fbpx
วิกิพีเดีย

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (คำอ่าน: [วัด-พฺระ-เชด-ตุ-พน-วิ-มน-มัง-คะ-ลา-ราม] หรือ [วัด-พฺระ-เชด-ตุ-พน-วิ-มน-มัง-คฺลา-ราม]) โดยทั่วไปเรียก วัดโพธิ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร และเป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทั้งยังเปรียบเสมือนเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศด้วย เนื่องจากเป็นที่รวมจารึกสรรพวิชาหลายแขนง และทางยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำโลกของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เมื่อ มีนาคม พ.ศ. 2551 และวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2554 ทางยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนจารึกวัดโพธิ์จำนวน 1,440 ชิ้น เป็นมรดกความทรงจำโลกในทะเบียนนานาชาติ

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ราชวรมหาวิหาร
ชื่อสามัญวัดโพธิ์ ท่าเตียน
ที่ตั้ง2 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย 10200
ประเภทพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร
นิกายเถรวาท มหานิกาย
พระประธานพระพุทธเทวปฏิมากร
พระพุทธรูปสำคัญพระพุทธไสยาส
พระพุทธโลกนาถ
พระพุทธศาสดามหากรุณาธิคุณ
พระพุทธมารวิชัยอภัยปรปักษ์
พระพุทธชินราชวโรวาท
พระพุทธชินสีห์มุนีนาถ
พระพุทธปาลิไลยภิรัติไตรวิเวก
พระศรีสรรเพชญุดาญาณ
เจ้าอาวาสสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร)
ความพิเศษวัดประจำรัชกาลที่ 1
จุดสนใจวิหารพระพุทธไสยาสน์ วิหารทิศฝั่งตะวันออก (วิหารพระโลกนาถ) และพระอุโบสถ
กิจกรรมนวดแผนไทย
การถ่ายภาพไม่ควรใช้แฟลช ในการถ่ายภาพจิตรกรรมฝาผนัง ส่วนภายในอาคาร บางอาคารห้ามถ่ายภาพ ควรสังเกตป้าย
เว็บไซต์
ส่วนหนึ่งของสารานุกรมพระพุทธศาสนา
จารึกวัดโพธิ์ *
ความทรงจำแห่งโลกโดยยูเนสโก
ที่เก็บรักษาวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
ประเทศไทย
ภูมิภาค **เอเชียและแปซิฟิก
อ้างอิง
ประวัติการขึ้นทะเบียน
ขึ้นทะเบียน2554
*
**

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารถือได้ว่าเป็นวัดที่มีพระเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย โดยมีจำนวนประมาณ 99 องค์ พระเจดีย์ที่สำคัญ คือ พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล ซึ่งเป็นพระมหาเจดีย์ประจำพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในแง่ของการท่องเที่ยวแล้ว วัดโพธิ์ได้รับความนิยมเที่ยวเป็นลำดับที่ 24 ของโลก ในปี พ.ศ. 2549 โดยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนในปีนั้นถึง 8,155,000 คน

เนื้อหา

พิธีราชาภิเษกของพระนโรดมที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามตามประวัติสร้างมาตั้งแต่ครั้งสมัยอยุธยา แต่ไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับการสร้าง แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นหลัง พ.ศ. 2231 ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บ้างว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยพระเพทราชา

เดิมเรียกว่า "วัดโพธาราม" หรือ "วัดโพธิ์" สันนิษฐานว่าเพราะเป็นที่ประดิษฐานต้นพระศรีมหาโพธิ์ แต่ต่อมาคติความเชื่อเรื่องการบูชาพระศรีมหาโพธิ์เสื่อมคลายลงไป ไม่ได้รับความนิยมเหมือนครั้งอดีต จึงคงเหลือแต่ชื่อเรียกสืบต่อมา ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงในสมัยกรุงธนบุรี ซึ่งปรากฏอยู่ใน พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ว่า พระพิมลธรรม เป็นเจ้าอาวาสของวัดโพธาราม และจึงเริ่มมีพระราชคณะปกครองตั้งแต่นั้นมา

ครั้งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดนี้ใหม่ในปี พ.ศ. 2331 โดยทรงสร้างพระอุโบสถ พระระเบียง พระวิหาร ตลอดจนบูรณะของเดิม เมื่อแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2344 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส" แปลว่า "ที่อยู่อันงามของพระพุทธเจ้า" เป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

นับจากนั้นวัดพระเชตุพนได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้โปรดเกล้าฯ ให้จารึกสรรพตำราต่าง ๆ ลงบนแผ่นหินอ่อนประดิษฐ์ไว้ตามศาลารายต่าง ๆ ครั้งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แก้สร้อยนามพระอารามว่า "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร" นามวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามนี้ ปรากฏในประกาศรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2411 ว่า "วัดนี้แม้จะมีนามพระราชทานมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 แต่ชื่อพระราชทานมีผู้เรียกแต่อยู่ในพระราชวัง คนยังเรียกว่าวัดโพธิ์กันทั้งแผ่นดิน" และมีพระราชดำริว่า "ชื่อพระราชทานเป็นชื่อตั้งไม่ปิดไม่แน่นจะคิดแปลงใหม่เห็นจะไม่ชนะ"

ภายในพระอารามยังได้เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระนโรดม บรมรามเทวาวตาร โดยนิตินัย ก่อนที่จะมีพิธีราชาภิเษกอีกครั้งที่กรุงพนมเปญ โดยพฤตินัย ส่วนการบูรณปฏิสังขรณ์ในรัชกาลพระองค์นั้น มีการสถาปนาพระมหาเจดีย์อีก 1 องค์ โดยมีความจำเป็นที่ต้องรื้อศาลารายพระมณฑปและพระระเบียง

ต่อมาได้มีบันทึกของนักเดินทางชาวนอร์เวย์ คือ คาร์ล บ็อก (Carl Bock) นักธรรมชาติวิทยา ที่เดินทางเข้ามาสำรวจสภาพภูมิศาสตร์ในสยามเมื่อ พ.ศ. 2424 เขามองว่าวัดโพธิ์เป็นหนึ่งในสามของวัดที่มีความสำคัญของกรุงเทพ (อีกสองวัดคือ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารและวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร) เขาได้ตั้งข้อสังเกตุว่า พระระเบียงที่วัดโพธิ์ในช่วงนั้นซึ่งทาสีขาวมีความสกปรกมาก ทำให้เมื่อ พ.ศ. 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้กระทรวงโยธาธิการบูรณะ แต่พบว่าต้องใช้เงินถึง 67,000 บาท ในเวลานั้นเงินท้องพระคลังไม่พอ จึงได้ตัดรายการซ่อม และรื้ออาคารที่ไม่สำคัญ อย่างศาลารายถึง 13 หลัง และพระเจดีย์ราย 42 องค์ และไม่ได้มีการสร้างสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ เพิ่ม

แผนผังวัดพระเชตุพนฯ อย่างคร่าว ๆ

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นวัดที่มีสิ่งก่อสร้างค่อนข้างแน่น เนื่องจากการบูรณะแบบใส่คะแนน (แข่งกันบูรณะ) ส่งผลให้มีอาคารและสิ่งก่อสร้าง รวมถึงพระพุทธรูปมากมายภายในวัดแห่งนี้ โดยสามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

เขตวัดโพธาราม (เดิม)

ได้แก่ ส่วนตะวันตกของวัด ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่นี้เป็นที่ตั้งของ วิหารพระพุทธไสยาส ศาลาการเปรียญ (ซึ่งเป็นพระอุโบสถเดิม ของวัดโพธาราม) พระมณฑป และพระมหาเจดีย์สี่รัชกาล

วิหารพระพุทธไสยาส

พระพุทธไสยาส

วิหารพระพุทธไสยาส สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราวที่โปรดฯ ให้ขยายพระอารามออกมาทางทิศเหนือ (เข้ามาซ้อนทับเขตวัดโพธารามเดิม ที่ถูกยุบไปก่อนหน้านี้) โดยพระองค์โปรดให้พระองค์เจ้าลดาวัลย์เป็นแม่กองในการก่อสร้าง โดยได้สร้างพระพุทธไสยาสขึ้นก่อน แล้วจึงสร้างพระวิหารภายหลัง โดยมีขนาดเท่ากับพระอุโบสถ บริเวณผนังของวิหารนั้น ด้านบนมีภาพเขียนสีเรื่อง มหาวงศ์ และผนังระหว่างช่องหน้าต่าง เขียนภาพสีเกี่ยวกับพระสาวิกาเอตทัคคะ 13 องค์ อุบาสกเอตทัคคะ 10 ท่านและอุบาสิกาเอตทัคคะ 10 ท่าน อยู่ด้วย

ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาส ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ก่ออิฐ ถือปูน ปิดทองทั่วทั้งองค์ และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ โดยมีลักษณะพิเศษ ได้แก่ พระบาทซ้ายและขวาซ้อนเสมอกัน โดยที่พระบาทประดับมุกภาพมงคล 108 ประการ ตรงกลางเป็นรูปจักรตามตำรามหาปุริสลักขณะ โดยลวดลายของมงคล 108 ประการนั้น เป็นการผสมผสานกันระหว่างคติความเชื่อที่รับมาจากชมพูทวีปและจีน

พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล

พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ (กลาง) , พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิธาน (ซ้าย) ,พระมหาเจดีย์มุนีบัตบริขาร (ขวา) และพระมหาเจดีย์ทรงพระศรีสุริโยทัย (หน้า)

พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล เป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ 4 องค์ ตั้งอยู่ถัดจากพระอุโบสถ ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว สถาปัตยกรรมบริเวณซุ้มประตูมีลักษณะเป็นไทยประยุกต์แบบจีน โดยจะมีตุ๊กตาหินจีนประดับอยู่ประตูละ 1 คู่ องค์พระเจดีนั้นเป็นแบบเจดีย์ย่อไม้สิบสอง ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ

เดิมทีรัชกาลที่ 1 ทรงอัญเชิญโกลนพระศรีสรรเพชดาญาณจากวัดพระศรีสรรเพชญ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยทรงประสงค์จะหล่อพระศรีสรรเพชญองค์นี้ขึ้นมาใหม่ แต่หลังจากทรงปรึกษากับคณะสงฆ์แล้ว คณะสงฆ์ได้ทูลถวายว่า การนำโกลนพระศรีสรรเพชดาญาณมาหลอมใหม่นั้น ถือเป็นขีด เป็นกาลกิณี ไม่เป็นมงคลแก่บ้านเมือง จึงทรงตัดสินพระทัยสร้างพระเจดีย์ขนาดใหญ่ แบบย่อมุมไม้ยี่สิบ ครอบโกลนพระศรีสรรเพชญนี้ไว้ และพระราชทานพระนามเจดีย์ว่า "พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ" องค์พระเจดีย์ประด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียว ตั้งอยู่ตรงกลางของหมู่พระมหาเจดีย์ ล้อมรอบด้วยพระมหาเจดีย์อีก 3 องค์ นับเป็นพระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1

ต่อมาในรัชกาลที่ 3 พระองค์มีพระประสงค์ทะนุบำรุงวัดพระเชตุพนฯ ทรงสร้างพระมหาเจดีย์ขนาบข้างกับพระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ ดังนั้น จึงเป็นเจดีย์สามองค์เรียงกันจากเหนือจรดใต้ โดยมีลักษณะเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้ยี่สิบ ขนาดและความสูงเหมือนกันทุกประการ ต่างเพียงสีกระเบื้องที่มาประดับเท่านั้น โดยพระมหาเจดีย์ทางทิศเหนือของพระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาว นามว่า "พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิธาน" ซึ่งพระองค์ทรงสร้างขึ้นเพื่อพระราชอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบรมราชชนก ซึ่งนับเป็นพระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 2 ส่วนพระมหาเจดีย์ทางทิศใต้ของพระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณนั้น ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลือง นามว่า "พระมหาเจดีย์มุนีบัตบริขาร" ซึ่งพระองค์ทรงสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยนับเป็นพระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 3 ด้วย

เมื่อรัชกาลที่ 4 ทรงขึ้นครองราชย์ พระองค์โปรดเกล้าให้ถ่ายแบบพระเจดีย์ศรีสุริโยทัย มาจากวัดสวนหลวงสบสวรรค์ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสร้างขึ้นเป็นพุทธบูชา โดยองค์พระมหาเจดีย์มีลักษณะที่แตกต่างจากพระมหาเจดีย์ทั้ง 3 องค์ คือ มีซุ้มคูหาเข้าไปภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้ ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาบหรือสีน้ำเงินเข้ม มีนามว่า "พระมหาเจดีย์ทรงพระศรีสุริโยทัย" นับเป็นพระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 4

หลังจากนั้น รัชกาลที่ 4 มีพระราชดำรัสว่า "ต่อไปในรัชกาลหลังอย่าให้เอาเป็นแบบอย่างที่จำเป็นจะต้องสร้างพระเจดีย์ประจำรัชกาลในวัดพระเชตุพนต่อไปเลย เพราะสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง 4 รัชกาลแต่แรกนั้นได้เคยทรงเห็นกันทั้ง 4 พระองค์ ผิดกับสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินพระองค์อื่น" ดังนั้น การสร้างพระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลจึงได้ยุติลงตั้งแต่นั้นมา

ศาลาการเปรียญ

เดิมเป็นพระอุโบสถของวัดโพธารามตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ภายหลังการสถาปนาพระอุโบสถหลังใหม่ของวัดพระเชตุพนแล้ว จึงได้ลดฐานะเป็นศาลาการเปรียญ โดยภายในมี "พระพุทธศาสดา" ประดิษฐานเป็นพระประธาน

เขตพระอุโบสถ

เขตพระอุโบสถเป็นเขตที่สถาปนาขึ้นใหม่นอกเขตวัดโพธารามเดิม สร้างตามคติไตรภูมิ โดยให้พระอุโบสถเป็นเสมือนเขาพระสุเมรุ และให้วิหารทิศทั้งสี่ เป็นเสมือนทวีปหลักทั้งสี่

พระอุโบสถ

ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธเทวปฏิมากร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งรัชกาลที่ 1 ทรงอัญเชิญมาจากวัดศาลาสี่หน้า ด้วยประสงค์ตั้งมั่นแน่วแน่ว่า นี่จะเป็นพระนครอย่างถาวร (ปางสมาธิ สื่อถึงการตั้งจิตมั่นแน่วแน่)

พระวิหารทิศ

  • พระพุทธมารวิชัยอภัยปรปักษ์ ประดิษฐานที่พระวิหารทิศตะวันออก (มุขหน้า)

  • พระพุทธโลกนาถ ประดิษฐานที่พระวิหารทิศตะวันออก (มุขหลัง)

  • พระพุทธชินศรีมุนีนาถ ประดิษฐานที่พระวิหารทิศตะวันตก

  • พระพุทธปาลิไลย ประดิษฐานที่พระวิหารทิศเหนือ

  • พระพุทธชินราชวโรวาทธรรมจักร ประดิษฐานที่พระวิหารทิศใต้

ส่วนพระวิหารทิศทั้ง 4 นั้นได้อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญจากหัวเมืองต่าง ๆ มาประดิษฐานไว้ โดยแบ่งออกเป็นมุขหน้าและมุขหลัง โดยมุขหน้า คือ มุขที่หันสู่ทิศต่าง ๆ ส่วนมุขหลังนั้น คือ มุขที่หันหน้าเข้าสู่พระอุโบสถ โดยพระวิหารทิศแบ่งออกเป็น 4 ทิศ ได้แก่

พระเจดีย์

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารถือได้ว่าเป็นวัดที่มีพระเจดีย์มากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งสามารถแบ่งพระเจดีย์ต่าง ๆ ได้ 4 ประเภท ได้แก่ พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล 4 องค์ซึ่งประดิษฐานอยู่ในเขตวัดโพธารามเดิม ส่วนที่ประดิษฐานในเขตพระอุโบสถนั้น ได้แก่ พระเจดีย์ราย 71 องค์ พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียวรวม 20 องค์ และพระเจดีย์ทรงปรางค์หรือพระมหาสถูป 4 องค์ รวมทั้งสิ้น 99 องค์ โดยพระเจดีย์ที่ประดิษฐานในเขตพระอุโบสถ มีรายละเอียดดังนี้

พระเจดีย์ราย

พระเจดีย์ราย ประดิษฐานอยู่บริเวณโดยรอบของพระระเบียงชั้นนอกมีจำนวนทั้งสิ้น 71 องค์ สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเดิมมีพระราชประสงค์ให้เป็นให้เป็นที่บรรจุพระอัฐิของเจ้านายเชื้อพระวงศ์ พระเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องถ้วยเคลือบสีและศิลาเขียว นับเป็นพระเจดีย์ที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับพระเจดีย์อื่น ๆ พระเจดีย์รายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารนั้น ได้รับยกย่องว่าเป็นพระเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองที่งามที่สุดของยุครัตนโกสินทร์

พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว

พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นพระเจดีย์ 5 องค์ที่ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน โดยองค์ตรงกลางนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่าอีก 4 องค์ที่ล้อมรอบอยู่ ประดิษฐานอยู่ตรงมุมพระวิหารคดทั้ง 4 ด้าน นับรวมได้ 20 องค์ ลักษณะพระเจดีย์นั้นเป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง 4 องค์ล้อมรอบองค์กลางซึ่งเป็นเจดีย์แบบไม้สิบสองเพิ่มมุม ภายในพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุทุกองค์

พระมหาสถูป

พระมหาสถูป เป็นพระเจดีย์ทรงปรางค์ หรือที่เรียกว่า พระอัคฆีย์เจดีย์ มีจำนวน 4 องค์ ประดิษฐานอยู่ตรงมุมลานพระอุโบสถชั้นนอกทั้ง 4 ด้าน บริเวณซุ้มของพระเจดีย์มีเทวรูปท้าวจตุโลกบาลหล่อด้วยดีบุก แล้วลงรักปิดทอง ประดิษฐานทั้ง 4 ด้าน ด้านบนมีรูปยักษ์ซึ่งหล่อด้วยดีบุกแบกยอดปรางค์ พระมหาสถูปมีชื่อเรียกที่ต่างกัน ดังนี้

  • องค์ที่ประดิษฐานด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีนามว่า พระพุทธมังคละกายพันธนามหาสถูป
  • องค์ที่ประดิษฐานด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีนามว่า พระพุทธธรรมจักปวัตะนะปาทุกามหาสถูป
  • องค์ที่ประดิษฐานด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีนามว่า พระพุทธวิไนยปิฏกะสูจิฆรามหาสถูป
  • องค์ที่ประดิษฐานด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีนามว่า พระพุทธอภิธรรมธระวาสีปริกขาระมหาสถูป

ประติมากรรมอื่น ๆ

นอกจาก อาคาร พระวิหาร พระเจดีย์ต่าง ๆ แล้ววัดโพธิ์ยังมีสิ่งน่าสนใจอีกหลายอย่าง อาทิเช่น

รูปปั้นฤๅษีดัดตน

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงปฏิสังขรณ์วัดโพธาราม พระองค์ทรงได้รวบรวมการแพทย์แผนโบราณและศิลปวิทยาการของกรุงศรีอยุธยาเอาไว้ รวมทั้ง ได้ปั้นรูปฤๅษีดัดตนในท่าต่าง ๆ ไว้ด้วย ซึ่งจำนวนของรูปปั้นฤๅษีดัดตนที่สร้างในรัชกาลที่ 1 นั้น ไม่ทราบจำนวนแน่ชัด ต่อมาในรัชกาลที่ 3 ได้หล่อรูปปั้นฤๅษีดัดตนในท่าต่าง ๆ รวม 80 ท่า โดยใช้สังกะสีและดีบุก แทนการใช้ดินที่เสื่อมสภาพได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีการแต่งโคลงสี่สุภาพเพื่อบรรยายสรรพคุณท่าต่างของฤๅษีดัดตนทั้ง 80 บทด้วย เนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายรูปปั้น รวมทั้งมีการลักลอบเอารูปปั้นไปขายบางส่วน ดังนั้น รูปปั้นที่อยู่ภายในวัดโพธิ์จึงมีเหลือเพียง 24 ท่าเท่านั้น

ยักษ์วัดโพธิ์

ยักษ์วัดโพธิ์บริเวณซุ้มประตูทางเข้าพระมณฑป

ยักษ์วัดโพธิ์นั้นตั้งอยู่ที่ซุ้มประตูทางเข้าพระมณฑป โดยมีสีกายเป็นสีแดงและสีเขียว ลักษณะคล้ายยักษ์ในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งมักมีผู้เข้าใจผิดว่าตุ๊กตาสลักหินรูปจีน หรือ ลั่นถัน นายทวารบาลที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าประตูวัดนั้นคือ ยักษ์วัดโพธิ์นอกจากนี้ ยังมีตำนานเกี่ยวกับยักษ์วัดโพธิ์และยักษ์วัดแจ้งซึ่งทำให้เกิดท่าเตียนในปัจจุบัน นั่นคือ ยักษ์วัดโพธิ์ซึ่งทำหน้าที่ดูแลวัดโพธิ์และยักษ์วัดแจ้งซึ่งทำหน้าที่ดูแลวัดแจ้งนั้น ทั้ง 2 ตนเป็นเพื่อนรักกัน วันหนึ่งยักษ์วัดแจ้งไปขอยืมเงินจากยักษ์วัดโพธิ์ เมื่อถึงกำหนดส่งเงินคืน ยักษ์วัดแจ้งกลับไม่ยอมจ่าย ดังนั้น ยักษ์ทั้ง 2 ตนจึงเกิดทะเลาะกัน แต่เพราะรูปร่างที่ใหญ่โตและพละกำลังที่มหาศาลของยักษ์ทั้ง 2 ตน เมื่อเกิดต่อสู้กันจึงทำให้บริเวณนั้นราบเรียบโล่งเตียนไปหมด เมื่อพระอิศวรทราบเรื่องนี้ จึงได้ลงโทษให้ยักษ์วัดโพธิ์ยืนเฝ้าพระอุโบสถวัดโพธิ์ และยักษ์วัดแจ้งยืนเฝ้าวิหารวัดแจ้งตั้งแต่นั้นมา

นับตั้งแต่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ วัดพระเชตุพนฯ มีเจ้าอาวาสมาแล้ว 16 รูป ดังนี้

ลำดับที่ รายนาม เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ
1 สมเด็จพระพนรัตน์ พ.ศ. 2325 พ.ศ. 2356
2 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส พ.ศ. 2356 พ.ศ. 2396
3 พระพิมลธรรม (ยิ้ม) พ.ศ. 2400 พ.ศ. 2412
4 สมเด็จพระวันรัตน์ (สมบุรณ์) พ.ศ. 2415 พ.ศ. 2419
5 พระพิมลธรรม (อ้น) พ.ศ. 2421 พ.ศ. 2432
6 หม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัด) พ.ศ. 2434 พ.ศ. 2443
7 พระอุบาฬีคุณูปมาจารย์ (ปาน) พ.ศ. 2443 พ.ศ. 2447
8 พระธรรมเจดีย์ (แก้ว) พ.ศ. 2448 14 ตุลาคม พ.ศ. 2451
9 สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เข้ม ธมฺมสโร) พ.ศ. 2453 พ.ศ. 2484
10 สมเด็จพระวันรัต (เผื่อน ติสฺสทตฺโต) พ.ศ. 2484 พ.ศ. 2490
11 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น ปุณฺณสิริ) พ.ศ. 2490 พ.ศ. 2516
12 พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (กมล กมโล) พ.ศ. 2517 พ.ศ. 2520
13 พระวิสุทธาธิบดี (สง่า ปภสฺสโร) พ.ศ. 2520 พ.ศ. 2534
14 พระธรรมปัญญาบดี (ถาวร ติสฺสานุกโร) พ.ศ. 2534 พ.ศ. 2557
15 พระธรรมรัตนากร (สีนวล ปญฺญาวชิโร) พ.ศ. 2557 พ.ศ. 2564
รักษาการ พระเทพวชิรโมลี (ทองใบ ปุญฺญภาโส) 7 มีนาคม พ.ศ. 2564 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
16 สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร) พ.ศ. 2564 ปัจจุบัน

มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารเปรียบเสมือนมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย โดยเมื่อมีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดครั้งใหญ่ในรัชกาลที่ 3 พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมสรรพวิชาแขนงต่าง ๆ จารึกลงบนศิลาจารึกหรือแผ่นศิลา รวมทั้งได้ปั้นฤๅษีดัดตน ประดับไว้ภายในบริเวณวัด ซึ่งอาจจะแบ่งความรู้ต่าง ๆ ออกได้เป็น 8 หมวด ได้แก่ หมวดประวัติการสร้างวัดพระเชตุพนฯ หมวดตำรายาแพทย์แผนโบราณ หมวดอนามัย หมวดประเพณี หมวดวรรณคดีไทย หมวดสุภาษิต หมวดทำเนียบ (จารึกหัวเมืองขึ้นของกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น) และหมวดพระพุทธศาสนา โดยเมื่อเทียบในปัจจุบันอาจจะแบ่งออกเป็นคณะต่าง ๆ ดังนี้ คณะประวัติศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ (ไม่เป็นทางการ)

โรงเรียนภายในวัด

  • โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา สังกัดคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
  • โรงเรียนวัดพระเชตุพน เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 - ประถมศึกษาปีที่ 6

ในวัดมีบริการนวดโดยหมอนวดซึ่งศาลานวดจะอยู่ทางทิศตะวันออกของพระอุโบสถ

  1. . สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. 2558. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2560.Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  2. . สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. 2555-12-27. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 2013-10-17. สืบค้นเมื่อ2563-06-01.Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  3. ราชกิจจานุเบกษา, , เล่ม ๓๒, ตอน ๐ ก, ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๘, หน้า ๒๘๙
  4. สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม, , กุมภาพันธ์ 2548
  5. Global Market Information Database, Tourist Attractions - World, 10 Apr 2008
  6. สาวินี ลีมีโชค. (PDF). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
  7. กรณิศ รัตนามหัทธนะ. . เดอะคลาวด์.
  8. , หน้า 86-87, จากเว็บไซต์ราชบัณฑิตยสถาน
  9. วัชรี วัชรสินธุ์, (2534) การศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรม วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม. มหาวิทยาลัยศิลปากร,:ม.ป.ท.
  10. ปัจจุบันทางวัดใช้ว่า "พระพุทธไสยาส" (ไม่มี น์) ตามมติของสมเด็จพระวันรัต (เผื่อน ติสฺสทตฺโต) โดยให้เหตุผลว่า คำว่า "ไสยาส" แปลว่า นอน ส่วนคำว่า ไสยาสน์ มาจาก ไสยา + อาสน แปลว่า นอนและนั่ง
  11. ผู้จัดการออนไลน์,, 29 มกราคม 2548
  12. ผู้จัดการออนไลน์, , 21 มกราคม 2548
  13. ผู้จัดการออนไลน์, , 17 ธันวาคม 2545
  14. ประชุมพงศาวดาร เล่มที่ 15 (ประชุมพงศาวดารภาคที่ 25 ถึง 27) , องค์การค้าของคุรุสภา, 2507
  15. จาก เว็บไซต์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
  16. วัชรี วัชรสินธุ์, วัดพระเชตุพน มัชฌิมประเทศอันวิเศษในชมพูทวีป, สำนักพิมพ์มติชน,กันยายน 2548 ISBN 974-323-476-4
  17. จาก เว็บไซต์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
  18. ผู้จัดการออนไลน์, , 19 กันยายน 2549
  19. , วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
  20. , สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ

หนังสือและบทความ

  • ทวีศักดิ์ เผือกสม. หยดเลือด จารึก และแท่นพิมพ์: ว่าด้วยความรู้/ความจริงของชนชั้นนำสยาม พ.ศ. 2325-2411. กรุงเทพฯ: Illuminations Editions, 2561. ISBN 9786169313823
คอมมอนส์ มีภาพและสื่อเกี่ยวกับ:
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

เว็บไซต์

  • แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
    • ภาพถ่ายดาวเทียมจาก หรือ
    • แผนที่จาก หรือ
    • ภาพถ่ายทางอากาศจาก

พิกัดภูมิศาสตร์:13°44′47″N100°29′36″E /13.746519°N 100.493338°E /13.746519; 100.493338

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
ดพระเชต, พนว, มลม, งคลารามราชวรมหาว, หาร, พระอารามหลวงในเขตพระนคร, ภาษาอ, เฝ, าด, แก, ไข, ดพระเชต, พนว, มลม, งคลาราม, คำอ, าน, ระ, เชด, พน, มน, คะ, ลา, ราม, หร, ระ, เชด, พน, มน, ลา, ราม, โดยท, วไปเร, ยก, ดโพธ, เป, นพระอารามหลวงช, นเอก, ชน, ดราชวรมหาว, หาร, และ. wdphraechtuphnwimlmngkhlaramrachwrmhawihar phraxaramhlwnginekhtphrankhr phasaxun efadu aekikh wdphraechtuphnwimlmngkhlaram khaxan wd ph ra echd tu phn wi mn mng kha la ram 1 hrux wd ph ra echd tu phn wi mn mng kh la ram 2 odythwiperiyk wdophthi epnphraxaramhlwngchnexk chnidrachwrmhawihar 3 aelaepnwdpracarchkalphrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkmharach thngyngepriybesmuxnepnmhawithyalyaehngaerkkhxngpraethsdwy enuxngcakepnthirwmcaruksrrphwichahlayaekhnng aelathangyuensokidkhunthaebiynepnmrdkkhwamthrngcaolkkhxngphumiphakhexechiyaepsifik emux minakhm ph s 2551 4 aelawnthi 16 mithunayn ph s 2554 thangyuensok idkhunthaebiyncarukwdophthicanwn 1 440 chin epnmrdkkhwamthrngcaolkinthaebiynnanachatiwdphraechtuphnwimlmngkhlaram rachwrmhawiharchuxsamywdophthi thaetiynthitng2 thnnsnamichy aekhwngphrabrmmharachwng ekhtphrankhr krungethphmhankhr praethsithy 10200praephthphraxaramhlwngchnexk chnidrachwrmhawiharnikayethrwath mhanikayphraprathanphraphuththethwptimakrphraphuththrupsakhyphraphuththisyas phraphuththolknath phraphuththsasdamhakrunathikhun phraphuththmarwichyxphyprpks phraphuththchinrachworwath phraphuththchinsihmuninath phraphuththpaliilyphirtiitrwiewk phrasrisrrephchyudayanecaxawassmedcphramhathiracary prasiththi ekhmng kor khwamphiesswdpracarchkalthi 1cudsnicwiharphraphuththisyasn wiharthisfngtawnxxk wiharphraolknath aelaphraxuobsthkickrrmnwdaephnithykarthayphaphimkhwrichaeflch inkarthayphaphcitrkrrmfaphnng swnphayinxakhar bangxakharhamthayphaph khwrsngektpayewbistwww watpho comswnhnungkhxngsaranukrmphraphuththsasnacarukwdophthi khwamthrngcaaehngolkodyyuensokthiekbrksawdphraechtuphnwimlmngkhlaramrachwrmhawiharpraeths ithyphumiphakh exechiyaelaaepsifikxangxing2010 16prawtikarkhunthaebiynkhunthaebiyn2554 chuxtamthiidcdthaebiyninbychimrdkkhwamthrngcaaehngolk phumiphakhthicdaebngodyyuensok wdphraechtuphnwimlmngkhlaramrachwrmhawiharthuxidwaepnwdthimiphraecdiymakthisudinpraethsithy odymicanwnpraman 99 xngkh 5 phraecdiythisakhy khux phramhaecdiysirchkal sungepnphramhaecdiypracaphrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkmharach phrabathsmedcphraphuththelishlanphaly phrabathsmedcphranngeklaecaxyuhw aelaphrabathsmedcphracxmeklaecaxyuhw inaengkhxngkarthxngethiywaelw wdophthiidrbkhwamniymethiywepnladbthi 24 khxngolk inpi ph s 2549 odyminkthxngethiywmaeyuxninpinnthung 8 155 000 khn 6 enuxha 1 prawti 2 singkxsrangphayinwd 2 1 ekhtwdophtharam edim 2 1 1 wiharphraphuththisyas 2 1 2 phramhaecdiysirchkal 2 1 3 salakarepriyy 2 2 ekhtphraxuobsth 2 2 1 phraxuobsth 2 2 2 phrawiharthis 2 2 3 phraecdiy 2 2 3 1 phraecdiyray 2 2 3 2 phraecdiyhmuhathanediyw 2 2 3 3 phramhasthup 2 3 pratimakrrmxun 2 3 1 ruppnvisiddtn 2 3 2 ykswdophthi 3 ladbecaxawas 4 karsuksa 4 1 mhawithyalyaehngaerkkhxngpraethsithy 4 2 orngeriynphayinwd 5 xangxing 6 aehlngkhxmulxun 6 1 hnngsuxaelabthkhwam 6 2 ewbistprawti aekikh phithirachaphieskkhxngphranordmthiwdphraechtuphnwimlmngkhlaramrachwrmhawihar wdphraechtuphnwimlmngkhlaramtamprawtisrangmatngaetkhrngsmyxyuthya aetimprakthlkthanekiywkbkarsrang aetsnnisthanwasrangkhunhlng ph s 2231 inrchkalsmedcphranaraynmharach 7 bangwasrangmatngaetsmyphraephthracha 8 edimeriykwa wdophtharam hrux wdophthi snnisthanwaephraaepnthipradisthantnphrasrimhaophthi aettxmakhtikhwamechuxeruxngkarbuchaphrasrimhaophthiesuxmkhlaylngip imidrbkhwamniymehmuxnkhrngxdit cungkhngehluxaetchuxeriyksubtxma ykthanakhunepnphraxaramhlwnginsmykrungthnburi sungpraktxyuin phrarachphngsawdarkrungthnburi wa phraphimlthrrm epnecaxawaskhxngwdophtharam aelacungerimmiphrarachkhnapkkhrxngtngaetnnma khrngthungrchsmyphrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkmharachoprdekla ihsthapnawdniihminpi ph s 2331 odythrngsrangphraxuobsth phraraebiyng phrawihar tlxdcnburnakhxngedim emuxaelwesrcin ph s 2344 idthrngphrakrunaoprdekla phrarachthannamwa wdphraechtuphnwimlmngkhlawas aeplwa thixyuxnngamkhxngphraphuththeca 8 epnwdpracarchkalphrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkmharach nbcaknnwdphraechtuphnidrbkarburnptisngkhrnkhrngihy inrchsmyphrabathsmedcphranngeklaecaxyuhw aelaidoprdekla ihcaruksrrphtaratang lngbnaephnhinxxnpradisthiwtamsalaraytang khrngthungrchsmyphrabathsmedcphracxmeklaecaxyuhwidthrngphrakrunaoprdekla ihaeksrxynamphraxaramwa wdphraechtuphnwimlmngkhlaramrachwrmhawihar namwdphraechtuphnwimlmngkhlaramni praktinprakasrchsmyphrabathsmedcphracxmeklaecaxyuhw ph s 2411 wa wdniaemcaminamphrarachthanmatngaetrchkalthi 1 aetchuxphrarachthanmiphueriykaetxyuinphrarachwng khnyngeriykwawdophthiknthngaephndin aelamiphrarachdariwa chuxphrarachthanepnchuxtngimpidimaenncakhidaeplngihmehncaimchna 9 phayinphraxaramyngidekhyichepnsthanthiprakxbphithirachaphieskkhxngphrabathsmedcphranordm brmramethwawtar odynitiny kxnthicamiphithirachaphieskxikkhrngthikrungphnmepy odyphvtiny swnkarburnptisngkhrninrchkalphraxngkhnn mikarsthapnaphramhaecdiyxik 1 xngkh odymikhwamcaepnthitxngruxsalarayphramnthpaelaphraraebiyng 10 txmaidmibnthukkhxngnkedinthangchawnxrewy khux kharl bxk Carl Bock nkthrrmchatiwithya thiedinthangekhamasarwcsphaphphumisastrinsyamemux ph s 2424 ekhamxngwawdophthiepnhnunginsamkhxngwdthimikhwamsakhykhxngkrungethph xiksxngwdkhux wdxrunrachwraramrachwrmhawiharaelawdsraeksrachwrmhawihar ekhaidtngkhxsngektuwa phraraebiyngthiwdophthiinchwngnnsungthasikhawmikhwamskprkmak thaihemux ph s 2444 phrabathsmedcphraculcxmeklaecaxyuhwthrngihkrathrwngoythathikarburna aetphbwatxngichenginthung 67 000 bath inewlannenginthxngphrakhlngimphx cungidtdraykarsxm aelaruxxakharthiimsakhy xyangsalaraythung 13 hlng aelaphraecdiyray 42 xngkh aelaimidmikarsrangsingkxsrangxun ephim 7 singkxsrangphayinwd aekikh aephnphngwdphraechtuphn xyangkhraw wdphraechtuphnwimlmngkhlaram epnwdthimisingkxsrangkhxnkhangaenn enuxngcakkarburnaaebbiskhaaenn aekhngknburna sngphlihmixakharaelasingkxsrang rwmthungphraphuththrupmakmayphayinwdaehngni odysamarthaebngphunthixxkepn 2 swnihy khux ekhtwdophtharam edim aekikh idaek swntawntkkhxngwd rimaemnaecaphraya phunthiniepnthitngkhxng wiharphraphuththisyas salakarepriyy sungepnphraxuobsthedim khxngwdophtharam phramnthp aelaphramhaecdiysirchkal wiharphraphuththisyas aekikh phraphuththisyas wiharphraphuththisyas 11 srangkhuninrchsmyphrabathsmedcphranngeklaecaxyuhw inkhrawthioprd ihkhyayphraxaramxxkmathangthisehnux ekhamasxnthbekhtwdophtharamedim thithukyubipkxnhnani odyphraxngkhoprdihphraxngkhecaldawlyepnaemkxnginkarkxsrang odyidsrangphraphuththisyaskhunkxn aelwcungsrangphrawiharphayhlng odymikhnadethakbphraxuobsth briewnphnngkhxngwiharnn danbnmiphaphekhiynsieruxng mhawngs aelaphnngrahwangchxnghnatang ekhiynphaphsiekiywkbphrasawikaextthkhkha 13 xngkh xubaskextthkhkha 10 thanaelaxubasikaextthkhkha 10 than xyudwy 12 phayinwiharpradisthanphraphuththisyas sungepnphraphuththrupthikxxith thuxpun pidthxngthwthngxngkh aelamikhnadihyepnxndb 3 khxngpraeths odymilksnaphiess idaek phrabathsayaelakhwasxnesmxkn odythiphrabathpradbmukphaphmngkhl 108 prakar trngklangepnrupckrtamtaramhapurislkkhna odylwdlaykhxngmngkhl 108 prakarnn epnkarphsmphsanknrahwangkhtikhwamechuxthirbmacakchmphuthwipaelacin 12 13 phramhaecdiysirchkal aekikh phramhaecdiysrisrrephchdayan klang phramhaecdiydilkthrrmkrknithan say phramhaecdiymunibtbrikhar khwa aelaphramhaecdiythrngphrasrisurioythy hna phramhaecdiysirchkal epnmhaecdiykhnadihy 4 xngkh tngxyuthdcakphraxuobsth lxmrxbdwykaaephngaekw sthaptykrrmbriewnsumpratumilksnaepnithyprayuktaebbcin odycamituktahincinpradbxyupratula 1 khu xngkhphraecdinnepnaebbecdiyyximsibsxng pradbdwykraebuxngekhluxb 14 edimthirchkalthi 1 thrngxyechiyoklnphrasrisrrephchdayancakwdphrasrisrrephchy cnghwdphrankhrsrixyuthya dwythrngprasngkhcahlxphrasrisrrephchyxngkhnikhunmaihm aethlngcakthrngpruksakbkhnasngkhaelw khnasngkhidthulthwaywa karnaoklnphrasrisrrephchdayanmahlxmihmnn thuxepnkhid epnkalkini imepnmngkhlaekbanemuxng cungthrngtdsinphrathysrangphraecdiykhnadihy aebbyxmumimyisib khrxboklnphrasrisrrephchyniiw aelaphrarachthanphranamecdiywa phramhaecdiysrisrrephchdayan xngkhphraecdiypradwykraebuxngekhluxbsiekhiyw tngxyutrngklangkhxnghmuphramhaecdiy lxmrxbdwyphramhaecdiyxik 3 xngkh nbepnphramhaecdiypracarchkalthi 1 txmainrchkalthi 3 phraxngkhmiphraprasngkhthanubarungwdphraechtuphn thrngsrangphramhaecdiykhnabkhangkbphramhaecdiysrisrrephchdayan dngnn cungepnecdiysamxngkheriyngkncakehnuxcrdit odymilksnaepnecdiyyxmumimyisib khnadaelakhwamsungehmuxnknthukprakar tangephiyngsikraebuxngthimapradbethann odyphramhaecdiythangthisehnuxkhxngphramhaecdiysrisrrephchdayanpradbdwykraebuxngekhluxbsikhaw namwa phramhaecdiydilkthrrmkrknithan sungphraxngkhthrngsrangkhunephuxphrarachxuthisthwayaedphrabathsmedcphraphuththelishlanphaly phrabrmrachchnk sungnbepnphramhaecdiypracarchkalthi 2 swnphramhaecdiythangthisitkhxngphramhaecdiysrisrrephchdayannn pradbdwykraebuxngekhluxbsiehluxng namwa phramhaecdiymunibtbrikhar sungphraxngkhthrngsrangkhunephuxthwayepnphuththbucha odynbepnphramhaecdiypracarchkalthi 3 dwy emuxrchkalthi 4 thrngkhunkhrxngrachy phraxngkhoprdeklaihthayaebbphraecdiysrisurioythy macakwdswnhlwngsbswrrkh incnghwdphrankhrsrixyuthya ephuxsrangkhunepnphuththbucha odyxngkhphramhaecdiymilksnathiaetktangcakphramhaecdiythng 3 xngkh khux misumkhuhaekhaipphayinxngkhphramhaecdiyid 15 pradbdwykraebuxngekhluxbsikhabhruxsinaenginekhm minamwa phramhaecdiythrngphrasrisurioythy nbepnphramhaecdiypracarchkalthi 4 hlngcaknn rchkalthi 4 miphrarachdarswa txipinrchkalhlngxyaihexaepnaebbxyangthicaepncatxngsrangphraecdiypracarchkalinwdphraechtuphntxipely ephraasmedcphraecaxyuhwthng 4 rchkalaetaerknnidekhythrngehnknthng 4 phraxngkh phidkbsmedcphraecaaephndinphraxngkhxun 16 dngnn karsrangphramhaecdiypracarchkalcungidyutilngtngaetnnma salakarepriyy aekikh edimepnphraxuobsthkhxngwdophtharamtngaetsmykrungsrixyuthya aetphayhlngkarsthapnaphraxuobsthhlngihmkhxngwdphraechtuphnaelw cungidldthanaepnsalakarepriyy odyphayinmi phraphuththsasda pradisthanepnphraprathan ekhtphraxuobsth aekikh ekhtphraxuobsthepnekhtthisthapnakhunihmnxkekhtwdophtharamedim srangtamkhtiitrphumi odyihphraxuobsthepnesmuxnekhaphrasuemru aelaihwiharthisthngsi epnesmuxnthwiphlkthngsi phraxuobsth aekikh phayinphraxuobsth pradisthanphraphuththethwptimakr epnphraphuththruppangsmathi sungrchkalthi 1 thrngxyechiymacakwdsalasihna dwyprasngkhtngmnaenwaenwa nicaepnphrankhrxyangthawr pangsmathi suxthungkartngcitmnaenwaen phrawiharthis aekikh phraphuththmarwichyxphyprpks pradisthanthiphrawiharthistawnxxk mukhhna phraphuththolknath pradisthanthiphrawiharthistawnxxk mukhhlng phraphuththchinsrimuninath pradisthanthiphrawiharthistawntk phraphuththpaliily pradisthanthiphrawiharthisehnux phraphuththchinrachworwaththrrmckr pradisthanthiphrawiharthisit swnphrawiharthisthng 4 nnidxyechiyphraphuththrupsakhycakhwemuxngtang mapradisthaniw odyaebngxxkepnmukhhnaaelamukhhlng odymukhhna khux mukhthihnsuthistang swnmukhhlngnn khux mukhthihnhnaekhasuphraxuobsth odyphrawiharthisaebngxxkepn 4 this 17 idaek phrawiharthistawnxxk thisphraolknath thimukhhnapradisthanphraphuththmarwichy epnphraphuththruppangmarwichy xyechiymacakwdekhaxinthr emuxngswrrkholk swnbriewnmukhhlngpradisthanphraphuththolknathsasdacary sungsrangkhuntngaetsmykrungsrixyuthyaepnrachthani idxyechiymacakwiharphraolknath phayinwdphrasrisrrephchy sungthrudothrmimmaknk phrawiharthistawntk thisnakhprk thimukhhnapradisthanphraphuththchinsrimuninath epnphraphuththruppangnakhprk edimpradisthanxyuthiemuxngsuokhthy odyidxyechiymaphrxmkbphraphuththchinrach phrawiharthisehnux thispaelily thimukhhnapradisthanphraphuththpaliily epnphraphuththruppangpaelily sungrchkalthi 1 thrngsrangkhunihmemuxkhrngthrngsthapnawdphraechtuphn phrawiharthisit thispycwkhkhiy thimukhhnapradisthanphraphuththchinrach epnphraphuththruppangpthmethsna sungxyechiymacakemuxngsuokhthyphraecdiy aekikh wdphraechtuphnwimlmngkhlaramrachwrmhawiharthuxidwaepnwdthimiphraecdiymakthisudinpraethsithy 5 sungsamarthaebngphraecdiytang id 4 praephth idaek phramhaecdiysirchkal 4 xngkhsungpradisthanxyuinekhtwdophtharamedim swnthipradisthaninekhtphraxuobsthnn idaek phraecdiyray 71 xngkh phraecdiyhmuhathanediywrwm 20 xngkh aelaphraecdiythrngprangkhhruxphramhasthup 4 xngkh rwmthngsin 99 xngkh odyphraecdiythipradisthaninekhtphraxuobsth miraylaexiyddngni phraecdiyray aekikh phraecdiyray pradisthanxyubriewnodyrxbkhxngphraraebiyngchnnxkmicanwnthngsin 71 xngkh 18 srangkhuninrchsmyphrabathsmedcphranngeklaecaxyuhw sungedimmiphrarachprasngkhihepnihepnthibrrcuphraxthikhxngecanayechuxphrawngs phraecdiypradbdwykraebuxngthwyekhluxbsiaelasilaekhiyw nbepnphraecdiythimikhnadelkemuxethiybkbphraecdiyxun phraecdiyrayinwdphraechtuphnwimlmngkhlaramrachwrmhawiharnn idrbykyxngwaepnphraecdiyehliymyxmumimsibsxngthingamthisudkhxngyukhrtnoksinthr 19 phraecdiyhmuhathanediyw aekikh phraecdiyhmuhathanediyw srangkhuninrchsmyphrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkmharach epnphraecdiy 5 xngkhthitngxyubnthanediywkn odyxngkhtrngklangnncamikhnadihykwaxik 4 xngkhthilxmrxbxyu pradisthanxyutrngmumphrawiharkhdthng 4 dan nbrwmid 20 xngkh lksnaphraecdiynnepnecdiythrngsiehliymyxmumimsibsxng 4 xngkhlxmrxbxngkhklangsungepnecdiyaebbimsibsxngephimmum phayinphraecdiybrrcuphrabrmsaririkthatuthukxngkh 18 phramhasthup aekikh phramhasthup epnphraecdiythrngprangkh hruxthieriykwa phraxkhkhiyecdiy micanwn 4 xngkh pradisthanxyutrngmumlanphraxuobsthchnnxkthng 4 dan briewnsumkhxngphraecdiymiethwrupthawctuolkbalhlxdwydibuk aelwlngrkpidthxng pradisthanthng 4 dan danbnmirupykssunghlxdwydibukaebkyxdprangkh phramhasthupmichuxeriykthitangkn 20 dngni xngkhthipradisthandanthistawnxxkechiyngehnux minamwa phraphuththmngkhlakayphnthnamhasthup xngkhthipradisthandanthistawnxxkechiyngit minamwa phraphuthththrrmckpwtanapathukamhasthup xngkhthipradisthandanthistawntkechiyngit minamwa phraphuththwiinypitkasucikhramhasthup xngkhthipradisthandanthistawntkechiyngehnux minamwa phraphuththxphithrrmthrawasiprikkharamhasthuppratimakrrmxun aekikh nxkcak xakhar phrawihar phraecdiytang aelwwdophthiyngmisingnasnicxikhlayxyang xathiechn ruppnvisiddtn aekikh wikisxrs mingantnchbbekiywkb khwamehneruxngvisiddtnwdphraechtuphn ody krmphrayadarngrachanuphaph emuxphrabathsmedcphraphuththyxdfaculaolkthrngptisngkhrnwdophtharam phraxngkhthrngidrwbrwmkaraephthyaephnobranaelasilpwithyakarkhxngkrungsrixyuthyaexaiw rwmthng idpnrupvisiddtninthatang iwdwy sungcanwnkhxngruppnvisiddtnthisranginrchkalthi 1 nn imthrabcanwnaenchd txmainrchkalthi 3 idhlxruppnvisiddtninthatang rwm 80 tha odyichsngkasiaeladibuk aethnkarichdinthiesuxmsphaphidngay nxkcakniyngmikaraetngokhlngsisuphaphephuxbrryaysrrphkhunthatangkhxngvisiddtnthng 80 bthdwy enuxngcakmikarekhluxnyayruppn rwmthngmikarlklxbexaruppnipkhaybangswn dngnn ruppnthixyuphayinwdophthicungmiehluxephiyng 24 thaethann 21 22 ykswdophthi aekikh ykswdophthibriewnsumpratuthangekhaphramnthp ykswdophthinntngxyuthisumpratuthangekhaphramnthp odymisikayepnsiaedngaelasiekhiyw lksnakhlayyksinwrrnkhdieruxngramekiyrti sungmkmiphuekhaicphidwatuktaslkhinrupcin hrux lnthn naythwarbalthitngxyubriewnhnapratuwdnnkhux ykswdophthi 13 nxkcakni yngmitananekiywkbykswdophthiaelaykswdaecngsungthaihekidthaetiyninpccubn nnkhux ykswdophthisungthahnathiduaelwdophthiaelaykswdaecngsungthahnathiduaelwdaecngnn thng 2 tnepnephuxnrkkn wnhnungykswdaecngipkhxyumengincakykswdophthi emuxthungkahndsngenginkhun ykswdaecngklbimyxmcay dngnn yksthng 2 tncungekidthaelaakn aetephraaruprangthiihyotaelaphlakalngthimhasalkhxngyksthng 2 tn emuxekidtxsukncungthaihbriewnnnraberiybolngetiyniphmd emuxphraxiswrthraberuxngni cungidlngothsihykswdophthiyunefaphraxuobsthwdophthi aelaykswdaecngyunefawiharwdaecngtngaetnnma 23 ladbecaxawas aekikhnbtngaetsthapnakrungrtnoksinthr wdphraechtuphn miecaxawasmaaelw 16 rup dngni 24 ladbthi raynam erimwara sinsudwara1 smedcphraphnrtn ph s 2325 ph s 23562 smedcphramhasmneca krmphraprmanuchitchionrs ph s 2356 ph s 23963 phraphimlthrrm yim ph s 2400 ph s 24124 smedcphrawnrtn smburn ph s 2415 ph s 24195 phraphimlthrrm xn ph s 2421 ph s 24326 hmxmecaphrasmedcphraphuthacary thd ph s 2434 ph s 24437 phraxubalikhunupmacary pan ph s 2443 ph s 24478 phrathrrmecdiy aekw ph s 2448 14 tulakhm ph s 24519 smedcphraphuthacary ekhm thm msor ph s 2453 ph s 248410 smedcphrawnrt ephuxn tis stht ot ph s 2484 ph s 249011 smedcphraxriywngsakhtyan pun pun nsiri ph s 2490 ph s 251612 phraxubalikhunupmacary kml kmol ph s 2517 ph s 252013 phrawisuththathibdi snga pphs sor ph s 2520 ph s 253414 phrathrrmpyyabdi thawr tis sanukor ph s 2534 ph s 255715 phrathrrmrtnakr sinwl py yawchior ph s 2557 ph s 2564rksakar phraethphwchiromli thxngib puy yphaos 7 minakhm ph s 2564 23 phvsphakhm ph s 256416 smedcphramhathiracary prasiththi ekhmng kor ph s 2564 pccubnkarsuksa aekikhmhawithyalyaehngaerkkhxngpraethsithy aekikh wdphraechtuphnwimlmngkhlaramrachwrmhawiharepriybesmuxnmhawithyalyaehngaerkkhxngpraethsithy odyemuxmikarburnptisngkhrnwdkhrngihyinrchkalthi 3 phraxngkhthrngphrakrunaoprdekla ihrwbrwmsrrphwichaaekhnngtang caruklngbnsilacarukhruxaephnsila rwmthngidpnvisiddtn pradbiwphayinbriewnwd sungxaccaaebngkhwamrutang xxkidepn 8 hmwd idaek hmwdprawtikarsrangwdphraechtuphn hmwdtarayaaephthyaephnobran hmwdxnamy hmwdpraephni hmwdwrrnkhdiithy hmwdsuphasit hmwdthaeniyb carukhwemuxngkhunkhxngkrungrtnoksinthrtxntn aelahmwdphraphuththsasna 15 odyemuxethiybinpccubnxaccaaebngxxkepnkhnatang dngni khnaprawtisastr khnasilpkrrmsastr khnaxksrsastr aelakhnaaephthysastr imepnthangkar 25 orngeriynphayinwd aekikh orngeriynbalisathitsuksa epnorngeriynphrapriytithrrm aephnksamysuksa sngkdkhnakhrusastr mhawithyalymhaculalngkrnrachwithyaly epidsxninradbmthymsuksatxntn orngeriynwdphraechtuphn epidkareriynkarsxntngaetradbxnubal 1 prathmsuksapithi 6 inwdmibrikarnwdodyhmxnwdsungsalanwdcaxyuthangthistawnxxkkhxngphraxuobsthxangxing aekikh karxanchuxphraxaramhlwng sanknganrachbnthityspha 2558 subkhnemux 21 minakhm 2560 Check date values in accessdate date help phranxnwdophthi sanknganrachbnthityspha 2555 12 27 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 2013 10 17 subkhnemux 2563 06 01 Check date values in accessdate date help rachkiccanuebksa prakaskrathrwngthrrmkar aephnkkrmsngkhkari eruxng cdraebiybphraxaramhlwng elm 32 txn 0 k 3 tulakhm ph s 2458 hna 289 http www siamrath co th UIFont NewsDetail aspx cid 70 amp nid 10887 5 0 5 1 sankngankhnakrrmkarwthnthrrmaehngchati krathrwngwthnthrrm kawipinbuy esrimmngkhlihwphra 9 wd kumphaphnth 2548 Global Market Information Database Tourist Attractions World 10 Apr 2008 7 0 7 1 sawini limiochkh krnisuksa wdphraechtuphlwimlmngkhlaramrachwrmhawihar PDF mhawithyalysilpakr 8 0 8 1 krnis rtnamhththna tuktahnawd edxakhlawd phcnanukrmwisamanynamithy wd wng thnn saphan pxm hna 86 87 cakewbistrachbnthitysthan wchri wchrsinthu 2534 karsuksakarxxkaebbsthaptykrrm wdphraechtuphnwimlmngkhlaram mhawithyalysilpakr m p th pccubnthangwdichwa phraphuththisyas immi n tammtikhxngsmedcphrawnrt ephuxn tis stht ot odyihehtuphlwa khawa isyas aeplwa nxn swnkhawa isyasn macak isya xasn aeplwa nxnaelanng 12 0 12 1 phraphuththisyas 13 0 13 1 phucdkarxxniln ethiyw wdophthi smphswdeka inmummxngihm 29 mkrakhm 2548 phucdkarxxniln dukhxngdi thi wdophthi 21 mkrakhm 2548 15 0 15 1 phucdkarxxniln wdsuthsn 17 thnwakhm 2545 prachumphngsawdar elmthi 15 prachumphngsawdarphakhthi 25 thung 27 xngkhkarkhakhxngkhuruspha 2507 phraraebiyng 18 0 18 1 phraecdiysirchkal phraecdiyhmuhathanediyw phraecdiyray cak ewbistwdphraechtuphnwimlmngkhlaram wchri wchrsinthu wdphraechtuphn mchchimpraethsxnwiessinchmphuthwip sankphimphmtichn knyayn 2548 ISBN 974 323 476 4 phramhasthup kaaephngaekw cak ewbistwdphraechtuphnwimlmngkhlaram ekhavisiddtn karnwdtamaebbthavisiddtn phucdkarxxniln ethiyw thaetiyn chumchnekaaekkhuwdophthi 19 knyayn 2549 xditecaxawas wdphraechtuphnwimlmngkhlaram phiphithphaephlinmhawithyalywdophthi sthabnphiphithphnthkareriynruaehngchati prawtiwdphraechtuphnwimlmngkhlaramcakewbistxyangepnthangkarkhxngwdphraechtuphnwimlmngkhlaramaehlngkhxmulxun aekikh praethsithy phraphuththsasnahnngsuxaelabthkhwam aekikh thwiskdi ephuxksm hydeluxd caruk aelaaethnphimph wadwykhwamru khwamcringkhxngchnchnnasyam ph s 2325 2411 krungethph Illuminations Editions 2561 ISBN 9786169313823khxmmxns miphaphaelasuxekiywkb wdphraechtuphnwimlmngkhlaramewbist aekikh ewbistxyangepnthangkarkhxngwdphraechtuphnwimlmngkhlaram ewbistwdphraechtuphn wdophthithaetiyn phaphphaonrama 360 xngsa wdphraechtuphnwimlmngkhlaram phaphphaonrama 360 xngsaphraphuththisyasn aephnthiaelaphaphthaythangxakaskhxng wdphraechtuphnwimlmngkhlaramrachwrmhawihar phaphthaydawethiymcakwikiaemepiy hruxkuekilaemps aephnthicakmltiaemp hruxoklbxlikd phaphthaythangxakascakethxrraesirfewxr phikdphumisastr 13 44 47 N 100 29 36 E 13 746519 N 100 493338 E 13 746519 100 493338 surabutr phaph 3 in 4 khxngphramhaecdiysirchkal yameynekhathungcak https th wikipedia org w index php title wdphraechtuphnwimlmngkhlaramrachwrmhawihar amp oldid 9532342, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม