fbpx
วิกิพีเดีย

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท พระนามเดิม บุญมา เป็นพระอนุชาธิราชร่วมพระชนกชนนีกับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดให้อุปราชาภิเษกเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท
กรมพระราชวังบวรสถานมงคล
ดำรงพระยศพ.ศ. 2325 - 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2346
ก่อนหน้าสมเด็จพระมหาอุปราช เจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ (กรุงธนบุรี)
ถัดไปเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร
พระอัครชายาเจ้าศรีอโนชา
ราชวงศ์ราชวงศ์จักรี
พระราชบิดาสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี)
พระราชมารดาพระอัครชายา (หยก)
พระราชสมภพวันพฤหัสบดีขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11 ปีกุน
(19 กันยายน พ.ศ. 2286)
กรุงศรีอยุธยา
สวรรคต3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2346
(60 พรรษา)
พระที่นั่งบูรพาภิมุข พระราชวังบวรสถานมงคล

เนื้อหา

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท มีพระนามเดิมว่า บุญมา เป็นพระโอรสพระองค์ที่ 5 ในสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) และพระอัครชายา (หยก) ประสูติในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ สมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อวันพฤหัสบดีขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11 ปีกุน จ.ศ. 1105 ตรงกับวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2286 มีนิวาสถานอยู่หลังป้อมเพชรในกรุงศรีอยุธยา มีพระภราดาพระภคินีร่วมพระชนก 7 พระองค์ ได้แก่

  1. สา ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี ในรัชกาลที่ 1
  2. ไม่ปรากฏพระนามเดิม ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าขุนรามณรงค์ ในรัชกาลที่ 1
  3. แก้ว ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ ในรัชกาลที่ 1
  4. ด้วง ปราบดาภิเษกเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
  5. บุญมา เสด็จเถลิงพระราชมนเทียรเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ 1
  6. ลา ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎา ในรัชกาลที่ 1
  7. กุ เฉลิมพระนามเป็นพระเจ้าไปยิกาเธอ กรมหลวงนรินทรเทวี ในรัชกาลที่ 5

กรุงศรีอยุธยาแตก

เมื่อทรงเจริญวัยได้รับราชการเป็นมหาดเล็กตำแหน่งนายสุดจินดา มหาดเล็กหุ้มแพร ในรัชกาลสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ ใน พ.ศ. 2310 เมื่อข้าศึกยกมาล้อมกรุงศรีอยุธยา ขณะนั้นพระนครอ่อนแอมาก พระยาวชิรปราการ (สิน) จึงพาสมัครพรรคพวกตีฝ่าออกจากพระนครศรีอยุธยา มุ่งไปรวบรวมกำลังที่หัวเมืองชายทะเลตะวันออก ที่ชลบุรี เพื่อจะรบสู้ขับไล่ข้าศึกจากพระนคร เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่ข้าศึกบ้านเมืองสับสนเป็นจลาจล นายสุดจินดาได้เสด็จลงเรือเล็กหลบหนีออกจากกรุงศรีอยุธยา และมุ่งจะเสด็จไปยังเมืองชลบุรีด้วยเช่นกัน ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี ได้นำครอบครัวและบริวารอพยพหลบภัยข้าศึกไปตั้งอยู่ ณ อำเภออัมพวา เมืองสมุทรสงครามซึ่งแต่เดิมขึ้นกับเมืองราชบุรี ก่อนที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทจะเสด็จไปถึงชลบุรี ได้เสด็จไปพบพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ที่อำเภออัมพวาก่อน ได้ทรงชวนให้เสด็จไปหลบภัย ณ ชลบุรี ด้วย แต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชยังไม่พร้อมเสด็จ ทรงพระราชทานเรือใหญ่พร้อมเสบียงอาหาร ทรงพระราชดำริให้ไปฝากตัวทำราชการกับสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี และทรงแนะนำให้เสด็จไปรับท่านเอี้ยง พระชนนีของพระยาตากสิน ซึ่งอพยพไปอยู่ที่บ้านแหลม พร้อมทั้งทรงฝากดาบคร่ำ และแหวน 2 วง ไปถวายเป็นของกำนัลอีกด้วย

เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่ข้าศึก ทรงให้ทหารรักษาการอยู่ที่ค่ายโพธิ์สามต้น และที่ธนบุรี ช่วงนั้นบ้านเมืองตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย แยกเป็นชุมนุมเป็นก๊กเหล่าถึง 6 ชุมนุม พระยาตากสินเป็นชุมนุมหนึ่งที่สามารถรวบรวมไพล่พลตั้งอยู่ที่จันทบุรี เข้าตีข้าศึกที่รักษากรุงศรีอยุธยาแตกไป แล้วจึงเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี สถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี เมื่อปีชวด สัมฤทธิศก พ.ศ. 2311 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ในขณะนั้นทรงได้รับการสถาปนาบรรดาศักดิ์เป็นพระมหามนตรี เจ้ากรมพระตำรวจในขวา

การทำศึกสงคราม

พระบวรราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ณ วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ได้ทรงร่วมศึกสงครามขับไล่อริราชศัตรูปกป้องพระราชอาณาจักรตลอดพระชนมชีพของพระองค์ ได้เสด็จไปในการพระราชสงครามทั้งทางบก และทางเรือ ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ถึง 16 ครั้ง และในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช อีก 8 ครั้ง ได้แก่

  • พ.ศ. 2310 ตีค่ายโพธิ์สามต้นของข้าศึก
  • พ.ศ. 2311 ตีค่ายพม่าที่บางกุ้ง และที่สมุทรสงคราม ขณะนั้นทรงมีบรรดาศักดิ์เป็น พระมหามนตรี และเสด็จไปรับพระเชษฐาธิราช จาก อำเภออัมพวา เข้ามารับราชการกับสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี และทรงรับสถาปนาเป็น พระราชวรินทร์
  • พ.ศ. 2311 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงยกกองทัพไปปราบชุมนุมเจ้าพิษณุโลก และยกไปปราบชุมนุมเจ้าพิมายที่นครราชสีมา พระมหามนตรี และพระราชวรินทร์ได้ร่วมการสงครามที่ด่านขุนทด มีชัยชนะในเวลา 3 วัน ความชอบในการสงครามครั้งนี้ พระราชวรินทร์ได้รับการเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาอภัยรณฤทธิ์ และพระมหามนตรี เป็นพระยาอนุชิตราชา จางวางตำรวจ
  • พ.ศ. 2312 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดให้พระยาอภัยรณฤทธิ์ และพระยาอนุชิตราชา ยกทัพไปปราบกรุงกัมพูชา ตีได้เมืองเสียมราฐ
  • พ.ศ. 2313 พระยาอนุชิตราชาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์ เป็น พระยายมราช ได้ยกทัพไปร่วมกับทัพหลวงปราบชุมนุมเจ้าพระฝาง ตีได้เมืองสวางคบุรี และได้หัวเมืองเหนือไว้ในพระราชอำนาจทั้งหมด เมื่อเสร็จราชการศึกครั้งนี้ ได้รับเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น เจ้าพระยาสุรสีหพิษณวาธิราช สำเร็จราชการเมืองพิษณุโลก เป็นผู้ปกป้องพระราชอาณาจักรฝ่ายเหนือ และได้ยกทัพไปตีทัพโปมยุง่วนที่มาล้อมเมืองสวรรคโลก
  • พ.ศ. 2315 เจ้าพระยาสุรสีหพิษณวาธิราช ได้ยกทัพไปปราบพม่าที่ยกมาตีเมืองลับแล หรืออุตรดิตถ์ และเมืองพิชัยจนแตกพ่ายไป
  • พ.ศ. 2316 เจ้าพระยาสุรสีหพิษณวาธิราช และพระยาพิชัย ได้ยกทัพไปรบถึงประจัญบาน กับทัพโปสุพลาที่เมืองพิชัย จนข้าศึกแตกพ่าย ครั้งนี้เองที่พระยาพิชัยได้รับสมญานามว่า "พระยาพิชัยดาบหัก"
  • พ.ศ. 2317 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งขณะนั้นเป็น เจ้าพระยาจักรี กับเจ้าพระยาสุรสีหพิษณวาธิราช ยกทัพหัวเมืองเหนือไปตีเมืองเชียงใหม่ มีชัยชนะ และเจ้าพระยาสุรสีหพิษณวาธิราชได้คุมทัพเหนือไปล้อมทัพพม่าที่เขาชะงุ้ม ตีค่ายพม่าที่เขาชะงุ้ม และปากแพรกแตกจนพม่ายอมแพ้
  • พ.ศ. 2318 เจ้าพระยาสุรสีหพิษณวาธิราช และเจ้าพระยาจักรี ได้รับพระราชบัญชาให้ยกทัพจากพิษณุโลกไปขับไล่โปสุพลา ที่ยกมาตีเมืองเชียงใหม่ และต่อมาอะแซหวุ่นกี้ ยกมาล้อมเมืองพิษณุโลก เจ้าพระยาทั้งสองจึงนำไพล่พลออกจากพิษณุโลกไปตั้งมั่นที่เมืองเพชรบูรณ์ ต่อมาพม่าถอนกำลัง จึงได้คุมกำลังเมืองนครราชสีมาติดตามตีทัพที่กำลังถอยแตกกลับไป
  • พ.ศ. 2320 ได้ยกทัพจากกรุงธนบุรีไปสมทบทัพเจ้าพระยาจักรีที่นครราชสีมา ตีเมืองนครจำปาศักดิ์ เมืองอัตบือ สุรินทร์ สังขะ ขุขันธ์ ไว้ได้ จากความชอบในการพระราชสงครามครั้งนี้ เจ้าพระยาจักรีได้รับเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น "เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก"
  • พ.ศ. 2321 เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกกับเจ้าพระยาสุรสีหพิษณวาธิราช เกณฑ์ทัพเรือจากกัมพูชา ไปล้อมเมืองเวียงจันทน์ 4 เดือนจึงตีได้ และตีหัวเมืองต่าง ๆ ในแคว้นลาวจนจดตังเกี๋ยของญวนไว้ได้ด้วย และในครั้งนั้น เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร กลับคืนมาจากเวียงจันทน์มาประดิษฐานที่กรุงธนบุรีด้วย
  • พ.ศ. 2324 เจ้าพระยาสุรสีหพิษณวาธิราช เป็นแม่ทัพหน้าร่วมกับเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ยกทัพไปตีกัมพูชา แต่ต้องเสด็จกลับกรุงธนบุรี เนื่องจากบ้านเมืองเกิดจลาจล เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้เสด็จปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงสถาปนาพระบรมราชจักรีวงศ์และสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานี แล้วโปรดให้สมเด็จพระอนุชาธิราชเสด็จเถลิงพระราชมนเทียรที่พระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล บันทึกบางฉบับจะเอ่ยพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังบวรสถานมงคลบ้าง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์บ้าง (หมายความรวมถึงรัชกาลที่ 1 และสมเด็จวังหน้า) ไม่เป็นที่แน่นอน ซึ่งพระนามนี้ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงกำหนดระเบียบเกี่ยวกับพระเกียรติเจ้านายใหม่ โดยให้ขานพระนามว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท

ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ได้ทรงร่วมการพระราชสงคราม ระหว่าง พ.ศ. 2325 ถึง พ.ศ. 2345 รวม 8 ครั้ง คือ

  • พ.ศ. 2328 สงครามเก้าทัพ รบกับทัพพระเจ้าปดุง ที่ยกทัพเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ แม้มีไพร่พลน้อยกว่าข้าศึก แต่ทรงทำกลอุบายลวงข้าศึก จนสามารถมีชัยชนะ ในปีนั้น ยังได้เสด็จนำทัพเรือไปตีพม่าที่ไชยา และเสด็จไปปราบปัตตานีที่เอาใจออกห่าง และตีเมืองกลันตัน ตรังกานู เป็นเมืองขึ้นของไทยด้วย
  • พ.ศ. 2329 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ได้เสด็จนำทัพไปรบกับพระเจ้าปดุง ที่เข้ามายึดตำบลท่าดินแดง และสามสบ ได้ตีทัพพม่าแตก
  • พ.ศ. 2330 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ได้เสด็จยกทัพไปตีเมืองลำปางคืน และตีทัพพม่าที่ป่าซางแตก เสร็จการสงครามนี้ ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์จากเมืองเชียงใหม่ มาประดิษฐาน ณ พระราชวังบวรสถานมงคล ที่กรุงเทพฯ
  • พ.ศ. 2336 เสด็จไปตีเมืองทวายสำเร็จ
  • พ.ศ. 2340 เสด็จยกทัพไปป้องกันเมืองเชียงใหม่ ตีพม่าที่ลำพูน และเชียงใหม่แตก
  • พ.ศ. 2345 ได้เสด็จไปขับไล่กองทัพข้าศึกออกจากเชียงใหม่ แต่เมื่อเสด็จไปถึงเมืองเถิน ทรงพระประชวรโรคนิ่ว ต้องประทับรักษาพระองค์โดยมีกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข ทรงพยาบาลพระอาการอยู่ต่อมาเมื่อเสด็จกลับกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร เสด็จไปประทับที่พระราชวังบวรสถานมงคล เพื่อทรงพยาบาลสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทจนกระทั่งพระอาการประชวรกำเริบและได้เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งบูรพาภิมุขในหมุ่พระวิมาน เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2346 พระชนมายุ 60 พรรษา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระโกศ (พระลอง) ย่อมุมไม้สิบสองหุ้มทองคำประดิษฐานพระบรมศพไว้ที่พระที่นั่งศิวโมกขพิมานในพระราชวังบวรสถานมงคล หลังจากการถวายพระเพลิง ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง เสร็จสิ้น พระบรมอัฐิถูกอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ ในหมู่พระวิมาน ปัจจุบันอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่หอพระนาคในพระบรมมหาราชวัง

นอกจากจะทรงอุทิศพระองค์เสด็จไปในการศึกสงครามกอบกู้เอกราช และป้องกันพระราชอาณาจักรตลอดพระชนมชีพ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ยังทรงเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่บ้านเมือง ทรงอุปถัมภ์บำรุงการพระศาสนา ศิลปวรรณกรรม และสถาปัตยกรรม เป็นต้นว่า โปรดให้สร้าง พระราชวังบวร (ซึ่งปัจจุบันคือบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร โรงละครแห่งชาติ วิทยาลัยช่างศิลป์ และวิทยาลัยนาฏศิลป์) ทรงสร้างกำแพงพระนครตั้งแต่ประตูวัดสังเวชวิศยารามจนถึงวัดบวรนิเวศ และทรงสร้างป้อมอิสินธร ป้อมพระอาทิตย์ ป้อมพระจันทร์ ป้อมยุคนธร (ซึ่งรื้อลงแล้ว) คงเหลือแต่ป้อมพระสุเมรุ และทรงสร้างประตูยอดของบรมมหาราชวัง คือ ประตูสวัสดิโสภา ประตูมณีนพรัตน์ ประตูอุดมสุดารักษ์ และทรงสร้างโรงเรือที่ฟากตะวันตก ทรงสถาปนาวัดมหาธาตุ วัดชนะสงคราม (วัดตองปุ) วัดโบสถ์ วัดเทวราชกุญชร (วัดสมอแครง) วัดราชผาติการามวรวิหาร (วัดส้มเกลี้ยง) วัดปทุมคงคา (วัดสำเพ็ง) วัดครุฑ วัดสุวรรณคีรี (วัดขี้เหล็ก) วัดสุวรรณดาราราม ทรงสร้างหอมณเฑียรธรรมในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม วิหารคต วัดเชตุพนฯ เป็นต้น พระปรีชาสามารถ และพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ได้จารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของชาติเป็นที่แซ่ซร้องสดุดีเทิดทูนของพสกนิกร ไทยตลอดมา

สวรรคต

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2346 สิริพระชนมพรรษา 60 พรรษา ได้รับพระราชทานพระโกศไม้สิบสองหุ้มทองคำทรงพระบรมศพ และพระราชทานเพลิง ณ พระเมรุท้องสนามหลวง

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท มีพระราชโอรสธิดารวม 43 พระองค์ พระราชธิดาพระองค์ใหญ่คือ "สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้าพิกุลทอง กรมขุนศรีสุนทร" ซึ่งประสูติแต่เจ้าศรีอโนชา ราชขนิษฐาในพระเจ้ากาวิละ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ทรงเป็นต้นราชสกุลอสุนี สังขทัต ปัทมสิงห์ และนีรสิงห์

พระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท
พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดาราวดี
ประสูติก่อนอุปราชาภิเษก (ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี)
  1. เจ้าฟ้าหญิงพิกุลทอง (พ.ศ. 2320-2353) ประสูติในพระอัครชายาเจ้าศรีอโนชา พระขนิษฐาในพระเจ้ากาวิละ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ทรงได้รับสถาปนาเป็น "กรมขุนศรีสุนทร" ในรัชกาลที่ 1
  2. พระองค์เจ้าชายลำดวน (พ.ศ. 2322-2347) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาขะ
  3. พระองค์เจ้าหญิงเกสร (พ.ศ. 2322) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาแก้ว สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
  4. พระองค์เจ้าชายอินทปัต (พ.ศ. 2323-2346) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาตัน
  5. พระองค์เจ้าชายก้อนแก้ว (พ.ศ. 2324) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาล่า สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
  6. พระองค์เจ้าชายช้าง (พ.ศ. 2324) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาปุย สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
    ประสูติเมื่ออุปราชาภิเษกแล้ว
  7. พระองค์เจ้าหญิงดวงจันทร์ (พ.ศ. 2326-2411) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาฉิม สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 5
  8. พระองค์เจ้าชายอสุนี (พ.ศ. 2326-2351) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาขำ ทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมหมื่นเสนีเทพ เมื่อ พ.ศ. 2351 ในรัชกาลที่ 1 สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3 ทรงเป็นต้นสกุล อสุนี
  9. พระองค์เจ้าหญิงโกมล (พ.ศ. 2326) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาแก้วศาลาลอย สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
  10. พระองค์เจ้าหญิงบุนนาค (พ.ศ. 2328) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดามา สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
  11. พระองค์เจ้าหญิงดาราวดี (พ.ศ. 2328-2410) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน้อย เสกสมรสกับสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพย์ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
  12. พระองค์เจ้าหญิง (พ.ศ. 2328) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาสุวรรณา สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
  13. พระองค์เจ้าหญิงโกสุม (พ.ศ. 2328) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาพ่วง สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 2
  14. พระองค์เจ้าหญิงกำพุชฉัตร (พ.ศ. 2329) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดานักองค์อี สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
  15. พระองค์เจ้าหญิงปัทมราช (พ.ศ. 2330-2408) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดานุ้ยเล็ก ธิดาเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัฒน์ ณ นคร) กับท่านผู้หญิงชุ่ม สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
  16. พระองค์เจ้าชาย (พ.ศ. 2330) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาฉิม สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 1
  17. พระองค์เจ้าชายมั่ง (พ.ศ. 2331) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเกศ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
  18. พระองค์เจ้าชายสิงหราช (พ.ศ. 2331) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาล่า สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
  19. พระองค์เจ้าหญิงกลัด (พ.ศ. 2332) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดามีใหญ่ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
  20. พระองค์เจ้าหญิงฉิมพลี (พ.ศ. 2332) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดางิ้ว สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 2
  21. พระองค์เจ้าชายสังกะทัต (พ.ศ. 2332) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดา กรมหมื่นนรานุชิต ในรัชกาลที่ 3 ทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมขุนนรานุชิต ในรัชกาลที่ 4 สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4 ทรงเป็นต้นสกุล สังขทัต
  22. พระองค์เจ้าหญิงแก้ว (พ.ศ. 2332) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาแจ่ม สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 1
  23. พระองค์เจ้าหญิง (พ.ศ. 2334) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดานักองค์เภา สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 1
  24. พระองค์เจ้าหญิงศรีสุดาอับสร (พ.ศ. 2334-2367) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเพ็ง สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
  25. พระองค์เจ้าหญิงลมุด (พ.ศ. 2334-2417) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดามีน้อย สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 5
  26. พระองค์เจ้าชายบัว (พ.ศ. 2335) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาศรี สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3 ทรงเป็นต้นสกุล ปัทมสิงห์
  27. พระองค์เจ้าหญิงปุก (พ.ศ. 2335) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดานักองค์เภา สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
  28. พระองค์เจ้าหญิงดุษฎี (พ.ศ. 2335-2406) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเสม สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
  29. พระองค์เจ้าชายสุก (พ.ศ. 2335) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเอม สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
  30. พระองค์เจ้าชายเพ็ชรหึง (พ.ศ. 2336) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาชู สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 2
  31. พระองค์เจ้าหญิงวงศมาลา (พ.ศ. 2336) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดานักองค์อี สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
  32. พระองค์เจ้าหญิงนิลวัตถา (พ.ศ. 2336) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน้อย สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
  33. พระองค์เจ้าหญิงกำพร้า (พ.ศ. 2337) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาบับภา สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 2
  34. พระองค์เจ้าหญิงกลิ่น (พ.ศ. 2337) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาภู่ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
  35. พระองค์เจ้าหญิงรุ่ง (พ.ศ. 2337) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาพลับจีน สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 2
  36. พระองค์เจ้าหญิง (พ.ศ. 2337) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาล้อม สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 2
  37. พระองค์เจ้าชายนพเก้า (พ.ศ. 2338) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาสวน สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4
  38. พระองค์เจ้าหญิง (พ.ศ. 2338) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาตุ๊ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 3
  39. พระองค์เจ้าชาย (พ.ศ. 2339) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาทรัพย์ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 1
  40. พระองค์เจ้าชายสุด (พ.ศ. 2340) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน้อย สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 1
  41. พระองค์เจ้าชายเณร (พ.ศ. 2343) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาไผ่ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 4 ทรงเป็นต้นสกุล นีรสิงห์
  42. พระองค์เจ้าชายหอย (พ.ศ. 2343) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาตานี สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 1
  43. พระองค์เจ้าชายแตน (พ.ศ. 2344) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาตานี สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 1

นอกจากนี้ยังปรากฏพระราชโอรสพระนามว่าพระองค์เจ้าแทน มีพระชนม์ชีพอยู่ในรัชกาลที่ 2 ซึ่งอาจต่างพระองค์กับพระองค์เจ้าแตน

ธรรมเนียมพระยศของ
สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท
การทูลใต้ฝ่าละอองพระบาท
การแทนตนข้าพระพุทธเจ้า
การขานรับพระพุทธเจ้าข้า/เพคะ
พงศาวลีของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท
เชิงอรรถ
  1. ราชสกุลวงศ์, หน้า 3
  2. พระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าในพระราชวงศ์จักรี, หน้า 31
บรรณานุกรม
  • เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) (11 สิงหาคม 2531). . ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ. สืบค้นเมื่อ 21 สิงหาคม 2560.Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  • . กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์เดลิเมล์, 2480. 196 หน้า. หน้า ง-ฉ. [พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพนายพันเอก พระยาสิริจุลเสวก (พัว จุลเสวก)]
  • สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. . พิมพ์ครั้งที่ 14, กรุงเทพฯ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2554. 296 หน้า. ISBN 978-974-417-594-6
  • ศุภวัฒย์ เกษมศรี, พลตรี หม่อมราชวงศ์, และรัชนี ทรัพย์วิจิตร. พระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าในพระราชวงศ์จักรี. พิมพ์ครั้งที่ 3, กรุงเทพ : สำนักพิมพ์บรรณกิจ, พ.ศ. 2549. 360 หน้า. หน้า 31. ISBN 974-221-818-8


สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท
สมเด, จพระบวรราชเจ, ามหาส, รส, งหนาท, ภาษาอ, เฝ, าด, แก, ไข, พระนามเด, ญมา, เป, นพระอน, ชาธ, ราชร, วมพระชนกชนน, บพระบาทสมเด, จพระพ, ทธยอดฟ, าจ, ฬาโลกมหาราช, โปรดให, ปราชาภ, เษกเป, นกรมพระราชว, งบวรสถานมงคลพระองค, แรกแห, งกร, งร, ตนโกส, นทร, กรมพระราชว, งบวรสถา. smedcphrabwrrachecamhasursinghnath phasaxun efadu aekikh smedcphrabwrrachecamhasursinghnath phranamedim buyma epnphraxnuchathirachrwmphrachnkchnnikbphrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkmharach oprdihxuprachaphieskepnkrmphrarachwngbwrsthanmngkhlphraxngkhaerkaehngkrungrtnoksinthrsmedcphrabwrrachecamhasursinghnathkrmphrarachwngbwrsthanmngkhldarngphraysph s 2325 3 phvscikayn ph s 2346kxnhnasmedcphramhaxuprach ecafakrmkhunxinthrphithks krungthnburi thdipecafakrmhlwngxisrsunthrphraxkhrchayaecasrixoncharachwngsrachwngsckriphrarachbidasmedcphrapthmbrmmhachnk thxngdi phrarachmardaphraxkhrchaya hyk phrarachsmphphwnphvhsbdikhun 1 kha eduxn 11 pikun 19 knyayn ph s 2286 1 krungsrixyuthyaswrrkht3 phvscikayn ph s 2346 60 phrrsa phrathinngburphaphimukh phrarachwngbwrsthanmngkhl enuxha 1 phrarachprawti 1 1 krungsrixyuthyaaetk 1 2 karthasuksngkhram 1 3 swrrkht 2 phrarachoxrsthida 3 phraxisriyys 4 phngsawli 5 xangxingphrarachprawti aekikhsmedcphrabwrrachecamhasursinghnath miphranamedimwa buyma epnphraoxrsphraxngkhthi 5 insmedcphrapthmbrmmhachnk thxngdi aelaphraxkhrchaya hyk prasutiinrchkalsmedcphraecaxyuhwbrmoks smykrungsrixyuthya emuxwnphvhsbdikhun 1 kha eduxn 11 pikun c s 1105 2 trngkbwnthi 19 knyayn ph s 2286 miniwasthanxyuhlngpxmephchrinkrungsrixyuthya miphraphradaphraphkhinirwmphrachnk 7 phraxngkh idaek sa idrbsthapnaepnsmedcphraecaphinangethx ecafakrmphraethphsudawdi inrchkalthi 1 impraktphranamedim idrbsthapnaepnsmedcphraecakhunramnrngkh inrchkalthi 1 aekw idrbsthapnaepnsmedcphraecaphinangethx ecafakrmphrasrisudarks inrchkalthi 1 dwng prabdaphieskepnphrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkmharach buyma esdcethlingphrarachmnethiyrepnsmedcphraxnuchathirach krmphrarachwngbwrsthanmngkhl inrchkalthi 1 la idrbsthapnaepnsmedcphraecanxngyaethx ecafakrmhlwngckrecsda inrchkalthi 1 ku echlimphranamepnphraecaipyikaethx krmhlwngnrinthrethwi inrchkalthi 5krungsrixyuthyaaetk aekikh emuxthrngecriywyidrbrachkarepnmhadelktaaehnngnaysudcinda mhadelkhumaephr inrchkalsmedcphrathinngsuriyasnxmrinthr in ph s 2310 emuxkhasukykmalxmkrungsrixyuthya khnannphrankhrxxnaexmak phrayawchirprakar sin cungphasmkhrphrrkhphwktifaxxkcakphrankhrsrixyuthya mungiprwbrwmkalngthihwemuxngchaythaeltawnxxk thichlburi ephuxcarbsukhbilkhasukcakphrankhr emuxkrungsrixyuthyaesiyaekkhasukbanemuxngsbsnepnclacl naysudcindaidesdclngeruxelkhlbhnixxkcakkrungsrixyuthya aelamungcaesdcipyngemuxngchlburidwyechnkn khnannphrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkmharach epnhlwngykkrabtremuxngrachburi idnakhrxbkhrwaelabriwarxphyphhlbphykhasukiptngxyu n xaephxxmphwa emuxngsmuthrsngkhramsungaetedimkhunkbemuxngrachburi kxnthismedcphrabwrrachecamhasursinghnathcaesdcipthungchlburi idesdcipphbphrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkmharach thixaephxxmphwakxn idthrngchwnihesdciphlbphy n chlburi dwy aetphrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkmharachyngimphrxmesdc thrngphrarachthaneruxihyphrxmesbiyngxahar thrngphrarachdariihipfaktwtharachkarkbsmedcphraecakrungthnburi aelathrngaenanaihesdciprbthanexiyng phrachnnikhxngphrayataksin sungxphyphipxyuthibanaehlm phrxmthngthrngfakdabkhra aelaaehwn 2 wng ipthwayepnkhxngkanlxikdwy emuxkrungsrixyuthyaesiyaekkhasuk thrngihthharrksakarxyuthikhayophthisamtn aelathithnburi chwngnnbanemuxngtkxyuinphawarasarasay aeykepnchumnumepnkkehlathung 6 chumnum phrayataksinepnchumnumhnungthisamarthrwbrwmiphlphltngxyuthicnthburi ekhatikhasukthirksakrungsrixyuthyaaetkip aelwcungesdcethlingthwlyrachsmbtiepnsmedcphraecakrungthnburi sthapnakrungthnburiepnrachthani emuxpichwd smvththisk ph s 2311 smedcphrabwrrachecamhasursinghnath inkhnannthrngidrbkarsthapnabrrdaskdiepnphramhamntri ecakrmphratarwcinkhwa 2 karthasuksngkhram aekikh phrabwrrachanusawriysmedcphrabwrrachecamhasursinghnath n wdchnasngkhramrachwrmhawihar smedcphrabwrrachecamhasursinghnath idthrngrwmsuksngkhramkhbilxrirachstrupkpxngphrarachxanackrtlxdphrachnmchiphkhxngphraxngkh idesdcipinkarphrarachsngkhramthngthangbk aelathangerux inrchkalsmedcphraecakrungthnburi thung 16 khrng aelainrchkalphrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkmharach xik 8 khrng idaek ph s 2310 tikhayophthisamtnkhxngkhasuk ph s 2311 tikhayphmathibangkung aelathismuthrsngkhram khnannthrngmibrrdaskdiepn phramhamntri aelaesdciprbphraechsthathirach cak xaephxxmphwa ekhamarbrachkarkbsmedcphraecakrungthnburi aelathrngrbsthapnaepn phrarachwrinthr ph s 2311 smedcphraecakrungthnburi thrngykkxngthphipprabchumnumecaphisnuolk aelaykipprabchumnumecaphimaythinkhrrachsima phramhamntri aelaphrarachwrinthridrwmkarsngkhramthidankhunthd michychnainewla 3 wn khwamchxbinkarsngkhramkhrngni phrarachwrinthridrbkareluxnbrrdaskdiepn phrayaxphyrnvththi aelaphramhamntri epnphrayaxnuchitracha cangwangtarwc ph s 2312 smedcphraecakrungthnburi oprdihphrayaxphyrnvththi aelaphrayaxnuchitracha ykthphipprabkrungkmphucha tiidemuxngesiymrath ph s 2313 phrayaxnuchitrachaideluxnbrrdaskdi epn phrayaymrach idykthphiprwmkbthphhlwngprabchumnumecaphrafang tiidemuxngswangkhburi aelaidhwemuxngehnuxiwinphrarachxanacthnghmd emuxesrcrachkarsukkhrngni idrbeluxnbrrdaskdiepn ecaphrayasursihphisnwathirach saercrachkaremuxngphisnuolk epnphupkpxngphrarachxanackrfayehnux aelaidykthphiptithphopmyungwnthimalxmemuxngswrrkholk ph s 2315 ecaphrayasursihphisnwathirach idykthphipprabphmathiykmatiemuxnglbael hruxxutrditth aelaemuxngphichycnaetkphayip ph s 2316 ecaphrayasursihphisnwathirach aelaphrayaphichy idykthphiprbthungpracyban kbthphopsuphlathiemuxngphichy cnkhasukaetkphay khrngniexngthiphrayaphichyidrbsmyanamwa phrayaphichydabhk ph s 2317 smedcphraecakrungthnburi oprdihphrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkmharach sungkhnannepn ecaphrayackri kbecaphrayasursihphisnwathirach ykthphhwemuxngehnuxiptiemuxngechiyngihm michychna aelaecaphrayasursihphisnwathirachidkhumthphehnuxiplxmthphphmathiekhachangum tikhayphmathiekhachangum aelapakaephrkaetkcnphmayxmaeph ph s 2318 ecaphrayasursihphisnwathirach aelaecaphrayackri idrbphrarachbychaihykthphcakphisnuolkipkhbilopsuphla thiykmatiemuxngechiyngihm aelatxmaxaaeshwunki ykmalxmemuxngphisnuolk ecaphrayathngsxngcungnaiphlphlxxkcakphisnuolkiptngmnthiemuxngephchrburn txmaphmathxnkalng cungidkhumkalngemuxngnkhrrachsimatidtamtithphthikalngthxyaetkklbip ph s 2320 idykthphcakkrungthnburiipsmthbthphecaphrayackrithinkhrrachsima tiemuxngnkhrcapaskdi emuxngxtbux surinthr sngkha khukhnth iwid cakkhwamchxbinkarphrarachsngkhramkhrngni ecaphrayackriidrbeluxnbrrdaskdiepn ecaphrayamhakstriysuk ph s 2321 ecaphrayamhakstriysukkbecaphrayasursihphisnwathirach eknththpheruxcakkmphucha iplxmemuxngewiyngcnthn 4 eduxncungtiid aelatihwemuxngtang inaekhwnlawcncdtngekiykhxngywniwiddwy aelainkhrngnn ecaphrayamhakstriysukidxyechiyphraphuththmhamnirtnptimakr klbkhunmacakewiyngcnthnmapradisthanthikrungthnburidwy ph s 2324 ecaphrayasursihphisnwathirach epnaemthphhnarwmkbecaphrayamhakstriysuk ykthphiptikmphucha aettxngesdcklbkrungthnburi enuxngcakbanemuxngekidclacl ecaphrayamhakstriysukidesdcprabdaphieskepnphramhakstriy rchkalthi 1 aehngkrungrtnoksinthr thrngsthapnaphrabrmrachckriwngsaelasthapnakrungethphmhankhrepnrachthani aelwoprdihsmedcphraxnuchathirachesdcethlingphrarachmnethiyrthiphramhaxuprach krmphrarachwngbwrsthanmngkhl 3 bnthukbangchbbcaexyphranamwa smedcphraecaxyuhwkrmphrarachwngbwrsthanmngkhlbang smedcphraecaxyuhwthngsxngphraxngkhbang hmaykhwamrwmthungrchkalthi 1 aelasmedcwnghna imepnthiaennxn sungphranamnitxmaphrabathsmedcphramngkudeklaecaxyuhwthrngkahndraebiybekiywkbphraekiyrtiecanayihm odyihkhanphranamwa smedcphrabwrrachecamhasursinghnath inrchkalphrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkmharach smedcphrabwrrachecamhasursinghnath idthrngrwmkarphrarachsngkhram rahwang ph s 2325 thung ph s 2345 rwm 8 khrng khux ph s 2328 sngkhramekathph rbkbthphphraecapdung thiykthphekhamathangdanphraecdiysamxngkh aemmiiphrphlnxykwakhasuk aetthrngthaklxubaylwngkhasuk cnsamarthmichychna inpinn yngidesdcnathpheruxiptiphmathiichya aelaesdcipprabpttanithiexaicxxkhang aelatiemuxngklntn trngkanu epnemuxngkhunkhxngithydwy ph s 2329 smedcphrabwrrachecamhasursinghnath idesdcnathphiprbkbphraecapdung thiekhamayudtablthadinaedng aelasamsb idtithphphmaaetk ph s 2330 smedcphrabwrrachecamhasursinghnath idesdcykthphiptiemuxnglapangkhun aelatithphphmathipasangaetk esrckarsngkhramni idxyechiyphraphuththsihingkhcakemuxngechiyngihm mapradisthan n phrarachwngbwrsthanmngkhl thikrungethph ph s 2336 esdciptiemuxngthwaysaerc ph s 2340 esdcykthphippxngknemuxngechiyngihm tiphmathilaphun aelaechiyngihmaetk ph s 2345 idesdcipkhbilkxngthphkhasukxxkcakechiyngihm aetemuxesdcipthungemuxngethin thrngphraprachwrorkhniw txngprathbrksaphraxngkhodymikrmphrarachwngbwrsthanphimukh thrngphyabalphraxakarxyutxmaemuxesdcklbkrungethph phrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkesdcphrarachdaeninphrxmdwysmedcphraecalukyaethx ecafakrmhlwngxisrsunthr esdcipprathbthiphrarachwngbwrsthanmngkhl ephuxthrngphyabalsmedcphrabwrrachecamhasursinghnathcnkrathngphraxakarprachwrkaeribaelaidesdcswrrkht n phrathinngburphaphimukhinhmuphrawiman emuxwnthi 3 phvscikayn ph s 2346 phrachnmayu 60 phrrsa phrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkthrngphrakrunaoprdeklaoprdkrahmxmphrarachthanphraoks phralxng yxmumimsibsxnghumthxngkhapradisthanphrabrmsphiwthiphrathinngsiwomkkhphimaninphrarachwngbwrsthanmngkhl hlngcakkarthwayphraephling n phraemrumas thxngsnamhlwng esrcsin phrabrmxthithukxyechiyippradisthaniwthiphrathinngwayusthanxmers inhmuphrawiman pccubnxyechiymapradisthaniwthihxphranakhinphrabrmmharachwng nxkcakcathrngxuthisphraxngkhesdcipinkarsuksngkhramkxbkuexkrach aelapxngknphrarachxanackrtlxdphrachnmchiph smedcphrabwrrachecamhasursinghnath yngthrngesrimsrangkhwammnkhngihaekbanemuxng thrngxupthmphbarungkarphrasasna silpwrrnkrrm aelasthaptykrrm epntnwa oprdihsrang phrarachwngbwr sungpccubnkhuxbriewnmhawithyalythrrmsastr phiphithphnthsthanaehngchatiphrankhr ornglakhraehngchati withyalychangsilp aelawithyalynatsilp thrngsrangkaaephngphrankhrtngaetpratuwdsngewchwisyaramcnthungwdbwrniews aelathrngsrangpxmxisinthr pxmphraxathity pxmphracnthr pxmyukhnthr sungruxlngaelw khngehluxaetpxmphrasuemru aelathrngsrangpratuyxdkhxngbrmmharachwng khux pratuswsdiospha pratumninphrtn pratuxudmsudarks aelathrngsrangorngeruxthifaktawntk thrngsthapnawdmhathatu wdchnasngkhram wdtxngpu wdobsth wdethwrachkuychr wdsmxaekhrng wdrachphatikaramwrwihar wdsmekliyng wdpthumkhngkha wdsaephng wdkhruth wdsuwrrnkhiri wdkhiehlk wdsuwrrndararam thrngsranghxmnethiyrthrrminwdphrasrirtnsasdaram wiharkht wdechtuphn epntn phraprichasamarth aelaphramhakrunathikhuninsmedcphrabwrrachecamhasursinghnath idcarukxyuinprawtisastrkhxngchatiepnthiaessrxngsdudiethidthunkhxngphsknikr ithytlxdma swrrkht aekikh smedcphrabwrrachecamhasursinghnathesdcswrrkhtemuxwnthi 3 phvscikayn ph s 2346 siriphrachnmphrrsa 60 phrrsa idrbphrarachthanphraoksimsibsxnghumthxngkhathrngphrabrmsph 4 aelaphrarachthanephling n phraemruthxngsnamhlwng 5 phrarachoxrsthida aekikhsmedcphrabwrrachecamhasursinghnath miphrarachoxrsthidarwm 43 phraxngkh 6 phrarachthidaphraxngkhihykhux smedcphraecahlanethx ecafaphikulthxng krmkhunsrisunthr sungprasutiaetecasrixoncha rachkhnisthainphraecakawila ecaphukhrxngnkhrechiyngihm thrngepntnrachskulxsuni sngkhtht pthmsingh aelanirsingh phrabrmsathislksnkhxngsmedcphrabwrrachecamhasursinghnath phraecarachwrwngsethx phraxngkhecadarawdi dubthkhwamhlkthi rayphranamphraphrryaecaaelaphrasnminsmedcphrabwrrachecamhasursinghnath prasutikxnxuprachaphiesk inrchkalsmedcphraecakrungthnburi ecafahyingphikulthxng ph s 2320 2353 prasutiinphraxkhrchayaecasrixoncha phrakhnisthainphraecakawila ecaphukhrxngnkhrechiyngihm thrngidrbsthapnaepn krmkhunsrisunthr inrchkalthi 1 phraxngkhecachayladwn ph s 2322 2347 prasutiaetecacxmmardakha phraxngkhecahyingeksr ph s 2322 prasutiaetecacxmmardaaekw sinphrachnminrchkalthi 3 phraxngkhecachayxinthpt ph s 2323 2346 prasutiaetecacxmmardatn phraxngkhecachaykxnaekw ph s 2324 prasutiaetecacxmmardala sinphrachnminrchkalthi 3 phraxngkhecachaychang ph s 2324 prasutiaetecacxmmardapuy sinphrachnminrchkalthi 3 prasutiemuxxuprachaphieskaelw phraxngkhecahyingdwngcnthr ph s 2326 2411 prasutiaetecacxmmardachim sinphrachnminrchkalthi 5 phraxngkhecachayxsuni ph s 2326 2351 prasutiaetecacxmmardakha thrngidrbsthapnaepnkrmhmunesniethph emux ph s 2351 inrchkalthi 1 sinphrachnminrchkalthi 3 thrngepntnskul xsuni phraxngkhecahyingokml ph s 2326 prasutiaetecacxmmardaaekwsalalxy sinphrachnminrchkalthi 3 phraxngkhecahyingbunnakh ph s 2328 prasutiaetecacxmmardama sinphrachnminrchkalthi 3 phraxngkhecahyingdarawdi ph s 2328 2410 prasutiaetecacxmmardanxy esksmrskbsmedcphrabwrrachecamhaskdiphlesphy sinphrachnminrchkalthi 4 phraxngkhecahying ph s 2328 prasutiaetecacxmmardasuwrrna sinphrachnminrchkalthi 4 phraxngkhecahyingoksum ph s 2328 prasutiaetecacxmmardaphwng sinphrachnminrchkalthi 2 phraxngkhecahyingkaphuchchtr ph s 2329 prasutiaetecacxmmardankxngkhxi sinphrachnminrchkalthi 4 phraxngkhecahyingpthmrach ph s 2330 2408 prasutiaetecacxmmardanuyelk thidaecaphrayasuthrrmmntri phthn n nkhr kbthanphuhyingchum sinphrachnminrchkalthi 4 phraxngkhecachay ph s 2330 prasutiaetecacxmmardachim sinphrachnminrchkalthi 1 phraxngkhecachaymng ph s 2331 prasutiaetecacxmmardaeks sinphrachnminrchkalthi 3 phraxngkhecachaysinghrach ph s 2331 prasutiaetecacxmmardala sinphrachnminrchkalthi 3 phraxngkhecahyingkld ph s 2332 prasutiaetecacxmmardamiihy sinphrachnminrchkalthi 3 phraxngkhecahyingchimphli ph s 2332 prasutiaetecacxmmardangiw sinphrachnminrchkalthi 2 phraxngkhecachaysngkatht ph s 2332 prasutiaetecacxmmarda krmhmunnranuchit inrchkalthi 3 thrngidrbsthapnaepnkrmkhunnranuchit inrchkalthi 4 sinphrachnminrchkalthi 4 thrngepntnskul sngkhtht phraxngkhecahyingaekw ph s 2332 prasutiaetecacxmmardaaecm sinphrachnminrchkalthi 1 phraxngkhecahying ph s 2334 prasutiaetecacxmmardankxngkhepha sinphrachnminrchkalthi 1 phraxngkhecahyingsrisudaxbsr ph s 2334 2367 prasutiaetecacxmmardaephng sinphrachnminrchkalthi 3 phraxngkhecahyinglmud ph s 2334 2417 prasutiaetecacxmmardaminxy sinphrachnminrchkalthi 5 phraxngkhecachaybw ph s 2335 prasutiaetecacxmmardasri sinphrachnminrchkalthi 3 thrngepntnskul pthmsingh phraxngkhecahyingpuk ph s 2335 prasutiaetecacxmmardankxngkhepha sinphrachnminrchkalthi 3 phraxngkhecahyingdusdi ph s 2335 2406 prasutiaetecacxmmardaesm sinphrachnminrchkalthi 4 phraxngkhecachaysuk ph s 2335 prasutiaetecacxmmardaexm sinphrachnminrchkalthi 4 phraxngkhecachayephchrhung ph s 2336 prasutiaetecacxmmardachu sinphrachnminrchkalthi 2 phraxngkhecahyingwngsmala ph s 2336 prasutiaetecacxmmardankxngkhxi sinphrachnminrchkalthi 4 phraxngkhecahyingnilwttha ph s 2336 prasutiaetecacxmmardanxy sinphrachnminrchkalthi 4 phraxngkhecahyingkaphra ph s 2337 prasutiaetecacxmmardabbpha sinphrachnminrchkalthi 2 phraxngkhecahyingklin ph s 2337 prasutiaetecacxmmardaphu sinphrachnminrchkalthi 4 phraxngkhecahyingrung ph s 2337 prasutiaetecacxmmardaphlbcin sinphrachnminrchkalthi 2 phraxngkhecahying ph s 2337 prasutiaetecacxmmardalxm sinphrachnminrchkalthi 2 phraxngkhecachaynpheka ph s 2338 prasutiaetecacxmmardaswn sinphrachnminrchkalthi 4 phraxngkhecahying ph s 2338 prasutiaetecacxmmardatu sinphrachnminrchkalthi 3 phraxngkhecachay ph s 2339 prasutiaetecacxmmardathrphy sinphrachnminrchkalthi 1 phraxngkhecachaysud ph s 2340 prasutiaetecacxmmardanxy sinphrachnminrchkalthi 1 phraxngkhecachayenr ph s 2343 prasutiaetecacxmmardaiph sinphrachnminrchkalthi 4 thrngepntnskul nirsingh phraxngkhecachayhxy ph s 2343 prasutiaetecacxmmardatani sinphrachnminrchkalthi 1 phraxngkhecachayaetn ph s 2344 prasutiaetecacxmmardatani sinphrachnminrchkalthi 1 nxkcakniyngpraktphrarachoxrsphranamwaphraxngkhecaaethn miphrachnmchiphxyuinrchkalthi 2 sungxactangphraxngkhkbphraxngkhecaaetn 6 phraxisriyys aekikhthrrmeniymphrayskhxng smedcphrabwrrachecamhasursinghnathkarthulitfalaxxngphrabathkaraethntnkhaphraphuththecakarkhanrbphraphuththecakha ephkhaphngsawli aekikhphngsawlikhxngsmedcphrabwrrachecamhasursinghnath 16 ecaphrayaoksathibdi pan 8 ecaphrayawrwngsathirach khunthxng 4 phrayarachnikul thxngkha 2 smedcphrapthmbrmmhachnk 5 lukcnthr 1 smedcphrabwrrachecamhasursinghnath 6 hlng 3 phraxkhrchaya hyk 7 kim xangxing aekikhechingxrrth rachskulwngs hna 3 2 0 2 1 phrarachphngsawdarkrungrtnoksinthr rchkalthi 1 105 phrarachprawtikrmphrarachwngbwrsthanmngkhl 3 pradisthanphrarachwngs phrarachphngsawdarkrungrtnoksinthr rchkalthi 1 104 krmphrarachwngbwrsthanmngkhlswrrkht phrarachphngsawdarkrungrtnoksinthr rchkalthi 1 110 karphraemrukrmphrarachwngbwrsthanmngkhl 6 0 6 1 phraxnuwngschnhmxmecainphrarachwngsckri hna 31 brrnanukrmecaphrayathiphakrwngs kha bunnakh 11 singhakhm 2531 phrarachphngsawdarkrungrtnoksinthr rchkalthi 1 hxngsmuddicithlwchiryan subkhnemux 21 singhakhm 2560 Check date values in accessdate date help prachumphngsawdar phakhthi 65 phrarachphngsawdarkrungthnburi chbbphncnthnumas ecim krungethph orngphimphedlieml 2480 196 hna hna ng ch phimphaeckinnganphrarachthanephlingsphnayphnexk phrayasiriculeswk phw culeswk sankwrrnkrrmaelaprawtisastr krmsilpakr rachskulwngs phimphkhrngthi 14 krungethph sankwrrnkrrmaelaprawtisastr krmsilpakr 2554 296 hna ISBN 978 974 417 594 6 suphwthy eksmsri phltri hmxmrachwngs aelarchni thrphywicitr phraxnuwngschnhmxmecainphrarachwngsckri phimphkhrngthi 3 krungethph sankphimphbrrnkic ph s 2549 360 hna hna 31 ISBN 974 221 818 8 khxmmxns miphaphaelasuxekiywkb smedcphrabwrrachecamhasursinghnathkxnhna smedcphrabwrrachecamhasursinghnath thdipsmedcphramhaxuprach ecafakrmkhunxinthrphithks krungthnburi krmphrarachwngbwrsthanmngkhl rachwngsckri ph s 2325 ph s 2346 ecafakrmhlwngxisrsunthrekhathungcak https th wikipedia org w index php title smedcphrabwrrachecamhasursinghnath amp oldid 9542567, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม