fbpx
วิกิพีเดีย

สงครามจีน–ญี่ปุ่นครั้งที่สอง

ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด

สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง (อังกฤษ:Second Sino-Japanese War ; จีน:中国抗日战争 ; ญี่ปุ่น:日中戦争) เป็นความขัดแย้งทางทหารที่เป็นการสู้รบหลักระหว่างสาธารณรัฐจีนและจักรวรรดิญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ วันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 1937 ถึงวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1945 จุดเริ่มด้วยเหตุการณ์ ณ สะพานมาร์โค โปโลในปี ค.ศ. 1937 ซึ่งกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างกองกำลังทหารจีนและญี่ปุ่นที่บานปลายจนต้องสู้รบกัน แหล่งข้อมูลบางแห่งในสาธารณรัฐประชาชนจีนยุคปัจจุบันได้มีการถือจุดเริ่มต้นของสงครามคือญี่ปุ่นบุกครองแมนจูเรียในปี ค.ศ. 1931

สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามแปซิฟิก

ไล่ตามจากซ้ายไปขวา: (ภาพ 1) กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นใช้แก๊สพิษเข้าโจมตีที่มั่นทหารจีน, (ภาพ 2) ปฏิบัติการอิชิโก ทหารญี่ปุ่นขณะใช้ปืนกลหนักไทป์ 92, (ภาพ 3) กองทัพรบนอกประเทศของจีน ในอินเดียปี ค.ศ. 1942, (ภาพ 4) กองซากศพชาวจีนที่ถูกสังหารในการสังหารหมู่นานกิง บนฝั่งแม่น้ำฉินฮวย มีทหารญี่ปุ่นยืนสังเกตการณ์อยู่ใกล้ ๆ, (ภาพ 5) เครื่องบินญี่ปุ่นทำการทิ้งระเบิดเมืองฉงชิ่ง, (ภาพ 6) รังปืนกลของทหารจีนในยุทธการที่อู่ฮั่น
วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 24802 กันยายน พ.ศ. 2488 มีการปะทะกันเล็กน้อยตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2474 (8 ปี 1 เดือน 3 สัปดาห์ และ 5 วัน)
สถานที่ สาธารณรัฐจีน (สาธารณรัฐประชาชนจีนในปัจจุบัน), มองโกเลียนอก, พม่า
สาเหตุ เหตุการณ์ ณ สะพานมาร์โค โปโล
ผลลัพธ์
ดินแดน
เปลื่ยน
จีนได้รับดินแดนที่เสียไปจากการทำสนธิสัญญาชิโมะโนะเซะกิกลับคืนจากญี่ปุ่น
คู่ขัดแย้ง
สาธารณรัฐจีน
จักรวรรดิญี่ปุ่น
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
เจียงไคเช็ก

เฉิน เฉิง
หยาน สีซาน
หลี่ จงเหริน
ซื่อ หยู
ไป้ ช่งฉี่
ตัน เอนโบ
เหมา เจ๋อตง
จู เต๋อ
เผิง เต๋อหวย
หลิน เปียว
โจเซฟ สติลเวลล์
แคลร์ ลี เชนนลต์
อัลเบิร์ต เวดเมเยอร์
วาซีลี ชุยคอฟ

จักรพรรดิฮิโรฮิโต

ฮิเดะกิ โทโจ
ฟุมิมะโระ โคะโนะเอะ
คังอิน โคะโตะฮิโตะ
มัตสึอิ อิวะเนะ
ฮะจิเมะ ซุงิยะมะ
ชุนโรกุ ฮะตะ
โทะชิโซะ นิชิโอะ
ยะสุจิ โอคามูระ
อุเมะซุ โยะชิจิโระ
จักรพรรดิปูยี
วาง จิงเว่ย

กำลัง
ทหารจีน 5,600,000 นาย
เครื่องบินสหรัฐ 900+ ลำ
ที่ปรึกษาและนักบินโซเวียต 3600+ นาย
ทหารญี่ปุ่น 3,900,000 นาย ,
ทหารไส้ศึกจีน 900,000 นาย
กำลังพลสูญเสีย
ทหารจีน (รวมที่บาดเจ็บ, เชลย, และสูญหาย) 3,220,000 นาย, พลเมือง 17,530,000 คน

ทหารโซเวียต 227 นาย

ทหารญี่ปุ่น (รวมที่บาดเจ็บ, เชลย, และสูญหาย) 1,100,000 นาย
1 ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2485 กองบินฟลายอิ้งไทเกอร์ได้รับการยกระดับเป็นกองทัพอากาศสหรัฐกองบินที่ 14
2 สหภาพโซเวียตได้ให้ความข่วยเหลือทางทหารแก่จีนระหว่างปี พ.ศ. 2480 ถึง พ.ศ. 2484
3 ทหารส่วนใหญ่มาจากประเทศแมนจูกัว ซึ่งเป็นรัฐบาลหุ่นภายใต้การควบคุมของญี่ปุ่น

จีนได้ต่อสู้รบกับญี่ปุ่นด้วยความช่วยเหลือจากสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกา ภายหลังญี่ปุ่นเข้าโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ในปี ค.ศ. 1941 สงครามได้รวมไปถึงความขัดแย้งที่อื่น ๆ ในสงครามโลกครั้งที่สอง ในฐานะที่เป็นเขตของแนวรบที่สำคัญที่ถูกเรียกว่า เขตสงครามจีน พม่า อินเดีย นักวิชาการบางคนได้ถือว่าจุดเริ่มต้นของสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สองอย่างเต็มรูปแบบในปี ค.ศ. 1937 คือจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่สอง สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สองเป็นสงครามขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียในศตวรรษที่ 20 มันได้มีการถือว่าเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือนและทหารส่วนใหญ่ในสงครามแปซิฟิก กับระหว่างพลเรือนชาวจีนจำนวน 10 และ 25 ล้านคนและบุคลากรทหารชาวจีนและญี่ปุ่นที่กำลังใกล้ตายกว่า 4 ล้านนายจากความรุนแรงที่เกี่ยวข้องในสงคราม ความอดอยาก และสาเหตุอื่น ๆ

สงครามเป็นผลพวงจากนโยบายจักรวรรดินิยมของญี่ปุ่นที่มีมายาวนานหลายทศวรรษเพื่อขยายอิทธิพลทางการเมืองและทางทหารเพื่อความปลอดภัยในการเข้าถึงแหล่งแร่วัตถุดิบ อาหาร และแรงงาน ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง นำมาซึ่งการเพิ่มความตึงเครียดให้กับการปกครองของญี่ปุ่น นักการเมืองฝ่ายซ้ายต้องการที่จะมีสิทธิในการออกเสียงการเลือกตั้งทั่วไปและสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นสำหรับแรงงาน การเพิ่มผลผลิตสิ่งทอจากโรงทอผ้าจีนเป็นการส่งผลกระทบต่อการผลิตของญี่ปุ่น ด้วยภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ทำให้การส่งออกสินค้าชะลอตัวลงอย่างมาก เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ได้สนับสนุนแก่ฝ่ายทหารชาตินิยม ซึ่งท้ายที่สุดด้วยการก้าวขึ้นสู่อำนาจของกลุ่มทหารนิยมลัทธิฟาสซิสต์ กลุ่มนี้อยู่ภายใต้การนำโดยฮิเดกิ โทโจ คณะรัฐมนตรีของสมาคมให้ความช่วยเหลือการปกครองจักรวรรดิ (Imperial Rule Assistance Association) ภายใต้พระบรมราชโองการของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโระฮิโตะ ในปี ค.ศ. 1931 กรณีมุกเดนได้ช่วยจุดชนวนด้วยญี่ปุ่นบุกครองแมนจูเรีย ฝ่ายจีนต้องพบความปราชัยและญี่ปุ่นได้ก่อตั้งรัฐหุ่นเชิดขึ้นมาใหม่, หมั่นโจวกั๋ว นักประวัติศาสตร์หลายคนได้กล่าวอ้างว่า ปี ค.ศ. 1931 เป็นจุดเริ่มต้นของสงคราม มุมมองเหล่านี้ได้รับการรับรองโดยรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1931 ถึง ค.ศ. 1937 จีนและญี่ปุ่นยังคงต่อสู้รบกันอย่างต่อเนื่องในการรบที่จำกัดวง ที่ถูกเรียกว่า "เหตุการณ์"

ในช่วงแรก ญี่ปุ่นได้รับชัยชนะครั้งใหญ่, ได้เข้ายึดครองทั้งเมืองเซี่ยงไฮ้และเมืองหลวงของจีนคือนานกิงในปี ค.ศ. 1937 ภายหลังจากความล้มเหลวในการหยุดยั้งญี่ปุ่นในยุทธการที่อู่ฮั่น รัฐบาลกลางของจีนได้ย้ายไปยังฉงชิ่ง (จุงกิง) ในส่วนภายในของประเทศจีน ในปี ค.ศ. 1939 ภายหลังจากจีนได้รับชัยชนะในฉางชาและกวางสี และด้วยเส้นสายการสื่อสารของญี่ปุ่นที่ขยายลึกเข้าไปในส่วนภายในประเทศจีน สงครามได้ทำให้เกิดจนมุม ญี่ปุ่นยังไม่สามารถเอาชนะกองทัพคอมมิวนิสต์จีนได้ในส่านซี ซึ่งได้ดำเนินการทัพด้วยการก่อวินาศกรรมและรบแบบกองโจรเข้าปะทะกับผู้รุกราน ในขณะที่ญี่ปุ่นได้ปกครองเมืองขนาดใหญ่ พวกเขามีกำลังพลไม่เพียงพอที่จะควบคุมชนบทอันกว้างใหญ่ของแผ่นดินจีนได้ ในช่วงเวลานั้น, กองกำลังคอมมิวนิสต์จีนได้เปิดฉากการรุกตอบโต้กลับในภาคกลางของจีน ในขณะที่กองกำลังชาตินิยมจีนได้เปิดฉากการรุกขนาดใหญ่ในช่วงฤดูหนาว

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ. 1941 ญี่ปุ่นได้โจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ และวันต่อมาสหรัฐอเมริกาได้ประกาศสงครามกับญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาได้ให้ความช่วยเหลือแก่จีนโดยการขนส่งวัสดุผ่านทางอากาศเหนือเทือกเขาหิมาลัย หลังจากฝ่ายสัมพันธมิตรได้พ่ายแพ้ในพม่า เมื่อถนนเส้นสายพม่าถูกปิดกั้น ในปี ค.ศ. 1944 ญี่ปุ่นได้เปิดฉากปฏิบัติการอิชิโก คือการพิชิตเหอหนานและฉางชา อย่างไรก็ตาม, ด้วยความล้มเหลวครั้งนี้ได้นำไปสู่การยอมจำนนต่อกองทัพจีน ในปี ค.ศ. 1945 กองกำลังรบนอกประเทศจีนได้เริ่มต้นด้วยการเข้ารุกในพม่า และเชื่อมโยงกับถนนเลโด (Ledo Road) จากจีนถึงอินเดียได้สำเร็จ ในเวลาเดียวกัน, จีนได้เปิดฉากการรุกตอบโต้กลับขนาดใหญ่ในจีนตอนใต้และยึดเหอหนานตะวันตกและกวางสีคืน

แม้ว่าจะยังคงครอบครองส่วนหนึ่งของแผ่นดินจีนอยู่ ญี่ปุ่นได้ยอมจำนนในที่สุด เมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1945 ต่อกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตร ภายหลังจากการทิ้งระเบิดปรมณูที่เมืองฮิโรชิม่าและนางาซากิและโซเวียตบุกครองแมนจูเรียที่ญี่ปุ่นปกครองอยู่ กองกำลังยึดครองของญี่ปุ่นที่เหลืออยู่ (ยกเว้นแมนจูเรีย) ได้ยอมจำนนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 กันยายน ค.ศ. 1945 ภายหลังจากนั้นต่อมา, ศาลทหารระหว่างประเทศสำหรับตะวันออกไกลได้รวมตัวกัน เมื่อวันที่ 29 เมษายน ค.ศ. 1946 จากการประชุมที่กรุงไคโร เมื่อวันที่ 22-26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1943 ฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่สองได้ตัดสินใจที่จะหยุดยั้งและลงโทษต่อการรุกรานของญี่ปุ่น โดยการส่งคืนดินแดนทั้งหมดที่ญี่ปุ่นยึดครองไปจากจีน รวมถึงแมนจูเรีย เกาะไต้หวัน/ฟอร์โมซา และเกาะเปสกาโดเรส (เผิงหู) แก่จีน และขับไล่ญี่ปุ่นออกจากคาบสมุทรเกาหลี ประเทศจีนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสี่ผู้ยิ่งใหญ่ของฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงสงครามและกลายเป็นหนึ่งในห้าสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

เนื้อหา

เจียงไคเช็คผู้บัญชาการทหารสูงสุดของจีนเป็นผู้วางแนวรบป้องกันการรุกรานของญี่ปุ่น

สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่ง

ความเป็นมาของสงครามจีน–ญี่ปุ่นครั้งที่สอง สามารถมองย้อนหลังกลับไปเมื่อครั้งสมัย สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่ง ระหว่างปี พ.ศ. 2437 - พ.ศ. 2438

ซึ่งประเทศจีนในสมัยนั้น ปกครองโดยจักรพรรดิราชวงศ์ชิงตอนปลายถือเป็นช่วงที่ราชวงศ์ชิงตกอยู่ในสภาวะตกต่ำอ่อนแอยิ่งเนื่องจากประสบปัญหาต่อเนื่องจากผลพวงของสงครามฝิ่นกับอังกฤษ ทำให้ผู้คนในประเทศอ่อนแอทั้งจากเหตุการณ์จลาจลภายในประเทศทำให้จีนไม่สามารถพัฒนาประเทศให้เจริญเท่ากับชาติตะวันตกได้เท่าที่ควรทำให้เกิดความล้าหลังทางเศรษฐกิจและการทหารอีกทั้งยังถูกรุมเร้ากับภัยจากลัทธิจักรวรรดินิยมภายนอกประเทศ จนประเทศจีนถูกขนานนามว่าเป็น ขี้โรคแห่งเอเชีย อย่างดูถูกในขณะนั้น

ขณะเดียวกันในประเทศญี่ปุ่นมีการปฏิรูปเมจิ โดยจักรพรรดิเมจิ ทำให้สามารถรวบรวมอำนาจภายในประเทศให้เป็นปึกแผ่น อันเป็นผลทำให้ญี่ปุ่นสามารถปฏิรูปประเทศให้ทันสมัยทางด้านเศรษฐกิจและการทหารแบบตะวันตกและมีประสิทธิภาพ เมื่อญี่ปุ่นเจริญขึ้นจึงหันมาใช้นโยบายขยายอิทธิพลแบบจักรวรรดินิยมและลัทธิล่าอาณานิคม จึงหันมายึดครองเกาหลีและเข้ารุกรานประเทศจีน เป็นการเปิดฉากสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่ง ประเทศจีนนำโดยราชวงศ์ชิงต้องพ่ายแพ้สงครามแก่ประเทศญี่ปุ่น จึงจำต้องทำสนธิสัญญาชิโมะโนะเซะกิ อันเป็นสนธิสัญญาไม่เป็นธรรม ซึ่งมีผลบังคับให้จีนต้องยกดินแดนเผิงหูและคาบสมุทรเหลียวตงให้แก่ญี่ปุ่น และต้องรับรองเอกราชแก่เกาหลี จากเหตุการณ์นี้ทำให้ราชวงศ์ชิงต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตกต่ำอย่างยิ่ง

สาธารณรัฐจีน

ดูบทความหลักที่: สาธารณรัฐจีน (2455-2492)

ความคับแค้นไม่พอใจต่อราชวงศ์ชิงทำให้ชาวจีนจำนวนมากต้องการกอบกู้ศักดิ์ศรีของประเทศและลุกฮือขึ้นเปลี่ยนแปลงการปกครองจนทำให้เกิดขบวนการถงเหมิงฮุ่ย มี ดร.ซุน ยัตเซ็น เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวเกิดเหตุการณ์การปฏิวัติซินไฮ่ อันเป็นการล้มล้างราชวงศ์ชิง ทำให้ประเทศจีนได้เปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ และได้สถาปนาสาธารณรัฐจีนขึ้น อย่างไรก็ตามสาธารณรัฐใหม่ก็ยังคงมีความอ่อนแอกว่าสมัยก่อน ทั้งปัญหาการแย่งชิงอำนาจของขุนศึกท้องถิ่นผู้มีอำนาจ ทำให้การพยายามที่จะรวบรวมประเทศให้เป็นปึกแผ่น การขับไล่ลัทธิจักรจรรดินิยมออกไปจากจีนเป็นเรื่องที่ยากลำบาก ทำให้ขุนศึกบางคนต้องใช้นโยบายใกล้ชิดกับต่างชาติ ตัวอย่างเช่น ขุนศึก จาง จัวหลิน แห่งแมนจูเรีย ได้ร่วมมือกับญี่ปุ่น ในเรื่องความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ และทางทหาร

การคุกคามประเทศจีนของญี่ปุ่น

ความต้องการ 21 ประการ

ในปี พ.ศ. 2458 ญี่ปุ่นได้ประกาศความต้องการ 21 ประการ ในการรีดบังคับทั้งในเรื่องการเมืองและสิทธิประโยชน์ทางการค้าจากจีน ภายหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ญี่ปุ่นได้เข้ายึดดินแดนเขตอิทธิพลของจักรวรรดิเยอรมันในเขตมณฑลชานตง ทำให้เกิดกระแสการต่อต้านญี่ปุ่นขึ้นในแผ่นดินจีน แต่กระนั้นรัฐบาลจีนในขณะนั้น ยังคงแตกความร่วมมือกันอยู่ จึงทำให้ไม่สามารถต้านทานการบุกรุกล้ำดินแดนของญี่ปุ่นได้ เพื่อเป็นการรวบรวมจีนและกำจัดเหล่าขุนศึกตามท้องถิ่นให้หมดสิ้นไป พรรคก๊กมินตั๋งซึ่งมีฐานอยู่ที่เมืองกวางโจว ได้ก่อตั้งกองทัพปฏิวัติแห่งชาติ ออกเดินทางไกลขึ้นเหนือ

วิกฤตการณ์จี๋หนาน

ในปี พ.ศ. 2469 – พ.ศ. 2471 พรรคก๊กมินตั๋งและกองทัพปฏิวัติแห่งชาติ ได้ปราบปรามขยายขอบเขตอิทธิพลกระทั่งประชิดดินแดนชานตง ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของขุนนศึก จาง จงชาน ผู้ได้รับการช่วยเหลือจากญี่ปุ่น กองทัพปฏิวัติแห่งชาติถูกต่อต้านอย่างหนักจากกองทัพของจาง จงชาน ที่เมืองจี๋หนาน ในปี พ.ศ. 2471 เหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า “วิกฤตการณ์จี๋หนาน” สุดท้ายพรรคก๊กมินตั๋งและกองทัพปฏิวัติแห่งชาติต้องล่าถอยออกมาจากจี๋หนาน

ในปีเดียวกัน จาง จัวหลิน ถูกลอบสังหารหลังได้รับการช่วยเหลือจากญี่ปุ่นไม่นาน จากนั้นบุตรชายของเขา จาง เฉวเหลียง ได้เข้าครอบครองดินแดนแมนจูเรียต่อจากบิดาทันที ประกาศยกเลิกการขอรับความช่วยเหลือจากญี่ปุ่น และประกาศยอมเข้าสวามิภักดิ์ต่อพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งในขณะนั้นนำโดย เจียง ไคเชก อันเป็นผลทำให้พรรคก๊กมินตั๋งสามารถรวบรวมดินแดนประเทศจีนได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2481

อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2473 ได้เกิดเหตุการณ์จลาจลระหว่างขุนศึกผู้ที่เคยร่วมมือกับพรรคก๊กมินตั๋งในระหว่างการเดินทางไกลขึ้นเหนือ กับรัฐบาลกลางของเจียง ไคเช็ก ยกตัวอย่างเช่น พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) ได้ก่อการจลาจลต่อรัฐบาลกลาง ภายหลังเหตุการณ์การสังหารหมู่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ในปี พ.ศ. 2470 ดังนั้นรัฐบาลกลาง จึงได้พยายามเบี่ยงเบนความสนใจในเรื่องความไม่สงบภายในประเทศ โดยได้ประกาศ “นโยบายสงบภายในก่อนที่จะต้านทานภายนอก”

ญี่ปุ่นเริ่มการรุกรานแมนจูเรียและการแทรกแซงในจีน

กองทัพคันโตขณะเดินทางเข้ายึดเมืองเสิ่นหยางในเหตุการณ์กรณีมุกเดน

สถานการณ์ความวุ่นวายภายในของจีนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นสามารถดำเนินนโยบายรุกรานแมนจูเรียได้โดยสะดวก ญี่ปุ่นเล็งเห็นผลประโยชน์ในดินแดนแมนจูเรียหลายประการ เช่น ดินแดนแมนจูเรียมีทรัพยากรทางธรรมชาติและวัตถุดิบทางอุตสาหกรรมมหาศาล และสามารถเป็นแหล่งกระจายสินค้าของญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นรัฐกันชนระหว่างญี่ปุ่นกับดินแดนไซบีเรียของสหภาพโซเวียต

การแผ่ขยายดินแดนของจักรวรรดิญี่ปุ่น
*เกาะญี่ปุ่นและดินแดนยึดครองอื่น ๆ (สีแดงส้ม)
*ดินแดนแมนจูเรีย (สีเขียว)
*สาธารณรัฐจีน (สีเหลืองครีม)
ดินแดนยึดครองของญี่ปุ่นช่วงต้นสงคราม แสดงดินแดนแมนจูเรีย (ซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นแมนจูกัว)และเกาหลีภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น (สีชมพู)

ญี่ปุ่นจึงเริ่มรุกรานดินแดนแมนจูเรียอย่างเปิดเผยภายหลังกรณีมุกเดน ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2474 หลังจากการประทะกันนาน 5 เดือน ญี่ปุ่นได้จัดตั้งรัฐหุ่นเชิดแมนจูกัวขึ้น โดยอัญเชิญจักรพรรดิปูยี อดีตจักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ชิง เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินและจักรพรรดิแต่เพียงในนาม แต่รัฐบาลจีนไม่ให้การยอมรับรับรองดินแดนหุ่นเชิดดังกล่าว เมื่อไม่สามารถตอบโต้ทางทหารได้ จีนจึงร้องเรียนขอความช่วยเหลือไปยังสันนิบาตชาติให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้ง

สันนิบาตชาติดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและออกแถลงการณ์ลิตตัน เพื่อประณามการกระทำของญี่ปุ่นในการรุกรานแมนจูเรีย แต่ญี่ปุ่นกลับไม่รับผิดชอบต่อการรุกรานทางทหารต่อแมนจูเรียและกลับขอถอนตัวออกจากสันนิบาตชาติโดยสิ้นเชิง แต่ก็ยังไม่มีชาติใดกล้าดำเนินนโนบายตอบโต้ทางทหารอย่างชัดเจนกับญี่ปุ่น

แผนที่แสดงเขตการยึดครองประเทศจีนของจักรวรรดิญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1940 ดินแดนที่ถูกยึดครองโดยกองทัพญี่ปุ่นแสดงอาณาเขต (สีแดงชมพู)
ส่วนบริเวณที่เหลือคือเขตที่อยู่ภายใต้การป้องกันของสาธารณรัฐจีน แสดงอาณาเขต (สีขาว)

ภายหลังจากกรณีมุกเดน เกิดการประทะกันอย่างต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2475 กำลังทหารของจีนและญี่ปุ่นได้เปิดการประทะกันในกรณี 28 มกราคม ผลจากการประทะกันครั้งนี้ได้เกิดการจัดตั้งเขตปลอดทหารเซี่ยงไฮ้ขึ้น ทำให้ทางกองทัพจีนไม่สามารถคงกำลังทหารไว้ในเมืองเซี่ยงไฮ้ของตนเองได้ ทางด้านแมนจูกัวญี่ปุ่นพยายามดำเนินตามนโยบายของตนในการทำลายกองกำลังอาสาสมัครต่อต้านญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นและกระจายเป็นวงกว้าง

ในปี พ.ศ. 2476 ญี่ปุ่นเข้าโจมตีบริเวณกำแพงเมืองจีน หลังจากนั้นได้มีการเจรจาพักรบตางกู ให้อำนาจญี่ปุ่นมีเหนือดินแดนเร่อเหอ อีกทั้งยังจัดตั้งเขตปลอดทหารบริเวณกำแพงเมืองจีนกับเมืองปักกิ่ง - เทียนจิน ในจุดนี้ญี่ปุ่นพยายามจะจัดตั้งรัฐหุ่นเชิดขึ้นอีกหนึ่งแห่งระหว่างดินแดนแมนจูกัวกับดินแดนของคณะรัฐบาลแห่งชาติจีนที่มีฐานบัญชาการอยู่ที่นานกิง

ญี่ปุ่นพยายามยุยงให้มีความแตกแยกภายในกันเองของจีน เพื่อเป็นการบั่นทอนกำลังทหารของจีนให้อ่อนแอลง ซึ่งญี่ปุ่นทราบจุดอ่อนของรัฐบาลจีนคณะชาติดีว่า ภายหลังการเดินการขึ้นเหนือของคณะรัฐบาลแห่งชาติจีน อำนาจการปกครองประเทศของรัฐบาลแห่งชาตินั้นจำกัดอยู่เฉพาะในดินแดนบริเวณลุ่มแม่น้ำแยงซีเท่านั้น หากแต่ดินแดนในส่วนอื่นนั้นยังตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเหล่าขุนศึกท้องถิ่นอยู่ ญี่ปุ่นจึงพยายามผูกไมตรีและให้ความช่วยเหลือแก่เหล่าขุนศึกท้องถิ่นในการจัดตั้งรัฐอิสระขึ้นโดยให้เป็นไมตรีกับญี่ปุ่น ดินแดนเหล่านี้ได้แก่ ฉาเห่ย์ สุยหย่วน เหอเป่ย์ ซานซี และซานตง

นโยบายของญี่ปุ่นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในดินแดนที่ปัจจุบันคือบริเวณมองโกเลียในและมณฑลเหอเป่ย์ ในปี พ.ศ. 2478 ญี่ปุ่นกดดันให้รัฐบาลจีนยอมลงนามในข้อตกลงเหอ-อุเมะซุ ซึ่งมีเนื้อหาห้ามมิให้รัฐบาลก็กมินตั๋งเข้าไปมีอำนาจปกครองในมณฑลเหอเป่ย์ ในปีเดียวกันจีนจำต้องลงนามในข้อตกลงชิน-โดะอิฮะระอีกฉบับหนึ่ง เป็นการกำจัดอำนาจของรัฐบาลก็กมินตั๋งออกจากฉาเห่ย์ ด้วยเหตุนี้ นับตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2478 เป็นต้นมา รัฐบาลแห่งชาติจีนจึงไม่มีอำนาจปกครองเหนือดินแดนดังกล่าวอีกต่อไป ญี่ปุ่นได้สนับสนุนให้มีการจัดตั้งสภาปกครองตนเองเหอเป่ย์ตะวันออกขึ้น ซึ่งต่อมาทางการญี่ปุ่นได้เปลี่ยนสถานะการปกครองใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็นเหม่งเจียงเป็นรัฐหุ่นเชิดแห่งที่สองโดยได้ส่งเจ้าชายมองโกลเดมชูงดอมรอปช์ไปปกครองและให้การสนับสนุนด้านการทหารและเศรษฐกิจ ทางด้านจีนได้มีการจัดตั้งกองอาสาสมัครต่อต้านญี่ปุ่นขึ้น ญี่ปุ่นจึงเริ่มเข้ารุกรานแมนจูเรียและในฉาเห่ย์ สุยหย่วน

การรุกรานจีนอย่างเต็มตัว

ประชาชนจีนจำนวนมากในนานกิงเสียชีวิตจากการโจมตีของญี่ปุ่น
เจียงไคเช็กปราศรัยโจมตีคว่ำบาตรสินค้าญี่ปุ่นและอ่านคำประกาศสงครามต่อญี่ปุ่นหลังจากเหตุการณ์ ณ สะพานมาร์โค โปโล

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ส่วนมากได้ระบุจุดเริ่มต้นของสงครามจีนญี่ปุ่นครั้งที่สองเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 1937 ตั้งแต่เหตุการณ์สะพานมาร์โคโปโล เมื่อสงครามรุนแรงเกิดขึ้นเมื่อเมืองปักกิ่งถูกโจมตีโดยกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นเนื่องจากกองทัพภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีนที่มีการรับมือแบบไม่มีประสิทธิภาพทำให้ญี่ปุ่นเข้ายึดเมืองเป่ยผิงและเทียนจินอย่างง่ายดาย

ศูนย์กองบัญชาการกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นในโตเกียวได้เริ่มลังเลถึงการขยายความขัดแย้งที่เข้าสู่สงครามเต็มตัวเป็นความเห็นด้วยที่มีชัยชนะเกิดขึ้นได้ในภาคเหนือของจีนต่อไปนี้เหตุการณ์สะพานมาร์โคโปโล อย่างไรก็ตามรัฐบาลกลางจีนได้กำหนดว่า "จุดแตกหัก" ของการรุกรานของญี่ปุ่นได้รับถึงและ เจียงไคเชกได้ระดมกองทัพอย่างรวดเร็วของรัฐบาลกลางและได้เริ่มการพัฒนากองทัพอากาศจีนคณะชาติภายใต้คำสั่งโดยตรงของเขาในการโจมตีกองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่นในเซี่ยงไฮ้เมื่อ 13 สิงหาคม 1937 ซึ่งนำไปสู่การยุทธการเมืองเซี่ยงไฮ้กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นที่มีการระดมกำลังทหารกว่า 200,000 ควบคู่กับกองเรือและเครื่องบินจำนวนมากในการยึดเซี่ยงไฮ้หลังจากเกินสามเดือนของการต่อสู้ที่รุนแรงกับความสูญเสียที่ไกลเกินความคาดหวังตั้งแต่เริ่มต้นทำให้สร้างความยากลำบากในการที่จะยึดเซี่ยงไฮ้. กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นได้เข้ายึดเมืองนานกิงเมืองหลวงของรัฐบาลกลางจีนและส่านซีตอนเหนือโดยปลายปี ค.ศ. 1937 ในสงครามที่เกี่ยวข้องกับทหารจำนวน 350,000 คนของญี่ปุ่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารของแมนจูกัว

นักประวัติศาสตร์ได้ประมาณการชาวจีนถึง 300,000 คนที่ถูกสังหารหมู่ในการสังหารหมู่นานกิงซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการล่มสลายของเมืองนานกิง ในวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 1937 ในขณะที่นักประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นบางคนได้แก้ไขปรับปรุงประวัติศาสตร์ซึ่งได้ปฏิเสธการสังหารหมู่ของญี่ปุ่น

กองทัพปฏิวัติชาติ

ทหารของกองทัพปฏิวัติจีนคณะชาติ

กองทัพปฏิวัติชาติมีเจียงไคเช็กเป็นผู้บัญชาการสูงสุด กองทัพปฏิวัติชาติเป็นที่รับรู้ว่าเป็นกองกำลังติดอาวุธแบบครบวงจรของจีนในช่วงสงคราม กองทัพปฏิวัติชาติประกอบด้วยทหารประมาณ 4,300,000 นาย มี 370 กองพล (จีนตัวย่อ:正式师; จีนตัวเต็ม:正式師), 46 กองพลใหม่ (จีนตัวย่อ:新编师; จีนตัวเต็ม:新編師), 12 กองพลทหารม้า (จีนตัวย่อ:骑兵师; จีนตัวเต็ม:騎兵師), 8 กองพลทหารม้าใหม่ (จีนตัวย่อ:新编骑兵师; จีนตัวเต็ม:新編騎兵師), 66 กองพลชั่วคราว (จีนตัวย่อ:暂编师; จีนตัวเต็ม:暫編師), และ 13 กองพลสำรอง (จีนตัวย่อ:预备师; จีนตัวเต็ม:預備師), รวมทั้งสิ้น 515 หน่วย

แต่หลายกองพลเกิดจากการรวมกันของสองกองพลหรือมากกว่า จำนวนทหารในแต่ละกองพลมีประมาณ 4,000-5,000 นาย กำลังพลของกองทัพจีนคณะชาติถ้าเทียบกับกองพลญี่ปุ่นแล้วมีจำนวนใกล้เคียงกัน แต่เนื่องจากกองทัพจีนคณะชาตินั้นขาดแคลนด้านปืนใหญ่, อาวุธหนัก, และยานยนต์ที่ใช้ขนส่งกำลังพล ทำให้ 4 กองพลของจีนคณะชาติมีอำนาจในการรบเท่ากับ 1 กองพลของกองทัพญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีปัญหาในการบริหารและควบคุมกองทัพอีกด้วย เนื่องจากอำนาจในการควบคุมไม่เป็นระบบ สื่อข่าวกรอง, การส่งกำลังบำรุงในการทหาร, การสื่อสาร, และการพยาบาลนั้นถือว่าย่ำแย่ อำนาจควบคุมกองทัพจีนคณะชาตินั้นแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือ กองทัพกลาง ซึ่งเป็นการรวมตัวของกองพลที่ฝึกในโรงเรียนทหาร ฮ่วมปั่ว ซึ่งเป็นกองพลที่จงรักภักดีต่อเจียงไคเช็ค กลุ่มที่สองคือ กองทัพรวม เป็นการรวมตัวของกองพลที่บัญชาการโดยแม่ทัพของมณฑลต่าง ๆ

หลังจากบทเรียนความพ่ายแพ้ของจีนในการรุกรานแมนจูเรียของญี่ปุ่น ทำให้พรรคก๊กมินตั๋งไม่นิ่งนอนใจต่อการคุกคามของญี่ปุ่นอีกต่อไป กองทัพปฏิวัติชาติได้พยายามก่อตั้งกองทัพขนาดใหญ่โดยซื้ออาวุธจากเยอรมันและทำการฝึกทหารใหม่ จัดซื้ออาวุธใหม่ ๆ เข้าประจำในกองทัพ กองทัพปฏิวัติชาติขยายกำลังพลอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลาไม่กี่ปีก็มีจำนวนทหารส่วนใหญ่ได้รับการฝึกแบบกองทัพเยอรมัน มีการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญหรือนักการทหารกับเยอรมันอย่างต่อเนื่อง

กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น

ดูบทความหลักที่: กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น
ทหารของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น

กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นมีกำลังพลประมาณ 3,200,000 นาย ส่วนใหญ่ประจำการอยู่ที่ประเทศจีนมากกว่าที่สมรภูมิแปซิฟิค จำนวนทหารในแต่ละกองพลมีประมาณ 20,000 นาย มี 51 กองพล ซึ่ง 35 กองพลประจำการอยู่ที่จีน และ 39 กองพลน้อย คิดเป็น 80% ของกำลังพลทั้งหมดของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีหน่วยพิเศษด้านปืนใหญ่, ทหารม้า, ต่อต้านอากาศยาน, และยานเกราะ เมื่อเทียบกับกองทัพจีนคณะชาติ ทหารกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นมียุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่า ทหารมีประสบการณ์ในการรบมากกว่า และมีแผนการรบที่เหนือกว่าในช่วงต้นของสงคราม

ในช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่ประจำการอยู่ที่จีน แต่ในปี ค.ศ. 1942 ได้เริ่มส่งทหารไปประจำการที่ฮ่องกง, ฟิลิปปิน, ไทย, พม่า, หมู่เกาะอินเดียตะวันออกของดัตช์, และ มาลายา เพื่อขยายอิทธิพลยึดครองภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกแต่ละประเทศที่บุกยึดได้ก็จะ ต้องคอยส่งเสบียง และ ช่วยในการผลิตอาวุธ รวมถึงการเกณฑ์ผู้คนและเชลยศึกไปเป็นแรงงานในการสร้างค่ายทหาร,สร้าง ถนน,สร้างทางรถไฟ เพื่อสะดวกในการขนเสบียงและอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ไปแนวหน้า ส่วนพวกผู้หญิงก็จะถูกจับตัวไปเป็นนางบำเรอของทหารญี่ปุ่น.

รายการต่อไปนี้แสดงถึงการยุทธครั้งสำคัญในสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง ภาพธงที่แสดงด้านหน้าหมายถึงฝ่ายที่ได้รับชัยชนะ

ในประเทศจีน

  • ภาพยนตร์เรื่อง บนภูเขาไท่หาง (จีน:太行山上), (อังกฤษ:On the Mountain of Tai Hang) เป็นภาพยนตร์สงครามที่สร้างในปี ค.ศ. 2005 เกี่ยวกับสงครามระหว่างจีนและญี่ปุ่นซึ่งในระหว่างที่กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นรุกรานประเทศจีนในช่วงแรกนั้นรัฐบางสาธารณรัฐจีนที่ปกครองโดยพรรคก๊กมินตั๋ง (จีนคณะชาติ) ได้ทำการต่อต้านรับมือการรุกรานของญี่ปุ่นแต่ประสบความล้มเหลว จนฝ่ายพรรคคอมมิวนิสต์จีน กองทัพที่แปดของนายพลจูเต๋อได้ไปตั้งหลักที่ภูเขาไท่หางและทำสงครามกองโจรกับญี่ปุ่นจนได้รับชัยชนะในที่สุด

ภาพยนตร์ตีแผ่เกี่ยวกับอาชญากรสงครามของญี่ปุ่น

  • ภาพยนตร์เรื่อง Black Sun: The Nanking Massacre สะท้อนถึงเหตุการณ์ของการสังหารหมู่นานกิงโดยกองทัพญี่ปุ่น
  • ภาพยนตร์เรื่อง Don't Cry, Nanking หรือ สงครามอำมหิตปิดตาโลก เป็นภาพยนตร์ปี ค.ศ. 1995 บอกเล่าเรื่องราวความอำมหิตของกองทัพญี่ปุ่นที่กระทำต่อชาวนานกิงในช่วงปี ค.ศ. 1937 จนกลายเป็นหนึ่งในโศกนาฎกรรมของโลก โดยเล่าผ่านชีวิตครอบครัวของแพทย์ชาวจีนกับภรรยาตั้งครรภ์ชาวญี่ปุ่นพร้อมลูกสาวที่เดินทางกลับมายังเมืองนานกิง ก่อนจะพบว่าบ้านเมืองได้ถูกยึดครองทำลายและฆ่าล้างอย่างโหดร้ายโดยกองทัพญี่ปุ่น
  • ภาพยนตร์เรื่อง จับคนมาทำเชื้อโรค หรือ Men Behind the Sun ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ปี ค.ศ. 1988 เกี่ยวกับค่ายทดลองมนุษย์หน่วย 731 ของจักรวรรดิญี่ปุ่น บริเวณดินแดนแมนจูกัวโดยอาศัยชาวจีนที่เคราะห์ร้ายมาทำการทดลองมนุษย์เพื่อวิจัยอาวุธอย่างโหดร้าย

ในประเทศญี่ปุ่น

  • ภาพยนตร์เรื่อง เซ็นโซโตะนิงเง็น (戦争と人間) เป็นภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่นได้จัดทำขึ้นมาเอง เนื้อเรื่องสะท้อนเหตุการณ์ของสงครามจากมุมมองฝ่ายญี่ปุ่นถึงความโหดร้ายของการกองทัพญี่ปุ่นที่เข้าไปรุกรานประเทศจีนและได้ก่ออาชญากรรมสงครามขึ้น

ประเทศอื่น ๆ

  • นวนิยายไทยเรื่อง ลอดลายมังกร ว่าด้วยเรื่องราวของชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพหนีภัยสงครามในแผ่นดินจีนที่รุกรานโดยกองทัพญี่ปุ่นมาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย
  1. Taylor, Jay, The Generalissimo, p.645.
  2. Chung Wu Taipei "History of the Sino-Japanese war (1937-1945)" 1972 pp 535
  3. Jowett, Phillip, Rays of the Rising Sun, หน้า 72.
  4. Clodfelter, Michael "Warfare and Armed Conflicts: A Statistical Reference", Vol. 2, pp. 956.
  5. Huang, Zheping; Huang, Zheping. . Quartz (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ2019-04-08.
  6. Ferris, John; Mawdsley, Evan (2015). The Cambridge History of the Second World War, Volume I: Fighting the War (ภาษาอังกฤษ). Cambridge: Cambridge University Press.CS1 maint: ref=harv (link)
  7. Förster & Gessler 2005, p. 64.
  8. Bix, Herbert P. (1992), "The Showa Emperor's 'Monologue' and the Problem of War Responsibility", Journal of Japanese Studies, 18 (2): 295–363, doi:
  9. Hotta, E. (25 December 2007). . Palgrave Macmillan US. p. 40. ISBN 978-0-230-60992-1.
  10. Paine, S. C. M. (20 August 2012). . Cambridge University Press. p. 123. ISBN 978-1-139-56087-0.
  11. . Harvard University Asia Center.
  12. Mitter, Rana (2014). . Mariner Books. ISBN 978-0-544-33450-2.
  13. Brinkley, Douglas. . สืบค้นเมื่อ1 September 2015.
  14. , คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ มิถุนายน 20, 2012, สืบค้นเมื่อ กันยายน 1, 2015Unknown parameter |dead-url= ignored (help)
  15. Wilson, Dick, When Tigers Fight: The story of the Sino-Japanese War, 1937-1945, p.5
  16. Wilson, Dick, p.4
  17. . Time magazine. 13 August 1923.Italic or bold markup not allowed in: |publisher= (help)
  18. Palmer and Colton, A History of Modern World, p.725
  19. Taylor, Jay, p.57
  20. Taylor, Jay, p.79, p.82
  21. Boorman, Biographical Dictionary, vol.1, p.121
  22. Taylor, Jay, p.83
  23. Fu Jing-hui, An Introduction of Chinese and Foreign History of War, 2003, p.109–111
  • (จีน)/(อังกฤษ)
  • ดูด้านล่างของรายชื่อแผนที่ พ.ศ. 2473
  • , แผนที่จีน มาตราส่วน 1:250,000, Series L500, แผนที่ทหารสหรัฐฯ, พ.ศ. 2497- . แผนที่จีนประหว่างสงคราม.
  • Manchuria 1:250,000, Series L542, แผนที่ทหารสหรัฐฯ, พ.ศ. 2493- . แผนที่ดินแดนแมนจูเรียระหว่างสงคราม.
  • งานศึกษาร่วมสงครามจีน-ญี่ปุ่น, มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด. โครงการเพื่อสืบค้นและขยายการวิจัยเพื่อการพัฒนาความร่วมมือระหว่างนักวิชาการและสถาบันของจีน, ญี่ปุ่น, สหรัฐอเมริกา, และชาติอื่น ๆ
บทความเกี่ยวกับทหาร การทหาร หรืออาวุธนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียได้โดยเพิ่มข้อมูล ดูเพิ่มที่ สถานีย่อย:การทหาร

สงครามจีน–ญี่ปุ่นครั้งที่สอง
สงครามจ, นคร, งท, สอง, วนหน, งของสงครามเเปซ, ภาษาอ, เฝ, าด, แก, ไข, เปล, ยนทางจาก, สงครามจ, นคร, งท, งก, ามภาษา, ในบทความน, ไว, ให, านและผ, วมแก, ไขบทความศ, กษาเพ, มเต, มโดยสะดวก, เน, องจากว, เด, ยภาษาไทยย, งไม, บทความด, งกล, าว, กระน, ควรร, บสร, างเป, นบทความ. sngkhramcin yipunkhrngthisxng swnhnungkhxngsngkhrameepsifik phasaxun efadu aekikh epliynthangcak sngkhramcin yipunkhrngthi 2 lingkkhamphasa inbthkhwamni miiwihphuxanaelaphurwmaekikhbthkhwamsuksaephimetimodysadwk enuxngcakwikiphiediyphasaithyyngimmibthkhwamdngklaw krann khwrribsrangepnbthkhwamodyerwthisud sngkhramcin yipunkhrngthisxng xngkvs Second Sino Japanese War cin 中国抗日战争 yipun 日中戦争 epnkhwamkhdaeyngthangthharthiepnkarsurbhlkrahwangsatharnrthcinaelackrwrrdiyipun tngaetwnthi wnthi 7 krkdakhm kh s 1937 thungwnthi 2 knyayn kh s 1945 cuderimdwyehtukarn n saphanmarokh opolinpi kh s 1937 sungklayepnkhxphiphathrahwangkxngkalngthharcinaelayipunthibanplaycntxngsurbkn aehlngkhxmulbangaehnginsatharnrthprachachncinyukhpccubnidmikarthuxcuderimtnkhxngsngkhramkhuxyipunbukkhrxngaemncueriyinpi kh s 1931 6 sngkhramcin yipunkhrngthisxngepnswnhnungkhxng sngkhramaepsifikiltamcaksayipkhwa phaph 1 kxngthphckrwrrdiyipunichaeksphisekhaocmtithimnthharcin phaph 2 ptibtikarxichiok thharyipunkhnaichpunklhnkithp 92 phaph 3 kxngthphrbnxkpraethskhxngcin inxinediypi kh s 1942 phaph 4 kxngsaksphchawcinthithuksngharinkarsngharhmunanking bnfngaemnachinhwy mithharyipunyunsngektkarnxyuikl phaph 5 ekhruxngbinyipunthakarthingraebidemuxngchngching phaph 6 rngpunklkhxngthharcininyuththkarthixuhnwnthi 7 krkdakhm ph s 2480 2 knyayn ph s 2488 mikarpathaknelknxytngaetwnthi 18 knyayn ph s 2474 8 pi 1 eduxn 3 spdah aela 5 wn sthanthi satharnrthcin satharnrthprachachncininpccubn mxngokeliynxk phmasaehtu ehtukarn n saphanmarokh opolphllphth cinidrbchychnainthanaepnswnhnungkhxngfaysmphnthmitrthiidrbchychnainsngkhramaepsifik karyxmaephxyangimepnthangkarkhxngthharyipunincinaephndinihy imrwmindinaednaemncueriy ekaafxromsaaelaxinodcinfrngessehnuxesnkhnanthi 16 khunip cininthanathiepnhnunginsiphuyingihykhxngfaysmphnthmitridklayepnsmachikthawrkhxngkhnamntrikhwammnkhngaehngshprachachati cuderimtnihmkhxngsngkhramklangemuxngcindinaedn epluyn cinidrbdinaednthiesiyipcakkarthasnthisyyachiomaonaesakiklbkhuncakyipunkhukhdaeyngsatharnrthcin phrrkhkhxmmiwnistcin shrthxemrika 1 shphaphosewiyt ckrwrrdiyipun aemncukw ehmngeciyng thharissukcin3phubychakarhruxphunaeciyngikhechk echin eching hyan sisan hli cngehrin sux hyu ip chngchi tn exnob ehma ecxtng cu etx ephing etxhwy hlin epiyw ocesf stilewll aekhlr li echnnlt xlebirt ewdemeyxr wasili chuykhxf ckrphrrdihiorhiot hiedaki othoc fumimaora okhaonaexa khngxin okhaotahiota mtsuxi xiwaena haciema sungiyama chunorku hata othachiosa nichioxa yasuci oxkhamura xuemasu oyachiciora ckrphrrdipuyi wang cingewykalngthharcin 5 600 000 nay ekhruxngbinshrth 900 la 1 thipruksaaelankbinosewiyt 3600 nay thharyipun 3 900 000 nay 2 thharissukcin 900 000 nay 3 kalngphlsuyesiythharcin rwmthibadecb echly aelasuyhay 3 220 000 nay phlemuxng 17 530 000 khn 4 thharosewiyt 227 nay 5 thharyipun rwmthibadecb echly aelasuyhay 1 100 000 nay1 ineduxnkrkdakhm ph s 2485 kxngbinflayxingithekxridrbkarykradbepnkxngthphxakasshrthkxngbinthi 14 2 shphaphosewiytidihkhwamkhwyehluxthangthharaekcinrahwangpi ph s 2480 thung ph s 2484 3thharswnihymacakpraethsaemncukw sungepnrthbalhunphayitkarkhwbkhumkhxngyipun cinidtxsurbkbyipundwykhwamchwyehluxcakshphaphosewiytaelashrthxemrika phayhlngyipunekhaocmtiephirlharebxrinpi kh s 1941 sngkhramidrwmipthungkhwamkhdaeyngthixun insngkhramolkkhrngthisxng inthanathiepnekhtkhxngaenwrbthisakhythithukeriykwa ekhtsngkhramcin phma xinediy nkwichakarbangkhnidthuxwacuderimtnkhxngsngkhramcin yipunkhrngthisxngxyangetmrupaebbinpi kh s 1937 khuxcuderimtnkhxngsngkhramolkkhrngthisxng 7 8 sngkhramcin yipunkhrngthisxngepnsngkhramkhnadihyinphumiphakhexechiyinstwrrsthi 20 9 mnidmikarthuxwaepnsaehtukhxngkarbadecblmtaykhxngphleruxnaelathharswnihyinsngkhramaepsifik kbrahwangphleruxnchawcincanwn 10 aela 25 lankhnaelabukhlakrthharchawcinaelayipunthikalngikltaykwa 4 lannaycakkhwamrunaerngthiekiywkhxnginsngkhram khwamxdxyak aelasaehtuxun sngkhramepnphlphwngcaknoybayckrwrrdiniymkhxngyipunthimimayawnanhlaythswrrsephuxkhyayxiththiphlthangkaremuxngaelathangthharephuxkhwamplxdphyinkarekhathungaehlngaerwtthudib xahar aelaaerngngan inchwnghlngsngkhramolkkhrngthihnung namasungkarephimkhwamtungekhriydihkbkarpkkhrxngkhxngyipun nkkaremuxngfaysaytxngkarthicamisiththiinkarxxkesiyngkareluxktngthwipaelasiththipraoychnthimakkhunsahrbaerngngan karephimphlphlitsingthxcakorngthxphacinepnkarsngphlkrathbtxkarphlitkhxngyipun dwyphawaesrsthkictktakhrngihythaihkarsngxxksinkhachalxtwlngxyangmak ehtukarnthnghmdniidsnbsnunaekfaythharchatiniym sungthaythisuddwykarkawkhunsuxanackhxngklumthharniymlththifassist klumnixyuphayitkarnaodyhiedki othoc khnarthmntrikhxngsmakhmihkhwamchwyehluxkarpkkhrxngckrwrrdi Imperial Rule Assistance Association phayitphrabrmrachoxngkarkhxngsmedcphrackrphrrdihiorahiota inpi kh s 1931 krnimukednidchwycudchnwndwyyipunbukkhrxngaemncueriy faycintxngphbkhwamprachyaelayipunidkxtngrthhunechidkhunmaihm hmnocwkw nkprawtisastrhlaykhnidklawxangwa pi kh s 1931 epncuderimtnkhxngsngkhram 10 11 12 mummxngehlaniidrbkarrbrxngodyrthbalsatharnrthprachachncin tngaetpi kh s 1931 thung kh s 1937 cinaelayipunyngkhngtxsurbknxyangtxenuxnginkarrbthicakdwng thithukeriykwa ehtukarn inchwngaerk yipunidrbchychnakhrngihy idekhayudkhrxngthngemuxngesiyngihaelaemuxnghlwngkhxngcinkhuxnankinginpi kh s 1937 phayhlngcakkhwamlmehlwinkarhyudyngyipuninyuththkarthixuhn rthbalklangkhxngcinidyayipyngchngching cungking inswnphayinkhxngpraethscin inpi kh s 1939 phayhlngcakcinidrbchychnainchangchaaelakwangsi aeladwyesnsaykarsuxsarkhxngyipunthikhyaylukekhaipinswnphayinpraethscin sngkhramidthaihekidcnmum yipunyngimsamarthexachnakxngthphkhxmmiwnistcinidinsansi sungiddaeninkarthphdwykarkxwinaskrrmaelarbaebbkxngocrekhapathakbphurukran inkhnathiyipunidpkkhrxngemuxngkhnadihy phwkekhamikalngphlimephiyngphxthicakhwbkhumchnbthxnkwangihykhxngaephndincinid inchwngewlann kxngkalngkhxmmiwnistcinidepidchakkarruktxbotklbinphakhklangkhxngcin inkhnathikxngkalngchatiniymcinidepidchakkarrukkhnadihyinchwngvduhnaw emuxwnthi 7 thnwakhm kh s 1941 yipunidocmtiephirlharebxr aelawntxmashrthxemrikaidprakassngkhramkbyipun shrthxemrikaidihkhwamchwyehluxaekcinodykarkhnsngwsduphanthangxakasehnuxethuxkekhahimaly hlngcakfaysmphnthmitridphayaephinphma emuxthnnesnsayphmathukpidkn inpi kh s 1944 yipunidepidchakptibtikarxichiok khuxkarphichitehxhnanaelachangcha xyangirktam dwykhwamlmehlwkhrngniidnaipsukaryxmcanntxkxngthphcin inpi kh s 1945 kxngkalngrbnxkpraethsciniderimtndwykarekharukinphma aelaechuxmoyngkbthnnelod Ledo Road cakcinthungxinediyidsaerc inewlaediywkn cinidepidchakkarruktxbotklbkhnadihyincintxnitaelayudehxhnantawntkaelakwangsikhun aemwacayngkhngkhrxbkhrxngswnhnungkhxngaephndincinxyu yipunidyxmcanninthisud emuxwnthi 2 knyayn kh s 1945 txkxngthphfaysmphnthmitr phayhlngcakkarthingraebidprmnuthiemuxnghiorchimaaelanangasakiaelaosewiytbukkhrxngaemncueriythiyipunpkkhrxngxyu kxngkalngyudkhrxngkhxngyipunthiehluxxyu ykewnaemncueriy idyxmcannxyangepnthangkar emuxwnthi 9 knyayn kh s 1945 phayhlngcaknntxma salthharrahwangpraethssahrbtawnxxkiklidrwmtwkn emuxwnthi 29 emsayn kh s 1946 cakkarprachumthikrungikhor emuxwnthi 22 26 phvscikayn kh s 1943 faysmphnthmitrinsngkhramolkkhrngthisxngidtdsinicthicahyudyngaelalngothstxkarrukrankhxngyipun odykarsngkhundinaednthnghmdthiyipunyudkhrxngipcakcin rwmthungaemncueriy ekaaithwn fxromsa aelaekaaepskaoders ephinghu aekcin aelakhbilyipunxxkcakkhabsmuthrekahli praethscinidrbkaryxmrbwaepnhnunginsiphuyingihykhxngfaysmphnthmitrinchwngsngkhramaelaklayepnhnunginhasmachikthawrkhxngkhnamntrikhwammnkhngaehngshprachachati 13 14 15 enuxha 1 phumihlng 1 1 sngkhramcin yipunkhrngthihnung 1 2 satharnrthcin 1 3 karkhukkhampraethscinkhxngyipun 1 3 1 khwamtxngkar 21 prakar 1 3 2 wikvtkarncihnan 2 mulehtukhxngsngkhram 2 1 yipunerimkarrukranaemncueriyaelakaraethrkaesngincin 2 2 karrukrancinxyangetmtw 3 kxngkalngepriybethiyb 3 1 kxngthphptiwtichati 3 2 kxngthphckrwrrdiyipun 4 karyuththkhrngsakhyinsngkhramcin yipunkhrngthisxng 5 wthnthrrmsmyniym 5 1 inpraethscin 5 2 inpraethsyipun 5 3 praethsxun 6 xangxing 7 aehlngkhxmulxunphumihlng aekikh eciyngikhechkhphubychakarthharsungsudkhxngcinepnphuwangaenwrbpxngknkarrukrankhxngyipun sngkhramcin yipunkhrngthihnung aekikh dubthkhwamhlkthi sngkhramcin yipunkhrngthihnung khwamepnmakhxngsngkhramcin yipunkhrngthisxng samarthmxngyxnhlngklbipemuxkhrngsmy sngkhramcin yipunkhrngthihnung rahwangpi ph s 2437 ph s 2438 sungpraethscininsmynn pkkhrxngodyckrphrrdirachwngschingtxnplaythuxepnchwngthirachwngschingtkxyuinsphawatktaxxnaexyingenuxngcakprasbpyhatxenuxngcakphlphwngkhxngsngkhramfinkbxngkvs thaihphukhninpraethsxxnaexthngcakehtukarnclaclphayinpraethsthaihcinimsamarthphthnapraethsihecriyethakbchatitawntkidethathikhwrthaihekidkhwamlahlngthangesrsthkicaelakarthharxikthngyngthukrumerakbphycaklththickrwrrdiniymphaynxkpraeths cnpraethscinthukkhnannamwaepn khiorkhaehngexechiy xyangduthukinkhnann khnaediywkninpraethsyipunmikarptirupemci odyckrphrrdiemci thaihsamarthrwbrwmxanacphayinpraethsihepnpukaephn xnepnphlthaihyipunsamarthptiruppraethsihthnsmythangdanesrsthkicaelakarthharaebbtawntkaelamiprasiththiphaph emuxyipunecriykhuncunghnmaichnoybaykhyayxiththiphlaebbckrwrrdiniymaelalththilaxananikhm cunghnmayudkhrxngekahliaelaekharukranpraethscin epnkarepidchaksngkhramcin yipunkhrngthihnung praethscinnaodyrachwngschingtxngphayaephsngkhramaekpraethsyipun cungcatxngthasnthisyyachiomaonaesaki xnepnsnthisyyaimepnthrrm sungmiphlbngkhbihcintxngykdinaednephinghuaelakhabsmuthrehliywtngihaekyipun aelatxngrbrxngexkrachaekekahli cakehtukarnnithaihrachwngschingtxngtkxyuinsthankarnthitktaxyangying 16 satharnrthcin aekikh dubthkhwamhlkthi satharnrthcin 2455 2492 khwamkhbaekhnimphxictxrachwngschingthaihchawcincanwnmaktxngkarkxbkuskdisrikhxngpraethsaelalukhuxkhunepliynaeplngkarpkkhrxngcnthaihekidkhbwnkarthngehminghuy mi dr sun ytesn epnphunakarekhluxnihwekidehtukarnkarptiwtisinih xnepnkarlmlangrachwngsching thaihpraethscinidepliynaeplngkarpkkhrxngsurabxbprachathipityaebbsatharnrth aelaidsthapnasatharnrthcinkhun xyangirktamsatharnrthihmkyngkhngmikhwamxxnaexkwasmykxn thngpyhakaraeyngchingxanackhxngkhunsukthxngthinphumixanac thaihkarphyayamthicarwbrwmpraethsihepnpukaephn karkhbillththickrcrrdiniymxxkipcakcinepneruxngthiyaklabak 17 thaihkhunsukbangkhntxngichnoybayiklchidkbtangchati twxyangechn khunsuk cang cwhlin aehngaemncueriy idrwmmuxkbyipun ineruxngkhwamchwyehluxthangesrsthkic aelathangthhar 18 karkhukkhampraethscinkhxngyipun aekikh khwamtxngkar 21 prakar aekikh inpi ph s 2458 yipunidprakaskhwamtxngkar 21 prakar inkarridbngkhbthngineruxngkaremuxngaelasiththipraoychnthangkarkhacakcin phayhlngsngkhramolkkhrngthihnung yipunidekhayuddinaednekhtxiththiphlkhxngckrwrrdieyxrmninekhtmnthlchantng 19 thaihekidkraaeskartxtanyipunkhuninaephndincin aetkrannrthbalcininkhnann yngkhngaetkkhwamrwmmuxknxyu cungthaihimsamarthtanthankarbukrukladinaednkhxngyipunid ephuxepnkarrwbrwmcinaelakacdehlakhunsuktamthxngthinihhmdsinip phrrkhkkmintngsungmithanxyuthiemuxngkwangocw idkxtngkxngthphptiwtiaehngchati xxkedinthangiklkhunehnux 20 wikvtkarncihnan aekikh inpi ph s 2469 ph s 2471 phrrkhkkmintngaelakxngthphptiwtiaehngchati idprabpramkhyaykhxbekhtxiththiphlkrathngprachiddinaednchantng sungepnekhtxiththiphlkhxngkhunnsuk cang cngchan phuidrbkarchwyehluxcakyipun kxngthphptiwtiaehngchatithuktxtanxyanghnkcakkxngthphkhxngcang cngchan thiemuxngcihnan inpi ph s 2471 ehtukarnnithukeriykwa wikvtkarncihnan sudthayphrrkhkkmintngaelakxngthphptiwtiaehngchatitxnglathxyxxkmacakcihnan 21 inpiediywkn cang cwhlin thuklxbsngharhlngidrbkarchwyehluxcakyipunimnan 22 caknnbutrchaykhxngekha cang echwehliyng idekhakhrxbkhrxngdinaednaemncueriytxcakbidathnthi prakasykelikkarkhxrbkhwamchwyehluxcakyipun aelaprakasyxmekhaswamiphkditxphrrkhkkmintng sunginkhnannnaody eciyng ikhechk xnepnphlthaihphrrkhkkmintngsamarthrwbrwmdinaednpraethscinidsaercinpi ph s 2481 23 xyangirktam inpi ph s 2473 idekidehtukarnclaclrahwangkhunsukphuthiekhyrwmmuxkbphrrkhkkmintnginrahwangkaredinthangiklkhunehnux kbrthbalklangkhxngeciyng ikhechk yktwxyangechn phrrkhkhxmmiwnistcin CCP idkxkarclacltxrthbalklang phayhlngehtukarnkarsngharhmuthiemuxngesiyngih inpi ph s 2470 dngnnrthbalklang cungidphyayamebiyngebnkhwamsnicineruxngkhwamimsngbphayinpraeths odyidprakas noybaysngbphayinkxnthicatanthanphaynxk mulehtukhxngsngkhram aekikhyipunerimkarrukranaemncueriyaelakaraethrkaesngincin aekikh kxngthphkhnotkhnaedinthangekhayudemuxngesinhyanginehtukarnkrnimukedn sthankarnkhwamwunwayphayinkhxngcinepnpccyhnungthithaihyipunsamarthdaeninnoybayrukranaemncueriyidodysadwk yipunelngehnphlpraoychnindinaednaemncueriyhlayprakar echn dinaednaemncueriymithrphyakrthangthrrmchatiaelawtthudibthangxutsahkrrmmhasal aelasamarthepnaehlngkracaysinkhakhxngyipun xikthngyngepnrthknchnrahwangyipunkbdinaednisbieriykhxngshphaphosewiyt karaephkhyaydinaednkhxngckrwrrdiyipun ekaayipunaeladinaednyudkhrxngxun siaedngsm dinaednaemncueriy siekhiyw satharnrthcin siehluxngkhrim dinaednyudkhrxngkhxngyipunchwngtnsngkhram aesdngdinaednaemncueriy sungtxmaidklaymaepnaemncukw aelaekahliphayitkarpkkhrxngkhxngyipun sichmphu yipuncungerimrukrandinaednaemncueriyxyangepidephyphayhlngkrnimukedn ineduxnknyayn ph s 2474 hlngcakkarprathaknnan 5 eduxn yipunidcdtngrthhunechidaemncukwkhun odyxyechiyckrphrrdipuyi xditckrphrrdixngkhsudthayaehngrachwngsching epnphusaercrachkaraephndinaelackrphrrdiaetephiynginnam aetrthbalcinimihkaryxmrbrbrxngdinaednhunechiddngklaw emuximsamarthtxbotthangthharid cincungrxngeriynkhxkhwamchwyehluxipyngsnnibatchatiihekhamachwyaekpyhakhwamkhdaeyng snnibatchatidaeninkarsxbswnehtukarnthiekidkhunaelaxxkaethlngkarnlittn ephuxpranamkarkrathakhxngyipuninkarrukranaemncueriy aetyipunklbimrbphidchxbtxkarrukranthangthhartxaemncueriyaelaklbkhxthxntwxxkcaksnnibatchatiodysineching aetkyngimmichatiidkladaeninnonbaytxbotthangthharxyangchdecnkbyipun aephnthiaesdngekhtkaryudkhrxngpraethscinkhxngckrwrrdiyipuninpi kh s 1940 dinaednthithukyudkhrxngodykxngthphyipunaesdngxanaekht siaedngchmphu swnbriewnthiehluxkhuxekhtthixyuphayitkarpxngknkhxngsatharnrthcin aesdngxanaekht sikhaw phayhlngcakkrnimukedn ekidkarprathaknxyangtxenuxnginpi ph s 2475 kalngthharkhxngcinaelayipunidepidkarprathakninkrni 28 mkrakhm phlcakkarprathaknkhrngniidekidkarcdtngekhtplxdthharesiyngihkhun thaihthangkxngthphcinimsamarthkhngkalngthhariwinemuxngesiyngihkhxngtnexngid thangdanaemncukwyipunphyayamdaenintamnoybaykhxngtninkarthalaykxngkalngxasasmkhrtxtanyipunthiekidkhunaelakracayepnwngkwang inpi ph s 2476 yipunekhaocmtibriewnkaaephngemuxngcin hlngcaknnidmikarecrcaphkrbtangku ihxanacyipunmiehnuxdinaednerxehx xikthngyngcdtngekhtplxdthharbriewnkaaephngemuxngcinkbemuxngpkking ethiyncin incudniyipunphyayamcacdtngrthhunechidkhunxikhnungaehngrahwangdinaednaemncukwkbdinaednkhxngkhnarthbalaehngchaticinthimithanbychakarxyuthinanking yipunphyayamyuyngihmikhwamaetkaeykphayinknexngkhxngcin ephuxepnkarbnthxnkalngthharkhxngcinihxxnaexlng sungyipunthrabcudxxnkhxngrthbalcinkhnachatidiwa phayhlngkaredinkarkhunehnuxkhxngkhnarthbalaehngchaticin xanackarpkkhrxngpraethskhxngrthbalaehngchatinncakdxyuechphaaindinaednbriewnlumaemnaaeyngsiethann hakaetdinaedninswnxunnnyngtkxyuphayitxiththiphlkhxngehlakhunsukthxngthinxyu yipuncungphyayamphukimtriaelaihkhwamchwyehluxaekehlakhunsukthxngthininkarcdtngrthxisrakhunodyihepnimtrikbyipun dinaednehlaniidaek chaehy suyhywn ehxepy sansi aelasantng noybaykhxngyipunprasbkhwamsaercepnxyangdiindinaednthipccubnkhuxbriewnmxngokeliyinaelamnthlehxepy inpi ph s 2478 yipunkddnihrthbalcinyxmlngnaminkhxtklngehx xuemasu sungmienuxhahammiihrthbalkkmintngekhaipmixanacpkkhrxnginmnthlehxepy inpiediywkncincatxnglngnaminkhxtklngchin odaxiharaxikchbbhnung epnkarkacdxanackhxngrthbalkkmintngxxkcakchaehy dwyehtuni nbtngaetplaypi ph s 2478 epntnma rthbalaehngchaticincungimmixanacpkkhrxngehnuxdinaedndngklawxiktxip yipunidsnbsnunihmikarcdtngsphapkkhrxngtnexngehxepytawnxxkkhun sungtxmathangkaryipunidepliynsthanakarpkkhrxngihmaelaepliynchuxepnehmngeciyngepnrthhunechidaehngthisxngodyidsngecachaymxngokledmchungdxmrxpchippkkhrxngaelaihkarsnbsnundankarthharaelaesrsthkic thangdancinidmikarcdtngkxngxasasmkhrtxtanyipunkhun yipuncungerimekharukranaemncueriyaelainchaehy suyhywn karrukrancinxyangetmtw aekikh prachachncincanwnmakinnankingesiychiwitcakkarocmtikhxngyipun eciyngikhechkprasryocmtikhwabatrsinkhayipunaelaxankhaprakassngkhramtxyipunhlngcakehtukarn n saphanmarokh opol hlkthanthangprawtisastrswnmakidrabucuderimtnkhxngsngkhramcinyipunkhrngthisxngemuxwnthi 7 krkdakhm 1937 tngaetehtukarnsaphanmarokhopol emuxsngkhramrunaerngekidkhunemuxemuxngpkkingthukocmtiodykxngthphckrwrrdiyipunenuxngcakkxngthphphakhtawntkechiyngehnuxkhxngcinthimikarrbmuxaebbimmiprasiththiphaphthaihyipunekhayudemuxngepyphingaelaethiyncinxyangngayday sunykxngbychakarkxngthphckrwrrdiyipuninotekiywiderimlngelthungkarkhyaykhwamkhdaeyngthiekhasusngkhrametmtwepnkhwamehndwythimichychnaekidkhunidinphakhehnuxkhxngcintxipniehtukarnsaphanmarokhopol xyangirktamrthbalklangcinidkahndwa cudaetkhk khxngkarrukrankhxngyipunidrbthungaela eciyngikhechkidradmkxngthphxyangrwderwkhxngrthbalklangaelaiderimkarphthnakxngthphxakascinkhnachatiphayitkhasngodytrngkhxngekhainkarocmtikxngthpheruxckrwrrdiyipuninesiyngihemux 13 singhakhm 1937 sungnaipsukaryuththkaremuxngesiyngihkxngthphckrwrrdiyipunthimikarradmkalngthharkwa 200 000 khwbkhukbkxngeruxaelaekhruxngbincanwnmakinkaryudesiyngihhlngcakekinsameduxnkhxngkartxsuthirunaerngkbkhwamsuyesiythiiklekinkhwamkhadhwngtngaeterimtnthaihsrangkhwamyaklabakinkarthicayudesiyngih 24 kxngthphckrwrrdiyipunidekhayudemuxngnankingemuxnghlwngkhxngrthbalklangcinaelasansitxnehnuxodyplaypi kh s 1937 insngkhramthiekiywkhxngkbthharcanwn 350 000 khnkhxngyipunsungswnihyepnthharkhxngaemncukw nkprawtisastridpramankarchawcinthung 300 000 khnthithuksngharhmuinkarsngharhmunankingsungekidkhunhlngcakkarlmslaykhxngemuxngnanking inwnthi 13 thnwakhm kh s 1937 inkhnathinkprawtisastryipunbangkhnidaekikhprbprungprawtisastrsungidptiesthkarsngharhmukhxngyipunkxngkalngepriybethiyb aekikhkxngthphptiwtichati aekikh dubthkhwamhlkthi kxngthphptiwtiaehngchaticin thngkhxngkxngthphptiwticinkhnachati thharkhxngkxngthphptiwticinkhnachati kxngthphptiwtichatimieciyngikhechkepnphubychakarsungsud kxngthphptiwtichatiepnthirbruwaepnkxngkalngtidxawuthaebbkhrbwngcrkhxngcininchwngsngkhram kxngthphptiwtichatiprakxbdwythharpraman 4 300 000 nay mi 370 kxngphl cintwyx 正式师 cintwetm 正式師 46 kxngphlihm cintwyx 新编师 cintwetm 新編師 12 kxngphlthharma cintwyx 骑兵师 cintwetm 騎兵師 8 kxngphlthharmaihm cintwyx 新编骑兵师 cintwetm 新編騎兵師 66 kxngphlchwkhraw cintwyx 暂编师 cintwetm 暫編師 aela 13 kxngphlsarxng cintwyx 预备师 cintwetm 預備師 rwmthngsin 515 hnwy aethlaykxngphlekidcakkarrwmknkhxngsxngkxngphlhruxmakkwa canwnthharinaetlakxngphlmipraman 4 000 5 000 nay kalngphlkhxngkxngthphcinkhnachatithaethiybkbkxngphlyipunaelwmicanwniklekhiyngkn aetenuxngcakkxngthphcinkhnachatinnkhadaekhlndanpunihy xawuthhnk aelayanyntthiichkhnsngkalngphl thaih 4 kxngphlkhxngcinkhnachatimixanacinkarrbethakb 1 kxngphlkhxngkxngthphyipun nxkcakniyngmipyhainkarbriharaelakhwbkhumkxngthphxikdwy enuxngcakxanacinkarkhwbkhumimepnrabb suxkhawkrxng karsngkalngbarunginkarthhar karsuxsar aelakarphyabalnnthuxwayaaey xanackhwbkhumkxngthphcinkhnachatinnaebngxxkepnsxngklum klumaerkkhux kxngthphklang sungepnkarrwmtwkhxngkxngphlthifukinorngeriynthhar hwmpw sungepnkxngphlthicngrkphkditxeciyngikhechkh klumthisxngkhux kxngthphrwm epnkarrwmtwkhxngkxngphlthibychakarodyaemthphkhxngmnthltang hlngcakbtheriynkhwamphayaephkhxngcininkarrukranaemncueriykhxngyipun thaihphrrkhkkmintngimningnxnictxkarkhukkhamkhxngyipunxiktxip kxngthphptiwtichatiidphyayamkxtngkxngthphkhnadihyodysuxxawuthcakeyxrmnaelathakarfukthharihm cdsuxxawuthihm ekhapracainkxngthph kxngthphptiwtichatikhyaykalngphlxyangrwderw inchwngewlaimkipikmicanwnthharswnihyidrbkarfukaebbkxngthpheyxrmn mikaraelkepliynphuechiywchayhruxnkkarthharkbeyxrmnxyangtxenuxng kxngthphckrwrrdiyipun aekikh dubthkhwamhlkthi kxngthphckrwrrdiyipun thngkhxngkxngthphckrwrrdiyipun thharkhxngkxngthphckrwrrdiyipun kxngthphckrwrrdiyipunmikalngphlpraman 3 200 000 nay swnihypracakarxyuthipraethscinmakkwathismrphumiaepsifikh canwnthharinaetlakxngphlmipraman 20 000 nay mi 51 kxngphl sung 35 kxngphlpracakarxyuthicin aela 39 kxngphlnxy khidepn 80 khxngkalngphlthnghmdkhxngkxngthphckrwrrdiyipun xikthngyngmihnwyphiessdanpunihy thharma txtanxakasyan aelayanekraa emuxethiybkbkxngthphcinkhnachati thharkxngthphckrwrrdiyipunmiyuthothpkrnthiehnuxkwa thharmiprasbkarninkarrbmakkwa aelamiaephnkarrbthiehnuxkwainchwngtnkhxngsngkhram inchwngerimtnkhxngsngkhramolkkhrngthisxng thharyipunswnihypracakarxyuthicin aetinpi kh s 1942 iderimsngthharippracakarthihxngkng filippin ithy phma hmuekaaxinediytawnxxkkhxngdtch aela malaya ephuxkhyayxiththiphlyudkhrxngphumiphakhexesiyaepsifikaetlapraethsthibukyudidkca txngkhxysngesbiyng aela chwyinkarphlitxawuth rwmthungkareknthphukhnaelaechlysukipepnaerngnganinkarsrangkhaythhar srang thnn srangthangrthif ephuxsadwkinkarkhnesbiyngaelaxawuthyuthothpkrntang ipaenwhna swnphwkphuhyingkcathukcbtwipepnnangbaerxkhxngthharyipun karyuththkhrngsakhyinsngkhramcin yipunkhrngthisxng aekikhraykartxipniaesdngthungkaryuththkhrngsakhyinsngkhramcin yipunkhrngthisxng phaphthngthiaesdngdanhnahmaythungfaythiidrbchychna mukedn knyayn ph s 2474 karrukranaemncueriy knyayn ph s 2474 karthpheciyngekiyw tulakhm ph s 2474 kartxtanthisaphanenincang phvscikayn ph s 2474 cinocw thnwakhm ph s 2474 karpxngknemuxngharbin mkrakhm ph s 2475 esiyngih ph s 2475 mkrakhm ph s 2475 karprabpramkhwamimsngbinhmnocwkw minakhm ph s 2475 karpxngknkaaephngemuxngcin mkrakhm ph s 2476 yuththkarthierxehx kumphaphnth ph s 2476 ptibtikarinmxngokeliyin ph s 2476 79 karthphsuyhywn tulakhm 1936 saphanmarokh opol 7 krkdakhm ph s 2480 cuderimtnxyangepnthangkarkhxngsngkhram epyphing ethiynsin krkdakhm ph s 2480 Chahar singhakhm ph s 2480 yuththkaremuxngesiyngih singhakhm ph s 2480 Beiping Hankou singhakhm ph s 2480 Tianjin Pukou singhakhm ph s 2480 ithhywn knyayn ph s 2480 Battle of Pingxingguan knyayn ph s 2480 Battle of Xinkou knyayn ph s 2480 yuththkarnanking thnwakhm ph s 2480 yuththkarsuocw thnwakhm ph s 2480 yuththkarthiithexxcwng minakhm ph s 2481 karrbinmnthlehxhnantxnehnuxaelatawnxxk mkrakhm ph s 2481 Battle of Lanfeng phvsphakhm ph s 2481 esiyaehmin exhmung phvsphakhm ph s 2481 yuththkarthixuhn mithunayn ph s 2481 Battle of Wanjialing kwangtung tulakhm ph s 2481 ekaaihhla kumphaphnth ph s 2482 Battle of Nanchang minakhm ph s 2482 Battle of Xiushui River minakhm ph s 2482 Battle of Suixian Zaoyang phvsphakhm ph s 2482 Shantou mithunayn ph s 2482 yuththkarchangcha knyayn ph s 2482 yuththkarthikwangsitxnit phvscikayn ph s 2482 yuththkarchxngekhakhunhlun thnwakhm ph s 2482 karrukinvduhnaw ph s 2482 83 phvscikayn ph s 2482 yuththkaremuxngxuhywn minakhm ph s 2483 Battle of Zaoyang Yichang phvsphakhm ph s 2483 karrukrxykrmthhar Hundred Regiments Offensive singhakhm ph s 2483 karkhyayxiththphlsuewiydnam knyayn ph s 2483 huepytxnklang phvscikayn ph s 2483 yuththkarehxhnanit mkrakhm ph s 2484 ehxepytawntk minakhm ph s 2484 Battle of Shanggao minakhm ph s 2484 yuththkarsansiit phvsphakhm ph s 2484 yuththkaremuxngchangcha ph s 2484 knyayn ph s 2484 yuththkaremuxngchangcha ph s 2485 mkrakhm ph s 2485 yuththkarthnnsayyunnan phma minakhm ph s 2485 yuththkartxngxu yuththkareynngyxng Battle of Yenangyaung yuththkarecxeciyng eciyngsi emsayn ph s 2485 yuththkarhuepytawntk phvsphakhm ph s 2486 karsngharhmuchangeciyw yuththkarphmaehnuxaelayunnantawntk tulakhm ph s 2486 Battle of Changde phvscikayn ph s 2486 Operation Ichi Go Operation Kogo Battle of Central Henan emsayn ph s 2487 Operation Togo 1 yuththkaremuxngchangcha ph s 2487 Operation Togo 2 and Operation Togo 3 Battle of Guilin Liuzhou singhakhm ph s 2487 yuththkarhuhnantawntk emsayn mithunayn ph s 2488 karthphkwangsikhrngthisxng emsayn krkdakhm ph s 2488 karbukkhrxngaemncueriykhxngshphaphosewiytwthnthrrmsmyniym aekikhinpraethscin aekikh phaphyntreruxng bnphuekhaithhang cin 太行山上 xngkvs On the Mountain of Tai Hang epnphaphyntrsngkhramthisranginpi kh s 2005 ekiywkbsngkhramrahwangcinaelayipunsunginrahwangthikxngthphckrwrrdiyipunrukranpraethscininchwngaerknnrthbangsatharnrthcinthipkkhrxngodyphrrkhkkmintng cinkhnachati idthakartxtanrbmuxkarrukrankhxngyipunaetprasbkhwamlmehlw cnfayphrrkhkhxmmiwnistcin kxngthphthiaepdkhxngnayphlcuetxidiptnghlkthiphuekhaithhangaelathasngkhramkxngocrkbyipuncnidrbchychnainthisud phaphyntrtiaephekiywkbxachyakrsngkhramkhxngyipun phaphyntreruxng Black Sun The Nanking Massacre sathxnthungehtukarnkhxngkarsngharhmunankingodykxngthphyipun phaphyntreruxng Don t Cry Nanking hrux sngkhramxamhitpidtaolk epnphaphyntrpi kh s 1995 bxkelaeruxngrawkhwamxamhitkhxngkxngthphyipunthikrathatxchawnankinginchwngpi kh s 1937 cnklayepnhnunginosknadkrrmkhxngolk odyelaphanchiwitkhrxbkhrwkhxngaephthychawcinkbphrryatngkhrrphchawyipunphrxmluksawthiedinthangklbmayngemuxngnanking kxncaphbwabanemuxngidthukyudkhrxngthalayaelakhalangxyangohdrayodykxngthphyipun phaphyntreruxng cbkhnmathaechuxorkh hrux Men Behind the Sun phaphyntrxingprawtisastrpi kh s 1988 ekiywkbkhaythdlxngmnusyhnwy 731 khxngckrwrrdiyipun briewndinaednaemncukwodyxasychawcinthiekhraahraymathakarthdlxngmnusyephuxwicyxawuthxyangohdrayinpraethsyipun aekikh phaphyntreruxng esnosotaningengn 戦争と人間 epnphaphyntrthiyipunidcdthakhunmaexng enuxeruxngsathxnehtukarnkhxngsngkhramcakmummxngfayyipunthungkhwamohdraykhxngkarkxngthphyipunthiekhaiprukranpraethscinaelaidkxxachyakrrmsngkhramkhunpraethsxun aekikh nwniyayithyeruxng lxdlaymngkr wadwyeruxngrawkhxngchawcinophnthaelthixphyphhniphysngkhraminaephndincinthirukranodykxngthphyipunmatngthinthaninpraethsithyxangxing aekikh Taylor Jay The Generalissimo p 645 Chung Wu Taipei History of the Sino Japanese war 1937 1945 1972 pp 535 Jowett Phillip Rays of the Rising Sun hna 72 Clodfelter Michael Warfare and Armed Conflicts A Statistical Reference Vol 2 pp 956 http www soldat ru doc casualties book chapter4 4 html Huang Zheping Huang Zheping China is rewriting textbooks so its eight year war of resistance against Japan is now six years longer Quartz phasaxngkvs subkhnemux 2019 04 08 Ferris John Mawdsley Evan 2015 The Cambridge History of the Second World War Volume I Fighting the War phasaxngkvs Cambridge Cambridge University Press CS1 maint ref harv link Forster amp Gessler 2005 p 64 Bix Herbert P 1992 The Showa Emperor s Monologue and the Problem of War Responsibility Journal of Japanese Studies 18 2 295 363 doi 10 2307 132824 Hotta E 25 December 2007 Pan Asianism and Japan s War 1931 1945 Palgrave Macmillan US p 40 ISBN 978 0 230 60992 1 Paine S C M 20 August 2012 The Wars for Asia 1911 1949 Cambridge University Press p 123 ISBN 978 1 139 56087 0 A Joint Study of the Sino Japanese War 1931 1945 Harvard University Asia Center Mitter Rana 2014 Forgotten Ally China s World War II 1937 1945 Mariner Books ISBN 978 0 544 33450 2 Brinkley Douglas The New York Times Living History World War II 1942 1945 The Allied Counteroffensive subkhnemux 1 September 2015 The UN Security Council khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux mithunayn 20 2012 subkhnemux knyayn 1 2015 Unknown parameter dead url ignored help Wilson Dick When Tigers Fight The story of the Sino Japanese War 1937 1945 p 5 Wilson Dick p 4 Foreign News Revenge Time magazine 13 August 1923 Italic or bold markup not allowed in publisher help Palmer and Colton A History of Modern World p 725 Taylor Jay p 57 Taylor Jay p 79 p 82 Boorman Biographical Dictionary vol 1 p 121 Taylor Jay p 83 Fu Jing hui An Introduction of Chinese and Foreign History of War 2003 p 109 111aehlngkhxmulxun aekikhkhxmmxns miphaphaelasuxekiywkb sngkhramcin yipunkhrngthisxngcdhmayehtuhnngsuxphimphsngkhramolkkhrngthisxng sngkhramincin ph s 2480 ph s 2488 bnthukkhxngflayxing ithekxr cin xngkvs KangZhan org prawtiaelarupphaphkhxngsngkhramcin yipunkhrngthisxng thharyipuninsngkhramcin yipunkhrngthisxng ph s 2480 ph s 2488 phasayipun History and Commercial Atlas of China sankphimphmhawithyalyharward ph s 2478 ody Albert Herrmann Ph D dudanlangkhxngraychuxaephnthi ph s 2473 Perry Castaneda Library Map Collection aephnthicin matraswn 1 250 000 Series L500 aephnthithharshrth ph s 2497 aephnthicinprahwangsngkhram Perry Castaneda Library Map Collection Manchuria 1 250 000 Series L542 aephnthithharshrth ph s 2493 aephnthidinaednaemncueriyrahwangsngkhram ngansuksarwmsngkhramcin yipun mhawithyalyharward okhrngkarephuxsubkhnaelakhyaykarwicyephuxkarphthnakhwamrwmmuxrahwangnkwichakaraelasthabnkhxngcin yipun shrthxemrika aelachatixun 1 bthkhwamekiywkbthhar karthhar hruxxawuthniyngepnokhrng khunsamarthchwywikiphiediyidodyephimkhxmul duephimthi sthaniyxy karthharekhathungcak https th wikipedia org w index php title sngkhramcin yipunkhrngthisxng amp oldid 9496848, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม