fbpx
วิกิพีเดีย

มะเร็ง

มะเร็ง หรือทางการแพทย์ว่า เนื้องอกร้าย (อังกฤษ:malignant tumor) เป็นกลุ่มของโรคที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ คือ เซลล์จะแบ่งตัวและเจริญอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อเป็นเนื้องอกร้าย และมีศักยภาพในการรุกรานร่างกายส่วนข้างเคียง มะเร็งอาจแพร่กระจายไปยังร่างกายส่วนที่อยู่ห่างไกลได้ผ่านระบบน้ำเหลืองหรือกระแสเลือด แต่ไม่ใช่เนื้องอกทุกชนิดจะเป็นมะเร็ง เพราะเนื้องอกไม่ร้ายจะไม่ลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียงและไม่กระจายไปทั่วร่างกาย อาการและอาการแสดงของโรคมะเร็งที่เป็นไปได้รวมถึงมีก้อนเนื้อเกิดใหม่, มีเลือดออกผิดปกติ, มีการไอเป็นเวลานาน, การสูญเสียน้ำหนักที่อธิบายไม่ได้, และการเปลี่ยนแปลงในการขับถ่ายของลำไส้และอื่น ๆ แต่อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเนื่องจากปัญหาอื่น ๆ ได้เช่นกัน มีมะเร็งที่ส่งผลต่อมนุษย์ที่ทราบแล้วกว่า 100 ชนิด

สาเหตุของมะเร็งนั้นมีหลากหลาย ซับซ้อนและเข้าใจเพียงบางส่วนเท่านั้น มีหลายปัจจัยที่ทราบแล้วว่าเพิ่มปัจจัยเสี่ยงมะเร็ง ได้แก่ การสูบบุหรี่ (อัตราการตาย 22%) ปัจจัยด้านอาหาร, การขาดกิจกรรมการออกกำลังกาย, โรคอ้วน, และการบริโภคแอลกอฮอล์ (อัตราการตายรวมกัน 10%) นอกนั้นเป็นการติดเชื้อบางอย่าง, การสัมผัสรังสี, และมลภาวะสิ่งแวดล้อม ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา เกือบ 20% ของโรคมะเร็งเกิดจากการติดเชื้อเช่นโรคตับอักเสบจากไวรัสชนิด B, ชนิด C, และ human papillomavirus. โดยทั่วไปก่อนที่มะเร็งจะพัฒนาขึ้น การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างของยีนจะเกิดขึ้นก่อน ประมาณ 5–10% ของมะเร็งเกิดจากการติดเชื้อทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ ปัจจัยเหล่านี้สามารถทำให้ยีนเสียหายโดยตรง หรืออาจประกอบกับความบกพร่องทางพันธุกรรมที่มีอยู่เดิมในเซลล์ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้ มะเร็งราว 5–10% สามารถติดตามไปยังความบกพร่องทางพันธุกรรมแต่กำเนิดโดยตรง

มะเร็งสามารถตรวจพบได้หลายวิธี รวมทั้งการมีอาการและอาการแสดงบางอย่าง การตรวจคัดกรองโรค จากนั้น จะต้องทำการสร้างภาพทางการแพทย์ เมื่อตรวจพบว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งแล้ว จะมีการวินิจฉัยเพื่อยืนยันโดยการตรวจตัวอย่างชิ้นเนื้อ (อังกฤษ:biopsy)

มะเร็งหลายประเภทสามารถป้องกันได้โดยการไม่สูบบุหรี่, รักษาน้ำหนักตัวเพื่อสุขภาพที่ดี, ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป, กินอาหารประเภทผักผลไม้และธัญพืชมาก ๆ, ฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อบางอย่าง, ไม่กินเนื้อแดงมากเกินไป, และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดมากเกินไป การตรวจพบแต่เนิ่น ๆ ผ่านการตรวจคัดกรองจะเป็นประโยชน์สำหรับโรคมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งลำไส้ใหญ่ ประโยชน์ของการตรวจคัดกรองสำหรับมะเร็งเต้านมยังมีความขัดแย้ง โรคมะเร็งมักจะได้รับการรักษาผสมกันของการรักษาด้วยรังสีบางอย่าง, การผ่าตัด, การรักษาด้วยเคมีบำบัด, และการรักษาด้วยการกำหนดเป้​​าหมาย การจัดการกับการปวดและอาการอื่นเป็นส่วนสำคัญของการดูแล การดูแลแบบประคับประคองเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่โรคมีการพัฒนาไปมาก โอกาสของการอยู่รอดขึ้นอยู่กับชนิดของโรคมะเร็งและระยะของโรคในช่วงเริ่มต้นของการรักษา ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ที่วินิจฉัยอัตราการรอดตายในช่วงห้าปีใน โลกที่พัฒนาแล้วโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 80% สำหรับโรคมะเร็งในประเทศสหรัฐอเมริกาอัตราการรอดตายห้าปีเฉลี่ยอยู่ที่ 66%

ในปี 2012 มีมะเร็งรายใหม่เกิดขึ้นทั่วโลกประมาณ 14,100,000 ราย (ไม่รวมถึงโรคมะเร็งผิวหนังอื่นที่ไม่ใช่เนื้องอก) มันะทำให้เกิดการเสียชีวิต 8,200,000 รายหรือ 14.6% ของการเสียชีวิตของมนุษย์ทั้งหมด ชนิดที่พบบ่อยที่สุดของโรคมะเร็ง ในเพศชายเป็นมะเร็งปอด, มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งลำไส้ใหญ่, และมะเร็งกระเพาะอาหาร ในเพศหญิงชนิดที่พบมากที่สุดคือมะเร็งเต้านม, มะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งปอด, และมะเร็งปากมดลูก หากมะเร็งผิวหนังอื่นที่ไม่ใช่เนื้องอกถูกรวมอยู่ใน มะเร็งใหม่ทั้งหมด ในแต่ละปีมะเร็งดังกล่าวจะคิดเป็นประมาณ 40% ของผู้ป่วย ในเด็ก โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบ lymphoblastic เฉียบพลันและเนื้องอกในสมองเป็นโรคส่วนใหญ่ร่วมกันยกเว้นในทวีปแอฟริกาที่มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดแพร่กระจายเร็วเกิดขึ้นบ่อย ในปี 2012 เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีประมาณ 165,000 คนได้รับการวินิจฉัยว่าเ​​ป็นมะเร็ง ความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามอายุและมะเร็งหลายชนิดเกิดขึ้นได้ทั่วไปในประเทศที่พัฒนาแล้ว อัตราเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่อประชาชนมีชีวิตมากขึนและวิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงในประเทศกำลังพัฒนา ต้นทุนทางการเงินของโรคมะเร็งอยู่ที่ประมาณ US$ 1.16 ล้านล้านต่อปีในปี 2010

เนื้อหา

มะเร็งคือกลุ่มของโรคหลายโรค ที่มีลักษณะร่วมกันคือมีการเจริญของเซลล์ที่ผิดปกติ และมีความสามารถที่จะรุกล้ำหรือแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้ จัดเป็นชนิดหนึ่งของเนื้องอก เนื้องอกหมายถึงกลุ่มของเซลล์ที่มีการเจริญอย่างไม่มีการควบคุม มักเกิดเป็นก้อน แต่ก็อาจเกิดเป็นลักษณะแผ่กว้างได้

ปัจจุบันถือว่าเซลล์ที่จะนับว่าเป็นเซลล์มะเร็งต้องมีลักษณะเฉพาะของความเป็นมะเร็ง ลักษณะเหล่านี้เป็นลักษณะที่จำเป็นต่อการดำเนินโรคของมะเร็ง ได้แก่

การที่เซลล์ปกติจะกลายเป็นเซลล์ที่เพิ่มจำนวนจนกลายเป็นก้อนเนื้องอกและกลายเป็นมะเร็งเต็มขั้นนั้นมีขั้นตอนหลายขั้นตอน ขั้นตอนเหล่านี้เรียกว่าการพัฒนาของมะเร็ง

การแพทย์แผนไทยมีการใช้คำว่า "มะเร็ง" ในความหมายถึงโรคต่างๆ ที่รักษาได้ยาก แสดงอาการในระยะท้าย ซึ่งอาจนับรวมโรคอื่นๆ ที่ไม่ตรงนิยามของมะเร็งในการแพทย์แผนปัจจุบันเข้ามาด้วย เช่น ฝีเรื้อรัง ริดสีดวง เป็นต้น

บทความหลัก: สัญญาณและอาการแสดงของมะเร็ง

อาการที่เกิดจากการแพร่กระจายของโรคมะเร็งขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเนื้องอก ตามรูป ที่สมอง-ปวดศีรษะ, ชัก, หัวหมุน ที่ทางเดินหายใจ-ไอ, ไอเป็นเลิอด, หายใจลำบาก ที่ต่อมน้ำเหลือง-การอักเสบของต่อมและท่อน้ำเหลือง ที่ตับ-ตับโต, ดีซ่าน ที่กระดุกสันหลัง-เจ็บปวด, กระดูกแตกหัก, การกดทับกระดูกสันหลัง

ในระยะเริ่มต้นของมะเร็งผู้ป่วยจะยังไม่มีอาการ ต่อเมื่อขนาดของก้อนเริ่มโตขึ้นหรือเริ่มเกิดเป็นแผลจึงอาจจะมีอาการหรืออาการแสดงได้ ขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งของมะเร็ง อาการส่วนใหญ่เป็นอาการที่ไม่มีความจำเพาะ สามารถพบได้บ่อยในภาวะอื่นที่ไม่ใช่มะเร็ง จึงถือได้ว่ามะเร็งเป็นโรคนักเลียนแบบอย่างหนึ่ง ผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่จึงมักได้รับการรักษาภาวะอื่นมาระยะหนึ่งก่อน ก่อนที่จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง

อาการเฉพาะที่

ผู้ป่วยอาจมีอาการเฉพาะที่จากผลของตัวก้อนที่ขยายขนาดขึ้น ตัวอย่างเช่น ผลจากก้อนของมะเร็งปอดอาจกดเบียดหลอดลม ทำให้ผู้ป่วยมีอาการไอ หรือเกิดปอดอักเสบได้ง่ายขึ้น มะเร็งหลอดอาหารทำให้เกิดการตีบแคบของหลอดอาหาร ทำให้ผู้ป่วยมีอาการกลืนลำบากหรือกลืนเจ็บ มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงอาจทำให้เกิดการตีบแคบหรือการอุดกั้นของลำไส้ ทำให้มีการถ่ายอุจจาระที่ผิดปกติไป ก้อนในเต้านมหรืออัณฑะอาจปรากฏเป็นก้อนให้ผู้ป่วยสังเกตได้ชัดเจน อาการบางอย่างอาจเกิดจากการเกิดแผลที่ก้อนมะเร็ง เช่น ในปอดอาจทำให้มีอาการไอเป็นเลือด ในลำไส้ทำให้ผู้ป่วยค่อย ๆ เสียเลือดจนมีอาการซีด หรือเลือดออกมากจนเห็นเป็นเลือดปนมากับอุจจาระได้ ในกระเพาะปัสสาวะอาจทำให้มีอาการปัสสาวะเป็นเลือด และในมดลูกทำให้มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด เป็นต้น ผู้ป่วยระยะลุกลามบางรายอาจมีอาการเจ็บจากตัวก้อนได้ แต่ในระยะแรกที่ก้อนเพิ่งเริ่มขยายขนาดผู้ป่วยมักไม่มีอาการเจ็บจากตัวก้อน มะเร็งบางชนิดอาจทำให้เกิดของเหลวสะสมในโพรงร่างกาย เช่นในช่องอก หรือช่องท้องได้

อาการที่เป็นระบบ

เป็นอาการที่เกิดขึ้นทั่วไปเนื่องจากผลกระทบที่อยู่ไกลจากตำแหน่งของโรคมะเร็งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายโดยหรือเป็นการแพร่กระจายของโรค อาการเหล่านี้อาจรวมถึง:.. การสูญเสียน้ำหนักโดยไม่ได้ตั้งใจ, เป็นไข้, เหนื่อยมากเกินไป, และมีการเปลี่ยนแปลงกับผิว มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดแพร่กระจายช้า(อังกฤษ:Hodgkin disease), โรคเม็ดโลหิตขาวผิดปกติ (อังกฤษ:leukemias), และโรคมะเร็งตับหรือโรคมะเร็งไตอาจทำให้เกิดไข้ถาวรไม่ทราบที่มา

มะเร็งบางชนิดอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเฉพาะของระบบที่เรียกว่าปรากฏการณ์ paraneoplastic ตัวอย่างเช่นการปรากฏตัวของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดร้าย (อังกฤษ:myasthenia gravis) ในเนื้องอกต่อมไทมัส (อังกฤษ:thymoma) และอาการปลายนิ้วโต (อังกฤษ:clubbing) ในโรคมะเร็งปอด

การแพร่กระจาย

บทความหลัก: Metastasis

มะเร็งสามารถแพร่กระจายจากจุดกำเนิดเดิมของมันโดยการแพร่กระจายเฉพาะที่, การแพร่กระจายผ่านทางน้ำเหลืองไปยังต่อมน้ำเหลืองในภูมิภาคหรือผ่านทางเลือด (การแพร่กระจาย แบบ haematogenous) ไปยังเนื้อเยื่ออื่นที่ไกลออกไป การแพร่กระจายทั้งหมดนี้เรียกว่า metastasis เมื่อมะเร็งแพร่กระจายไปตามเส้นทาง haematogenous มันก็มักจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย อย่างไรก็ตาม 'เมล็ดพันธุ์' มะเร็งจะเจริญเติบโตได้ดีใน 'ดิน' บางจุดที่เลือกโดยเฉพาะเท่านั้น เป็นสมมติฐานของการแพร่กระจายโรคมะเร็งในรูปของ 'ดินและเมล็ดพันธ์' อาการของการเกิดโรคมะเร็งในระยะแพร่กระจายขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเนื้องอกและอาจรวมถึงต่อมน้ำเหลืองโต (ซึ่งสามารถรู้สึกได้หรือบางครั้งก็เห็นได้ใต้ผิวหนังและมักจะแข็ง), ตับโตหรือม้ามโตซึ่งสามารถรู้สึกได้ในช่องท้อง, รู้สึกเจ็บปวดหรือเศษหักของกระดูกและอาการทางระบบประสาท

บทความหลัก: สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง

90-95% ของสาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งเนื่องมาจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนที่เหลืออีก 5-10% เนื่องมาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม คำว่า "สิ่งแวดล้อม" ที่ใช้โดยนักวิจัยโรคมะเร็งหมายถึงสาเหตุใด ๆ ที่ไม่ได้มาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมเช่นวิถีการดำเนินชีวิต, ปัจจัยทางเศรษฐกิจและพฤติกรรม, และไม่ใช่แค่มลพิษ ปัจจัยแวดล้อมที่พบบ่อยที่นำไปสู่​​การตายของโรคมะเร็ง ได้แก่ ยาสูบ (25-30%) อาหารและโรคอ้วน (30-35%), การติดเชื้อ (15-20%), การสัมผัสกับรังสี (ทั้งโอโซนและไม่โอโซน 10%) ความเครียด, ขาดการออกกำลังกาย, และมลพิษสิ่งแวดล้อม

มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะพิสูจน์ว่าอะไรทำให้เกิดโรคมะเร็งในบุคคลหนึ่ง ๆ เพราะมะเร็งส่วนใหญ่มีสาเหตุหลายอย่าง ตัวอย่างเช่นถ้าคนที่ใช้ยาสูบอย่างหนักจนพัฒนาเป็นโรคมะเร็งที่ปอด ดังนั้นสาเหตุก็อาจมาจากการใช้ยาสูบ แต่เนื่องจากทุกคนมีโอกาสเล็กน้อยที่จะพัฒนาโรคมะเร็งปอดโดยเป็นผลมาจากมลพิษทางอากาศหรือการฉายรังสี ดังนั้นมีโอกาสเล็กน้อยที่ โรคมะเร็งจะได้รับการพัฒนาเพราะมลพิษทางอากาศหรือการฉายรังสี ยกเว้นการติดต่อที่หายากที่เกิดขึ้นกับการตั้งครรภ์และมีเพียงเล็กน้อยจากการบริจาคอวัยวะ มะเร็งโดยทั่วไปจะไม่เป็นโรคที่ติดต่อถ่ายทอดได้

สารเคมี

ข้อมูลเพิ่มเติม: แอลกอฮอล์กับโรคมะเร็งและการสูบบุหรี่กับโรคมะเร็ง

อุบัติการณ์ของโรคมะเร็งปอดมีความสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ ตามที่แสดงในแผนภูมิ เมื่อมีคนสูบบุหรี่มากขึ้น 20 ปีต่อมาก็มีผู้เสียชีวิตเนื่องจากมะเร็งปอดมากขึ้นตามกัน

การสัมผัสกับสารบางอย่างมีการเชื่อมโยงกับบางชนิดของโรคมะเร็ง สารเหล่านี้จะเรียกว่า "สารก่อมะเร็ง" (อังกฤษ:carcinogens) ยกตัวอย่าง การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอดถึง 90% นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในกล่องเสียง, ในศีรษะ, ในลำคอ, ในกระเพาะอาหาร, ในกระเพาะปัสสาวะ, ในไต, ในหลอดอาหาร, และในตับอ่อน ควันของยาสูบมีสารก่อมะเร็งที่รู้จักกันมากกว่าห้าสิบอย่าง รวมทั้งไนโตรซามีน และ polycyclic aromatic hydrocarbon ยาสูบรับผิดชอบหนึ่งในสามของทั้งหมดที่เสียชีวิตจากมะเร็งในประเทศที่พัฒนาแล้ว และประมาณหนึ่งในห้าทั่วโลก อัตราการตายด้วยโรคมะเร็งปอดในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นภาพสะท้อนของการสูบบุหรี่ ที่มีการเพิ่มขึ้นของการสูบบุหรี่ตามด้วยการเพิ่มขึ้นอย่างมากของอัตราการตายเนื่องจากมะเร็งปอดและเมื่อเร็ว ๆ นี้การลดลงของอัตราการสูบบุหรี่มาตั้งแต่ปี 1950s ตามด้วยการลดลงของอัตราการตายเนื่องจากโรคมะเร็งปอดในผู้ชายตั้งแต่ปี 1990

ในยุโรปตะวันตก 10% ของมะเร็งในเพศชายและ 3% ของมะเร็งทั้งหมดในเพศหญิงจะมีสาเหตุมาจากการดื่มสุรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งตับและมะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสสารเคมีขณะทำงานเชื่อว่าจะเป็นสาเหตุระหว่าง 2-20% ของทุกกรณี ในทุก ๆ ปี อย่างน้อย 200,000 คนทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ทำงานของพวกเขา คนงานหลายล้านมีความเสี่ยงของการพัฒนาสู่โรคมะเร็งเช่นโรคมะเร็งปอดและโรคจากการสูดดมควันบุหรี่หรือ เส้นใยแร่ใยหินในระหว่างการทำงานหรือโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวจากการสัมผัสกับสารเบนซีนที่สถานที่ทำงานของพวกเขา

อาหารและการออกกำลังกาย

บทความหลัก: อาหารกับโรคมะเร็ง

อาหาร การไม่ออกกำลังกาย และโรคอ้วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตจากมะเร็งได้ถึง 30-35% ของ ในสหรัฐอเมริกาน้ำหนักตัวเกินเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาของโรคมะเร็งหลายชนิดและเป็นปัจจัยใน 14-20% ของการเสียชีวิตจากมะเร็งทั้งหมด การศึกษาในสหราชอาณาจักรรวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับกว่า 5 ล้านคนแสดงให้เห็นว่าดัชนีมวลกายที่สูงขึ้นจะเกี่ยวข้องกับอย่างน้อย 10 ชนิดของโรคมะเร็งและมีความรับผิดชอบประมาณ 12,000 กรณีในแต่ละปีในประเทศนั้น การไม่ออกกำลังกายเชื่อว่าจะนำไปสู่​​ความเสี่ยงโรคมะเร็ง ไม่เพียงแต่ผ่านทางผลกระทบต่อน้ำหนักตัว แต่ยังผ่านผลกระทบด้านลบต่อระบบภูมิคุ้มกันและระบบต่อมไร้ท่อ มากกว่าครึ่งหนึ่งของผลกระทบจากการรับประทานอาหารเกิดจากการมีภาวะโภชนาการเกิน ( การรับประทานอาหารมากเกินไป) มากกว่าจากการกินผักน้อยเกินไปหรืออาหารที่ดีต่อสุขภาพอื่น ๆ

อาหารบางอย่างจะเชื่อมโยงกับการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด อาหารที่มีเกลือสูงเชื่อมโยงกับโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร 'อะฟลาท็อกซินบี 1' สารปนเปื้อนอาหารที่พบบ่อยประเภทหนึ่งทำให้เกิดโรคมะเร็งตับ การเคี้ยวพลูถั่ว (อังกฤษ:Betel nut) ทำให้เกิดโรคมะเร็งในช่องปาก ความแตกต่างในการรับประทานอาหารส่วนหนึ่งอาจอธิบายความแตกต่างในการเกิดมะเร็งในแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารจะพบมากในประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากอาหารมีเกลือสูง และมะเร็งลำไส้ใหญ่จะพบมากในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้อพยพเข้าเมืองพัฒนาความเสี่ยงของประเทศใหม่ของพวกเขาภายในหนึ่งเจนเนอเรชั่น แนะนำการเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างการรับประทานอาหารและโรคมะเร็ง

การติดเชื้อ

บทความหลัก: สาเหตุการติดเชื้อของโรคมะเร็ง

ทั่วโลกประมาณ 18% ของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อ สัดส่วนนี้แตกต่างกันไปในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลกจากที่สูง 25% ในทวีปแอฟริกาจนถึงน้อยกว่า 10% ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ไวรัสเป็นเชื้อโรคปกติของการติดเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง แต่แบคทีเรียและปรสิตยังอาจสร้างผลกระทบกับโรคมะเร็งได้เช่นกัน

ไวรัสที่สามารถทำให้เกิดมะเร็งได้เรียกว่า oncovirus ซึ่งรวมถึง humam papillomavirus (มะเร็งปากมดลูก), Epstein-Barr ไวรัส (โรค B-cell lymphoproliferative และโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก), herpesvirus sarcoma ของ Kaposi (เนื้องอก Kaposi และ primary effusion lymphomas), ไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบ C (มะเร็งตับ), และ human T -cell ไวรัส-1 โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemias T-cell) การติดเชื้อแบคทีเรียยังอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็ง เท่าที่เห็นในมะเร็งกระเพาะอาหารที่เกิดจาก Helicobacter pylori การติดเชื้อปรสิตเกี่ยวข้องอย่างมากกับโรคมะเร็งรวมถึง Schistosoma haematobium (มะเร็งเซลล์ squamous ของกระเพาะปัสสาวะ) และพยาธิใบไม้ในตับ, Opisthorchis viverrini และ Clonorchis sinensis (มะเร็งท่อน้ำดี)

การแผ่รังสี

บทความหลัก: โรคมะเร็งที่เกิดขึ้นจากการฉายรังสี

10% ของมะเร็งที่แพร่กระจายเกี่ยวข้องกับการได้รับรังสี รวมทั้งจากรังสีอัลตราไวโอเลตทั้งแบบโอโซนและแบบที่ไม่ใช่โอโซน นอกจากนี้ส่วนใหญ่ของมะเร็งที่ไม่แพร่กระจายจะเป็นมะเร็งผิวหนังที่ไม่ใช่ melanoma ที่เกิดจากรังสีอัลตราไวโอเลตแบบที่ไม่ใช่โอโซน ส่วนใหญ่มาจากแสงแดด แหล่งที่มาของรังสีรวมถึงการถ่ายภาพทางการแพทย์และก๊าซเรดอน

รังสีไม่ได้เป็นสารกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น การสัมผัสกับก๊าซเรดอนโดยผู้อยู่อาศัยมีความเสี่ยงโรคมะเร็งเช่นเดียวกับผู้สูบบุหรี่ไม่สม่ำเสมอ รังสีเป็นแหล่งโรคมะเร็งที่มีศักยภาพมากขึ้นเมื่อมีการรวมกับสารก่อให้เกิดมะเร็งอื่น ๆ เช่นการสัมผัสก๊าซเรดอนบวกกับยาสูบ รังสีสามารถทำให้เกิดมะเร็งในพื้นที่ส่วนใหญ่ของร่างกาย ในสัตว์ทุกชนิดและทุกเพศทุกวัย เด็กและวัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะพัฒนาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่เกิดจากรังสีเป็นสองเท่าที่เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่; การได้รับรังสีก่อนเกิดมีผลเป็นสิบเท่า

รังสีที่ใช้ทางการแพทย์มีขนาดเล็ก แต่แหล่งกำเนิดรังสีมะเร็งมีจำนวนเพิ่มขึ้น รังสีอาจจะใช้ในการรักษามะเร็งอื่น ๆ แต่ในบางกรณีอาจทำให้เกิดรูปแบบที่สองของโรคมะเร็ง นอกจากนี้ มันยังใช้ในบางชนิดของการถ่ายภาพทางการแพทย์อีกด้วย

การสัมผัสกับรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์เป็นเวลานานสามารถนำไปสู่​​มะเร็งผิวหนังแบบ melanoma และมะเร็งผิวหนังร้ายแรงอื่น ๆ หลักฐานที่ชัดเจนได้ชี้ไปที่รังสีอัลตราไวโอเลต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลื่นความยาวขนาดกลางที่ไม่ใช่โอโซน (UVB) ว่าเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนังที่ไ​​ม่ใช่เนื้องอกส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นรูปแบบทั่วไปส่วนใหญ่ของโรคมะเร็งในโลก

รังสีความถี่วิทยุที่ไม่โอโซนจากระบบโทรศัพท์มือถือ, ระบบส่งกำลังไฟฟ้​​าและแหล่งอื่นที่คล้ายคลึงกันได้รับการอธิบายว่าเ​​ป็น "สารก่อมะเร็งที่เป็นไปได้" โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยมะเร็งขององค์การอนามัยโลก อย่างไรก็ตามการศึกษายังไม่พบความเชื่อมโยงสอดคล้องกันระหว่างรังสีจากโทรศัพท์มือถือและความเสี่ยงโรคมะเร็ง

พันธุกรรม

ส่วนใหญ่ของโรคมะเร็งจะไม่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม ("โรคที่เกิดครั้งเดียว") โรคมะเร็งที่ติดต่อทางกรรมพันธุ์เบื้องต้นเป็นสาเหตุมาจากข้อบกพร่องในการถ่ายทอดทางพันธุกรรม น้อยกว่า 0.3% ของประชากรจะเป็นพาหะของการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่มีผลกระทบอย่างมากต่อความเสี่ยงโรคมะเร็งและความเสี่ยงเหล่านี้ก่อให้เกิดน้อยกว่า 3-10% ของโรคมะเร็งทั้งหมด บางส่วนของอาการเหล่านี้รวมถึง:. การกลายพันธุ์บางอย่างที่ได้รับการถ่ายทอดในยีน BRCA 1 และ BRCA2 ที่มีความเสี่ยงมากกว่า 75% ของมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ และมะเร็งลำไส้ใหญ่ชนิด hereditary nonpolyposis (HNPCC หรือ Lynch syndrome) ซึ่งมีอยู่ในประมาณ 3% ของผู้ที่มีโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

สารที่มีการสัมผัสทางกายภาพ

สารบางชนิดทำให้เกิดโรคมะเร็ง ส่วนใหญ่เนื่องจากการสัมผัสทางกายภาพมากกว่าทางเคมี ตัวอย่างที่โดดเด่นได้แก่การสัมผัสกับแร่ใยหินเป็นเวลานาน, แร่ใยหินเป็นเส้นใยแร่ธาตุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มันเป็นสาเหตุสำคัญของโรค mesothelioma (โรคมะเร็งชนิดหนึ่งของเยื่อเซรุ่ม ซึ่งมักจะเป็นเยื่อเซรุ่มรอบปอด) สารอื่น ๆ ในหมวดหมู่นี้รวมทั้งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและที่เกิดขึ้นผ่านการสังเคราะห์เช่นเส้นใยคล้ายแร่ใยหินได้แก่ wollastonite, attapulgite, glass wool และ rock wool สารเหล่านี้เชื่อว่าจะมีผลกระทบที่คล้ายกัน วัสดุที่ไม่ใช่ไฟเบอร์ที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้แก่ผงโลหะโคบอลต์และนิกเกิล และผลึกซิลิกา (ควอทซ์, cristobalite และ tridymite) โดยปกติสารก่อมะเร็งทางกายภาพจะต้องเข้าไปในร่างกาย (เช่นผ่านการสูดดมชิ้นเล็ก ๆ ) และต้องใช้เวลาหลายปีของการสัมผัสจนพัฒนาขึ้นเป็นโรคมะเร็ง

การบาดเจ็บทางร่างกายจนส่งผลให้เป็นโรคมะเร็งค่อนข้างหายาก ยกตัวอย่างเช่น การอ้างว่าการที่กระดูกแตกส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งกระดูกไม่เคยได้รับการพิสูจน์ว่าจริง ในทำนองเดียวกัน การบาดเจ็บทางร่างกายก็ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งสมอง กรณีเดียวที่ยอมรับได้คือการที่ร่างกายได้รับความร้อนบ่อยและเป็นเวลานอน เป็นไปได้ว่าการเผาไหม้ซ้ำ ๆ ในส่วนเดียวกันของร่างกายเช่นความร้อนที่สร้างโดย Kanger (หม้อใส่ถ่านร้อนของชาวแคชเมียร์เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย) และเครื่องทำความร้อนแบบ Kairo (เครื่องอุ่นมือด้วยถ่าน) อาจสร้างมะเร็งบนผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีการใช้สารเคมีที่เป็นสารก่อมะเร็งในการให้ความร้อน ที่พบบ่อยคือการดื่มน้ำชาร้อนจนลวกอาจสร้างมะเร็งหลอดอาหาร โดยทั่วไป เชื่อกันว่ามะเร็งจะเกิดขึ้น, หรือมะเร็งที่มีอยู่ก่อนแล้วได้รับการสนับสนุน, ในระหว่างขั้นตอนการซ่อมแซมอาการบาดเจ็บ มากกว่ามะเร็งจะเกิดจากการบาดเจ็บโดยตรง อย่างไรก็ตาม การได้รับบาดเจ็บซ้ำ ๆ ที่เนื้อเยื่อเดียวกันอาจส่งเสริมการเพิ่มจำนวนเซลล์มากเกินไปซึ่งก็จะไปเพิ่มอัตราการกลายพันธุ์ของมะเร็ง

เป็นที่ถกเถียงกันว่าการอักเสบเรื้อรังอาจทำให้เกิดการกลายพันธุ์โดยตรงได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม เป็นที่ยอมรับว่าการอักเสบสามารถนำไปสู่​​การขยายจำนวน, การอยู่รอด, การก่อตัวของเส้นเลือดใหม่และการย้ายถิ่นของเซลล์มะเร็งโดยการสร้างอิทธิพลต่อจุลสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ เนื้องอก มากไปกว่านั้น ยีนมะเร็ง (อังกฤษ:oncogenes) เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นตัวสะสมจุลสิ่งแวดล้อมแบบส่งเสริมให้เกิดยีนเนื้องอกที่อักเสบ (อังกฤษ:inflammatory pro-tumorigenic microenvironment)

ฮอร์โมน

ฮอร์โมนบางชนิดมีบทบาทสำคัญในการพัฒนามะเร็งโดยการส่งเสริมการเพิ่มจำนวนเซลล์ ปัจจัยการเจริญเติบโตอย่างเช่นอินซูลินและโปรตีนที่ผูกพันของพวกมันมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มจำนวนเซลล์, การแยกความแตกต่างและการตาย, บอกถึงความเป็นไปได้ในการมีส่วนร่วมในการเกิดมะเร็ง

ฮอร์โมนเป็นตัวการสำคัญในการเกิดโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับเพศ เช่นโรคมะเร็งของเต้านม, เยื่อบุมดลูก, ต่อมลูกหมาก, รังไข่, และอัณฑะ รวมทั้งโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์และมะเร็งกระดูก ตัวอย่างเช่นหญิงที่มีมารดามีมะเร็งเต้านมจะมีระดับของเอสโตรเจนและ progesterone ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าหญิงที่มีมารดาที่ไม่มีมะเร็งเต้านม การเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมนอาจจะอธิบายได้ว่าทำไมผู้หญิงเหล่านี้จึงมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมได้แม้ว่าจะไม่มียีนมะเร็งเต้านม ในทำนองเดียวกันชายเชื้อสายแอฟริกันมีระดับเทสโทสเทอโรนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากกว่าชายเชื้อสายยุโรปจึงมีระดับที่สอดคล้องกันของมะเร็งต่อมลูกหมากที่สูงมาก ชายเชื้อสายเอเชียที่มีระดับต่ำสุดของ androstanediol glucuronide ที่เกิดจากเทสโทสเทอโรน ก็มีระดับต่ำสุดของมะเร็งต่อมลูกหมาก

นอกจากนี้ปัจจัยอื่น ๆ ก็เกี่ยวข้องด้วย เช่นคนที่เป็นโรคอ้วนมีระดับที่สูงขึ้นของฮอร์โมนบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งและอัตราที่สูงขึ้นของโรคมะเร็งเหล่านั้น ผู้หญิงที่บำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทนมีความเสี่ยงสูงของโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเหล่านั้น ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่ออกกำลังกายมากกว่าค่าเฉลี่ยมีระดับที่ลดลงของฮอร์โมนเหล่านี้และลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง มะเร็งกระดูก (อังกฤษ:Osteosarcoma) อาจได้รับการส่งเสริมจากฮอร์โมนการเจริญเติบโต การรักษาและการป้องกันบางอย่างจะช่วยถ่วงดุลสาเหตของโรคเหล่านี้โดยการลดแบบเทียมของระดับฮอร์โมน ซึ่งจะไม่ส่งเสริมมะเร็งที่ไวต่อฮอร์โมนนั้น

บทความหลัก: การเกิดมะเร็ง

โรคมะเร็งเกิดจากการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง การกลายพันธุ์แต่ละครั้งจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบางอย่างของเซลล์ ตามรูป การกลายพันธ์ทำให้ยีนต้านเนื้องอกไม่ทำงาน เซลล์เพิ่มจำนวนตามปกติ การกลายพันธ์ทำให้ยีนซ่อมดีเอ็นเอไม่ทำงาน การกลายพันธ์ของยีนมะเร็งขั้นต้นสร้างยีนมะเร็งเต็มต้วหนึ่งต้ว การกลายพันธ์ทำให้ยีนต้านเนื้องอกจำนวนมากยิ่งขึ้นไม่ทำงานจนกระทั่งมะเร็งกระจายตัวออกไป

พันธุศาสตร์

โรคมะเร็งโดยพื้นฐานเป็นโรคของการล้มเหลวในการควบคุมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ ในการที่จะให้เซลล์ปกติเปลี่ยนให้เป็นเซลล์มะเร็ง ยีนที่ควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์และแยกความแตกต่างจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง

ยีนที่ได้รับผลกระทบสามาถแบ่งออกเป็นสองประเภทกว้าง ๆ คือ 1. ยีนก่อมะเร็ง (อังกฤษ:oncogenes) เป็นยีนที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตและการเพิ่มจำนวนของเซลล์ 2. ยีนต้านเนื้องอก (อังกฤษ:Tumor suppressor gene) เป็นยีนที่ยับยั้งการแบ่งตัวและความอยู่รอดของเซลล์ การแปลงร่างของเนื้อร้ายสามารถเกิดขึ้นได้ผ่านการก่อตัวของ oncogenes แบบนวนิยาย (เป็นการออกฤทธิ์ที่มากเกินไปอย่างไม่เหมาะสมของยีนก่อมะเร็งปกติ) หรือเกิดขึ้นโดยการออกฤทธิ์หรือการปิดใช้งานที่น้อยเกินไปของยีนต้านมะเร็ง โดยปกติแล้วการเปลี่ยนแปลงในยีน"จำนวนมาก"จะต้องเป๋นการเปลี่ยนจากเซลล์ปกติให้เป็นเซลล์มะเร็ง

การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมสามารถเกิดขึ้นได้ในระดับที่แตกต่างกันและโดยกลไกที่แตกต่างกัน การได้รับหรือการสูญเสียของโครโมโซมทั้งมวลสามารถเกิดขึ้นได้ผ่านความผิดพลาดในกระบวนการแบ่งเซลล์ (อังกฤษ:mitosis) ที่พบกันมากกว่าเป็นกระบวนการกลายพันธุ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงในลำดับนิวคลีโอไทด์ของจีโนมิกส์ดีเอ็นเอ

การกลายพันธุ์ขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการลบออกหรือการได้รับส่วนหนึ่งของโครโมโซม การขยายจีโนมจะเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ได้รับหลาย ๆ สำเนา (มักจะ 20 สำเนาหรือมากกว่า) ของตำแหน่งโครโมโซม (อังกฤษ:chromosomal locus) ขนาดเล็กที่มักจะมียีนมะเร็งหนึ่งตัวหรือมากกว่าหนึ่งและสารพันธุกรรมที่อยู่ติดกัน การโยกย้าย (อังกฤษ:transloacation) จะเกิดขึ้นเมื่อสองภูมิภาคของโครโมโซมที่แยกจากกันมีการหลอมเข้าด้วยกันอย่างผิดปกติ โดยมักจะเกิดขึ้นที่ตำแหน่งที่เป็นลักษณะสมบัติ ตัวอย่างที่รู้จักกันดีเป็น'ฟิลาเดลเฟียโครโมโซม' หรือการโยกย้ายของโครโมโซม 9 และ 22 ซึ่งเกิดขึ้นในโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังแบบ myelogenous และส่งผลในการผลิตโปรตีนฟิวชั่นแบบ BCR-ABL, ซึ่งเป็น tyrosine kinase (เอนไซม์ขนิดหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนฟอสเฟสแบบ ATP ให้เป็นโปรตีนในเซลล์ มันทำงานเหมือนสวิทช์ปิด-เปิดในหลายหน้าที่ของเซลล์ มันเป็นชั้นย่อยหนึ่งของโปรตีนไคเนส)ที่เป็นยีนมะเร็งชนิดหนึ่ง

การกลายพันธุ์ขนาดเล็กจะรวมถึงการกลายพันธุ์, การลบออกและแทรกเป็นจุดจุด ซึ่งอาจเกิดขึ้นในภูมิภาคส่งเสริมของยีนและมีผลต่อการออกฤทธิ์ของมัน หรืออาจเกิดขึ้นในลำดับการเข้ารหัสของยีนและปรับเปลี่ยนฟังก์ชันหรือความมั่นคงของผลิตภัณฑ์โปรตีนของมัน การหยุดชะงักของยีนตัวเดียวยังอาจเกิดจากการรวมตัวกันของวัสดุจีโนมจากดีเอ็นเอไวรัสหนึ่ง(หรือ retrovirus) ที่นำไปสู่​​การออกฤทธิ์ของยีนมะเร็งของไวรัสในเซลล์ที่ได้รับผลกระทบและลูกหลานของมัน

การจำลองแบบของข้อมูลจำนวนมหาศาลที่มีอยู่ภายในดีเอ็นเอของเซลล์ที่มีชีวิตจะส่งผลที่เป็นไปได้ทางสถิติให้เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง (นั่นคือการกลายพันธุ์) การแก้ไขและการป้องกันข้อผิดพลาดที่ซับซ้อนจะถูกสร้างขึ้นให้เป็นกระบวนการ และป้องกันเซลล์ให้ปลอดภัยจากโรคมะเร็ง ถ้าข้อผิดพลาดที่มีนัยสำคัญเกิดขึ้น เซลล์ที่เสียหายสามารถ "ทำลายตัวเอง" ผ่านการตายของเซลล์ที่ได้โปรแกรมไว้แล้วที่เรียกว่าการตายของเซลล์ (อังกฤษ:apoptosis) หากกระบวนการควบคุมความผิดพลาดเกิดการล้มเหลว, การกลายพันธุ์ก็จะอยู่รอดและถูกส่งผ่านไปยังเซลล์ลูก

สภาพแวดล้อมบางอย่างมีแนวโน้มที่ทำความผิดพลาดให้เกิดขึ้นและเผยแพร่ออกไป สภาพแวดล้อมดังกล่าวอาจรวมถึงการปรากฏตัวของสารก่อกวนที่เรียกว่ายีนมะเร็ง (อังกฤษ:carcinogens), การบาดเจ็บทางกายภาพซ้ำ ๆ, ความร้อน, รังสีหรือการขาดออกซิเจน

ตัวอย่างของข้อผิดพลาดที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง เช่น "การขยายตัวเอง" และ "การประสม" ได้แก่:

  • การกลายพันธุ์ในเครื่องแก้ไขข้อผิดพลาดของเซลล์อาจเป็นสาเหตุให้เซลล์และลูก ๆ ของมันทำการสะสมข้อผิดพลาดได้รวดเร็วมากขึ้น
  • การกลายพันธุ์ที่ขยายตัวในยีนมะเร็งตัวหนึ่งอาจทำให้เซลล์แบ่งตัวเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็วและบ่อยครั้งมากขึ้นกว่าเซลล์ปกติอื่น ๆ
  • การกลายพันธุ์ที่ขยายตัวอาจทำให้เกิดการสูญเสียยีนต้านมะเร็ง ชะงักเส้นทางการส่งสัญญาณการตายและส่งผลให้เซลล์กลายเป็นอมตะ
  • การกลายพันธุ์ที่ขยายตัวในเครื่องส่งสัญญาณของเซลล์อาจส่งสัญญาณที่ผิดพลาดไปยังเซลล์ที่อยู่ใกล้เคียง

การแปลงร่างของเซลล์ปกติจนกลายเป็นเซลล์มะเร็งจะคล้ายกับการเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เกิดจากความผิดพลาดครั้งแรก ซึ่งประสมกันขึ้นเป็นข้อผิดพลาดที่รุนแรงมากขึ้น แต่ละข้อผืดพลาดช่วยอย่างก้าวหน้าให้เซลล์สามารถที่จะหลบหนีการควบคุมที่จำกัดการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อปกติ สถานการณ์ที่เหมือนการก่อจลาจลนี้จะกลายเป็นที่ไม่พึงประสงค์ของการอยู่รอดของผู้เหมาะสมที่สุด (อังกฤษ:survival of the fittest) ที่แรงผลักดันของวิวัฒนาการทำงานต่อต้านกับการออกแบบและการบังคับให้ทำตามคำสั่งของร่างกาย เมื่อมะเร็งได้เริ่มที่จะพัฒนา กระบวนการอย่างต่อเนื่องแบบนี้ ที่เรียกว่าการวิวัฒนาการที่เกิดมาจากเซลล์เดียวกัน (อังกฤษ:somatic evolution (clonal evolution)) จะผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าไปสู่​​ระยะของโรคที่มีการบุกรุกมากขึ้น clonal evolution จะนำไปสู่เนื้องอกแบบภายในไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน (อังกฤษ:​​intra-tumour heterogeneity) ที่ทำให้กลยุทธ์การให้การรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างที่ได้ออกแบบไว้เกิดความสลับซับซ้อน

ความสามารถด้านลักษณะสมบัติที่มีการพัฒนาโดยโรคมะเร็งสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท มีการนำเสนอแต่เดิมอยู่หกประเภทในบทความปี 2000 ที่เรียกว่า "เครื่องหมายแสดงว่ามีคุณภาพสูงของมะเร็ง" โดยดักลาส Hanahan และโรเบิร์ต Weinberg เกี่ยวกับ: การหลีกเลี่ยงการตาย, การพึ่งตัวเองในสัญญาณการเจริญเติบโต, การไม่รู้สึกถึงสัญญาณป้องกันการเจริญเติบโต, การสร้างหลอดเลือดอย่างยั่งยืน, ศักยภาพการทำซ้ำอย่างไร้ขีดจำกัด, และ การแพร่กระจาย. ในงานที่เขียนเพิ่มเติม ผู้เขียนเดียวกันเพิ่มอีกสองประเภทมากขึ้นในปี 2011 ได้แก่ โปรแกรมใหม่ของการเผาผลาญพลังงานและการหลีกเลี่ยงการทำลายภูมิคุ้มกัน

การแพร่กระจาย

การแพร่กระจาย (อังกฤษ:metastasis) หมายถึงการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังตำแหน่งอื่น ๆ ในร่างกาย เนื้องอกที่เกิดใหม่จะเรียกว่าเนื้องอกที่แพร่กระจาย ในขณะที่เดิมเรียกว่าเนื้องอกขั้นต้น โรคมะเร็งเกือบทั้งหมดสามารถแพร่กระจายได้ การเสียชีวิตจากมะเร็งส่วนใหญ่เกิดจากโรคมะเร็งที่มีการแพร่กระจายจากตำแหน่งแรกของมันไปยังอวัยวะอื่น ๆ (ที่แพร่กระจายเข้ามา)

การแพร่กระจายเป็นเรื่องธรรมดามากในช่วงปลายของการเกิดโรคมะเร็งและมันสามารถกระจายได้ผ่านทางเลือดหรือระบบน้ำเหลืองหรือทั้งสองอย่าง ขั้นตอนทั่วไปในการแพร่กระจายก็คือ การบุกรุกเฉพาะที่, การแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดหรือน้ำเหลือง การไหลเวียนผ่านร่างกาย การซึมออกจากกระแสไหลเวียนเข้าไปในเนื้อเยื่อใหม่ การเพิ่มจำนวน และการสร้างหลอดเลือดใหม่ ขนิดของโรคมะเร็งที่แตกต่างกันมีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายไปยังอวัยวะที่แตกต่างกันโดยเฉพาะของมัน แต่โดยรวมแล้วบริเวณที่พบมากที่สุดสำหรับการแพร่กระจายจะเกิดขึ้นที่ปอด ตับ สมอง และกระดูก

เอ็กซ์เรย์หน้าอกแสดงโรคมะเร็งปอดในปอดด้านซ้าย

โรคมะเร็งส่วนใหญ่ในตอนแรกจะได้รับการยืนยันโดยลักษณะของสัญญาณหรืออาการหรือผ่านการคัดกรองอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ไม่มีสักตัวที่นำไปสู่​​การวินิจฉัยที่ชัดเจนยกเว้นจะต้องมีการตรวจสอบตัวอย่างเนื้อเยื่อโดยวิธีการทางพยาธิวิทยา คนที่ต้องสงสัยว่าเป็นโรคมะเร็งจะถูกตรวจสอบด้วยการทดสอบต่าง ๆ ทางการแพทย์ โดยทั่วไปรวมถึงการทดสอบเลือด, เอกซ์เรย์, CT สแกน, และการส่องกล้อง

คนส่วนใหญ่จะไม่มีความสุขเมื่อรู้ว่าพวกเขามีโรคมะเร็ง พวกเขาอาจจะมีความกังวลและไม่มีความสุขอย่างมาก ความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายของผู้ที่มีโรคมะเร็งอยู่ที่ประมาณสองเท่าของความเสี่ยงปกติ

การจัดหมวดหมู่

ข้อมูลเพิ่มเติม: รายการประเภทของโรคมะเร็งและรายชื่อของคำที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง

โรคมะเร็งสามารถจัดหมวดหมู่ได้ตามชนิดของเซลล์ที่มีลักษณะคล้ายกับเซลล์เนื้องอกที่เชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของเนื้องอก ชนิดของเซลล์เหล่านี้ได้แก่:

  • Carcinoma: เป็นมะเร็งที่ได้มาจากเซลล์เยื่อบุผิว (อังกฤษ:epithelium) กลุ่มนี้ได้แก่โรคมะเร็งจำนวนมากที่พบมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ผู้สูงอายุและเกือบทุกคนที่กำลังพัฒนาเป็นมะเร็งในเต้านม, ในต่อมลูกหมาก, ในปอด, ในตับอ่อน, และในลำไส้
  • Sarcoma: เป็นมะเร็งที่เกิดจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (เช่นกระดูก, กระดูกอ่อน, ไขมัน, เส้นประสาท) ซึ่งแต่ละตัวมีการพัฒนาจากเซลล์ต้นกำเนิดในเซลล์ mesenchymal นอกไขกระดูก
  • Lymphoma และ leukemia (มะเร็งต่อมน้ำเหลืองและมะเร็งเม็ดเลือดขาว): โรคมะเร็งสองชนิดนี้เกิดจากเซลล์เม็ดเลือด (เกิดจากเลือด) (อังกฤษ:hematopoietic (blood-forming) cells) ที่ออกมาจากไขกระดูกและมีแนวโน้มที่จะโตเต็มที่ในต่อมน้ำเหลืองและเลือดตามลำดับ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นชนิดของมะเร็งที่พบมากที่สุดในเด็กโดยคิดเป็นประมาณ 30%
  • เนื้องอกเซลล์สืบพันธุ์ (อังกฤษ:Germ cell tumor): เป็นโรคมะเร็งที่ได้มาจากเซลล์หลายฤทธิ์หลายสรรพคุณ (อังกฤษ:pluripotent cell) (คุณสมบัติของเซลล์ต้นตอในการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของเซลล์ต้นตอในการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์จำเพาะของเนื้อเยื่อชนิดอื่น ๆ ได้หลายชนิด แต่เซลล์ต้นตอชนิดพลูริโพเทนท์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเนื้อเยื่อที่อยู่ชั้นนอกสุดของตัวอ่อน (Extraembryonic Tissues) ได้ ซึ่งเนื้อเยื่อนี้ได้แก่ ถุงน้ำคร่ำ (Amnion) เยื่อหุ้มตัวอ่อน (Chorion) และองค์ประกอบของรก (Placenta) [วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี])ส่วนใหญ่มักจะพบในลูกอัณฑะหรือรังไข่ (seminoma และ dysgerminoma ตามลำดับ)
  • blastoma: เป็นโรคมะเร็งที่ได้จากการเซลล์ "ปูชนียบุคคล" หรือเนื้อเยื่อของตัวอ่อนที่ยังไม่โตเต็มที่ Blastoma จะพบในเด็กมากกว่าในผู้มีอายุมากกว่า

มะเร็งมักจะใช้คำต่อไปนี้ -carcinoma, -sarcoma หรือ -blastoma เป็นคำต่อท้ายและใช้ชื่ออวัยวะหรือเนื้อเยื่อของแหล่งกำเนิดเป็นภาษาละตินหรือกรีกเป็นคำนำหน้า ยกตัวอย่างเช่นโรคมะเร็งของเนื้อเยื่อตับที่เกิดจากเซลล์เยื่อบุผิวเนื้อร้ายจะถูกเรียกว่า hepatocarcinoma ในขณะที่เนื้อร้ายที่เกิดจากเซลล์ตับสารตั้งต้นดั้งเดิมจะถูกเรียกว่า hepatoblastoma และมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ไขมันจะถูกเรียกว่า liposarcoma สำหรับมะเร็งทั่วไปบางอย่างชื่ออวัยวะจะใช้เป็นภาษาอังกฤษ ตัวอย่างเช่นชนิดที่พบมากที่สุดของมะเร็งเต้านมจะเรียกว่า ductal carcinoma ของเต้านม คำว่า ductal (ท่อ)เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึงการปรากฏตัวของโรคมะเร็งภายใต้กล้องจุลทรรศน์ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันมีต้นกำเนิดในท่อน้ำนม

เนื้องอกไม่ร้ายแรง (ซึ่งไม่ใช่มะเร็ง) จะใช้คำว่า-omaเป็นคำต่อท้าย และใช้ชื่ออวัยวะเป็นคำนำหน้า ตัวอย่างเช่นเนื้องอกไม่ร้ายแรงของเซลล์กล้ามเนื้อเรียบจะเรียกว่าleiomyoma (แต่ชื่อสามัญของเนื้องอกไม่ร้ายแรงที่เกิดขึ้นบ่อยในมดลูก (uterus)จะเรียกว่า uterine fibroid หรือแค่ fibroid) ด้วยควาทสับสน มะเร็งบางชนิดใช้คำต่อท้ายว่า -noma ตัวอย่างเช่น melanoma และ seminoma

บางชนิดของโรคมะเร็งได้รับการตั้งชื่อตามชื่อขนาดและรูปร่างของเซลล์ภายใต้กล้องจุลทรรศน์เช่นโรคมะเร็งเซลล์ยักษ์ (อังกฤษ:giant cell carcinoma), เซลล์มะเร็งแกน (อังกฤษ:spindle cell carcinoma)และมะเร็งเซลล์ขนาดเล็ก(อังกฤษ:small-cell carcinoma)

พยาธิวิทยา

การวินิจฉัยเนื้อเยื่อที่ทำโดยนักพยาธิวิทยาจะระบุประเภทของเซลล์ที่กำลังขยายปริมาณ, เกรดเนื้อเยื่อ (อังกฤษ:histological grade) ของเซลล์นั้น, ความผิดปกติท​​างพันธุกรรม, และคุณสมบัติอื่น ๆ ของเนื้องอก ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการประเมินการพยากรณ์โรคของผู้ป่วยและเพื่อเลือกการรักษาที่ดีที่สุด นักอายุรเวชอาจดำเนินการทดสอบตัวอย่างเนื้อเยื่อแบบเซลล์พันธุศาสตร์ (อังกฤษ:Cytogenetics) และ เคมีภูมิเนื้อเยื่อ (อังกฤษ:immunohistochemistry) การทดสอบเหล่านี้อาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโมเลกุล (เช่นการกลายพันธุ์, ยีนฟิวชั่น, และการเปลี่ยนแปลงโครโมโซมเกี่ยวกับตัวเลข) ที่ได้เกิดขึ้นในเซลล์มะเร็ง และอาจยังบ่งบอกให้เห็นถึงพฤติกรรมในอนาคตของโรคมะเร็ง (การพยากรณ์โรค) และการรักษาที่ดีที่สุด

  • มะเร็งในท่อน้ำนม (อังกฤษ:ductal carcinoma) ที่รุกรานของเต้านม (พื้นที่สีซีดตรงกลาง) ล้อมรอบไปด้วยหนามแหลมของเนื้อเยื่อแผลเป็นสีขาวและเนื้อเยื่อไขมันสีเหลือง

  • มะเร็งลำไส้ใหญ่ (อังกฤษ:colorectal carcinoma) ที่รุกราน (กลางบน) ในตัวอย่างเนื้อเยื่อลำใส้ใหญ่

  • มะเร็งของเซลล์บุผิวสแควมัส (อังกฤษ:squamous-cell carcinoma) (เนื้องอกสีขาว) ใกล้หลอดลมในเนื้อเยื่อปอดตัวอย่าง

  • มะเร็งในท่อน้ำนมที่รุกรานขนาดใหญ่ในตัวอย่างเนื้อเยื่อที่ผ่าตัดเอาเต้านมออก

การป้องกันโรคมะเร็งมีการกำหนดเป็นมาตรการที่จริงจังเพื่อลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยโรคมะเร็งเกิดจากปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และจำนวนมากแต่ไม่ใช่ทั้งหมดของปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้เป็นการเลือกวิถีชีวิตที่สามารถควบคุมได้ ดังนั้นโรคมะเร็งถือว่าเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้เป็นส่วนใหญ่ มากกว่า 30% ของการเสียชีวิตจากมะเร็งสามารถป้องกันได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ :. ยาสูบ, การมีน้ำหนักเกิน / โรคอ้วน, อาหารที่ไม่เพียงพอ, ขาดการออกกำลังกาย, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, การติดเชื้อติดต่อทางเพศสัมพันธ์, และมลพิษทางอากาศ สาเหตุด้านสิ่งแวดล้อมไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมดเช่นการเกิดขึ้นตามธรรมชาติของรังสีที่เป็นพื้นหลัง และกรณีอื่น ๆ ของโรคมะเร็งที่เกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรม ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะป้องกันโรคมะเร็งได้ทุกกรณี

อาหาร

บทความหลัก: อาหารกับโรคมะเร็ง

ในขณะที่มีคำแนะนำเรื่องการบริโภคอาหารจำนวนมากได้รับการนำเสนอเพื่อลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง แต่หลักฐานที่จะสนับสนุนคำแนะนำนั้นไม่ค่อยชัดเจน ปัจจัยการบริโภคอาหารขั้นต้นที่เพิ่มความเสี่ยงคือการเป็นโรคอ้วนและการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรับประทานผักและผลไม้ในปริมาณที่ต่ำและเนื้อแดงในปริมาณที่สูงไม่ได้รับการยืนยัน ในรายงานของ meta-analysis ปี 2014 ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างผักและผลไม้กับโรคมะเร็ง การบริโภคกาแฟมีล่วนเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งตับ การศึกษาได้เชื่อมโยงการบริโภคมากเกินไปของเนื้อสีแดงหรือเนื้อผ่านการกระบวนการเข้ากับการเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านม, มะเร็งลำไส้ใหญ่, และมะเร็งตับอ่อน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่อาจจะเป็นสาเหตุให้พบสารก่อมะเร็งในเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกที่อุณหภูมิสูง คำแนะนำเกี่ยวกับการบริโภคอาหารเพื่อป้องกันโรคมะเร็งมักจะรวมถึงการให้ความสำคัญกับผัก ผลไม้ ธัญพืช และปลา และหลีกเลี่ยงเนื้อผ่านกระบวนการและเนื้อแดง (เนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อแกะ) ไขมันสัตว์และ คาร์โบไฮเดรตกลั่น

ยา

แนวคิดที่ว่ายาสามารถใช้ในการป้องกันโรคมะเร็งได้เป็นที่น่าสนใจ และมีหลักฐานสนับสนุนการใช้ยาในไม่กี่สถานการณ์ที่กำหนดไว้ ในประชากรทั่วไป ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช้สตีรอยด์ (อังกฤษ:Non-steroidal anti-inflammatory drug (NSAIDs)) อาจลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่เนื่องจากมันมีผลกระทบแบบ side effect ต่อหัวใจและหลอดเลือดและระบบทางเดินอาหาร ยาดังกล่าวจึงอาจก่อให้เกิดอันตรายโดยรวมเมื่อนำมาใช้ แอสไพรินถูกพบว่าสามารถลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งได้ประมาณ 7% COX-2 inhibitor อาจลดอัตราการก่อตัวของติ่งเนื้อ (อังกฤษ:polyp) ในผู้ที่มีโรคติ่งเนื้อเมือกมากของเนื้องอกไม่ร้ายที่เนื้อเยื่อบุผิวที่มีโครงสร้างคล้ายต่อม (อังกฤษ:familial adenomatous polyposis) อย่างไรก็ตาม มันมีผลกระทบเช่นเดียวกับยากลุ่ม NSAIDs การใช้ยา tamoxifen หรือ raloxifene เป็นประจำวันได้แสดงให้เห็นถึงการลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูง เมื่อเอาประโยชน์มาเทียบกับอันตรายสำหรับยายับยั้งเอนไซม์ชื่อ 5-alpha-reductase inhibitor เช่นตัวยา finasteride แล้ว ประโยชน์ยังไม่ชัดเจน

วิตามินยังไม่ได้ถูกพบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งได้ แม้ว่าระดับเลือดต่ำของวิตามินดีจะมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคมะเร็ง ความสัมพันธ์นี้จะเป็นสาเหตุหรือไม่และอาหารเสริมวิตามินดีสามารถช่วยในการป้องกันหรือไม่นั้นยังไม่ได้มีการค้นหาความจริงอย่างแน่วแน่ การเสริมเบต้าแคโรทีนมีการค้นพบว่าใช้เพิ่มอัตราการเกิดมะเร็งปอดในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง การเสริมกรดโฟลิกยังไม่พบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่แต่อาจเพิ่มติ่งลำไส้ใหญ่ ยังไม่มีความชัดเจนว่าการเสริมซีลีเนียมมีประโยชน์

การฉีดวัคซีน

วัคซีนได้รับการพัฒนาเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากไวรัสสารก่อมะเร็งบางชนิด วัคซีน Human papillomavirus (Gardasil และ Cervarix) ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปากมดลูก วัคซีนตับอักเสบจากไวรัสชนิด บี ป้องกันการติดเชื้อจากไวรัสตับอักเสบชนิด บี ดังนั้นมันจึงช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งตับ การบริหารงานเพื่อการฉีดวัคซีน human papillomavirus และไวรัสตับอักเสบชนิด B จะแนะนำให้ทำเมื่อมีทรัพยากรพอเพียง

ซึ่งแตกต่างจากความพยายามในการวินิจฉัยโรคที่ได้รับแจ้งจากอาการและสัญญาณทางการแพทย์ จะเกี่ยวข้องกับความพยายามที่จะตรวจหามะเร็งหลังจากที่มันได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ก่อนที่อาการใด ๆ จะปรากฏออกมา การตรวจคัดกรองมะเร็งนี้อาจเกี่ยวข้องกับการตรวจทางกายภาพ, การทดสอบเลือดหรือปัสสาวะ, หรือถ่ายภาพทางการแพทย์

การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ในมะเร็งหลายประเภท และถึงแม้ว่าจะมีการทดสอบ ก็อาจไม่แนะนำสำหรับทุกคน การตรวจคัดกรองแบบสากล หรือ การตรวจคัดกรองแบบกลุ่มจะเกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรองทุกคน คัดกรองตามที่เลือกจะใช้ระบุคนที่เป็นที่รู้กันว่ามีความเสี่ยงสูงในการพัฒนาเป็นโรคมะเร็งเช่นคนที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็ง มีหลายปัจจัยที่จะพิจารณาว่าประโยชน์ของตรวจคัดกรองมีค่ามากกว่าความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการตรวจคัดกรองหรือไม่ ปัจจัยเหล่านี้ได้แก่:

  • อันตรายที่อาจเกิดจากการทดสอบคัดกรอง: ยกตัวอย่างเช่นการสร้างภาพด้วยเอ็กซ์เรย์จะเกี่ยวข้องกับการสัมผัสกับรังสีที่อาจเป็นอันตรายได้
  • ความน่าจะเป็นของการทดสอบที่จะระบุโรคมะเร็งได้อย่างถูกต้อง
  • ความน่าจะเป็นของมะเร็งที่จะปรากฏขึ้น: การคัดกรองปกติจะไม่มีประโยชน์สำหรับการเกิดโรคมะเร็งที่หายาก
  • อันตรายที่อาจเกิดจากขั้นตอนการติดตาม
  • มีการรักษาที่เหมาะสมหรือไม่
  • การตรวจพบแต่เนิ่น ๆ จะช่วยเพิ่มผลการรักษาหรือไม่
  • โรคมะเร็งเคยต้องการการรักษาหรือไม่
  • คนที่ต้องสงสัยยอมรับการทดสอบหรือไม่: ถ้าการตรวจคัดกรองเป็นภาระมากเกินไป (เช่นมีการเจ็บปวดอย่างมาก) คนนั้นก็จะปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ
  • ค่าใช้จ่ายของการทดสอบ

คำแนะนำ

หน่วยงานการบริการป้องกันของสหรัฐ (USPSTF) ได้แนะนำอย่างแข็งแรงให้ไปรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงที่ยังมีกิจกรรมทางเพศสัมพันธอย่างน้อยจนถึงอายุ 65 หน่วยงานยังแนะนำให้ชาวอเมริกันมีการคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยการทดสอบเลือดในอุจจาระ (อังกฤษ:fecal occult blood), การส่องตรวจไส้ใหญ่ส่วนคด (อังกฤษ:sigmoidoscopy), การส่องตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยกล้อง (อังกฤษ:colonoscopy) เริ่มต้นที่อายุ 50 ปีจนอายุ 75 แต่มีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะแนะนำหรือคัดค้านการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งผิวหนัง รวมทั้งมะเร็งในช่องปาก กับโรคมะเร็งปอด และมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชายอายุต่ำกว่า 75 การตรวจคัดกรองเป็นประจำไม่แนะนำสำหรับโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ รวมทั้งโรคมะเร็งอัณฑะ และมะเร็งรังไข่ และโรคมะเร็งตับอ่อน และมะเร็งต่อมลูกหมาก

USPSTF แนะนำการถ่ายภาพเต้านม (อังกฤษ:mammography) เพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านมทุกสองปีสำหรับผู้ที่มีอายุ 50-74 ปี; แต่ไม่แนะนำการตรวจเต้านมด้วยตนเองหรือการตรวจเต้านมทางคลินิก รายงานของ Cochrane ปี 2011 มาถึงข้อสรุปที่แตกต่างกันเล็กน้อยเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยระบุว่าการถ่ายภาพเต้านมเป็นประจำอาจเป็นอันตรายมากกว่าผลดี

ญี่ปุ่นจะตรวจคัดกรองสำหรับโรคมะเร็งกระเพาะอาหารโดยใช้การสร้างภาพเอ็กซเรย์บนจอเรืองแสง (อังกฤษ:photofluorography) เนื่องจากมีอุบัติการณ์สูงที่นั่น

การทดสอบทางพันธุกรรม

ดูเพิ่มเติม: กลุ่มอาการของโรคมะเร็ง

ยีน ชนิดของมะเร็ง
BRCA1, BRCA2 เต้านม, รังไข่, ตับอ่อน
HNPCC, MLH1, MSH2, MSH6, PMS1, PMS2 ลำไส้ใหญ่, มดลูก, ลำไส้เล็ก, กระเพาะอาหาร, ทางเดินปัสสาวะ

การทดสอบทางพันธุกรรมจะแนะนำให้ทำสำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงของโรคมะเร็งบางชนิด จากนั้นพาหะของการกลายพันธุ์เหล่านี้อาจได้รับการปรับปรุงการเฝ้าระวังหรือการป้องกันทางเคมี (อังกฤษ:chemoprevention) หรือการป้องกันด้วยการผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงที่ตามมา

ดูบทความหลักที่: การรักษามะเร็ง

ตัวเลือกในการรักษาโรคมะเร็งมีหลากหลายคน หลักก็คือการผ่าตัด, เคมีบำบัด, รังสีบำบัด, การรักษาด้วยฮอร์โมน, การรักษาด้วยการกำหนดเป้​​าหมายและการดูแลแบบประคับประคอง การรักษาแบบไหนจะขึ้นอยู่กับชนิด, ตำแหน่ง, และเกรดของโรคมะเร็งเช่นเดียวกับสุขภาพและความปรารถนาของบุคคล ความตั้งใจในการรักษาอาจจะเป็นแบบเพื่อแก้ไขหรือไม่แก้ไข

เคมีบำบัด

เคมีบำบัดคือการรักษาโรคมะเร็งที่ใช้ยาต้านมะเร็งพิษ (อังกฤษ:cytotoxic anti-neoplastic drug) (ยาเคมีบำบัด (อังกฤษ:chemotherapeutic agents)) หนึ่งตัวหรือมากกว่าเป็นส่วนหนึ่งของกฎเกณฑ์มาตรฐาน เคมีบำบัดจะครอบคลุมยาต้านมะเร็งใด ๆ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ในวงกว้างเช่น alkylating agents และ antimetabolites ยาเคมีบำบัดแบบดั้งเดิมทำหน้าที่ฆ่าเซลล์ที่แบ่งอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติหลักของเซลล์มะเร็งส่วนใหญ่

การรักษาด้วยการกำหนดเป้​​าหมายเป็นรูปแบบหนึ่งของยาเคมีบำบัดที่เล็งเป้าหมายไปที่โมเลกุลเฉพาะที่แตกต่างกันระหว่างเซลล์มะเร็งและเซลล์ปกติ การรักษาที่ตรงเป้าหมายครั้งแรกที่จะได้รับการพัฒนาขึ้นจะปิดกั้นโมเลกุลที่เป็นตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็นการยับยั้งการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านม ตัวอย่างธรรมดาอีกกรณีหนึ่งก็คือระดับชั้นของสารยับยั้ง Bcr-Abl ซึ่งจะใช้ในการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว myelogenous เรื้อรัง (CML) ปัจจุบันมีการรักษาโดยกำหนดเป้​​าหมายเพื่อรักษามะเร็งเต้านม, เนื้องอกไขกระดูกหลายจุด (อังกฤษ:multiple myeloma), โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง, มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งผิวหนังและมะเร็งอื่น ๆ

ประสิทธิภาพของยาเคมีบำบัดขึ้นอยู่กับชนิดของโรคมะเร็งและระยะของโรค เมื่อใช้ร่วมกับการผ่าตัด เคมีบำบัดได้พิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ในหลายชนิดมะเร็งที่แตกต่างกัน ได้แก่ :. มะเร็งเต้านม, มะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งตับอ่อน, มะเร็งกระดูก, มะเร็งอัณฑะ, มะเร็งรังไข่และมะเร็งปอดบางอย่าง ประสิทธิภาพโดยรวมมีช่วงจากอยู่ระหว่างการรักษาโรคมะเร็งบางชนิดเช่น leukemias บางชนิด จนถึงไม่สัมฤทธิ์ผลเช่นในบางขนิดของเนื้องอกในสมอง จนถึงไม่จำเป็นในมะเร็งอื่น ๆ เช่นมะเร็งผิวหนังที่ไม่ใช่เนื้องอกส่วนใหญ่ ประสิทธิภาพของยาเคมีบำบัดมักจะถูกจำกัดโดยความเป็นพิษต่อเนื้อเยื่ออื่น ๆ ในร่างกาย ถึงแม้ในขณะที่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ยาเคมีบำบัดสามารถรักษาโรคได้อย่างถาวร เคมีบำบัดอาจจะมีประโยชน์ในการลดอาการเช่นอาการปวดหรือเพื่อลดขนาดของเนื้องอกที่ไม่ทำงานในความหวังว่าการผ่าตัดจะเป็นไปได้ในอนาคต

การฉายรังสี

การรักษาด้วยการฉายรังสีจะเกี่ยวข้องกับการใช้รังสีในความพยายามที่จะรักษาหรือปรับปรุงอาการของโรคมะเร็ง มันทำงานโดยการทำลายดีเอ็นเอของเนื้อเยื่อมะเร็งที่นำไปสู่​​การตายของเซลล์ เพื่อป้องกันเนื้อเยื่อที่ดี (เช่นผิวหนังหรืออวัยวะที่รังสีจะต้องฉายผ่านระหว่างการรักษาเนื้องอก) ลำแสงรังสีที่มีการปรับรูปร่างจะถูกเล็งไปที่หลาย ๆ มุมของจุดสัมผัสกับเนื้องอกเพื่อให้จุดนั้นดูดซึมรังสีมากกว่าพื้นที่โดยรอบของเนื้อเยื่อที่ดี เช่นเดียวกับการรักษาด้วยเคมีบำบัด โรคมะเร็งที่แตกต่างกันมีการตอบสนองต่อรังสีที่แตกต่างกัน

การรักษาด้วยการฉายรังสีถูกใช้ประมาณครึ่งหนึ่งของทุกกรณีและแหล่งสร้างรังสีอาจมาจากแหล่งภายในร่างกายในรูปแบบของการฝังแร่ (อังกฤษ:brachytherapy) หรือจากแหล่งสร้างรังสีภายนอก การฉายรังสีโดยทั่วไปส่วนใหญ่ใช้รังสีเอกซ์พลังงานต่ำสำหรับการรักษามะเร็งผิวหนังในขณะที่ลำแสงเอ็กซ์เรย์พลังงานสูงจะใช้ในการรักษาโรคมะเร็งภายในร่างกาย รังสีโดยปกติจะใช้เสริมการผ่าตัดหรือเสริมเคมีบำบัด แต่บางประเภทของโรคมะเร็งเช่นโรคมะเร็งศีรษะและลำคอในระยะเริ่มต้นอาจจะใช้เพียงการฉายรังสีอย่างเดียว สำหรับการแพร่กระจายไปที่กระดูกและสร้างความเจ็บปวดพบว่าการฉายรังสีมีประสิทธิภาพประมาณ 70% ของผู้ป่วย

ศัลยกรรม

การผ่าตัดเป็นวิธีการเบิ้องต้นของการรักษาโรคมะเร็งที่เป็นของแข็งแยกส่วนส่วนใหญ่และอาจมีบทบาทในการบรรเทาและการยีดอายุการอยู่รอด ปกติแล้วส่วนสำคัญของการวินิจฉัยที่ชัดเจนและการหาระยะของเนื้องอกด้วยวิธีตรวจชิ้นเนื้อมักเป็นสิ่งจำเป็น ในการหาตำแหน่งของมะเร็ง การผ่าตัดมักจะพยายามตัดเอาก้อนเนื้อทั้งหมดออกมา(ในบางกรณี)พร้อมกับต่อมน้ำเหลืองในพื้นที่ สำหรับโรคมะเร็งบางชนิด การตัดออกทั้งหมดเป็นสิ่งที่จำเป็นในการกำจัดโรคมะเร็ง

การดูแลแบบประคับประคอง

การดูแลแบบประคับประคองหมายถึงการรักษาที่พยายามที่จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นและอาจจะหรืออาจจะไม่สามารถใช้ร่วมกับความพยายามที่จะรักษาโรคมะเร็ง การดูแลแบบประคับประคองรวมถึงการดำเนินการเพื่อลดความทุกข์ทางร่างกาย ทางอารมณ์ ทางจิตวิญญาณและจิตสังคม ที่ผู้ป่วยต้องเผชิญอันเนื่องมาจากโรคมะเร็ง ซึ่งแตกต่างจากการรักษาที่มีวัตถุประสงค์ที่จะฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรง เป้าหมายหลักของการดูแลแบบประคับประคองคือการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของบุคคลนั้น

ผู้ป่วยในทุกขั้นตอนของการรักษาโรคมะเร็งควรที่จะมีบางชนิดของการดูแลแบบประคับประคองเพื่อให้เกิดความสะดวกสบาย ในบางกรณีองค์กรวิชาชีพทางการแพทย์พิเศษจะแนะนำให้ผู้ป่วยและแพทย์ตอบสนองต่อการเป็นโรคมะเร็งด้วยการดูแลแบบประคับประคองเท่านั้นและไม่ใช่การบำบัดแบบมุ่งหมายเพื่อการรักษาแต่เพียงอย่างเดียว การบำบัดดังกล่าวรวมถึง:

  1. ผู้ป่วยที่มีสมรถนะต่ำ สอดคล้องกับความสามารถในการดูแลตัวเองที่จำกัด
  2. ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับประโยชน์จากการรักษาตามหลักฐานก่อนหน้านี้
  3. ผู้ป่วยที่ไม่ได้สิทธิ์ในการเข้าร่วมในการทดลองทางคลินิกที่เหมาะสมใด ๆ
  4. ผู้ป่วยที่แพทย์ไม่เห็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าการรักษาจะมีประสิทธิภาพในการเยียวยา

การดูแลแบบประคับประคองมักจะสับสนกับบ้านพักรับรองซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่เข้าสู่จุดสิ้นสุดของชีวิตเท่านั้น เช่นเดียวกับการดูแลที่บ้านพักรับรอง, การดูแลแบบประคับประคองพยายามที่จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับในสิ่งเขาต้องการได้ทันทีและเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่บุคคลนั้น แต่ที่แตกต่างจากการดูแลที่บ้านพักรับรองก็คือ การดูแลแบบประคับประคองผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องหยุดการรักษาที่มุ่งเป้าไปที่การยืดชีวิตหรือการรักษาโรคมะเร็งของพวกเขา

แนวทางทางการแพทย์แห่งชาติหลายแห่งแนะนำการดูแลแบบประคับประคองเบื้องต้นสำหรับคนที่โรคมะเร็งสร้างอาการวิตก (ความเจ็บปวด, หายใจถี่, อ่อนเพลีย, คลื่นไส้) หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในการรับมือกับความเจ็บป่วยของพวกเขา ในผู้ที่มีโรคแพร่กระจายเมื่อมีการวินิจฉัยครั้งแรก, ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอกวิทยาควรพิจารณาการดูแลแบบประคับประคองให้คำปรึกษาได้ทันที นอกจากนี้นักเนื้องอกควรพิจารณาการดูแลแบบประคับประคองให้คำปรึกษาให้คนที่รู้สึกว่ามีจะมีชีวิตอยู่น้อยกว่า 12 เดือนแม้ว่าการรักษาเชิงรุกจะกระทำอย่างต่อเนื่อง

การบำบัดด้วยระบบภูมิคุ้มกัน

บทความหลัก: การบำบัดโรคมะเร็งด้วยระบบภูมิคุ้มกัน ความหลากหลายของการรักษาโดยใช้ภูมิคุ้มกัน เป็นการกระตุ้นหรือช่วยระบบภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง ได้เข้ามาใช้ตั้งแต่ปี 1997 และยังคงเป็นพื้นที่ของการวิจัยที่จริงจังอย่างมาก.

การแพทย์ทางเลือก

การรักษาโรคมะเร็งแบบเสริมและแบบทางเลือกเป็นระบบการดูแลสุขภาพที่มีความหลากหลายระบบหนึ่ง, เป็นการปฏิบัติและผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแพทย์แผนปัจจุบัน "การแพทย์เสริม" หมายถึงวิธีการและยาที่ใช้พร้อมกับการแพทย์แผนปัจจุบันในขณะที่ "การแพทย์ทางเลือก" หมายถึง สารประกอบที่ใช้แทนการแพทย์แผนปัจจุบัน ส่วนใหญ่การแพทย์เสริมและการแพทย์ทางเลือกสำหรับโรคมะเร็งยังไม่ได้รับการศึกษาหรือการทดสอบอย่างจริงจังง บางการรักษาแบบทางเลือกได้รับการตรวจสอบและแสดงให้เห็นแล้วว่าจะไม่ได้ผล แต่ก็ยังคงมีจำหน่ายในตลาดและได้รับการส่งเสริม นักวิจัยโรคมะเร็ง Andrew J. Vickers ได้กล่าวว่า "ฉลาก 'ไม่ผ่านการพิสูจน์' ยังไม่เหมาะสมสำหรับการรักษาดังกล่าว ถึงเวลาแล้วที่จะยืนยันว่าการรักษาโรคมะเร็งทางเลือกจำนวนมาก 'ไม่ได้รับการพิสูจน์'"

ดูเพิ่มเติม: รายชื่อของอัตราการตายด้วยโรคมะเร็งในประเทศสหรัฐอเมริกาและผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็ง

โรคมะเร็งมีชื่อเสียงว่าเป็นโรคแห่งความตาย เมื่อพิจารณาในภาพรวม ประมาณครึ่งหนึ่งของบุคคลที่ได้รับการรักษาโรคมะเร็งรุกราน (ไม่รวมมะเร็งในแหล่งกำเนิดและมะเร็งผิวหนังที่ไม่ใช่เนื้องอก) จะเสียชีวิตจากโรคมะเร็งหรือจากการรักษา การอยู่รอดจะเลวร้ายยิ่งกว่าในประเทศกำลังพัฒนา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ โรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในปัจจุบันยากที่จะรักษามากกว่าโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตามอัตราการรอดชีวิตแตกต่างกันไปอย่างมากตามประเภทของโรคมะเร็งและตามระยะที่มันจะได้รับการวินิจฉัยอีกด้วย โดยมีช่วงตั้งแต่ส่วนใหญ่มีชีวิตรอดไปจนถึงเกือบจะไม่มีใครมีชีวิตรอดเลยภายในห้าปีหลังการวินิจฉัย เมื่อมะเร็งแพร่กระจายได้ขยายตัวหรือแพร่กระจายเกินกว่าตำแหน่งต้นกำเนิดเดิม การพยากรณ์โรคตามปกติจะกลายเป็นเลวร้ายมากขึ้น

บรรดาผู้ที่มีชีวิตรอดจากโรคมะเร็งจะมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการพัฒนาเป็นมะเร็งหลักที่สองประมาณสองเท่าของอัตราของผู้ที่ไม่เคยได้รับการวินิจฉัยเลยว่าเ​​ป็นมะเร็ง ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเชื่อว่าเป็นสาเหตุหลักมาจากปัจจัยเสี่ยงเช่นเดียวกับการก่อมะเร็งครั้งแรก ส่วนหนึ่งเนื่องจากการรักษาโรคมะเร็งตัวแรกและเป็นไปได้ที่เกี่ยวข้องกับการให้ความร่วมมืออย่างสม่ำเสมอที่ดีกว่ากับการตรวจคัดกรอง

การคาดการณ์การอยู่รอดระยะสั้นหรือระยะยาวเป็นเรื่องยากและขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือชนิดของโรคมะเร็งและอายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย คนที่มีความอ่อนแอเนื่องจากปัญหาสุขภาพอื่น ๆ มากมายมีอัตราการรอดตายต่ำกว่าคนที่มีสุขภาพดี คนที่มีอายุเป็นร้อยปีไม่น่าจะอยู่รอดถึงห้าปีแม้ว่าการรักษาจะประสบความสำเร็จ คนที่มีคุณภาพชีวิตที่สูงกว่ามีแนวโน้มที่จะอยู่รอดได้นานกว่า คนที่มีคุณภาพชีวืตต่ำกว่าอาจได้รับผลกระทบจากโรคซึมเศร้าและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ จากการรักษาโรคมะเร็งและ / หรือจากความก้าวหน้าของโรคที่ทั้งบั่นทอนคุณภาพชีวิตและลดอายุของพวกเขา นอกจากนี้ผู้ป่วยที่มีการพยากรณ์โรคที่เลวร้ายอาจจะขาดความสุขหรือมีรายงานว่ามีคุณภาพชีวิตที่ต่ำลงเพราะพวกเขาได้รับรู้อย่างถูกต้องว่าสภาพของพวกเขามีแนวโน้มที่จะเป็นอันตรายถึงชีวิต

คนที่เป็นมะเร็งแม้ว่าเขาจะเดินได้ด้วยตัวของเขาเอง เขาก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นกับเลือดอุดตันในเส้นเลือด การใช้เฮปารินปรากฏว่าช่วยปรับปรุงการอยู่รอดและลดความเสี่ยงของเลือดอุดตัน

บทความหลัก: ระบาดวิทยาของโรคมะเร็ง

ดูเพิ่มเติม: รายชื่อประเทศจากอัตราการเกิดโรคมะเร็ง

อัตราการเสียชีวิต(หน่วยเป็นราย)ปรับตามอายุสำหรับโรคมะเร็งต่อประชากร 100,000 คนในปี 2004
no data
≤ 55
55–80
80–105
105–130
130–155
155–180
180–205
205–230
230–255
255–280
280–305
≥ 305

ในปี 2008 ประมาณ 12.7 ล้านรายได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง (ไม่รวมมะเร็งผิวหนังที่ไม่ใช่เนื้องอกและมะเร็งไม่รุกรานอื่น ๆ) และในปี 2010 เกือบ 7.98 ล้านคนเสียชีวิต กลุ่มของโรคมะเร็งมีส่วนประมาณ 13% ของการเสียชีวิตทั้งหมดในแต่ละปี โรคที่พบมากที่สุด ได้แก่: โรคมะเร็งปอด (เสียชีวิต 1.4 ล้านราย), มะเร็งกระเพาะอาหาร (เสียชีวิต 740,000 ราย), มะเร็งตับ (เสียชีวิต 700,000 ราย), โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (เสียชีวิต 610,000 ราย) และโรคมะเร็งเต้านม (เสียชีวิต 460,000 ราย) นี่ทำให้มะเร็งรุกรานเป็นสาเหตุนำของการตายในประเทศที่พัฒนาแล้วและสาเหตุสำคัญที่สองของการเสียชีวิตในประเทศกำลังพัฒนา กว่าครึ่งหนึ่งของกรณีเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา

การเสียชีวิตจากโรคมะเร็งมีจำนวน 5.8 ล้านรายในปี 1990 และอัตรานี้จะเพิ่มขึ้นโดยมีสาเหตุหลักจากการสูงอายุของประชากรและการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตในประเทศกำลังพัฒนา ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาโรคมะเร็งคือการสูงอายุ แม้ว่ามันจะเป็นไปได้ที่โรคมะเร็งจะเกิดในวัยใด ๆ ก็ได้ คนส่วนใหญ่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเ​​ป็นมะเร็งแบบรุกรานจะมีอายุมากกว่า 65 อ้างถึงนักวิจัยโรคมะเร็ง Robert A. Weinberg "ถ้าเรามีชีวิตอยู่นานพอ ไม่ช้าก็เร็วเราทุกคนจะเป็นโรคมะเร็ง" บางส่วนของความสัมพันธ์ระหว่างการสูงวัยกับโรคมะเร็งมีสาเหตุมาจากการเสื่อมถอยของระบบภูมิคุ้มกันในผู้สูงอายุ (อังกฤษ:immunosenescence) และความผิดพลาดที่สะสมในดีเอ็นเอไปตลอดช่วงอายุ และการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับอายุในระบบต่อมไร้ท่อ ผลของภาวะสูงอายุต่อโรคมะเร็งมีความซับซ้อนด้วยหลายปัจจัยต่าง ๆ เช่นความเสียหายของดีเอ็นเอและการอักเสบที่ส่งเสริมความเสียหายนั้นและหลายปัจจัยต่าง ๆ เช่นการสูงอายุของหลอดเลือดและการเปลี่ยนแปลงของต่อมไร้ท่อที่ยับยั้งมัน

โรคมะเร็งบางชนิดมีการเจริญเติบโตที่ช้าเป็นเรื่องปกติ การศึกษาด้วยการชันสูตรศพในยุโรปและเอเชียได้แสดงว่าสูงถึง 36% ของคนได้รับการวินิจฉัยที่ต่ำเกินจริงและปรากฏว่าเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยในช่วงเวลาที่พวกเขาเสียชีวิตและว่า 80% ของผู้ชายมีการพัฒนาเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากตอนอายุ 80 เนื่องจากว่าโรคมะเร็งเหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดการเสียชีวิตของบุคคลนั้น การระบุโรคเหล่านี้จึงเป็นการวินิจฉัยที่มากเกินจริงเกินกว่าจะเป็นการดูแลทางการแพทย์ที่มีประโยชน์

โรคมะเร็งในเด็กที่พบมากที่สุดมีสามโรคคือโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (34%) เนื้องอกในสมอง (23%) และ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (12%) ในสหรัฐอเมริกา โรคมะเร็งส่งผลกระทบต่อเด็กประมาณ 1 คนใน 285 คน อัตราการเกิดโรคมะเร็งในเด็กเพิ่มขึ้น 0.6% ต่อปีระหว่างปี 1975-2002 ในสหรัฐอเมริกา และ 1.1% ต่อปีระหว่างปี 1978 และปี 1997 ในยุโรป การตายจากโรคมะเร็งในวัยเด็กได้ลดลงครึ่งหนึ่งตั้งแต่ปี 1975 ในประเทศสหรัฐอเมริกา

มะเร็งในประเทศไทย

ในปี พ.ศ. 2549 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 66,000 ราย โดยในผู้ชายพบมะเร็งปอดมากที่สุด 5,535 ราย รองลงมาคือโรคมะเร็งตับ ส่วนผู้หญิงพบมะเร็งปากมดลูกมากที่สุด 1,484 ราย รองลงมาคือ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม

ในปี พ.ศ. 2553 สถิติมะเร็งที่พบมากที่สุด 10 อันดับแรกในประเทศไทย

อันดับ โรคมะเร็งที่พบบ่อยในเพศชาย จำนวน (%) โรคมะเร็งที่พบบ่อยในเพศหญิง จำนวน (%)
1 Trachea, Bronchus, Lung
หลอดลม, ปอด
23.6 Breast
เต้านม
47.8
2 Colon, Rectum
ลำไส้ใหญ่
21.5 Cervix uteri
คอมดลูก
16.2
3 Liver, Bile ducts
ตับ, ท่อน้ำดี
17.3 Colon, Rectum
ลำไส้ใหญ่
10.4
4 Esophagus
หลอดอาหาร
8.2 Trachea, Bronchus, Lung
หลอดลม, ปอด
7.1
5 Nasopharynx
คอหอยส่วนจมูก
6.6 Corpus uteri
มดลูก
4.0
6 Non-Hodgkin lymphoma
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดแพร่กระจายเร็ว
6.4 Ovary
รังไข่
4.0
7 Tongue
ลิ้น
4.8 Liver, Bile ducts
ตับ
3.5
8 Mouth
ปาก
4.5 Thyroid
ไทรอยด์
2.6
9 Larynx
กล่องเสียง
3.7 Non-Hodgkin lymphoma
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดแพร่กระจายเร็ว
2.4
10 Stomach
กระเพาะอาหาร
3.6 Stomach
กระเพาะอาหาร
2.0

คำอธิบายที่รู้จักกันเร็วที่สุดของโรคมะเร็งปรากฏในหลายพงศาวดารเก่าจากอียิปต์โบราณ เอ็ดวิน สมิธ พาไพรัสเขียนราว 1600 ปีก่อนคริสต์ศักราช (สันนิฐานว่าอาจเป็นสำเนาข้อความจาก 2500 ปีก่อนคริสต์ศักราช) และมีคำอธิบายของโรคมะเร็งเช่นเดียวกับขั้นตอนในการลบเนื้องอกเต้านมด้วยการทำให้แข็งตัว คาดว่าคำบอกเล่าดังกล่าวอาจจะเป็นฮิปโปเครติส เป็นแพทย์ชาวกรีกโบราณ เมื่อประมาน 460 ปีก่อนคริสตกาล มนุษย์ยังใช้สมุนไพรแทนยารักษาโลกและยังอธิบายโรคมะเร็งหลายชนิดโดยอ้างอิงจากคำว่า karkinos (carcinos) คำภาษากรีกสำหรับปูหรือกั้งเช่นเดียวกับมะเร็งสิ่งนี้มาจากการปรากฏตัวของพื้นผิวที่ถูกตัดของเนื้องอกมะเร็งชนิดแข็งที่มี "เส้นเลือดยื่นออกไปทุกด้านเมื่อสัตว์ที่ปูมีเท้ามันจะมาจากชื่อเนื่องจากเป็นการขัดกับธรรมเนียมของกรีกที่จะเปิดร่างกาย Hippocrates ได้อธิบายและทำภาพวาดของเนื้องอกที่มองเห็นภายนอกบนผิวหนังจมูกและหน้าอกการรักษาขึ้นอยู่กับทฤษฎีอารมณ์ขันของของเหลวในร่างกายทั้งสี่ (น้ำดีสีดำและสีเหลืองเลือดและเสมหะ) ตามอารมณ์ขันของผู้ป่วยการรักษาประกอบด้วยอาหารการให้เลือดและพลังงานหรือยาระบาย Celsus (เมื่อ25 ปี ก่อน ค.ศ.-50ปีก่อน ค.ศ.) แปลคำนิยาม karkinos เป็นมะเร็งคำภาษาละตินสำหรับปูหรือ crayfish ในศตวรรษที่ 2 แพทย์ชาวกรีก กาเรนใช้ oncos (ภาษากรีกสำหรับบวม) เพื่ออธิบายเนื้องอกทั้งหมดสำรอง carcinos คำศัพท์ของ Hippocrates สำหรับเนื้องอกมะเร็งและผิวหนังในยุคกลางในช่วงสงครามร้อยปีชาวอังกฤษมักจะเสียชีวิตด้วยโรคผิวหนังซึ่งคนในสมัยนั้นคิดว่าเป็นกาฬโรค ในยุคเรเนอซองค์แพทย์ชาวอังกฤษชื่อ พอร์ซิวอล พ็อตต์ ได้พยายามศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้จนทำองค์การอนามัยโรคให้โรคมะเร็งถูกประกาศว่ากลายเป็นโรคอันดับที่ 3 ของโลกที่รักษาไม่หาย สำหรับประเทศไทยแล้วโรคมะเร็งกลายเป็นโรคร้ายแรงในประเทศไทยคาดว่าอยู่ควบมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว.

บทความหลัก: การวิจัยโรคมะเร็ง

เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นระดับหนึ่งของโรค​​ มันจึงไม่น่าที่จะเคยมี "การรักษาโรคมะเร็ง" เพียงครั้งเดียวอย่างการรักษาเพียงครั้งเดียวสำหรับโรคติดเชื้อทั้งหมด สารยับยั้งการสร้างหลอดเลิอดใหม่ (อังกฤษ:Angiogenesis Inhibitor) ครั้งหนึ่งเคยถูกคิดว่ามีศักยภาพในการเป็นการรักษาแบบ "กระสุนเงิน" ที่สามารถนำมาใช้กับมะเร็งหลายชนิด แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ในทางปฏิบัติ มันมีแนวโน้มมากกว่าว่าสารยับยั้งการสร้างหลอดเลิอดใหม่และวิธีการรักษาโรคมะเร็งอื่น ๆ จะถูกนำมาใช้ร่วมกันเพื่อลดการเจ็บป่วยและการตายจากโรคมะเร็ง

'การรักษาโรคมะเร็งแบบทดลอง'เป็นการรักษาที่อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อดูว่ามันใช้งานได้หรือไม่ โดยปกติแล้วการรักษาเหล่านี้จะทำการศึกษาโดยการทดลองทางคลินิกเพื่อเปรียบเทียบการรักษาที่นำเสนอกับการรักษาที่ใช้อยู่ที่ดีที่สุด การรักษาอาจจะเป็นการรักษาแบบใหม่ทั้งหมดหรืออาจจะเป็นวิธีการรักษาที่เคยประสบความสำเร็จในบางชนิดของโรคมะเร็งและตอนนี้กำลังมีการทดสอบเพื่อดูว่ามันจะมีประสิทธิภาพกับมะเร็งแบบอื่น ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ, การรักษาดังกล่าวกำลังได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับการตรวจวินิจฉัยร่วมกันเพื่อที่จะกำหนดเป้​​าหมายสำหรับยาที่ถูกต้องให้แก่ผู้ป่วยที่ขึ้นอยู่กับชีววิทยาของแต่ละคน

การวิจัยโรคมะเร็งเป็นความพยายามทางวิทยาศาสตร์ที่รุนแรงเพื่อที่จะเข้าใจกระบวนการการเกิดของโรคและเพื่อค้นหาวิธีการรักษาที่เป็นไปได้

การวิจัยเกี่ยวกับสาเหตุการเกิดโรคมะเร็งมุ่งเน้นในประเด็นต่อไปนี้:

  • ตัวแทน (เช่นไวรัส) และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (เช่นการกลายพันธุ์) ที่เป็นสาเหตุหรืออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมในเซลล์ที่มีชะตากรรมที่จะกลายเป็นโรคมะเร็ง
  • ธรรมชาติที่แม่นยำของความเสียหายทางพันธุกรรมและตัวยีนที่ถูกกระทบจากมัน
  • ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมเหล่านั้นกับชีววิทยาของเซลล์ ทั้งในการสร้างคุณสมบัติที่กำหนดของเซลล์มะเร็ง และในการอำนวยความสะดวกกิจกรรมทางพันธุกรรมเพิ่มเติมที่นำไปสู่​​การส่งเสริมความก้าวหน้าของโรคมะเร็ง

ความเข้าใจที่ดีขึ้นของอณูชีววิทยาและชีววิทยาของเซลล์ที่ได้จากการวิจัยโรคมะเร็งได้นำไปสู่​​การรักษาใหม่จำนวนมากสำหรับโรคมะเร็งนับแต่ประธานาธิบดีนิกสันแห่งสหรัฐประกาศ "สงครามกับมะเร็ง" ในปี 1971 ตั้งแต่นั้นมาสหรัฐได้ใช้เงินกว่า $2 แสนล้านในการวิจัยโรคมะเร็ง รวมทั้งทรัพยากรจากภาครัฐและเอกชนและมูลนิธิ ในช่วงเวลานั้น สหรัฐได้เห็นอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลดลงร้อยละห้า (ปรับตามขนาดและอายุของประชากร) ระหว่างปี 1950 และปี 2005

การแข่งขันกันที่สูงมากสำหรับทรัพยากรทางการเงินที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินการทางวิทยาศาสตร์ทำให้เกิดความกดดันกับความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รวมทั้งความร่วมมือกับความเสี่ยงและความคิดดั้งเดิมที่จำเป็นเพื่อการค้นพบขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นการวิจัยแบบความเสี่ยงต่ำอันเป็นที่นิยมมากเกินควรให้เป็นความก้าวหน้าที่เพิ่มขึ้นขนาดเล็กบนการวิจัยนวัตกรรมที่อาจค้นพบการรักษาอย่างรุนแรงที่ใหม่และดีขึ้นอย่างมาก ผลกระทบอื่น ๆ ของการแข่งขันที่กดดันอย่างมากสำหรับทรัพยากรการวิจัยทำให้เกิดปรากฏงานวิจัยจำนวนมากที่มีผลลัพธ์ที่ไม่สามารถจำลองแบบได้ และเกิดเแรงจูงใจที่ประหลาดในการระดมทุนวิจัยที่ส่งเสริมให้สถาบันผู้รับสิทธิ์มีการเติบโตโดยไม่มีการลงทุนที่เพียงพอในคณะและสิ่งอำนวยความสะดวกของตัวเอง

เพราะโรคมะเร็งเป็นโรคส่วนใหญ่ของผู้สูงอายุ มันก็ไม่ได้พบบ่อยในหญิงตั้งครรภ์ โรคมะเร็งส่งผลกระทบต่อหญิงตั้งครรภ์ประมาณ 1 ใน 1,000 คน โรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในระหว่างการตั้งครรภ์เป็นเช่นเดียวกับโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดที่พบในผู้หญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ในช่วงวัยการคลอดบุตร ได้แก่: มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเม็ดเลือดขาว, มะเร็งต่อมน้ำเหลือง, มะเร็งรังไข่ และโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

การวินิจฉัยโรคมะเร็งใหม่ในหญิงตั้งครรภ์เป็นเรื่องยาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอาการบางอย่างปกติจะถือว่าจะเป็นความรู้สึกไม่สบายธรมดาท​​ี่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ เป็นผลให้เป็นโรคมะเร็งโดยทั่วไปถูกค้นพบในระยะของโรคที่ค่อนข้างสายกว่าค่าเฉลี่ยในหญิงตั้งครรภ์หลายกรณีหรือเพิ่งตั้งครรภ์ไม่นาน บางขั้นตอนของการถ่ายภาพเช่น MRIs, CT สแกน, ultrasounds และ mammograms (การเอ็กซ์เรย์เต้านม) ที่มีเครื่องป้องกันรังสีให้กับทารกในครรภ์จะได้รับการพิจารณาว่ามีความปลอดภัยเมื่อทำการถ่ายภาพในระหว่างการตั้งครรภ์ แต่บางระบบอื่น ๆ เช่น PET scan ไม่ปลอดภัย

การรักษาโดยทั่วไปจะดำเนินการเช่นเดียวกับผู้หญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตามการฉายรังสีและยาที่ใช้สารกัมมันตรังสีตามปกติจะมีการหลีกเลี่ยงในระหว่างตั้งครรภ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าปริมาณยาสำหรับทารกในครรภ์อาจเกิน 100 CGY ในบางกรณี บางส่วนของการรักษาหรือทั้งหมดจะถูกเลื่อนออกไปจนถึงหลังคลอดถ้าโรคมะเร็งได้รับการวินิจฉัยในช่วงปลายของการตั้งครรภ์ การคลอดที่เร็วขึ้นเพื่อเริ่มต้นการรักษาให้เร็วขึ้นไม่ใช่เป็นสิ่งผิดปกติ การผ่าตัดโดยทั่วไปมีความปลอดภัย แต่การผ่าตัดกระดูกเชิงกรานในช่วงไตรมาสแรกอาจทำให้เกิดการแท้งบุตร การรักษาบางอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งยาเคมีบำบัดบางอย่างที่ใช้ในช่วงไตรมาสแรกอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดข้อบกพร่องกับการคลอด (อังกฤษ:birth defect) และการสูญเสียการตั้งครรภ์ (อังกฤษ:pregnancy loss) (การแท้งที่เกิดขึ้นเองและการคลอดแบบทารกตายในครรภ์).

การเลือกที่จะทำแท้งจะไม่จำเป็นและสำหรับรูปแบบและระยะของโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดจะไม่ช่วยการอยู่รอดของแม่ให้ดีขึ้นหรือได้รับการรักษาจนหายขาด ในไม่กี่กรณี เช่นมะเร็งมดลูกระยะก้าวหน้า การตั้งครรภ์ไม่สามารถเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง และในกรณีอื่น ๆ เช่นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันที่ถูกค้นพบในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ หญิงที่ตั้งครรภ์อาจเลือกที่จะทำแท้งเพื่อที่เธอจะเริ่มต้นการรักษาด้วยเคมีบำบัดในเชิงรุกโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการเกิดข้อบกพร่องตอนคลอด

การรักษาบางครั้งอาจจะรบกวนความสามารถของแม่ที่จะให้กำเนิดผ่านช่องคลอดหรือการให้นมจากทรวงอกแก่ทารกของเธอ มะเร็งปากมดลูกอาจต้องการการทำคลอดโดยการผ่าตัดหน้าท้อง (อังกฤษ:Caesarean section) การใช้รังสีกับเต้านมจะลดความสามารถของเต้านมในการผลิตน้ำนมและเพิ่มความเสี่ยงของโรคเต้านมอักเสบ (อังกฤษ:mastitis) นอกจากนี้เมื่อรักษาด้วยเคมีบำบัดหลังคลอด ยาจำนวนมากจะผ่านนมแม่ไปยังลูกน้อยซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อทารกได้

จากการศึกษาพบว่า อาหารอาจมีส่วนสัมพันธ์ กับการเกิดโรคมะเร็งได้ประมาณ 30-50% แต่ในขณะเดียวกันอาหารประเภทพืชผัก ผลไม้ ธัญพืช และ เครื่องเทศต่าง ๆ ก็มี คุณสมบัติในการป้องกันมะเร็งได้ ดังนั้น การรับประทานอาหารอย่างถูกต้องตามหลัก โภชนาการ จึงเป็นหนทางหนึ่ง ซึ่งสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้

การปฏิบัติ ป้องกันโรค
รับประทานผักตระกูลกะหล่ำให้มาก เช่น กะหล่าปลี, กะหล่ำดอก, ผักคะน้า, หัวผักกาด, บรอคโคลี่ เพื่อป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่, ลำไส้ส่วนปลาย, กระเพาะอาหาร และอวัยวะระบบทางเดินหายใจ
รับประทานอาหารที่มีกากมาก เช่น ผัก, ผลไม้, ข้าว, ข้าวโพด และเมล็ดธัญพืชอื่น ๆ เพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่
รับประทานอาหารที่มีเบต้าแคโรทีน และวิตามินเอสูง เช่น ผัก ผลไม้สีเขียว-เหลือง เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร กล่องเสียง และปอด
รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ผัก ผลไม้ต่าง ๆ เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร และกระเพาะอาหาร
ควบคุมน้ำหนักตัว โรคอ้วนมีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็งมดลูก, ถุงน้ำดี, เต้านม และลำไส้ใหญ่ การออกกำลังกายและการลดรับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูง จะช่วยป้องกันมะเร็งเหล่านี้ได้

อาหารที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็ง

  1. อาหารที่มีราขึ้นโดยเฉพาะราสีเขียว-สีเหลือง
  2. อาหารไขมันสูง
  3. อาหารเค็มจัด ส่วนไหม้เกรียมของอาหารปิ้ง ย่าง รมควัน และอาหารที่ถนอมด้วยเกลือ ดินประสิว
  1. . World Health Organization. February 2014. สืบค้นเมื่อ10 June 2014.
  2. . National Cancer Institute. สืบค้นเมื่อ10 June 2014.
  3. . NHS Choices. สืบค้นเมื่อ10 June 2014.
  4. Anand P, Kunnumakkara AB, Kunnumakara AB, Sundaram C, Harikumar KB, Tharakan ST, Lai OS, Sung B, Aggarwal BB (September 2008). . Pharm. Res. 25 (9): 2097–116. doi:. PMC. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  5. World Cancer Report 2014. World Health Organization. 2014. pp. Chapter 1.1. ISBN 9283204298.
  6. . American Cancer Society. สืบค้นเมื่อJuly 22, 2013.
  7. Kinzler, Kenneth W.; Vogelstein, Bert (2002). . (2nd, illustrated, revised ed.). New York: McGraw-Hill, Medical Pub. Division. p. 5. ISBN 978-0-07-137050-9.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  8. . American Cancer Society. 2013-01-29. สืบค้นเมื่อ10 June 2014.
  9. Kushi LH, Doyle C, McCullough M; และคณะ (2012). "American Cancer Society Guidelines on nutrition and physical activity for cancer prevention: reducing the risk of cancer with healthy food choices and physical activity". CA Cancer J Clin. 62 (1): 30–67. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "Kushi2012" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  10. Parkin, DM; Boyd, L; Walker, LC (6 December 2011). "16. The fraction of cancer attributable to lifestyle and environmental factors in the UK in 2010". British journal of cancer. 105 Suppl 2: S77-81. doi:. PMID .
  11. World Cancer Report 2014. World Health Organization. 2014. pp. Chapter 4.7. ISBN 9283204298.
  12. Gøtzsche PC, Jørgensen KJ (4 Jun 2013). "Screening for breast cancer with mammography". The Cochrane database of systematic reviews. 6: CD001877. doi:. PMID .
  13. . NCI. 2014-04-25. สืบค้นเมื่อ11 June 2014.
  14. World Cancer Report 2014. World Health Organization. 2014. pp. Chapter 1.3. ISBN 9283204298.
  15. . National Cancer Institute. สืบค้นเมื่อ18 June 2014.
  16. . WHO. May 2014. สืบค้นเมื่อ10 June 2014.
  17. Dubas, LE; Ingraffea, A (Feb 2013). "Nonmelanoma skin cancer". Facial plastic surgery clinics of North America. 21 (1): 43–53. doi:. PMID .
  18. Cakir, BÖ; Adamson, P; Cingi, C (Nov 2012). "Epidemiology and economic burden of nonmelanoma skin cancer". Facial plastic surgery clinics of North America. 20 (4): 419–22. doi:. PMID .
  19. Jemal A, Bray, F, Center, MM, Ferlay, J, Ward, E, Forman, D (February 2011). "Global cancer statistics". CA: a cancer journal for clinicians. 61 (2): 69–90. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  20. World Cancer Report 2014. World Health Organization. 2014. pp. Chapter 6.7. ISBN 9283204298.
  21. . cancer.org. American Cancer Society. สืบค้นเมื่อSeptember 11, 2013.
  22. . cancer.gov. National Cancer Institute. สืบค้นเมื่อSeptember 11, 2013.
  23. Hanahan D, Weinberg RA (January 2000). "The hallmarks of cancer". Cell. 100 (1): 57–70. doi:. PMID .
  24. Hanahan D, Weinberg RA (January 2000). "The hallmarks of cancer". Cell. 100 (1): 57–70. doi:. PMID .
  25. Hanahan D, Weinberg RA (March 2011). "Hallmarks of cancer: the next generation". Cell. 144 (5): 646–74. doi:. PMID .
  26. ยส พฤกษเวช. มะเร็งในทัศนะแพทย์แผนไทย. เข้าถึงข้อมูลเมื่อ 7 มีนาคม 2562, ที่
  27. Holland Chp. 1
  28. O'Dell, edited by Michael D. Stubblefield, Michael W. (2009). . New York: Demos Medical. p. 983. ISBN 978-1-933864-33-4.CS1 maint: extra text: authors list (link)
  29. Kravchenko J, Akushevich I, Manton, KG (2009). Cancer mortality and morbidity patterns in the U. S. population: an interdisciplinary approach. Berlin: Springer. ISBN 0-387-78192-7. The term environment refers not only to air, water, and soil but also to substances and conditions at home and at the workplace, including diet, smoking, alcohol, drugs, exposure to chemicals, sunlight, ionizing radiation, electromagnetic fields, infectious agents, etc. Lifestyle, economic and behavioral factors are all aspects of our environment.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  30. Tolar J, Neglia JP (June 2003). "Transplacental and other routes of cancer transmission between individuals". J. Pediatr. Hematol. Oncol. 25 (6): 430–4. doi:. PMID .
  31. Biesalski HK, Bueno de Mesquita B, Chesson A, Chytil F, Grimble R, Hermus RJ, Köhrle J, Lotan R, Norpoth K, Pastorino U, Thurnham D (1998). "European Consensus Statement on Lung Cancer: risk factors and prevention. Lung Cancer Panel". CA Cancer J Clin. 48 (3): 167–76, discussion 164–6. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  32. Kuper H, Boffetta P, Adami HO (September 2002). "Tobacco use and cancer causation: association by tumour type". Journal of Internal Medicine. 252 (3): 206–24. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  33. Kuper H, Adami HO, Boffetta P (June 2002). "Tobacco use, cancer causation and public health impact". Journal of Internal Medicine. 251 (6): 455–66. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  34. Sasco AJ, Secretan MB, Straif K (August 2004). "Tobacco smoking and cancer: a brief review of recent epidemiological evidence". Lung Cancer. 45 Suppl 2: S3–9. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  35. Thun MJ, Jemal A (October 2006). . Tob Control. 15 (5): 345–7. doi:. PMC. PMID .
  36. Dubey S, Powell CA (May 2008). . Am. J. Respir. Crit. Care Med. 177 (9): 941–6. doi:. PMC. PMID .
  37. Schütze M, Boeing H, Pischon T, Rehm J, Kehoe T, Gmel G, Olsen A, Tjønneland AM, Dahm CC, Overvad K, Clavel-Chapelon F, Boutron-Ruault MC, Trichopoulou A, Benetou V, Zylis D, Kaaks R, Rohrmann S, Palli D, Berrino F, Tumino R, Vineis P, Rodríguez L, Agudo A, Sánchez MJ, Dorronsoro M, Chirlaque MD, Barricarte A, Peeters PH, van Gils CH, Khaw KT, Wareham N, Allen NE, Key TJ, Boffetta P, Slimani N, Jenab M, Romaguera D, Wark PA, Riboli E, Bergmann MM (2011). . BMJ. 342: d1584. doi:. PMC. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  38. Irigaray P, Newby JA, Clapp R, Hardell L, Howard V, Montagnier L, Epstein S, Belpomme D (December 2007). "Lifestyle-related factors and environmental agents causing cancer: an overview". Biomed. Pharmacother. 61 (10): 640–58. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  39. (Press release). World Health Organization. 27 April 2007. สืบค้นเมื่อ13 October 2007.
  40. Kushi LH, Byers T, Doyle C, Bandera EV, McCullough M, McTiernan A, Gansler T, Andrews KS, Thun MJ (2006). "American Cancer Society Guidelines on Nutrition and Physical Activity for cancer prevention: reducing the risk of cancer with healthy food choices and physical activity". CA Cancer J Clin. 56 (5): 254–81, quiz 313–4. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  41. Bhaskaran, K (2014). "Body mass index and risk of 22 specific cancers". Lancet. 384 (9945): 755–765. doi:. PMID .
  42. Park S, Bae J, Nam BH, Yoo KY (2008). (PDF). Asian Pac. J. Cancer Prev. 9 (3): 371–80. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  43. Brenner H, Rothenbacher D, Arndt V (2009). "Epidemiology of stomach cancer". Methods Mol. Biol. Methods in Molecular Biology. 472: 467–77. doi:. ISBN 978-1-60327-491-3. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  44. Buell P, Dunn JE (May 1965). "Cancer mortality among Japanese Issei and Nisei of California". Cancer. 18 (5): 656–64. doi:. PMID .
  45. Pagano JS, Blaser M, Buendia MA, Damania B, Khalili K, Raab-Traub N, Roizman B (December 2004). "Infectious agents and cancer: criteria for a causal relation". Semin. Cancer Biol. 14 (6): 453–71. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  46. Samaras V, Rafailidis PI, Mourtzoukou EG, Peppas G, Falagas ME (May 2010). (PDF). J Infect Dev Ctries. 4 (5): 267–81. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  47. Little JB (2000). "Chapter 14: Ionizing Radiation". ใน Kufe DW, Pollock RE, Weichselbaum RR, Bast RC Jr, Gansler TS, Holland JF, Frei E III (บ.ก.). (6th ed.). Hamilton, Ont: B.C. Decker. ISBN 1-55009-113-1.CS1 maint: multiple names: editors list (link)
  48. Brenner DJ, Hall EJ (November 2007). "Computed tomography—an increasing source of radiation exposure". N. Engl. J. Med. 357 (22): 2277–84. doi:. PMID .
  49. Cleaver JE, Mitchell DL (2000). "15. Ultraviolet Radiation Carcinogenesis". ใน Bast RC, Kufe DW, Pollock RE; และคณะ (บ.ก.). (5th ed.). Hamilton, Ontario: B.C. Decker. ISBN 1-55009-113-1. สืบค้นเมื่อ31 January 2011.CS1 maint: multiple names: editors list (link)
  50. (PDF). World Health Organization.
  51. . Cancer.gov. 2013-05-08. สืบค้นเมื่อ2013-12-15.
  52. Roukos DH (April 2009). "Genome-wide association studies: how predictable is a person's cancer risk?". Expert Rev Anticancer Ther. 9 (4): 389–92. doi:. PMID .
  53. Cunningham D, Atkin W, Lenz HJ, Lynch HT, Minsky B, Nordlinger B, Starling N (March 2010). "Colorectal cancer". Lancet. 375 (9719): 1030–47. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  54. Maltoni CFM, Holland JF (2000). "Chapter 16: Physical Carcinogens". ใน Bast RC, Kufe DW, Pollock RE; และคณะ (บ.ก.). (5th ed.). Hamilton, Ontario: B.C. Decker. ISBN 1-55009-113-1. สืบค้นเมื่อ31 January 2011.CS1 maint: multiple names: editors list (link)
  55. Gaeta, John F (2000). "Chapter 17: Trauma and Inflammation". ใน Bast RC, Kufe DW, Pollock RE; และคณะ (บ.ก.). (5th ed.). Hamilton, Ontario: B.C. Decker. ISBN 1-55009-113-1. สืบค้นเมื่อ27 January 2011.CS1 maint: multiple names: editors list (link)
  56. Colotta, F.; Allavena, P.; Sica, A.; Garlanda, C.; Mantovani, A. (2009). "Cancer-related inflammation, the seventh hallmark of cancer: links to genetic instability". Carcinogenesis (review). 30 (7): 1073–1081. doi:. ISSN . PMID .
  57. Hendrik Ungefroren; Susanne Sebens; Daniel Seidl; Hendrik Lehnert; Ralf Haas (2011). . Cell Communication and Signaling. 9 (18): 18. doi:.
  58. Mantovani A (June 2010). "Molecular pathways linking inflammation and cancer". Current Molecular Medicine (review). 10 (4): 369–73. doi:. PMID .
  59. Borrello, Maria Grazia; Degl’Innocenti, Debora; Pierotti, Marco A. (2008). "Inflammation and cancer: The oncogene-driven connection". Cancer Letters (review). 267 (2): 262–270. doi:. ISSN . PMID .
  60. Henderson BE, Bernstein L, Ross RK (2000). "Chapter 13: Hormones and the Etiology of Cancer". ใน Bast RC, Kufe DW, Pollock RE; และคณะ (บ.ก.). (5th ed.). Hamilton, Ontario: B.C. Decker. ISBN 1-55009-113-1. สืบค้นเมื่อ27 January 2011.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  61. Rowlands, Mari-Anne; Gunnell, David; Harris, Ross; Vatten, Lars J; Holly, Jeff MP; Martin, Richard M (May 15, 2009). . Int J Cancer. 124 (10): 2416–29. doi:. PMC. PMID .
  62. Croce CM (January 2008). "Oncogenes and cancer". N. Engl. J. Med. 358 (5): 502–11. doi:. PMID .
  63. Knudson AG (November 2001). "Two genetic hits (more or less) to cancer". Nature Reviews Cancer. 1 (2): 157–62. doi:. PMID .
  64. nucleotide: เป็นหน่วยย่อยของดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอ ประกอบด้วยเบสและหมู่ฟอสเฟตเชื่อมต่อกับน้ำตาล เบสที่พบในดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอได้แก่ adenine (A) guanine (G) และ cytosine (C) ที่แตกต่างคือ thymine (T) พบเฉพาะในดีเอ็นเอ ส่วน uracil (U) พบเฉพาะในอาร์เอ็นเอ น้ำตาลที่พบในดีเอ็นเอเป็นดีออกซีไรโบสและน้ำตาลไรโบสพบในอาร์เอ็นเอ ส่วนหมู่ฟอสเฟตเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างนิวคลีโอไทด์โมเลกุลหนึ่งกับอีกโมเลกุลหนึ่งโดยเกิดพันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์ ทำให้สายดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอยาวขึ้น แหล่งข้อมูล สุรินทร์ ปิยะโชคณากุล. "โครงสร้างและหน้าที่ของดีเอ็นเอ" ในพันธุวิศวกรรมเบื้องต้น. หน้า 5-41. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2545. [วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี]
  65. Nelson DA, Tan TT, Rabson AB, Anderson D, Degenhardt K, White E (September 2004). . Genes & Development. 18 (17): 2095–107. doi:. PMC. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  66. Merlo LM, Pepper JW, Reid BJ, Maley CC (December 2006). "Cancer as an evolutionary and ecological process". Nature Reviews Cancer. 6 (12): 924–35. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  67. . National Cancer Institute. สืบค้นเมื่อ2008-08-28.
  68. . National Comprehensive Cancer Network. สืบค้นเมื่อ18 July 2013.
  69. Anguiano L, Mayer DK, Piven ML, Rosenstein D (Jul–Aug 2012). "A literature review of suicide in cancer patients". Cancer Nursing. 35 (4): E14–26. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  70. Varricchio, Claudette G. (2004). . Boston: Jones and Bartlett Publishers. p. 229. ISBN 0-7637-3276-1.
  71. . Mayo Clinic. 27 September 2008. สืบค้นเมื่อ30 January 2010.
  72. Danaei G, Vander Hoorn S, Lopez AD, Murray CJ, Ezzati M (2005). "Causes of cancer in the world: comparative risk assessment of nine behavioural and environmental risk factors". Lancet. 366 (9499): 1784–93. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  73. . World Health Organization. สืบค้นเมื่อ9 January 2011.
  74. Wicki A, Hagmann, J (September 2011). "Diet and cancer". Swiss medical weekly. 141: w13250. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  75. Cappellani A, Di Vita M, Zanghi A, Cavallaro A, Piccolo G, Veroux M, Berretta M, Malaguarnera M, Canzonieri V, Lo Menzo E (2012). "Diet, obesity and breast cancer: an update". Front Biosci (Schol Ed). 4: 90–108. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  76. Key TJ (January 2011). . Br. J. Cancer. 104 (1): 6–11. doi:. PMC. PMID .
  77. Wang, X; Ouyang, Y; Liu, J; Zhu, M; Zhao, G; Bao, W; Hu, FB (29 July 2014). "Fruit and vegetable consumption and mortality from all causes, cardiovascular disease, and cancer: systematic review and dose-response meta-analysis of prospective cohort studies". BMJ (Clinical research ed.). 349: g4490. doi:. PMID .
  78. Larsson SC, Wolk A (May 2007). "Coffee consumption and risk of liver cancer: a meta-analysis". Gastroenterology. 132 (5): 1740–5. doi:. PMID .
  79. Zheng W, Lee SA (2009). . Nutr Cancer. 61 (4): 437–46. doi:. PMC. PMID .
  80. Ferguson LR (February 2010). "Meat and cancer". Meat Sci. 84 (2): 308–13. doi:. PMID .
  81. Holland Chp.33
  82. Rostom A, Dubé C, Lewin G, Tsertsvadze A, Barrowman N, Code C, Sampson M, Moher D (March 2007). "Nonsteroidal anti-inflammatory drugs and cyclooxygenase-2 inhibitors for primary prevention of colorectal cancer: a systematic review prepared for the U.S. Preventive Services Task Force". Annals of Internal Medicine. 146 (5): 376–89. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  83. Rothwell PM, Fowkes FG, Belch JF, Ogawa H, Warlow CP, Meade TW (January 2011). "Effect of daily aspirin on long-term risk of death due to cancer: analysis of individual patient data from randomised trials". Lancet. 377 (9759): 31–41. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  84. Cooper K, Squires H, Carroll C, Papaioannou D, Booth A, Logan RF, Maguire C, Hind D, Tappenden P (June 2010). "Chemoprevention of colorectal cancer: systematic review and economic evaluation". Health Technol Assess. 14 (32): 1–206. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  85. Thomsen A, Kolesar JM (December 2008). "Chemoprevention of breast cancer". Am J Health Syst Pharm. 65 (23): 2221–8. doi:. PMID .
  86. Wilt TJ, MacDonald R, Hagerty K, Schellhammer P, Kramer BS (2008). Wilt, Timothy J (บ.ก.). "Five-alpha-reductase Inhibitors for prostate cancer prevention". Cochrane Database Syst Rev (2): CD007091. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  87. . Prescrire Int. 19 (108): 182. August 2010. PMID .
  88. Giovannucci E, Liu Y, Rimm EB, Hollis BW, Fuchs CS, Stampfer MJ, Willett WC (April 2006). "Prospective study of predictors of vitamin D status and cancer incidence and mortality in men". J. Natl. Cancer Inst. 98 (7): 451–9. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  89. . คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 4 December 2006. สืบค้นเมื่อ27 July 2007.[ลิงก์เสีย]
  90. Schwartz GG, Blot WJ (April 2006). "Vitamin D status and cancer incidence and mortality: something new under the sun". J. Natl. Cancer Inst. 98 (7): 428–30. doi:. PMID .
  91. Fritz H, Kennedy D, Fergusson D, Fernandes R, Doucette S, Cooley K, Seely A, Sagar S, Wong R, Seely D (2011). Minna, John D (บ.ก.). . PLoS ONE. 6 (6): e21107. Bibcode:. doi:. PMC. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  92. Cole BF, Baron JA, Sandler RS, Haile RW, Ahnen DJ, Bresalier RS, McKeown-Eyssen G, Summers RW, Rothstein RI, Burke CA, Snover DC, Church TR, Allen JI, Robertson DJ, Beck GJ, Bond JH, Byers T, Mandel JS, Mott LA, Pearson LH, Barry EL, Rees JR, Marcon N, Saibil F, Ueland PM, Greenberg ER (June 2007). "Folic acid for the prevention of colorectal adenomas: a randomized clinical trial". JAMA. 297 (21): 2351–9. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  93. Vinceti, M; Dennert, G; Crespi, CM; Zwahlen, M; Brinkman, M; Zeegers, MP; Horneber, M; D'Amico, R; Del Giovane, C (Mar 30, 2014). "Selenium for preventing cancer". The Cochrane database of systematic reviews. 3: CD005195. doi:. PMID .
  94. . NCI. 8 June 2006. สืบค้นเมื่อ15 November 2008.
  95. Lertkhachonsuk AA, Yip CH, Khuhaprema T, Chen DS, Plummer M, Jee SH, Toi M, Wilailak S (2013). "Cancer prevention in Asia: resource-stratified guidelines from the Asian Oncology Summit 2013". Lancet Oncology. 14 (12): e497-507. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  96. . National Cancer Institute.
  97. Wilson JMG, Jungner G. (1968) Geneva:World Health Organization. Public Health Papers, #34.
  98. . U.S. Preventive Services Task Force. 2003.
  99. . U.S. Preventive Services Task Force. 2008.
  100. . U.S. Preventive Services Task Force. 2009.
  101. . U.S. Preventive Services Task Force. 2004.
  102. . U.S. Preventive Services Task Force. 2004.
  103. . U.S. Preventive Services Task Force. 2008.
  104. . U.S. Preventive Services Task Force. 2004.
  105. . U.S. Preventive Services Task Force. 2004.
  106. . U.S. Preventive Services Task Force. 2004.
  107. . U.S. Preventive Services Task Force. 2004.
  108. Chou, Roger; Croswell, Jennifer M.; Dana, Tracy; Bougatous, Christina; Blazina, Ian; Fu, Rongwei; Gleitsmann, Ken; Koenig, Helen C.; และคณะ (7 October 2011). . United States Preventive Services Task Force. สืบค้นเมื่อ8 October 2011.
  109. . U.S. Preventive Services Task Force. 2009.
  110. Gøtzsche PC, Nielsen M (2011). Gøtzsche, Peter C (บ.ก.). "Screening for breast cancer with mammography". Cochrane Database Syst Rev (1): CD001877. doi:. PMID .
  111. Gulati AP, Domchek, SM (Jan 2008). "The clinical management of BRCA1 and BRCA2 mutation carriers". Current oncology reports. 10 (1): 47–53. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  112. Lind M.J., M.J. (2008). "Principles of cytotoxic chemotherapy". Medicine. 36 (1): 19–23. doi:.
  113. National Cancer Institute (Dec 2012). . www.cancer.gov. สืบค้นเมื่อ9 March 2014.
  114. [ลิงก์เสีย]
  115. Holland Chp. 40
  116. Nastoupil, LJ; Rose, AC; Flowers, CR (May 2012). "Diffuse large B-cell lymphoma: current treatment approaches". Oncology (Williston Park, N.Y.). 26 (5): 488–95. PMID .
  117. Freedman, A (October 2012). "Follicular lymphoma: 2012 update on diagnosis and management". American journal of hematology. 87 (10): 988–95. doi:. PMID .
  118. Rampling, R; James, A; Papanastassiou, V (June 2004). . Journal of neurology, neurosurgery, and psychiatry. 75 Suppl 2 (Suppl 2): ii24–30. doi:. PMC. PMID .
  119. Madan, V; Lear, JT; Szeimies, RM (February 20, 2010). "Non-melanoma skin cancer". Lancet. 375 (9715): 673–85. doi:. PMID .
  120. CK Bomford, IH Kunkler, J Walter. Walter and Miller’s Textbook of Radiation therapy (6th Ed), p311
  121. "Radiosensitivity" on GP notebook
  122. "Radiation therapy- what GPs need to know" on patient.co.uk
  123. Hill, R; Healy, B; Holloway, L; Kuncic, Z; Thwaites, D; Baldock, C (21 March 2014). "Advances in kilovoltage x-ray beam dosimetry". Physics in medicine and biology. 59 (6): R183-231. doi:. PMID .
  124. Holland Chp. 41
  125. American Society of Clinical Oncology. (PDF). Choosing Wisely: an initiative of the ABIM Foundation. American Society of Clinical Oncology. สืบค้นเมื่อAugust 14, 2012
    • The American Society of Clinical Oncology made this recommendation based on various cancers. See American Society of Clinical Oncology. (PDF). Choosing Wisely: an initiative of the ABIM Foundation. American Society of Clinical Oncology. สืบค้นเมื่อAugust 14, 2012
    • for lung cancer, see Azzoli, CG; Temin, S; Aliff, T; Baker, S; Brahmer, J; Johnson, DH; Laskin, JL; Masters, G; Milton, D; Nordquist, L; Pao, W; Pfister, DG; Piantadosi, S; Schiller, JH; Smith, R; Smith, TJ; Strawn, JR; Trent, D; Giaccone, G; American Society of Clinical Oncology (2011). . Journal of clinical oncology : official journal of the American Society of Clinical Oncology. 29 (28): 3825–31. doi:. PMC. PMID . and Ettinger, DS; Akerley, W; Bepler, G; Blum, MG; Chang, A; Cheney, RT; Chirieac, LR; d'Amico, TA; Demmy, TL; Ganti, AK; Govindan, R; Grannis Jr, FW; Jahan, T; Jahanzeb, M; Johnson, DH; Kessinger, A; Komaki, R; Kong, FM; Kris, MG; Krug, LM; Le, QT; Lennes, IT; Martins, R; O'Malley, J; Osarogiagbon, RU; Otterson, GA; Patel, JD; Pisters, KM; Reckamp, K; Riely, GJ (2010). "Non-small cell lung cancer". Journal of the National Comprehensive Cancer Network : JNCCN. 8 (7): 740–801. PMID .
    • for breast cancer, see Carlson, RW; Allred, DC; Anderson, BO; Burstein, HJ; Carter, WB; Edge, SB; Erban, JK; Farrar, WB; Goldstein, LJ; Gradishar, WJ; Hayes, DF; Hudis, CA; Jahanzeb, M; Kiel, K; Ljung, BM; Marcom, PK; Mayer, IA; McCormick, B; Nabell, LM; Pierce, LJ; Reed, EC; Smith, ML; Somlo, G; Theriault, RL; Topham, NS; Ward, JH; Winer, EP; Wolff, AC; NCCN Breast Cancer Clinical Practice Guidelines Panel (2009). "Breast cancer. Clinical practice guidelines in oncology". Journal of the National Comprehensive Cancer Network : JNCCN. 7 (2): 122–92. PMID .
    • for colon cancer, see Engstrom, PF; Arnoletti, JP; Benson Ab, 3rd; Chen, YJ; Choti, MA; Cooper, HS; Covey, A; Dilawari, RA; Early, DS; Enzinger, PC; Fakih, MG; Fleshman Jr, J; Fuchs, C; Grem, JL; Kiel, K; Knol, JA; Leong, LA; Lin, E; Mulcahy, MF; Rao, S; Ryan, DP; Saltz, L; Shibata, D; Skibber, JM; Sofocleous, C; Thomas, J; Venook, AP; Willett, C; National Comprehensive Cancer Network (2009). "NCCN Clinical Practice Guidelines in Oncology: Colon cancer". Journal of the National Comprehensive Cancer Network : JNCCN. 7 (8): 778–831. PMID .
    • for other general statements see Smith, Thomas J.; Hillner, Bruce E. (2011). "Bending the Cost Curve in Cancer Care". New England Journal of Medicine. 364 (21): 2060–5. doi:. PMID . and Peppercorn, J. M.; Smith, T. J.; Helft, P. R.; Debono, D. J.; Berry, S. R.; Wollins, D. S.; Hayes, D. M.; Von Roenn, J. H.; Schnipper, L. E.; American Society of Clinical Oncology (2011). "American Society of Clinical Oncology Statement: Toward Individualized Care for Patients with Advanced Cancer". Journal of Clinical Oncology. 29 (6): 755–60. doi:. PMID .
  126. .
  127. (PDF). The National Consensus Project for Quality Palliative Care (NCP).
  128. Levy MH, Back, A, Bazargan, S, Benedetti, C, Billings, JA, Block, S, Bruera, E, Carducci, MA, Dy, S, Eberle, C, Foley, KM, Harris, JD, Knight, SJ, Milch, R, Rhiner, M, Slatkin, NE, Spiegel, D, Sutton, L, Urba, S, Von Roenn, JH, Weinstein, SM, National Comprehensive Cancer Network (September 2006). "Palliative care. Clinical practice guidelines in oncology". Journal of the National Comprehensive Cancer Network: JNCCN. 4 (8): 776–818. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  129. Waldmann, TA (March 2003). "Immunotherapy: past, present and future". Nature Medicine. 9 (3): 269–77. doi:. PMID .
  130. Cassileth BR, Deng G (2004). "Complementary and alternative therapies for cancer". Oncologist. 9 (1): 80–9. doi:. PMID .
  131. National Center for Complementary and Alternative Medicine. retrieved 3 February 2008.
  132. Vickers A (2004). "Alternative cancer cures: 'unproven' or 'disproven'?". CA Cancer J Clin. 54 (2): 110–8. doi:. PMID .
  133. World Cancer Report 2014. World Health Organization. 2014. p. 22. ISBN 9283204298.
  134. Rheingold, Susan; Neugut, Alfred; Meadows, Anna (2003). . ใน Frei, Emil; Kufe, Donald W.; Holland, James F. (บ.ก.). Holland-Frei Cancer Medicine (6th ed.). Hamilton, Ont: BC Decker. p. 2399. ISBN 1-55009-213-8. สืบค้นเมื่อ5 November 2009.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  135. Montazeri A (December 2009). . Health Qual Life Outcomes. 7: 102. doi:. PMC. PMID .
  136. Akl, EA; Kahale, LA; Ballout, RA; Barba, M; Yosuico, VE; van Doormaal, FF; Middeldorp, S; Bryant, A; Schünemann, H (10 December 2014). "Parenteral anticoagulation in ambulatory patients with cancer". The Cochrane database of systematic reviews. 12: CD006652. doi:. PMID .
  137. . World Health Organization. 2009. สืบค้นเมื่อ11 November 2009.
  138. Lozano, R; Mohsen, N; Foreman, K; Lim, S; Shibuya, K; Aboyans, V; Abraham, J; Adair, T; Aggarwal, R; Ahn, SY; AlMazroa, MA; Alvarado, M; Anderson, HR; Anderson, LM; Andrews, KG; Atkinson, C; Baddour, LM; Barker-Collo, S; Bartels, DH; Bell, ML; Benjamin, EJ; Bennett, D; Bhalla, K; Bikbov, B; Bin Abdulhak, A; Birbeck, G; Blyth, F; Bolliger, I; Boufous, S; Bucello, C (Dec 15, 2012). "Global and regional mortality from 235 causes of death for 20 age groups in 1990 and 2010: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2010". Lancet. 380 (9859): 2095–128. doi:. PMID .
  139. WHO (October 2010). . World Health Organization. สืบค้นเมื่อ5 January 2011.
  140. Coleman, William B. and Rubinas, Tara C. (2009). "4". ใน Tsongalis, Gregory J. and Coleman, William L. (บ.ก.). Molecular Pathology: The Molecular Basis of Human Disease. Amsterdam: Elsevier Academic Press. p. 66. ISBN 0-12-374419-9.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  141. Johnson, George (28 December 2010). . The New York Times.
  142. Pawelec G, Derhovanessian, E, Larbi, A (Aug 2010). "Immunosenescence and cancer". Critical reviews in oncology/hematology. 75 (2): 165–72. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  143. Alberts, B, Johnson A, Lewis J; และคณะ (2002). "The Preventable Causes of Cancer". (4th ed.). New York: Garland Science. ISBN 0-8153-4072-9. A certain irreducible background incidence of cancer is to be expected regardless of circumstances: mutations can never be absolutely avoided, because they are an inescapable consequence of fundamental limitations on the accuracy of DNA replication, as discussed in Chapter 5. If a human could live long enough, it is inevitable that at least one of his or her cells would eventually accumulate a set of mutations sufficient for cancer to develop.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  144. Anisimov VN, Sikora, E, Pawelec, G (Aug 2009). "Relationships between cancer and aging: a multilevel approach". Biogerontology. 10 (4): 323–38. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  145. de Magalhaes JP (2013). "How ageing processes influence cancer". Nature Reviews Cancer. 13 (5): 357–65. doi:. PMID .
  146. Fraumeni, Joseph F.; Schottenfeld, David; Marshall, James M. (2006). Cancer epidemiology and prevention. Oxford [Oxfordshire]: Oxford University Press. p. 977. ISBN 0-19-514961-0.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  147. Bostwick, David G.; Eble, John N. (2007). Urological Surgical Pathology. St. Louis: Mosby. p. 468. ISBN 0-323-01970-6.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  148. Kaatsch P, Sikora, E, Pawelec, G (June 2010). "Epidemiology of childhood cancer". Cancer treatment reviews. 36 (4): 277–85. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  149. Ward, Elizabeth; DeSantis, Carol; Robbins, Anthony; Kohler, Betsy; Jemal, Ahmedin (January 2014). "Childhood and adolescent cancer statistics, 2014". CA: A Cancer Journal for Clinicians. 64: n/a–n/a. doi:. PMID .
  150. Ward EM, Thun, MJ, Hannan, LM, Jemal, A (Sep 2006). "Interpreting cancer trends". Annals of the New York Academy of Sciences. 1076: 29–53. Bibcode:. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  151. . National Cancer Institute. สืบค้นเมื่อ17 August 2009.
  152. . Agency for Toxic Substances & Disease Registry. 30 August 2002. สืบค้นเมื่อ17 August 2009.
  153. Wanjek, Christopher (16 September 2006). . สืบค้นเมื่อ17 August 2009.
  154. Hayden EC, Thun, MJ, Hannan, LM, Jemal, A (April 2009). "Cutting off cancer's supply lines". Nature. 458 (7239): 686–687. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  155. Bagri, A; Kouros-Mehr, Hosein; Leong, KG; Plowman, GD (Mar 2010). "Use of anti-VEGF adjuvant therapy in cancer: challenges and rationale". Trends in molecular medicine. 16 (3): 122–32. doi:. PMID .
  156. Sleigh SH, Barton CL (2010). "Repurposing Strategies for Therapeutics". Pharm Med. 24 (3): 151–159. doi:.
  157. Winther H, Jorgensen JT (2010). "Drug-Diagnostic Co-Development in Cancer". Pharm Med. 24 (6): 363–375. doi:.
  158. Sharon Begley (16 September 2008). . Newsweek. สืบค้นเมื่อ8 September 2008.[ลิงก์เสีย]
  159. Kolata, Gina (23 April 2009). . The New York Times. สืบค้นเมื่อ5 May 2009.
  160. Bruce Albertsa, Marc W. Kirschnerb, Shirley Tilghmanc, and Harold Varmus, , Proceedings of the National Academy of Sciences of the United States of America, vol. 111 no. 16, April 2014
  161. Kolata, Gina (April 23, 2009). . The New York Times. สืบค้นเมื่อ2009-12-29.
  162. Kolata, Gina (June 27, 2009). . The New York Times. สืบค้นเมื่อ2009-12-29.
  163. Leaf, Clifton (2004-03-22). . Fortune Magazine (CNN Money).
  164. Connie Henke Yarbro, Debra Wujcik, Barbara Holmes Gobel, บ.ก. (2011). Cancer nursing: principles and practice (7 ed.). Jones & Bartlett Publishers. pp. 901–905. ISBN 978-1-4496-1829-2.CS1 maint: multiple names: editors list (link)
บทความเกี่ยวกับแพทยศาสตร์นี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียได้โดยเพิ่มข้อมูล ดูเพิ่มที่ สถานีย่อย:แพทยศาสตร์

มะเร็ง
มะเร, ภาษาอ, เฝ, าด, แก, ไข, หร, อทางการแพทย, เน, องอกร, าย, งกฤษ, malignant, tumor, เป, นกล, มของโรคท, เก, ยวข, องก, บการเจร, ญเต, บโตของเซลล, ดปกต, เซลล, จะแบ, งต, วและเจร, ญอย, างควบค, มไม, ได, อเป, นเน, องอกร, าย, และม, กยภาพในการร, กรานร, างกายส, วนข, างเ. maerng phasaxun efadu aekikh maerng hruxthangkaraephthywa enuxngxkray xngkvs malignant tumor epnklumkhxngorkhthiekiywkhxngkbkarecriyetibotkhxngesllthiphidpkti khux esllcaaebngtwaelaecriyxyangkhwbkhumimid kxepnenuxngxkray aelamiskyphaphinkarrukranrangkayswnkhangekhiyng maerngxacaephrkracayipyngrangkayswnthixyuhangiklid 1 2 phanrabbnaehluxnghruxkraaeseluxd aetimichenuxngxkthukchnidcaepnmaerng ephraaenuxngxkimraycaimluklamipyngxwywakhangekhiyngaelaimkracayipthwrangkay 2 xakaraelaxakaraesdngkhxngorkhmaerngthiepnipidrwmthungmikxnenuxekidihm mieluxdxxkphidpkti mikarixepnewlanan karsuyesiynahnkthixthibayimid aelakarepliynaeplnginkarkhbthaykhxnglaisaelaxun 3 aetxakarehlanixacekidkhunenuxngcakpyhaxun idechnkn 3 mimaerngthisngphltxmnusythithrabaelwkwa 100 chnid 2 maerngphaphcakkarthayphaphrngsiswntdxasykhxmphiwetxraesdngenuxraymiosethlioxma mesothelioma khwamhmay enuxngxk nasumsaninchxngeyuxhumpxdklang 1 amp 3 tb 2 kraduksnhlng 4 siokhrng 5 thxeluxdaedng 6 mam 7 amp 8 it 9 tbbychicaaenkaelalingkipphaynxkICD 10C00 C97ICD 9140 239DiseasesDB28843MedlinePlus001289MeSHD009369 saehtukhxngmaerngnnmihlakhlay sbsxnaelaekhaicephiyngbangswnethann mihlaypccythithrabaelwwaephimpccyesiyngmaerng idaek karsubbuhri xtrakartay 22 1 pccydanxahar karkhadkickrrmkarxxkkalngkay orkhxwn aelakarbriophkhaexlkxhxl xtrakartayrwmkn 10 1 nxknnepnkartidechuxbangxyang karsmphsrngsi aelamlphawasingaewdlxm 4 inklumpraethskalngphthna ekuxb 20 khxngorkhmaerngekidcakkartidechuxechnorkhtbxkesbcakiwrschnid B chnid C aela human papillomavirus 1 odythwipkxnthimaerngcaphthnakhun karepliynaeplnghlayxyangkhxngyincaekidkhunkxn 5 praman 5 10 khxngmaerngekidcakkartidechuxthangphnthukrrmthithaythxdmacakphxaem 6 pccyehlanisamarththaihyinesiyhayodytrng 5 hruxxacprakxbkbkhwambkphrxngthangphnthukrrmthimixyuediminesllkxihekidkarklayphnthuepnmaerngid 7 maerngraw 5 10 samarthtidtamipyngkhwambkphrxngthangphnthukrrmaetkaenidodytrng 6 maerngsamarthtrwcphbidhlaywithi rwmthngkarmixakaraelaxakaraesdngbangxyang kartrwckhdkrxngorkh 1 caknn catxngthakarsrangphaphthangkaraephthy emuxtrwcphbwamioxkasepnmaerngaelw camikarwinicchyephuxyunynodykartrwctwxyangchinenux xngkvs biopsy 8 maernghlaypraephthsamarthpxngknidodykarimsubbuhri rksanahnktwephuxsukhphaphthidi imdumekhruxngdumaexlkxhxlmakekinip kinxaharpraephthphkphlimaelathyphuchmak chidwkhsinpxngknorkhtidechuxbangxyang imkinenuxaedngmakekinip aelahlikeliyngkarsmphskbaesngaeddmakekinip 9 10 kartrwcphbaetenin phankartrwckhdkrxngcaepnpraoychnsahrborkhmaerngpakmdlukaelamaernglaisihy 11 praoychnkhxngkartrwckhdkrxngsahrbmaerngetanmyngmikhwamkhdaeyng 11 12 orkhmaerngmkcaidrbkarrksaphsmknkhxngkarrksadwyrngsibangxyang karphatd karrksadwyekhmibabd aelakarrksadwykarkahndep ahmay 1 13 karcdkarkbkarpwdaelaxakarxunepnswnsakhykhxngkarduael karduaelaebbprakhbprakhxngepnsingsakhyodyechphaaxyangyinginphupwythiorkhmikarphthnaipmak 1 oxkaskhxngkarxyurxdkhunxyukbchnidkhxngorkhmaerngaelarayakhxngorkhinchwngerimtnkhxngkarrksa 5 inedkxayutakwa 15 thiwinicchyxtrakarrxdtayinchwnghapiin olkthiphthnaaelwodyechliyxyuthi 80 14 sahrborkhmaernginpraethsshrthxemrikaxtrakarrxdtayhapiechliyxyuthi 66 15 inpi 2012 mimaerngrayihmekidkhunthwolkpraman 14 100 000 ray imrwmthungorkhmaerngphiwhnngxunthiimichenuxngxk 5 mnathaihekidkaresiychiwit 8 200 000 rayhrux 14 6 khxngkaresiychiwitkhxngmnusythnghmd 5 16 chnidthiphbbxythisudkhxngorkhmaerng inephschayepnmaerngpxd maerngtxmlukhmak maernglaisihy aelamaerngkraephaaxahar inephshyingchnidthiphbmakthisudkhuxmaerngetanm maernglaisihy maerngpxd aelamaerngpakmdluk 5 hakmaerngphiwhnngxunthiimichenuxngxkthukrwmxyuin maerngihmthnghmd inaetlapimaerngdngklawcakhidepnpraman 40 khxngphupwy 17 18 inedk orkhmaerngemdeluxdkhawaebb lymphoblastic echiybphlnaelaenuxngxkinsmxngepnorkhswnihyrwmknykewninthwipaexfrikathimaerngtxmnaehluxngchnidaephrkracayerwekidkhunbxy 14 inpi 2012 edkxayutakwa 15 pipraman 165 000 khnidrbkarwinicchywae pnmaerng khwamesiyngkhxngkarepnorkhmaerngephimkhunxyangminysakhytamxayuaelamaernghlaychnidekidkhunidthwipinpraethsthiphthnaaelw 5 xtraesiyngcaephimkhunemuxprachachnmichiwitmakkhunaelawithichiwitmikarepliynaeplnginpraethskalngphthna 19 tnthunthangkarenginkhxngorkhmaerngxyuthipraman US 1 16 lanlantxpiinpi 2010 20 enuxha 1 niyam 2 xakaraelaxakaraesdng 2 1 xakarechphaathi 2 2 xakarthiepnrabb 2 3 karaephrkracay 3 saehtu 3 1 sarekhmi 3 2 xaharaelakarxxkkalngkay 3 3 kartidechux 3 4 karaephrngsi 3 5 phnthukrrm 3 6 sarthimikarsmphsthangkayphaph 3 7 hxromn 4 phyathisrirwithya 4 1 phnthusastr 4 2 karaephrkracay 5 karwinicchy 5 1 karcdhmwdhmu 5 2 phyathiwithya 6 karpxngkn 6 1 xahar 6 2 ya 6 3 karchidwkhsin 7 karkhdkrxng 7 1 khaaenana 7 2 karthdsxbthangphnthukrrm 8 karrksa 8 1 ekhmibabd 8 2 karchayrngsi 8 3 slykrrm 8 4 karduaelaebbprakhbprakhxng 8 5 karbabddwyrabbphumikhumkn 8 6 karaephthythangeluxk 9 karphyakrnorkh 10 karrabadwithya 10 1 maernginpraethsithy 11 prawtisastr 12 sngkhmaelawthnthrrm 13 karwicy 14 kartngkhrrph 15 stwxun 16 ophchnakar 17 duephim 18 xangxingniyam aekikhmaerngkhuxklumkhxngorkhhlayorkh thimilksnarwmknkhuxmikarecriykhxngesllthiphidpkti aelamikhwamsamarththicaruklahruxaephrkracayipyngswnxunkhxngrangkayid 1 2 cdepnchnidhnungkhxngenuxngxk enuxngxkhmaythungklumkhxngesllthimikarecriyxyangimmikarkhwbkhum mkekidepnkxn aetkxacekidepnlksnaaephkwangid 21 22 pccubnthuxwaesllthicanbwaepnesllmaerngtxngmilksnaechphaakhxngkhwamepnmaerng lksnaehlaniepnlksnathicaepntxkardaeninorkhkhxngmaerng idaek 23 mikarecriykhxngesllaelakaraebngesllidodyimtxngmisyyankratuntampkti mikarecriykhxngesllaelakaraebngesllidaemcamisyyanybyng miklikhlikeliyngkarthaiheslltaytampkti mikhwamsamarththicaaebngesllidodyimmicanwncakd mikarsranghlxdeluxdihm mikarrukranenuxeyuxkhangekhiyng aelamikhwamsamarththicaaephrkracayipyngtaaehnnghangiklid 24 karthiesllpkticaklayepnesllthiephimcanwncnklayepnkxnenuxngxkaelaklayepnmaerngetmkhnnnmikhntxnhlaykhntxn khntxnehlanieriykwakarphthnakhxngmaerng 24 25 karaephthyaephnithymikarichkhawa maerng inkhwamhmaythungorkhtang thirksaidyak aesdngxakarinrayathay sungxacnbrwmorkhxun thiimtrngniyamkhxngmaernginkaraephthyaephnpccubnekhamadwy echn fieruxrng ridsidwng epntn 26 xakaraelaxakaraesdng aekikhbthkhwamhlk syyanaelaxakaraesdngkhxngmaerng xakarthiekidcakkaraephrkracaykhxngorkhmaerngkhunxyukbtaaehnngkhxngenuxngxk tamrup thismxng pwdsirsa chk hwhmun thithangedinhayic ix ixepnelixd hayiclabak thitxmnaehluxng karxkesbkhxngtxmaelathxnaehluxng thitb tbot disan thikraduksnhlng ecbpwd kradukaetkhk karkdthbkraduksnhlng inrayaerimtnkhxngmaerngphupwycayngimmixakar txemuxkhnadkhxngkxnerimotkhunhruxerimekidepnaephlcungxaccamixakarhruxxakaraesdngid khunxyukbchnidaelataaehnngkhxngmaerng xakarswnihyepnxakarthiimmikhwamcaephaa samarthphbidbxyinphawaxunthiimichmaerng cungthuxidwamaerngepnorkhnkeliynaebbxyanghnung phupwymaerngswnihycungmkidrbkarrksaphawaxunmarayahnungkxn kxnthicaidrbkarwinicchywaepnmaerng 27 xakarechphaathi aekikh phupwyxacmixakarechphaathicakphlkhxngtwkxnthikhyaykhnadkhun twxyangechn phlcakkxnkhxngmaerngpxdxackdebiydhlxdlm thaihphupwymixakarix hruxekidpxdxkesbidngaykhun maernghlxdxaharthaihekidkartibaekhbkhxnghlxdxahar thaihphupwymixakarklunlabakhruxklunecb maernglaisihyaelaistrngxacthaihekidkartibaekhbhruxkarxudknkhxnglais thaihmikarthayxuccarathiphidpktiip kxninetanmhruxxnthaxacpraktepnkxnihphupwysngektidchdecn xakarbangxyangxacekidcakkarekidaephlthikxnmaerng echn inpxdxacthaihmixakarixepneluxd inlaisthaihphupwykhxy esiyeluxdcnmixakarsid hruxeluxdxxkmakcnehnepneluxdpnmakbxuccaraid inkraephaapssawaxacthaihmixakarpssawaepneluxd aelainmdlukthaihmieluxdxxkphidpktithangchxngkhlxd epntn phupwyrayaluklambangrayxacmixakarecbcaktwkxnid aetinrayaaerkthikxnephingerimkhyaykhnadphupwymkimmixakarecbcaktwkxn maerngbangchnidxacthaihekidkhxngehlwsasminophrngrangkay echninchxngxk hruxchxngthxngid 27 xakarthiepnrabb aekikh epnxakarthiekidkhunthwipenuxngcakphlkrathbthixyuiklcaktaaehnngkhxngorkhmaerngthiimidekiywkhxngkbkaraephrkracayodyhruxepnkaraephrkracaykhxngorkh xakarehlanixacrwmthung karsuyesiynahnkodyimidtngic epnikh ehnuxymakekinip aelamikarepliynaeplngkbphiw 28 maerngtxmnaehluxngchnidaephrkracaycha xngkvs Hodgkin disease orkhemdolhitkhawphidpkti xngkvs leukemias aelaorkhmaerngtbhruxorkhmaerngitxacthaihekidikhthawrimthrabthima 27 maerngbangchnidxacthaihekidklumxakarechphaakhxngrabbthieriykwapraktkarn paraneoplastic twxyangechnkarprakttwkhxngorkhklamenuxxxnaerngchnidray xngkvs myasthenia gravis inenuxngxktxmithms xngkvs thymoma aelaxakarplayniwot xngkvs clubbing inorkhmaerngpxd 27 karaephrkracay aekikh bthkhwamhlk Metastasis maerngsamarthaephrkracaycakcudkaenidedimkhxngmnodykaraephrkracayechphaathi karaephrkracayphanthangnaehluxngipyngtxmnaehluxnginphumiphakhhruxphanthangeluxd karaephrkracay aebb haematogenous ipyngenuxeyuxxunthiiklxxkip karaephrkracaythnghmdnieriykwa metastasis emuxmaerngaephrkracayiptamesnthang haematogenous mnkmkcaaephrkracayipthwrangkay xyangirktam emldphnthu maerngcaecriyetibotiddiin din bangcudthieluxkodyechphaaethann epnsmmtithankhxngkaraephrkracayorkhmaernginrupkhxng dinaelaemldphnth xakarkhxngkarekidorkhmaernginrayaaephrkracaykhunxyukbtaaehnngkhxngenuxngxkaelaxacrwmthungtxmnaehluxngot sungsamarthrusukidhruxbangkhrngkehniditphiwhnngaelamkcaaekhng tbothruxmamotsungsamarthrusukidinchxngthxng rusukecbpwdhruxesshkkhxngkradukaelaxakarthangrabbprasath 27 saehtu aekikhbthkhwamhlk saehtukhxngkarekidorkhmaerng 90 95 khxngsaehtuhlkkhxngkarekidorkhmaerngenuxngmacakpccydansingaewdlxm swnthiehluxxik 5 10 enuxngmacakkarthaythxdthangphnthukrrm 4 khawa singaewdlxm thiichodynkwicyorkhmaernghmaythungsaehtuid thiimidmacakkarthaythxdthangphnthukrrmechnwithikardaeninchiwit pccythangesrsthkicaelaphvtikrrm aelaimichaekhmlphis 29 pccyaewdlxmthiphbbxythinaipsu kartaykhxngorkhmaerng idaek yasub 25 30 xaharaelaorkhxwn 30 35 kartidechux 15 20 karsmphskbrngsi thngoxosnaelaimoxosn 10 khwamekhriyd khadkarxxkkalngkay aelamlphissingaewdlxm 4 mnaethbcaepnipimidthicaphisucnwaxairthaihekidorkhmaernginbukhkhlhnung ephraamaerngswnihymisaehtuhlayxyang twxyangechnthakhnthiichyasubxyanghnkcnphthnaepnorkhmaerngthipxd dngnnsaehtukxacmacakkarichyasub aetenuxngcakthukkhnmioxkaselknxythicaphthnaorkhmaerngpxdodyepnphlmacakmlphisthangxakashruxkarchayrngsi dngnnmioxkaselknxythi orkhmaerngcaidrbkarphthnaephraamlphisthangxakashruxkarchayrngsi ykewnkartidtxthihayakthiekidkhunkbkartngkhrrphaelamiephiyngelknxycakkarbricakhxwywa maerngodythwipcaimepnorkhthitidtxthaythxdid 30 sarekhmi aekikh khxmulephimetim aexlkxhxlkborkhmaerngaelakarsubbuhrikborkhmaerng xubtikarnkhxngorkhmaerngpxdmikhwamsmphnthkbkarsubbuhri tamthiaesdnginaephnphumi emuxmikhnsubbuhrimakkhun 20 pitxmakmiphuesiychiwitenuxngcakmaerngpxdmakkhuntamkn karsmphskbsarbangxyangmikarechuxmoyngkbbangchnidkhxngorkhmaerng sarehlanicaeriykwa sarkxmaerng xngkvs carcinogens yktwxyang karsubbuhriepnsaehtukhxngorkhmaerngpxdthung 90 31 nxkcakniyngepnsaehtukhxngorkhmaernginklxngesiyng insirsa inlakhx inkraephaaxahar inkraephaapssawa init inhlxdxahar aelaintbxxn 32 khwnkhxngyasubmisarkxmaerngthiruckknmakkwahasibxyang rwmthnginotrsamin aela polycyclic aromatic hydrocarbon 33 yasubrbphidchxbhnunginsamkhxngthnghmdthiesiychiwitcakmaernginpraethsthiphthnaaelw 34 aelapramanhnunginhathwolk 33 xtrakartaydwyorkhmaerngpxdinpraethsshrthxemrikaepnphaphsathxnkhxngkarsubbuhri thimikarephimkhunkhxngkarsubbuhritamdwykarephimkhunxyangmakkhxngxtrakartayenuxngcakmaerngpxdaelaemuxerw nikarldlngkhxngxtrakarsubbuhrimatngaetpi 1950s tamdwykarldlngkhxngxtrakartayenuxngcakorkhmaerngpxdinphuchaytngaetpi 1990 35 36 inyuorptawntk 10 khxngmaernginephschayaela 3 khxngmaerngthnghmdinephshyingcamisaehtumacakkardumsura odyechphaaxyangyingmaerngtbaelamaerngthangedinxahar 37 maerngthiekiywkhxngkbkarsmphssarekhmikhnathanganechuxwacaepnsaehturahwang 2 20 khxngthukkrni 38 inthuk pi xyangnxy 200 000 khnthwolkesiychiwitcakorkhmaerngthiekiywkhxngkbsthanthithangankhxngphwkekha 39 khnnganhlaylanmikhwamesiyngkhxngkarphthnasuorkhmaerngechnorkhmaerngpxdaelaorkhcakkarsuddmkhwnbuhrihrux esniyaeriyhininrahwangkarthanganhruxorkhmaerngemdeluxdkhawcakkarsmphskbsarebnsinthisthanthithangankhxngphwkekha 39 xaharaelakarxxkkalngkay aekikh bthkhwamhlk xaharkborkhmaerng xahar karimxxkkalngkay aelaorkhxwnekiywkhxngkbkaresiychiwitcakmaerngidthung 30 35 khxng 4 40 inshrthxemrikanahnktwekinepneruxngthiekiywkhxngkbkarphthnakhxngorkhmaernghlaychnidaelaepnpccyin 14 20 khxngkaresiychiwitcakmaerngthnghmd 40 karsuksainshrachxanackrrwmthngkhxmulekiywkbkwa 5 lankhnaesdngihehnwadchnimwlkaythisungkhuncaekiywkhxngkbxyangnxy 10 chnidkhxngorkhmaerngaelamikhwamrbphidchxbpraman 12 000 krniinaetlapiinpraethsnn 41 karimxxkkalngkayechuxwacanaipsu khwamesiyngorkhmaerng imephiyngaetphanthangphlkrathbtxnahnktw aetyngphanphlkrathbdanlbtxrabbphumikhumknaelarabbtxmirthx 40 makkwakhrunghnungkhxngphlkrathbcakkarrbprathanxaharekidcakkarmiphawaophchnakarekin karrbprathanxaharmakekinip makkwacakkarkinphknxyekiniphruxxaharthiditxsukhphaphxun xaharbangxyangcaechuxmoyngkbkarekidorkhmaerngbangchnid xaharthimiekluxsungechuxmoyngkborkhmaerngkraephaaxahar 42 xaflathxksinbi 1 sarpnepuxnxaharthiphbbxypraephthhnungthaihekidorkhmaerngtb 42 karekhiywphluthw xngkvs Betel nut thaihekidorkhmaernginchxngpak 42 khwamaetktanginkarrbprathanxaharswnhnungxacxthibaykhwamaetktanginkarekidmaernginaetlapraethsthiaetktangkn yktwxyangechnorkhmaerngkraephaaxaharcaphbmakinpraethsyipunenuxngcakxaharmiekluxsung 43 aelamaernglaisihycaphbmakinpraethsshrthxemrika phuxphyphekhaemuxngphthnakhwamesiyngkhxngpraethsihmkhxngphwkekhaphayinhnungecnenxerchn aenanakarechuxmoyngthisakhyrahwangkarrbprathanxaharaelaorkhmaerng 44 kartidechux aekikh bthkhwamhlk saehtukartidechuxkhxngorkhmaerng thwolkpraman 18 khxngkaresiychiwitcakorkhmaerngekiywkhxngkborkhtidechux 4 sdswnniaetktangknipinphumiphakhtang khxngolkcakthisung 25 inthwipaexfrikacnthungnxykwa 10 inpraethsthiphthnaaelw 4 iwrsepnechuxorkhpktikhxngkartidechuxthikxihekidorkhmaerng aetaebkhthieriyaelaprsityngxacsrangphlkrathbkborkhmaerngidechnkn iwrsthisamarththaihekidmaerngideriykwa oncovirus sungrwmthung humam papillomavirus maerngpakmdluk Epstein Barr iwrs orkh B cell lymphoproliferative aelaorkhmaerngophrnghlngcmuk herpesvirus sarcoma khxng Kaposi enuxngxk Kaposi aela primary effusion lymphomas iwrstbxkesbbiaelaiwrstbxkesb C maerngtb aela human T cell iwrs 1 orkhmaerngemdeluxdkhaw leukemias T cell kartidechuxaebkhthieriyyngxacephimkhwamesiyngkhxngorkhmaerng ethathiehninmaerngkraephaaxaharthiekidcak Helicobacter pylori 45 kartidechuxprsitekiywkhxngxyangmakkborkhmaerngrwmthung Schistosoma haematobium maerngesll squamous khxngkraephaapssawa aelaphyathiibimintb Opisthorchis viverrini aela Clonorchis sinensis maerngthxnadi 46 karaephrngsi aekikh bthkhwamhlk orkhmaerngthiekidkhuncakkarchayrngsi 10 khxngmaerngthiaephrkracayekiywkhxngkbkaridrbrngsi rwmthngcakrngsixltraiwoxeltthngaebboxosnaelaaebbthiimichoxosn 4 nxkcakniswnihykhxngmaerngthiimaephrkracaycaepnmaerngphiwhnngthiimich melanoma thiekidcakrngsixltraiwoxeltaebbthiimichoxosn swnihymacakaesngaedd aehlngthimakhxngrngsirwmthungkarthayphaphthangkaraephthyaelakaserdxn rngsiimidepnsarklayphnthuthiaekhngaekrngxyangchdecn 47 twxyangechn karsmphskbkaserdxnodyphuxyuxasymikhwamesiyngorkhmaerngechnediywkbphusubbuhriimsmaesmx 47 rngsiepnaehlngorkhmaerngthimiskyphaphmakkhunemuxmikarrwmkbsarkxihekidmaerngxun echnkarsmphskaserdxnbwkkbyasub 47 rngsisamarththaihekidmaernginphunthiswnihykhxngrangkay instwthukchnidaelathukephsthukwy edkaelawyrunmiaenwonmthicaphthnaorkhmaerngemdeluxdkhawthiekidcakrngsiepnsxngethathiekidkhunkbphuihy karidrbrngsikxnekidmiphlepnsibetha 47 rngsithiichthangkaraephthymikhnadelk aetaehlngkaenidrngsimaerngmicanwnephimkhun rngsixaccaichinkarrksamaerngxun aetinbangkrnixacthaihekidrupaebbthisxngkhxngorkhmaerng 47 nxkcakni mnyngichinbangchnidkhxngkarthayphaphthangkaraephthyxikdwy 48 karsmphskbrngsixltraiwoxeltcakdwngxathityepnewlanansamarthnaipsu maerngphiwhnngaebb melanoma aelamaerngphiwhnngrayaerngxun 49 hlkthanthichdecnidchiipthirngsixltraiwoxelt odyechphaaxyangyingkhlunkhwamyawkhnadklangthiimichoxosn UVB waepnsaehtukhxngmaerngphiwhnngthii michenuxngxkswnihy sungepnrupaebbthwipswnihykhxngorkhmaernginolk 49 rngsikhwamthiwithyuthiimoxosncakrabbothrsphthmuxthux rabbsngkalngiff aaelaaehlngxunthikhlaykhlungknidrbkarxthibaywae pn sarkxmaerngthiepnipid odyxngkhkarrahwangpraethsephuxkarwicymaerngkhxngxngkhkarxnamyolk 50 xyangirktamkarsuksayngimphbkhwamechuxmoyngsxdkhlxngknrahwangrngsicakothrsphthmuxthuxaelakhwamesiyngorkhmaerng 51 phnthukrrm aekikh swnihykhxngorkhmaerngcaimsamarththaythxdthangphnthukrrm orkhthiekidkhrngediyw orkhmaerngthitidtxthangkrrmphnthuebuxngtnepnsaehtumacakkhxbkphrxnginkarthaythxdthangphnthukrrm nxykwa 0 3 khxngprachakrcaepnphahakhxngkarklayphnthuthangphnthukrrmthimiphlkrathbxyangmaktxkhwamesiyngorkhmaerngaelakhwamesiyngehlanikxihekidnxykwa 3 10 khxngorkhmaerngthnghmd 52 bangswnkhxngxakarehlanirwmthung karklayphnthubangxyangthiidrbkarthaythxdinyin BRCA 1 aela BRCA2 thimikhwamesiyngmakkwa 75 khxngmaerngetanmaelamaerngrngikh 52 aelamaernglaisihychnid hereditary nonpolyposis HNPCC hrux Lynch syndrome sungmixyuinpraman 3 khxngphuthimiorkhmaernglaisihy 53 sarthimikarsmphsthangkayphaph aekikh sarbangchnidthaihekidorkhmaerng swnihyenuxngcakkarsmphsthangkayphaphmakkwathangekhmi 54 twxyangthioddednidaekkarsmphskbaeriyhinepnewlanan aeriyhinepnesniyaerthatuthiekidkhuntamthrrmchati mnepnsaehtusakhykhxngorkh mesothelioma orkhmaerngchnidhnungkhxngeyuxesrum sungmkcaepneyuxesrumrxbpxd 54 sarxun inhmwdhmunirwmthngthiekidkhuntamthrrmchatiaelathiekidkhunphankarsngekhraahechnesniykhlayaeriyhinidaek wollastonite attapulgite glass wool aela rock wool sarehlaniechuxwacamiphlkrathbthikhlaykn 54 wsduthiimichifebxrthikxihekidorkhmaerngidaekphngolhaokhbxltaelanikekil aelaphluksilika khwxths cristobalite aela tridymite 54 odypktisarkxmaerngthangkayphaphcatxngekhaipinrangkay echnphankarsuddmchinelk aelatxngichewlahlaypikhxngkarsmphscnphthnakhunepnorkhmaerng 54 karbadecbthangrangkaycnsngphlihepnorkhmaerngkhxnkhanghayak 55 yktwxyangechn karxangwakarthikradukaetksngphlihekidorkhmaerngkradukimekhyidrbkarphisucnwacring 55 inthanxngediywkn karbadecbthangrangkaykimidrbkaryxmrbwaepnsaehtukhxngmaerngpakmdlukmaerngetanmhruxmaerngsmxng 55 krniediywthiyxmrbidkhuxkarthirangkayidrbkhwamrxnbxyaelaepnewlanxn epnipidwakarephaihmsa inswnediywknkhxngrangkayechnkhwamrxnthisrangody Kanger hmxisthanrxnkhxngchawaekhchemiyrephuxihkhwamxbxunaekrangkay aelaekhruxngthakhwamrxnaebb Kairo ekhruxngxunmuxdwythan xacsrangmaerngbnphiwhnng odyechphaaxyangyingthamikarichsarekhmithiepnsarkxmaernginkarihkhwamrxn 55 thiphbbxykhuxkardumnacharxncnlwkxacsrangmaernghlxdxahar 55 odythwip echuxknwamaerngcaekidkhun hruxmaerngthimixyukxnaelwidrbkarsnbsnun inrahwangkhntxnkarsxmaesmxakarbadecb makkwamaerngcaekidcakkarbadecbodytrng 55 xyangirktam karidrbbadecbsa thienuxeyuxediywknxacsngesrimkarephimcanwnesllmakekinipsungkcaipephimxtrakarklayphnthukhxngmaerng epnthithkethiyngknwakarxkesberuxrngxacthaihekidkarklayphnthuodytrngidhruxim 55 56 xyangirktam epnthiyxmrbwakarxkesbsamarthnaipsu karkhyaycanwn karxyurxd karkxtwkhxngesneluxdihmaelakaryaythinkhxngesllmaerngodykarsrangxiththiphltxculsingaewdlxmrxb enuxngxk 57 58 makipkwann yinmaerng xngkvs oncogenes epnthiruckknwaepntwsasmculsingaewdlxmaebbsngesrimihekidyinenuxngxkthixkesb xngkvs inflammatory pro tumorigenic microenvironment 59 hxromn aekikh hxromnbangchnidmibthbathsakhyinkarphthnamaerngodykarsngesrimkarephimcanwnesll 60 pccykarecriyetibotxyangechnxinsulinaelaoprtinthiphukphnkhxngphwkmnmibthbathsakhyinkarephimcanwnesll karaeykkhwamaetktangaelakartay bxkthungkhwamepnipidinkarmiswnrwminkarekidmaerng 61 hxromnepntwkarsakhyinkarekidorkhmaerngthiekiywkhxngkbephs echnorkhmaerngkhxngetanm eyuxbumdluk txmlukhmak rngikh aelaxntha rwmthngorkhmaerngtxmithrxydaelamaerngkraduk 60 twxyangechnhyingthimimardamimaerngetanmcamiradbkhxngexsotrecnaela progesterone thisungkhunxyangminysakhymakkwahyingthimimardathiimmimaerngetanm karephimkhunkhxngradbhxromnxaccaxthibayidwathaimphuhyingehlanicungmikhwamesiyngsungtxkarepnmaerngetanmidaemwacaimmiyinmaerngetanm 60 inthanxngediywknchayechuxsayaexfriknmiradbethsothsethxornthisungkhunxyangminysakhymakkwachayechuxsayyuorpcungmiradbthisxdkhlxngknkhxngmaerngtxmlukhmakthisungmak 60 chayechuxsayexechiythimiradbtasudkhxng androstanediol glucuronide thiekidcakethsothsethxorn kmiradbtasudkhxngmaerngtxmlukhmak 60 nxkcaknipccyxun kekiywkhxngdwy echnkhnthiepnorkhxwnmiradbthisungkhunkhxnghxromnbangchnidthiekiywkhxngkborkhmaerngaelaxtrathisungkhunkhxngorkhmaerngehlann 60 phuhyingthibabddwyhxromnthdaethnmikhwamesiyngsungkhxngorkhmaerngthiekiywkhxngkbhxromnehlann 60 inthangtrngknkham phuthixxkkalngkaymakkwakhaechliymiradbthildlngkhxnghxromnehlaniaelaldkhwamesiyngkhxngorkhmaerng 60 maerngkraduk xngkvs Osteosarcoma xacidrbkarsngesrimcakhxromnkarecriyetibot 60 karrksaaelakarpxngknbangxyangcachwythwngdulsaehtkhxngorkhehlaniodykarldaebbethiymkhxngradbhxromn sungcaimsngesrimmaerngthiiwtxhxromnnn 60 phyathisrirwithya aekikhbthkhwamhlk karekidmaerng orkhmaerngekidcakkarklayphnthuxyangtxenuxng karklayphnthuaetlakhrngcaepliynaeplngphvtikrrmbangxyangkhxngesll tamrup karklayphnththaihyintanenuxngxkimthangan esllephimcanwntampkti karklayphnththaihyinsxmdiexneximthangan karklayphnthkhxngyinmaerngkhntnsrangyinmaerngetmtwhnungtw karklayphnththaihyintanenuxngxkcanwnmakyingkhunimthangancnkrathngmaerngkracaytwxxkip phnthusastr aekikh orkhmaerngodyphunthanepnorkhkhxngkarlmehlwinkarkhwbkhumkarecriyetibotkhxngenuxeyux inkarthicaihesllpktiepliynihepnesllmaerng yinthikhwbkhumkarecriyetibotkhxngesllaelaaeykkhwamaetktangcatxngmikarepliynaeplng 62 yinthiidrbphlkrathbsamathaebngxxkepnsxngpraephthkwang khux 1 yinkxmaerng xngkvs oncogenes epnyinthisngesrimkarecriyetibotaelakarephimcanwnkhxngesll 2 yintanenuxngxk xngkvs Tumor suppressor gene epnyinthiybyngkaraebngtwaelakhwamxyurxdkhxngesll karaeplngrangkhxngenuxraysamarthekidkhunidphankarkxtwkhxng oncogenes aebbnwniyay epnkarxxkvththithimakekinipxyangimehmaasmkhxngyinkxmaerngpkti hruxekidkhunodykarxxkvththihruxkarpidichnganthinxyekinipkhxngyintanmaerng odypktiaelwkarepliynaeplnginyin canwnmak catxngepnkarepliyncakesllpktiihepnesllmaerng 63 karepliynaeplngthangphnthukrrmsamarthekidkhunidinradbthiaetktangknaelaodyklikthiaetktangkn karidrbhruxkarsuyesiykhxngokhromosmthngmwlsamarthekidkhunidphankhwamphidphladinkrabwnkaraebngesll xngkvs mitosis thiphbknmakkwaepnkrabwnkarklayphnthuthimikarepliynaeplnginladbniwkhlioxithd 64 khxngcionmiksdiexnex karklayphnthukhnadihythiekiywkhxngkbkarlbxxkhruxkaridrbswnhnungkhxngokhromosm karkhyaycionmcaekidkhunemuxesllidrbhlay saena mkca 20 saenahruxmakkwa khxngtaaehnngokhromosm xngkvs chromosomal locus khnadelkthimkcamiyinmaernghnungtwhruxmakkwahnungaelasarphnthukrrmthixyutidkn karoykyay xngkvs transloacation caekidkhunemuxsxngphumiphakhkhxngokhromosmthiaeykcakknmikarhlxmekhadwyknxyangphidpkti odymkcaekidkhunthitaaehnngthiepnlksnasmbti twxyangthiruckkndiepn filaedlefiyokhromosm hruxkaroykyaykhxngokhromosm 9 aela 22 sungekidkhuninorkhmaerngemdeluxdkhaweruxrngaebb myelogenous aelasngphlinkarphlitoprtinfiwchnaebb BCR ABL sungepn tyrosine kinase exnismkhnidhnungthisamarthepliynfxsefsaebb ATP ihepnoprtininesll mnthanganehmuxnswithchpid epidinhlayhnathikhxngesll mnepnchnyxyhnungkhxngoprtinikhens thiepnyinmaerngchnidhnung karklayphnthukhnadelkcarwmthungkarklayphnthu karlbxxkaelaaethrkepncudcud sungxacekidkhuninphumiphakhsngesrimkhxngyinaelamiphltxkarxxkvththikhxngmn hruxxacekidkhuninladbkarekharhskhxngyinaelaprbepliynfngkchnhruxkhwammnkhngkhxngphlitphnthoprtinkhxngmn karhyudchangkkhxngyintwediywyngxacekidcakkarrwmtwknkhxngwsducionmcakdiexnexiwrshnung hrux retrovirus thinaipsu karxxkvththikhxngyinmaerngkhxngiwrsinesllthiidrbphlkrathbaelalukhlankhxngmn karcalxngaebbkhxngkhxmulcanwnmhasalthimixyuphayindiexnexkhxngesllthimichiwitcasngphlthiepnipidthangsthitiihekidkhxphidphladbangxyang nnkhuxkarklayphnthu karaekikhaelakarpxngknkhxphidphladthisbsxncathuksrangkhunihepnkrabwnkar aelapxngknesllihplxdphycakorkhmaerng thakhxphidphladthiminysakhyekidkhun esllthiesiyhaysamarth thalaytwexng phankartaykhxngesllthiidopraekrmiwaelwthieriykwakartaykhxngesll xngkvs apoptosis hakkrabwnkarkhwbkhumkhwamphidphladekidkarlmehlw karklayphnthukcaxyurxdaelathuksngphanipyngesllluk sphaphaewdlxmbangxyangmiaenwonmthithakhwamphidphladihekidkhunaelaephyaephrxxkip sphaphaewdlxmdngklawxacrwmthungkarprakttwkhxngsarkxkwnthieriykwayinmaerng xngkvs carcinogens karbadecbthangkayphaphsa khwamrxn rngsihruxkarkhadxxksiecn 65 twxyangkhxngkhxphidphladthiepnsaehtukhxngorkhmaerng echn karkhyaytwexng aela karprasm idaek karklayphnthuinekhruxngaekikhkhxphidphladkhxngesllxacepnsaehtuihesllaelaluk khxngmnthakarsasmkhxphidphladidrwderwmakkhun karklayphnthuthikhyaytwinyinmaerngtwhnungxacthaihesllaebngtwephimcanwnmakkhunxyangrwderwaelabxykhrngmakkhunkwaesllpktixun karklayphnthuthikhyaytwxacthaihekidkarsuyesiyyintanmaerng changkesnthangkarsngsyyankartayaelasngphlihesllklayepnxmta karklayphnthuthikhyaytwinekhruxngsngsyyankhxngesllxacsngsyyanthiphidphladipyngesllthixyuiklekhiyng karaeplngrangkhxngesllpkticnklayepnesllmaerngcakhlaykbkarekidptikiriyalukosthiekidcakkhwamphidphladkhrngaerk sungprasmknkhunepnkhxphidphladthirunaerngmakkhun aetlakhxphudphladchwyxyangkawhnaihesllsamarththicahlbhnikarkhwbkhumthicakdkarecriyetibotkhxngenuxeyuxpkti sthankarnthiehmuxnkarkxclaclnicaklayepnthiimphungprasngkhkhxngkarxyurxdkhxngphuehmaasmthisud xngkvs survival of the fittest thiaerngphlkdnkhxngwiwthnakarthangantxtankbkarxxkaebbaelakarbngkhbihthatamkhasngkhxngrangkay emuxmaerngiderimthicaphthna krabwnkarxyangtxenuxngaebbni thieriykwakarwiwthnakarthiekidmacakesllediywkn xngkvs somatic evolution clonal evolution caphlkdnihekidkhwamkawhnaipsu rayakhxngorkhthimikarbukrukmakkhun 66 clonal evolution canaipsuenuxngxkaebbphayinimidepnenuxediywkn xngkvs intra tumour heterogeneity thithaihklyuththkarihkarrksathimiprasiththiphaphxyangthiidxxkaebbiwekidkhwamslbsbsxn khwamsamarthdanlksnasmbtithimikarphthnaodyorkhmaerngsamarthaebngxxkepnhlaypraephth mikarnaesnxaetedimxyuhkpraephthinbthkhwampi 2000 thieriykwa ekhruxnghmayaesdngwamikhunphaphsungkhxngmaerng odydklas Hanahan aelaorebirt Weinberg ekiywkb karhlikeliyngkartay karphungtwexnginsyyankarecriyetibot karimrusukthungsyyanpxngknkarecriyetibot karsranghlxdeluxdxyangyngyun skyphaphkarthasaxyangirkhidcakd aela karaephrkracay innganthiekhiynephimetim phuekhiynediywknephimxiksxngpraephthmakkhuninpi 2011 idaek opraekrmihmkhxngkarephaphlayphlngnganaelakarhlikeliyngkarthalayphumikhumkn 24 25 karaephrkracay aekikh karaephrkracay xngkvs metastasis hmaythungkaraephrkracaykhxngmaerngipyngtaaehnngxun inrangkay enuxngxkthiekidihmcaeriykwaenuxngxkthiaephrkracay inkhnathiedimeriykwaenuxngxkkhntn orkhmaerngekuxbthnghmdsamarthaephrkracayid 67 karesiychiwitcakmaerngswnihyekidcakorkhmaerngthimikaraephrkracaycaktaaehnngaerkkhxngmnipyngxwywaxun thiaephrkracayekhama 68 karaephrkracayepneruxngthrrmdamakinchwngplaykhxngkarekidorkhmaerngaelamnsamarthkracayidphanthangeluxdhruxrabbnaehluxnghruxthngsxngxyang khntxnthwipinkaraephrkracaykkhux karbukrukechphaathi karaethrksumekhasukraaeseluxdhruxnaehluxng karihlewiynphanrangkay karsumxxkcakkraaesihlewiynekhaipinenuxeyuxihm karephimcanwn aelakarsranghlxdeluxdihm khnidkhxngorkhmaerngthiaetktangknmiaenwonmthicaaephrkracayipyngxwywathiaetktangknodyechphaakhxngmn aetodyrwmaelwbriewnthiphbmakthisudsahrbkaraephrkracaycaekidkhunthipxd tb smxng aelakraduk 67 karwinicchy aekikh exkseryhnaxkaesdngorkhmaerngpxdinpxddansay orkhmaerngswnihyintxnaerkcaidrbkaryunynodylksnakhxngsyyanhruxxakarhruxphankarkhdkrxngxyangidxyanghnung aetimmisktwthinaipsu karwinicchythichdecnykewncatxngmikartrwcsxbtwxyangenuxeyuxodywithikarthangphyathiwithya khnthitxngsngsywaepnorkhmaerngcathuktrwcsxbdwykarthdsxbtang thangkaraephthy odythwiprwmthungkarthdsxbeluxd exksery CT saekn aelakarsxngklxng khnswnihycaimmikhwamsukhemuxruwaphwkekhamiorkhmaerng phwkekhaxaccamikhwamkngwlaelaimmikhwamsukhxyangmak khwamesiynginkarkhatwtaykhxngphuthimiorkhmaerngxyuthipramansxngethakhxngkhwamesiyngpkti 69 karcdhmwdhmu aekikh khxmulephimetim raykarpraephthkhxngorkhmaerngaelaraychuxkhxngkhathiekiywkhxngkbmaerng orkhmaerngsamarthcdhmwdhmuidtamchnidkhxngesllthimilksnakhlaykbesllenuxngxkthiechuxwacaepncuderimtnkhxngenuxngxk chnidkhxngesllehlaniidaek Carcinoma epnmaerngthiidmacakeslleyuxbuphiw xngkvs epithelium klumniidaekorkhmaerngcanwnmakthiphbmakthisud odyechphaaxyangyinginhmuphusungxayuaelaekuxbthukkhnthikalngphthnaepnmaernginetanm intxmlukhmak inpxd intbxxn aelainlais Sarcoma epnmaerngthiekidcakenuxeyuxekiywphn echnkraduk kradukxxn ikhmn esnprasath sungaetlatwmikarphthnacakeslltnkaenidinesll mesenchymal nxkikhkraduk Lymphoma aela leukemia maerngtxmnaehluxngaelamaerngemdeluxdkhaw orkhmaerngsxngchnidniekidcakesllemdeluxd ekidcakeluxd xngkvs hematopoietic blood forming cells thixxkmacakikhkradukaelamiaenwonmthicaotetmthiintxmnaehluxngaelaeluxdtamladb orkhmaerngemdeluxdkhawepnchnidkhxngmaerngthiphbmakthisudinedkodykhidepnpraman 30 70 enuxngxkesllsubphnthu xngkvs Germ cell tumor epnorkhmaerngthiidmacakesllhlayvththihlaysrrphkhun xngkvs pluripotent cell khunsmbtikhxngeslltntxinkarepliynaeplngkhunsmbtikhxngeslltntxinkarepliynaeplngipepnesllcaephaakhxngenuxeyuxchnidxun idhlaychnid aeteslltntxchnidphluriophethnthimsamarthepliynaeplngipepnenuxeyuxthixyuchnnxksudkhxngtwxxn Extraembryonic Tissues id sungenuxeyuxniidaek thungnakhra Amnion eyuxhumtwxxn Chorion aelaxngkhprakxbkhxngrk Placenta withyasastraelaethkhonolyi swnihymkcaphbinlukxnthahruxrngikh seminoma aela dysgerminoma tamladb blastoma epnorkhmaerngthiidcakkaresll puchniybukhkhl hruxenuxeyuxkhxngtwxxnthiyngimotetmthi Blastoma caphbinedkmakkwainphumixayumakkwa maerngmkcaichkhatxipni carcinoma sarcoma hrux blastoma epnkhatxthayaelaichchuxxwywahruxenuxeyuxkhxngaehlngkaenidepnphasalatinhruxkrikepnkhanahna yktwxyangechnorkhmaerngkhxngenuxeyuxtbthiekidcakeslleyuxbuphiwenuxraycathukeriykwa hepatocarcinoma inkhnathienuxraythiekidcakeslltbsartngtndngedimcathukeriykwa hepatoblastoma aelamaerngthiekidcakesllikhmncathukeriykwa liposarcoma sahrbmaerngthwipbangxyangchuxxwywacaichepnphasaxngkvs twxyangechnchnidthiphbmakthisudkhxngmaerngetanmcaeriykwa ductal carcinoma khxngetanm khawa ductal thx epnkhakhunsphththihmaythungkarprakttwkhxngorkhmaerngphayitklxngculthrrsnsungaesdngihehnwamnmitnkaenidinthxnanm enuxngxkimrayaerng sungimichmaerng caichkhawa omaepnkhatxthay aelaichchuxxwywaepnkhanahna twxyangechnenuxngxkimrayaerngkhxngesllklamenuxeriybcaeriykwaleiomyoma aetchuxsamykhxngenuxngxkimrayaerngthiekidkhunbxyinmdluk uterus caeriykwa uterine fibroid hruxaekh fibroid dwykhwathsbsn maerngbangchnidichkhatxthaywa noma twxyangechn melanoma aela seminoma bangchnidkhxngorkhmaerngidrbkartngchuxtamchuxkhnadaelaruprangkhxngesllphayitklxngculthrrsnechnorkhmaerngesllyks xngkvs giant cell carcinoma esllmaerngaekn xngkvs spindle cell carcinoma aelamaerngesllkhnadelk xngkvs small cell carcinoma phyathiwithya aekikh karwinicchyenuxeyuxthithaodynkphyathiwithyacarabupraephthkhxngesllthikalngkhyaypriman ekrdenuxeyux xngkvs histological grade khxngesllnn khwamphidpktith angphnthukrrm aelakhunsmbtixun khxngenuxngxk khxmulnicaepnpraoychninkarpraeminkarphyakrnorkhkhxngphupwyaelaephuxeluxkkarrksathidithisud nkxayurewchxacdaeninkarthdsxbtwxyangenuxeyuxaebbesllphnthusastr xngkvs Cytogenetics aela ekhmiphumienuxeyux xngkvs immunohistochemistry karthdsxbehlanixacihkhxmulekiywkbkarepliynaeplngomelkul echnkarklayphnthu yinfiwchn aelakarepliynaeplngokhromosmekiywkbtwelkh thiidekidkhuninesllmaerng aelaxacyngbngbxkihehnthungphvtikrrminxnakhtkhxngorkhmaerng karphyakrnorkh aelakarrksathidithisud maernginthxnanm xngkvs ductal carcinoma thirukrankhxngetanm phunthisisidtrngklang lxmrxbipdwyhnamaehlmkhxngenuxeyuxaephlepnsikhawaelaenuxeyuxikhmnsiehluxng maernglaisihy xngkvs colorectal carcinoma thirukran klangbn intwxyangenuxeyuxlaisihy maerngkhxngesllbuphiwsaekhwms xngkvs squamous cell carcinoma enuxngxksikhaw iklhlxdlminenuxeyuxpxdtwxyang maernginthxnanmthirukrankhnadihyintwxyangenuxeyuxthiphatdexaetanmxxkkarpxngkn aekikhkarpxngknorkhmaerngmikarkahndepnmatrkarthicringcngephuxldkhwamesiyngkhxngorkhmaerng 71 swnihykhxngphupwyorkhmaerngekidcakpccyesiyngdansingaewdlxm aelacanwnmakaetimichthnghmdkhxngpccyaewdlxmehlaniepnkareluxkwithichiwitthisamarthkhwbkhumid dngnnorkhmaerngthuxwaepnorkhthisamarthpxngknidepnswnihy 72 makkwa 30 khxngkaresiychiwitcakmaerngsamarthpxngknidodykarhlikeliyngpccyesiyng idaek yasub karminahnkekin orkhxwn xaharthiimephiyngphx khadkarxxkkalngkay ekhruxngdumaexlkxhxl kartidechuxtidtxthangephssmphnth aelamlphisthangxakas 73 saehtudansingaewdlxmimsamarthkhwbkhumidthnghmdechnkarekidkhuntamthrrmchatikhxngrngsithiepnphunhlng aelakrnixun khxngorkhmaerngthiekidcakkhwamphidpktikhxngphnthukrrm dngnnmncungepnipimidthicapxngknorkhmaerngidthukkrni xahar aekikh bthkhwamhlk xaharkborkhmaerng inkhnathimikhaaenanaeruxngkarbriophkhxaharcanwnmakidrbkarnaesnxephuxldkhwamesiyngkhxngorkhmaerng aethlkthanthicasnbsnunkhaaenanannimkhxychdecn 9 74 pccykarbriophkhxaharkhntnthiephimkhwamesiyngkhuxkarepnorkhxwnaelakarbriophkhekhruxngdumaexlkxhxl aetswnthiekiywkhxngkbkarrbprathanphkaelaphliminprimanthitaaelaenuxaednginprimanthisungimidrbkaryunyn 75 76 inrayngankhxng meta analysis pi 2014 imphbkhwamsmphnthrahwangphkaelaphlimkborkhmaerng 77 karbriophkhkaaefmilwnekiywkhxngkbkarldkhwamesiyngkhxngorkhmaerngtb 78 karsuksaidechuxmoyngkarbriophkhmakekinipkhxngenuxsiaednghruxenuxphankarkrabwnkarekhakbkarephimkhwamesiyngkhxngorkhmaerngetanm maernglaisihy aelamaerngtbxxn sungepnpraktkarnhnungthixaccaepnsaehtuihphbsarkxmaernginenuxstwthiprungsukthixunhphumisung 79 80 khaaenanaekiywkbkarbriophkhxaharephuxpxngknorkhmaerngmkcarwmthungkarihkhwamsakhykbphk phlim thyphuch aelapla aelahlikeliyngenuxphankrabwnkaraelaenuxaedng enuxww enuxhmu enuxaeka ikhmnstwaela kharobihedrtkln 9 74 ya aekikh aenwkhidthiwayasamarthichinkarpxngknorkhmaerngidepnthinasnic aelamihlkthansnbsnunkarichyainimkisthankarnthikahndiw 81 inprachakrthwip yatanxkesbthiimichstirxyd xngkvs Non steroidal anti inflammatory drug NSAIDs xacldkhwamesiyngkhxngorkhmaernglaisihy aetenuxngcakmnmiphlkrathbaebb side effect txhwicaelahlxdeluxdaelarabbthangedinxahar yadngklawcungxackxihekidxntrayodyrwmemuxnamaich 82 aexsiphrinthukphbwasamarthldkhwamesiyngkhxngkaresiychiwitcakorkhmaerngidpraman 7 83 COX 2 inhibitor xacldxtrakarkxtwkhxngtingenux xngkvs polyp inphuthimiorkhtingenuxemuxkmakkhxngenuxngxkimraythienuxeyuxbuphiwthimiokhrngsrangkhlaytxm xngkvs familial adenomatous polyposis xyangirktam mnmiphlkrathbechnediywkbyaklum NSAIDs 84 karichya tamoxifen hrux raloxifene epnpracawnidaesdngihehnthungkarldkhwamesiyngkhxngkarekidmaerngetanminphuhyingthimikhwamesiyngsung 85 emuxexapraoychnmaethiybkbxntraysahrbyaybyngexnismchux 5 alpha reductase inhibitor echntwya finasteride aelw praoychnyngimchdecn 86 witaminyngimidthukphbwamiprasiththiphaphinkarpxngknorkhmaerngid 87 aemwaradbeluxdtakhxngwitamindicamikhwamsmphnthkbkhwamesiyngthiephimkhunkhxngorkhmaerng 88 89 khwamsmphnthnicaepnsaehtuhruximaelaxaharesrimwitamindisamarthchwyinkarpxngknhruximnnyngimidmikarkhnhakhwamcringxyangaenwaen 90 karesrimebtaaekhorthinmikarkhnphbwaichephimxtrakarekidmaerngpxdinphuthimikhwamesiyngsung 91 karesrimkrdoflikyngimphbwamiprasiththiphaphinkarpxngknorkhmaernglaisihyaetxacephimtinglaisihy 92 93 yngimmikhwamchdecnwakaresrimsilieniymmipraoychn 94 karchidwkhsin aekikh wkhsinidrbkarphthnaephuxpxngknkartidechuxcakiwrssarkxmaerngbangchnid 95 wkhsin Human papillomavirus Gardasil aela Cervarix chwyldkhwamesiyngkhxngkarekidmaerngpakmdluk 95 wkhsintbxkesbcakiwrschnid bi pxngknkartidechuxcakiwrstbxkesbchnid bi dngnnmncungchwyldkhwamesiyngkhxngorkhmaerngtb 95 karbriharnganephuxkarchidwkhsin human papillomavirus aelaiwrstbxkesbchnid B caaenanaihthaemuxmithrphyakrphxephiyng 96 karkhdkrxng aekikhsungaetktangcakkhwamphyayaminkarwinicchyorkhthiidrbaecngcakxakaraelasyyanthangkaraephthy caekiywkhxngkbkhwamphyayamthicatrwchamaernghlngcakthimnidekidkhunaelw aetkxnthixakarid capraktxxkma 97 kartrwckhdkrxngmaerngnixacekiywkhxngkbkartrwcthangkayphaph karthdsxbeluxdhruxpssawa hruxthayphaphthangkaraephthy 97 kartrwckhdkrxngorkhmaerngpccubnyngimsamarththaidinmaernghlaypraephth aelathungaemwacamikarthdsxb kxacimaenanasahrbthukkhn kartrwckhdkrxngaebbsakl hrux kartrwckhdkrxngaebbklumcaekiywkhxngkbkartrwckhdkrxngthukkhn 98 khdkrxngtamthieluxkcaichrabukhnthiepnthiruknwamikhwamesiyngsunginkarphthnaepnorkhmaerngechnkhnthimiprawtikhrxbkhrwepnorkhmaerng 98 mihlaypccythicaphicarnawapraoychnkhxngtrwckhdkrxngmikhamakkwakhwamesiyngaelakhaichcayinkartrwckhdkrxnghruxim 97 pccyehlaniidaek xntraythixacekidcakkarthdsxbkhdkrxng yktwxyangechnkarsrangphaphdwyexkserycaekiywkhxngkbkarsmphskbrngsithixacepnxntrayid khwamnacaepnkhxngkarthdsxbthicarabuorkhmaerngidxyangthuktxng khwamnacaepnkhxngmaerngthicapraktkhun karkhdkrxngpkticaimmipraoychnsahrbkarekidorkhmaerngthihayak xntraythixacekidcakkhntxnkartidtam mikarrksathiehmaasmhruxim kartrwcphbaetenin cachwyephimphlkarrksahruxim orkhmaerngekhytxngkarkarrksahruxim khnthitxngsngsyyxmrbkarthdsxbhruxim thakartrwckhdkrxngepnpharamakekinip echnmikarecbpwdxyangmak khnnnkcaptiesththicaihkhwamrwmmux 98 khaichcaykhxngkarthdsxbkhaaenana aekikh hnwyngankarbrikarpxngknkhxngshrth USPSTF idaenanaxyangaekhngaerngihiprtrwckhdkrxngmaerngpakmdlukinphuhyingthiyngmikickrrmthangephssmphnthxyangnxycnthungxayu 65 99 hnwynganyngaenanaihchawxemriknmikarkhdkrxngorkhmaernglaisihyodykarthdsxbeluxdinxuccara xngkvs fecal occult blood karsxngtrwcisihyswnkhd xngkvs sigmoidoscopy karsxngtrwclaisihydwyklxng xngkvs colonoscopy erimtnthixayu 50 picnxayu 75 100 aetmihlkthanimephiyngphxthicaaenanahruxkhdkhankartrwckhdkrxngorkhmaerngphiwhnng 101 rwmthngmaernginchxngpak 102 kborkhmaerngpxd 103 aelamaerngtxmlukhmakinphuchayxayutakwa 75 104 kartrwckhdkrxngepnpracaimaenanasahrborkhmaerngkraephaapssawa 105 rwmthngorkhmaerngxntha 106 aelamaerngrngikh 107 aelaorkhmaerngtbxxn 108 aelamaerngtxmlukhmak 109 USPSTF aenanakarthayphaphetanm xngkvs mammography ephuxkhdkrxngmaerngetanmthuksxngpisahrbphuthimixayu 50 74 pi aetimaenanakartrwcetanmdwytnexnghruxkartrwcetanmthangkhlinik 110 rayngankhxng Cochrane pi 2011 mathungkhxsrupthiaetktangknelknxyekiywkbkartrwckhdkrxngmaerngetanmodyrabuwakarthayphaphetanmepnpracaxacepnxntraymakkwaphldi 111 yipuncatrwckhdkrxngsahrborkhmaerngkraephaaxaharodyichkarsrangphaphexkserybncxeruxngaesng xngkvs photofluorography enuxngcakmixubtikarnsungthinn 19 karthdsxbthangphnthukrrm aekikh duephimetim klumxakarkhxngorkhmaerng yin chnidkhxngmaerngBRCA1 BRCA2 etanm rngikh tbxxnHNPCC MLH1 MSH2 MSH6 PMS1 PMS2 laisihy mdluk laiselk kraephaaxahar thangedinpssawa karthdsxbthangphnthukrrmcaaenanaihthasahrbbukhkhlthimikhwamesiyngsungkhxngorkhmaerngbangchnid 96 112 caknnphahakhxngkarklayphnthuehlanixacidrbkarprbprungkarefarawnghruxkarpxngknthangekhmi xngkvs chemoprevention hruxkarpxngkndwykarphatdephuxldkhwamesiyngthitamma 112 karrksa aekikhdubthkhwamhlkthi karrksamaerng tweluxkinkarrksaorkhmaerngmihlakhlaykhn hlkkkhuxkarphatd ekhmibabd rngsibabd karrksadwyhxromn karrksadwykarkahndep ahmayaelakarduaelaebbprakhbprakhxng karrksaaebbihncakhunxyukbchnid taaehnng aelaekrdkhxngorkhmaerngechnediywkbsukhphaphaelakhwamprarthnakhxngbukhkhl khwamtngicinkarrksaxaccaepnaebbephuxaekikhhruximaekikh ekhmibabd aekikh ekhmibabdkhuxkarrksaorkhmaerngthiichyatanmaerngphis xngkvs cytotoxic anti neoplastic drug yaekhmibabd xngkvs chemotherapeutic agents hnungtwhruxmakkwaepnswnhnungkhxngkdeknthmatrthan ekhmibabdcakhrxbkhlumyatanmaerngid sungcaaebngxxkepnhmwdhmuinwngkwangechn alkylating agents aela antimetabolites 113 yaekhmibabdaebbdngedimthahnathikhaesllthiaebngxyangrwderwsungepnhnunginkhunsmbtihlkkhxngesllmaerngswnihy karrksadwykarkahndep ahmayepnrupaebbhnungkhxngyaekhmibabdthielngepahmayipthiomelkulechphaathiaetktangknrahwangesllmaerngaelaesllpkti karrksathitrngepahmaykhrngaerkthicaidrbkarphthnakhuncapidknomelkulthiepntwrbhxromnexsotrecnsungepnkarybyngkarecriyetibotkhxngmaerngetanm twxyangthrrmdaxikkrnihnungkkhuxradbchnkhxngsarybyng Bcr Abl sungcaichinkarrksaorkhmaerngemdeluxdkhaw myelogenous eruxrng CML 114 pccubnmikarrksaodykahndep ahmayephuxrksamaerngetanm enuxngxkikhkradukhlaycud xngkvs multiple myeloma orkhmaerngtxmnaehluxng maerngtxmlukhmak maerngphiwhnngaelamaerngxun 115 prasiththiphaphkhxngyaekhmibabdkhunxyukbchnidkhxngorkhmaerngaelarayakhxngorkh emuxichrwmkbkarphatd ekhmibabdidphisucnaelwwamipraoychninhlaychnidmaerngthiaetktangkn idaek maerngetanm maernglaisihy maerngtbxxn maerngkraduk maerngxntha maerngrngikhaelamaerngpxdbangxyang 116 prasiththiphaphodyrwmmichwngcakxyurahwangkarrksaorkhmaerngbangchnidechn leukemias bangchnid 117 118 cnthungimsmvththiphlechninbangkhnidkhxngenuxngxkinsmxng 119 cnthungimcaepninmaerngxun echnmaerngphiwhnngthiimichenuxngxkswnihy 120 prasiththiphaphkhxngyaekhmibabdmkcathukcakdodykhwamepnphistxenuxeyuxxun inrangkay thungaeminkhnathimnepnipimidthicaihyaekhmibabdsamarthrksaorkhidxyangthawr ekhmibabdxaccamipraoychninkarldxakarechnxakarpwdhruxephuxldkhnadkhxngenuxngxkthiimthanganinkhwamhwngwakarphatdcaepnipidinxnakht karchayrngsi aekikh karrksadwykarchayrngsicaekiywkhxngkbkarichrngsiinkhwamphyayamthicarksahruxprbprungxakarkhxngorkhmaerng mnthanganodykarthalaydiexnexkhxngenuxeyuxmaerngthinaipsu kartaykhxngesll ephuxpxngknenuxeyuxthidi echnphiwhnnghruxxwywathirngsicatxngchayphanrahwangkarrksaenuxngxk laaesngrngsithimikarprbruprangcathukelngipthihlay mumkhxngcudsmphskbenuxngxkephuxihcudnndudsumrngsimakkwaphunthiodyrxbkhxngenuxeyuxthidi echnediywkbkarrksadwyekhmibabd orkhmaerngthiaetktangknmikartxbsnxngtxrngsithiaetktangkn 121 122 123 karrksadwykarchayrngsithukichpramankhrunghnungkhxngthukkrniaelaaehlngsrangrngsixacmacakaehlngphayinrangkayinrupaebbkhxngkarfngaer xngkvs brachytherapy hruxcakaehlngsrangrngsiphaynxk karchayrngsiodythwipswnihyichrngsiexksphlngngantasahrbkarrksamaerngphiwhnnginkhnathilaaesngexkseryphlngngansungcaichinkarrksaorkhmaerngphayinrangkay 124 rngsiodypkticaichesrimkarphatdhruxesrimekhmibabd aetbangpraephthkhxngorkhmaerngechnorkhmaerngsirsaaelalakhxinrayaerimtnxaccaichephiyngkarchayrngsixyangediyw 125 sahrbkaraephrkracayipthikradukaelasrangkhwamecbpwdphbwakarchayrngsimiprasiththiphaphpraman 70 khxngphupwy 125 slykrrm aekikh karphatdepnwithikarebixngtnkhxngkarrksaorkhmaerngthiepnkhxngaekhngaeykswnswnihyaelaxacmibthbathinkarbrrethaaelakaryidxayukarxyurxd pktiaelwswnsakhykhxngkarwinicchythichdecnaelakarharayakhxngenuxngxkdwywithitrwcchinenuxmkepnsingcaepn inkarhataaehnngkhxngmaerng karphatdmkcaphyayamtdexakxnenuxthnghmdxxkma inbangkrni phrxmkbtxmnaehluxnginphunthi sahrborkhmaerngbangchnid kartdxxkthnghmdepnsingthicaepninkarkacdorkhmaerng 116 karduaelaebbprakhbprakhxng aekikh karduaelaebbprakhbprakhxnghmaythungkarrksathiphyayamthicathaihphupwyrusukdikhunaelaxaccahruxxaccaimsamarthichrwmkbkhwamphyayamthicarksaorkhmaerng karduaelaebbprakhbprakhxngrwmthungkardaeninkarephuxldkhwamthukkhthangrangkay thangxarmn thangcitwiyyanaelacitsngkhm thiphupwytxngephchiyxnenuxngmacakorkhmaerng sungaetktangcakkarrksathimiwtthuprasngkhthicakhaesllmaerngodytrng epahmayhlkkhxngkarduaelaebbprakhbprakhxngkhuxkarprbprungkhunphaphchiwitkhxngbukhkhlnn phupwyinthukkhntxnkhxngkarrksaorkhmaerngkhwrthicamibangchnidkhxngkarduaelaebbprakhbprakhxngephuxihekidkhwamsadwksbay inbangkrnixngkhkrwichachiphthangkaraephthyphiesscaaenanaihphupwyaelaaephthytxbsnxngtxkarepnorkhmaerngdwykarduaelaebbprakhbprakhxngethannaelaimichkarbabdaebbmunghmayephuxkarrksaaetephiyngxyangediyw 126 karbabddngklawrwmthung 127 phupwythimismrthnata sxdkhlxngkbkhwamsamarthinkarduaeltwexngthicakd 126 phupwythiimidrbpraoychncakkarrksatamhlkthankxnhnani 126 phupwythiimidsiththiinkarekharwminkarthdlxngthangkhlinikthiehmaasmid 126 phupwythiaephthyimehnhlkthanthichdecnwakarrksacamiprasiththiphaphinkareyiywya 126 karduaelaebbprakhbprakhxngmkcasbsnkbbanphkrbrxngsungmiswnekiywkhxngkbphupwythiekhasucudsinsudkhxngchiwitethann echnediywkbkarduaelthibanphkrbrxng karduaelaebbprakhbprakhxngphyayamthicachwyihphupwyidrbinsingekhatxngkaridthnthiaelaephuxephimkhwamsadwksbayihaekbukhkhlnn aetthiaetktangcakkarduaelthibanphkrbrxngkkhux karduaelaebbprakhbprakhxngphupwyimcaepntxnghyudkarrksathimungepaipthikaryudchiwithruxkarrksaorkhmaerngkhxngphwkekha aenwthangthangkaraephthyaehngchatihlayaehngaenanakarduaelaebbprakhbprakhxngebuxngtnsahrbkhnthiorkhmaerngsrangxakarwitk khwamecbpwd hayicthi xxnephliy khlunis hruxphuthitxngkarkhwamchwyehluxinkarrbmuxkbkhwamecbpwykhxngphwkekha inphuthimiorkhaephrkracayemuxmikarwinicchykhrngaerk phuechiywchaydanenuxngxkwithyakhwrphicarnakarduaelaebbprakhbprakhxngihkhapruksaidthnthi nxkcakninkenuxngxkkhwrphicarnakarduaelaebbprakhbprakhxngihkhapruksaihkhnthirusukwamicamichiwitxyunxykwa 12 eduxnaemwakarrksaechingrukcakrathaxyangtxenuxng 128 129 130 karbabddwyrabbphumikhumkn aekikh bthkhwamhlk karbabdorkhmaerngdwyrabbphumikhumkn khwamhlakhlaykhxngkarrksaodyichphumikhumkn epnkarkratunhruxchwyrabbphumikhumkninkartxsukborkhmaerng idekhamaichtngaetpi 1997 aelayngkhngepnphunthikhxngkarwicythicringcngxyangmak 131 karaephthythangeluxk aekikh karrksaorkhmaerngaebbesrimaelaaebbthangeluxkepnrabbkarduaelsukhphaphthimikhwamhlakhlayrabbhnung epnkarptibtiaelaphlitphnththiimidepnswnhnungkhxngkaraephthyaephnpccubn 132 karaephthyesrim hmaythungwithikaraelayathiichphrxmkbkaraephthyaephnpccubninkhnathi karaephthythangeluxk hmaythung sarprakxbthiichaethnkaraephthyaephnpccubn 133 swnihykaraephthyesrimaelakaraephthythangeluxksahrborkhmaerngyngimidrbkarsuksahruxkarthdsxbxyangcringcngng bangkarrksaaebbthangeluxkidrbkartrwcsxbaelaaesdngihehnaelwwacaimidphl aetkyngkhngmicahnayintladaelaidrbkarsngesrim nkwicyorkhmaerng Andrew J Vickers idklawwa chlak imphankarphisucn yngimehmaasmsahrbkarrksadngklaw thungewlaaelwthicayunynwakarrksaorkhmaerngthangeluxkcanwnmak imidrbkarphisucn 134 karphyakrnorkh aekikhduephimetim raychuxkhxngxtrakartaydwyorkhmaernginpraethsshrthxemrikaaelaphurxdchiwitcakorkhmaerng orkhmaerngmichuxesiyngwaepnorkhaehngkhwamtay emuxphicarnainphaphrwm pramankhrunghnungkhxngbukhkhlthiidrbkarrksaorkhmaerngrukran imrwmmaernginaehlngkaenidaelamaerngphiwhnngthiimichenuxngxk caesiychiwitcakorkhmaernghruxcakkarrksa 19 karxyurxdcaelwrayyingkwainpraethskalngphthna 19 swnhnungepnephraa orkhmaerngthiphbmakthisudinpccubnyakthicarksamakkwaorkhmaerngthiekiywkhxngkbkardaeninchiwitkhxngpraethsthiphthnaaelw 135 xyangirktamxtrakarrxdchiwitaetktangknipxyangmaktampraephthkhxngorkhmaerngaelatamrayathimncaidrbkarwinicchyxikdwy odymichwngtngaetswnihymichiwitrxdipcnthungekuxbcaimmiikhrmichiwitrxdelyphayinhapihlngkarwinicchy emuxmaerngaephrkracayidkhyaytwhruxaephrkracayekinkwataaehnngtnkaenidedim karphyakrnorkhtampkticaklayepnelwraymakkhun brrdaphuthimichiwitrxdcakorkhmaerngcamikhwamesiyngthiephimkhunkhxngkarphthnaepnmaernghlkthisxngpramansxngethakhxngxtrakhxngphuthiimekhyidrbkarwinicchyelywae pnmaerng 136 khwamesiyngthiephimkhunechuxwaepnsaehtuhlkmacakpccyesiyngechnediywkbkarkxmaerngkhrngaerk swnhnungenuxngcakkarrksaorkhmaerngtwaerkaelaepnipidthiekiywkhxngkbkarihkhwamrwmmuxxyangsmaesmxthidikwakbkartrwckhdkrxng 136 karkhadkarnkarxyurxdrayasnhruxrayayawepneruxngyakaelakhunxyukbhlaypccy pccythisakhythisudkhuxchnidkhxngorkhmaerngaelaxayuaelasukhphaphodyrwmkhxngphupwy khnthimikhwamxxnaexenuxngcakpyhasukhphaphxun makmaymixtrakarrxdtaytakwakhnthimisukhphaphdi khnthimixayuepnrxypiimnacaxyurxdthunghapiaemwakarrksacaprasbkhwamsaerc khnthimikhunphaphchiwitthisungkwamiaenwonmthicaxyurxdidnankwa 137 khnthimikhunphaphchiwuttakwaxacidrbphlkrathbcakorkhsumesraaelaphawaaethrksxnxun cakkarrksaorkhmaerngaela hruxcakkhwamkawhnakhxngorkhthithngbnthxnkhunphaphchiwitaelaldxayukhxngphwkekha nxkcakniphupwythimikarphyakrnorkhthielwrayxaccakhadkhwamsukhhruxmiraynganwamikhunphaphchiwitthitalngephraaphwkekhaidrbruxyangthuktxngwasphaphkhxngphwkekhamiaenwonmthicaepnxntraythungchiwit khnthiepnmaerngaemwaekhacaediniddwytwkhxngekhaexng ekhakmikhwamesiyngephimkhunkbeluxdxudtninesneluxd karichehparinpraktwachwyprbprungkarxyurxdaelaldkhwamesiyngkhxngeluxdxudtn 138 karrabadwithya aekikhbthkhwamhlk rabadwithyakhxngorkhmaerng duephimetim raychuxpraethscakxtrakarekidorkhmaerng xtrakaresiychiwit hnwyepnray prbtamxayusahrborkhmaerngtxprachakr 100 000 khninpi 2004 139 no data 55 55 80 80 105 105 130 130 155 155 180 180 205 205 230 230 255 255 280 280 305 305 inpi 2008 praman 12 7 lanrayidrbkarwinicchywaepnorkhmaerng imrwmmaerngphiwhnngthiimichenuxngxkaelamaerngimrukranxun 19 aelainpi 2010 ekuxb 7 98 lankhnesiychiwit 140 klumkhxngorkhmaerngmiswnpraman 13 khxngkaresiychiwitthnghmdinaetlapi orkhthiphbmakthisud idaek orkhmaerngpxd esiychiwit 1 4 lanray maerngkraephaaxahar esiychiwit 740 000 ray maerngtb esiychiwit 700 000 ray orkhmaernglaisihy esiychiwit 610 000 ray aelaorkhmaerngetanm esiychiwit 460 000 ray 141 nithaihmaerngrukranepnsaehtunakhxngkartayinpraethsthiphthnaaelwaelasaehtusakhythisxngkhxngkaresiychiwitinpraethskalngphthna 19 kwakhrunghnungkhxngkrniehlaniekidkhuninpraethskalngphthna 19 karesiychiwitcakorkhmaerngmicanwn 5 8 lanrayinpi 1990 140 aelaxtranicaephimkhunodymisaehtuhlkcakkarsungxayukhxngprachakraelakarepliynaeplngwithikardaeninchiwitinpraethskalngphthna 19 pccyesiyngthisakhythisudinkarphthnaorkhmaerngkhuxkarsungxayu 142 aemwamncaepnipidthiorkhmaerngcaekidinwyid kid khnswnihythiidrbkarwinicchywae pnmaerngaebbrukrancamixayumakkwa 65 142 xangthungnkwicyorkhmaerng Robert A Weinberg thaeramichiwitxyunanphx imchakerwerathukkhncaepnorkhmaerng 143 bangswnkhxngkhwamsmphnthrahwangkarsungwykborkhmaerngmisaehtumacakkaresuxmthxykhxngrabbphumikhumkninphusungxayu xngkvs immunosenescence 144 aelakhwamphidphladthisasmindiexnexiptlxdchwngxayu 145 aelakarepliynaeplngthiekiywkhxngkbxayuinrabbtxmirthx 146 phlkhxngphawasungxayutxorkhmaerngmikhwamsbsxndwyhlaypccytang echnkhwamesiyhaykhxngdiexnexaelakarxkesbthisngesrimkhwamesiyhaynnaelahlaypccytang echnkarsungxayukhxnghlxdeluxdaelakarepliynaeplngkhxngtxmirthxthiybyngmn 147 orkhmaerngbangchnidmikarecriyetibotthichaepneruxngpkti karsuksadwykarchnsutrsphinyuorpaelaexechiyidaesdngwasungthung 36 khxngkhnidrbkarwinicchythitaekincringaelapraktwaepnmaerngtxmithrxydthiimepnphisepnphyinchwngewlathiphwkekhaesiychiwitaelawa 80 khxngphuchaymikarphthnaepnorkhmaerngtxmlukhmaktxnxayu 80 148 149 enuxngcakwaorkhmaerngehlaniimkxihekidkaresiychiwitkhxngbukhkhlnn karrabuorkhehlanicungepnkarwinicchythimakekincringekinkwacaepnkarduaelthangkaraephthythimipraoychn orkhmaernginedkthiphbmakthisudmisamorkhkhuxorkhmaerngemdeluxdkhaw 34 enuxngxkinsmxng 23 aela maerngtxmnaehluxng 12 150 inshrthxemrika orkhmaerngsngphlkrathbtxedkpraman 1 khnin 285 khn 151 xtrakarekidorkhmaernginedkephimkhun 0 6 txpirahwangpi 1975 2002 inshrthxemrika 152 aela 1 1 txpirahwangpi 1978 aelapi 1997 inyuorp 150 kartaycakorkhmaernginwyedkidldlngkhrunghnungtngaetpi 1975 inpraethsshrthxemrika 151 maernginpraethsithy aekikh inpi ph s 2549 praethsithymiphuesiychiwitcakorkhmaerng 66 000 ray odyinphuchayphbmaerngpxdmakthisud 5 535 ray rxnglngmakhuxorkhmaerngtb swnphuhyingphbmaerngpakmdlukmakthisud 1 484 ray rxnglngmakhux maerngpxd maerngetanm 153 inpi ph s 2553 sthitimaerngthiphbmakthisud 10 xndbaerkinpraethsithy 154 xndb orkhmaerngthiphbbxyinephschay canwn orkhmaerngthiphbbxyinephshying canwn 1 Trachea Bronchus Lung hlxdlm pxd 23 6 Breast etanm 47 82 Colon Rectum laisihy 21 5 Cervix uteri khxmdluk 16 23 Liver Bile ducts tb thxnadi 17 3 Colon Rectum laisihy 10 44 Esophagus hlxdxahar 8 2 Trachea Bronchus Lung hlxdlm pxd 7 15 Nasopharynx khxhxyswncmuk 6 6 Corpus uteri mdluk 4 06 Non Hodgkin lymphoma maerngtxmnaehluxngchnidaephrkracayerw 6 4 Ovary rngikh 4 07 Tongue lin 4 8 Liver Bile ducts tb 3 58 Mouth pak 4 5 Thyroid ithrxyd 2 69 Larynx klxngesiyng 3 7 Non Hodgkin lymphoma maerngtxmnaehluxngchnidaephrkracayerw 2 410 Stomach kraephaaxahar 3 6 Stomach kraephaaxahar 2 0prawtisastr aekikhkhaxthibaythiruckknerwthisudkhxngorkhmaerngpraktinhlayphngsawdarekacakxiyiptobran exdwin smith phaiphrsekhiynraw 1600 pikxnkhristskrach snnithanwaxacepnsaenakhxkhwamcak 2500 pikxnkhristskrach aelamikhaxthibaykhxngorkhmaerngechnediywkbkhntxninkarlbenuxngxketanmdwykarthaihaekhngtw khadwakhabxkeladngklawxaccaepnhipopekhrtis epnaephthychawkrikobran emuxpraman 460 pikxnkhristkal mnusyyngichsmuniphraethnyarksaolkaelayngxthibayorkhmaernghlaychnidodyxangxingcakkhawa karkinos carcinos khaphasakriksahrbpuhruxkngechnediywkbmaerngsingnimacakkarprakttwkhxngphunphiwthithuktdkhxngenuxngxkmaerngchnidaekhngthimi esneluxdyunxxkipthukdanemuxstwthipumiethamncamacakchuxenuxngcakepnkarkhdkbthrrmeniymkhxngkrikthicaepidrangkay Hippocrates idxthibayaelathaphaphwadkhxngenuxngxkthimxngehnphaynxkbnphiwhnngcmukaelahnaxkkarrksakhunxyukbthvsdixarmnkhnkhxngkhxngehlwinrangkaythngsi nadisidaaelasiehluxngeluxdaelaesmha tamxarmnkhnkhxngphupwykarrksaprakxbdwyxaharkariheluxdaelaphlngnganhruxyarabay Celsus emux25 pi kxn kh s 50pikxn kh s aeplkhaniyam karkinos epnmaerngkhaphasalatinsahrbpuhrux crayfish instwrrsthi 2 aephthychawkrik kaernich oncos phasakriksahrbbwm ephuxxthibayenuxngxkthnghmdsarxng carcinos khasphthkhxng Hippocrates sahrbenuxngxkmaerngaelaphiwhnnginyukhklanginchwngsngkhramrxypichawxngkvsmkcaesiychiwitdwyorkhphiwhnngsungkhninsmynnkhidwaepnkalorkh inyukherenxsxngkhaephthychawxngkvschux phxrsiwxl phxtt idphyayamsuksaekiywkborkhnicnthaxngkhkarxnamyorkhihorkhmaerngthukprakaswaklayepnorkhxndbthi 3 khxngolkthirksaimhay sahrbpraethsithyaelworkhmaerngklayepnorkhrayaernginpraethsithykhadwaxyukhwbmatngaetsmyobranaelw sngkhmaelawthnthrrm aekikhkarwicy aekikhbthkhwamhlk karwicyorkhmaerng enuxngcakorkhmaerngepnradbhnungkhxngorkh 155 156 mncungimnathicaekhymi karrksaorkhmaerng ephiyngkhrngediywxyangkarrksaephiyngkhrngediywsahrborkhtidechuxthnghmd 157 sarybyngkarsranghlxdelixdihm xngkvs Angiogenesis Inhibitor khrnghnungekhythukkhidwamiskyphaphinkarepnkarrksaaebb krasunengin thisamarthnamaichkbmaernghlaychnid aettxnniyngimidthuknamaichinthangptibti 158 mnmiaenwonmmakkwawasarybyngkarsranghlxdelixdihmaelawithikarrksaorkhmaerngxun cathuknamaichrwmknephuxldkarecbpwyaelakartaycakorkhmaerng 159 karrksaorkhmaerngaebbthdlxng epnkarrksathixyurahwangkarsuksaephuxduwamnichnganidhruxim odypktiaelwkarrksaehlanicathakarsuksaodykarthdlxngthangkhlinikephuxepriybethiybkarrksathinaesnxkbkarrksathiichxyuthidithisud karrksaxaccaepnkarrksaaebbihmthnghmdhruxxaccaepnwithikarrksathiekhyprasbkhwamsaercinbangchnidkhxngorkhmaerngaelatxnnikalngmikarthdsxbephuxduwamncamiprasiththiphaphkbmaerngaebbxun 160 yingmakkhuneruxy karrksadngklawkalngidrbkarphthnakhwbkhuipkbkartrwcwinicchyrwmknephuxthicakahndep ahmaysahrbyathithuktxngihaekphupwythikhunxyukbchiwwithyakhxngaetlakhn 161 karwicyorkhmaerngepnkhwamphyayamthangwithyasastrthirunaerngephuxthicaekhaickrabwnkarkarekidkhxngorkhaelaephuxkhnhawithikarrksathiepnipid karwicyekiywkbsaehtukarekidorkhmaerngmungenninpraedntxipni twaethn echniwrs aelaehtukarnthiekidkhun echnkarklayphnthu thiepnsaehtuhruxxanwykhwamsadwkinkarepliynaeplngthangphnthukrrminesllthimichatakrrmthicaklayepnorkhmaerng thrrmchatithiaemnyakhxngkhwamesiyhaythangphnthukrrmaelatwyinthithukkrathbcakmn phlkrathbkhxngkarepliynaeplngthangphnthukrrmehlannkbchiwwithyakhxngesll thnginkarsrangkhunsmbtithikahndkhxngesllmaerng aelainkarxanwykhwamsadwkkickrrmthangphnthukrrmephimetimthinaipsu karsngesrimkhwamkawhnakhxngorkhmaerng khwamekhaicthidikhunkhxngxnuchiwwithyaaelachiwwithyakhxngesllthiidcakkarwicyorkhmaerngidnaipsu karrksaihmcanwnmaksahrborkhmaerngnbaetprathanathibdiniksnaehngshrthprakas sngkhramkbmaerng inpi 1971 tngaetnnmashrthidichenginkwa 2 aesnlaninkarwicyorkhmaerng rwmthngthrphyakrcakphakhrthaelaexkchnaelamulnithi 162 inchwngewlann shrthidehnxtrakaresiychiwitcakorkhmaerngldlngrxylaha prbtamkhnadaelaxayukhxngprachakr rahwangpi 1950 aelapi 2005 163 karaekhngkhnknthisungmaksahrbthrphyakrthangkarenginthicaepntxngichinkardaeninkarthangwithyasastrthaihekidkhwamkddnkbkhwamkhidrierimsrangsrrkh rwmthngkhwamrwmmuxkbkhwamesiyngaelakhwamkhiddngedimthicaepnephuxkarkhnphbkhnphunthan sungepnkarwicyaebbkhwamesiyngtaxnepnthiniymmakekinkhwrihepnkhwamkawhnathiephimkhunkhnadelkbnkarwicynwtkrrmthixackhnphbkarrksaxyangrunaerngthiihmaeladikhunxyangmak phlkrathbxun khxngkaraekhngkhnthikddnxyangmaksahrbthrphyakrkarwicythaihekidpraktnganwicycanwnmakthimiphllphththiimsamarthcalxngaebbid aelaekideaerngcungicthiprahladinkarradmthunwicythisngesrimihsthabnphurbsiththimikaretibotodyimmikarlngthunthiephiyngphxinkhnaaelasingxanwykhwamsadwkkhxngtwexng 164 165 166 167 kartngkhrrph aekikhephraaorkhmaerngepnorkhswnihykhxngphusungxayu mnkimidphbbxyinhyingtngkhrrph orkhmaerngsngphlkrathbtxhyingtngkhrrphpraman 1 in 1 000 khn 168 orkhmaerngthiphbmakthisudinrahwangkartngkhrrphepnechnediywkborkhmaerngthiphbmakthisudthiphbinphuhyingthiimidtngkhrrphinchwngwykarkhlxdbutr idaek maerngetanm maerngpakmdluk maerngemdeluxdkhaw maerngtxmnaehluxng maerngrngikh aelaorkhmaernglaisihy 168 karwinicchyorkhmaerngihminhyingtngkhrrphepneruxngyak swnhnungepnephraaxakarbangxyangpkticathuxwacaepnkhwamrusukimsbaythrmdath iekiywkhxngkbkartngkhrrph 168 epnphlihepnorkhmaerngodythwipthukkhnphbinrayakhxngorkhthikhxnkhangsaykwakhaechliyinhyingtngkhrrphhlaykrnihruxephingtngkhrrphimnan bangkhntxnkhxngkarthayphaphechn MRIs CT saekn ultrasounds aela mammograms karexkseryetanm thimiekhruxngpxngknrngsiihkbtharkinkhrrphcaidrbkarphicarnawamikhwamplxdphyemuxthakarthayphaphinrahwangkartngkhrrph aetbangrabbxun echn PET scan implxdphy 168 karrksaodythwipcadaeninkarechnediywkbphuhyingthiimidtngkhrrph 168 xyangirktamkarchayrngsiaelayathiichsarkmmntrngsitampkticamikarhlikeliynginrahwangtngkhrrphodyechphaaxyangyingthaprimanyasahrbtharkinkhrrphxacekin 100 CGY inbangkrni bangswnkhxngkarrksahruxthnghmdcathukeluxnxxkipcnthunghlngkhlxdthaorkhmaerngidrbkarwinicchyinchwngplaykhxngkartngkhrrph karkhlxdthierwkhunephuxerimtnkarrksaiherwkhunimichepnsingphidpkti karphatdodythwipmikhwamplxdphy aetkarphatdkradukechingkraninchwngitrmasaerkxacthaihekidkaraethngbutr karrksabangxyangodyechphaaxyangyingyaekhmibabdbangxyangthiichinchwngitrmasaerkxacephimkhwamesiyngkhxngkarekidkhxbkphrxngkbkarkhlxd xngkvs birth defect aelakarsuyesiykartngkhrrph xngkvs pregnancy loss karaethngthiekidkhunexngaelakarkhlxdaebbtharktayinkhrrph 168 kareluxkthicathaaethngcaimcaepnaelasahrbrupaebbaelarayakhxngorkhmaerngthiphbmakthisudcaimchwykarxyurxdkhxngaemihdikhunhruxidrbkarrksacnhaykhad 168 inimkikrni echnmaerngmdlukrayakawhna kartngkhrrphimsamarthepnipidxyangtxenuxng aelainkrnixun echnorkhmaerngemdeluxdkhawechiybphlnthithukkhnphbinchwngtnkhxngkartngkhrrph hyingthitngkhrrphxaceluxkthicathaaethngephuxthiethxcaerimtnkarrksadwyekhmibabdinechingrukodyimtxngkngwlekiywkbkarekidkhxbkphrxngtxnkhlxd 168 karrksabangkhrngxaccarbkwnkhwamsamarthkhxngaemthicaihkaenidphanchxngkhlxdhruxkarihnmcakthrwngxkaektharkkhxngethx 168 maerngpakmdlukxactxngkarkarthakhlxdodykarphatdhnathxng xngkvs Caesarean section karichrngsikbetanmcaldkhwamsamarthkhxngetanminkarphlitnanmaelaephimkhwamesiyngkhxngorkhetanmxkesb xngkvs mastitis nxkcakniemuxrksadwyekhmibabdhlngkhlxd yacanwnmakcaphannmaemipyngluknxysungxacepnxntraytxtharkid 168 stwxun aekikhophchnakar aekikhcakkarsuksaphbwa xaharxacmiswnsmphnth kbkarekidorkhmaerngidpraman 30 50 aetinkhnaediywknxaharpraephthphuchphk phlim thyphuch aela ekhruxngethstang kmi khunsmbtiinkarpxngknmaerngid dngnn karrbprathanxaharxyangthuktxngtamhlk ophchnakar cungepnhnthanghnung sungsamarthpxngknorkhmaerngid karptibti pxngknorkhrbprathanphktrakulkahlaihmak echn kahlapli kahladxk phkkhana hwphkkad brxkhokhli ephuxpxngknorkhmaernglaisihy laisswnplay kraephaaxahar aelaxwywarabbthangedinhayicrbprathanxaharthimikakmak echn phk phlim khaw khawophd aelaemldthyphuchxun ephuxpxngknmaernglaisihyrbprathanxaharthimiebtaaekhorthin aelawitaminexsung echn phk phlimsiekhiyw ehluxng ephuxpxngknmaernghlxdxahar klxngesiyng aelapxdrbprathanxaharthimiwitaminsisung echn phk phlimtang ephuxpxngknmaernghlxdxahar aelakraephaaxaharkhwbkhumnahnktw orkhxwnmikhwamsmphnthkborkhmaerngmdluk thungnadi etanm aelalaisihy karxxkkalngkayaelakarldrbprathanxaharthiihphlngngansung cachwypxngknmaerngehlaniid 169 xaharthimikhwamesiyngsungtxkarekidmaerng xaharthimirakhunodyechphaarasiekhiyw siehluxng xaharikhmnsung xaharekhmcd swnihmekriymkhxngxaharping yang rmkhwn aelaxaharthithnxmdwyeklux dinprasiw 170 duephim aekikhkarwicymaerng sarkxmaerng maerngetanm maerngemdeluxdkhawxangxing aekikh 1 0 1 1 1 2 1 3 1 4 1 5 1 6 1 7 Cancer Fact sheet N 297 World Health Organization February 2014 subkhnemux 10 June 2014 2 0 2 1 2 2 2 3 Defining Cancer National Cancer Institute subkhnemux 10 June 2014 3 0 3 1 Cancer Signs and symptoms NHS Choices subkhnemux 10 June 2014 4 0 4 1 4 2 4 3 4 4 4 5 4 6 Anand P Kunnumakkara AB Kunnumakara AB Sundaram C Harikumar KB Tharakan ST Lai OS Sung B Aggarwal BB September 2008 Cancer is a preventable disease that requires major lifestyle changes Pharm Res 25 9 2097 116 doi 10 1007 s11095 008 9661 9 PMC 2515569 PMID 18626751 CS1 maint multiple names authors list link 5 0 5 1 5 2 5 3 5 4 5 5 5 6 World Cancer Report 2014 World Health Organization 2014 pp Chapter 1 1 ISBN 9283204298 6 0 6 1 Heredity and Cancer American Cancer Society subkhnemux July 22 2013 Kinzler Kenneth W Vogelstein Bert 2002 Introduction The genetic basis of human cancer 2nd illustrated revised ed New York McGraw Hill Medical Pub Division p 5 ISBN 978 0 07 137050 9 CS1 maint multiple names authors list link How is cancer diagnosed American Cancer Society 2013 01 29 subkhnemux 10 June 2014 9 0 9 1 9 2 Kushi LH Doyle C McCullough M aelakhna 2012 American Cancer Society Guidelines on nutrition and physical activity for cancer prevention reducing the risk of cancer with healthy food choices and physical activity CA Cancer J Clin 62 1 30 67 doi 10 3322 caac 20140 PMID 22237782 CS1 maint multiple names authors list link xangxingphidphlad payrabu lt ref gt imsmehtusmphl miniyamchux Kushi2012 hlaykhrngdwyenuxhatangkn Parkin DM Boyd L Walker LC 6 December 2011 16 The fraction of cancer attributable to lifestyle and environmental factors in the UK in 2010 British journal of cancer 105 Suppl 2 S77 81 doi 10 1038 bjc 2011 489 PMID 22158327 11 0 11 1 World Cancer Report 2014 World Health Organization 2014 pp Chapter 4 7 ISBN 9283204298 Gotzsche PC Jorgensen KJ 4 Jun 2013 Screening for breast cancer with mammography The Cochrane database of systematic reviews 6 CD001877 doi 10 1002 14651858 CD001877 pub5 PMID 23737396 Targeted Cancer Therapies NCI 2014 04 25 subkhnemux 11 June 2014 14 0 14 1 World Cancer Report 2014 World Health Organization 2014 pp Chapter 1 3 ISBN 9283204298 SEER Stat Fact Sheets All Cancer Sites National Cancer Institute subkhnemux 18 June 2014 The top 10 causes of death Fact sheet N 310 WHO May 2014 subkhnemux 10 June 2014 Dubas LE Ingraffea A Feb 2013 Nonmelanoma skin cancer Facial plastic surgery clinics of North America 21 1 43 53 doi 10 1016 j fsc 2012 10 003 PMID 23369588 Cakir BO Adamson P Cingi C Nov 2012 Epidemiology and economic burden of nonmelanoma skin cancer Facial plastic surgery clinics of North America 20 4 419 22 doi 10 1016 j fsc 2012 07 004 PMID 23084294 19 0 19 1 19 2 19 3 19 4 19 5 19 6 19 7 Jemal A Bray F Center MM Ferlay J Ward E Forman D February 2011 Global cancer statistics CA a cancer journal for clinicians 61 2 69 90 doi 10 3322 caac 20107 PMID 21296855 CS1 maint multiple names authors list link World Cancer Report 2014 World Health Organization 2014 pp Chapter 6 7 ISBN 9283204298 Cancer Glossary cancer org American Cancer Society subkhnemux September 11 2013 What is cancer cancer gov National Cancer Institute subkhnemux September 11 2013 Hanahan D Weinberg RA January 2000 The hallmarks of cancer Cell 100 1 57 70 doi 10 1016 s0092 8674 00 81683 9 PMID 10647931 24 0 24 1 24 2 Hanahan D Weinberg RA January 2000 The hallmarks of cancer Cell 100 1 57 70 doi 10 1016 S0092 8674 00 81683 9 PMID 10647931 25 0 25 1 Hanahan D Weinberg RA March 2011 Hallmarks of cancer the next generation Cell 144 5 646 74 doi 10 1016 j cell 2011 02 013 PMID 21376230 ys phvksewch maernginthsnaaephthyaephnithy ekhathungkhxmulemux 7 minakhm 2562 thi http www prueksaveda com E0 B9 82 E0 B8 A3 E0 B8 84 E0 B9 83 E0 B8 99 E0 B8 97 E0 B8 A3 E0 B8 A3 E0 B8 A8 E0 B8 99 E0 B8 B0 E0 B9 81 E0 B8 9E E0 B8 97 E0 B8 A2 E0 B9 8C E0 B9 81 E0 B8 9C E0 B8 99 E0 B9 84 E0 B8 97 E0 B8 A2 E0 B8 A1 E0 B8 B0 E0 B9 80 E0 B8 A3 E0 B9 87 E0 B8 87 html 27 0 27 1 27 2 27 3 27 4 Holland Chp 1 O Dell edited by Michael D Stubblefield Michael W 2009 Cancer rehabilitation principles and practice New York Demos Medical p 983 ISBN 978 1 933864 33 4 CS1 maint extra text authors list link Kravchenko J Akushevich I Manton KG 2009 Cancer mortality and morbidity patterns in the U S population an interdisciplinary approach Berlin Springer ISBN 0 387 78192 7 The term environment refers not only to air water and soil but also to substances and conditions at home and at the workplace including diet smoking alcohol drugs exposure to chemicals sunlight ionizing radiation electromagnetic fields infectious agents etc Lifestyle economic and behavioral factors are all aspects of our environment CS1 maint multiple names authors list link Tolar J Neglia JP June 2003 Transplacental and other routes of cancer transmission between individuals J Pediatr Hematol Oncol 25 6 430 4 doi 10 1097 00043426 200306000 00002 PMID 12794519 Biesalski HK Bueno de Mesquita B Chesson A Chytil F Grimble R Hermus RJ Kohrle J Lotan R Norpoth K Pastorino U Thurnham D 1998 European Consensus Statement on Lung Cancer risk factors and prevention Lung Cancer Panel CA Cancer J Clin 48 3 167 76 discussion 164 6 doi 10 3322 canjclin 48 3 167 PMID 9594919 CS1 maint multiple names authors list link Kuper H Boffetta P Adami HO September 2002 Tobacco use and cancer causation association by tumour type Journal of Internal Medicine 252 3 206 24 doi 10 1046 j 1365 2796 2002 01022 x PMID 12270001 CS1 maint multiple names authors list link 33 0 33 1 Kuper H Adami HO Boffetta P June 2002 Tobacco use cancer causation and public health impact Journal of Internal Medicine 251 6 455 66 doi 10 1046 j 1365 2796 2002 00993 x PMID 12028500 CS1 maint multiple names authors list link Sasco AJ Secretan MB Straif K August 2004 Tobacco smoking and cancer a brief review of recent epidemiological evidence Lung Cancer 45 Suppl 2 S3 9 doi 10 1016 j lungcan 2004 07 998 PMID 15552776 CS1 maint multiple names authors list link Thun MJ Jemal A October 2006 How much of the decrease in cancer death rates in the United States is attributable to reductions in tobacco smoking Tob Control 15 5 345 7 doi 10 1136 tc 2006 017749 PMC 2563648 PMID 16998161 Dubey S Powell CA May 2008 Update in lung cancer 2007 Am J Respir Crit Care Med 177 9 941 6 doi 10 1164 rccm 200801 107UP PMC 2720127 PMID 18434333 Schutze M Boeing H Pischon T Rehm J Kehoe T Gmel G Olsen A Tjonneland AM Dahm CC Overvad K Clavel Chapelon F Boutron Ruault MC Trichopoulou A Benetou V Zylis D Kaaks R Rohrmann S Palli D Berrino F Tumino R Vineis P Rodriguez L Agudo A Sanchez MJ Dorronsoro M Chirlaque MD Barricarte A Peeters PH van Gils CH Khaw KT Wareham N Allen NE Key TJ Boffetta P Slimani N Jenab M Romaguera D Wark PA Riboli E Bergmann MM 2011 Alcohol attributable burden of incidence of cancer in eight European countries based on results from prospective cohort study BMJ 342 d1584 doi 10 1136 bmj d1584 PMC 3072472 PMID 21474525 CS1 maint multiple names authors list link Irigaray P Newby JA Clapp R Hardell L Howard V Montagnier L Epstein S Belpomme D December 2007 Lifestyle related factors and environmental agents causing cancer an overview Biomed Pharmacother 61 10 640 58 doi 10 1016 j biopha 2007 10 006 PMID 18055160 CS1 maint multiple names authors list link 39 0 39 1 WHO calls for prevention of cancer through healthy workplaces Press release World Health Organization 27 April 2007 subkhnemux 13 October 2007 40 0 40 1 40 2 Kushi LH Byers T Doyle C Bandera EV McCullough M McTiernan A Gansler T Andrews KS Thun MJ 2006 American Cancer Society Guidelines on Nutrition and Physical Activity for cancer prevention reducing the risk of cancer with healthy food choices and physical activity CA Cancer J Clin 56 5 254 81 quiz 313 4 doi 10 3322 canjclin 56 5 254 PMID 17005596 CS1 maint multiple names authors list link Bhaskaran K 2014 Body mass index and risk of 22 specific cancers Lancet 384 9945 755 765 doi 10 1016 S0140 6736 14 60892 8 PMID 25129328 42 0 42 1 42 2 Park S Bae J Nam BH Yoo KY 2008 Aetiology of cancer in Asia PDF Asian Pac J Cancer Prev 9 3 371 80 PMID 18990005 CS1 maint multiple names authors list link Brenner H Rothenbacher D Arndt V 2009 Epidemiology of stomach cancer Methods Mol Biol Methods in Molecular Biology 472 467 77 doi 10 1007 978 1 60327 492 0 23 ISBN 978 1 60327 491 3 PMID 19107449 CS1 maint multiple names authors list link Buell P Dunn JE May 1965 Cancer mortality among Japanese Issei and Nisei of California Cancer 18 5 656 64 doi 10 1002 1097 0142 196505 18 5 lt 656 AID CNCR2820180515 gt 3 0 CO 2 3 PMID 14278899 Pagano JS Blaser M Buendia MA Damania B Khalili K Raab Traub N Roizman B December 2004 Infectious agents and cancer criteria for a causal relation Semin Cancer Biol 14 6 453 71 doi 10 1016 j semcancer 2004 06 009 PMID 15489139 CS1 maint multiple names authors list link Samaras V Rafailidis PI Mourtzoukou EG Peppas G Falagas ME May 2010 Chronic bacterial and parasitic infections and cancer a review PDF J Infect Dev Ctries 4 5 267 81 doi 10 3855 jidc 819 PMID 20539059 CS1 maint multiple names authors list link 47 0 47 1 47 2 47 3 47 4 Little JB 2000 Chapter 14 Ionizing Radiation in Kufe DW Pollock RE Weichselbaum RR Bast RC Jr Gansler TS Holland JF Frei E III b k Cancer medicine 6th ed Hamilton Ont B C Decker ISBN 1 55009 113 1 CS1 maint multiple names editors list link Brenner DJ Hall EJ November 2007 Computed tomography an increasing source of radiation exposure N Engl J Med 357 22 2277 84 doi 10 1056 NEJMra072149 PMID 18046031 49 0 49 1 Cleaver JE Mitchell DL 2000 15 Ultraviolet Radiation Carcinogenesis in Bast RC Kufe DW Pollock RE aelakhna b k Holland Frei Cancer Medicine 5th ed Hamilton Ontario B C Decker ISBN 1 55009 113 1 subkhnemux 31 January 2011 CS1 maint multiple names editors list link IARC classifies radiofrequency electromagnetic fields as possibly carcinogenic to humans PDF World Health Organization Cell Phones and Cancer Risk National Cancer Institute Cancer gov 2013 05 08 subkhnemux 2013 12 15 52 0 52 1 Roukos DH April 2009 Genome wide association studies how predictable is a person s cancer risk Expert Rev Anticancer Ther 9 4 389 92 doi 10 1586 era 09 12 PMID 19374592 Cunningham D Atkin W Lenz HJ Lynch HT Minsky B Nordlinger B Starling N March 2010 Colorectal cancer Lancet 375 9719 1030 47 doi 10 1016 S0140 6736 10 60353 4 PMID 20304247 CS1 maint multiple names authors list link 54 0 54 1 54 2 54 3 54 4 Maltoni CFM Holland JF 2000 Chapter 16 Physical Carcinogens in Bast RC Kufe DW Pollock RE aelakhna b k Holland Frei Cancer Medicine 5th ed Hamilton Ontario B C Decker ISBN 1 55009 113 1 subkhnemux 31 January 2011 CS1 maint multiple names editors list link 55 0 55 1 55 2 55 3 55 4 55 5 55 6 Gaeta John F 2000 Chapter 17 Trauma and Inflammation in Bast RC Kufe DW Pollock RE aelakhna b k Holland Frei Cancer Medicine 5th ed Hamilton Ontario B C Decker ISBN 1 55009 113 1 subkhnemux 27 January 2011 CS1 maint multiple names editors list link Colotta F Allavena P Sica A Garlanda C Mantovani A 2009 Cancer related inflammation the seventh hallmark of cancer links to genetic instability Carcinogenesis review 30 7 1073 1081 doi 10 1093 carcin bgp127 ISSN 0143 3334 PMID 19468060 Hendrik Ungefroren Susanne Sebens Daniel Seidl Hendrik Lehnert Ralf Haas 2011 Interaction of tumor cells with the microenvironment Cell Communication and Signaling 9 18 18 doi 10 1186 1478 811X 9 18 Mantovani A June 2010 Molecular pathways linking inflammation and cancer Current Molecular Medicine review 10 4 369 73 doi 10 2174 156652410791316968 PMID 20455855 Borrello Maria Grazia Degl Innocenti Debora Pierotti Marco A 2008 Inflammation and cancer The oncogene driven connection Cancer Letters review 267 2 262 270 doi 10 1016 j canlet 2008 03 060 ISSN 0304 3835 PMID 18502035 60 0 60 1 60 2 60 3 60 4 60 5 60 6 60 7 60 8 60 9 Henderson BE Bernstein L Ross RK 2000 Chapter 13 Hormones and the Etiology of Cancer in Bast RC Kufe DW Pollock RE aelakhna b k Holland Frei Cancer Medicine 5th ed Hamilton Ontario B C Decker ISBN 1 55009 113 1 subkhnemux 27 January 2011 CS1 maint multiple names authors list link Rowlands Mari Anne Gunnell David Harris Ross Vatten Lars J Holly Jeff MP Martin Richard M May 15 2009 Circulating insulin like growth factor peptides and prostate cancer risk a systematic review and meta analysis Int J Cancer 124 10 2416 29 doi 10 1002 ijc 24202 PMC 2743036 PMID 19142965 Croce CM January 2008 Oncogenes and cancer N Engl J Med 358 5 502 11 doi 10 1056 NEJMra072367 PMID 18234754 Knudson AG November 2001 Two genetic hits more or less to cancer Nature Reviews Cancer 1 2 157 62 doi 10 1038 35101031 PMID 11905807 nucleotide epnhnwyyxykhxngdiexnexaelaxarexnex prakxbdwyebsaelahmufxseftechuxmtxkbnatal ebsthiphbindiexnexaelaxarexnexidaek adenine A guanine G aela cytosine C thiaetktangkhux thymine T phbechphaaindiexnex swn uracil U phbechphaainxarexnex natalthiphbindiexnexepndixxksiirobsaelanatalirobsphbinxarexnex swnhmufxseftepntwklanginkarechuxmtxrahwangniwkhlioxithdomelkulhnungkbxikomelkulhnungodyekidphnthafxsofidexsethxr thaihsaydiexnexaelaxarexnexyawkhun aehlngkhxmul surinthr piyaochkhnakul okhrngsrangaelahnathikhxngdiexnex inphnthuwiswkrrmebuxngtn hna 5 41 krungethph sankphimphmhawithyalyekstrsastr 2545 withyasastraelaethkhonolyi Nelson DA Tan TT Rabson AB Anderson D Degenhardt K White E September 2004 Hypoxia and defective apoptosis drive genomic instability and tumorigenesis Genes amp Development 18 17 2095 107 doi 10 1101 gad 1204904 PMC 515288 PMID 15314031 CS1 maint multiple names authors list link Merlo LM Pepper JW Reid BJ Maley CC December 2006 Cancer as an evolutionary and ecological process Nature Reviews Cancer 6 12 924 35 doi 10 1038 nrc2013 PMID 17109012 CS1 maint multiple names authors list link 67 0 67 1 Metastatic Cancer Questions and Answers National Cancer Institute subkhnemux 2008 08 28 What is Metastasized Cancer National Comprehensive Cancer Network subkhnemux 18 July 2013 Anguiano L Mayer DK Piven ML Rosenstein D Jul Aug 2012 A literature review of suicide in cancer patients Cancer Nursing 35 4 E14 26 doi 10 1097 NCC 0b013e31822fc76c PMID 21946906 CS1 maint multiple names authors list link Varricchio Claudette G 2004 A cancer source book for nurses Boston Jones and Bartlett Publishers p 229 ISBN 0 7637 3276 1 Cancer prevention 7 steps to reduce your risk Mayo Clinic 27 September 2008 subkhnemux 30 January 2010 Danaei G Vander Hoorn S Lopez AD Murray CJ Ezzati M 2005 Causes of cancer in the world comparative risk assessment of nine behavioural and environmental risk factors Lancet 366 9499 1784 93 doi 10 1016 S0140 6736 05 67725 2 PMID 16298215 CS1 maint multiple names authors list link Cancer World Health Organization subkhnemux 9 January 2011 74 0 74 1 Wicki A Hagmann J September 2011 Diet and cancer Swiss medical weekly 141 w13250 doi 10 4414 smw 2011 13250 PMID 21904992 CS1 maint multiple names authors list link Cappellani A Di Vita M Zanghi A Cavallaro A Piccolo G Veroux M Berretta M Malaguarnera M Canzonieri V Lo Menzo E 2012 Diet obesity and breast cancer an update Front Biosci Schol Ed 4 90 108 PMID 22202045 CS1 maint multiple names authors list link Key TJ January 2011 Fruit and vegetables and cancer risk Br J Cancer 104 1 6 11 doi 10 1038 sj bjc 6606032 PMC 3039795 PMID 21119663 Wang X Ouyang Y Liu J Zhu M Zhao G Bao W Hu FB 29 July 2014 Fruit and vegetable consumption and mortality from all causes cardiovascular disease and cancer systematic review and dose response meta analysis of prospective cohort studies BMJ Clinical research ed 349 g4490 doi 10 1136 bmj g4490 PMID 25073782 Larsson SC Wolk A May 2007 Coffee consumption and risk of liver cancer a meta analysis Gastroenterology 132 5 1740 5 doi 10 1053 j gastro 2007 03 044 PMID 17484871 Zheng W Lee SA 2009 Well done meat intake heterocyclic amine exposure and cancer risk Nutr Cancer 61 4 437 46 doi 10 1080 01635580802710741 PMC 2769029 PMID 19838915 Ferguson LR February 2010 Meat and cancer Meat Sci 84 2 308 13 doi 10 1016 j meatsci 2009 06 032 PMID 20374790 Holland Chp 33 Rostom A Dube C Lewin G Tsertsvadze A Barrowman N Code C Sampson M Moher D March 2007 Nonsteroidal anti inflammatory drugs and cyclooxygenase 2 inhibitors for primary prevention of colorectal cancer a systematic review prepared for the U S Preventive Services Task Force Annals of Internal Medicine 146 5 376 89 doi 10 7326 0003 4819 146 5 200703060 00010 PMID 17339623 CS1 maint multiple names authors list link Rothwell PM Fowkes FG Belch JF Ogawa H Warlow CP Meade TW January 2011 Effect of daily aspirin on long term risk of death due to cancer analysis of individual patient data from randomised trials Lancet 377 9759 31 41 doi 10 1016 S0140 6736 10 62110 1 PMID 21144578 CS1 maint multiple names authors list link Cooper K Squires H Carroll C Papaioannou D Booth A Logan RF Maguire C Hind D Tappenden P June 2010 Chemoprevention of colorectal cancer systematic review and economic evaluation Health Technol Assess 14 32 1 206 doi 10 3310 hta14320 PMID 20594533 CS1 maint multiple names authors list link Thomsen A Kolesar JM December 2008 Chemoprevention of breast cancer Am J Health Syst Pharm 65 23 2221 8 doi 10 2146 ajhp070663 PMID 19020189 Wilt TJ MacDonald R Hagerty K Schellhammer P Kramer BS 2008 Wilt Timothy J b k Five alpha reductase Inhibitors for prostate cancer prevention Cochrane Database Syst Rev 2 CD007091 doi 10 1002 14651858 CD007091 PMID 18425978 CS1 maint multiple names authors list link Vitamins and minerals not for cancer or cardiovascular prevention Prescrire Int 19 108 182 August 2010 PMID 20939459 Giovannucci E Liu Y Rimm EB Hollis BW Fuchs CS Stampfer MJ Willett WC April 2006 Prospective study of predictors of vitamin D status and cancer incidence and mortality in men J Natl Cancer Inst 98 7 451 9 doi 10 1093 jnci djj101 PMID 16595781 CS1 maint multiple names authors list link Vitamin D Has Role in Colon Cancer Prevention khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 4 December 2006 subkhnemux 27 July 2007 lingkesiy Schwartz GG Blot WJ April 2006 Vitamin D status and cancer incidence and mortality something new under the sun J Natl Cancer Inst 98 7 428 30 doi 10 1093 jnci djj127 PMID 16595770 Fritz H Kennedy D Fergusson D Fernandes R Doucette S Cooley K Seely A Sagar S Wong R Seely D 2011 Minna John D b k Vitamin A and retinoid derivatives for lung cancer a systematic review and meta analysis PLoS ONE 6 6 e21107 Bibcode 2011PLoSO 6E1107F doi 10 1371 journal pone 0021107 PMC 3124481 PMID 21738614 CS1 maint multiple names authors list link http www inmu mahidol ac th th news id 4 Cole BF Baron JA Sandler RS Haile RW Ahnen DJ Bresalier RS McKeown Eyssen G Summers RW Rothstein RI Burke CA Snover DC Church TR Allen JI Robertson DJ Beck GJ Bond JH Byers T Mandel JS Mott LA Pearson LH Barry EL Rees JR Marcon N Saibil F Ueland PM Greenberg ER June 2007 Folic acid for the prevention of colorectal adenomas a randomized clinical trial JAMA 297 21 2351 9 doi 10 1001 jama 297 21 2351 PMID 17551129 CS1 maint multiple names authors list link Vinceti M Dennert G Crespi CM Zwahlen M Brinkman M Zeegers MP Horneber M D Amico R Del Giovane C Mar 30 2014 Selenium for preventing cancer The Cochrane database of systematic reviews 3 CD005195 doi 10 1002 14651858 CD005195 pub3 PMID 24683040 95 0 95 1 95 2 Cancer Vaccine Fact Sheet NCI 8 June 2006 subkhnemux 15 November 2008 96 0 96 1 Lertkhachonsuk AA Yip CH Khuhaprema T Chen DS Plummer M Jee SH Toi M Wilailak S 2013 Cancer prevention in Asia resource stratified guidelines from the Asian Oncology Summit 2013 Lancet Oncology 14 12 e497 507 doi 10 1016 S1470 2045 13 70350 4 PMID 24176569 CS1 maint multiple names authors list link 97 0 97 1 97 2 What Is Cancer Screening National Cancer Institute 98 0 98 1 98 2 Wilson JMG Jungner G 1968 Principles and practice of screening for disease Geneva World Health Organization Public Health Papers 34 Screening for Cervical Cancer U S Preventive Services Task Force 2003 Screening for Colorectal Cancer U S Preventive Services Task Force 2008 Screening for Skin Cancer U S Preventive Services Task Force 2009 Screening for Oral Cancer U S Preventive Services Task Force 2004 Lung Cancer Screening U S Preventive Services Task Force 2004 Screening for Prostate Cancer U S Preventive Services Task Force 2008 Screening for Bladder Cancer U S Preventive Services Task Force 2004 Screening for Testicular Cancer U S Preventive Services Task Force 2004 Screening for Ovarian Cancer U S Preventive Services Task Force 2004 Screening for Pancreatic Cancer U S Preventive Services Task Force 2004 Chou Roger Croswell Jennifer M Dana Tracy Bougatous Christina Blazina Ian Fu Rongwei Gleitsmann Ken Koenig Helen C aelakhna 7 October 2011 Screening for Prostate Cancer A Review of the Evidence for the U S Preventive Services Task Force United States Preventive Services Task Force subkhnemux 8 October 2011 Screening for Breast Cancer U S Preventive Services Task Force 2009 Gotzsche PC Nielsen M 2011 Gotzsche Peter C b k Screening for breast cancer with mammography Cochrane Database Syst Rev 1 CD001877 doi 10 1002 14651858 CD001877 pub4 PMID 21249649 112 0 112 1 Gulati AP Domchek SM Jan 2008 The clinical management of BRCA1 and BRCA2 mutation carriers Current oncology reports 10 1 47 53 doi 10 1007 s11912 008 0008 9 PMID 18366960 CS1 maint multiple names authors list link Lind M J M J 2008 Principles of cytotoxic chemotherapy Medicine 36 1 19 23 doi 10 1016 j mpmed 2007 10 003 National Cancer Institute Dec 2012 Targeted Cancer Therapies www cancer gov subkhnemux 9 March 2014 NCI Targeted Therapy tutorials lingkesiy 116 0 116 1 Holland Chp 40 Nastoupil LJ Rose AC Flowers CR May 2012 Diffuse large B cell lymphoma current treatment approaches Oncology Williston Park N Y 26 5 488 95 PMID 22730604 Freedman A October 2012 Follicular lymphoma 2012 update on diagnosis and management American journal of hematology 87 10 988 95 doi 10 1002 ajh 23313 PMID 23001911 Rampling R James A Papanastassiou V June 2004 The present and future management of malignant brain tumours surgery radiotherapy chemotherapy Journal of neurology neurosurgery and psychiatry 75 Suppl 2 Suppl 2 ii24 30 doi 10 1136 jnnp 2004 040535 PMC 1765659 PMID 15146036 Madan V Lear JT Szeimies RM February 20 2010 Non melanoma skin cancer Lancet 375 9715 673 85 doi 10 1016 S0140 6736 09 61196 X PMID 20171403 CK Bomford IH Kunkler J Walter Walter and Miller s Textbook of Radiation therapy 6th Ed p311 Radiosensitivity on GP notebook http www gpnotebook co uk simplepage cfm ID 2060451853 Radiation therapy what GPs need to know on patient co uk http www patient co uk showdoc 40002299 Hill R Healy B Holloway L Kuncic Z Thwaites D Baldock C 21 March 2014 Advances in kilovoltage x ray beam dosimetry Physics in medicine and biology 59 6 R183 231 doi 10 1088 0031 9155 59 6 r183 PMID 24584183 125 0 125 1 Holland Chp 41 126 0 126 1 126 2 126 3 126 4 American Society of Clinical Oncology Five Things Physicians and Patients Should Question PDF Choosing Wisely an initiative of the ABIM Foundation American Society of Clinical Oncology subkhnemux August 14 2012 The American Society of Clinical Oncology made this recommendation based on various cancers See American Society of Clinical Oncology Five Things Physicians and Patients Should Question PDF Choosing Wisely an initiative of the ABIM Foundation American Society of Clinical Oncology subkhnemux August 14 2012 for lung cancer see Azzoli CG Temin S Aliff T Baker S Brahmer J Johnson DH Laskin JL Masters G Milton D Nordquist L Pao W Pfister DG Piantadosi S Schiller JH Smith R Smith TJ Strawn JR Trent D Giaccone G American Society of Clinical Oncology 2011 2011 Focused Update of 2009 American Society of Clinical Oncology Clinical Practice Guideline Update on Chemotherapy for Stage IV Non Small Cell Lung Cancer Journal of clinical oncology official journal of the American Society of Clinical Oncology 29 28 3825 31 doi 10 1200 JCO 2010 34 2774 PMC 3675703 PMID 21900105 and Ettinger DS Akerley W Bepler G Blum MG Chang A Cheney RT Chirieac LR d Amico TA Demmy TL Ganti AK Govindan R Grannis Jr FW Jahan T Jahanzeb M Johnson DH Kessinger A Komaki R Kong FM Kris MG Krug LM Le QT Lennes IT Martins R O Malley J Osarogiagbon RU Otterson GA Patel JD Pisters KM Reckamp K Riely GJ 2010 Non small cell lung cancer Journal of the National Comprehensive Cancer Network JNCCN 8 7 740 801 PMID 20679538 for breast cancer see Carlson RW Allred DC Anderson BO Burstein HJ Carter WB Edge SB Erban JK Farrar WB Goldstein LJ Gradishar WJ Hayes DF Hudis CA Jahanzeb M Kiel K Ljung BM Marcom PK Mayer IA McCormick B Nabell LM Pierce LJ Reed EC Smith ML Somlo G Theriault RL Topham NS Ward JH Winer EP Wolff AC NCCN Breast Cancer Clinical Practice Guidelines Panel 2009 Breast cancer Clinical practice guidelines in oncology Journal of the National Comprehensive Cancer Network JNCCN 7 2 122 92 PMID 19200416 for colon cancer see Engstrom PF Arnoletti JP Benson Ab 3rd Chen YJ Choti MA Cooper HS Covey A Dilawari RA Early DS Enzinger PC Fakih MG Fleshman Jr J Fuchs C Grem JL Kiel K Knol JA Leong LA Lin E Mulcahy MF Rao S Ryan DP Saltz L Shibata D Skibber JM Sofocleous C Thomas J Venook AP Willett C National Comprehensive Cancer Network 2009 NCCN Clinical Practice Guidelines in Oncology Colon cancer Journal of the National Comprehensive Cancer Network JNCCN 7 8 778 831 PMID 19755046 for other general statements see Smith Thomas J Hillner Bruce E 2011 Bending the Cost Curve in Cancer Care New England Journal of Medicine 364 21 2060 5 doi 10 1056 NEJMsb1013826 PMID 21612477 and Peppercorn J M Smith T J Helft P R Debono D J Berry S R Wollins D S Hayes D M Von Roenn J H Schnipper L E American Society of Clinical Oncology 2011 American Society of Clinical Oncology Statement Toward Individualized Care for Patients with Advanced Cancer Journal of Clinical Oncology 29 6 755 60 doi 10 1200 JCO 2010 33 1744 PMID 21263086 NCCN Guidelines Clinical Practice Guidelines for Quality Palliative Care PDF The National Consensus Project for Quality Palliative Care NCP Levy MH Back A Bazargan S Benedetti C Billings JA Block S Bruera E Carducci MA Dy S Eberle C Foley KM Harris JD Knight SJ Milch R Rhiner M Slatkin NE Spiegel D Sutton L Urba S Von Roenn JH Weinstein SM National Comprehensive Cancer Network September 2006 Palliative care Clinical practice guidelines in oncology Journal of the National Comprehensive Cancer Network JNCCN 4 8 776 818 PMID 16948956 CS1 maint multiple names authors list link Waldmann TA March 2003 Immunotherapy past present and future Nature Medicine 9 3 269 77 doi 10 1038 nm0303 269 PMID 12612576 Cassileth BR Deng G 2004 Complementary and alternative therapies for cancer Oncologist 9 1 80 9 doi 10 1634 theoncologist 9 1 80 PMID 14755017 What Is CAM National Center for Complementary and Alternative Medicine retrieved 3 February 2008 Vickers A 2004 Alternative cancer cures unproven or disproven CA Cancer J Clin 54 2 110 8 doi 10 3322 canjclin 54 2 110 PMID 15061600 World Cancer Report 2014 World Health Organization 2014 p 22 ISBN 9283204298 136 0 136 1 Rheingold Susan Neugut Alfred Meadows Anna 2003 156 Secondary Cancers Incidence Risk Factors and Management in Frei Emil Kufe Donald W Holland James F b k Holland Frei Cancer Medicine 6th ed Hamilton Ont BC Decker p 2399 ISBN 1 55009 213 8 subkhnemux 5 November 2009 CS1 maint multiple names authors list link Montazeri A December 2009 Quality of life data as prognostic indicators of survival in cancer patients an overview of the literature from 1982 to 2008 Health Qual Life Outcomes 7 102 doi 10 1186 1477 7525 7 102 PMC 2805623 PMID 20030832 Akl EA Kahale LA Ballout RA Barba M Yosuico VE van Doormaal FF Middeldorp S Bryant A Schunemann H 10 December 2014 Parenteral anticoagulation in ambulatory patients with cancer The Cochrane database of systematic reviews 12 CD006652 doi 10 1002 14651858 CD006652 pub4 PMID 25491949 WHO Disease and injury country estimates World Health Organization 2009 subkhnemux 11 November 2009 140 0 140 1 Lozano R Mohsen N Foreman K Lim S Shibuya K Aboyans V Abraham J Adair T Aggarwal R Ahn SY AlMazroa MA Alvarado M Anderson HR Anderson LM Andrews KG Atkinson C Baddour LM Barker Collo S Bartels DH Bell ML Benjamin EJ Bennett D Bhalla K Bikbov B Bin Abdulhak A Birbeck G Blyth F Bolliger I Boufous S Bucello C Dec 15 2012 Global and regional mortality from 235 causes of death for 20 age groups in 1990 and 2010 a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2010 Lancet 380 9859 2095 128 doi 10 1016 S0140 6736 12 61728 0 PMID 23245604 WHO October 2010 Cancer World Health Organization subkhnemux 5 January 2011 142 0 142 1 Coleman William B and Rubinas Tara C 2009 4 in Tsongalis Gregory J and Coleman William L b k Molecular Pathology The Molecular Basis of Human Disease Amsterdam Elsevier Academic Press p 66 ISBN 0 12 374419 9 CS1 maint multiple names authors list link Johnson George 28 December 2010 Unearthing Prehistoric Tumors and Debate The New York Times Pawelec G Derhovanessian E Larbi A Aug 2010 Immunosenescence and cancer Critical reviews in oncology hematology 75 2 165 72 doi 10 1016 j critrevonc 2010 06 012 PMID 20656212 CS1 maint multiple names authors list link Alberts B Johnson A Lewis J aelakhna 2002 The Preventable Causes of Cancer Molecular biology of the cell 4th ed New York Garland Science ISBN 0 8153 4072 9 A certain irreducible background incidence of cancer is to be expected regardless of circumstances mutations can never be absolutely avoided because they are an inescapable consequence of fundamental limitations on the accuracy of DNA replication as discussed in Chapter 5 If a human could live long enough it is inevitable that at least one of his or her cells would eventually accumulate a set of mutations sufficient for cancer to develop CS1 maint multiple names authors list link Anisimov VN Sikora E Pawelec G Aug 2009 Relationships between cancer and aging a multilevel approach Biogerontology 10 4 323 38 doi 10 1007 s10522 008 9209 8 PMID 19156531 CS1 maint multiple names authors list link de Magalhaes JP 2013 How ageing processes influence cancer Nature Reviews Cancer 13 5 357 65 doi 10 1038 nrc3497 PMID 23612461 Fraumeni Joseph F Schottenfeld David Marshall James M 2006 Cancer epidemiology and prevention Oxford Oxfordshire Oxford University Press p 977 ISBN 0 19 514961 0 CS1 maint multiple names authors list link Bostwick David G Eble John N 2007 Urological Surgical Pathology St Louis Mosby p 468 ISBN 0 323 01970 6 CS1 maint multiple names authors list link 150 0 150 1 Kaatsch P Sikora E Pawelec G June 2010 Epidemiology of childhood cancer Cancer treatment reviews 36 4 277 85 doi 10 1016 j ctrv 2010 02 003 PMID 20231056 CS1 maint multiple names authors list link 151 0 151 1 Ward Elizabeth DeSantis Carol Robbins Anthony Kohler Betsy Jemal Ahmedin January 2014 Childhood and adolescent cancer statistics 2014 CA A Cancer Journal for Clinicians 64 n a n a doi 10 3322 caac 21219 PMID 24488779 Ward EM Thun MJ Hannan LM Jemal A Sep 2006 Interpreting cancer trends Annals of the New York Academy of Sciences 1076 29 53 Bibcode 2006NYASA1076 29W doi 10 1196 annals 1371 048 PMID 17119192 CS1 maint multiple names authors list link ephykhnithyesiychiwitdwyorkhmaerngekuxb 7 hmun maerngpxdsungsud khxmulthaebiynmaerng What Is Cancer National Cancer Institute subkhnemux 17 August 2009 Cancer Fact Sheet Agency for Toxic Substances amp Disease Registry 30 August 2002 subkhnemux 17 August 2009 Wanjek Christopher 16 September 2006 Exciting New Cancer Treatments Emerge Amid Persistent Myths subkhnemux 17 August 2009 Hayden EC Thun MJ Hannan LM Jemal A April 2009 Cutting off cancer s supply lines Nature 458 7239 686 687 doi 10 1038 458686b PMID 19360048 CS1 maint multiple names authors list link Bagri A Kouros Mehr Hosein Leong KG Plowman GD Mar 2010 Use of anti VEGF adjuvant therapy in cancer challenges and rationale Trends in molecular medicine 16 3 122 32 doi 10 1016 j molmed 2010 01 004 PMID 20189876 Sleigh SH Barton CL 2010 Repurposing Strategies for Therapeutics Pharm Med 24 3 151 159 doi 10 2165 11536770 000000000 00000 Winther H Jorgensen JT 2010 Drug Diagnostic Co Development in Cancer Pharm Med 24 6 363 375 doi 10 2165 11586320 000000000 00000 Sharon Begley 16 September 2008 Rethinking the War on Cancer Newsweek subkhnemux 8 September 2008 lingkesiy Kolata Gina 23 April 2009 Advances Elusive in the Drive to Cure Cancer The New York Times subkhnemux 5 May 2009 Bruce Albertsa Marc W Kirschnerb Shirley Tilghmanc and Harold Varmus Rescuing US biomedical research from its systemic flaws Proceedings of the National Academy of Sciences of the United States of America vol 111 no 16 April 2014 Kolata Gina April 23 2009 Advances Elusive in the Drive to Cure Cancer The New York Times subkhnemux 2009 12 29 Kolata Gina June 27 2009 Grant System Leads Cancer Researchers to Play It Safe The New York Times subkhnemux 2009 12 29 Leaf Clifton 2004 03 22 Why We re Losing The War On Cancer Fortune Magazine CNN Money 168 0 168 1 168 2 168 3 168 4 168 5 168 6 168 7 168 8 168 9 Connie Henke Yarbro Debra Wujcik Barbara Holmes Gobel b k 2011 Cancer nursing principles and practice 7 ed Jones amp Bartlett Publishers pp 901 905 ISBN 978 1 4496 1829 2 CS1 maint multiple names editors list link klumnganophchnwithya sthabnmaerngaehngchati ophchnakarkborkhmaerng sthabnmaerngaehngchati bthkhwamekiywkbaephthysastrniyngepnokhrng khunsamarthchwywikiphiediyidodyephimkhxmul duephimthi sthaniyxy aephthysastrekhathungcak https th wikipedia org w index php title maerng amp oldid 8156102, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม