhawepnklumechuxchatiihysud chawxemriknphiwdaepnechuxchatichnklumnxyihysudkhxngpraeths hmayehtuwainsamaonshrth xemriknhisaepnikaelalationnbepnklum chatiphnthu miichklum echuxchati aelaepnklumbrrphburusihysudxndbsam 224 chawxemriknechuxsayexechiyepnechuxchatichnklumnxyihysudxndbsxng odyklumchatiphnthukhxngchawxemriknechuxsayexechiyihysudsamxndb idaek chawxemriknechuxsaycin chawxemriknechuxsayfilippins aelachawxemriknechuxsayxinediy 224 shrthmixtraekid 13 khntx 1 000 khn sungtakwakhaechliykhxngolk 5 khn 227 xtrakaretibotkhxngprachakrepnbwk 0 7 sungkwapraethsphthnaaelwhlaypraeths 228 inpingbpraman 2012 phuekhaemuxngkwahnunglankhn swnmakekhapraethsphankarrwmkhrxbkhrw idrbthinthixyutamkdhmay 229 praethsemksiokepnpraethstnthangkhxngphuxyuxasyihmxndbtn tngaetrthbyytikarekhaemuxngpi 1965 praethscin xinediyaelafilippinsepnpraethsthimiphuekhaemuxngsungsudsixndbthukpimatngaetkhristthswrrs 1990 230 231 inpi 2012 phuxyuxasypraman 11 4 lankhnepnphuekhaemuxngimchxbdwykdhmay 232 inpi 2015 47 khxngphuekhaemuxngthnghmdepnhisaepnik 26 epnchawexechiy 18 epnkhnkhaw aela 8 epnkhnda rxylakhxngphuekhaemuxngsungepnchawexechiyephimkhunswnrxylakhxngphuepnhisaepnikldlng 223 chnklumnxy sungkrmsamaonniyamwahmaythungthukkhnykewnkhnphiwkhawthimiichhispaepnikaelamiichhlayechuxchati prakxbepn 37 2 khxngprachakrinpi 2012 218 aelakwa 50 khxngedkxayunxykwahnungpi 233 234 aelakhadwacaklayepnfaykhangmakemuxthungpi 2044 233 tamkarsarwcsungdaeninkarodysthabnwileliyms chawxemriknekalankhn hruxpraman 3 4 khxngprachakrphuihyrabutnexngwaepnrkrwmephs rksxngephshruxkhamephs 235 236 karsarwcmtimhachnpi 2016 yngsrupwa 4 1 khxngchawxemriknphuihyrabutnepnaexlcibithi rxylasungsudmacakekhtokhlmebiy 10 swnrththitwelkhtasud khux rthnxrthdaoktathi 1 7 237 karsarwcinpi 2013 sunysahrbkarkhwbkhumaelapxngknorkhphbwa 96 6 rabutnwatrngephs swn 1 6 rabuwaepnekyhruxelsebiyn aela 0 7 rabuwaepnrksxngephs 238 inpi 2010 prachakrshrthpraman 5 2 lankhnmibrrphburusepnxemriknxinediynhruxchnphunemuxngxlaska 2 9 lankhnthimiechphaakhxngbrrphburusdngklaw aela 1 2 lankhnthimibrrphburuschnphunemuxnghawayhruxchawekaaaepsifik 0 5 lankhnmiechphaabrrphburusdngklaw 239 samaonnbkwa 19 lankhnxyuin echuxchatixun sung imsamarthrabuid waxyuinhmwdechuxchatixyangepnthangkarhahmwdinpi 2010 odymikwa 18 5 97 khxngcanwnnimichatiphnthuhisaepnik 239 karetibotkhxngprachakrhisaepnikaelalationxemrikn khadngklawichaethnknidxyangepnthangkar epnaenwonmprachakrsastrthisakhy sankngansamaonrabuchawxemriknechuxsayhisaepnik 50 5 lankhn 239 wami chatiphnthu aeyktanghak 64 khxnghisaepnikxemriknmiechuxsayemksiok 240 rahwangpi 2000 thung 2010 prachakrhisaepnikkhxngpraethsephim 43 khnathiprachakrthimiichhisaepnikephimephiyng 4 9 241 karetibotswnmakmacakkarekhaemuxng inpi 2007 12 7 khxngprachakrshrthekidtangdaw khnathi 54 incanwnniekidinlatinxemrika 242 chawxemriknpraman 82 xasyxyuinekhtemuxng rwmchanemuxng 190 incanwnnipramankunghnungxasyxyuinnkhrthimiprachakrkwa 50 000 khn 243 shrthmihlayklumnkhrthieriyk emkaricn megaregion emkaricnkhnadihysudkhux xphimhankhrekrtelks Great Lakes Megalopolis tamdwyxphimhankhrtawnxxkechiyngehnuxaelaaekhlifxreniyit inpi 2008 miethsbal 273 ethsbalthimiprachakrkwa 100 000 khn miekankhrthimiphuxyuxasykwahnunglankhn aelasinkhrolkthimiprachakrkwasxnglankhn niwyxrk lxsaexneclis chikhaokaelahustn 244 mi 52 phunthimhankhrthimiprachakrkwahnunglankhn 245 phunthimhankhrthietiboterwthisud 47 cak 50 phunthixyuinphakhtawntkhruxphakhit 246 phunthimhankhraesnebxrnardion aedlls hustn aextaelntaaelafinikslwnetibotkwahnunglankhnrahwangpi 2000 thung 2008 245 sunyklangprachakrxndbtn dukhuyaekxndb nkhraeknklang prachakrinphunthinkhrbal phunthisthitinkhrbal phakh 247 nkhrniwyxrk lxsaexngeclis chikhaok aedlls1 nkhrniwyxrk 20 182 305 nkhrniwyxrk nuxark ecxrsiy NY NJ PA MSA tawnxxkechiyngehnux2 lxsaexngeclis 13 340 068 lxsaexngeclis lxngbich aexnaihm CA MSA tawntk3 chikhaok 9 551 031 chikhaok oceliyt enephxrwill IL IN WI MSA tawntkklang4 aedlls fxrtewirth 7 102 796 aedlls fxrtewirth xarlingtn TX MSA it5 hiwstn 6 656 947 hiwstn edxawudaelns chukaraelnd MSA it6 wxchingtn di si 6 097 684 wxchingtn di si VA MD WV MSA tawnxxkechiyngehnux7 filaedlefiy 6 069 875 filaedlefiy aekhmedn wilmingtn PA NJ DE MD MSA tawnxxkechiyngehnux8 imaexmi 6 012 331 imaexmi fxrtlxedxredl phxmphaonbich FL MSA it9 aextaelnta 5 710 795 aextaelnta aesndisprings mariextta GA MSA it10 bxstn 4 774 321 bxstn ekhmbridc khwinsi MA NH MSA tawnxxkechiyngehnux11 sanfransisok 4 656 132 sanfransisok oxkaelnd frimxnt CA MSA tawntk12 finiks 4 574 531 finiks emsa eklnedl AZ MSA tawntk13 riewxrisd aesnebxrnardion 4 489 159 riewxrisd aesnebxrnardion xxnaethriox CA MSA tawntk14 dithrxyt 4 302 043 dithrxyt wxrern lioweniy MI MSA tawntkklang15 siaextethil 3 733 580 siaextethil thaokhma eblwiw WA MSA tawntk16 minniaexophlis esntphxl 3 524 583 minniaexophlis esntphxl blumingtn MN WI MSA tawntkklang17 aesndiexok 3 299 521 aesndiexok khalsaebd ch aesnmarkhs CA MSA tawntk18 aethmpa esntpietxrsebirk 2 975 225 aethmpa esntpietxrsebirk ekhliyrwxethxr FL MSA it19 ednewxr 2 814 330 ednewxr xxorra elkwud CO MSA tawntk20 esnthluys 2 811 588 esnthluys MO IL MSA tawntkklangtamkarpramanprachakrpi 2015 caksanksamaonshrth 248 phasa aekikh phasathikhnkwa 1 lankhnphudthibaninshrth pi 2010 249 fn 6 phasa rxylakhxng prachakr canwn phuphud canwnphuphud phasaxngkvs iddihruxdimakxngkvs ethann 80 233 780 338 thukkhnrwmthukphasa thimiichxngkvs 20 57 048 617 43 659 301sepn imrwmpwyrotriokaelaphsmsepn 12 35 437 985 25 561 139cin rwmphasakwangtungmatrthanaelaphasacinmatrthan 0 9 2 567 779 1 836 263takalxk 0 5 1 542 118 1 436 767ewiydnam 0 4 1 292 448 879 157frngess rwmekhcnaetimrwmphsmehti 0 4 1 288 833 1 200 497ekahli 0 4 1 108 408 800 500eyxrmn 0 4 1 107 869 1 057 836 phasaxngkvs phasaxngkvsaebbxemrikn epnphasapracachatiodyphvtiny aemimmiphasarachkarinradbshphnthrth aetkdhmaybangchbb echn khxkahndkaraeplngsychatikhxngshrth wangmatrthanphasaxngkvs inpi 2010 praman 230 lankhnhrux 80 khxngprachakrxayutngaethapikhunip phudphasaxngkvsthibanethann phasasepn sungmiprachakr 12 phudthiban epnphasathiphbmakthisudxndbsxngaelaepnphasathisxngthisxnknaephrhlaythisud 250 251 chawxemriknbangswnsnbsnunihphasaxngkvsepnphasarachkarkhxngpraeths enuxngcakepnphasarachkaraelwin 32 rth 252 thngphasahawayaelaphasaxngkvsepnphasarachkarinrthhawaytamkdhmaykhxngrth 253 aemimmiphasarachkar aetrthniwemksiokmikdhmaythikahndkarichthngphasaxngkvsaelaphasasepn echnediywkbthirthluyesiynakahndihichphasaxngkvsaelafrngess 254 rthxun echn rthaekhlifxreniymikhasngsalsungihphimphephyaephrexksarrachkarbangchnidepnphasasepn rwmthngaebbkhxngsal 255 hlayekhtxanacthimiphuimphudphasaxngkvscanwnmakmikarphlitexksarrthbal odyechphaaxyangyingsarsnethskareluxktng inphasathimiphuphudaephrhlayinekhtxanacehlann hlaydinaednekaaihkarrbrxngxyangepnthangkartxphasaphunemuxngrwmkbphasaxngkvs odyxemriknsamwaelakwmrbrxngphasasamw 256 aelaphasachamxror 257 tamladb hmuekaanxrethirnmaeriynarbrxngphasaaekhorilnaelachamxror 258 chatiechxorkhirbrxngphasaechxorkhixyangepnthangkarinphunthiekhtxanacephaechxorkhiinrthoxklaohmatawnxxk phasasepnepnphasarachkarinpwyrotriokaelamiphudknaephrhlaykwaphasaxngkvsthinn 259 phasatangdawthisxnknkwangkhwangthisudinthukradbinshrth inaengkhxngcanwnphulngthaebiyn idaek phasasepn phueriynpraman 7 2 lankhn frngess 1 5 lankhn aelaeyxrmn 500 000 khn phasathimisxnaephrhlayxun odymiphueriyn 100 000 thung 250 000 khn miphasalatin yipun phasaibxemrikn phasaxitaliaelacin 260 261 18 khxngchawxemriknxangwatnphudidmakkwahnungphasanxkcakphasaxngkvs 262 sasna aekikh sasnathinbthuxinshrth pi 2014 263 sasna khxngprachakrshrthkhrist 70 6 70 6 opretsaetnt 46 5 46 5 opretsaetntxiwaneclikhl 25 4 25 4 opretsaetntsayhlk 14 7 14 7 khristckrda 6 5 6 5 khathxlik 20 8 20 8 mxrmxn 1 6 1 6 phyanphrayaohwa 0 8 0 8 xisethirnxxrthxdxks 0 5 0 5 khristxun 0 4 0 4 yudah 1 9 1 9 xislam 1 1 phuthth 0 7 0 7 hindu 0 7 0 7 sasnaxun 1 8 1 8 immisasna 22 8 22 8 imnbthuxsasnaidsasnahnung 15 8 15 8 xiyyniym 4 0 4 xethwniym 3 1 3 1 imthrabhruxptiesthimtxb 0 6 0 6 karaekikhephimetimrththrrmnuyshrthkhrngaerkrbpraknkarnbthuxsasnaxyangesriaelahamrthsphaphankdhmayekiywkbsthabnsasna sasnakhristepnsasnathimiphunbthuxmakthisudinshrth inkarsarwcpi 2013 chawxemrikn 56 klawwa sasnami bthbathsakhymakinchiwitkhxngphwkekha sungepntwelkhsungkwakhxngpraethsthirarwyxunmak 264 inkarsarwcmtimhachnpi 2009 chawxemrikn 42 klawwa phwkekhaekhaobsththukspdahhruxekuxbthukspdah twelkhdngklawaeprphntngaet 23 inrthewxrmxnt cnthungsung 63 inrthmississippi 265 phuechiywchay nkwicyaelaphupraphntheriykshrthwaepn chatiopretsaetnt hrux kxtngbnhlkkaropretsaetnt 266 267 268 269 odyennmrdklththikhalwinepnphiess 270 271 272 shrtherimekhrngsasnanxylngechnediywkbpraethstawntkxun karimmisasnaetibotxyangrwderwinhmuchawxemriknxayutakwa 30 pi 273 karsarwcaesdngwa khwamechuxmninsasnakhxngchawxemriknodyrwmesuxmlngmatngaetklangthungplaykhristthswrrs 1980 274 odyechphaaxyangyingchawxemriknxayunxythiimmisasnaephimkhun 275 karsuksainpi 2012 bngchiwasdswnprachakrshrththinbthuxopretsaetntldlngehlux 48 thaihyutisthanphaphepnhmwdsasnakhxngfaykhangmakepnkhrngaerk 276 277 chawxemriknthiimmisasnamibutr 1 7 khnethiybkbkhristsasnikchn 2 2 khn phuimnbthuxsasnayngmiaenwonmsmrsnxykwakhristsasnikchn 37 tx 52 278 cakkarsarwcpi 2014 phuihy 70 6 rabutwexngepnkhristsasnikchn 279 ldlngcak 73 inpi 2012 280 opretsaetntnikaytang khidepn 46 5 inkhnathinikayormnkhathxlikkhidepn 20 8 epnnikayediywthiihythisud 281 sasnaxunnxkehnuxcaksasnakhristthiraynganthnghmdinpi 2014 mi 5 9 281 sasnaxun idaek sasnayudah 1 9 sasnaxislam 0 9 sasnahindu 0 7 sasnaphuthth 0 7 281 karsarwcyngraynganwachawxemrikn 22 8 rabutwexngwaxiyyniym xethwniymhruximmisasna ephimkhuncak 8 2 inpi 1990 281 282 283 nxkcakniyngmichumchn yunithaeriynyuniewxraeslist sasnabaih sasnasikkh sasnaechn lththichinot lththikhngcux lththieta druxid phunemuxngxemrikn wikha mnusyniym aelaethwsniym 284 opretsaetntepnklumsasnakhristthiihythisudinshrth mikhristckraebpthistrwmknepnnikayopretsaetntthiihythisud aelashkhristckraebpthistit Southern Baptist Convention epnnikayopretsaetntediywthiihysud chawxemriknpraman 26 rabutnepnopretsaetntxiwaneclikhl Evangelical Protestant swn 15 epnsayhlk Mainline aela 7 epnkhristckrdadngedim ormnkhathxlikinshrthmiehngainkarthaihthwipxemrikaepnxananikhmkhxngsepnaelafrngess aelatxmakhyaytwenuxngcakkarekhaemuxngkhxngchawixrich xitali opaelnd eyxrmnaelasepn rthordixaelndmirxylakhxngkhathxliksungsudodymi 40 khxngprachakr 285 nikayluethxaerninshrthkaenidcakkarekhaemuxngcakyuorpehnuxaelapraethseyxrmni rthnxrthaelaesathdaokhtaepnephiyngsxngrththimiprachakrswnihyepnluethxraernmakkwa phuekhaemuxngchawskxtaelaskxtxlsetxrephyaephnikayephrsibthieriyninthwipxemrikaehnux aemnikaydngklawidephyaephthwshrth aetkracukxyuinchayfngtawnxxkepnhlk mikarkxtngklumphunbthuxsasnaptirupdtchkhrngaerkinniwxmsetxrdm nkhrniwyxrk kxnephyaephipthangthistawntk rthyuthahepnrthediywthimxrmxnepnsasnakhxngprachakrswnihy chnwnmxrmxnyngkhyayipthungbangswnkhxngrthixdaoh enwadaaelaiwoxming 286 ekhmkhdibebil Bible Belt epnphasapakicheriykphumiphakhinphakhitkhxngshrthsungopretsaetntxiwaneclikhlsungepnxnurksniymthangsngkhmepnswnsakhykhxngwthnthrrmaelaxtrakarekhaobsthkhristinnikaytang pktisungkwakhaechliykhxngpraeths inthangklbkn sasnamibthbathsakhynxyinekhtniwxingaelndaelaphakhtawntkkhxngshrth 265 okhrngsrangkhrxbkhrw aekikh inpi 2007 chawxemriknxayutngaet 18 pikhunip 58 smrs 6 epnmay 10 hyarang aela 25 imekhysmrs 287 khnanihyingswnihythangannxkban aelasaerckarsuksapriyyatrimakkwachay 288 xtrakartngkhrrphwyrunshrthxyuthi 26 5 khntx 1 000 khn xtradngklawldlng 57 cakpi 1991 289 inpi 2013 xtraekidwyrunsungsudxyuinrthaexlabama aelatasudinrthiwoxming 289 290 karthaaethngchxbdwykdhmaythwthngshrth enuxngcakkhdirahwangoraelaewd Roe v Wade khawinicchybrrthdthaninpi 1973 khxngsalsungsudaehngshrth aemxtrakarthaaethngcaldlng aetxtrathaaethng 241 tx 1 000 karkhlxdmichiphaelaxtrakarthaaethng 15 khntx 1 000 khninhyingxayurahwang 15 44 pikyngsungkwaxtrakhxngchatitawntkswnihy 291 inpi 2013 xayuechliykhxngkarkhlxdkhrngaerkxyuthi 26 piaela 40 6 khxngkarekidekidkbhyingimsmrs 292 mikarpramanxtraecriyphnthurwmkhxngpi 2013 iwthi 1 86 karekidtxhying 1 khn 293 karrbbutrbuythrrminshrthmithwipaelakhxnkhangngaycakmummxngkdhmayemuxethiybkbpraethstawntkxun 294 inpi 2001 dwykarrbbutrbuythrrmkwa 127 000 khn shrthkhidepnekubxkunghnungkhxngcanwnkarrbbutrbuythrrmthnghmdthwolk 295 karsmrsephsediywknchxbdwykdhmaythwpraethsaelakhusmrsephsediywknsamarthrbbutrbuythrrmidtamkdhmay phhusamiphriyaimchxbdwykdhmaythwthngshrth 296 karemuxngkarpkkhrxng aekikh xakharrthsphashrth sthanthiprachumkhxngrthspha idaek wuthispha saymux sphaphuaethnrasdr khwamux thaeniybkhaw cwnaelathithangankhxngprathanathibdishrth xakharsalsungsud thiprachumkhxngsalsungsud shrthepnshphnthrthekaaekthisudinolkthiyngrxdmathungpccubn epnsatharnrthaebbmirththrrmnuyaelaprachathipityaebbmiphuaethn sungkarthuxesiyngkhangmakepneknthmakthukcakdodysiththifaykhangnxythiidrbkarkhumkhrxngtamkdhmay 297 mikarwangraebiybkarpkkhrxngdwyrabbtrwcsxbaelathwngdulthiniyamtamrththrrmnuyshrth sungepnkdhmaysungsudkhxngpraeths 298 sahrbpi 2016 shrthcdxyuinxndbthi 21 tamdchniprachathipity 299 aelaxndbthi 18 indchniphaphlksnkhxrrpchn 300 inrabbshphnthrthniymxemrika pktiphlemuxngxyuitbngkhbaehngkarpkkhrxngsamradb khux shphnthrth rthaelathxngthin hnathirthbalthxngthinpktiaebngknrahwangrthbalethsmnthl county aelaxngkhkarethsbal inekuxbthukkrni kharachkarfaybriharaelanitibyytimacakkareluxktngaebbkhaaennesiyngthiehnuxkwakhxngphlemuxngaebngtamekht immikarmiphuaethntamsdswninradbshphnthrth aelaphbnxyinradblangkwa 301 rthbalklangprakxbdwysamxanac idaek sphanitibyyti rthsphasungichrabbsxngspha prakxbdwywuthisphaaelasphaphuaethnrasdr thahnathixxkkdhmayklang prakassngkhram rbrxngsnthisyya mixanacphanngbpraman power of the purse 302 aelamixanacfxngihkhbxxkcaktaaehnng sungsamarththxdthxnsmachikrthbalpccubnid 303 faybrihar prathanathibdiepnphubychakarthharsungsud samarthichsiththiybyngrangkdhmaykxnmiphlichbngkhb aetsamarththukrthsphaaeyngid aelaaetngtngsmachikkhnarthmntri odykarxnumtikhxngwuthispha aelakharachkarxun sungpkkhrxngaelaichbngkhbkdhmayaelanoybayklang 304 faytulakar salsungsudaelasalklangradblangkwa sungphuphiphaksamacakkaraetngtngkhxngprathanathibdidwykarxnumtikhxngwuthispha tikhwamkdhmayaelaykelikkdhmaythiwinicchywaimchxbdwyrththrrmnuy 305 sphaphuaethnrasdrmismachikxxkesiynglngkhaaenn 435 khn aetlakhnepnphuaethnkhxngekhtrthsphaepnsmysxngpi thinngkhxngsphaphuaethnrasdrmikarcdsdswntamrthaebngtamprachakrthuksibpi insamaonpi 2010 ecdrthmiphuaethnkhntahnungkhn swnrthaekhlifxrenniy rththimiprachakrmakthisud mi 53 khn 306 wuthisphamismachik 100 khn odyaetlarthmismachikwuthisphasxngkhn idrbeluxktngodyimaebngekhtmiwarala 6 pi taaehnngwuthisphahnunginsammikareluxktngpiewnpi prathanathibdidarngtaaehnngwarala 4 pi aelaxacidrbeluxktngidimekinsxngkhrng prathanathibdimiideluxktngcakkhaaennesiyngodytrng aetmacakrabbkhnaphueluxktngthangxxmsungkahndkhaaennesiyngthicdsdswnihaekrthaelaekhtokhlmebiy salsungsud sungmiprathansalsungsudaehngshrthepnhwhna mismachikekakhn sungdarngtaaehnngtlxdchiph 307 xnusawriyethphiesriphaphinnkhrniwyxrkepnsylksnkhxngthngshrthaelaxudmkarnesriphaph prachathipityaelaoxkas 308 rthbalrthmiokhrngsrangkhlay kn aetrthenaebrskamisphanitibyytithiichrabbsphaediywtangcakrthxun 309 phuwakaraetlarth hwhnafaybrihar macakkareluxktngodytrng phuphiphakasaaelakhnarthmntrikhxngbangrthmacakkaraetngtngkhxngphuwakarkhxngrthnn aetbangrthmacakkareluxktngkhxngprachachn khxkhwamdngedimkhxngrththrrmnuykahndokhrngsrangaelakhwamrbphidchxbkhxngrthbalklangaelakhwamsmphnthkbrthhnung matra 1 khumkhrxngsiththihmaysngihsngtwphuthukkhumkhngmasal rththrrmnuymikaraekikhephimetim 27 khrng 310 karaekikhephimetimsibkhrngaerk sungrwmeriywa rthbyytisiththi Bill of Rights aelakaraekikhephimetimkhrngthi 14 kxepnrakthanklangkhxngsiththipceckkhxngchawxemrikn kdhmayaelawithidaeninkarpkkhrxngthnghmdxyuphayitkarphicarnathbthwnodysalaelakdhmaythisalwinicchywalaemidrththrrmnuyepnomkha salsungsudsthapnahlkkarphicarnathbthwnodysal aemmiidklawiwchdecninrththrrmnuy inkhdirahwangmarburikbemdisn Marbury v Madison pi 1803 311 ekhtrthkic aekikh dubthkhwamhlkthi ekhtthangkaremuxngkhxngshrth rth shrth dinaednkhxngshrth raychuxrthaeladinaednkhxngshrth aela ekhtsngwnxinediyn khxmulephimetim Territorial evolution of the United States aela karidmasungdinaednkhxngshrth aephnthiekhtesrsthkicekhtesrsthkiccaephaakhxngshrth 312 aesdngrth dinaednaelakarkhrxbkhrxng shrthepnshphnthsatharnrthprakxbdwy 50 rth ekhtshphnthrth hadinaednaelaekaathiimmikhnxyuxasysibexdekaa 313 rthaeladinaednepnekhtkarpkkhrxnghlkinpraeths aebngepnekhtyxyethsmnthlaelankhrxisra ekhtokhlmebiyepnekhtshphnthrthsungmiemuxnghlwngkhxngshrth khux krungwxchingtn di si rthaelaekhtokhlmebiyeluxkprathanathibdishrth aetlarthmiphueluxktngprathanathibdiethiybethakbphuaethnrasdraelasmachikwuthisphainrthspha ekhtokhlmebiymisamkhn 314 ekhtrthsphamikarkahndcanwnphuaethntamswnkhxngphlemuxngihmkhxngrthhlngsamaonprachakrthuksibpi aelwaetlarthepnekhtsmachikhnungihepniptamkarcdsdswnsamaon micanwnphuaethnrasdrthnghmd 435 khn aelasmachikrthsphaphuaethnepntwaethnkhxngekhtokhlmebiyaelahadinaednhlkkhxngshrth 315 shrthyngmixanacxthipitychnepha tribal sovereignty khxngchatixemriknxinediyninkhxbekhtcakd echnediywkbxanacxthipitykhxngrth xemriknxinediynepnphlemuxngshrthaeladinaednchnephaxyuphayitxanackhxngrthsphashrthaelasalshphnthrth echnediywkbrth chnephamixttantisung aetkimidrbxnuyatihprakassngkhram mikhwamsmphnthrahwangpraethschxngtnexng hruxphimphaelaxxkengintra 316 phrrkhkaremuxngaelakareluxktng aekikh oc ibedin prathanathibdikhnthi 46 tngaetwnthi 20 mkrakhm 2021 kmla aehrris rxngprathanathibdikhnthi 49 tngaetwnthi 20 mkrakhm 2021 shrthichrabbsxngphrrkhmaekuxbtlxdprawtisastr 317 sahrbtaaehnngeluxktngaethbthukradb kareluxktngphusmkhrrxbaerkthirthcdkareluxkphuidrbesnxchuxkhxngphrrkhkaremuxnghlksahrbkareluxktngthwipinewlatxma nbaetkareluxktngthwippi 1856 phrrkhkaremuxnghlkidaek phrrkhedomaekhrtsungkxtnginpi 1824 aelaphrrkhriphbliknsungkxtnginpi 1854 nbaetsngkhramklangemuxng miphusmkhrrbeluxktngprathanathibdicakphrrkhthisamephiyngkhnediyw khux xditprathanathibdithioxdxr orsewlt sungmacakphrrkhkawhnainpi 1912 prathanathibdiaelarxngprathanathibdimacakkareluxktngphanrabbkhnaphueluxktng 318 phayinwthnthrrmkaremuxngxemrika phrrkhriphbliknfayklangkhwathuxwaepn xnurksniym aelaphrrkhedomaekhrtfayklangsaythuxwaepn esriniym 319 320 rthphakhtawnxxkechiyngehnuxaelachayfngtawntkaelarthekrtelksbangrthruckkninnam rthnaengin khxnkhangepnesriniym rthaedng inphakhitaelabangswnkhxngekrtephlnsaelaethuxkekharxkkikhxnkhangepnxnurksniym oc ibedincakphrrkhedomaekhrt phuchnakareluxktngprathanathibdipi 2020 pccubndarngtaaehnngepnprathanathibdishrthkhnthi 46 phunapccubninwuthispha idaek rxngprathanathibdikmla aehrriscakphrrkhedomaekhrt prathanchwkhrawaephthrik lihi Patrick Leahy cakphrrkhedomaekhrt hwhnafaykhangmak chk chuemxr Chuck Schumer aelahwhnafaykhangnxy mitch aemkkhxnenl Mitch McConnell phunainsphaphuaethnrasdr idaek prathansphaphuaethnrasdraennsi epholsi hwhnafaykhangmak setni hxyeyxr Steny Hoyer aelahwhnafaykhangnxy ekhwin aemkkhathi Kevin McCarthy inrthsphashrthsmythi 117 phrrkhedomaekhrtkhrxngthngsphaphuaethnrasdraelawuthispha pccubnwuthisphamiedomaekhrt 48 khn aelaxisra 2 khnsungprachumlbkbedomaekhrt riphblikn 50 khn sphaphuaethnrasdrprakxbdwyriphblikn 221 khnaelaedomaekhrt 211 khn intaaehnngphuwakarrth miriphblikn 27 khn edomaekhrt 23 khn inbrrdanaykethsmntri di si aelaphuwakardinaedn 5 khn miriphblikn 2 khn edomaekhrt 1 khn kawhnaihm 1 khnaelaxisra 2 khn khwamsmphnthkbtangpraeths aekikh duephimetimthi khwamsmphnthrahwangpraethskhxngshrth aela noybaytangpraethskhxngshrth sanknganihyshprachachatisrangkhuninicklangemuxngaemnhttninpi 1952 321 shrthmiokhrngsrangkhwamsmphnthrahwangpraethssungidrbkaryxmrb epnsmachikthawrkhxngkhnamntrikhwammnkhngaehngshprachachati aelankhrniwyxrkepnthitngkhxngsanknganihyshprachachati epnsmachikci7 322 ci20 aelaxngkhkarephuxkhwamrwmmuxthangesrsthkicaelakarphthna ekuxbthukpraethsmisthanexkxkhrrachthutinkrungwxchingtn di si aelahlaypraethsmisthankngsulthwpraeths inthanxngediywkn ekuxbthukpraethsmikhnathutxemriknxyu xyangirktam xihran ekahliehnux phutanaelasatharnrthcin ithwn immikhwamsmphnththangthutxyangepnthangkarkbshrth aemshrthyngmikhwamsmphnthkbithwnaelasngyuththphnthih 323 shrthmi khwamsmphnthphiess kbshrachxanackr 324 aelakhwamsmphnthehniywaennkbpraethsaekhnada 325 xxsetreliy 326 niwsiaelnd 327 filippins 328 yipun 329 ekahliit 330 xisraexl 331 aelaxikhlaypraethsshphaphyuorp rwmthungpraethsfrngess xitali eyxrmniaelasepn shrththanganxyangiklchidkbsmachiknaotdwykninpraednthangthharaelakhwammnkhng aelakbpraethsephuxnbanodyphanxngkhkarnanarthxemrikn aelakhxtklngkarkhaesri echn khwamtklngkarkhaesrixemrikaehnuxitrphakhikbpraethsaekhnadaaelaemksiok inpi 2008 shrthichngbpramansuththi 25 400 landxllarshrthinkarchwyehluxphthnaxyangepnthangkar sungmakthisudinolk xyangirktam karihenginchwyehluxkhxngshrth 0 18 emuxethiybepnsdswnkhxngrayidmwlrwmprachachatikhxngshrth thaihcdxyuxndbsudthayinbrrdarthbricakh 22 praeths inthangtrngkham karihengintangpraethskhxngexkchnodychawxemriknkhxnkhangephuxaeph 332 shrthichxanacaelakhwamrbphidchxbdankarpxngknpraethsrahwangpraethsxyangsmburnsahrbsamrthexkrachphankhwamtklngrahwangpraethssmakhmxisra Compact of Free Association kbimokhrniesiy hmuekaamaraechllaelapaela praethsehlaniepnchatiekaaaepsifik sungekhyepndinaedninphawathrstihmuekaaaepsifik Trust Territory of the Pacific Islands thishrthbriharhlngsngkhramolkkhrngthisxng sungidrbexkrachinewlatxma 333 karkhlngphakhrth aekikh hnisinrthbalklangshrththiphakhrthbalthuxkhrxngepnrxylakhxngcidiphi tngaetpi 1790 thung 2013 334 phasiinshrthmikarcdekbinradbrthbalshphnthrth rthaelathxngthin phasiehlanirwmthungphasirayid hkcakkhacang thrphysin karkhay naekha mrdkaelakarih tlxdcnkhathrrmeniymtang inpi 2010 phasithirthbalklang rth aelaethsbalcdekbidkhidepn 24 8 khxngcidiphi 335 chwngpingbpraman 2012 rthbalklangcdekbrayidcakphasipraman 2 45 lanlandxllarshrth ephimkhun 147 000 landxllarshrth hrux 6 emuxethiybkbrayid 2 30 lanlandxllarshrthkhxngpingbpraman 2011 hmwdhmuhlkidaek phasirayidbukhkhlthrrmda 1 132 000 landxllarshrthhrux 47 phasihlkpraknsngkhm karpraknsngkhm 845 000 landxllarshrthhrux 35 aelaphasinitibukhkhl 242 000 landxllarshrthhrux 10 336 tamkarpramankhxngsanknganngbpramankhxngrthspha 337 phayitkdhmayphasipi 2013 phumirayidsungsud 1 cacayxtraphasiechliysungsudnbaetpi 1979 swnklumrayidxunyngxyuinxtratasudepnprawtikarn 338 odythwipkarekbphasixakrkhxngshrthepnaebbkawhna odyechphaaxyangyingphasirayidkhxngrthbalklang aelaepnaebbkawhnamakthisudinpraethsphthnaaelw 339 340 341 342 343 phumirayidsungsud 10 cayphasikhxngrthbalklangswnihy 344 aelaekuxbkhrunghnungkhxngphasithnghmd 345 phasihkcakkhacangsahrbhlkpraknsngkhmepnphasithdthxyaenwrab odyimmikarekbphasikbrayidekin 118 500 dxllarshrth sahrbpi 2015 aela 2016 aelaimekbphasielysahrbphuimmirayidcakhlkthrphyaelakairswnthun 346 347 karihehtuphledimsahrbsphaphthdthxykhxngphasihkcakkhacang khux okhrngkarkarihsiththiimthukmxngepnkaroxnswsdikar 348 349 thwa tamkhxmulkhxngsanknganngbpramankhxngrthspha phllphthsuththikhxnghlkpraknsngkhm khux xtrapraoychntxphasimiphisytngaetpraman 70 sahrb 20 khxngphumirayidsungsudthungpraman 170 sahrb 20 khxngphumirayidtasud thaihrabbepnaebbkawhna 350 phumirayidsungsud 10 cay 51 8 khxngphasirthbalklangthnghmdinpi 2009 aelaphumirayidsungsud 1 sungmirayidprachachatikxnesiyphasi 13 4 cayphasirthbalklang 22 3 342 inpi 2013 sunynoybayphasiphyakrnwaxtraphasiyngphlkhxngrthbalklang 35 5 sahrbphumirayidsungsud 1 29 7 sahrbphumirayidsungsud 20 13 8 sahrbphumirayidpanklangaela 2 7 sahrbphumirayidtasud 351 352 pharaphasienginidnitibukhkhlepnpraednkrniotethiyngthikalngdaeninxyumahlaythswrrs 340 353 phasirthaelathxngthinaetktangknmak aetodythwipepnaebbthdthxynxykwaphasirthbalklangephraakarcdekbphasinnxasyphasikarkhayaelathrphysxnaebbthdthxysungihkraaesrayidthilbeluxnidnxykwa aemrwmphasiehlanidwyaelw karcdekbphasiodyrwmkyngepnaebbkawhna 340 354 rahwangpingbpraman 2012 rthbalklangichngbpramanhruxeknthenginsd 3 54 lanlandxllarshrth ldlng 60 000 landxllarshrth hrux 1 7 emuxethiybkbpingbpraman 2011 thiich 3 60 lanlandxllarshrth raycayhmwdhlkinpingbpraman 2012 idaek emdiaekhraelaemdiekhd 802 000 landxllarshrthhrux 23 khxngraycay hlkpraknsngkhm 768 000 landxllarshrthhrux 22 krathrwngklaohm 670 000 landxllarshrthhrux 19 dulyphinicnxkehnuxcakkarklaohm 615 000 landxllarshrthhrux 17 raycaybngkhbxun 461 000 landxllarshrthhrux 13 aeladxkebiy 223 000 landxllarshrthhrux 6 336 hnisinkhxngchatithnghmdkhxngshrthxyuthi 18 527 lanlandxllarshrth 106 khxngcidiphi inpi 2014 355 shrthmikarcdxndbekhrdit AA caksaetndardaexndphws AAA cakfitch aela AAA cakmudis 356 kxngthph aekikh dubthkhwamhlkthi kxngthphshrth prathanathibdimitaaehnngphubychakarthhar aelaaetngtnghwhna rthmntriwakarkrathrwngklaohm aelakhnaesnathikarrwm krathrwngklaohmkhxngshrthbriharkxngthph rwmthngkxngthphbk kxngthpherux ehlanawikoythin aelakxngthphxakas hnwyyamfngdaeninkarodykrathrwngkhwammnkhngaehngmatuphumiinyamsngbaelakrathrwngthhareruxinyamsngkhram inpi 2008 kxngthphmikalngphlpracakar 1 4 lannay hrux 2 3 lannayhaknbrwmkalngsarxngaelakalngpxngknchati krathrwngklaohmwacangphleruxnpraman 700 000 khn imnbrwmphurbehma 357 klumocmtieruxbrrthukekhruxngbin khittihxwk ornld eraekn aelaxbrahm linkhxln kbekhruxngbincakehlanawikoythin kxngthpheruxaelakxngthphxakas rachkarthharepnaebbsmkhric aemxacmikareknththharinyamsngkhramphanrabbrachkarkhdeluxk Selective Service System 358 kalngxemrikasamarthwangkalngidxyangrwderwodyklumxakasyankhnsngkhnadihykhxngkxngthphxakas eruxbrrthukxakasyanpracakar 11 lakhxngkxngthpherux aelahnwyrbnxkpraethsnawikoythininthaelkbkxngeruxaextaelntikaelaaepsifikkhxngkxngthpherux kxngthphmithanthphaelasuny 865 aehngnxkpraeths 359 aelamikalngphlpracakarkwa 100 nayin 25 praeths 360 ngbpramanthangthharkhxngshrthinpi 2011 xyuthi 700 000 landxllarshrth khidepn 41 epnraycaythangthharthwolkaelaethakbraycaythangthharkhxng 14 chatithimiraycaymakrxnglngmarwmkn xtrangbpramanthangthharxyuthi 4 7 khxngcidiphi sungepnxtrasungsudxndbsxnginbrrdapraethsthimiraycaythangthharsungsud 15 praeths rxngcakpraethssaxudixaraebiy 361 raycayklaohmkhxngshrthemuxethiybepnrxylakhxngcidiphicdepnxndbthi 23 khxngolkinpi 2012 tamkhxmulkhxngsiixex 362 sdswnraycayklaohmkhxngshrthodythwipldlnginthswrrshlng cakchwngsngkhrameynthisungsudthi 14 2 khxngcidiphiinpi 1953 aela 69 5 khxngraycayrthbalklangin 1954 lngmathi 4 7 khxngcidiphi aela 18 8 khxngraycayrthbalklanginpi 2011 363 thanngbpramankrathrwngklaohmthiesnxiwsahrbpi 2012 mulkha 553 000 landxllarshrth ephimkhun 4 2 cakpi 2011 hruxephim 118 000 landxllarshrthsahrbkarthphinpraethsxirkaelaxfkanisthan 364 thharxemriknchudsudthaythirbrachkarinpraethsxirkxxkcakpraethsineduxnthnwakhm 2011 365 kharachkarthhar 4 484 naythukkharahwangsngkhramxirk 366 mithharshrthpraman 90 000 naykalngrbrachkarxyuinpraethsxfkanisthanineduxnemsayn 2012 367 n wnthi 8 phvscikayn 2013 mithharesiychiwit 2 285 nayinsngkhraminxfkanisthan 368 xachyakrrmaelakarbngkhbichkdhmay aekikhduephimetimthi karbngkhbichkdhmayinshrth xachyakrrminshrth kdhmayshrth karkkkhnginshrth othspraharchiwitinshrth aela karaekikhephimetimrththrrmnuyaehngshrthkhrngthisxng karbngkhbichkdhmayinshrthepnkhwamrbphidchxbkhxngkrmtarwcthxngthinepnhlk 369 karbngkhbichkdhmayinshrthepnkhwamrbphidchxbhlkkhxngtarwcthxngthi aelahnwyngankhxngnayxaephx sheriff odymitarwckhxngrthbrikarkwangkwa krmtarwcnkhrniwyxrkepntarwcthxngthithiihythisudinpraeths hnwyngankhxngrthbalklang echn sankngansxbswnklang exfbiix aelarachkarphnkngansalaekhwng Marshals Service khxngshrthmihnathichanyphiess sungrwmkarphithkssiththiphlemuxng khwammnkhngkhxngchatiaelabngkhbichkhawinicchykhxngsalklangaelakdhmayklangkhxngshrth 370 inradbrthbalklangaelainekuxbthukrth rabbkdhmayichaebbkhxmmxnlxw salkhxngrthtdsinkhdixayaswnihy salklangrbphidchxbxachyakrrmthikahndbangxyangtlxdcnkhdixuththrncaksalxayakhxngrth kartxrxngkharbsarphaphinshrthphbdasdun khdixayaswnihyinpraethsrangbdwykartxrxngkharbsarphaphmiichkarphicarnakhxngkhnalukkhun 371 inpi 2015 mikarkhakhn 15 696 khrng sungmakkwapi 2014 canwn 1 532 khrng hruxephimkhunrxyla 10 8 sungepnkarephimkhunmakthisudnbaetpi 1971 372 xtrakarkhakhninpi 2015 xyuthi 4 9 khntxprachakr 100 000 khn 373 inpi 2016 xtrakarkhakhnephimkhun 8 6 odymikarkhakhn 17 250 khrnginpinn 374 xtrakarcharakhdi clearance rate sahrbkarkhakhnkhxngpraethsinpi 2015 xyuthirxyla 64 1 emuxethiybkbrxyla 90 inpi 1965 375 inpi 2012 mikarkhakhn 4 7 khntxprachakr 100 000 khninshrth ldlngrxyla 54 cakyxdsungsud 10 2 inpi 1980 376 inpi 2001 2 shrthmiradbxachyakrrmrunaerngsungkwakhaechliy aelaodyechphaaxyangyingkhwamrunaerngcakpunsungepnphiessemuxethiybkbpraethsphthnaaelwxun 377 karwiekhraahtamkhwangkhxngthankhxmulkartaykhxngxngkhkarxnamyolkcakpi 2010 aesdngwashrth mixtrakarkhakhnsungkwapraethsrayidsungxun 7 0 etha sungmisaehtucakxtrakarkhakhndwypunsungsungkwapraethsxun 25 2 etha 378 siththikhwamepnecakhxngpunepnhwkhxkarthkethiyngthangkaremuxngphiphath tngaetpi 1980 thung 2008 chaykhidepnrxyla 77 khxngphuthukkha aelarxyla 90 khxngphukxehtu phiwdakxehtukhakhnrxyla 52 5 khxngthnghmdinchwngnn epnxtraekuxbaepdethakhxngphiwkhaw sungrwmhisaepnikswnihy aelaepnphuesiyhaymakepnhkethakhxngphiwkhaw karkhakhnswnihyepnkhnphiwediywkn odyphuthukkhaphiwdarxyla 93 thukphiwdakha aelaphiwkhaw 84 thukphiwkhawkha 379 inpi 2012 rthluyesiynamixtrakarkhakhnaelakarthaihkhntayodypramathsungsud aelarthniwaehmphechiyrmixtratasud 380 raynganxachyakrrmexkrupkhxngexfbiixpramanwamixachyakrrmrunaerngaelaxachyakrrmtxthrphysin 3 246 khrngtxphuxyuxasy 100 000 khninpi 2012 rwmmixachyakrrmthngsinkwa 9 lankhrng 381 mikarxnumtiothspraharchiwitinshrthsahrbxachyakrrmrthbalklangaelathharbangxyang aelamiichin 31 rth 382 immikarpraharchiwitrahwangpi 1967 thung 1977 bangswnenuxngcakkhawinicchykhxngsalsungsudshrthwangkhxkahndothspraharchiwittamxaephxic inpi 1976 salsungsudwinicchywaphayitphvtikarnthiehmaasm xacbngkhbothspraharchiwitidtamrththrrmnuy nbaetkhawinicchynn mikarpraharchiwitkwa 1 300 khrng swnihyekidkhuninsamrth idaek rthethkss ewxrcieniyaelaoxklaohma 383 khnaediywkn hlayrthelikhruxihothspraharchiwitepnomkha inpi 2015 shrthmicanwnkarpraharchiwitsungsudinolkepnxndbha rxngcakpraethscin xihran pakisthanaelasaxudixaraebiy 384 shrthmixtrakarkkkhngthimibnthukaelaprachakreruxncathnghmdsungsudinolk 385 tngaettnpi 2008 miprachakrkwa 2 3 lankhnthukkkkhng khidepnkwa 1 khninphuihy 100 khn 386 ineduxnthnwakhm 2012 rabbkarddsndanphuihykhxngshrthrwmkhwbkhumduaelphukrathaphidpraman 6 937 000 khn phuxyuxasyphuihypraman 1 in 35 khninshrthxyuphayitkarkhwbkhumduaelkarddsndanxyangidxyanghnungineduxnthnwakhm 2012 sungepnxtratasudethathisngektmatngaetpi 1997 387 prachakreruxncaephimkhunsiethatngaetpi 1980 388 aelaraycaykhxngrthaelathxngthindaneruxncaaelakhukephimkhunsamethakhxngraykhaydansuksathikarinchwngewlaediywkn 389 xyangirkdi xtrakarcakhuksahrbnkothsthukkhnthiidrbothscakhukmakkwahnungpiinsthanthikhxngrthhruxrthbalklangxyuthi 478 khntx 100 000 khninpi 2013 390 aelaxtrankothskxnphicarna rahwangphicrarnaxyuthi 153 khntxphuxyuxasy 100 000 khninpi 2012 391 xtrakarkkkhngthisungkhxngpraethsniswnihyenuxngcakkarepliynaeplngaenwthangptibtikhaphiphaksaaelanoybayyaesphtid 392 cakkhxmulkhxngkrmeruxncaklang phutxngkhngswnmakthithukkhngineruxncaklangtxngothskhwamphidekiywkbyaesphtid 393 karoxnkickarkhxngrthepnkhxngexkchnsungeruxncaaelarachkareruxncasungeriminkhristthswrrs 1980 epnhwkhxthkethiyng 394 395 inpi 2008 rthluyesiynamixtrakarkkkhngsungsud 396 swnrthemnmitasud 397 esrsthkic aekikhduephimetimthi esrsthkicshrth twchiwdthangesrsthkiccidiphitamtwelkh 18 45 lanlan Q2 2016 398 karetibotkhxngcidiphicring 1 4 Q2 2016 398 2 6 2015 399 xtraenginefx siphiix 1 1 singhakhm 2016 400 sdswnkarcangngantxprachakr 59 7 singhakhm 2016 401 karwangngan 4 9 singhakhm 2016 402 xtrakarmiswnrwmaerngngan 62 8 singhakhm 2016 403 hnisatharna 19 808 lanlan 25 tulakhm 2016 404 mulkhasuththikhrweruxn 89 063 lanlan Q2 2016 405 aephnphngraykarsngxxkkhxngshrthpi 2011 shrthepnphusngxxkihyepnxndbsxngkhxngolk shrthmiesrsthkicaebbphsmthunniym 406 sungkhbekhluxnodythrphyakrthrrmchatixudmsmburnaelaphlitphaphthisung 407 cakkhxmulkhxngkxngthunkarenginrahwangpraeths phlitphnthmwlrwminpraeths GDP khxngshrthxyuthi 16 8 lanlandxllarshrth khidepn 24 khxngphlitphnthrwmkhxngolkthixtraaelkepliyntlad aelakwa 19 khxngphlitphnthrwmkhxngolkthixanacsuxesmxphakh PPP 408 cidiphitamtwelkhkhxngshrthodypramanxyuthi 17 528 lanlandxllarshrthinpi 2014 409 tngaetpi 1983 thung 2008 karetibotkhxngcidiphitxpiaebbthbtnaethcring real compounded annual GDP growth xyuthi 3 3 ethiybkbkhaechliythwngnahnk 2 3 sahrbpraethsci7 thiehlux 410 cidiphitxhwshrthcdxyuxndbekakhxngolk 411 412 aelamicidiphitxhwthiphiphiphixndbhk 408 dxllarshrthepnengintrasarxnghlkkhxngolk 413 shrthepnpraethsphunaekhasinkharayihysudaelaepnphusngxxkrayihyepnxndbsxng aemkarsngxxktxhwcakhxnkhangta inpi 2010 karkhaddulkarkhathnghmdkhxngshrthxyuthi 635 000 landxllarshrth 414 praethsaekhnada cin emksiok yipun aelaeyxrmniepnkhukharayihysud 415 inpi 2010 namnepnophkhphnthnaekhamakthisud khnathixupkrnkhnsngepnsinkhaxxkihythisudkhxngpraeths 414 praethsyipunepnphuthuxhnisatharnatangchatirayihysudkhxngshrth 416 phuthuxhnishrthsungsudepnxngkhkarkhxngshrthexng rwmthngbychikhxngrthbalklangaelarabbthnakharklangthithuxhniswnihy 417 418 419 420 inpi 2009 pramanwaphakhexkchnprakxbepn 86 4 khxngesrsthkic odykickrrmkhxngrthbalklangkhidepn 4 3 aelakickrrmkhxngrthaelarthbalthxngthin rwmenginoxnkhxngrthbalklang epn 9 3 thiehlux 421 canwnlukcangkhxngrthbalthukradbmakkwalukcanginswnkarphlit 1 7 tx 1 422 khnathiesrsthkicshrththungradbkarphthnahlngxutsahkrrm postindustrial aelwodyphakhbrikarprakxbepn 67 8 khxngcidiphi aetshrthyngepnpraethsxutsahkrrm 423 sakhathurkicchnnatamraykarrb gross business receipt idaekkarkhasngaelaplik swnphakhkarphlitepnphakhthimirayrbsuththisungsud 424 inaebbthurkicaefrnichs aemkhodnldaelasbewyepnyihxthiruckknaephrhlaythisudinolksxngyihx okhkha okhlaepnbristhnaxdlmthikhnthwolkruckkndithisud 425 ekhmiphnthepnsakhakarphlitchnna 426 shrthepnphuphlitnamnrayihysudkhxngolk aelaepnphunaekharayihysudxndbsxng 427 shrthepnphuphlitphlngnganiffaaelaniwekhliyrxndbhnung tlxdcnaeksthrrmchatiehlw kamathn fxseft aelaeklux aemwaphakhekstrkrrmmisdswnnxykwa 1 khxngcidiphi 423 aetshrthepnphuphlitkhawophd 428 aelathwehluxngrayihysudkhxngolk 429 shrthepnphuphlitaelaplukxaharddaeprphnthukrrmhlk odykhidepnkunghnungkhxngphuchiboxethkhkhxngolk 430 karichcaykhxngphubriophkhmisdswnepn 68 khxngesrsthkicshrthinpi 2015 431 ineduxnsinghakhm 2010 miaerngnganxemrikn 154 1 lankhn sakhakarcangnganihysud khux phakhrthbal 21 2 lankhn karcangnganphakhexkchnihysudkhux satharnsukhaelakarsngkhmsngekhraah canwn 16 4 lankhn khnnganpraman 12 xyuinshphaph ethiybkb 30 inyuorptawntk 432 thnakharolkcdshrthxyuxndbhnungindankhwamngayinkarcangaelailkhnngan 433 shrthcdxyuxndbtnhnunginsaminrayngankhwamsamarthkaraekhngkhnolk Global Competitiveness Report echnkn shrthmirthswsdikarkhnadelkaelakracayrayidphankarkrathakhxngrthbalnxykwachatiyuorp 434 shrthepnpraethsesrsthkickawhnapraethsediywthiimrbpraknkarhyudnganodycaykhacang paid vacation aekkhnngan 435 aelaepnephiyngimkipraethsinolkthiimmikarhyudnganeliyngbutrodycaykhacang family leave epnsiththitamkdhmay odymipraethsxun echn papwniwkini surinam ilbieriy 436 aempccubnkdhmayklangimrbpraknkarlapwy aetepnphlpraoychnthwipkhxngkhnngankhxngrthbalaelaphnknganetmewlakhxngbristh 437 tamkhxmulkhxngkrmsthitiaerngngan khnnganxemriknetmewla 74 lahyudnganodyidrbkhacang aemkhnnganimetmewlaephiyng 24 idrbphlpraoychnediywkn 437 inpi 2009 shrthmiphlitphaphkalngaerngngantxbukhkhlsungsudepnxndbsaminolk rxngcaklkesmebirkaelanxrewy shrthmiphlitphaphtxchwomngsungsudepnxndbsi rxngcaksxngpraethsdngklawaelaenethxraelnd 438 phawaesrsthkicthdthxythwolkpi 2008 2012 miphlkrathbtxshrthyangsakhy odymiphlphlittakwaskyatamkhxmulkhxngsankngbpramankhxngrthspha 439 phawadngklawnamasungkarwangngansung sungldlngaelwaetyngsungkwaradbkxnphawaesrsthkicthdthxy rwmkbkhwamechuxmnkhxngphubriophkhta karesuxmkhxngmulkhabanxyangtxenuxng aelakarephimkarbngkhbexathrphycanxnghludaelakarlmlalaykhxngbukhkhl wikvthnirthbalklangbanplay phawaenginefx aelarakhapiotreliymaelaxaharephimkhun pccubnyngmisdswnphuwangnganrayayawepnsthiti rayidkhrweruxnldlngxyangtxenuxngaelaphasiaelangbpramanrthbalklangephimkhun sthabnwicysntiphaphrahwangpraethsstxkohlm SIPRI phbwa xutsahkrrmxawuthkhxngshrthepnphusngxxkxawuthsakhyrayihysudkhxngolktngaetpi 2005 thung 2009 440 aelayngepnphusngxxkxawuthsakhyrayihysudinchwngrahwangpi 2010 thung 2014 nahnapraethsrsesiy cinaelaeyxrmni 441 rayid khwamyakcn aelakhwammngkhng aekikh karphthnabancdsrrinsanohes rthaekhlifxreniy chawxemriknmirayidkhrweruxnaelacakkarcangnganechliysungsudinbrrdachatixngkhkarephuxkhwamrwmmuxaelakarphthnathangesrsthkic OECD aelainpi 2007 mirayidkhrweruxnmthythansungsudepnxndbsxng 442 443 444 tamkhxmulkhxngsanksamaon rayidkhrweruxnmthythankhux 59 039 dxllarshrthinpi 2016 445 aemprachakrxemriknmiephiyng 4 4 khxngprachakrolk aetchawxemriknrwmkhrxbkhrxngkhwammngkhng 41 6 khxngolk 446 aelaesrsthienginlan millionaire pramankunghnungkhxngolkepnchawxemrikn 447 dchnikhwammnkhngxaharolkcdxndbshrthxyuxndbhnungindankhwamsamarthmixahar food affordability aelakhwammnkhngxaharodyrwmineduxnminakhm 2013 448 chawxemriknechliymiphunthixyuxasytxekhhsthanaelatxbukhkhlsungkwaphuxyuxasyinshphaphyuorpkwasxngetha aelamakkwapraethsshphaphyuorpthukpraeths 449 inpi 2013 okhrngkarphthnaaehngshprachachaticdxndbdchnikarphthnamnusykhxngshrthxyuxndb 5 cak 187 aeladchnikarphthnamnusythiprbtamkhwamimesmxphakhaelwxyuxndbthi 28 450 hlngkaretibotchangkmahlaypi inpi 2016 khxmulcaksamaonrabuwa rayidkhrweruxnmthythanaetaradbsungsudepnprawtikarnhlngkaretibotsungsudsxngpitidtxkn aemwakhwamimesmxphakhkhxngrayidyngsungsudodyphumirayidsungsud 20 mirayidmakkwakhrungkhxngrayidrwmthnghmd 451 michxngwangrahwangphlitphaphaelarayidmthythankwangkhunnbaetkhristthswrrs 1970 452 thwa chxngwangrahwangkhatxbaethnthnghmdaelaphlitphaphimkwangethaxnenuxngmacakmiphlpraoychnkhxnglukcangephimkhun echn praknsukhphaph 453 phumirayidsungsudrxyla 1 misdswnrayidtxpiephimkhunkwasxngethacakrxyla 9 inpi 1976 epnrxyla 20 inpi 2011 krathbtxkhwamimesmxphakhkhxngrayidxyangsakhy 454 thaihshrthepnpraethsthimikarkracayrayidkwangthisudinbrrdapraethsoxxisidipraethshnung 455 phumirayidsungsudrxyla 1 khidepnrxyla 52 khxngkarephimkhunkhxngrayidtngaetpi 2009 thungpi 2015 thngni niyamrayidwaepnrayidtladimrwmenginoxnkhxngrthbal 456 khwammngkhngsuththimthythankhxngkhrxbkhrwshrth thima karsarwckarkhlngphubriophkhkhxngrabbthnakharklangshrth 457 1998 2013 epliynaeplngthukkhrxbkhrw 102 500 81 200 20 8 rayidtasud 20 8 300 6 100 26 5 rayidtasudrxnglngma 20 47 400 22 400 52 7 rayidklang 20 76 300 61 700 19 1 rayidsungsud 10 646 600 1 130 700 74 9 khwammngkhng rayidaelaphasi kracuksung klawkhux prachakrphuihythirwythisud 10 khrxbkhrxngkhwammngkhngkhrweruxnkhxngpraeths 72 inkhnathiphumirayidtakwakhaechliykhrxbkhrxngephiyng 2 458 rahwangeduxnmithunayn 2007 thungphvscikayn 2008 phawaesrsthkicthdthxythwolkthaihrakhasinthrphytklngthwolk thrphysinthichawxemriknthuxkhrxngesiymulkhapramanhnunginsi 459 nbaetkhwammngkhngkhrweruxnsungsudinitrmasthisxngkhxngpi 2007 khwammngkhngkhrweruxnldlng 14 lanlandxllarshrth aetnbcaknnephimkhun 14 lanlandxllarshrthkwaradbemuxpi 2006 460 461 emuxsinpi 2014 hnisinkhrweruxnmimulkha 11 8 lanlandxllarshrth 462 ldlngcak 13 8 lanlandxllarshrthemuxsinpi 2008 463 miprachakrirbanaebbmiaelaimmithixyuxasypraman 578 424 khninshrthineduxnmkrakhm 2014 odyekuxbsxnginsamxasyxyuinthixyuxasychukechinhruxokhrngkarekhhachwngepliynsphaph 464 inpi 2011 miedk 16 7 lankhnxasyxyuinkhrweruxnthiimmikhwamplxdphythangxahar ephimkhun 35 emuxethiybkbradbpi 2007 aemedkshrthephiyng 1 1 hrux 845 000 khnkinxaharldlnghruxmirupaebbkarkinthukrbkwninchwngidchwnghnungkhxngpinn aelaaethbthngsinimepnaebberuxrng 465 tamraynganpi 2014 khxngkrmsamaon pccubnphuihytxntnhnunginhakhnyakcn ephimkhuncakhnunginecdinpi 1980 466 okhrngsrangphunthan aekikhkarkhnsng aekikh duephimetimthi karkhnsnginshrth rabbthanghlwngxinetxrsettsungmikhwamyaw 75 440 kiolemtr 467 karkhnsngswnbukhkhlichrthyntepnhlk shrthmiekhruxkhaythnnsatharnakhxng 6 4 lankiolemtr 468 mirabbthanghlwngthiyawthisudinolkaehnghnungsungyaw 91 700 kiolemtr 469 shrthepntladrthyntihysudxndbsxngkhxngolk 470 shrthmixtrakarepnecakhxngyanphahnatxhwsungsudinolk odymi 765 khntxxemrikn 1 000 khn 471 praman 40 khxngyanphahnaswnbukhkhlepnrthtu rthxenkprasngkh SUV hruxrthbrrthukeba 472 phuihyxemriknodyechliy nbrwmhmdthngphukhbaelaphuimkhb ichewla 55 nathikhbrth edinthang 47 kiolemtrtxwn 473 karedinthangipthanganinshrthichkhnsngmwlchnpraman 9 474 475 mikarkhnsngsinkhathangrangxyangkwangkhwang aetmicanwnphuodysarkhxnkhangta praman 31 lankhntxpi ichrthrangrahwangnkhredinthang saehtuswnhnungephraakhwamhnaaennkhxngprachakrdaninaephndinkhxngshrthswnihyta 476 477 xyangirkdi canwnphuodysaraexmaethrk sungepnrabbrangodysarrahwangnkhraehngchati etibotekuxb 37 rahwangpi 2000 thung 2010 478 nxkcakni mikarphthnarangebaephimkhuninchwngpihlng 479 mikarichckryanipthanganepnpracaminxymak 480 xutsahkrrmsaykarbinphleruxnmiexkchnepnecakhxngthnghmd aelaswnihyelikkakb deregulate iptngaetpi 1978 khnathithaxakasyansakhyswnmakepnkhxngrthbal 481 saykarbinihysudinolknbcakcanwnphuodysar 3 sayepnkhxngshrth xemriknaexrilnsepnthihnunghlngcakyuexsaexrewysuxinpi 2013 482 incanwnthaxakasyanthihnaaennthisudinolk 50 aehng mi 16 aehngxyuinshrth rwmthngthihnaaennthisud idaek thaxakasyannanachatiharthsfild aeckhsn aextaelnta aelaxndbsi thaxakasyannanachatioxaehrinchikhaok 483 hlngehtuocmti 11 knyayn 2001 mikartngkarkhwamplxdphykhnsngephuxtrwctrathaxakasyanaelasaykarbinphanichy phlngngan aekikh saysngiffakhxngshrthprakxbdwysayyaw 300 000 kiolemtr miphudaeninkarpraman 500 bristh odymibristhkhwamechuxthuxidthangiffaxemrikaehnux NERC epnphukhwbkhumduael tladphlngnganshrthmipraman 29 000 chwomngethrawtttxpi 484 karbriophkhphlngngantxhwmi 7 8 tnethiybethanamntxpi khidepnxtrasungsudxndb 10 inolk inpi 2005 phlngngan 40 macakpiotreliym 23 cakthanhin aela 22 macakaeksthrrmchati swnthiehluxmacakphlngnganniwekhliyraelaaehlngphlngnganhmunewiyn 485 shrthepnphubriophkhpiotreliymrayihysudkhxngolk 486 shrthmiaehlngsarxngthanhinthwolk 27 487 shrthepnphuphlitaeksthrrmchatiaelanamndibthiihythisudinolk 488 phlngnganniwekhliyrmibthbathcakdemuxethiybkbhlaypraethsphthnaaelwxunepnewlahlaythswrrs swnhnungepnephraakarrbrukhxngprachachnenuxngcakxubtiehtuinpi 1979 inpi 2007 mikaryunkharxngkhxepidorngiffaniwekhliyraehngihm 489 karprapaaelasukhaphibal aekikh pyhasungmiphltxkarprapainshrthrwmthungphyaelnginphakhtawntk karkhadaekhlnna mlphawa karlngthunkhang khwamkngwlekiywkbkarhanaidkhxngphuyakcnthisud aelakalngaerngnganthikalngeksiynxyangrwderw khadhmaywakhwamaeprphnidaelakhwamrunaerngkhxngfntkthiephimkhunxnenuxngcakkarepliynaeplngsphaphphumixakascaepnphlihekidthngphyaelngaelaxuthkphythirunaerngkhun odymiphllphththixacrayaerngtxkarprapaaelamlphawathiekidcakthxrabayrwmln 490 491 phyaelngnacamiphlkrathbepnphiesstxchawxemriknrxyla 66 sungchumchnxasynaphiwolk 492 indankhunphaphnadum mikhwamkngwlekiywkbphlphlxyidkhxngkarkhaechux takw ephxrkhlxertaelasarya aetodythwipnaduminshrthmikhunphaphdi 493 karsuksa aekikhdubthkhwamhlkthi karsuksainshrth mhawithyalyewxrcieniysungthxms ecfefxrsnkxtnginpi 1819 epnmhawithyalykhxngrthaehnghnunginshrth inshrthmikarsuksathirthbalihthunsnbsnunthwnhna aetkmisthabnthiexkchnihthunsnbsnundwy karsuksasatharnakhxngshrthmirthbalrthaelathxngthinepnphudaeninkar krathrwngsuksathikarshrthwangraebiybphankarcakdenginxudhnunkhxngrthbalklang rthswnihybngkhbihedkekhasuksatngaetxayuhkhruxecdkhwb odythwipkhuxxnubalhruxekrd 1 cnxayuid 18 pi odythwipthungekrd 12 cbihskul bangrthxnuyatihnkeriynxxkcakorngeriynidemuxxayu 16 hrux 17 pi 494 edkpraman 12 lngthaebiyninorngeriynexkchnwngaekhbhruximniymnikay nonsectarian edkpraman 2 idrbkarsuksathiban 495 shrthmiraycaydansuksathikartxnkeriynhnungkhnmakkwapraethsxunidinolk odymiraycaykwa 11 000 dxllarshrthtxnkeriynprathmhnungkhninpi 2010 aelakwa 12 000 dxllarshrthtxnkeriynihskulhnungkhn 496 nksuksawithyalyshrthpraman 80 ekhamhawithyalyrth 497 shrthmisthabnxudmsuksaexkchnaelarthbalaekhngkhnkncanwnmak mhawithyalyxndbtn khxngolkswnihythixngkhkarcdxndbtang tharaykariwxyuinshrth 498 499 500 nxkcakni yngmiwithyalychumchnthxngthinsungodythwipminoybayrbnksuksathiepidkwangkwa miokhrngkarwichakarsnkwaaelakhaeriynnxykwa chawxemriknxayutngaet 25 pikhunip 84 6 cbihskul 52 6 ekhawithyaly 27 2 saercpriyyatri aela 9 6 saercpriyyabnthit graduate degree 501 xtrakarruhnngsuxkhnphunthanxyupraman 99 190 502 shprachachatikahndihshrthmidchnikarsuksa 0 97 xyuxndbthi 12 inolk 503 sahrbraycaysatharnaindanxudmsuksa shrthyngtamhlngpraeths OECD bangpraeths aetkhidepnraycaytxhwmakkwakhaechliykhxng OECD aelamakkwathukpraethsinraycayphakhrthaelaexkchnrwmkn 496 504 inpi 2012 hnikuyumephuxkarsuksaekin 1 lanlandxllarshrth makkwachawxemriknthiepnhnibtrekhrdit 505 withyasastraelaethkhonolyi aekikhduephimetimthi withyasastraelaethkhonolyiinshrth aela prawtisastrethkhonolyiaelaxutsahkrrmkhxngshrth nkbinxwkasecms exxrwinkalngedinbndwngcnthrthdcakswnlngcxdaelayansarwcdwngcnthrkhxngxaphxlol 15 inpi 1971 khwamphyayamipdwngcnthrepnphlmacakkaraekhngkhnxwkas shrthepnphunadannwtkrrmethkhonolyimatngaetplaykhriststwrrsthi 19 aelakarwicywithyasastrtngaetklangkhriststwrrsthi 20 shrthphthnawithikarphlitchinswnsbepliynidodykhlngxawuthklang krathrwngsngkhramshrth rahwangkhrungaerkkhxngkhriststwrrsthi 19 ethkhonolyidngklaw rwmkbkarsthapnaxutsahkrrmekhruxngmuxkl thaihshrthphlitekhruxngckreybpha ckryanaelasinkhaxunkhnadihyidinplaykhriststwrrsthi 19 aelaklaymaepnrabbkarphlitaebbxemrika mikartidtngiffainorngnganintnkhriststwrrsthi 20 aelakarrierimsaykarphlitaelaethkhnikhprahydaerngnganaebbxunkxihekidrabbthieriyk karphlitkhnanihy mass production 506 inpi 1876 xelksanedxr ekraehm ebllidrbsiththibtrshrthkhrngaerksahrbothrsphth hxngptibtikarkhxngthxms exdisnidphthnahibesiyng hlxdifthiichidnanhlxdaerkaelaklxngphaphyntrthithanganidtwaerk 507 sungkarphthnaklxngdngklawthaihekidxutsahkrrmbnethingthwolk intnkhriststwrrsthi 20 bristhrthyntkhxngaernsm xi oxlsaelaehnri fxrdthaihsaykarphlitepnthiniym inpi 1903 phinxngtrakulirtkhbekhruxngbinkhrngaerkodyichekhruxngbinphlngnganthihnkkwaxakasaebbkhngthnaelakhwbkhumid 508 khwamrungeruxngkhxngfassistaelanasiinkhristthswrrs 1930 thaihnkwithyasastryuorpcanwnmak rwmthng xlebirt ixnsitn exnriok aefrmi aelacxhn fxn nxymnnekhaemuxngshrth 509 rahwangsngkhramolkkhrngthisxng okhrngkaraemnhttnphthnaxawuthniwekhliyr naipsuyukhxatxm khnathikaraekhngkhndanxwkassrangkhwamkawhnaxyangrwderwindancrwd wsdusastr aelawichakarbin 510 511 karpradisththransisetxrinkhristthswrrs 1950 swnprakxbsakhyinxupkrnxielkthrxnikssmyihmthnghmd naipsukarphthnaethkhonolyicanwnmakaelakarkhyayxutsahkrrmethkhonolyikhxngshrthxyangsakhy 512 513 514 caknnnaipsukarkxtngbristhaelaphumiphakhethkhonolyiihmcanwnmakrxbpraeths xyangechn insilikhxnaewlliyinrthaekhlifxreniy karkawhnakhxngbristhimokhropressesxrxemrikaxyangaexdaewnsimokhrdiiws AMD aelaxinethlrwmkbthngkxtngbristhsxftaewraelahardaewrkhxmphiwetxrsungrwmxaodbisisetms bristhaexpepil ixbiexm imokhrsxfthaelasnimokhrsisetmsaelathaihkhxmphiwetxrswnbukhkhlepnthiniym mikarphthnaxarpaent ARPANET inkhristthswrrs 1960 ephuxihbrrlukhxkahndkhxngkrathrwngklaohm aelaklayepnchudekhruxkhaychudaerksungphthnaepnxinethxrent 515 khwamkawhnadngninaipsukarthaihmilksnabukhkhlsungethkhonolyisahrbkarichkhxngpceck 516 inpi 2013 khrweruxnxemrikn 83 8 epnecakhxngkhxmphiwetxrxyangnxyhnungekhruxng aela 73 3 mibrikarxinethxrentkhwamerwsung 517 chawxemrikn 91 yngmiothrsphthekhluxnthiineduxnphvsphakhm 2013 518 inkhriststwrrsthi 21 thunwicyaelaphthnapramansxnginsammacakphakhexkchn 519 shrthepnphunakhxngolkindannganwicywithyasastraelaximaephkaefketxr impact factor 520 sukhphaph aekikhduephimetimthi satharnsukhinshrth karptirupsatharnsukhinshrth aela praknsukhphaphinshrth orngphyabalniwyxrk ephrsibthieriyninnkhrniwyxrkepnorngphyabalthimiphuichbrikarhnaaennthisudaehnghnungkhxngolk shrthmikhwamkhadhmaykarkhngchiphthi 79 8 piemuxekid ephimkhuncak 75 2 piinpi 1990 521 522 523 xtraphawakartaykhxngtharkxyuthi 6 17 khntx 1 000 khn thaihshrthxyuinxndbthi 56 nbcaktasudcakthnghmd 224 praeths 524 karephimkhunkhxngorkhxwninshrthaelakarprbprungsukhphaphindanxunmiswnldxndbkarkhadhmaykarkhngchiphcakxndbthi 11 khxngolkinpi 1987 ehlux 42 inpi 2007 525 xtraorkhxwninshrthephimkhunkwasxngethainchwng 30 pithiphanma sungsudinbrrdapraethsxutsahkrrm aelaxyuinxndbtn khxngolk 526 527 prachakrphuihypramanhnunginsamxwnaelaxikhnunginsamminahnkekin 528 bukhlakrsatharnsukhthuxwaebahwanchnidthi 2 thiekiywkhxngkborkhxwnepnorkhrabad 529 inpi 2010 orkhhlxdeluxdhwic maerngpxd orkhhlxdeluxdsmxng orkhpxdxudkneruxrngaelaxubtiehtucracrepnsaehtuthaihesiycanwnpikhxngchiwitmakthisudinshrth karecbhlngswnlang orkhsumesra orkhrabbklamenuxaelakraduk karpwdkhxaelakhwamwitkkngwlepnsaehtuthaihesiycanwnpiaekthuphphlphaphmakthisud pccyesiyngepnxntrayrayaerngthisud idaek xaharelw karsubbuhri orkhxwn khwamdnolhitsung phawanatalsungineluxd karkhadkarxxkkalngkayaelakarichaexlkxhxl orkhxlisemxr karichyaesphtid orkhitaelamaerng aelakarphldtkhklmepnsaehtuthaihesiycanwnpikhxngchiwitmakthisudinxtratxhwprbtamxayupi 1990 523 xtrakartngkhrrphaelakaraethnginwyrunshrthsungkwapraethstawntkxunxyangsakhy odyechphaainhmukhndaaelahisaepnik 530 shrthepnphunakhxngolkindannwtkrrmthangkaraephthy shrthphthnaaetphuediywhruxmiswnrwmxyangsakhythung 9 in 10 khxngnwtkrrmthangkaraephthythisakhythisudnbtngaetpi 1975 tamkarsarwckhwamehnaephthypi 2001 swnshphaphyuorpaelaswisesxraelndrwmknmiswnrwm 5 nwtkrrm 531 tngaetpi 1966 michawxemriknidrbrangwloneblsakhakaraephthymakkwapraethsxun tngaetpi 1989 thungpi 2002 mikarlngthuninbristhethkhonolyichiwphaphexkchninxemrikamakkwathwipyuorpsietha 532 rabbsatharnsukhkhxngshrthichenginmakkwapraethsxunmakemuxwdthngraycaytxhwaelarxylakhxngcidiphi 533 karkhumkhrxngsatharnsukhinshrthepnkarrwmknkhxngkhwamphyayamkhxngphakhrthaelaexkchnaelaimthwnhna inpi 2014 prachakr 13 4 immipraknsukhphaph 534 hwkhxekiywkbchawxemriknthiimmipraknsukhphaphaelamipraknthitaekinipepnpraednthangkaremuxngthisakhy 535 536 inpi 2006 rthaemssachuestsepnrthaerkthicabngkhbhlkpraknsukhphaphthwnhna 537 kdhmaykhxngrthbalklangthiphaninchwngtnpi 2010 mungsrangrabbpraknsukhphaphekuxbthwnhnathwpraethsinpi 2014 aemwakdhmayaelaphlkrathbbnplaykhxngmnyngepnkhxthkethiyngxyu 538 539 wthnthrrm aekikhduephimetimthi wthnthrrmshrth chnthangsngkhminshrth wnhyudsatharnainshrth aela karthxngethiywinshrth shrthepnbankhxnghlaywthnthrrm aelaklumchatiphnthu praephni aelakhaniymtang 16 540 nxkehnuxcakprachakrxemriknphunemuxng chawhawayphunemuxngaelachawxaaelskaphunemuxng xemriknhruxbrrphburuskhxngphwkekhaekuxbthnghmdtngrkrakhruxekhaemuxngphayinhastwrrsthiphanma 541 wthnthrrmxemriknkraaeshlkepnwthnthrrmtawntkthiaeplngmacakpraephnikhxngphuekhaemuxngchawyuorpthimixiththiphlcakaehlngxun epncanwnmak echn praephnithithascakthwipaexfrikanaekhama 16 542 karekhaemuxnglasudcakexechiyaelaodyechphaaxyangyingcaklatinxemrika ephimkarphsmphsanthangwthnthrrmthieriykwaepnthnghmxhlxmepnenuxediywknaelachamsldtangchnidkn inthisungphuxphyphaelalukhlankhxngphwkekhayngkhngrksalksnathangwthnthrrmthioddedn 16 aeknkhxngwthnthrrmxemriknkxtngkhunodychawxananikhmbritichopretsaetnt aelaepnrupepnrangcakkrabwnkarkartngthinthanchayaedn odymilksnachatiphnthuthithukaeplngphanlngipthilukhlan aelasngtxipyngphuekhaemuxngphanthangkarphsmklmklun chawxemriknaetedimmikhunsmbticriythrrmkarthanganthiekhmaekhng khwamchxbaekhngkhn aelapceckniym 543 echnediywkbkhwamechuxhnungediywin hlkkhwamechuxthuxaebbxemrikn thiennesriphaph khwamesmxphakh thrphysinswnbukhkhl prachathipity nitithrrm aelakhwamniymkarpkkhrxngthicakd 544 chawxemriknmiickuslxyangmaktammatrthanolk tamkarsuksakhxngbritichinpi 2006 chawxemriknxuthis 1 67 khxng GDP ihkarkusl makkwapraethsxun makkwabritichthixyuxndbsxngthi 0 73 thungsxngetha aelapramansibsxngethakhxngfrngessthi 0 14 545 546 fnxemrikn hruxkarrbruwachawxemriknmikarepliynsthanphaphthangsngkhmsung mibthbathsakhyinkardungdudphuekhaemuxng 547 imwakarrbruniepncringhruximyngepnhwkhxkarxphipray 548 549 550 551 410 552 aemwthnthrrmkraaeshlkthuxwa epnsngkhmthiimmichnchn 553 aetnkwichakarrabukhwamaetktangxyangsakhyrahwangchnchnthangsngkhmtang khxngpraeths miphltxkarkhdeklathangsngkhm phasaaelakhaniym 554 phaphlksntnexng mummxngkhxngsngkhm aelakhwamkhadhwngthangwthnthrrmkhxngchawxemriknekiywkhxngkbkarprakxbxachiphkhxngphwkekhainradbthiiklchidphidpkti 555 aemchawxemriknmiaenwonmxyangmakthicaihkhunkhakhxngkhwamsaercthangesrsthkicaelasngkhm aetodythwipkmxngwakarepnkhnsamyhruxradbechliyepnkhunlksnainthangbwk 556 xahar aekikh phayaexpepilepnxaharthipktismphnthkbxaharxemrikn xaharxemriknkraaeshlkkhlaykbxaharinpraethstawntkxun khawsaliepnthyphuchhlk odyphlitphnththyphuchpramansaminsithacakaepngkhawsali 557 aelaxaharhlaychnidichswnprakxbphunemuxng echn ikngwng enuxkwang mnfrng mneths khawophd naetaaelanaechuxmemepilsungxemriknphunemuxngaelaphutngthinthanchawyuorpsmyaerkerimbriophkh 558 xaharthiplukinthxngthinnithuxepnemnukhxngchatirwmkninwnkhxbkhunphraeca sungepnwnhyudyxdniymwnhnungkhxngshrth sungchawxemriknbangswnprakxbxahartampraephniephuxechlimchlxngoxkasnn 559 xaharxnepnlksna echn phayaexpepil ikthxd phissa aehmebxrekxraelahxtdxkmacaktarbkhxngphuekhaemuxngtang mnfrngthxd xaharemksiknxyangebxrriotaelathaok aelaxaharphastasungrbmacakaehlngkhxngxitalixyangxisramikarbriophkhxyangaephrhlay 560 chawxemrikndumkaaefmakkwachasametha 561 kartladodyxutsahkrrmshrthepnehtuhlkihphlitnasmaelanm ekhruxngdumxaharechathiphbthwip 562 563 xutsahkrrmxaharcandwnkhxngshrth sungihythisudinolk 564 narxngrupaebbkhbphan drive through inkhristthswrrs 1940 565 karbriophkhxaharcandwnthaihekidkhwamkngwldansukhphaph rahwangkhristthswrrs 1, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม