fbpx
วิกิพีเดีย

มนุษย์

บทความนี้ยังต้องการเพิ่มแหล่งอ้างอิงเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง คุณสามารถพัฒนาบทความนี้ได้โดยเพิ่มแหล่งอ้างอิงตามสมควร เนื้อหาที่ขาดแหล่งอ้างอิงอาจถูกลบออก
มนุษย์
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่:0.35–0Ma
ภาพมนุษย์บนแผ่นทองเหลืองที่ติดไปกับยานไพโอเนียร์ 10
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
โดเมน: Eukaryota
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Primates
วงศ์: Hominidae
สกุล: Homo
สปีชีส์: H. sapiens
ชื่อทวินาม
Homo sapiens
Linnaeus, พ.ศ. 2301
ชนิดย่อย

Homo sapiens idaltu White et al., 2003
Homo sapiens sapiens

ความหนาแน่นของประชากร Homo sapiens
ชื่อพ้อง
ชื่อพ้องสายพันธุ์
  • aethiopicus
    Bory de St. Vincent, 1825
  • americanus
    Bory de St. Vincent, 1825
  • arabicus
    Bory de St. Vincent, 1825
  • aurignacensis
    Klaatsch & Hauser, 1910
  • australasicus
    Bory de St. Vincent, 1825
  • cafer
    Bory de St. Vincent, 1825
  • capensis
    Broom, 1917
  • columbicus
    Bory de St. Vincent, 1825
  • cro-magnonensis
    Gregory, 1921
  • drennani
    Kleinschmidt, 1931
  • eurafricanus
    (Sergi, 1911)
  • grimaldiensis
    Gregory, 1921
  • grimaldii
    Lapouge, 1906
  • hottentotus
    Bory de St. Vincent, 1825
  • hyperboreus
    Bory de St. Vincent, 1825
  • indicus
    Bory de St. Vincent, 1825
  • japeticus
    Bory de St. Vincent, 1825
  • melaninus
    Bory de St. Vincent, 1825
  • monstrosus
    Linnaeus, 1758
  • neptunianus
    Bory de St. Vincent, 1825
  • palestinus
    McCown & Keith, 1932
  • patagonus
    Bory de St. Vincent, 1825
  • priscus
    Lapouge, 1899
  • proto-aethiopicus
    Giuffrida-Ruggeri, 1915
  • scythicus
    Bory de St. Vincent, 1825
  • sinicus
    Bory de St. Vincent, 1825
  • spelaeus
    Lapouge, 1899
  • troglodytes
    Linnaeus, 1758
  • wadjakensis
    Dubois, 1921

มนุษย์ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Homo sapiens, ภาษาละตินแปลว่า "คนฉลาด" หรือ "ผู้มีปัญญา") เป็นสปีชีส์เดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ในสกุล Homo ในทางกายวิภาค มนุษย์สมัยใหม่ถือกำเนิดขึ้นในทวีปแอฟริการาว 200,000 ปีที่แล้ว และบรรลุความนำสมัยทางพฤติกรรม (behavioral modernity) อย่างสมบูรณ์เมื่อราว 50,000 ปีที่แล้ว

เชื้อสายมนุษย์แยกออกจากบรรพบุรุษร่วมสุดท้ายกับชิมแพนซี ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใกล้ชิดที่สุด เมื่อราว 5 ล้านปีที่แล้วในแอฟริกา ก่อนจะวิวัฒนาการไปเป็นออสตราโลพิเธซีน (Australopithecines) และสุดท้ายเป็นสกุล Homo สปีชีส์ โฮโม แรก ๆ ที่อพยพออกจากแอฟริกา คือ Homo erectus, Homo ergaster ร่วมกับ Homo heidelbergensis ซึ่งถูกมองว่าเป็นบรรพบุรุษสายตรงของมนุษย์สมัยใหม่ Homo sapiens ได้เดินทางต่อไปเพื่อตั้งถิ่นฐานในทวีปต่าง ๆ โดยมาถึงยูเรเชียระหว่าง 125,000-60,000 ปีที่แล้ว ทวีปออสเตรเลียราว 40,000 ปีที่แล้ว ทวีปอเมริการาว 15,000 ปีที่แล้ว และเกาะห่างไกล เช่น ฮาวาย เกาะอีสเตอร์ มาดากัสการ์ นิวซีแลนด์ระหว่าง ค.ศ. 300 ถึง ค.ศ. 1280 ราว 10,000 ปีที่แล้ว มนุษย์เริ่มเกษตรกรรมแบบอยู่กับที่ โดยการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ป่า ทำให้ประชากรทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิง และเทคนิคใหม่ ๆ ของการพัฒนาการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในคริสต์ศตวรรษที่ 19 และ 20 ประชากรมนุษย์ยิ่งเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อน เนื่องจากมนุษย์อาศัยอยู่ในทุกทวีปยกเว้นแอนตาร์กติกา จึงได้ชื่อว่าเป็น "สปีชีส์ที่พบได้ทั่วโลก" (cosmopolitan species) จนถึงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2012 ขนาดประชากรมนุษย์ที่กองประชากรสหประชาชาติประเมินไว้ มีจำนวนอยู่ที่ราว 7 พันล้านคน

มนุษย์มีลักษณะพิเศษ คือ มีสมองใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัว โดยเฉพาะสมองชั้นนอก สมองส่วนหน้า และสมองกลีบขมับที่พัฒนาเป็นอย่างดี ทำให้มนุษย์สามารถให้เหตุผลเชิงนามธรรม ใช้ภาษา พินิจภายใน (introspection) แก้ปัญหาและสร้างสรรค์วัฒนธรรมผ่านการเรียนรู้ทางสังคม ความสามารถทางจิตใจของมนุษย์นี้ ประกอบกับการปรับตัวมาเคลื่อนไหวสองเท้าซึ่งทำให้มือว่างจัดการจับวัตถุได้ ทำให้มนุษย์สามารถใช้อุปกรณ์เครื่องมือได้ดีกว่าสปีชีส์อื่นใดบนโลกมาก มนุษย์ยังเป็นสปีชีส์เดียวเท่าที่ทราบที่ก่อไฟและทำอาหารเป็น สวมใส่เสื้อผ้า และสร้างสรรค์ รวมถึงมีความสามารถที่จะใช้เทคโนโลยีและศิลปะอื่น ๆ การศึกษามนุษย์เป็นสาขาหนึ่งของวิทยาศาสตร์ เรียกว่า มานุษยวิทยา

เอกลักษณ์ที่สำคัญของมนุษย์ ได้แก่ ความถนัดในการใช้ระบบการสื่อสารด้วยสัญลักษณ์ เช่น ภาษา เพื่อการแสดงออก แลกเปลี่ยนความคิด และการจัดระเบียบ มนุษย์สร้างโครงสร้างทางสังคมอันซับซ้อน ซึ่งประกอบด้วยการรวมกลุ่มจำนวนมากที่มีทั้งร่วมมือและแข่งขันกัน จากครอบครัวและวงศาคณาญาติ ไปจนถึงรัฐ ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างมนุษย์ได้ก่อตั้งค่านิยม บรรทัดฐานทางสังคมและพิธีกรรม ซึ่งรวมกันเป็นรากฐานของสังคมมนุษย์ มนุษย์ขึ้นชื่อในความปรารถนาที่จะเข้าใจและมีอิทธิพลเหนือสิ่งแวดล้อม แสวงหาคำอธิบายและปรับเปลี่ยนปรากฏการณ์ต่าง ๆ ผ่านวิทยาศาสตร์ ปรัชญา เทพปกรณัม และศาสนา

เนื้อหา

วิวัฒนาการ

ดูบทความหลักที่: วิวัฒนาการของมนุษย์

การศึกษาวิวัฒนาการของมนุษย์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ เป็นการศึกษาพัฒนาการของสกุล Homo การปะติดปะต่อหลักฐานของวิวัฒนาการเบนออกของเชื้อสายมนุษย์จากโฮมินิน (บรรพบุรุษร่วมระหว่างมนุษย์กับชิมแปนซี) โฮมินิด (ลิงไม่มีหางขนาดใหญ่) และไพรเมตอื่น ๆ. "มนุษย์สมัยใหม่" ถูกนิยามให้อยู่ในสปีชีส์ Homo sapiens และโดยเจาะจงว่าอยู่ในสปีชีส์ย่อย Homo sapiens sapiens เพียงหนึ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน.

หลักฐานจากชีววิทยาโมเลกุล

แผนภูมิแสดงโฮมินอยด์ที่ยังมีอยู่: มนุษย์ (สกุล Homo), ชิมแปนซีและโบโนโบ (สกุล Pan), กอริลลา (สกุล Gorilla), อุรังอุตัง (สกุล Pongo), และชะนี (สี่สกุลในวงศ์ Hylobatidae: Hylobates, Hoolock, Nomascus และ Symphalangus) ทั้งหมดยกเว้นชะนีเป็นโฮมินอยด์

สิ่งมีชีวิตที่ใกล้เคียงมนุษย์มากที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ คือ กอริลลาและชิมแปนซี ด้วยการเรียงลำดับของจีโนมมนุษย์และชิมแปนซี การประเมินความพ้องระหว่างลำดับดีเอ็นเอของมนุษย์กับชิมแปนซีในปัจจุบันมีพิสัยระหว่าง 95% ถึง 99% โดยการใช้เทคนิคที่เรียกว่า นาฬิกาโมเลกุล ซึ่งประเมินเวลาที่จำนวนการกลายเบนออกต้องการสะสมระหว่างเชื้อสายทั้งสอง ซึ่งทำให้สามารถคำนวณช่วงเวลาโดยประมาณที่เกิดการแยกเชื้อสายได้. ชะนี (hylobatidae) และอุรังอุตัง (สกุล Pongo) เป็นกลุ่มแรก ๆ ที่แยกออกจากสายที่นำไปสู่มนุษย์ จากนั้นเป็นกอริลลา (สกุล Gorilla) ตามมาด้วยชิมแปนซีและลิงโบโนโบ (สกุล Pan) เชื้อสายมนุษย์และชิมแปนซีแยกจากกันระหว่าง 8-4 ล้านปีที่แล้ว ในปลายสมัยไมโอซีน

หลักฐานจากบันทึกซากดึกดำบรรพ์

มีหลักฐานซากดึกดำบรรพ์เพียงเล็กน้อยที่อธิบายการเบนออกของเชื้อสายกอริลลา ชิมแปนซี และโฮมินิน. ซากดึกดำบรรพ์เก่าแก่ที่สุดที่ถูกเสนอเป็นสมาชิกของเชื้อสายโฮมินิน คือ Sahelanthropus tchadensis ซึ่งมีอายุราว 7 ล้านปี, Orrorin tugenensis ซึ่งมีอายุราว 5.7 ล้านปี และ Ardipithecus kadabba ซึ่งมีอายุราว 5.6 ล้านปี แต่ละสปีชีส์ดังกล่าวมีการโต้แย้งว่าเป็นบรรพบุรุษสองเท้าของโฮมินินในสมัยหลัง แต่ข้ออ้างในแต่ละกรณีได้ถูกคัดค้าน. เป็นไปได้ว่า สปีชีส์หนึ่งข้างต้นเป็นบรรพบุรุษของลิงไม่มีหางแอฟริกาอีกสาขาหนึ่ง หรือพวกมันอาจเป็นบรรพบุรุษร่วมของโฮมินินกับลิงไม่มีหางอื่น ๆ. คำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์ยุคต้นเหล่านี้กับเชื้อสายโฮมินินยังต้องหาคำตอบต่อไป. จากสปีชีส์ยุคแรกเริ่มเหล่านี้ ออสตราโลพิเธซีน (Australopithecines) ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 4 ล้านปีที่แล้ว และเบนออกเป็นสาขา Robust (หรือเรียกว่า Paranthropus) และ Gracile ซึ่งหนึ่งในนั้น (อาจเป็น A. garhi) ต่อมาเป็นบรรพบุรุษของสกุล Homo.

สมาชิกเก่าแก่ที่สุดของสกุล Homo คือ Homo habilis ซึ่งวิวัฒนาการเมื่อราว 2.3 ล้านปีที่ผ่านมา Homo habilis เป็นสปีชีส์แรกซึ่งมีหลักฐานการใช้เครื่องมือหิน สมองของโฮมินินยุคเริ่มแรกนี้ยังมีขนาดเท่ากับสมองชิมแปนซี และการปรับตัวหลักของพวกมัน คือ การเดินสองเท้า ซึ่งเป็นการปรับตัวเพื่ออยู่อาศัยบนดิน อีกหนึ่งล้านปีต่อมา ขบวนการรวมอวัยวะสำคัญไว้ที่หัว (encephalization) เริ่มขึ้น และด้วยการมาถึงของ Homo erectus ในบันทึกซากดึกดำบรรพ์ ความจุกะโหลกได้เพิ่มเป็นสองเท่า Homo erectus เป็นโฮมินินชนิดแรกที่อพยพจากแอฟริกา และสปีชีส์นี้แพร่กระจายไปทั่วแอฟริกา เอเชียและยุโรประหว่าง 1.8 ถึง 1.3 ล้านปีที่แล้ว ประชากรหนึ่งของ H. erectus หรือที่บางครั้งจัดเป็นอีกสปีชีส์ต่างหาก ชื่อ Homo ergaster ยังคงอาศัยอยู่ในแอฟริกาและวิวัฒนาการเป็น Homo sapiens เชื่อกันว่าสปีชีส์เหล่านี้เป็นพวกแรกที่ใช้ไฟและเครื่องมือที่ซับซ้อน ซากดึกดำบรรพ์ตัวเชื่อมที่เก่าแก่ที่สุดระหว่าง H. ergaster/erectus และ H. sapiens โบราณมาจากแอฟริกา เช่น Homo rhodesiensis แต่ดูเหมือนว่า รูปแบบตัวเชื่อมจะยังพบที่ดมานีซี (Dmanisi) ประเทศจอร์เจีย สิ่งมีชีวิตสืบเชื้อสายของ H. erectus แอฟริกานี้แพร่กระจายทั่วยูเรเซียจากประมาณ 500,000 ปีที่แล้ว วิวัฒนาการเป็น H. antecessor, H. heidelbergensis และ H. neanderthalensis ซากดึกดำบรรพ์เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์สมัยใหม่ทางกายวิภาคศาสตร์อยู่ในยุคหินเก่าตอนกลาง ราว 200,000 ปีที่แล้ว เช่น ซากโอโม (Omo remains) แห่งเอธิโอเปีย ฟอสซิลในสมัยหลังจาก Skhul ในอิสราเอล และยุโรปใต้ เริ่มตั้งแต่ราว 90,000 ปีที่แล้ว ต่อมาในปี พ.ศ. 2560 การค้นพบซากฟอสซิลกระดูกมนุษย์โฮโม เซเปียนส์ ที่ถ้ำเซเบล อีร์ฮูด ในประเทศโมร็อกโก อายุระหว่าง 300,000 - 350,000 ปี ซึ่งบ่งชี้ว่ามนุษย์ไม่ได้มีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วจากแหล่งเดียวที่เอธิโอเปียตามที่เข้าใจกันแต่เป็นการค่อย ๆวิวัฒนาการปรับสภาพทางกายภาพร่วมกันจากหลาย ๆ แหล่งในแอฟริกาแบบที่ละเล็กทีละน้อยผ่านเวลายาวนานจนเป็นลักษณะในปัจจุบันนี้

การปรับตัวทางกายวิภาคศาสตร์

วิวัฒนาการของมนุษย์มีคุณลักษณะพิเศษโดยการเปลี่ยนแปลงทางกายสัณฐานวิทยา พัฒนาการ สรีรวิทยาและพฤติกรรมจำนวนหนึ่ง ซึ่งได้เกิดขึ้นนับแต่การแยกออกระหว่างบรรพบุรุษร่วมสุดท้ายของมนุษย์กับชิมแปนซี การปรับตัวทางกายวิภาคศาสตร์ที่สำคัญที่สุด ได้แก่ 1. ทวิบทหรือการเดินสองเท้า 2. ขนาดสมองที่ใหญ่ขึ้น 3. การพัฒนาเจริญเติบโตที่นานขึ้น (การตั้งครรภ์และวัยทารก) 4. ภาวะทวิสัณฐานทางเพศที่ลดลง ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเหล่านี้ยังเป็นหัวข้อถกเถียงกันอยู่ การเปลี่ยนแปลงทางการสัณฐานวิทยาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ได้แก่ วิวัฒนาการของการหยิบจับที่มีพลังและแม่นยำด้วยนิ้วหัวแม่มือ ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกใน H. erectus

ทวิบท (Bipedalism) เป็นการปรับตัวพื้นฐานของสายโฮมินิน และถูกมองว่าเป็นสาเหตุหลักเบื้องหลังชุดการเปลี่ยนแปลงของโครงกระดูกที่เกิดในโฮมินินทวิบทร่วมกัน โฮมินินทวิบทที่เก่าแก่ที่สุดถูกมองว่า อาจเป็น Sahelanthropus หรือ Orrorin โดย Ardipithecus ซึ่งเป็นทวิบทอย่างเต็มตัว มาทีหลัง พวกที่เดินด้วยข้อนิ้วมือ อย่างกอริลลาและชิมแปนซี เบนออกในเวลาใกล้เคียงกัน และ Sahelanthropus หรือ Orrorin สปีชีส์ใดสปีชีส์หนึ่งอาจเป็นบรรพบุรุษร่วมสุดท้ายรหว่างมนุษย์กับลิงทั้งสอง สัตว์สองเท้าช่วงต้น ๆ สุดท้ายวิวัฒนาการไปเป็นออสตราโลพิเธซีน และสกุล Homo ต่อมา มีหลายทฤษฎีที่อธิบายคุณค่าของการปรับตัวเป็นทวิบท เป็นไปได้ว่าเหตุที่ทวิบทได้รับการสนับสนุนเพราะทำให้สัตว์มีมือว่างที่จะเอื้อมถึงและถืออาหาร เพราะมันช่วยรักษาพลังงานระหว่างการเคลื่อนไหว เพราะทำให้สามารถวิ่งและล่าระยะไกลได้ หรือเป็นยุทธศาสตร์หลีกเลี่ยงภาวะไข้สูงโดยลดพื้นผิวที่จะสัมผัสกับแสงอาทิตย์โดยตรง

สปีชีส์มนุษย์พัฒนาสมองใหญ่กว่าสมองของไพรเมตอื่นมาก โดยทั่วไป สมองมนุษย์สมัยใหม่มีปริมาตร 1,330 ซม.3 กว่าสองเท่าของขนาดสมองชิมแปนซีหรือกอริลลา รูปแบบของการรวมอวัยวะสำคัญที่หัวเริ่มต้นด้วย Homo habilis ซึ่งมีขนาดสมองประมาณ 600 ซม.3 ใหญ่กว่าชินแปนซีเล็กน้อย ตามมาด้วย Homo erectus (800-1,100 ซม.3) และถึงขีดสุดในนีแอนเดอร์ทาล โดยมีขนาดโดยเฉลี่ย 1,200-1,900 ซม.3 ซึ่งใหญ่กว่า Homo sapiens เสียอีก รูปแบบของการเจริญเติบโตของสมองหลังคลอดของมนุษย์แตกต่างไปจากลิงไม่มีหางอื่น และทำให้มีระยะการเรียนรู้ทางสังคมและการพัฒนาทักษะภาษายาวนานขึ้นในมนุษย์วัยเยาว์ อย่างไรก็ดี ข้อแตกต่างระหว่างโครงสร้างสมองมนุษย์กับสมองลิงไม่มีหางอื่นอาจสำคัญมากกว่าข้อแตกต่างในด้านขนาด การเพิ่มปริมาตรขึ้นตามเวลาได้กระทบต่อพื้นที่ต่าง ๆ ในสมองไม่เท่ากัน สมองกลีบขมับ ซึ่งบรรจุศูนย์กลางการประมวลผลภาษาได้เพิ่มขึ้นอย่างไม่ได้สัดส่วน เช่นเดียวกับที่สมองส่วนหน้าซึ่งเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจที่ซับซ้อนและการประสานพฤติกรรมทางสังคม การรวมอวัยวะสำคัญไว้ที่หัวมีความสัมพันธ์กับการที่มนุษย์เน้นกินเนื้อสัตว์เป็นอาหารเพิ่มขึ้น หรือกับพัฒนาการของการทำอาหาร และมีการเสนอว่า เชาวน์ปัญญาเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการสนองต่อความจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาสังคมที่เพิ่มขึ้น เมื่อสังคมมนุษย์ซับซ้อนขึ้น

ระดับทวิสัณฐานทางเพศที่ลดลงสังเกตได้ชัดเจนที่สุดจากการลดลงของฟันเขี้ยวในชายเมื่อเทียบกับสปีชีส์ลิงไม่มีหางอื่น (ยกเว้นชะนี) การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาที่สำคัญอีกประการหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับเพศสภาพในมนุษย์ คือ วิวัฒนาการของการเป็นสัดแฝงเร้น (hidden estrus) มนุษย์เป็นลิงไม่มีหางขนาดใหญ่ชนิดเดียวซึ่งหญิงสามารถสืบพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี และไม่มีสัญญาณแสดงภาวะเจริญพันธุ์ที่ร่างกายสร้างขึ้นเป็นพิเศษ (เช่น อวัยวะสืบพันธุ์บวมระหว่างการเป็นสัด) แม้กระนั้น มนุษย์ยังมีภาวะทวิสัณฐานทางเพศระดับหนึ่งในการกระจายขนของร่างกายและไขมันใต้หนัง และในขนาดโดยรวม ชายใหญ่กว่าหญิงราว 25% เพราะวัยทารกของลูกยาวนาน มนุษย์จึงเน้นการจับคู่เพิ่มขึ้นเพื่อเป็นทางออกที่เป็นไปได้ต่อความต้องการการลงทุนของพ่อแม่ (parental investment) ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาต่าง ๆ ข้างต้นนั้นถูกตีความว่าเป็นผลมาจากการเน้นการจับคู่ที่เพิ่มขึ้นนี้เอง

ยุคหินเก่า

การแพร่กระจายทั่วโลกของมนุษย์

มนุษย์สมัยใหม่ทางกายวิภาควิวัฒนาการจาก โฮโม เซเปียนส์ ดั้งเดิมในแอฟริกาในยุคหินเก่าตอนกลาง ราว 200,000 ปีที่แล้ว จนถึงการเริ่มต้นของสมัยหินเก่าตอนปลาย (50,000 ปีที่แล้ว) ได้มีการพัฒนาความนำสมัยทางพฤติกรรมเต็มตัว รวมทั้งภาษา ดนตรีและสิ่งสากลทางวัฒนธรรมอื่นขึ้น

การอพยพออกนอกทวีปแอฟริกาประเมินว่าเกิดขึ้นราว 70,000 ปีที่แล้ว มนุษย์สมัยใหม่ภายหลังแพร่กระจายไปทั่วโลก แทนที่โฮมินิดอื่นก่อนหน้า มนุษย์อาศัยอยู่ในยูเรเชียและโอเชียเนียก่อน 40,000 ปีที่แล้ว และทวีปอเมริกาเมื่ออย่างน้อย 14,500 ปีที่แล้ว ทฤษฎีที่นิยมแพร่หลายหนึ่งว่า มนุษย์แทนที่ Homo neanderthalensis และสปีชีส์อื่นซึ่งสืบเชื้อสายมาจาก Homo erectus (ผู้อยู่อาศัยในยูเรเชียเนิ่นตั้งแต่ 2 ล้านปีที่แล้ว) ผ่านการสืบพันธุ์และการแก่งแย่งชิงทรัพยากรที่ประสบความสำเร็จกว่า รูปแบบหรือขอบเขตที่แน่ชัดของการอยู่ร่วมกันและปฏิสัมพันธ์ของสปีชีส์ทั้งสองนั้นไม่ทราบและยังคงเป็นหัวข้อโต้แย้งกันต่อไป

หลักฐานจากพันธุศาสตร์โบราณคดีซึ่งสะสมมาตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1990 ได้ให้การสนับสนุนที่น่าเชื่อถือต่อสมมุติฐานลำดับเหตุการณ์ "ออกจากแอฟริกา" และได้เบียดข้อสันนิษฐานหลายภูมิภาคคู่แข่งตกไป ซึ่งได้เสนอว่า มนุษย์สมัยใหม่วิวัฒนาการมา อย่างน้อยบางส่วน จากประชากรโฮมินิดที่แยกกัน

นักพันธุศาสตร์ ลินน์ จอร์จและเฮนรี อาร์เพนดิงแห่งมหาวิทยาลัยยูทาห์ เสนอว่า ความหลากหลายในดีเอ็นเอมนุษย์นั้นเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับความหลากหลายในสปีชีส์อื่น พวกเขายังเสนอว่า ระหว่างสมัยไพลสโตซีนตอนปลาย ประชากรมนุษย์ลดลงเหลือเพียงคู่พ่อแม่พันธุ์จำนวนน้อยเท่านั้น คือ ไม่มากกว่า 10,000 คน และอาจเหลือน้อยเพียง 1,000 คน ส่งผลให้ยีนพูลตกค้างมีขนาดเล็กมาก หลายเหตุผลสำหรับข้อสมมุติปรากฏการณ์คอขวดประชากรนี้ เหตุผลหนึ่ง คือ ทฤษฎีมหันตภัยโตบา (Toba catastrophe theory)

การเปลี่ยนผ่านสู่อารยธรรม

ดูเพิ่มเติมที่: ประวัติศาสตร์โลก
การรู้จักทำการเกษตร และนำสัตว์ป่ามาเลี้ยงของมนุษย์ นำไปสู่การตั้งถิ่นฐานมนุษย์ที่เสถียร

มนุษย์ส่วนมากมีวิถีชีวิตด้วยการล่าสัตว์และเก็บหาของป่า กระทั่งเมื่อประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว พวกเขามักอยู่อาศัยกันเป็นกลุ่มเร่รอนขนาดเล็ก เรียกว่า สังคมกลุ่มคน (band society) การเริ่มทำการเกษตรกระตุ้นให้เกิดการปฏิวัติยุคหินใหม่ เมื่อมนุษย์มีอาหารส่วนเกินจนนำไปสู่การตั้งถิ่นฐานมนุษย์อย่างถาวร มีการนำสัตว์มาเลี้ยงและการใช้เครื่องมือโลหะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เกษตรกรรมยังเกื้อหนุนการค้าและความร่วมมือ และได้นำไปสู่สังคมที่มีความซับซ้อน

ราว 6,000 ปีที่แล้ว มนุษย์ได้พัฒนา "ว่าที่รัฐ" แห่งแรกขึ้นในดินแดนเมโสโปเตเมีย, ลุ่มแม่น้ำไนล์ของอียิปต์ และลุ่มแม่น้ำสินธุ ทั้งมีการจัดกำลังทางทหารเพื่อการป้องกัน และระบบราชการเพื่อการบริหารปกครอง รัฐต่าง ๆ มีการร่วมมือกันและแข่งขันกันเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากร ซึ่งในบางกรณีก็ถึงขั้นทำสงครามกัน ประมาณ 2,000-3,000 ปีที่แล้ว บางรัฐเช่น เปอร์เซีย, อินเดีย, จีน, โรม, และกรีซ เป็นรัฐแรก ๆ ที่พัฒนาจากการขยายดินแดนจนกลายเป็นจักรวรรดิ กรีซโบราณเป็นอารยธรรมต้นแบบซึ่งได้วางรากฐานของวัฒนธรรมตะวันตก เป็นบ่อเกิดของปรัชญาตะวันตก ประชาธิปไตย ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ที่สำคัญ กีฬาโอลิมปิก วรรณกรรมและประวัติศาสตร์นิพนธ์ตะวันตก รวมทั้งนาฏกรรมตะวันตก รวมทั้งโศกนาฏกรรมและสุขนาฏกรรม ศาสนาซึ่งมีอิทธิพล เช่น ศาสนายูดาย กำเนิดขึ้นในเอเชียตะวันตก และศาสนาฮินดู ซึ่งกำเนิดขึ้นในเอเชียใต้ ยังปรากฏชัดในช่วงเวลานี้เช่นกัน

ยุคกลางตอนกลายได้เกิดการปฏิวัติทางความคิดและเทคโนโลยี สังคมเมืองที่ก้าวหน้าในประเทศจีนได้เป็นปัจจัยที่ช่วยให้เกิดนวัตกรรมและความรู้ใหม่ ๆ เช่นการหว่านเมล็ดพืชและการพิมพ์ ในอินเดีย ความก้าวหน้าที่สำคัญมีในด้านคณิตศาสตร์ ปรัชญา ศาสนาและโลหะวิทยา ยุคทองของอิสลามมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญในจักรวรรดิมุสลิม การกลับมาค้นพบความรู้ในยุคคลาสสิกของยุโรปและการประดิษฐ์แท่นพิมพ์นำไปสู่การฟื้นฟูศิลปะวิทยาในศตวรรษที่ 14 และ 15 ในระยะเวลา 500 ปีต่อมาเป็นยุคแห่งการสำรวจและล่าอาณานิคม กระทั่งดินแดนส่วนใหญ่ในทวีปอเมริกา เอเซีย และแอฟริกาอยู่ภายใต้การควบคุมของยุโรป นำไปสู่การดิ้นรนเพื่อเอกราชในภายหลัง การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 17 และการปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 18-19 ก่อให้เกิดนวัตกรรมรูปแบบการขนส่งสำคัญ เช่น ทางรถไฟและรถยนต์ การพัฒนาทางพลังงาน เช่น ไฟฟ้าและถ่านหิน และมีการพัฒนารูปแบบการปกครองเช่น ประชาธิปไตยแบบมีผู้แทนและคอมมิวนิสต์

จากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การพัฒนาทางเทคโนโลยีในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 เป็นการเริ่มต้นของยุคสารสนเทศ มนุษย์สมัยใหม่มีชีวิตในโลกที่ทุกสถานที่สามารถรับรู้ข่าวสารความเคลื่อนไหวของทั่วทุกที่ในโลกไปพร้อม ๆ กัน และทุกที่เชื่อมต่อถึงกันโดยมีเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นปัจจัยหลัก มีการประมาณไว้ว่าใน ค.ศ. 2010 มนุษย์กว่า 2 พันล้านคนสื่อสารกันได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต และ 3.3 พันล้านคนสื่อสารกันด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่

ถึงแม้ว่าการเชื่อมต่อถึงกันระหว่างมนุษย์ช่วยให้เกิดการเติบโตทางวิทยาศาสตร์ ศิลปะ การสนทนา และเทคโนโลยี แต่ก็เกิดการปะทะกันของวัฒนธรรม เกิดการพัฒนาและการใช้อาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง อารยธรรมมนุษย์ได้นำไปสู่การทำลายสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดมลภาวะ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญต่อการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตอื่น เรียกว่า เหตุการณ์สูญพันธุ์โฮโลซีน (holocene extinction event) ซึ่งอาจเร่งให้เกิดเร็วขึ้นโดยปรากฏการณ์โลกร้อนในอนาคต

โลกเมื่อมองจากอวกาศ แสดงขอบเขตการจับจองที่อยู่อาศัยของมนุษย์บนดาวเคราะห์ บริเวณที่มีแสงสว่างคือ พื้นที่ที่มีการอยู่อาศัยหนาแน่นที่สุด

ถิ่นฐานมนุษย์ช่วงต้น ๆ ขึ้นอยู่กับความใกล้ชิดกับน้ำและทรัพยากรธรรมชาติอื่นซึ่งใช้เพื่อยังชีพขึ้นอยู่กับรูปแบบการดำเนินชีวิต เช่น ประชากรของเหยื่อสัตว์ที่ใช้เพื่อการล่าและผืนดินซึ่งเหมาะแก่การเพาะปลูกและเลี้ยงปศุสัตว์ แต่มนุษย์มีขีดความสามารถอย่างสูงในการเปลี่ยนแปลงถิ่นที่อยู่ด้วยวิธีการเทคโนโลยี ผ่านชลประทาน การผังเมือง การก่อสร้าง การขนส่ง การผลิตสินค้า การทำลายป่าและการกลายเป็นทะเลทราย (desertification) การเปลี่ยนแปลงถิ่นที่อยู่โดยเจตนามักทำขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการเพิ่มความมั่งคั่งเชิงวัตถุ เพิ่มความสบายเชิงความร้อน (thermal comfort) พัฒนาปริมาณอาหารที่หาได้ พัฒนาสุนทรียศาสตร์ หรือเพิ่มความง่ายในการเข้าถึงทรัพยากรหรือถิ่นฐานมนุษย์อื่น ๆ ด้วยการริเริ่มโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าและการขนส่งขนานใหญ่ ความใกล้ชิดทรัพยากรเหล่านี้กลายเป็นสิ่งไม่จำเป็น และในหลายพื้นที่ ปัจจัยเหล่านี้มิได้เป็นแรงขับดันเบื้องหลังการเติบโตและการเสื่อมถอยของประชากร แต่รูปแบบซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงถิ่นที่อยู่มักเป็นปัจจัยหลักกำหนดการเปลี่ยนแปลงประชากร

เทคโนโลยีเอื้อให้มนุษย์ตั้งอาณานิคมในทุกทวีปและปรับตัวเองเข้ากับลักษณะอากาศแทบทุกแบบได้ ภายในศตวรรษที่แล้ว มนุษย์ได้สำรวจแอนตาร์กติกา ร่องลึกมหาสมุทร และอวกาศ แม้การตั้งอาณานิคมในสิ่งแวดล้อมเหล่านี้จะยังเป็นไปไม่ได้ก็ตาม ด้วยประชากรกว่าหกพันล้านคน มนุษย์เป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดใหญ่ที่มีจำนวนมากที่สุด มนุษย์ส่วนมาก (61%) อาศัยอยู่ในเอเชีย ที่เหลืออาศัยอยู่ในทวีปอเมริกา (14%) ทวีปแอฟริกา (14%) ทวีปยุโรป (11%) และโอเชียเนีย (0.5%)

การอยู่อาศัยของมนุษย์ภายในระบบนิเวศวิทยาปิดในสิ่งแวดล้อมไม่เป็นมิตร เช่น แอนตาร์กติกาและอวกาศ มีราคาแพง โดยปกติแล้วมีระยะเวลาจำกัด และมีขอบเขตเฉพาะการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ ทางทหารหรือทางอุตสาหกรรมเท่านั้น ชีวิตในอวกาศนานทีมีหน โดยไม่เคยมีมนุษย์ในอวกาศพร้อมกันเกินกว่าสิบสามคนเลย ระหว่าง ค.ศ. 1969 และ 1972 มนุษย์ใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ บนดวงจันทร์คราวละสองคน จวบจนปัจจุบัน มนุษย์ไม่เคยเดินทางเยือนเทห์ฟากฟ้าอื่นเลย แม้จะมีมนุษย์ขึ้นไปยังอวกาศอย่างต่อเนื่องนับแต่การส่งลูกเรือชุดแรกไปอาศัยอยู่ในสถานีอวกาศนานาชาติเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2000 อย่างไรก็ดี เทห์ฟากฟ้าอื่นเคยมีวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นส่งไปเยือนแล้ว

นับแต่ ค.ศ. 1800 ประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นจากหนึ่งพันล้านคนเป็นกว่าหกพันล้านคน ใน ค.ศ. 2004 ประชากรราว 2.5 พันล้านคนจาก 6.3 พันล้านคน (39.7%) อาศัยอยู่ในเขตเมือง และตัวเลขนี้คาดว่าจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นตลอดคริสต์ศตวรรษที่ 21 เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2008 สหประชาชาติประเมินว่าประชากรโลกครึ่งหนึ่งจะอาศัยอยู่ในเขตเมืองเมื่อถึงสิ้นปีนั้น ปัญหาของมนุษย์ผู้อาศัยอยู่ในนครมีทั้งมลพิษและอาชญากรรมหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นครชั้นในและสลัมชานเมือง

มนุษย์ได้มีผลกระทบอย่างรวดเร็วต่อธรรมชาติ ด้วยมนุษย์แทบไม่เคยตกเป็นเหยื่อของสัตว์ใด จึงถูกอธิบายว่าเป็นนักล่าขั้นสูงสุด (apex predator) ปัจจุบัน ผ่านการพัฒนาที่ดิน การเผาไหม้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ และมลพิษ จึงคาดกันว่ามนุษย์เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงลักษณะอากาศโลก ถ้าการเปลี่ยนแปลงนี้ยังเกิดขึ้นด้วยอัตราในปัจจุบัน มีการทำนายว่า สปีชีส์ครึ่งหนึ่งบนโลกจะหายไปภายในศตวรรษหน้า

ดูบทความหลักที่: ชีววิทยามนุษย์

กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา

ดูบทความหลักที่: กายวิภาคศาสตร์มนุษย์
ลักษณะทางกายวิภาคพื้นฐานของมนุษย์เพศหญิงและชาย ขนร่างกายและขนใบหน้าของชายถูกนำออกจากแบบจำลองนี้

มนุษย์มีลักษณะร่างกายต่างกันอยู่มาก แม้ว่าขนาดร่างกายส่วนใหญ่ถูกกำหนดโดยยีน แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อร่างกายเช่นการออกกำลังกายและโภชนาการ ความสูงเฉลี่ยของมนุษย์โตเต็มวัยอยู่ที่ประมาณ 1.5 ถึง 1.8 เมตร ตัวเลขนี้แตกต่างกันมากในแต่ละที่และขึ้นอยู่กับชาติพันธุ์กำเนิด น้ำหนักโดยเฉลี่ยคือ 76-83 กิโลกรัมในชาย และ 54-64 กิโลกรัมในหญิง น้ำหนักอาจแตกต่างกันได้มากโดยมีปัจจัยเช่นความอ้วน

แม้มนุษย์จะดูเหมือนไม่มีขนเมื่อเทียบกับไพรเมตอื่น แต่ด้วยการเติบโตของเส้นผมที่เด่นชัดเกิดขึ้นหลัก ๆ บนจุดสูงสุดของหัว ใต้แขนและบริเวณหัวเหน่า มนุษย์โดยเฉลี่ยมีรูขุมขนบนร่างกายมากกว่าชิมแปนซีโดยเฉลี่ย ความแตกต่างหลักคือ ขนของมนุษย์สั้นกว่า บางกว่าและย้อมสีเข้มน้อยกว่าของชิมแปนซีโดยเฉลี่ย ทำให้ขนของมนุษย์มองเห็นได้ยากกว่า

สีของผิวหนังและขนมนุษย์กำหนดโดยการมีอยู่ของสารสี เรียกว่า เมลานิน สีผิวหนังมนุษย์มีตั้งแต่น้ำตาลเข้มไปถึงชมพูซีด สีขนมนุษย์มีตั้งแต่ขาวถึงน้ำตาลถึงแดงถึงดำที่พบมากที่สุด ความเข้มข้นของเมลานินในผมจางไปเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น ทำให้ผมกลายเป็นสีเทาหรือกระทั่งขาว นักวิจัยส่วนมากเชื่อว่า การเข้มของผิวหนังเป็นการปรับตัวซึ่งวิวัฒนาการมาเป็นการป้องกันต่อการแผ่รังสีอัลตราไวโอเล็ตจากดวงอาทิตย์ อย่างไรก็ดี เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีการถกเถียงกันว่า สีผิวหนังเฉพาะเป็นการปรับตัวเพื่อรักษาสมดุลโฟเลต ซึ่งถูกทำลายโดยการแผ่รังสีอัลตราไวโอเลต และวิตามินดี ซึ่งต้องการแสงอาทิตย์ในการสร้างขึ้น การมีสารสีจับผิวหนังของมนุษย์ร่วมสมัยนั้นจัดช่วงชั้นตามภูมิศาสตร์ และโดยทั่วไปแล้วมีความสัมพันธ์กับระดับของการแผ่รังสีอัลตราไวโอเลต ผิวหนังมนุษย์ยังสามารถมีสีเข้มขึ้นได้ (เช่น การอาบแดด) เพื่อสนองต่อการสัมผัสการแผ่รังสีอัลตราไวโอเล็ต มนุษย์มีแนวโน้มอ่อนแอทางกายภาพกว่าไพรเมตอื่นที่มีขนาดเท่า ๆ กัน โดยมนุษย์เพศชายหนุ่มภายใต้เงื่อนไขยังแสดงว่าไม่อาจเทียบได้กับความแข็งแกร่งของอุรังอุตังเพศเมีย ซึ่งแข็งแรงกว่าอย่างน้อยสามเท่า

โครงสร้างเชิงกรานมนุษย์แตกต่างไปจากของไพรเมตอื่น เช่นเดียวกับนิ้วเท้า ผลคือ มนุษย์วิ่งระยะสั้นได้ช้ากว่าสัตว์อื่นส่วนมาก แต่เป็นหนึ่งในบรรดานักวิ่งระยะไกลที่ดีที่สุดในอาณาจักรสัตว์ ขนตามร่างกายที่บางกว่าและต่อมเหงื่อที่มีมากกว่าของมนุษย์ยังช่วยหลีกเลี่ยงอาการเพลียแดดขณะวิ่งเป็นระยะทางไกล ๆ ด้วยเหตุนี้ การล่าต่อเนื่อง (persistence hunting) จึงมีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะเป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดสำหรับมนุษย์ช่วงแรก ๆ วิธีการนี้ เหยื่อจะถูกไล่ติดตามกระทั่งเหนื่อยอย่างแท้จริง วิธีนี้ยังอาจช่วยให้ประชากรมนุษย์โครมันยองช่วงแรก ๆ เอาชนะประชากรนีแอนเดอร์ธัลในการแย่งชิงอาหาร ในทางตรงกันข้าม นีแอนเดอร์ธัลซึ่งมีความแข็งแรงทางกายมากกว่าจะประสบความยากลำบากกว่าเมื่อต้องล่าสัตว์ด้วยวิธีนี้ และมีแนวโน้มล่าสัตว์ที่ใหญ่กว่าในพื้นที่ปิด การแลกเปลี่ยนข้อได้เปรียบนี้ของเชิงกรานมนุษย์สมัยใหม่คือ การคลอดเด็กจะยากและอันตรายกว่ามาก มนุษย์ยังไม่เหมือนไพรเมตอื่นส่วนมากตรงที่มนุษย์สามารถเดินสองเท้าได้เต็มที่ ดังนั้นจึงสามารถใช้สองแขนในการทำงานกับวัตถุหรือเครื่องมือชนิดต่าง ๆ โดยมีนิ้วโป้งที่ยื่นออกไปด้านข้างช่วยประคอง

องค์ประกอบของร่างกายมนุษย์ในบุคคลหนัก 60 กก.
องค์ประกอบ น้ำหนัก % อะตอม
ออกซิเจน 38.8 กก. 25.5
คาร์บอน 10.9 กก. 9.5
ไฮโดรเจน 6.0 กก. 63.0
ไนโตรเจน 1.9 กก. 1.4
อื่น ๆ 2.4 กก. 0.6

โครงสร้างไหล่มนุษย์สมัยใหม่เอื้อให้ขว้างปาอาวุธได้ ซึ่งสำหรับคู่แข่งนีแอนเดอร์ธัลแล้ว การขว้างปาอาวุธนั้นยากกว่ามากหรือกระทั่งเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้อย่างมีประสิทธิภาพเลย

สูตรฟันของมนุษย์เป็นดังนี้ 2.1.2.3 2.1.2.3 {\displaystyle {\tfrac {2.1.2.3}{2.1.2.3}}} มนุษย์มีสัดส่วนเพดานปากสั้นกว่าและฟันเล็กกว่ามากเมื่อเทียบกับไพรเมตอื่น มนุษย์เป็นเพียงไพรเมตชนิดเดียวที่ฟันสั้นและค่อนข้างราบ มนุษย์มีลักษณะฟันเก โดยมีช่องว่างจากฟันที่เสียไปโดยปกติแล้วจะถูกอุดอย่างรวดเร็วในวัยเด็ก มนุษย์ค่อย ๆ เสียฟันกรามซี่สุดท้ายไป โดยในบางรายไม่มีมาแต่กำเนิด

พันธุศาสตร์

มนุษย์เป็นสปีชีส์ยูคาริโอตดิพลอยด์เช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ แต่ละเซลล์มีโครโมโซมสองชุด ชุดละ 23 แท่ง โดยโครโมโซมได้รับมาจากพ่อและแม่คนละชุด ยกเว้นเซลล์สืบพันธุ์ซึ่งมีโครโมโซมชุดเดียวผสมกันระหว่างชุดของพ่อและแม่ มนุษย์มีโครโมโซมร่างกาย 22 คู่ และโครโมโซมเพศ 1 คู่ เช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมอื่น มนุษย์มีระบบการกำหนดเพศ XY ดังนั้น ผู้หญิงมีโครโมโซมเพศ XX และชายมี XY

จากการประเมินในปัจจุบัน มนุษย์มียีนประมาณ 22,000 ยีน การแปรผันในดีเอ็นเอของมนุษย์นั้นเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับสปีชีส์อื่น ซึ่งอาจเป็นหลักฐานของปรากฏการณ์คอขวดประชากรในยุคไพลสโตซีนตอนปลาย (ราว 100,000 ปีก่อน) ซึ่งประชากรมนุษย์ลดลงเหลือเพียงไม่กี่คู่ ความหลากหลายของนิวคลีโอไทด์ขึ้นอยู่กับการกลายพันธุ์เดี่ยว ที่เรียกว่า ซิงเกิลนิวคลีโอไทด์โพลีมอร์ฟิซึม (single nucleotide polymorphism) ความหลากหลายของนิวคลีโอไทด์ในมนุษย์อยู่ที่ราว 0.1% หรือ ความแตกต่าง 1 ต่อ 1,000 คู่เบส ซึ่งความแตกต่าง 1 ใน 1,000 นิวคลีโอไทด์ระหว่างมนุษย์สองคนที่ถูกสุ่ม หมายความว่า จะมีความแตกต่าง 3 ล้านนิวคลีโอไทด์ เพราะจีโนมมนุษย์มีประมาณ 3 พันล้านนิวคลีโอไทด์ ซิงเกิลนิวคลีโอไทด์โพลีมอร์ฟิซึมเหล่านี้ส่วนมากเป็นกลาง (neutral) ส่วนราว 3 ถึง 5% มีหน้าที่และส่งอิทธิพลต่อความแตกต่างของฟีโนไทป์ระหว่างมนุษย์ผ่านแอลลีล

ด้วยการเปรียบเทียบส่วนของจีโนมที่ไม่ถูกคัดเลือกโดยธรรมชาติกับที่มีการกลายพันธุ์สะสมที่อัตราค่อนข้างคงที่ จึงเป็นไปได้ที่จะปะติดปะต่อต้นไม้พันธุกรรมซึ่งรวมสปีชีส์มนุษย์ทั้งหมดนับตั้งแต่บรรพบุรุษร่วมสุดท้าย แต่ละครั้งที่การกลายพันธุ์ที่แน่นอน (ซิงเกิลนิวคลีโอไทด์โพลีมอร์ฟิซึม) เกิดขึ้นในปัจเจกบุคคลและถูกส่งต่อไปยังเชื้อสายของผู้นั้น จะมีการสร้าง haplogroup ซึ่งได้แก่เชื้อสายของปัจเจกบุคคลผู้จะมีการกลายพันธุ์นั้นด้วย โดยการเปรียบเทียบดีเอ็นเอไมโทคอนเดรียซึ่งรับมาเฉพาะจากแม่เท่านั้น นักพันธุศาสตร์จึงได้สรุปว่า บรรพบุรุษร่วมหญิงสุดท้ายซึ่งพบเครื่องหมายพันธุกรรมในมนุษย์สมัยใหม่ทุกคน หรือที่เรียกว่า "ไมโทคอนเดรียล อีฟ" (mitochondrial Eve) นั้น ต้องมีชีวิตอยู่เมื่อราว 200,000 ปีมาแล้ว

พลังแห่งการคัดเลือกโดยธรรมชาตินั้นยังคงเกิดขึ้นกับประชากรมนุษย์ต่อไป โดยมีหลักฐานว่าจีโนมบางบริเวณแสดงการคัดเลือกไว้ทิศทางเดียว (directional selection) ในช่วง 15,000 ปีที่ผ่านมา

วงจรชีวิต

เช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมอื่น การสืบพันธุ์ของมนุษย์เป็นการปฏิสนธิภายในโดยการร่วมเพศ (หรือเพศสัมพันธ์) ระหว่างกระบวนการนี้ องคชาตที่แข็งตัวของชายถูกสอดใส่เข้าไปในช่องคลอดของหญิง กระทั่งชายหลั่งน้ำอสุจิ ซึ่งบรรจุสเปิร์ม สเปิร์มเดินทางผ่านช่องคลอดและปากมดลูกเข้าไปในมดลูกหรือท่อนำไข่เพื่อปฏิสนธิกับโอวุม (ไข่) ในเวลาที่มีการปฏิสนธิและการฝังตัวของไข่ที่ผสมแล้วนั้น จะเกิดการตั้งครรภ์ในมดลูกของหญิงตามมา

ไซโกตแบ่งตัวภายในมดลูกของหญิงกลายมาเป็นเอ็มบริโอ (คัพภะ) ซึ่งหลังสภาวะตั้งครรภ์ 38 สัปดาห์ (9 เดือน) เอ็มบริโอจะกลายเป็นทารกในครรภ์ (fetus) หลังช่วงเวลานี้ ทารกในครรภ์ที่โตเต็มที่แล้วก็จะคลอดออกจากร่างของหญิง และหายใจด้วยตัวเองเป็นทารกครั้งแรก ณ จุดนี้ วัฒนธรรมสมัยใหม่ส่วนใหญ่ยอมรับว่า ทารกเป็นบุคคลซึ่งได้รับสิทธิคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเต็มที่ แม้บางเขตอำนาจขยายความเป็นมนุษย์ (personhood) หลากหลายระดับไปจนถึงทารกมนุษย์ในครรภ์ ขณะที่ยังอยู่ในมดลูก

เมื่อเทียบกับสปีชีส์อื่น การคลอดมนุษย์เป็นสิ่งอันตราย การคลอดซึ่งเจ็บปวดที่กินเวลายี่สิบสี่ชั่วโมงหรือนานกว่านั้นไม่ใช่เรื่องแปลก และบางครั้งนำไปสู่การเสียชีวิตของแม่หรือเด็ก สาเหตุมาจากทั้งเส้นรอบวงหัวที่ใหญ่เพื่อบรรจุสมองของทารกในครรภ์ และเชิงกรานที่ค่อนข้างแคบของแม่ (ลักษณะซึ่งจำเป็นให้การเคลื่อนไหวสองเท้าประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นผลมาจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติ) โอกาสการคลอดลูกสำเร็จเพิ่มขึ้นมากระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 20 ในประเทศร่ำรวย ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการแพทย์ ในทางกลับกัน การตั้งครรภ์และการคลอดลูกตามธรรมชาติยังเป็นประสบการณ์อันตรายในภูมิภาคกำลังพัฒนาของโลก ที่มีอัตราตายของมารดามากกว่าประเทศพัฒนาแล้วประมาณ 100 เท่า

ในประเทศพัฒนาแล้ว ทารกแรกเกิดหนักประมาณ 3-4 กิโลกรัม และสูง 50-60 เซนติเมตร อย่างไรก็ดี ทารกในประเทศกำลังพัฒนามีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเป็นธรรมดา และเป็นสาเหตุของอัตราภาวะการตายของทารกที่สูงในภูมิภาคเหล่านี้ มนุษย์แรกเกิดช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เติบโตขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี กระทั่งบรรลุพัฒนาการทางเพศเมื่ออายุได้ 12 ถึง 15 ปี หญิงยังมีพัฒนาการทางกายภาพกระทั่งอายุ 18 ปี ขณะที่พัฒนาการของชายสิ้นสุดเมื่ออายุได้ 21 ปี ระยะชีวิตมนุษย์สามารถแบ่งได้เป็นหลายขั้น: ทารก เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ตอนต้น ผู้ใหญ่และวัยชรา อย่างไรก็ดี ความยาวของแต่ละขั้นนี้ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและยุคสมัย เมื่อเทียบกับไพรเมตอื่นแล้ว มนุษย์มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว (growth spurt) ผิดปกติในช่วงวัยรุ่น โดยร่างกายมีขนาดใหญ่ขึ้น 25% สัตว์อื่น ตัวอย่างเช่น ชิมแปนซีใหญ่ขึ้นเพียง 14% และไม่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มนุษย์มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วนี้เป็นไปได้ว่าจำเป็นเพื่อให้เด็กมีร่างกายเล็กกระทั่งเจริญเต็มที่ทางจิตใจ มนุษย์เป็นหนึ่งในไม่กี่สปีชีส์ที่หญิงมีวัยหมดระดู มีการเสนอว่าการหมดระดูเพิ่มความสำเร็จในการสืบพันธุ์โดยรวมของหญิง โดยการให้หญิงใช้เวลาและทรัพยากรมากขึ้นในลูกหลานที่มีอยู่แล้ว มากกว่าที่จะให้กำเนิดลูกจนถึงวัยชรา

ทั่วโลกมีอายุคาดเฉลี่ยแตกต่างกันอย่างสำคัญ ประเทศพัฒนาแล้วโดยทั่วไปจะสูงวัย โดยมีอายุมัธยฐานที่ราว 40 ปี ในประเทศกำลังพัฒนา อายุมัธยฐานอยู่ระหว่าง 15 ถึง 20 ปี อายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดในฮ่องกง คือ 84.8 ปีสำหรับหญิง และ 78.9 ปีสำหรับชาย ขณะที่สวาซิแลนด์ คือ 31.3 ปีสำหรับทั้งสองเพศ ซึ่งอาจมีสาเหตุหลักมาจากโรคเอดส์ ขณะที่ชาวยุโรปหนึ่งในห้ามีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีชาวแอฟริกาเพียงหนึ่งในยี่สิบที่มีอายุ 60 ขึ้นไป จำนวนผู้มีอายุ 100 ปีขึ้นไปในโลก สหประชาชาติประเมินไว้ที่ 210,000 คน เมื่อ ค.ศ. 2002 ทั่วโลก มีชาย 81 คนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเทียบกับหญิง 100 คนในกลุ่มอายุนั้น และในบรรดาที่มีอายุมากที่สุด มีชาย 53 คนต่อหญิง 100 คน

ความแปรผันทางชีววิทยา

หลักฐานพันธุกรรมและโบราณคดีล่าสุดสนับสนุนแนวคิดล่าสุดที่ว่ามนุษย์สมัยใหม่มีแหล่งกำเนิดแห่งเดียวในแอฟริกาตะวันออก โดยมีการอพยพครั้งแรก ๆ เมื่อ 60,000 ปีที่แล้ว การศึกษาพันธุกรรมปัจจุบันได้แสดงว่า มนุษย์ในทวีปแอฟริกามีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากที่สุด อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับลิงไม่มีหางใหญ่อื่น ๆ ลำดับยีนของมนุษย์เป็นแบบเดียวกัน (homogeneous) ผิดธรรมดา ความเด่นของความแปรผันทางพันธุกรรมเกิดขึ้นในกลุ่มชาติพันธุ์ โดยมีเพียง 5 ถึง 15% จากความแปรพันทั้งหมดเกิดขึ้นระหว่างกลุ่ม

เชื้อชาติ

ดูบทความหลักที่: เชื้อชาติ
ห้าเชื้อชาติของบลูเมนบาช (Blumenbach)

มีความหลากหลายทางชีววิทยาอยู่ไม่น้อยระหว่างประชากรมนุษย์ทั่วโลก ส่งผลให้ฟีโนไทป์มีการแปรผันพอสมควร แต่เดิม ความแปรผันของฟีโนไทป์มนุษย์นั้นถูกอธิบายโดยแบ่งออกเป็นเชื้อชาติ (race) ขนาดใหญ่ตามทวีป แสดงลักษณะที่นิยามได้ง่าย ขณะนั้น มนุษย์จึงถูกจำแนกเป็นหนึ่งในสี่หรือห้ากลุ่มฟีโนไทป์ซึ่งมักแบ่งตามสีผิว เนื้อผมและร่างกายใบหน้า และจะถูกจับคู่กับทวีปซึ่งแต่ละกลุ่มเชื่อมโยงกัน บ่อยครั้งที่การจำแนกเชื้อชาติมนุษย์อธิบายในแง่ของคุณลักษณะธรรมชาติ และกลายมาเป็นวิถีการปรับทัศนคติทั่วไป (stereotype) ทางสังคมและวัฒนธรรมเกี่ยวกับกลุ่มเชื้อชาติ และเป็นการให้เหตุผลหรือจูงใจคตินิยมเชื้อชาติรูปแบบต่าง ๆ ตามมา เมื่อการศึกษาความแปรผันทางชีววิทยามนุษย์ก้าวหน้าขึ้น ก็เป็นที่ชัดเจนว่า ความแปรผันส่วนมากมีการกระจายแบบไคลน์ (cline) และค่อย ๆ ผสมกลืนกันจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง โดยไม่มีเส้นแบ่งเขตชัดเจนระหว่างทวีป ยิ่งไปกว่านั้น ลักษณะที่ต่างกันก็มีการกระจายแบบไคลน์ต่างกันไปด้วย ความตระหนักในเรื่องนี้ทำให้นักมานุษยวิทยาและนักชีววิทยาจำนวนมากทิ้งความคิดเชื้อชาติหลักของมนุษย์ และอธิบายความผันแปรทางชีววิทยาในแง่ของประชากรและลักษณะที่กระจายแบบไคลน์แทน

ไม่มีความเห็นพ้องทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเชื้อชาติในทางชีววิทยา นักโบราณคดีจำนวนน้อยสนับสนุนแนวคิดว่า "เชื้อชาติ" (race) ของมนุษย์เป็นมโนทัศน์ชีววิทยาพื้นฐาน นักโบราณคดีส่วนมากยังยึดมั่นว่า คำว่า "เชื้อชาติ" ถือว่าเชื้อชาติเป็นกลุ่มที่ผูกพันกันอย่างชัดเจนด้วยลักษณะเฉพาะที่สำคัญ มักเป็นลำดับที่มีระเบียบและใช้เพื่ออ้างความชอบธรรมแก่ความไม่เท่าเทียมทางสังคมโดยปริยาย ด้วยเหตุผลเหล่านี้ นักโบราณคดีจึงมีแนวโน้มปฏิเสธการใช้คำว่า "เชื้อชาติ" เพื่ออธิบายความหลากหลายทางชีววิทยา พวกเขามักเห็นว่า "เชื้อชาติ" เป็นความนึกคิดทางสังคมซึ่งเสริมแต่งบนความแปรผันทางชีววิทยาที่ซ่อนอยู่ แต่ปิดบังบางส่วน มุมมองขัดแย้งมีว่า เป็นไปได้ที่จะพูกถึง "เชื้อชาติ" โดยไม่ต้องทำการสันนิษฐานองค์ประกอบและลำดับขั้น และนักชีววิทยาบางคนและนักนิติวิทยาศาสตร์จำนวนมากใช้คำว่า "เชื้อชาติ" เพื่ออธิบายความแปรผันทางชีววิทยาที่เกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษแห่งทวีป (continental ancestry) เป็นที่ตกลงกันโดยทั่วไปว่า ลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่าง รวมทั้งโรคที่พบได้ทั่วไปบางโรค สัมพันธ์กับบรรพบุรุษแห่งทวีปจากภูมิภาคหนึ่งโดยเฉพาะ และบรรพบุรุษทางพันธุกรรมตามที่กำหนดโดยการระบุเชื้อชาตินั้นกำลังเป็นเครื่องมือแพร่หลายมากขึ้นในการประเมินความเสี่ยงทางการแพทย์

การใช้คำว่า "เชื้อชาติ" ให้มีความหมายคล้ายกับ "สปีชีส์ย่อย" ในมนุษย์นั้นเลิกไปแล้ว Homo sapiens ไม่มีสปีชีส์ย่อย ในความหมายโดยนัยทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ คำนี้ใช้ไม่ได้กับสปีชีส์ที่เป็นเอกพันธุ์ทางพันธุกรรมอย่างมนุษย์ ดังที่แถลงไว้ในแถลงการณ์ว่าด้วยเชื้อชาติ (ยูเนสโก ค.ศ. 1950 ) การศึกษาทางพันธุศาสตร์ได้พิสูจน์ถึงการขาดพรมแดนทางชีววิทยาที่ชัดเจนแล้ว ฉะนั้น คำว่า "เชื้อชาติ" จึงพบใช้น้อยครั้งเป็นศัพท์เฉพาะทางวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะในทางมานุษยวิทยาเชิงชีววิทยาหรือพันธุศาสตร์มนุษย์ สิ่งที่ในอดีตเคยนิยามว่าเป็น "เชื้อชาติ" เช่น ผิวขาว ผิวดำ หรือเอเชีย ปัจจุบันนิยามว่าเป็น "กลุ่มชาติพันธุ์" หรือ "ประชากร" ตามสาขาที่พิจารณา (สังคมวิทยา มานุษยวิทยา พันธุศาสตร์)

อาหาร

มนุษย์กินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหาร ด้วยความหลากหลายของแหล่งอาหารที่มีอยู่ในภูมิภาคที่อาศัยอยู่ และความหลากหลายของบรรทัดฐานทางวัฒนธรรมและศาสนา กลุ่มมนุษย์จึงได้เปิดรับอาหารหลายแบบ จากตั้งแต่มังสวิรัตินิยมไปจนถึงกินเนื้อสัตว์เป็นหลัก ในบางกรณี การจำกัดอาหารในมนุษย์สามารถนำไปสู่โรคขาดอาหารได้ อย่างไรก็ดี กลุ่มมนุษย์ที่เสถียรรับเอารูปแบบอาหารหลายแบบผ่านทั้งพันธุกรรมเฉพาะและขนบวัฒนธรรมที่จะใช้แหล่งอาหารที่สมดุลทางโภชนาการ อาหารมนุษย์สะท้อนอย่างโดดเด่นในวัฒนธรรมมนุษย์ และได้นำไปสู่การพัฒนาวิทยาศาสตร์การอาหาร

ก่อนมีการพัฒนาการเกษตรเมื่อประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว มนุษย์เก็บรวบรวมอาหารด้วยวิธีการล่าสัตว์และเก็บของป่าเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีทั้งแหล่งอาหารอยู่กับที่ (เช่น ผลไม้ ธัญพืช หัวของพืช และเห็ด ตัวอ่อนแมลงและสัตว์ทะเลพวกหอยและหมึก) กับการล่าสัตว์ป่า อันจะต้องถูกล่าและฆ่าเพื่อบริโภค มีการเสนอว่า มนุษย์ได้ใช้ไฟเตรียมและทำอาหารตั้งแต่เป็น Homo erectus ราวหนึ่งหมื่นปีที่แล้ว มนุษย์ได้พัฒนาการเกษตร ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงอาหารของมนุษย์ไปอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงอาหารนี้ยังอาจเปลี่ยนแปลงชีววิทยามนุษย์ด้วย เมื่อฟาร์มโคนมเป็นแหล่งอาหารอันอุดมแหล่งใหม่ จนนำไปสู่วิวัฒนาการความสามารถในการย่อยแลคโทสในผู้ใหญ่บางส่วน เกษตรกรรมทำให้มีประชากรเพิ่มขึ้น พัฒนาการของนคร และเพราะความหนาแน่นของประชากรเพิ่มขึ้น โรคติดเชื้อจึงแพร่กระจายเป็นวงกว้างขึ้นด้วย ประเภทของอาหารที่บริโภค และวิธีการเตรียมอาหาร แตกต่างกันตามเวลา สถานที่และวัฒนธรรม

โดยทั่วไป มนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่ได้เป็นเวลาสองถึงแปดสัปดาห์โดยไม่มีอาหาร ขึ้นอยู่กับไขมันของร่างกายที่สะสมไว้ การมีชีวิตโดยปราศจากน้ำโดยทั่วไปจำกัดเพียงสามหรือสี่วันเท่านั้น มนุษย์ราว 36 ล้านคนเสียชีวิตทุกปีจากสาเหตุทางตรงหรือทางอ้อมที่เกี่ยวกับความหิวโหย ทุพโภชนาการวัยเด็กนั้นพบทั่วไปและเป็นสาเหตุของภาระโรคทั่วโลก อย่างไรก็ดี การกระจายอาหารทั่วโลกไม่เท่าเทียมกัน และความอ้วนในบรรดาบางประชากรมนุษย์ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนและอัตราการตายที่เพิ่มขึ้นในประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศ รวมถึงประเทศกำลังพัฒนาอีกส่วนหนึ่ง ประชากรหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกอ้วนเกิน ขณะที่ประชากรสหรัฐอเมริกา 35% อ้วนเกิน ความอ้วนเกิดจากการบริโภคแคลอรีเกินกว่าใช้หมด ดังนั้น น้ำหนักเพิ่มที่เกินมาโดยทั่วไปจึงเกิดจากอาหารไขมันสูงอุดมไปด้วยพลังงานและการออกกำลังกายที่ไม่เพียงพอร่วมกัน

ดูเพิ่มเติมที่: จิต

สมองของมนุษย์ อันเป็นจุดรวมระบบประสาทส่วนกลางในมนุษย์ ควบคุมระบบประสาทส่วนนอก นอกเหนือไปจากควบคุมกิจกรรมนอกอำนาจจิตใจที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเป็นหลัก เช่น การหายใจและการย่อยอาหารแล้ว ยังเป็นที่คั้งของคำสั่งที่ "สูงกว่า" เช่น ความคิด การให้เหตุผลและภาวะนามธรรม ขบวนการที่เกี่ยวกับการคิดนี้ซึ่งประกอบด้วยจิตและพฤติกรรม มีการศึกษาในสาขาจิตวิทยา

เชื่อกันว่า สมองมนุษย์มี "ความฉลาด" โดยรวมกว่าสมองของสปีชีส์อื่นใดเท่าที่ทราบ แม้ว่าสปีชีส์อื่นที่มิใช่มนุษย์บางสปีชีส์จะสามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างและใช้อุปกรณ์อย่างง่ายได้ ส่วนมากผ่านสัญชาตญาณและการล้อเลียน แต่เทคโนโลยีของมนุษย์มีความซับซ้อนกว่ามาก และมีวิวัฒนาการและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามเวลา

การนอนหลับ

ดูบทความหลักที่: การนอนหลับ และ ฝัน

มนุษย์โดยทั่วไปออกหากินกลางวัน ความต้องการการนอนหลับโดยเฉลี่ยอยู่ระหว่างเจ็ดถึงเก้าชั่วโมงต่อวันสำหรับผู้ใหญ่และเก้าถึงสิบชั่วโมงสำหรับเด็ก คนสูงวัยโดยทั่วไปนอนหลับหกถึงเจ็ดชั่วโมง แต่ในสังคมสมัยใหม่ การนอนหลับน้อยกว่าเท่านี้เป็นธรรมดา ภาวะขาดการนอนหลับนี้อาจมีผลกระทบด้านลบได้ การจำกัดการนอนหลับในผู้ใหญ่เหลือสี่ชั่วโมงต่อวันอย่างต่อเนื่องได้แสดงว่า สัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงในสภาพทางสรีระและจิตใจ รวมทั้งความล้า ความก้าวร้าวและความไม่สบายกาย มนุษย์ฝันระหว่างที่หลับ ในฝัน มนุษย์รู้สึกสัมผัสทางการมองเห็นและเสียง ในลำดับที่ผู้ฝันตามปกติรับรู้ในฐานะผู้มีส่วนร่วมชัดเจนมากกว่าผู้สังเกต ฝันถูกกระตุ้นโดยพอนส์และส่วนมากเกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับระยะ REM

ความรู้สึกตัวและความคิด

ดูบทความหลักที่: ความรู้สึกตัว และ ความคิด

มนุษย์เป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่สปีชีส์ที่มีความตระหนักรู้ในตัวเองพอที่จะจำตัวเองในกระจกได้ ตั้งแต่อายุ 18 เดือน เด็กมนุษย์ส่วนมากรู้แล้วว่า ภาพในกระจกหาใช่คนอื่นไม่

สมองมนุษย์รับรู้โลกภายนอกผ่านประสาทสัมผัส และแต่ละบุคคลก็ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากประสบการณ์ของตนเอง นำไปสู่มุมมองอัตวิสัยต่อการดำรงอยู่และการผ่านของเวลา กล่าวกันว่า มนุษย์มีความรู้สึกตัว ความตระหนักรู้ในตัวเอง และจิต ซึ่งสัมพันธ์อย่างคร่าว ๆ กับขบวนการทางจิตของความคิด ทั้งความรู้สึกตัว ความตระหนักรู้ในตัวเอง และจิตนี้ กล่าวกันว่า มีคุณภาพ เช่น ความสามารถในการรู้สึก เชาวน์ปัญญา และความสามารถในการรับรู้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับสิ่งแวดล้อม ขอบเขตที่จิตสามารถก่อความคิดขึ้นหรือสัมผัสโลกภายนอกยังเป็นหัวข้อถกเถียงกันอยู่ เช่นเดียวกับนิยามและความสมเหตุสมผลของหลายคำที่ใช้ข้างต้น

แรงจูงใจและอารมณ์

ดูบทความหลักที่: แรงจูงใจ และ อารมณ์

แรงจูงใจเป็นแรงขับความปรารถนาเบื้องหลังการกระทำโดยเจตนาทั้งหมดของมนุษย์ แรงจูงใจขึ้นอยู่กับอารมณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแสวงความพึงพอใจ (ประสบการณ์อารมณ์ทางบวก) และการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง อารมณ์ทางบวกและทางลบนิยามโดยภาวะสมองแต่ละคน ซึ่งอาจได้รับอิทธิพลจากบรรทัดฐานทางสังคม บุคคลอาจถูกขับให้ทำร้ายตัวเองหรือก่อเหตุรุนแรงเพราะสมองของผู้นั้นถูกวางเงื่อนไขให้สร้างการตอบสนองทางบวกต่อการกระทำเหล่านี้ แรงจูงใจนั้นสำคัญเพราะมันเกี่ยวข้องกับสมรรถนะของการตอบสนองที่เกิดจากการเรียนรู้ทั้งหมด ในวิชาจิตวิทยา การหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและแรงขับทางเพศ (libido) ถูกมองว่าเป็นแรงจูงใจหลัก ในวิชาเศรษฐศาสตร์ แรงจูงใจมักถูกมองว่าเกิดจากสิ่งจูงใจ ซึ่งอาจเป็นเงิน ศีลธรรมหรือการบีบบังคับก็ได้ ขณะที่ศาสนามักมองถึงอิทธิพลของพระเจ้าหรือปีศาจ

เพศสภาพและความรัก

ดูบทความหลักที่: เพศสภาพของมนุษย์ และ ความรัก

สำหรับมนุษย์ เพศสภาพมีหน้าที่ทางสังคมที่สำคัญในการสร้างความใกล้ชิดทางกาย พันธะและลำดับชั้นระหว่างปัจเจกบุคคล นอกเหนือไปจากการประกันการสืบพันธุ์ทางชีววิทยา มนุษย์และลิงโบโนโบเป็นไพรเมตเพียงสองสปีชีส์ที่มีเพศสัมพันธ์นอกภาวะเจริญพันธุ์ตามช่วงเวลาของหญิงหรือตัวเมียบ่อยครั้ง และยังมักมีกิจกรรมทางเพศเพื่อความพึงพอใจและความสนุกสนานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งพบได้น้อยมากในสัตว์ชนิดอื่น ความสำคัญของเพศสภาพในมนุษย์สะท้อนออกมาในลักษณะทางกายภาพจำนวนหนึ่ง เช่น การซ่อนการตกไข่ วิวัฒนาการของถุงอัณฑะและองคชาตภายนอก ซึ่งมีการเสนอว่าเพื่อการแข่งขันของสเปิร์ม การขาดท่อนกระดูกในอวัยวะเพศ (baculum) ลักษณะทุติยภูมิทางเพศที่ถาวร และการก่อพันธะคู่ (pair bond) โดยยึดความดึงดูดทางเพศเป็นโครงสร้างสังคมพื้นฐาน มนุษย์หญิงไม่มีสัญญาณการตกไข่ที่ชัดเจนหรือสังเกตได้ ต่างจากไพรเมตอื่นที่แสดงการตกมัน (estrus) ผ่านสัญญาณที่สังเกตได้ บวกกับการมีความต้องการทางเพศนอกภาวะเจริญพันธุ์ตามช่วงเวลา การปรับตัวนี้บ่งชี้ว่า ความหมายของเพศสภาพในมนุษย์นั้นคล้ายคลึงกับที่พบในลิงโบโนโบ และพฤติกรรมทางเพศของมนุษย์อันซับซ้อนมีประวัติศาสตร์วิวัฒนาการมาอย่างยาวนาน

ตัวเลือกของมนุษย์ในการปฏิบัติตามเพศสภาพโดยทั่วไปได้รับอิทธิพลจากบรรทัดฐานวัฒนธรรมซึ่งแตกต่างกันมาก การจำกัดมักกำหนดโดยความเชื่อทางศาสนาและจารีตประเพณีสังคม นักวิจัยบุกเบิก ซีคมุนท์ ฟร็อยท์ เชื่อว่า มนุษย์เกิดมาวิตถารหลายรูปแบบ ซึ่งหมายความว่า วัตถุใด ๆ ก็สามารถเป็นแหล่งของความพึงพอใจได้ ฟร็อยท์ระบุว่า มนุษย์ผ่านขั้นพัฒนาการความต้องการทางเพศห้าขั้น และสามารถติดข้องได้ในทุกขั้น เพราะความชอกช้ำทางจิตหลายอย่างระหว่างขบวนการนี้ สำหรับอัลเฟรด คินซีย์ นักวิจัยทางเพศที่มีอิทธิพลอีกคนหนึ่ง บุคคลสามารถตกอยู่ที่ใดก็ตามบนมาตรารสนิยมทางเพศที่ต่อเนื่อง โดยมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่รักต่างเพศหรือรักเพศเดียวกันอย่างเต็มที่ การศึกษาทางประสาทวิทยาและพันธุศาสตร์ล่าสุดเสนอว่า บุคคลอาจมีแนวโน้มทางเพศที่หลากหลาย

ดูบทความหลักที่: วัฒนธรรม และ สังคม

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมอย่างสูงและมีแนวโน้มอาศัยอยู่ในกลุ่มสังคมซับซ้อนขนาดใหญ่ มนุษย์ถนัดในการใช้ระบบการสื่อสารเพื่อแสดงความรู้สึกของตน แลกเปลี่ยนความคิด และการจัดระเบียบ เหนือกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นใด และฉะนั้นจึงได้สร้างโครงสร้างทางสังคมซับซ้อนซึ่งประกอบด้วยหลายกลุ่มทั้งที่ร่วมมือและแข่งขันกัน กลุ่มมนุษย์มีตั้งแต่ครอบครัวไปจนถึงชาติ อันตรกิริยาทางสังคมระหว่างมนุษย์ได้สร้างค่านิยม จารีตสังคม และพิธีกรรมอันหลากหลายกว้างขวางมาก ซึ่งทั้งหมดร่วมกันสร้างรากฐานของสังคมมนุษย์

วัฒนธรรมในที่นี้นิยามว่า รูปแบบของพฤติกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่ซับซ้อน คือ ทุกพฤติกรรมที่ไม่ได้มีมาโดยกำเนิดแต่ต้องเรียนรู้ผ่านอันตรกิริยาทางสังคมกับผู้อื่น เช่น การใช้วัตถุต่าง ๆ และระบบสัญลักษณ์ รวมถึงภาษา พิธีกรรม การจัดระเบียบสังคม ประเพณี ความเชื่อและเทคโนโลยี

ภาษา

ดูบทความหลักที่: ภาษา

ขีดความสามารถของมนุษย์ในการแลกเปลี่ยนข้อสนเทศและความคิดผ่านการพูดและการเขียนไม่พบเหมือนในสปีชีส์อื่น ภาษามนุษย์นั้นเปิด คือ นำเสียงและคำจำนวนจำกัดมารวมกันสามารถสร้างเป็นความหมายได้ไม่สิ้นสุด ไม่เหมือนกับรับบสัญลักษณ์ปิดของไพรเมตอื่นซึ่งมีเสียงเป็นได้อย่างเดียวและคู่กับความหมายหนึ่ง ๆ เท่านั้น ภาษามนุษย์ยังมีความสามารถในการแทนที่ คือ การใช้คำเพื่อแทนสิ่งของและปรากฏการณ์ที่มิได้เกิดขึ้นในปัจจุบันหรือในท้องถิ่น แต่มีอยู่ในจินตนาการร่วมของคู่สนทนา การแทนที่เบื้องต้นอาจพบในสปีชีส์อื่นด้วย แต่ในมนุษย์จะพบซับซ้อนเป็นพิเศษ ทำให้สัญลักษณ์และภาษาสามารถหมายถึงสภาพนามธรรมหรือแม้แต่จินตภาพล้วน ๆ ได้ และสนับสนุนวัฒนธรรมเชิงสัญลักษณ์ซับซ้อนของมนุษย์ ภาษามนุษย์ยังมีเอกลักษณ์เป็นระบบสัญลักษณ์ที่ไม่ขึ้นกับวิธี คือ ความหมายเดียวกันสามารถถ่ายทอดได้ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น ด้วยการฟังในคำพูด ด้วยการมองเห็นโดยสัญลักษณ์ท่าทาง หรือแม้แต่สื่อกายสัมผัสอย่างอักษรเบรลล์ ความสามารถทางภาษาเป็นลักษณนิยามแห่งมนุษยชาติ และเป็นวัฒนธรรมสากล ภาษาเป็นจุดรวมการสื่อสารระหว่างมนุษย์ และสำนึกแห่งอัตลักษณ์ซึ่งรวมชาติ วัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์เป็นหนึ่ง การคิดค้นระบบภาษาเมื่ออย่างน้อยห้าพันปีก่อนทำให้ภาษาสามารถเก็บรักษาเป็นรูปธรรม และเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ ภาษาศาสตร์อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของภาษาและความสัมพันธ์ระหว่างภาษา ปัจจุบันมีประมาณหกพันภาษาใช้กันอยู่ รวมทั้งภาษามือ และภาษาสูญพันธุ์อีกหลายพัน

บทบาทประจำเพศ

ดูบทความหลักที่: บทบาทประจำเพศ

การแบ่งเพศมนุษย์ออกเป็นชายกับหญิงถูกแสดงทางวัฒนธรรมโดยการแบ่งบทบาท จารีต การปฏิบัติ เครื่องแต่งกาย พฤติกรรม สิทธิ หน้าที่ เอกสิทธิ์ สถานภาพและอำนาจที่ต้องกัน ความแตกต่างทางวัฒนธรรมโดยเพศเชื่อว่าเกิดตามธรรมชาติจากการแบ่งแรงงานผลิตซ้ำ (reproductive labor) คือ ข้อเท็จจริงทางชีววิทยาที่ว่าหญิงให้กำเนิดนำไปสู่ความรับผิดชอบทางวัฒนธรรมของหญิงในการเลี้ยงดูและเอาใจใส่บุตรต่อไป บทบาทประจำเพศมีหลากหลายในประวัติศาสตร์ และการคัดค้านจารีตทางเพศที่ครอบงำอยู่เกิดขึ้นในหลายสังคม

ความเป็นญาติ

ดูบทความหลักที่: ความเป็นญาติ และ การสมรส

ทุกสังคมมนุษย์จัดระเบียบ ยอมรับและแบ่งประเภทความสัมพันธ์ทางสังคมโดยอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างบิดาหรือมารดาและบุตร (การร่วมสายโลหิต) และความสัมพันธ์ผ่านการสมรส (ความเกี่ยวดอง) ความสัมพันธ์เหล่านี้โดยทั่วไปเรียกว่า ความสัมพันธ์แบบเครือญาติ ในสังคมส่วนมาก ความเป็นญาติตั้งความรับผิดชอบและการคาดหวังความเป็นปึกแผ่นซึ่งกันและกันต่อปัจเจกบุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันเช่นนั้น และผู้ที่ยอมรับอีกฝ่ายหนึ่งว่าเป็นหมู่ญาติ (kinsman) จะมาตั้งเครือข่ายซึ่งสถาบันทางสังคมอื่นสามารถวางระเบียบผ่านได้ การทำหน้าที่ของความเป็นญาติอันหนึ่ง คือ ความสามารถในการตั้งกลุ่มการสืบเชื้อสาย (descent group) คือ กลุ่มบุคคลที่มีสายการสืบสกุลเดียวกัน ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นหน่วยการเมืองได้ เช่น ตระกูล (clan) ความเป็นญาติยังทำหน้าที่อีกอย่างหนึ่ง คือ รวมครอบครัวผ่านการสมรส ตั้งเป็นความเกี่ยวดองเป็นญาติกันระหว่างกลุ่มผู้รับภรรยา (wife-taker) กับผู้ให้ภรรยา (wife-giver) ความสัมพันธ์แบบเครือญาติมักรวมระเบียบที่ปัจเจกบุคคลควรหรือไม่ควรสมรสกับผู้ใด ทุกสังคมมีกฎข้อห้ามการร่วมประเวณีกับญาติ (incest taboo) ซึ่งห้ามการสมรสระหว่างความสัมพันธ์แบบญาติบางอย่าง กฎนี้มีหลากหลายตามวัฒนธรรม บางสังคมยังมีกฎการสมรสสิทธิพิเศษ (preferential marriage) กับความสัมพันธ์แบบญาติบางอย่าง บ่อยครั้งกับลูกพี่ลูกน้องแบบข้ามหรือขนาน (cross or parallel cousin) กฎและจารีตของการสมรสและพฤติกรรมทางสังคมในวงศ์วานมักสะท้อนในระบบอภิธานศัพท์ความเป็นญาติในหลายภาษาทั่วโลก ในหลายสังคม ความสัมพันธ์แบบเครือญาติสามารถสร้างได้ผ่านการอยู่อาศัยร่วมกัน การรับบุตรบุญธรรม การเลี้ยงดูหรือมิตรภาพ ซึ่งยังมีแนวโน้มสร้างความสัมพันธ์อันมีความเป็นปึกแผ่นที่คงทน

กลุ่มชาติพันธุ์

ดูบทความหลักที่: กลุ่มชาติพันธุ์

มนุษย์มักตั้งกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักมีขนาดใหญ่กว่าเครือข่ายญาติและจัดระเบียบโดยอัตลักษณ์ร่วมกันที่นิยามหลากหลายในแง่ของบรรพบุรุษและประวัติศาสตร์ร่วมกัน จารีตวัฒนธรรมและภาษาร่วมกัน หรือฟีโนไทป์ทางชีววิทยาร่วมกัน อุดมการณ์คุณลักษณะร่วมกันเช่นนี้มักถูกทำให้ถาวรในรูปของการบรรยายอันทรงพลังและบังคับที่ให้ความชอบด้วยกฎหมายและความต่อเนื่องแก่ชุดค่านิยมร่วมกันนี้ การจัดกลุ่มชาติพันธุ์มักสอดคล้องกับองค์กรการเมืองระดับหนึ่ง ๆ เช่น กลุ่มคน เผ่า นครรัฐหรือชาติ แม้การจัดกลุ่มชาติพันธุ์จะปรากฏขึ้นและหายไปตลอดประวัติศาสตร์ สมาชิกกลุ่มชาติพันธุ์มักสร้างกรอบความคิดว่ากลุ่มของตนมีประวัติศาสตร์สืบย้อนไปไกล อุดมการณ์ดังนี้ทำให้ชาติพันธุ์มีบทบาททรงพลังในการนิยามอัตลักษณ์ทางสังคมและในการสร้งความเป็นปึกแผ่นระหว่างสมาชิกของหน่วยชาติพันธุ์การเมือง คุณสมบัติรวมของชาติพันธุ์นี้ผูกพันใกล้ชิดกับการเจริญของรัฐชาติเป็นรูปแบบองค์กรการเมืองที่มีอิทธิพลในคริสต์ศตวรรษที่ 19 และ 20

สังคม การเมืองการปกครอง

ดูบทความหลักที่: การเมือง, การปกครอง และ รัฐ

สังคมเป็นระบบองค์การและสถาบันที่เกิดขึ้นจากอันตรกิริยาระหว่างมนุษย์ รัฐเป็นชุมชนการเมืองที่มีการจัดระเบียบโดยครอบครองดินแดนที่แน่นอน มีรัฐบาล และครอบครองอธิปไตยทั้งภายในและภายนอก การรับรองการประกาศเอกราชของรัฐโดยรัฐอื่น ทำให้รัฐสามารถเข้าสู่ความตกลงระหว่างประเทศได้นั้น มักสำคัญในการสถาปนาความเป็นรัฐ "รัฐ" ยังสามารถนิยามในแง่ของสภาพภายในประเทศโดยเจาะจง ดังกรอบความคิดของมักซ์ เวเบอร์ "รัฐเป็นชุมชนมนุษย์ที่ (ประสบความสำเร็จในการ) อ้างการผูกขาดการใช้กำลังอำนาจโดยตรง 'โดยชอบด้วยกฎหมาย' ภายในอาณาเขตหนึ่ง ๆ"

นิยามการปกครองได้ว่าเป็นวิธีการทางการเมืองในการสร้างและบังคับใช้กฎหมาย โดยทั่วไปผ่านลำดับขั้นระบบราชการประจำ การเมืองเป็นขบวนการซึ่งกระทำการตัดสินใจภายในกลุ่ม ขบวนการนี้มักเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งเช่นเดียวกับการประนีประนอม แม้คำนี้มักใช้กับพฤติกรรมภายในรัฐบาล แต่การเมืองยังพบในอันตรกิริยาทุกกลุ่มมนุษย์ รวมทั้งบริษัท สถาบันวิชาการและศาสนา มีระบบการเมืองหลากหลาย เนื่องจากมีหลายทางที่จะทำความเข้าใจระบบการเมืองเหล่านี้ และหลายนิยามก็ซ้อนทับกัน ตัวอย่างระบอบการปกครองรวมถึงราชาธิปไตย รัฐคอมมิวนิสต์ เผด็จการทหาร เทวาธิปไตย และเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเสรีประชาธิปไตยนี้ถูกพิจารณาว่าเป็นใหญ่อยู่ในเวลานี้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวทั้งหมดล้วนมีความสัมพันธ์โดยตรงกับเศรษฐศาสตร์

การค้าและเศรษฐศาสตร์

ดูบทความหลักที่: การค้า และ เศรษฐศาสตร์

การค้าเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการด้วยใจสมัคร และเป็นเศรษฐศาสตร์รูปแบบหนึ่ง กลไกที่ทำให้เกิดการค้าเรียกว่า ตลาด รูปแบบการค้าดั้งเดิม คือ การแลกเปลี่ยนสินค้าที่ใช้สินค้าและบริการแลกเปลี่ยนกันโดยตรง ผู้ค้าสมัยใหม่โดยทั่วไปเจรจาผ่านสื่อกลางการแลกเปลี่ยนแทน เช่น เงิน ผลคือ การซื้อสามารถแยกจากการขาย หรือรายได้ การคิดค้นเงิน (และเครดิต เงินกระดาษและเงินที่จับต้องไม่ได้ภายหลัง) ทำให้การค้าง่ายขึ้นมากและเป็นการสนับสนุนการค้า เพราะการมีความชำนัญพิเศษและการแบ่งแรงงาน บุคคลส่วนมากจึงกระจุกอยู่ในมุมเล็ก ๆ ของการผลิตหรือบริการ โดยแลกแรงงานของตนกับผลิตภัณฑ์ การค้าเกิดขึ้นระหว่างภูมิภาค เพราะแต่ละภูมิภาคมีข้อได้เปรียบในการผลิตโภคภัณฑ์ที่สามารถค้าขายได้บางอย่าง หรือเพราะขนาดที่แตกต่างกันของภูมิภาคทำให้ได้ประโยชน์จากการผลิตเป็นจำนวนมาก

เศรษฐศาสตร์เป็นสังคมศาสตร์ซึ่งศึกษาการผลิต การแจกจ่าย การค้าและการบริโภคสินค้าและบริการ เศรษฐศาสตร์เน้นศึกษาตัวแปรที่วัดได้ และแบ่งเป็นสองสาขาหลัก คือ เศรษฐศาสตร์จุลภาค ซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวกระทำปัจเจก เช่น ครัวเรือนและธุรกิจ กับเศรษฐศาสตร์มหภาค ซึ่งพิจารณาเศรษฐกิจทั้งหมด ซึ่งพิจารณาอุปทานและอุปสงค์มวลรวมกับเงิน ทุนและโภคภัณฑ์ มุมของเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือ การจัดสรรทรัพยากร การผลิต การแจกจ่าย การค้าและการแข่งขัน ตรรกะเศรษฐกิจถูกนำไปประยุกต์ใช้กับปัญหาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทางเลือกภายใต้ความขาดแคลนหรือการกำหนดมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

วัฒนธรรมวัตถุและเทคโนโลยี

พวกต้นสายของสกุลมนุษย์ (proto-humans) รู้จักใช้เครื่องมือหินมาอย่างน้อย 2.5 ล้านปีมาแล้ว การควบคุมเพื่อใช้ประโยชน์จากไฟอาจเริ่มตั้งแต่ราว 1.7 ล้านปีก่อน นับแต่นั้น มนุษย์ได้มีความก้าวหน้าใหญ่หลายครั้ง โดยพัฒนาเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเพื่อสร้างเครื่องมือที่จะช่วยในการดำเนินชีวิตและเปิดให้มีพัฒนาการอย่างอื่นในทางวัฒนธรรม การก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีที่สำคัญรวมถึงการค้นพบเกษตรกรรม ซึ่งรู้จักกันในชื่อ การปฏิวัติยุคหินใหม่ และการคิดค้นเครื่องจักรอัตโนมัติในการปฏิวัติอุตสาหกรรม

ศาสนาและจิตวิญญาณ

ดูบทความหลักที่: ศาสนา

โดยทั่วไป ศาสนานิยามว่าเป็นระบบความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติ ความศักดิ์สิทธิ์หรือความเป็นพระเจ้า ตลอดจนหลัก ค่านิยม สถาบันและพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อนั้น บางศาสนายังมีหลักศีลธรรม ในพัฒนาการของศาสนานับแต่ศาสนาแรก ศาสนามีหลายรูปแบบแล้วแต่วัฒนธรรมและมิติปัจเจก บางคำถามและประเด็นหลักที่ศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึง ชีวิตหลังความตาย กำเนิดชีวิต ธรรมชาติของเอกภพ (จักรวาลวิทยาศาสนา) และชะตาสุดท้ายของเอกภพ และสิ่งใดคือศีลธรรมหรือผิดศีลธรรม แหล่งที่มาของคำตอบสามัญต่อคำถามเหล่านี้ คือ ความเชื่อในพระเจ้า เช่น เทวภาพหรือพระเจ้าองค์เดียว แม้ไม่ใช่ทุกศาสนาจะเชื่อในพระเจ้าก็ตาม จิตวิญญาณ ความเชื่อหรือความเกี่ยวข้องในเรื่องของวิญญาณหรือสปิริต เป็นหนึ่งในหลายแนวทางที่มนุษย์ใช้พยายามตอบคำถามพืนฐานเกี่ยวกับที่ของมนุษยชาติในเอกภพ ความหมายของชีวิต และวิถีอุดมคติในการมีชีวิตอยู่ แม้หัวข้อเหล่านี้ยังกล่าวถึงในวิชาปรัชญาด้วยเช่นกัน และวิทยาศาสตร์กล่าวถึงบ้างในบางขอบเขต แต่จิตวิญญาณมีเอกลักษณ์ในการมุ่งสนใจมโนทัศน์รหัสยะหรือเหนือธรรมชาติ เช่น เรื่องกรรมและพระเจ้า

แม้ระดับความเลื่อมใสในศาสนายากที่จะวัดให้แน่ชัด แต่มนุษย์ส่วนใหญ่นับถือศาสนาหรือความเชื่อทางจิตวิญญาณ แม้บางคนจะไม่นับถือศาสนา มนุษย์บางกลุ่มไม่มีความเชื่อทางศาสนาหรือถืออเทวนิยม กังขาคติวิทยาศาสตร์ หรืออไญยนิยม ศาสนาและความเชื่อทางจิตวิญญาณส่วนใหญ่แตกต่างชัดเจนจากวิทยาศาสตร์ทั้งในระดับปรัชญาและระเบียบวิธี มนุษย์ส่วนใหญ่ถือทั้งมุมมองวิทยาศาสตร์และศาสนาด้วยกัน

วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์

การพัฒนาวิธีที่ซับซ้อนเพื่อให้ได้ความรู้มาผ่านการสังเกตและการวัดปริมาณเป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมและความคิดมนุษย์ ระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ได้ความรู้ของโลกทางกายภาพ ตลอดจนกฎเกณฑ์ กระบวนการและหลักของธรรมชาติ ซึ่งเมื่อรวมกับคณิตศาสตร์แล้ว ทำให้สามารถทำนายแบบรูปปัจจัยภาพและผลสืบเนื่องที่ซับซ้อน สัตว์อื่นบางชนิดสามารถรับรู้ความแตกต่างในปริมาณเล็กน้อยได้ แต่มนุษย์สามารถเข้าใจและรับรู้ปริมาณที่มากกว่า หรือแม้กระทั่งเชิงนามธรรมได้ และยังรับรู้เข้าใจแบบรูปอัลกอริทึมซึ่งเปิดทางการนับประจำอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและพีชคณิต ซึ่งไม่พบในสปีชีส์อื่น

  1. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ msw3
  2. . Human Origins Initiative. Smithsonian Institution. สืบค้นเมื่อ2010-08-30.
  3. Tattersall, Ian & Jeffrey Schwartz. 2009. Evolution of the Genus Homo. Annual Review of Earth and Planetary Sciences. Vol. 37: 67-92. DOI: 10.1146/annurev.earth.031208.100202
  4. Antón, Susan C. & Carl C. Swisher, III. 2004. Early Dispersals of homo from Africa. Annual Review of Anthropology. Vol. 33: 271-296. DOI: 10.1146/annurev.anthro.33.070203.144024
  5. Trinkaus, Erik. 2005. Early Modern Humans. Annual Review of Anthropology. Vol. 34: 207-30 DOI: 10.1146/annurev.anthro.34.030905.154913
  6. . Science News. doi:Check |doi= value (help). สืบค้นเมื่อ2011-05-01.
  7. Paul Rincon BBC News, 27 January 2011
  8. Lowe, David J. (2008). (PDF). University of Waikato. สืบค้นเมื่อ29 April 2010.
  9. Tim Appenzeller, Nature 485, 24–26 doi:10.1038/485024a 02 May 2012
  10. Roberts, Sam (31 October 2011). . The New York Times. สืบค้นเมื่อ2011-11-07.
  11. de Waal, Frans (1997). Bonobo. Berkeley: University of California Press. ISBN 0-520-20535-9.
  12. Britten, Roy J. (2002). . Proceedings of the National Academy of Sciences USA. 99 (21): 13633–13635. doi:. PMC. PMID .
  13. Wildman, D.; Uddin, M.; Liu, G.; Grossman, L.; Goodman, M. (2003). . Proceedings of the National Academy of Sciences USA. 100 (12): 7181–7188. doi:. PMC. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  14. Ruvolo, Maryellen (1997). . Molecular Biology and Evolution. 14 (3): 248–265. PMID .
  15. Ruvolo, M. 1997. Genetic Diversity in Hominoid Primates. Annual Review of Anthropology, Vol. 26, (1997), pp. 515-540
  16. Dawkins R (2004) The Ancestor's Tale. ^ "Query: Hominidae/Hylobatidae". Time Tree. 2009. Retrieved December 2010.
  17. Boyd, Robert; Silk, Joan B. (2003). How Humans Evolved. New York, New York: Norton. ISBN 0-393-97854-0.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  18. Brues, Alice M.; Snow, Clyde C. (1965). . Biennial Review of Anthropology. 4: 1–39.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  19. Brunet, M.; Guy, F.; Pilbeam, D.; Mackaye, H.; Likius, A.; Ahounta, D.; Beauvilain, A.; Blondel, C.; Bocherens, H.; Boisserie, J.; De Bonis, L.; Coppens, Y.; Dejax, J.; Denys, C.; Duringer, P.; Eisenmann, V.; Fanone, G.; Fronty, P.; Geraads, D.; Lehmann, T.; Lihoreau, F.; Louchart, A.; Mahamat, A.; Merceron, G.; Mouchelin, G.; Otero, O.; Pelaez Campomanes, P.; Ponce De Leon, M.; Rage, J.; Sapanet, M.; Schuster, M.; Sudre, J.; Tassy, P.; Valentin, X.; Vignaud, P.; Viriot, L.; Zazzo, A.; Zollikofer, C. (2002). . Nature. 418 (6894): 145–151. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  20. P. Thomas Schoenemann (2006). "Evolution of the Size and Functional Areas of the Human Brain". Annu. Rev. Anthropol. 35: 379–406.
  21. Park, Min S.; Nguyen, Andrew D.; Aryan, Henry E.; U, Hoi Sang; Levy, Michael L.; Semendeferi, Katerina (2007). "Evolution of the human brain: changing brain size and the fossil record". Neurosurgery. 60 (3): 555–562. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  22. Bruner, Emiliano (2007). (PDF). Child's Nervous System. 23 (12): 1357–1365. doi:. PMID .
  23. Potts, Richard. 2012. Evolution and Environmental Change in Early Human Prehistory. Annu. Rev. Anthropol. 41:151–67
  24. Leonard, William R., J. Josh Snodgrass, and Marcia L. Robertson. 2007. Effects of Brain Evolution on Human Nutrition and Metabolism. Annu. Rev. Nutr. 27:311–27
  25. . Berkeley.edu. 1999-06-14. สืบค้นเมื่อ2012-01-31.
  26. . Thefreelibrary.com. 2007-09-01. สืบค้นเมื่อ2012-01-31.
  27. Organ, Chris (22 August 2011). . PNAS. สืบค้นเมื่อ17 April 2012.
  28. Wolman, David (April 3, 2008). . news.nationalgeographic.com.Cite journal requires |journal= (help)
  29. Dr. D.R.Johnson. "Human Evolution : Lower and Middle Pleistocene - Homo erectus and Homo sapiens : Lecture 1 of 6". Faculty of Biological Sciences, University of Leeds.Missing or empty |url= (help)
  30. McKie, Robin (May 17, 2009). . The Observer. London. สืบค้นเมื่อ2012-02-14.
  31. Wood, Bernard A. (2009). "Where does the genus Homo begin, and how would we know?". ใน Grine, Frederick E.; Fleagle, John G.; Leakey, Richard E. (eds) (บ.ก.). . London, UK: Springer. pp. 17–27. ISBN 978-1-4020-9979-3.CS1 maint: multiple names: editors list (link) CS1 maint: extra text: editors list (link)
  32. Eswaran, Vinayak; Harpending, Henry; Rogers, Alan R. (2005). (PDF). Journal of Human Evolution. 49 (1): 1–18. doi:. PMID .Unknown parameter |month= ignored (help)CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  33. Jorde LB, Rogers AR, Bamshad M, Watkins WS, Krakowiak P, Sung S, Kere J, Harpending HC. (1997). (PDF). Proc Natl Acad Sci USA. 94 (7): 3100–3. PMC. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "Jorde1997" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  34. Harpending HC, Batzer MA, Gurven M, Jorde LB, Rogers AR, Sherry ST. (1998). (PDF). Proc Natl Acad Sci USA. 95 (4): 1961–7. PMC. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "Harpending1998" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  35. . BBC2. March 2004. สืบค้นเมื่อ2012-02-13.
  36. Thornton, Bruce (2002). . San Francisco, CA, USA: Encounter Books. p. 1-14. ISBN 1-893554-57-0.More than one of |pages= และ |page= specified (help)
  37. . internetworldstats.com/. สืบค้นเมื่อ19 November 2010.
  38. . Reuters. สืบค้นเมื่อ19 November 2010.
  39. Pimm S, Raven P, Peterson A, Sekercioglu CH, Ehrlich PR (2006). . Proc. Natl. Acad. Sci. U.S.A. 103 (29): 10941–6. doi:. PMC. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
    *Barnosky AD, Koch PL, Feranec RS, Wing SL, Shabel AB (2004). "Assessing the causes of late Pleistocene extinctions on the continents". Science. 306 (5693): 70–5. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  40. Lewis OT (2006). (PDF). Philos. Trans. R. Soc. Lond., B, Biol. Sci. 361 (1465): 163–71. doi:. PMC. PMID .
  41. Nancy Atkinson (2009-03-26). . Universetoday.com. สืบค้นเมื่อ2011-12-10.
  42. Kraft, Rachel (December 11, 2010). . JSC Features. Johnson Space Center.
  43. . BBC News. August 5, 1999. สืบค้นเมื่อFebruary 5, 2008.
  44. Whitehouse, David (May 19, 2005). . BBC News.
  45. U.S. Department of Justice, Bureau of Justice Statistics, . Accessed 29 Oct 2006
  46. Scientific American (1998). .
  47. . grida.no/. สืบค้นเมื่อ2007-05-30.
  48. American Association for the Advancement of Science. . AAAS Atlas of Population & Environment.
  49. Wilson, E.O. (2002). in The Future of Life.
  50. de Beer H (2004). "Observations on the history of Dutch physical stature from the late-Middle Ages to the present". Econ Hum Biol. 2 (1): 45–55. doi:. PMID .
  51. "Pygmy." Britannica Concise Encyclopedia. Encyclopædia Britannica, Inc., 2006. Answers.com Accessed 30 Oct. 2006.
  52. Why Humans and Their Fur Parted Way by Nicholas Wade, New York Times, August 19, 2003.
  53. Rogers, Alan R., Iltis, David & Wooding, Stephen (2004). "Genetic variation at the MC1R locus and the time since loss of human body hair". Current Anthropology. 45 (1): 105–108. doi:.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  54. Jablonski, N.G. & Chaplin, G. (2000). (pdf), 'Journal of Human Evolution 39: 57–106.
  55. Harding RM; Healy E; Ray AJ; และคณะ (2000). . Am. J. Hum. Genet. 66 (4): 1351–61. doi:. PMC. PMID .Unknown parameter |month= ignored (help);Unknown parameter |author-separator= ignored (help)
  56. Robin, Ashley (1991). Biological Perspectives on Human Pigmentation. Cambridge: Cambridge University Press.
  57. Schwartz, Jeffrey (1987). The Red Ape: Orangutans and Human Origins. Cambridge, MA: Westview Press. p. 286. ISBN 0813340640.
  58. Parker-Pope, Tara (October 27, 2009). . The New York Times.
  59. Burton, George (2000). (2 ed.). Oxford, UK: Heinemann. p. 3. ISBN 9780435631192.
  60. . New Scientist. 20 November 2008. สืบค้นเมื่อ2011-12-10.
  61. Collins, Desmond (1976). The Human Revolution: From Ape to Artist. p. 208.
  62. Pertea, Mihaela; Salzberg, Steven L. (2010). . Genome Biology. 11 (5): 206. doi:. PMC. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  63. Wade, Nicholas (March 7, 2007). . The New York Times. สืบค้นเมื่อ2012-02-13.
  64. LaVelle, M. (1995). "Natural selection and developmental sexual variation in the human pelvis". American Journal of Physical Anthropology. 98 (1): 59–72. doi:. PMID .
  65. Correia, H.; Balseiro, S.; De Areia, M. (2005). "Sexual dimorphism in the human pelvis: testing a new hypothesis". Homo. 56 (2): 153–160. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  66. Rush, David (2000). . American Journal of Clinical Nutrition. 72 (1 Suppl): 212S–240S. PMID .
  67. . คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ May 13, 2007. สืบค้นเมื่อ2007-05-30.
  68. Khor, G. (2003). "Update on the prevalence of malnutrition among children in Asia". Nepal Medical College Journal. 5 (2): 113–122. PMID .
  69. Leakey, Richard; Lewin, Roger (1993). Origins Reconsidered: In Search of What Makes Us Human. New York, New York: Anchor Books. ISBN 978-0-385-46792-6.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  70. Diamond, Jared (1997). Why is Sex Fun? The Evolution of Human Sexuality. New York, New York: Basic Books. pp. 167–170. ISBN 0-465-03127-7.
  71. Peccei, Jocelyn Scott (2001). (PDF). Evolutionary Anthropology. 10 (2): 47–57. doi:.
  72. United Nations Development Programme, pp. 363–366, November 9, 2006
  73. , U.S. Central Intelligence Agency. Retrieved April 2, 2005.
  74. , United Nations press release, February 28, 2002. Retrieved April 2, 2005.
  75. Liu, Hua; Prugnolle, Franck; Manina, Andrea; Balloux, François (2006). . The American Journal of Human Genetics. 79 (2): 230–237. doi:. PMC. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  76. Jorde, L.; Watkins, W; Bamshad, M; Dixon, M; Ricker, C.; Seielstad, M.; Batzer, M. (2000). . American Journal of Human Genetics. 66 (3): 979–988. doi:. PMC. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  77. Race, Ethnicity, and Genetics Working Group (2005). . American Journal of Human Genetics. 77 (4): 519–532. doi:. PMC. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  78. Bamshad, Michael; Wooding, Stephen; Salisbury, Benjamin A.; Stephens, J. Clairborne (2004). "Deconstructing the relationship between genetics and race". Nature Reviews Genetics. 5 (8): 598–609. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  79. Tishkoff, Sarah A.; Kidd, Kenneth K. (2004). "Implications of biogeography of human populations for 'race' and medicine". Nature Genetics. 36 (11 Suppl): S21–27. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  80. Jorde, Lynn B.; Wooding, Stephen P. (2004). "Genetic variation, classification and 'race'". Nature Genetics. 36 (11 Suppl): S28–33. doi:. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  81. Marks, J (1995). Human biodiversity: genes, race, and history. New York: Aldine de Gruyter. ISBN 0-585-39559-4.CS1 maint: ref=harv (link)
  82. AAA (1998-05-17). . Aaanet.org. สืบค้นเมื่อ2009-04-18.CS1 maint: ref=harv (link)
  83. Smedley, Audrey (2007-March-14-17). (PDF). presented at the conference “Race, Human Variation and Disease: Consensus and Frontiers” sponsored by the American Anthropological Association (AAA).Cite journal requires |journal= (help);Check date values in: |date= (help)CS1 maint: ref=harv (link)
  84. Ian Whitmarsh and David S. Jones, 2010, What's the Use of Race? Modern Governance and the Biology of Difference, MIT press. Page 188. "Far from waning in the age of molecular genetics, race has been resurgent in biomedical discourse, especially in relation to a torrent of new interest in human biological variation and its quantification."
  85. Templeton, Alan R. (1998). Check |url= value (help)(PDF). American Anthropologist. 100 (3): 632–650.
  86. Collins FS (2004). "What we do and don't know about 'race', 'ethnicity', genetics and health at the dawn of the genome era". Nature Genetics. 36 (11 Suppl): S13–5. doi:. PMID .Unknown parameter |month= ignored (help)
  87. Wallace, Robert (2003). . Race: The Power of an Illusion.
  88. Garcia, Richard (2003). . Race: The Power of an Illusion. Reprinted from: Garcia RS (2003). "The misuse of race in medical diagnosis". The Chronicle of Higher Education. 49 (35): B15. PMID .Unknown parameter |month= ignored (help)
  89. (PDF). สืบค้นเมื่อ2011-12-10.
  90. Vogel, Friedrich; Motulsky, Arno G. (1997). (3rd ed.). Heidelberg, Germany: Springer. pp. 610–611. ISBN 978-3-540-60290-3.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  91. . American Anthropological Association. Sept 1997. สืบค้นเมื่อ2012-02-12.Check date values in: |date= (help)
  92. Keita, SOY; Kittles, RA; Royal, CDM; Bonney, GM; Furbert-Harris, P; Dunston, GM; Rotimi, CM (2004). . Nature Genetics. 36 (S17–S20). doi:. PMID .CS1 maint: ref=harv (link)
  93. American Dietetic, Association; Dietitians Of, Canada (2003). "Vegetarian Diets". Journal of the American Dietetic Association. 103 (6): 748–765. doi:. PMID .
  94. Cordain L; Eaton SB; Sebastian A; และคณะ (2005). "Origins and evolution of the Western diet: health implications for the 21st century". Am. J. Clin. Nutr. 81 (2): 341–54. PMID .Unknown parameter |month= ignored (help);Unknown parameter |author-separator= ignored (help)
  95. Ulijaszek SJ (2002). "Human eating behaviour in an evolutionary ecological context". Proc Nutr Soc. 61 (4): 517–26. doi:. PMID .Unknown parameter |month= ignored (help)
  96. Krebs JR (2009). "The gourmet ape: evolution and human food preferences". Am. J. Clin. Nutr. 90 (3): 707S–711S. doi:. PMID .Unknown parameter |month= ignored (help)
  97. Holden C, Mace R (1997). "Phylogenetic analysis of the evolution of lactose digestion in adults". Hum. Biol. 69 (5): 605–28. PMID .Unknown parameter |month= ignored (help)
  98. United Nations Information Service. . United Nations, March 29, 2004, p. 6.
  99. Murray C, Lopez A (1997). "Global mortality, disability, and the contribution of risk factors: Global Burden of Disease Study". Lancet. 349 (9063): 1436–42. doi:Check |doi= value (help). PMID .
  100. Haslam DW, James WP (2005). "Obesity". Lancet. 366 (9492): 1197–209. doi:Check |doi= value (help). PMID .Unknown parameter |month= ignored (help)
  101. Catenacci VA, Hill JO, Wyatt HR (2009). "The obesity epidemic". Clin. Chest Med. 30 (3): 415–44, vii. doi:. PMID .Unknown parameter |month= ignored (help)CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  102. , The Secret Life of the Brain, Public Broadcasting Service. Retrieved April 3, 2005.
  103. Grandner, Michael A.; Patel, Nirav P.; Gehrman, Philip R.; Perlis, Michael L.; Pack, Allan I. (2010). . Sleep Medicine Reviews. 14 (4): 239–47. doi:. PMC. PMID .CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  104. Leary, Mark R.; Tangney, June Price (2005). . New York, New York: Guilford Press. pp. 576–577. ISBN 978-1-59385-237-5.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  105. Dr. Jack Palmer. . สืบค้นเมื่อMarch 17, 2006.
  106. Haviland, Wiliam A.; Prins, Harald E.L.; McBride, Bunny; Walrath, Dana (2010). . Belmont, California: Wadsworth/Cengage Learning. p. 82. ISBN 978-0-495-81082-7.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  107. Buss, David M. (2003). The Evolution of Desire: Strategies of Human Mating. Revised Edition. New York, New York: Basic Books. ISBN 978-0-465-00802-5.
  108. Thornhill, Randy; Palmer, Craig T. (2000). A Natural History of Rape. Biological Bases of Sexual Coercion. Cambridge, Massachusetts: MIT Press. ISBN 978-0-262-70083-2.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  109. Comrie, Bernard; Polinsky, Maria; Matthews, Stephen (1996). The Atlas of Languages: The Origin and Development of Languages Throughout the World. New York, New York: Facts on File. pp. 13–15. ISBN 978-0-8160-3388-1.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  110. J. Hutchinson & A.D. Smith (eds.), Oxford readers: Ethnicity (Oxford 1996), "Introduction"
  111. Smith, Anthony D. (1999) Myths and Memories of the Nation. Oxford University Press. pp.4-7
  112. Banton, Michael. (2007) Weber on Ethnic Communities: A critique. Nations and Nationalism 13 (1), 2007, 19–35.
  113. Delanty, Gerard & Krishan Kumar (2006) The SAGE Handbook of Nations and Nationalism. SAGE. ISBN 1412901014 p. 171
  114. Ronald Cohen 1978 "Ethnicity: Problem and Focus in Anthropology" in Annual Review of Anthropology 7: 383 Palo Alto: Stanford University Press
  115. Thomas Hylland Eriksen (1993) Ethnicity and Nationalism: Anthropological Perspectives. London: Pluto Press
  116. , by Max Weber, 1918. Retrieved March 17, 2006.
  117. Clark, J.D.; de Heinzelin, J.; Schick, K.D.; และคณะ (1994). "African Homo erectus: old radiometric ages and young Oldowan assemblages in the Middle Awash Valley, Ethiopia". Science. 264 (5167): 1907–1910. doi:. PMID .Explicit use of et al. in: |author= (help)CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  118. James, Steven R. (1989). (PDF). Current Anthropology. University of Chicago Press. 30 (1): 1–26. doi:. สืบค้นเมื่อ04 April 2012.Unknown parameter |month= ignored (help);Check date values in: |accessdate= (help)
  • Freeman, Scott; Jon C. Herron, Evolutionary Analysis (4th ed.) Pearson Education, Inc., 2007. ISBN 0-13-227584-8 pages 757–761.
วิกิพจนานุกรม มีความหมายของคำว่า:
มนุษย์
  • Possible human-orangutan split 20 million years ago. (Aug 26 2007)
  • - The Smithsonian Institution's Human Origins Program

มนุษย์
มน, ษย, อเร, ยกของโฮโมเซเป, ยนส, สป, ในสก, ลโฮโม, ภาษาอ, เฝ, าด, แก, ไข, บทความน, งต, องการเพ, มแหล, งอ, างอ, งเพ, อพ, จน, ความถ, กต, อง, ณสามารถพ, ฒนาบทความน, ได, โดยเพ, มแหล, งอ, างอ, งตามสมควร, เน, อหาท, ขาดแหล, งอ, างอ, งอาจถ, กลบออก, วงเวลาท, ตอย, preЄ, ส. mnusy chuxeriykkhxngohomesepiyns spichisinskulohom phasaxun efadu aekikh bthkhwamniyngtxngkarephimaehlngxangxingephuxphisucnkhwamthuktxng khunsamarthphthnabthkhwamniidodyephimaehlngxangxingtamsmkhwr enuxhathikhadaehlngxangxingxacthuklbxxkmnusy chwngewlathimichiwitxyu 0 35 0Ma PreYe Ye O S D C P T J K Pg N smyiphlsotsintxnklang pccubnphaphmnusybnaephnthxngehluxngthitidipkbyaniphoxeniyr 10karcaaenkchnthangwithyasastrodemn Eukaryotaxanackr Animaliaiflm Chordatachn Mammaliaxndb Primateswngs Hominidaeskul Homospichis H sapienschuxthwinamHomo sapiens Linnaeus ph s 2301chnidyxy Homo sapiens idaltu White et al 2003 Homo sapiens sapienskhwamhnaaennkhxngprachakr Homo sapienschuxphxngchuxphxngsayphnthu 1 aethiopicus Bory de St Vincent 1825americanus Bory de St Vincent 1825arabicus Bory de St Vincent 1825aurignacensis Klaatsch amp Hauser 1910australasicus Bory de St Vincent 1825cafer Bory de St Vincent 1825capensis Broom 1917columbicus Bory de St Vincent 1825cro magnonensis Gregory 1921drennani Kleinschmidt 1931eurafricanus Sergi 1911 grimaldiensis Gregory 1921grimaldii Lapouge 1906hottentotus Bory de St Vincent 1825hyperboreus Bory de St Vincent 1825indicus Bory de St Vincent 1825japeticus Bory de St Vincent 1825melaninus Bory de St Vincent 1825monstrosus Linnaeus 1758neptunianus Bory de St Vincent 1825palestinus McCown amp Keith 1932patagonus Bory de St Vincent 1825priscus Lapouge 1899proto aethiopicus Giuffrida Ruggeri 1915scythicus Bory de St Vincent 1825sinicus Bory de St Vincent 1825spelaeus Lapouge 1899troglodytes Linnaeus 1758wadjakensis Dubois 1921 mnusy chuxwithyasastr Homo sapiens phasalatinaeplwa khnchlad hrux phumipyya epnspichisediywthiyngmichiwitxyuinskul Homo inthangkaywiphakh mnusysmyihmthuxkaenidkhuninthwipaexfrikaraw 200 000 pithiaelw aelabrrlukhwamnasmythangphvtikrrm behavioral modernity xyangsmburnemuxraw 50 000 pithiaelw 2 echuxsaymnusyaeykxxkcakbrrphburusrwmsudthaykbchimaephnsi sungepnsingmichiwitthiiklchidthisud emuxraw 5 lanpithiaelwinaexfrika kxncawiwthnakaripepnxxstraolphiethsin Australopithecines aelasudthayepnskul Homo 3 spichis ohom aerk thixphyphxxkcakaexfrika khux Homo erectus Homo ergaster rwmkb Homo heidelbergensis sungthukmxngwaepnbrrphburussaytrngkhxngmnusysmyihm 4 5 Homo sapiens idedinthangtxipephuxtngthinthaninthwiptang odymathungyuerechiyrahwang 125 000 60 000 pithiaelw 6 7 thwipxxsetreliyraw 40 000 pithiaelw thwipxemrikaraw 15 000 pithiaelw aelaekaahangikl echn haway ekaaxisetxr madakskar niwsiaelndrahwang kh s 300 thung kh s 1280 8 9 raw 10 000 pithiaelw mnusyerimekstrkrrmaebbxyukbthi odykarplukphuchaelaeliyngstwpa thaihprachakrthwolkephimkhunxyangrwderw dwykarphthnaethkhonolyithikhbekhluxndwyechuxephling aelaethkhnikhihm khxngkarphthnakardankaraephthyaelasatharnsukhinkhriststwrrsthi 19 aela 20 prachakrmnusyyingephimkhunkwaaetkxn enuxngcakmnusyxasyxyuinthukthwipykewnaexntarktika cungidchuxwaepn spichisthiphbidthwolk cosmopolitan species cnthungeduxnphvscikayn kh s 2012 khnadprachakrmnusythikxngprachakrshprachachatipraeminiw micanwnxyuthiraw 7 phnlankhn 10 mnusymilksnaphiess khux mismxngihyemuxethiybkbkhnadtw odyechphaasmxngchnnxk smxngswnhna aelasmxngklibkhmbthiphthnaepnxyangdi thaihmnusysamarthihehtuphlechingnamthrrm ichphasa phinicphayin introspection aekpyhaaelasrangsrrkhwthnthrrmphankareriynruthangsngkhm khwamsamarththangcitickhxngmnusyni prakxbkbkarprbtwmaekhluxnihwsxngethasungthaihmuxwangcdkarcbwtthuid thaihmnusysamarthichxupkrnekhruxngmuxiddikwaspichisxunidbnolkmak mnusyyngepnspichisediywethathithrabthikxifaelathaxaharepn swmisesuxpha aelasrangsrrkh rwmthungmikhwamsamarththicaichethkhonolyiaelasilpaxun karsuksamnusyepnsakhahnungkhxngwithyasastr eriykwa manusywithya exklksnthisakhykhxngmnusy idaek khwamthndinkarichrabbkarsuxsardwysylksn echn phasa ephuxkaraesdngxxk aelkepliynkhwamkhid aelakarcdraebiyb mnusysrangokhrngsrangthangsngkhmxnsbsxn sungprakxbdwykarrwmklumcanwnmakthimithngrwmmuxaelaaekhngkhnkn cakkhrxbkhrwaelawngsakhnayati ipcnthungrth ptismphnththangsngkhmrahwangmnusyidkxtngkhaniym brrthdthanthangsngkhmaelaphithikrrm sungrwmknepnrakthankhxngsngkhmmnusy mnusykhunchuxinkhwamprarthnathicaekhaicaelamixiththiphlehnuxsingaewdlxm aeswnghakhaxthibayaelaprbepliynpraktkarntang phanwithyasastr prchya ethphpkrnm aelasasna enuxha 1 prawtisastr 1 1 wiwthnakar 1 1 1 hlkthancakchiwwithyaomelkul 1 1 2 hlkthancakbnthuksakdukdabrrph 1 1 3 karprbtwthangkaywiphakhsastr 1 2 yukhhineka 1 3 karepliynphansuxarythrrm 2 thinthixyuaelaprachakr 3 chiwwithya 3 1 kaywiphakhsastraelasrirwithya 3 2 phnthusastr 3 3 wngcrchiwit 3 4 khwamaeprphnthangchiwwithya 3 4 1 echuxchati 3 5 xahar 4 citwithya 4 1 karnxnhlb 4 2 khwamrusuktwaelakhwamkhid 4 3 aerngcungicaelaxarmn 4 4 ephssphaphaelakhwamrk 5 wthnthrrm 5 1 phasa 5 2 bthbathpracaephs 5 3 khwamepnyati 5 4 klumchatiphnthu 5 5 sngkhm karemuxngkarpkkhrxng 5 6 karkhaaelaesrsthsastr 5 7 wthnthrrmwtthuaelaethkhonolyi 5 8 sasnaaelacitwiyyan 5 9 withyasastraelakhnitsastr 6 duephim 7 xangxing 8 hnngsuxxanephim 9 aehlngkhxmulxunprawtisastr aekikhwiwthnakar aekikh dubthkhwamhlkthi wiwthnakarkhxngmnusy karsuksawiwthnakarkhxngmnusyxyangepnwithyasastr epnkarsuksaphthnakarkhxngskul Homo karpatidpatxhlkthankhxngwiwthnakarebnxxkkhxngechuxsaymnusycakohminin brrphburusrwmrahwangmnusykbchimaepnsi ohminid lingimmihangkhnadihy aelaiphremtxun mnusysmyihm thukniyamihxyuinspichis Homo sapiens aelaodyecaacngwaxyuinspichisyxy Homo sapiens sapiens ephiynghnungediywthiyngehluxxyuinpccubn hlkthancakchiwwithyaomelkul aekikh aephnphumiaesdngohminxydthiyngmixyu mnusy skul Homo chimaepnsiaelaobonob skul Pan kxrilla skul Gorilla xurngxutng skul Pongo aelachani siskulinwngs Hylobatidae Hylobates Hoolock Nomascus aela Symphalangus thnghmdykewnchaniepnohminxyd singmichiwitthiiklekhiyngmnusymakthisudthiyngmichiwitxyu khux kxrillaaelachimaepnsi dwykareriyngladbkhxngcionmmnusyaelachimaepnsi karpraeminkhwamphxngrahwangladbdiexnexkhxngmnusykbchimaepnsiinpccubnmiphisyrahwang 95 thung 99 11 12 13 14 odykarichethkhnikhthieriykwa nalikaomelkul sungpraeminewlathicanwnkarklayebnxxktxngkarsasmrahwangechuxsaythngsxng sungthaihsamarthkhanwnchwngewlaodypramanthiekidkaraeykechuxsayid chani hylobatidae aelaxurngxutng skul Pongo epnklumaerk thiaeykxxkcaksaythinaipsumnusy caknnepnkxrilla skul Gorilla tammadwychimaepnsiaelalingobonob skul Pan echuxsaymnusyaelachimaepnsiaeykcakknrahwang 8 4 lanpithiaelw inplaysmyimoxsin 15 14 16 hlkthancakbnthuksakdukdabrrph aekikh mihlkthansakdukdabrrphephiyngelknxythixthibaykarebnxxkkhxngechuxsaykxrilla chimaepnsi aelaohminin sakdukdabrrphekaaekthisudthithukesnxepnsmachikkhxngechuxsayohminin khux Sahelanthropus tchadensis sungmixayuraw 7 lanpi Orrorin tugenensis sungmixayuraw 5 7 lanpi aela Ardipithecus kadabba sungmixayuraw 5 6 lanpi aetlaspichisdngklawmikarotaeyngwaepnbrrphburussxngethakhxngohminininsmyhlng aetkhxxanginaetlakrniidthukkhdkhan epnipidwa spichishnungkhangtnepnbrrphburuskhxnglingimmihangaexfrikaxiksakhahnung hruxphwkmnxacepnbrrphburusrwmkhxngohmininkblingimmihangxun khathamthungkhwamsmphnthrahwangtwxyangsakdukdabrrphyukhtnehlanikbechuxsayohmininyngtxnghakhatxbtxip cakspichisyukhaerkerimehlani xxstraolphiethsin Australopithecines thuxkaenidkhunemux 4 lanpithiaelw aelaebnxxkepnsakha Robust hruxeriykwa Paranthropus aela Gracile sunghnunginnn xacepn A garhi txmaepnbrrphburuskhxngskul Homo smachikekaaekthisudkhxngskul Homo khux Homo habilis sungwiwthnakaremuxraw 2 3 lanpithiphanma Homo habilis epnspichisaerksungmihlkthankarichekhruxngmuxhin smxngkhxngohmininyukherimaerkniyngmikhnadethakbsmxngchimaepnsi aelakarprbtwhlkkhxngphwkmn khux karedinsxngetha sungepnkarprbtwephuxxyuxasybndin xikhnunglanpitxma khbwnkarrwmxwywasakhyiwthihw encephalization erimkhun aeladwykarmathungkhxng Homo erectus inbnthuksakdukdabrrph khwamcukaohlkidephimepnsxngetha Homo erectus epnohmininchnidaerkthixphyphcakaexfrika aelaspichisniaephrkracayipthwaexfrika exechiyaelayuorprahwang 1 8 thung 1 3 lanpithiaelw prachakrhnungkhxng H erectus hruxthibangkhrngcdepnxikspichistanghak chux Homo ergaster yngkhngxasyxyuinaexfrikaaelawiwthnakarepn Homo sapiens echuxknwaspichisehlaniepnphwkaerkthiichifaelaekhruxngmuxthisbsxn sakdukdabrrphtwechuxmthiekaaekthisudrahwang H ergaster erectus aela H sapiens obranmacakaexfrika echn Homo rhodesiensis aetduehmuxnwa rupaebbtwechuxmcayngphbthidmanisi Dmanisi praethscxreciy singmichiwitsubechuxsaykhxng H erectus aexfrikaniaephrkracaythwyueresiycakpraman 500 000 pithiaelw wiwthnakarepn H antecessor H heidelbergensis aela H neanderthalensis sakdukdabrrphekaaekthisudkhxngmnusysmyihmthangkaywiphakhsastrxyuinyukhhinekatxnklang raw 200 000 pithiaelw echn sakoxom Omo remains aehngexthioxepiy fxssilinsmyhlngcak Skhul inxisraexl aelayuorpit erimtngaetraw 90 000 pithiaelw txmainpi ph s 2560 karkhnphbsakfxssilkradukmnusyohom esepiyns thithaesebl xirhud inpraethsomrxkok xayurahwang 300 000 350 000 pi sungbngchiwamnusyimidmiwiwthnakarxyangrwderwcakaehlngediywthiexthioxepiytamthiekhaicknaetepnkarkhxy wiwthnakarprbsphaphthangkayphaphrwmkncakhlay aehlnginaexfrikaaebbthilaelkthilanxyphanewlayawnancnepnlksnainpccubnni 17 karprbtwthangkaywiphakhsastr aekikh wiwthnakarkhxngmnusymikhunlksnaphiessodykarepliynaeplngthangkaysnthanwithya phthnakar srirwithyaaelaphvtikrrmcanwnhnung sungidekidkhunnbaetkaraeykxxkrahwangbrrphburusrwmsudthaykhxngmnusykbchimaepnsi karprbtwthangkaywiphakhsastrthisakhythisud idaek 1 thwibthhruxkaredinsxngetha 2 khnadsmxngthiihykhun 3 karphthnaecriyetibotthinankhun kartngkhrrphaelawythark 4 phawathwisnthanthangephsthildlng khwamsmphnthrahwangkarepliynaeplngthnghmdehlaniyngepnhwkhxthkethiyngknxyu 18 karepliynaeplngthangkarsnthanwithyathisakhyxikprakarhnung idaek wiwthnakarkhxngkarhyibcbthimiphlngaelaaemnyadwyniwhwaemmux sungekidkhunkhrngaerkin H erectus 19 thwibth Bipedalism epnkarprbtwphunthankhxngsayohminin aelathukmxngwaepnsaehtuhlkebuxnghlngchudkarepliynaeplngkhxngokhrngkradukthiekidinohmininthwibthrwmkn ohmininthwibththiekaaekthisudthukmxngwa xacepn Sahelanthropus 20 hrux Orrorin ody Ardipithecus sungepnthwibthxyangetmtw mathihlng phwkthiedindwykhxniwmux xyangkxrillaaelachimaepnsi ebnxxkinewlaiklekhiyngkn aela Sahelanthropus hrux Orrorin spichisidspichishnungxacepnbrrphburusrwmsudthayrhwangmnusykblingthngsxng stwsxngethachwngtn sudthaywiwthnakaripepnxxstraolphiethsin aelaskul Homo txma mihlaythvsdithixthibaykhunkhakhxngkarprbtwepnthwibth epnipidwaehtuthithwibthidrbkarsnbsnunephraathaihstwmimuxwangthicaexuxmthungaelathuxxahar ephraamnchwyrksaphlngnganrahwangkarekhluxnihw ephraathaihsamarthwingaelalarayaiklid hruxepnyuththsastrhlikeliyngphawaikhsungodyldphunphiwthicasmphskbaesngxathityodytrng spichismnusyphthnasmxngihykwasmxngkhxngiphremtxunmak odythwip smxngmnusysmyihmmiprimatr 1 330 sm 3 kwasxngethakhxngkhnadsmxngchimaepnsihruxkxrilla 21 rupaebbkhxngkarrwmxwywasakhythihwerimtndwy Homo habilis sungmikhnadsmxngpraman 600 sm 3 ihykwachinaepnsielknxy tammadwy Homo erectus 800 1 100 sm 3 aelathungkhidsudinniaexnedxrthal odymikhnadodyechliy 1 200 1 900 sm 3 sungihykwa Homo sapiens esiyxik rupaebbkhxngkarecriyetibotkhxngsmxnghlngkhlxdkhxngmnusyaetktangipcaklingimmihangxun aelathaihmirayakareriynruthangsngkhmaelakarphthnathksaphasayawnankhuninmnusywyeyaw xyangirkdi khxaetktangrahwangokhrngsrangsmxngmnusykbsmxnglingimmihangxunxacsakhymakkwakhxaetktangindankhnad 22 23 24 25 karephimprimatrkhuntamewlaidkrathbtxphunthitang insmxngimethakn smxngklibkhmb sungbrrcusunyklangkarpramwlphlphasaidephimkhunxyangimidsdswn echnediywkbthismxngswnhnasungekiywkhxngkbkartdsinicthisbsxnaelakarprasanphvtikrrmthangsngkhm 21 karrwmxwywasakhyiwthihwmikhwamsmphnthkbkarthimnusyennkinenuxstwepnxaharephimkhun 26 27 hruxkbphthnakarkhxngkarthaxahar 28 aelamikaresnxwa echawnpyyaephimkhunephuxepnkarsnxngtxkhwamcaepntxngaekikhpyhasngkhmthiephimkhun emuxsngkhmmnusysbsxnkhun radbthwisnthanthangephsthildlngsngektidchdecnthisudcakkarldlngkhxngfnekhiywinchayemuxethiybkbspichislingimmihangxun ykewnchani karepliynaeplngthangsrirwithyathisakhyxikprakarhnungsungekiywkhxngkbephssphaphinmnusy khux wiwthnakarkhxngkarepnsdaefngern hidden estrus mnusyepnlingimmihangkhnadihychnidediywsunghyingsamarthsubphnthuidtlxdthngpi aelaimmisyyanaesdngphawaecriyphnthuthirangkaysrangkhunepnphiess echn xwywasubphnthubwmrahwangkarepnsd aemkrann mnusyyngmiphawathwisnthanthangephsradbhnunginkarkracaykhnkhxngrangkayaelaikhmnithnng aelainkhnadodyrwm chayihykwahyingraw 25 ephraawytharkkhxnglukyawnan mnusycungennkarcbkhuephimkhunephuxepnthangxxkthiepnipidtxkhwamtxngkarkarlngthunkhxngphxaem parental investment thiephimkhun sungkarepliynaeplngthangsrirwithyatang khangtnnnthuktikhwamwaepnphlmacakkarennkarcbkhuthiephimkhunniexng yukhhineka aekikh karaephrkracaythwolkkhxngmnusy mnusysmyihmthangkaywiphakhwiwthnakarcak ohom esepiyns dngediminaexfrikainyukhhinekatxnklang raw 200 000 pithiaelw cnthungkarerimtnkhxngsmyhinekatxnplay 50 000 pithiaelw idmikarphthnakhwamnasmythangphvtikrrmetmtw rwmthngphasa dntriaelasingsaklthangwthnthrrmxunkhun karxphyphxxknxkthwipaexfrikapraeminwaekidkhunraw 70 000 pithiaelw mnusysmyihmphayhlngaephrkracayipthwolk aethnthiohminidxunkxnhna mnusyxasyxyuinyuerechiyaelaoxechiyeniykxn 40 000 pithiaelw aelathwipxemrikaemuxxyangnxy 14 500 pithiaelw 29 thvsdithiniymaephrhlayhnungwa mnusyaethnthi Homo neanderthalensis aelaspichisxunsungsubechuxsaymacak Homo erectus 30 phuxyuxasyinyuerechiyenintngaet 2 lanpithiaelw phankarsubphnthuaelakaraekngaeyngchingthrphyakrthiprasbkhwamsaerckwa 31 rupaebbhruxkhxbekhtthiaenchdkhxngkarxyurwmknaelaptismphnthkhxngspichisthngsxngnnimthrabaelayngkhngepnhwkhxotaeyngkntxip 32 hlkthancakphnthusastrobrankhdisungsasmmatngaetkhristthswrrs 1990 idihkarsnbsnunthinaechuxthuxtxsmmutithanladbehtukarn xxkcakaexfrika aelaidebiydkhxsnnisthanhlayphumiphakhkhuaekhngtkip sungidesnxwa mnusysmyihmwiwthnakarma xyangnxybangswn cakprachakrohminidthiaeykkn 33 nkphnthusastr linn cxrcaelaehnri xarephndingaehngmhawithyalyyuthah esnxwa khwamhlakhlayindiexnexmnusynnelknxymakemuxethiybkbkhwamhlakhlayinspichisxun 34 phwkekhayngesnxwa rahwangsmyiphlsotsintxnplay prachakrmnusyldlngehluxephiyngkhuphxaemphnthucanwnnxyethann khux immakkwa 10 000 khn aelaxacehluxnxyephiyng 1 000 khn sngphlihyinphultkkhangmikhnadelkmak 35 hlayehtuphlsahrbkhxsmmutipraktkarnkhxkhwdprachakrni ehtuphlhnung khux thvsdimhntphyotba Toba catastrophe theory 36 karepliynphansuxarythrrm aekikh duephimetimthi prawtisastrolk karruckthakarekstr aelanastwpamaeliyngkhxngmnusy naipsukartngthinthanmnusythiesthiyr mnusyswnmakmiwithichiwitdwykarlastwaelaekbhakhxngpa krathngemuxpraman 10 000 pithiaelw phwkekhamkxyuxasyknepnklumerrxnkhnadelk eriykwa sngkhmklumkhn band society karerimthakarekstrkratunihekidkarptiwtiyukhhinihm emuxmnusymixaharswnekincnnaipsukartngthinthanmnusyxyangthawr mikarnastwmaeliyngaelakarichekhruxngmuxolhaepnkhrngaerkinprawtisastr ekstrkrrmyngekuxhnunkarkhaaelakhwamrwmmux aelaidnaipsusngkhmthimikhwamsbsxn raw 6 000 pithiaelw mnusyidphthna wathirth aehngaerkkhunindinaednemosopetemiy lumaemnainlkhxngxiyipt aelalumaemnasinthu thngmikarcdkalngthangthharephuxkarpxngkn aelarabbrachkarephuxkarbriharpkkhrxng rthtang mikarrwmmuxknaelaaekhngkhnknephuxihidmasungthrphyakr sunginbangkrnikthungkhnthasngkhramkn praman 2 000 3 000 pithiaelw bangrthechn epxresiy xinediy cin orm aelakris epnrthaerk thiphthnacakkarkhyaydinaedncnklayepnckrwrrdi krisobranepnxarythrrmtnaebbsungidwangrakthankhxngwthnthrrmtawntk epnbxekidkhxngprchyatawntk prachathipity khwamkawhnathangwithyasastraelakaraephthythisakhy kilaoxlimpik wrrnkrrmaelaprawtisastrniphnthtawntk rwmthngnatkrrmtawntk rwmthngosknatkrrmaelasukhnatkrrm 37 sasnasungmixiththiphl echn sasnayuday kaenidkhuninexechiytawntk aelasasnahindu sungkaenidkhuninexechiyit yngpraktchdinchwngewlaniechnkn yukhklangtxnklayidekidkarptiwtithangkhwamkhidaelaethkhonolyi sngkhmemuxngthikawhnainpraethscinidepnpccythichwyihekidnwtkrrmaelakhwamruihm echnkarhwanemldphuchaelakarphimph inxinediy khwamkawhnathisakhymiindankhnitsastr prchya sasnaaelaolhawithya yukhthxngkhxngxislammikhwamkawhnathangwithyasastrthisakhyinckrwrrdimuslim karklbmakhnphbkhwamruinyukhkhlassikkhxngyuorpaelakarpradisthaethnphimphnaipsukarfunfusilpawithyainstwrrsthi 14 aela 15 inrayaewla 500 pitxmaepnyukhaehngkarsarwcaelalaxananikhm krathngdinaednswnihyinthwipxemrika exesiy aelaaexfrikaxyuphayitkarkhwbkhumkhxngyuorp naipsukardinrnephuxexkrachinphayhlng karptiwtiwithyasastrinstwrrsthi 17 aelakarptiwtixutsahkrrminstwrrsthi 18 19 kxihekidnwtkrrmrupaebbkarkhnsngsakhy echn thangrthifaelarthynt karphthnathangphlngngan echn iffaaelathanhin aelamikarphthnarupaebbkarpkkhrxngechn prachathipityaebbmiphuaethnaelakhxmmiwnist cakkarepliynaeplngthangsngkhm karphthnathangethkhonolyiinchwngplaystwrrsthi 20 epnkarerimtnkhxngyukhsarsneths mnusysmyihmmichiwitinolkthithuksthanthisamarthrbrukhawsarkhwamekhluxnihwkhxngthwthukthiinolkipphrxm kn aelathukthiechuxmtxthungknodymiethkhonolyisarsnethsepnpccyhlk mikarpramaniwwain kh s 2010 mnusykwa 2 phnlankhnsuxsarknidphanthangxinethxrent 38 aela 3 3 phnlankhnsuxsarkndwyothrsphthekhluxnthi 39 thungaemwakarechuxmtxthungknrahwangmnusychwyihekidkaretibotthangwithyasastr silpa karsnthna aelaethkhonolyi aetkekidkarpathaknkhxngwthnthrrm ekidkarphthnaaelakarichxawuthxanuphaphthalaylangsung xarythrrmmnusyidnaipsukarthalaysingaewdlxmaelakxihekidmlphawa sungepnsaehtusakhytxkarsuyphnthukhrngihykhxngsingmichiwitxun eriykwa ehtukarnsuyphnthuoholsin holocene extinction event 40 sungxacerngihekiderwkhunodypraktkarnolkrxninxnakht 41 thinthixyuaelaprachakr aekikhduephimetimthi nkhr emuxng chnrxner okhrngsrangphunthan ban aela xakhar olkemuxmxngcakxwkas aesdngkhxbekhtkarcbcxngthixyuxasykhxngmnusybndawekhraah briewnthimiaesngswangkhux phunthithimikarxyuxasyhnaaennthisud thinthanmnusychwngtn khunxyukbkhwamiklchidkbnaaelathrphyakrthrrmchatixunsungichephuxyngchiphkhunxyukbrupaebbkardaeninchiwit echn prachakrkhxngehyuxstwthiichephuxkarlaaelaphundinsungehmaaaekkarephaaplukaelaeliyngpsustw aetmnusymikhidkhwamsamarthxyangsunginkarepliynaeplngthinthixyudwywithikarethkhonolyi phanchlprathan karphngemuxng karkxsrang karkhnsng karphlitsinkha karthalaypaaelakarklayepnthaelthray desertification karepliynaeplngthinthixyuodyectnamkthakhunephuxcudprasngkhinkarephimkhwammngkhngechingwtthu ephimkhwamsbayechingkhwamrxn thermal comfort phthnaprimanxaharthihaid phthnasunthriysastr hruxephimkhwamngayinkarekhathungthrphyakrhruxthinthanmnusyxun dwykarrierimokhrngsrangphunthanthangkarkhaaelakarkhnsngkhnanihy khwamiklchidthrphyakrehlaniklayepnsingimcaepn aelainhlayphunthi pccyehlanimiidepnaerngkhbdnebuxnghlngkaretibotaelakaresuxmthxykhxngprachakr aetrupaebbsungmikarepliynaeplngthinthixyumkepnpccyhlkkahndkarepliynaeplngprachakr ethkhonolyiexuxihmnusytngxananikhminthukthwipaelaprbtwexngekhakblksnaxakasaethbthukaebbid phayinstwrrsthiaelw mnusyidsarwcaexntarktika rxnglukmhasmuthr aelaxwkas aemkartngxananikhminsingaewdlxmehlanicayngepnipimidktam dwyprachakrkwahkphnlankhn mnusyepnhnunginstweliynglukdwynanmkhnadihythimicanwnmakthisud mnusyswnmak 61 xasyxyuinexechiy thiehluxxasyxyuinthwipxemrika 14 thwipaexfrika 14 thwipyuorp 11 aelaoxechiyeniy 0 5 karxyuxasykhxngmnusyphayinrabbniewswithyapidinsingaewdlxmimepnmitr echn aexntarktikaaelaxwkas mirakhaaephng odypktiaelwmirayaewlacakd aelamikhxbekhtechphaakarsarwcthangwithyasastr thangthharhruxthangxutsahkrrmethann chiwitinxwkasnanthimihn odyimekhymimnusyinxwkasphrxmknekinkwasibsamkhnely 42 rahwang kh s 1969 aela 1972 mnusyichchwngewlasn bndwngcnthrkhrawlasxngkhn cwbcnpccubn mnusyimekhyedinthangeyuxnethhfakfaxunely aemcamimnusykhunipyngxwkasxyangtxenuxngnbaetkarsnglukeruxchudaerkipxasyxyuinsthanixwkasnanachatiemuxwnthi 31 tulakhm kh s 2000 43 xyangirkdi ethhfakfaxunekhymiwtthuthimnusysrangkhunsngipeyuxnaelw nbaet kh s 1800 prachakrmnusyephimkhuncakhnungphnlankhnepnkwahkphnlankhn 44 in kh s 2004 prachakrraw 2 5 phnlankhncak 6 3 phnlankhn 39 7 xasyxyuinekhtemuxng aelatwelkhnikhadwacayngkhngephimsungkhuntlxdkhriststwrrsthi 21 eduxnkumphaphnth kh s 2008 shprachachatipraeminwaprachakrolkkhrunghnungcaxasyxyuinekhtemuxngemuxthungsinpinn 45 pyhakhxngmnusyphuxasyxyuinnkhrmithngmlphisaelaxachyakrrmhlakhlayrupaebb 46 odyechphaaxyangying nkhrchninaelaslmchanemuxng mnusyidmiphlkrathbxyangrwderwtxthrrmchati dwymnusyaethbimekhytkepnehyuxkhxngstwid cungthukxthibaywaepnnklakhnsungsud apex predator 47 pccubn phankarphthnathidin karephaihmechuxephlingsakdukdabrrph aelamlphis cungkhadknwamnusyepnphumiswnsakhyinkarepliynaeplnglksnaxakasolk 48 thakarepliynaeplngniyngekidkhundwyxtrainpccubn mikarthanaywa spichiskhrunghnungbnolkcahayipphayinstwrrshna 49 50 chiwwithya aekikhdubthkhwamhlkthi chiwwithyamnusy kaywiphakhsastraelasrirwithya aekikh dubthkhwamhlkthi kaywiphakhsastrmnusy lksnathangkaywiphakhphunthankhxngmnusyephshyingaelachay khnrangkayaelakhnibhnakhxngchaythuknaxxkcakaebbcalxngni mnusymilksnarangkaytangknxyumak aemwakhnadrangkayswnihythukkahndodyyin aetyngmipccyxunthisngphltxrangkayechnkarxxkkalngkayaelaophchnakar khwamsungechliykhxngmnusyotetmwyxyuthipraman 1 5 thung 1 8 emtr twelkhniaetktangknmakinaetlathiaelakhunxyukbchatiphnthukaenid 51 52 nahnkodyechliykhux 76 83 kiolkrminchay aela 54 64 kiolkrminhying 53 nahnkxacaetktangknidmakodymipccyechnkhwamxwn aemmnusycaduehmuxnimmikhnemuxethiybkbiphremtxun aetdwykaretibotkhxngesnphmthiednchdekidkhunhlk bncudsungsudkhxnghw itaekhnaelabriewnhwehna mnusyodyechliymirukhumkhnbnrangkaymakkwachimaepnsiodyechliy khwamaetktanghlkkhux khnkhxngmnusysnkwa bangkwaaelayxmsiekhmnxykwakhxngchimaepnsiodyechliy thaihkhnkhxngmnusymxngehnidyakkwa 54 sikhxngphiwhnngaelakhnmnusykahndodykarmixyukhxngsarsi eriykwa emlanin siphiwhnngmnusymitngaetnatalekhmipthungchmphusid sikhnmnusymitngaetkhawthungnatalthungaedngthungdathiphbmakthisud 55 khwamekhmkhnkhxngemlanininphmcangipemuxmixayuephimkhun thaihphmklayepnsiethahruxkrathngkhaw nkwicyswnmakechuxwa karekhmkhxngphiwhnngepnkarprbtwsungwiwthnakarmaepnkarpxngkntxkaraephrngsixltraiwoxeltcakdwngxathity xyangirkdi emuxerw ni idmikarthkethiyngknwa siphiwhnngechphaaepnkarprbtwephuxrksasmdulofelt sungthukthalayodykaraephrngsixltraiwoxelt aelawitamindi sungtxngkaraesngxathityinkarsrangkhun 56 karmisarsicbphiwhnngkhxngmnusyrwmsmynncdchwngchntamphumisastr aelaodythwipaelwmikhwamsmphnthkbradbkhxngkaraephrngsixltraiwoxelt phiwhnngmnusyyngsamarthmisiekhmkhunid echn karxabaedd ephuxsnxngtxkarsmphskaraephrngsixltraiwoxelt 57 58 mnusymiaenwonmxxnaexthangkayphaphkwaiphremtxunthimikhnadetha kn odymnusyephschayhnumphayitenguxnikhyngaesdngwaimxacethiybidkbkhwamaekhngaekrngkhxngxurngxutngephsemiy sungaekhngaerngkwaxyangnxysametha 59 okhrngsrangechingkranmnusyaetktangipcakkhxngiphremtxun echnediywkbniwetha phlkhux mnusywingrayasnidchakwastwxunswnmak aetepnhnunginbrrdankwingrayaiklthidithisudinxanackrstw 60 khntamrangkaythibangkwaaelatxmehnguxthimimakkwakhxngmnusyyngchwyhlikeliyngxakarephliyaeddkhnawingepnrayathangikl dwyehtuni karlatxenuxng persistence hunting cungmikhwamepnipidmakthisudthicaepnklyuthththiprasbkhwamsaercthisudsahrbmnusychwngaerk withikarni ehyuxcathukiltidtamkrathngehnuxyxyangaethcring withiniyngxacchwyihprachakrmnusyokhrmnyxngchwngaerk exachnaprachakrniaexnedxrthlinkaraeyngchingxahar inthangtrngknkham niaexnedxrthlsungmikhwamaekhngaerngthangkaymakkwacaprasbkhwamyaklabakkwaemuxtxnglastwdwywithini aelamiaenwonmlastwthiihykwainphunthipid karaelkepliynkhxidepriybnikhxngechingkranmnusysmyihmkhux karkhlxdedkcayakaelaxntraykwamak mnusyyngimehmuxniphremtxunswnmaktrngthimnusysamarthedinsxngethaidetmthi dngnncungsamarthichsxngaekhninkarthangankbwtthuhruxekhruxngmuxchnidtang odyminiwopngthiyunxxkipdankhangchwyprakhxng xngkhprakxbkhxngrangkaymnusyinbukhkhlhnk 60 kk 61 xngkhprakxb nahnk xatxmxxksiecn 38 8 kk 25 5kharbxn 10 9 kk 9 5ihodrecn 6 0 kk 63 0inotrecn 1 9 kk 1 4xun 2 4 kk 0 6 okhrngsrangihlmnusysmyihmexuxihkhwangpaxawuthid sungsahrbkhuaekhngniaexnedxrthlaelw karkhwangpaxawuthnnyakkwamakhruxkrathngepnipimidthicaichxyangmiprasiththiphaphely 62 sutrfnkhxngmnusyepndngni 2 1 2 3 2 1 2 3 displaystyle tfrac 2 1 2 3 2 1 2 3 mnusymisdswnephdanpaksnkwaaelafnelkkwamakemuxethiybkbiphremtxun mnusyepnephiyngiphremtchnidediywthifnsnaelakhxnkhangrab mnusymilksnafnek odymichxngwangcakfnthiesiyipodypktiaelwcathukxudxyangrwderwinwyedk mnusykhxy esiyfnkramsisudthayip odyinbangrayimmimaaetkaenid 63 phnthusastr aekikh mnusyepnspichisyukharioxtdiphlxydechnediywkbstweliynglukdwynmxun aetlaesllmiokhromosmsxngchud chudla 23 aethng odyokhromosmidrbmacakphxaelaaemkhnlachud ykewnesllsubphnthusungmiokhromosmchudediywphsmknrahwangchudkhxngphxaelaaem mnusymiokhromosmrangkay 22 khu aelaokhromosmephs 1 khu echnediywkbstweliynglukdwynanmxun mnusymirabbkarkahndephs XY dngnn phuhyingmiokhromosmephs XX aelachaymi XY cakkarpraemininpccubn mnusymiyinpraman 22 000 yin 64 karaeprphnindiexnexkhxngmnusynnelknxymakemuxethiybkbspichisxun sungxacepnhlkthankhxngpraktkarnkhxkhwdprachakrinyukhiphlsotsintxnplay raw 100 000 pikxn sungprachakrmnusyldlngehluxephiyngimkikhu 35 34 khwamhlakhlaykhxngniwkhlioxithdkhunxyukbkarklayphnthuediyw thieriykwa singekilniwkhlioxithdophlimxrfisum single nucleotide polymorphism khwamhlakhlaykhxngniwkhlioxithdinmnusyxyuthiraw 0 1 hrux khwamaetktang 1 tx 1 000 khuebs sungkhwamaetktang 1 in 1 000 niwkhlioxithdrahwangmnusysxngkhnthithuksum hmaykhwamwa camikhwamaetktang 3 lanniwkhlioxithd ephraacionmmnusymipraman 3 phnlanniwkhlioxithd singekilniwkhlioxithdophlimxrfisumehlaniswnmakepnklang neutral swnraw 3 thung 5 mihnathiaelasngxiththiphltxkhwamaetktangkhxngfionithprahwangmnusyphanaexllil dwykarepriybethiybswnkhxngcionmthiimthukkhdeluxkodythrrmchatikbthimikarklayphnthusasmthixtrakhxnkhangkhngthi cungepnipidthicapatidpatxtnimphnthukrrmsungrwmspichismnusythnghmdnbtngaetbrrphburusrwmsudthay aetlakhrngthikarklayphnthuthiaennxn singekilniwkhlioxithdophlimxrfisum ekidkhuninpceckbukhkhlaelathuksngtxipyngechuxsaykhxngphunn camikarsrang haplogroup sungidaekechuxsaykhxngpceckbukhkhlphucamikarklayphnthunndwy odykarepriybethiybdiexneximothkhxnedriysungrbmaechphaacakaemethann nkphnthusastrcungidsrupwa brrphburusrwmhyingsudthaysungphbekhruxnghmayphnthukrrminmnusysmyihmthukkhn hruxthieriykwa imothkhxnedriyl xif mitochondrial Eve nn txngmichiwitxyuemuxraw 200 000 pimaaelw phlngaehngkarkhdeluxkodythrrmchatinnyngkhngekidkhunkbprachakrmnusytxip odymihlkthanwacionmbangbriewnaesdngkarkhdeluxkiwthisthangediyw directional selection inchwng 15 000 pithiphanma 65 wngcrchiwit aekikh echnediywkbstweliynglukdwynanmxun karsubphnthukhxngmnusyepnkarptisnthiphayinodykarrwmephs hruxephssmphnth rahwangkrabwnkarni xngkhchatthiaekhngtwkhxngchaythuksxdisekhaipinchxngkhlxdkhxnghying krathngchayhlngnaxsuci sungbrrcusepirm sepirmedinthangphanchxngkhlxdaelapakmdlukekhaipinmdlukhruxthxnaikhephuxptisnthikboxwum ikh inewlathimikarptisnthiaelakarfngtwkhxngikhthiphsmaelwnn caekidkartngkhrrphinmdlukkhxnghyingtamma isoktaebngtwphayinmdlukkhxnghyingklaymaepnexmbriox khphpha sunghlngsphawatngkhrrph 38 spdah 9 eduxn exmbrioxcaklayepntharkinkhrrph fetus hlngchwngewlani tharkinkhrrphthiotetmthiaelwkcakhlxdxxkcakrangkhxnghying aelahayicdwytwexngepntharkkhrngaerk n cudni wthnthrrmsmyihmswnihyyxmrbwa tharkepnbukhkhlsungidrbsiththikhumkhrxngtamkdhmayxyangetmthi aembangekhtxanackhyaykhwamepnmnusy personhood hlakhlayradbipcnthungtharkmnusyinkhrrph khnathiyngxyuinmdluk emuxethiybkbspichisxun karkhlxdmnusyepnsingxntray karkhlxdsungecbpwdthikinewlayisibsichwomnghruxnankwannimicheruxngaeplk aelabangkhrngnaipsukaresiychiwitkhxngaemhruxedk saehtumacakthngesnrxbwnghwthiihyephuxbrrcusmxngkhxngtharkinkhrrph aelaechingkranthikhxnkhangaekhbkhxngaem lksnasungcaepnihkarekhluxnihwsxngethaprasbkhwamsaerc sungepnphlmacakkarkhdeluxkodythrrmchati 66 67 oxkaskarkhlxdluksaercephimkhunmakrahwangkhriststwrrsthi 20 inpraethsrarwy dwykhwamkawhnakhxngethkhonolyikaraephthy inthangklbkn kartngkhrrphaelakarkhlxdluktamthrrmchatiyngepnprasbkarnxntrayinphumiphakhkalngphthnakhxngolk thimixtrataykhxngmardamakkwapraethsphthnaaelwpraman 100 etha 68 inpraethsphthnaaelw tharkaerkekidhnkpraman 3 4 kiolkrm aelasung 50 60 esntiemtr 69 xyangirkdi tharkinpraethskalngphthnaminahnkaerkekidtakwaepnthrrmda aelaepnsaehtukhxngxtraphawakartaykhxngtharkthisunginphumiphakhehlani 70 mnusyaerkekidchwyehluxtwexngimid etibotkhuntxenuxngepnewlahlaypi krathngbrrluphthnakarthangephsemuxxayuid 12 thung 15 pi hyingyngmiphthnakarthangkayphaphkrathngxayu 18 pi khnathiphthnakarkhxngchaysinsudemuxxayuid 21 pi rayachiwitmnusysamarthaebngidepnhlaykhn thark edk wyrun phuihytxntn phuihyaelawychra xyangirkdi khwamyawkhxngaetlakhnniimethaknkhunxyukbwthnthrrmaelayukhsmy emuxethiybkbiphremtxunaelw mnusymikarecriyetibotxyangrwderw growth spurt phidpktiinchwngwyrun odyrangkaymikhnadihykhun 25 stwxun twxyangechn chimaepnsiihykhunephiyng 14 aelaimmikarecriyetibotxyangrwderw 71 mnusymikarecriyetibotxyangrwderwniepnipidwacaepnephuxihedkmirangkayelkkrathngecriyetmthithangcitic mnusyepnhnunginimkispichisthihyingmiwyhmdradu mikaresnxwakarhmdraduephimkhwamsaercinkarsubphnthuodyrwmkhxnghying odykarihhyingichewlaaelathrphyakrmakkhuninlukhlanthimixyuaelw makkwathicaihkaenidlukcnthungwychra 72 73 thwolkmixayukhadechliyaetktangknxyangsakhy praethsphthnaaelwodythwipcasungwy odymixayumthythanthiraw 40 pi inpraethskalngphthna xayumthythanxyurahwang 15 thung 20 pi xayukhadechliyemuxaerkekidinhxngkng khux 84 8 pisahrbhying aela 78 9 pisahrbchay khnathiswasiaelnd khux 31 3 pisahrbthngsxngephs sungxacmisaehtuhlkmacakorkhexds 74 khnathichawyuorphnunginhamixayu 60 pikhunip michawaexfrikaephiynghnunginyisibthimixayu 60 khunip 75 canwnphumixayu 100 pikhunipinolk shprachachatipraeminiwthi 210 000 khn emux kh s 2002 76 thwolk michay 81 khnthimixayu 60 pikhunipethiybkbhying 100 khninklumxayunn aelainbrrdathimixayumakthisud michay 53 khntxhying 100 khn khwamaeprphnthangchiwwithya aekikh hlkthanphnthukrrmaelaobrankhdilasudsnbsnunaenwkhidlasudthiwamnusysmyihmmiaehlngkaenidaehngediywinaexfrikatawnxxk 77 odymikarxphyphkhrngaerk emux 60 000 pithiaelw karsuksaphnthukrrmpccubnidaesdngwa mnusyinthwipaexfrikamikhwamhlakhlaythangphnthukrrmmakthisud 78 xyangirkdi emuxethiybkblingimmihangihyxun ladbyinkhxngmnusyepnaebbediywkn homogeneous phidthrrmda 79 80 81 82 khwamednkhxngkhwamaeprphnthangphnthukrrmekidkhuninklumchatiphnthu odymiephiyng 5 thung 15 cakkhwamaeprphnthnghmdekidkhunrahwangklum 79 echuxchati aekikh dubthkhwamhlkthi echuxchati haechuxchatikhxngbluemnbach Blumenbach mikhwamhlakhlaythangchiwwithyaxyuimnxyrahwangprachakrmnusythwolk sngphlihfionithpmikaraeprphnphxsmkhwr aetedim khwamaeprphnkhxngfionithpmnusynnthukxthibayodyaebngxxkepnechuxchati race khnadihytamthwip aesdnglksnathiniyamidngay khnann mnusycungthukcaaenkepnhnunginsihruxhaklumfionithpsungmkaebngtamsiphiw enuxphmaelarangkayibhna aelacathukcbkhukbthwipsungaetlaklumechuxmoyngkn bxykhrngthikarcaaenkechuxchatimnusyxthibayinaengkhxngkhunlksnathrrmchati aelaklaymaepnwithikarprbthsnkhtithwip stereotype thangsngkhmaelawthnthrrmekiywkbklumechuxchati aelaepnkarihehtuphlhruxcungickhtiniymechuxchatirupaebbtang tamma emuxkarsuksakhwamaeprphnthangchiwwithyamnusykawhnakhun kepnthichdecnwa khwamaeprphnswnmakmikarkracayaebbikhln cline aelakhxy phsmklunkncakphunthihnungipyngxikphunthihnung odyimmiesnaebngekhtchdecnrahwangthwip yingipkwann lksnathitangknkmikarkracayaebbikhlntangknipdwy khwamtrahnkineruxngnithaihnkmanusywithyaaelankchiwwithyacanwnmakthingkhwamkhidechuxchatihlkkhxngmnusy aelaxthibaykhwamphnaeprthangchiwwithyainaengkhxngprachakraelalksnathikracayaebbikhlnaethn immikhwamehnphxngthangwithyasastrekiywkbkhwamsmphnthkhxngechuxchatiinthangchiwwithya nkobrankhdicanwnnxysnbsnunaenwkhidwa echuxchati race khxngmnusyepnmonthsnchiwwithyaphunthan nkobrankhdiswnmakyngyudmnwa khawa echuxchati thuxwaechuxchatiepnklumthiphukphnknxyangchdecndwylksnaechphaathisakhy mkepnladbthimiraebiybaelaichephuxxangkhwamchxbthrrmaekkhwamimethaethiymthangsngkhmodypriyay dwyehtuphlehlani nkobrankhdicungmiaenwonmptiesthkarichkhawa echuxchati ephuxxthibaykhwamhlakhlaythangchiwwithya phwkekhamkehnwa echuxchati epnkhwamnukkhidthangsngkhmsungesrimaetngbnkhwamaeprphnthangchiwwithyathisxnxyu aetpidbngbangswn 83 84 85 mummxngkhdaeyngmiwa epnipidthicaphukthung echuxchati odyimtxngthakarsnnisthanxngkhprakxbaelaladbkhn aelankchiwwithyabangkhnaelanknitiwithyasastrcanwnmakichkhawa echuxchati ephuxxthibaykhwamaeprphnthangchiwwithyathiekiywkhxngkbbrrphburusaehngthwip continental ancestry epnthitklngknodythwipwa lksnathangphnthukrrmbangxyang rwmthngorkhthiphbidthwipbangorkh smphnthkbbrrphburusaehngthwipcakphumiphakhhnungodyechphaa aelabrrphburusthangphnthukrrmtamthikahndodykarrabuechuxchatinnkalngepnekhruxngmuxaephrhlaymakkhuninkarpraeminkhwamesiyngthangkaraephthy 80 81 82 86 87 88 89 90 karichkhawa echuxchati ihmikhwamhmaykhlaykb spichisyxy inmnusynnelikipaelw Homo sapiens immispichisyxy inkhwamhmayodynythangwithyasastrsmyihm khaniichimidkbspichisthiepnexkphnthuthangphnthukrrmxyangmnusy dngthiaethlngiwinaethlngkarnwadwyechuxchati 91 yuensok kh s 1950 ihstyabnsa kh s 1978 karsuksathangphnthusastridphisucnthungkarkhadphrmaednthangchiwwithyathichdecnaelw chann khawa echuxchati cungphbichnxykhrngepnsphthechphaathangwithyasastr imwacainthangmanusywithyaechingchiwwithyahruxphnthusastrmnusy 92 singthiinxditekhyniyamwaepn echuxchati echn phiwkhaw phiwda hruxexechiy pccubnniyamwaepn klumchatiphnthu hrux prachakr tamsakhathiphicarna sngkhmwithya manusywithya phnthusastr 93 94 xahar aekikh mnusykinthngphuchaelastwepnxahar dwykhwamhlakhlaykhxngaehlngxaharthimixyuinphumiphakhthixasyxyu aelakhwamhlakhlaykhxngbrrthdthanthangwthnthrrmaelasasna klummnusycungidepidrbxaharhlayaebb caktngaetmngswirtiniymipcnthungkinenuxstwepnhlk inbangkrni karcakdxaharinmnusysamarthnaipsuorkhkhadxaharid xyangirkdi klummnusythiesthiyrrbexarupaebbxaharhlayaebbphanthngphnthukrrmechphaaaelakhnbwthnthrrmthicaichaehlngxaharthismdulthangophchnakar 95 xaharmnusysathxnxyangoddedninwthnthrrmmnusy aelaidnaipsukarphthnawithyasastrkarxahar kxnmikarphthnakarekstremuxpraman 10 000 pithiaelw mnusyekbrwbrwmxahardwywithikarlastwaelaekbkhxngpaephiyngxyangediyw sungmithngaehlngxaharxyukbthi echn phlim thyphuch hwkhxngphuch aelaehd twxxnaemlngaelastwthaelphwkhxyaelahmuk kbkarlastwpa xncatxngthuklaaelakhaephuxbriophkh 96 mikaresnxwa mnusyidichifetriymaelathaxahartngaetepn Homo erectus 97 rawhnunghmunpithiaelw mnusyidphthnakarekstr sungidepliynaeplngxaharkhxngmnusyipxyangmak karepliynaeplngxaharniyngxacepliynaeplngchiwwithyamnusydwy emuxfarmokhnmepnaehlngxaharxnxudmaehlngihm cnnaipsuwiwthnakarkhwamsamarthinkaryxyaelkhothsinphuihybangswn 98 99 ekstrkrrmthaihmiprachakrephimkhun phthnakarkhxngnkhr aelaephraakhwamhnaaennkhxngprachakrephimkhun orkhtidechuxcungaephrkracayepnwngkwangkhundwy praephthkhxngxaharthibriophkh aelawithikaretriymxahar aetktangkntamewla sthanthiaelawthnthrrm odythwip mnusysamarthmichiwitxyuidepnewlasxngthungaepdspdahodyimmixahar khunxyukbikhmnkhxngrangkaythisasmiw karmichiwitodyprascaknaodythwipcakdephiyngsamhruxsiwnethann mnusyraw 36 lankhnesiychiwitthukpicaksaehtuthangtrnghruxthangxxmthiekiywkbkhwamhiwohy 100 thuphophchnakarwyedknnphbthwipaelaepnsaehtukhxngpharaorkhthwolk 101 xyangirkdi karkracayxaharthwolkimethaethiymkn aelakhwamxwninbrrdabangprachakrmnusyidephimkhunxyangrwderw cnnaipsuphawaaethrksxnaelaxtrakartaythiephimkhuninpraethsphthnaaelwbangpraeths rwmthungpraethskalngphthnaxikswnhnung prachakrhnungphnlankhnthwolkxwnekin 102 khnathiprachakrshrthxemrika 35 xwnekin 103 khwamxwnekidcakkarbriophkhaekhlxriekinkwaichhmd dngnn nahnkephimthiekinmaodythwipcungekidcakxaharikhmnsungxudmipdwyphlngnganaelakarxxkkalngkaythiimephiyngphxrwmkn 102 citwithya aekikhduephimetimthi cit smxngkhxngmnusy xnepncudrwmrabbprasathswnklanginmnusy khwbkhumrabbprasathswnnxk nxkehnuxipcakkhwbkhumkickrrmnxkxanacciticthiekidkhunodyxtonmtiepnhlk echn karhayicaelakaryxyxaharaelw yngepnthikhngkhxngkhasngthi sungkwa echn khwamkhid karihehtuphlaelaphawanamthrrm 104 khbwnkarthiekiywkbkarkhidnisungprakxbdwycitaelaphvtikrrm mikarsuksainsakhacitwithya echuxknwa smxngmnusymi khwamchlad odyrwmkwasmxngkhxngspichisxunidethathithrab aemwaspichisxunthimiichmnusybangspichiscasamarthsrangsingpluksrangaelaichxupkrnxyangngayid swnmakphansychatyanaelakarlxeliyn aetethkhonolyikhxngmnusymikhwamsbsxnkwamak aelamiwiwthnakaraelaprbprungxyangtxenuxngtamewla karnxnhlb aekikh dubthkhwamhlkthi karnxnhlb aela fn mnusyodythwipxxkhakinklangwn khwamtxngkarkarnxnhlbodyechliyxyurahwangecdthungekachwomngtxwnsahrbphuihyaelaekathungsibchwomngsahrbedk khnsungwyodythwipnxnhlbhkthungecdchwomng aetinsngkhmsmyihm karnxnhlbnxykwaethaniepnthrrmda phawakhadkarnxnhlbnixacmiphlkrathbdanlbid karcakdkarnxnhlbinphuihyehluxsichwomngtxwnxyangtxenuxngidaesdngwa smphnthkbkarepliynaeplnginsphaphthangsriraaelacitic rwmthngkhwamla khwamkawrawaelakhwamimsbaykay 105 mnusyfnrahwangthihlb infn mnusyrusuksmphsthangkarmxngehnaelaesiyng inladbthiphufntampktirbruinthanaphumiswnrwmchdecnmakkwaphusngekt fnthukkratunodyphxnsaelaswnmakekidkhunrahwangkarnxnhlbraya REM khwamrusuktwaelakhwamkhid aekikh dubthkhwamhlkthi khwamrusuktw aela khwamkhid mnusyepnephiynghnunginimkispichisthimikhwamtrahnkruintwexngphxthicacatwexnginkrackid 106 tngaetxayu 18 eduxn edkmnusyswnmakruaelwwa phaphinkrackhaichkhnxunim 107 smxngmnusyrbruolkphaynxkphanprasathsmphs aelaaetlabukhkhlkidrbxiththiphlxyangmakcakprasbkarnkhxngtnexng naipsumummxngxtwisytxkardarngxyuaelakarphankhxngewla klawknwa mnusymikhwamrusuktw khwamtrahnkruintwexng aelacit sungsmphnthxyangkhraw kbkhbwnkarthangcitkhxngkhwamkhid thngkhwamrusuktw khwamtrahnkruintwexng aelacitni klawknwa mikhunphaph echn khwamsamarthinkarrusuk echawnpyya aelakhwamsamarthinkarrbrukhwamsmphnthrahwangtwexngkbsingaewdlxm khxbekhtthicitsamarthkxkhwamkhidkhunhruxsmphsolkphaynxkyngepnhwkhxthkethiyngknxyu echnediywkbniyamaelakhwamsmehtusmphlkhxnghlaykhathiichkhangtn aerngcungicaelaxarmn aekikh dubthkhwamhlkthi aerngcungic aela xarmn aerngcungicepnaerngkhbkhwamprarthnaebuxnghlngkarkrathaodyectnathnghmdkhxngmnusy aerngcungickhunxyukbxarmn odyechphaaxyangying karaeswngkhwamphungphxic prasbkarnxarmnthangbwk aelakarhlikeliyngkhwamkhdaeyng xarmnthangbwkaelathanglbniyamodyphawasmxngaetlakhn sungxacidrbxiththiphlcakbrrthdthanthangsngkhm bukhkhlxacthukkhbihtharaytwexnghruxkxehturunaerngephraasmxngkhxngphunnthukwangenguxnikhihsrangkartxbsnxngthangbwktxkarkrathaehlani aerngcungicnnsakhyephraamnekiywkhxngkbsmrrthnakhxngkartxbsnxngthiekidcakkareriynruthnghmd inwichacitwithya karhlikeliyngkhwamkhdaeyngaelaaerngkhbthangephs libido thukmxngwaepnaerngcungichlk inwichaesrsthsastr aerngcungicmkthukmxngwaekidcaksingcungic sungxacepnengin silthrrmhruxkarbibbngkhbkid khnathisasnamkmxngthungxiththiphlkhxngphraecahruxpisac ephssphaphaelakhwamrk aekikh dubthkhwamhlkthi ephssphaphkhxngmnusy aela khwamrk sahrbmnusy ephssphaphmihnathithangsngkhmthisakhyinkarsrangkhwamiklchidthangkay phnthaaelaladbchnrahwangpceckbukhkhl nxkehnuxipcakkarpraknkarsubphnthuthangchiwwithya mnusyaelalingobonobepniphremtephiyngsxngspichisthimiephssmphnthnxkphawaecriyphnthutamchwngewlakhxnghyinghruxtwemiybxykhrng aelayngmkmikickrrmthangephsephuxkhwamphungphxicaelakhwamsnuksnanephiyngxyangediywethann sungphbidnxymakinstwchnidxun khwamsakhykhxngephssphaphinmnusysathxnxxkmainlksnathangkayphaphcanwnhnung echn karsxnkartkikh wiwthnakarkhxngthungxnthaaelaxngkhchatphaynxk sungmikaresnxwaephuxkaraekhngkhnkhxngsepirm karkhadthxnkradukinxwywaephs baculum lksnathutiyphumithangephsthithawr aelakarkxphnthakhu pair bond odyyudkhwamdungdudthangephsepnokhrngsrangsngkhmphunthan mnusyhyingimmisyyankartkikhthichdecnhruxsngektid tangcakiphremtxunthiaesdngkartkmn estrus phansyyanthisngektid bwkkbkarmikhwamtxngkarthangephsnxkphawaecriyphnthutamchwngewla karprbtwnibngchiwa khwamhmaykhxngephssphaphinmnusynnkhlaykhlungkbthiphbinlingobonob aelaphvtikrrmthangephskhxngmnusyxnsbsxnmiprawtisastrwiwthnakarmaxyangyawnan 108 tweluxkkhxngmnusyinkarptibtitamephssphaphodythwipidrbxiththiphlcakbrrthdthanwthnthrrmsungaetktangknmak karcakdmkkahndodykhwamechuxthangsasnaaelacaritpraephnisngkhm nkwicybukebik sikhmunth frxyth echuxwa mnusyekidmawittharhlayrupaebb sunghmaykhwamwa wtthuid ksamarthepnaehlngkhxngkhwamphungphxicid frxythrabuwa mnusyphankhnphthnakarkhwamtxngkarthangephshakhn aelasamarthtidkhxngidinthukkhn ephraakhwamchxkchathangcithlayxyangrahwangkhbwnkarni sahrbxlefrd khinsiy nkwicythangephsthimixiththiphlxikkhnhnung bukhkhlsamarthtkxyuthiidktambnmatrarsniymthangephsthitxenuxng odymiephiyngswnnxyethannthirktangephshruxrkephsediywknxyangetmthi karsuksathangprasathwithyaaelaphnthusastrlasudesnxwa bukhkhlxacmiaenwonmthangephsthihlakhlay 109 110 wthnthrrm aekikhdubthkhwamhlkthi wthnthrrm aela sngkhm mnusyepnstwsngkhmxyangsungaelamiaenwonmxasyxyuinklumsngkhmsbsxnkhnadihy mnusythndinkarichrabbkarsuxsarephuxaesdngkhwamrusukkhxngtn aelkepliynkhwamkhid aelakarcdraebiyb ehnuxkwasingmichiwitxunid aelachanncungidsrangokhrngsrangthangsngkhmsbsxnsungprakxbdwyhlayklumthngthirwmmuxaelaaekhngkhnkn klummnusymitngaetkhrxbkhrwipcnthungchati xntrkiriyathangsngkhmrahwangmnusyidsrangkhaniym caritsngkhm aelaphithikrrmxnhlakhlaykwangkhwangmak sungthnghmdrwmknsrangrakthankhxngsngkhmmnusy wthnthrrminthininiyamwa rupaebbkhxngphvtikrrmechingsylksnthisbsxn khux thukphvtikrrmthiimidmimaodykaenidaettxngeriynruphanxntrkiriyathangsngkhmkbphuxun echn karichwtthutang aelarabbsylksn rwmthungphasa phithikrrm karcdraebiybsngkhm praephni khwamechuxaelaethkhonolyi phasa aekikh dubthkhwamhlkthi phasa khidkhwamsamarthkhxngmnusyinkaraelkepliynkhxsnethsaelakhwamkhidphankarphudaelakarekhiynimphbehmuxninspichisxun phasamnusynnepid khux naesiyngaelakhacanwncakdmarwmknsamarthsrangepnkhwamhmayidimsinsud imehmuxnkbrbbsylksnpidkhxngiphremtxunsungmiesiyngepnidxyangediywaelakhukbkhwamhmayhnung ethann phasamnusyyngmikhwamsamarthinkaraethnthi khux karichkhaephuxaethnsingkhxngaelapraktkarnthimiidekidkhuninpccubnhruxinthxngthin aetmixyuincintnakarrwmkhxngkhusnthna 63 karaethnthiebuxngtnxacphbinspichisxundwy aetinmnusycaphbsbsxnepnphiess thaihsylksnaelaphasasamarthhmaythungsphaphnamthrrmhruxaemaetcintphaphlwn id aelasnbsnunwthnthrrmechingsylksnsbsxnkhxngmnusy phasamnusyyngmiexklksnepnrabbsylksnthiimkhunkbwithi khux khwamhmayediywknsamarththaythxdidphansuxtang echn dwykarfnginkhaphud dwykarmxngehnodysylksnthathang hruxaemaetsuxkaysmphsxyangxksrebrll khwamsamarththangphasaepnlksnniyamaehngmnusychati aelaepnwthnthrrmsakl phasaepncudrwmkarsuxsarrahwangmnusy aelasanukaehngxtlksnsungrwmchati wthnthrrmaelaklumchatiphnthuepnhnung karkhidkhnrabbphasaemuxxyangnxyhaphnpikxnthaihphasasamarthekbrksaepnrupthrrm aelaepnkhwamkawhnathangethkhonolyikhrngihy phasasastrxthibayokhrngsrangaelahnathikhxngphasaaelakhwamsmphnthrahwangphasa pccubnmipramanhkphnphasaichknxyu rwmthngphasamux aelaphasasuyphnthuxikhlayphn 111 bthbathpracaephs aekikh dubthkhwamhlkthi bthbathpracaephs karaebngephsmnusyxxkepnchaykbhyingthukaesdngthangwthnthrrmodykaraebngbthbath carit karptibti ekhruxngaetngkay phvtikrrm siththi hnathi exksiththi sthanphaphaelaxanacthitxngkn khwamaetktangthangwthnthrrmodyephsechuxwaekidtamthrrmchaticakkaraebngaerngnganphlitsa reproductive labor khux khxethccringthangchiwwithyathiwahyingihkaenidnaipsukhwamrbphidchxbthangwthnthrrmkhxnghyinginkareliyngduaelaexaicisbutrtxip bthbathpracaephsmihlakhlayinprawtisastr aelakarkhdkhancaritthangephsthikhrxbngaxyuekidkhuninhlaysngkhm khwamepnyati aekikh dubthkhwamhlkthi khwamepnyati aela karsmrs thuksngkhmmnusycdraebiyb yxmrbaelaaebngpraephthkhwamsmphnththangsngkhmodyxasykhwamsmphnthrahwangbidahruxmardaaelabutr karrwmsayolhit aelakhwamsmphnthphankarsmrs khwamekiywdxng khwamsmphnthehlaniodythwiperiykwa khwamsmphnthaebbekhruxyati insngkhmswnmak khwamepnyatitngkhwamrbphidchxbaelakarkhadhwngkhwamepnpukaephnsungknaelakntxpceckbukhkhlthiekiywkhxngsmphnthknechnnn aelaphuthiyxmrbxikfayhnungwaepnhmuyati kinsman camatngekhruxkhaysungsthabnthangsngkhmxunsamarthwangraebiybphanid karthahnathikhxngkhwamepnyatixnhnung khux khwamsamarthinkartngklumkarsubechuxsay descent group khux klumbukhkhlthimisaykarsubskulediywkn sungsamarththahnathiepnhnwykaremuxngid echn trakul clan khwamepnyatiyngthahnathixikxyanghnung khux rwmkhrxbkhrwphankarsmrs tngepnkhwamekiywdxngepnyatiknrahwangklumphurbphrrya wife taker kbphuihphrrya wife giver khwamsmphnthaebbekhruxyatimkrwmraebiybthipceckbukhkhlkhwrhruximkhwrsmrskbphuid thuksngkhmmikdkhxhamkarrwmpraewnikbyati incest taboo sunghamkarsmrsrahwangkhwamsmphnthaebbyatibangxyang kdnimihlakhlaytamwthnthrrm bangsngkhmyngmikdkarsmrssiththiphiess preferential marriage kbkhwamsmphnthaebbyatibangxyang bxykhrngkblukphiluknxngaebbkhamhruxkhnan cross or parallel cousin kdaelacaritkhxngkarsmrsaelaphvtikrrmthangsngkhminwngswanmksathxninrabbxphithansphthkhwamepnyatiinhlayphasathwolk inhlaysngkhm khwamsmphnthaebbekhruxyatisamarthsrangidphankarxyuxasyrwmkn karrbbutrbuythrrm kareliyngduhruxmitrphaph sungyngmiaenwonmsrangkhwamsmphnthxnmikhwamepnpukaephnthikhngthn klumchatiphnthu aekikh dubthkhwamhlkthi klumchatiphnthu mnusymktngklumchatiphnthu sungepnklumthimkmikhnadihykwaekhruxkhayyatiaelacdraebiybodyxtlksnrwmknthiniyamhlakhlayinaengkhxngbrrphburusaelaprawtisastrrwmkn caritwthnthrrmaelaphasarwmkn hruxfionithpthangchiwwithyarwmkn xudmkarnkhunlksnarwmknechnnimkthukthaihthawrinrupkhxngkarbrryayxnthrngphlngaelabngkhbthiihkhwamchxbdwykdhmayaelakhwamtxenuxngaekchudkhaniymrwmknni karcdklumchatiphnthumksxdkhlxngkbxngkhkrkaremuxngradbhnung echn klumkhn epha nkhrrthhruxchati aemkarcdklumchatiphnthucapraktkhunaelahayiptlxdprawtisastr smachikklumchatiphnthumksrangkrxbkhwamkhidwaklumkhxngtnmiprawtisastrsubyxnipikl xudmkarndngnithaihchatiphnthumibthbaththrngphlnginkarniyamxtlksnthangsngkhmaelainkarsrngkhwamepnpukaephnrahwangsmachikkhxnghnwychatiphnthukaremuxng khunsmbtirwmkhxngchatiphnthuniphukphniklchidkbkarecriykhxngrthchatiepnrupaebbxngkhkrkaremuxngthimixiththiphlinkhriststwrrsthi 19 aela 20 112 113 114 115 116 117 sngkhm karemuxngkarpkkhrxng aekikh dubthkhwamhlkthi karemuxng karpkkhrxng aela rth sngkhmepnrabbxngkhkaraelasthabnthiekidkhuncakxntrkiriyarahwangmnusy rthepnchumchnkaremuxngthimikarcdraebiybodykhrxbkhrxngdinaednthiaennxn mirthbal aelakhrxbkhrxngxthipitythngphayinaelaphaynxk karrbrxngkarprakasexkrachkhxngrthodyrthxun thaihrthsamarthekhasukhwamtklngrahwangpraethsidnn mksakhyinkarsthapnakhwamepnrth rth yngsamarthniyaminaengkhxngsphaphphayinpraethsodyecaacng dngkrxbkhwamkhidkhxngmks ewebxr rthepnchumchnmnusythi prasbkhwamsaercinkar xangkarphukkhadkarichkalngxanacodytrng odychxbdwykdhmay phayinxanaekhthnung 118 niyamkarpkkhrxngidwaepnwithikarthangkaremuxnginkarsrangaelabngkhbichkdhmay odythwipphanladbkhnrabbrachkarpraca karemuxngepnkhbwnkarsungkrathakartdsinicphayinklum khbwnkarnimkekiywkhxngkbkhwamkhdaeyngechnediywkbkarpranipranxm aemkhanimkichkbphvtikrrmphayinrthbal aetkaremuxngyngphbinxntrkiriyathukklummnusy rwmthngbristh sthabnwichakaraelasasna mirabbkaremuxnghlakhlay enuxngcakmihlaythangthicathakhwamekhaicrabbkaremuxngehlani aelahlayniyamksxnthbkn twxyangrabxbkarpkkhrxngrwmthungrachathipity rthkhxmmiwnist ephdckarthhar ethwathipity aelaesriprachathipity sungesriprachathipitynithukphicarnawaepnihyxyuinewlani sungpraedndngklawthnghmdlwnmikhwamsmphnthodytrngkbesrsthsastr karkhaaelaesrsthsastr aekikh dubthkhwamhlkthi karkha aela esrsthsastr karkhaepnkaraelkepliynsinkhaaelabrikardwyicsmkhr aelaepnesrsthsastrrupaebbhnung klikthithaihekidkarkhaeriykwa tlad rupaebbkarkhadngedim khux karaelkepliynsinkhathiichsinkhaaelabrikaraelkepliynknodytrng phukhasmyihmodythwipecrcaphansuxklangkaraelkepliynaethn echn engin phlkhux karsuxsamarthaeykcakkarkhay hruxrayid karkhidkhnengin aelaekhrdit enginkradasaelaenginthicbtxngimidphayhlng thaihkarkhangaykhunmakaelaepnkarsnbsnunkarkha ephraakarmikhwamchanyphiessaelakaraebngaerngngan bukhkhlswnmakcungkracukxyuinmumelk khxngkarphlithruxbrikar odyaelkaerngngankhxngtnkbphlitphnth karkhaekidkhunrahwangphumiphakh ephraaaetlaphumiphakhmikhxidepriybinkarphlitophkhphnththisamarthkhakhayidbangxyang hruxephraakhnadthiaetktangknkhxngphumiphakhthaihidpraoychncakkarphlitepncanwnmak esrsthsastrepnsngkhmsastrsungsuksakarphlit karaeckcay karkhaaelakarbriophkhsinkhaaelabrikar esrsthsastrennsuksatwaeprthiwdid aelaaebngepnsxngsakhahlk khux esrsthsastrculphakh sungekiywkhxngkbtwkrathapceck echn khrweruxnaelathurkic kbesrsthsastrmhphakh sungphicarnaesrsthkicthnghmd sungphicarnaxupthanaelaxupsngkhmwlrwmkbengin thunaelaophkhphnth mumkhxngesrsthsastrthiidrbkhwamsnicepnphiess khux karcdsrrthrphyakr karphlit karaeckcay karkhaaelakaraekhngkhn trrkaesrsthkicthuknaipprayuktichkbpyhaid thiekiywkhxngkbthangeluxkphayitkhwamkhadaekhlnhruxkarkahndmulkhathangesrsthkicephimkhun wthnthrrmwtthuaelaethkhonolyi aekikh phwktnsaykhxngskulmnusy proto humans ruckichekhruxngmuxhinmaxyangnxy 2 5 lanpimaaelw 119 karkhwbkhumephuxichpraoychncakifxacerimtngaetraw 1 7 lanpikxn 120 nbaetnn mnusyidmikhwamkawhnaihyhlaykhrng odyphthnaethkhonolyithisbsxnephuxsrangekhruxngmuxthicachwyinkardaeninchiwitaelaepidihmiphthnakarxyangxuninthangwthnthrrm karkawkraoddthangethkhonolyithisakhyrwmthungkarkhnphbekstrkrrm sungruckkninchux karptiwtiyukhhinihm aelakarkhidkhnekhruxngckrxtonmtiinkarptiwtixutsahkrrm sasnaaelacitwiyyan aekikh dubthkhwamhlkthi sasna odythwip sasnaniyamwaepnrabbkhwamechuxekiywkbsingehnuxthrrmchati khwamskdisiththihruxkhwamepnphraeca tlxdcnhlk khaniym sthabnaelaphithikrrmthiekiywkhxngkbkhwamechuxnn bangsasnayngmihlksilthrrm inphthnakarkhxngsasnanbaetsasnaaerk sasnamihlayrupaebbaelwaetwthnthrrmaelamitipceck bangkhathamaelapraednhlkthisasnaekhamaekiywkhxng rwmthung chiwithlngkhwamtay kaenidchiwit thrrmchatikhxngexkphph ckrwalwithyasasna aelachatasudthaykhxngexkphph aelasingidkhuxsilthrrmhruxphidsilthrrm aehlngthimakhxngkhatxbsamytxkhathamehlani khux khwamechuxinphraeca echn ethwphaphhruxphraecaxngkhediyw aemimichthuksasnacaechuxinphraecaktam citwiyyan khwamechuxhruxkhwamekiywkhxngineruxngkhxngwiyyanhruxspirit epnhnunginhlayaenwthangthimnusyichphyayamtxbkhathamphunthanekiywkbthikhxngmnusychatiinexkphph khwamhmaykhxngchiwit aelawithixudmkhtiinkarmichiwitxyu aemhwkhxehlaniyngklawthunginwichaprchyadwyechnkn aelawithyasastrklawthungbanginbangkhxbekht aetcitwiyyanmiexklksninkarmungsnicmonthsnrhsyahruxehnuxthrrmchati echn eruxngkrrmaelaphraeca aemradbkhwameluxmisinsasnayakthicawdihaenchd aetmnusyswnihynbthuxsasnahruxkhwamechuxthangcitwiyyan aembangkhncaimnbthuxsasna mnusybangklumimmikhwamechuxthangsasnahruxthuxxethwniym kngkhakhtiwithyasastr hruxxiyyniym sasnaaelakhwamechuxthangcitwiyyanswnihyaetktangchdecncakwithyasastrthnginradbprchyaaelaraebiybwithi mnusyswnihythuxthngmummxngwithyasastraelasasnadwykn withyasastraelakhnitsastr aekikh karphthnawithithisbsxnephuxihidkhwamrumaphankarsngektaelakarwdprimanepnxikaengmumhnungthiepnexklksnkhxngwthnthrrmaelakhwamkhidmnusy raebiybwithithangwithyasastridthukphthnakhunephuxihidkhwamrukhxngolkthangkayphaph tlxdcnkdeknth krabwnkaraelahlkkhxngthrrmchati sungemuxrwmkbkhnitsastraelw thaihsamarththanayaebbruppccyphaphaelaphlsubenuxngthisbsxn stwxunbangchnidsamarthrbrukhwamaetktanginprimanelknxyid aetmnusysamarthekhaicaelarbruprimanthimakkwa hruxaemkrathngechingnamthrrmid aelayngrbruekhaicaebbrupxlkxrithumsungepidthangkarnbpracaxyangimmithisinsudaelaphichkhnit sungimphbinspichisxunduephim aekikhsngkhm citic phuchay phuhyingxangxing aekikh xangxingphidphlad payrabu lt ref gt imthuktxng immikarkahndkhxkhwamsahrbxangxingchux msw3 Human Evolution by The Smithsonian Institution s Human Origins Program Human Origins Initiative Smithsonian Institution subkhnemux 2010 08 30 Tattersall Ian amp Jeffrey Schwartz 2009 Evolution of the Genus Homo Annual Review of Earth and Planetary Sciences Vol 37 67 92 DOI 10 1146 annurev earth 031208 100202 Anton Susan C amp Carl C Swisher III 2004 Early Dispersals of homo from Africa Annual Review of Anthropology Vol 33 271 296 DOI 10 1146 annurev anthro 33 070203 144024 Trinkaus Erik 2005 Early Modern Humans Annual Review of Anthropology Vol 34 207 30 DOI 10 1146 annurev anthro 34 030905 154913 Hints Of Earlier Human Exit From Africa Science News doi 10 1126 science 1199113 Check doi value help subkhnemux 2011 05 01 Paul Rincon Humans left Africa much earlier BBC News 27 January 2011 Lowe David J 2008 Polynesian settlement of New Zealand and the impacts of volcanism on early Maori society an update PDF University of Waikato subkhnemux 29 April 2010 Tim Appenzeller Nature Human migrations Eastern odyssey 485 24 26 doi 10 1038 485024a 02 May 2012 Roberts Sam 31 October 2011 U N Reports 7 Billion Humans but Others Don t Count on It The New York Times subkhnemux 2011 11 07 de Waal Frans 1997 Bonobo Berkeley University of California Press ISBN 0 520 20535 9 Britten Roy J 2002 Divergence between samples of chimpanzee and human DNA sequences is 5 counting indels Proceedings of the National Academy of Sciences USA 99 21 13633 13635 doi 10 1073 pnas 172510699 PMC 129726 PMID 12368483 Wildman D Uddin M Liu G Grossman L Goodman M 2003 Implications of natural selection in shaping 99 4 nonsynonymous DNA identity between humans and chimpanzees enlarging genus Homo Proceedings of the National Academy of Sciences USA 100 12 7181 7188 doi 10 1073 pnas 1232172100 PMC 165850 PMID 12766228 CS1 maint multiple names authors list link 14 0 14 1 Ruvolo Maryellen 1997 Molecular phylogeny of the hominoids inferences from multiple independent DNA sequence data sets Molecular Biology and Evolution 14 3 248 265 PMID 9066793 Ruvolo M 1997 Genetic Diversity in Hominoid Primates Annual Review of Anthropology Vol 26 1997 pp 515 540 Dawkins R 2004 The Ancestor s Tale Query Hominidae Hylobatidae Time Tree 2009 Retrieved December 2010 http www bbc com thai international 40202638 SThisFB Boyd Robert Silk Joan B 2003 How Humans Evolved New York New York Norton ISBN 0 393 97854 0 CS1 maint multiple names authors list link Brues Alice M Snow Clyde C 1965 Physical Anthropology Biennial Review of Anthropology 4 1 39 CS1 maint multiple names authors list link Brunet M Guy F Pilbeam D Mackaye H Likius A Ahounta D Beauvilain A Blondel C Bocherens H Boisserie J De Bonis L Coppens Y Dejax J Denys C Duringer P Eisenmann V Fanone G Fronty P Geraads D Lehmann T Lihoreau F Louchart A Mahamat A Merceron G Mouchelin G Otero O Pelaez Campomanes P Ponce De Leon M Rage J Sapanet M Schuster M Sudre J Tassy P Valentin X Vignaud P Viriot L Zazzo A Zollikofer C 2002 A new hominid from the Upper Miocene of Chad Central Africa Nature 418 6894 145 151 doi 10 1038 nature00879 PMID 12110880 CS1 maint multiple names authors list link 21 0 21 1 P Thomas Schoenemann 2006 Evolution of the Size and Functional Areas of the Human Brain Annu Rev Anthropol 35 379 406 Park Min S Nguyen Andrew D Aryan Henry E U Hoi Sang Levy Michael L Semendeferi Katerina 2007 Evolution of the human brain changing brain size and the fossil record Neurosurgery 60 3 555 562 doi 10 1227 01 NEU 0000249284 54137 32 PMID 17327801 CS1 maint multiple names authors list link Bruner Emiliano 2007 Cranial shape and size variation in human evolution structural and functional perspectives PDF Child s Nervous System 23 12 1357 1365 doi 10 1007 s00381 007 0434 2 PMID 17680251 Potts Richard 2012 Evolution and Environmental Change in Early Human Prehistory Annu Rev Anthropol 41 151 67 Leonard William R J Josh Snodgrass and Marcia L Robertson 2007 Effects of Brain Evolution on Human Nutrition and Metabolism Annu Rev Nutr 27 311 27 06 14 99 Meat eating was essential for human evolution says UC Berkeley anthropologist specializing in diet Berkeley edu 1999 06 14 subkhnemux 2012 01 31 Meat in the human diet an anthropological perspective Free Online Library Thefreelibrary com 2007 09 01 subkhnemux 2012 01 31 Organ Chris 22 August 2011 Phylogenetic rate shifts in feeding time during the evolution of Homo PNAS subkhnemux 17 April 2012 Wolman David April 3 2008 Fossil Feces Is Earliest Evidence of N America Humans news nationalgeographic com Cite journal requires journal help Dr D R Johnson Human Evolution Lower and Middle Pleistocene Homo erectus and Homo sapiens Lecture 1 of 6 Faculty of Biological Sciences University of Leeds Missing or empty url help McKie Robin May 17 2009 How Neanderthals met a grisly fate devoured by humans The Observer London subkhnemux 2012 02 14 Wood Bernard A 2009 Where does the genus Homo begin and how would we know in Grine Frederick E Fleagle John G Leakey Richard E eds b k The First Humans Origin and Early Evolution of the GenusHomo London UK Springer pp 17 27 ISBN 978 1 4020 9979 3 CS1 maint multiple names editors list link CS1 maint extra text editors list link Eswaran Vinayak Harpending Henry Rogers Alan R 2005 Genomics refutes an exclusively African origin of humans PDF Journal of Human Evolution 49 1 1 18 doi 10 1016 j jhevol 2005 02 006 PMID 15878780 Unknown parameter month ignored help CS1 maint multiple names authors list link 34 0 34 1 Jorde LB Rogers AR Bamshad M Watkins WS Krakowiak P Sung S Kere J Harpending HC 1997 Microsatellite diversity and the demographic history of modern humans PDF Proc Natl Acad Sci USA 94 7 3100 3 PMC 20328 PMID 9096352 CS1 maint multiple names authors list link xangxingphidphlad payrabu lt ref gt imsmehtusmphl miniyamchux Jorde1997 hlaykhrngdwyenuxhatangkn 35 0 35 1 Harpending HC Batzer MA Gurven M Jorde LB Rogers AR Sherry ST 1998 Genetic traces of ancient demography PDF Proc Natl Acad Sci USA 95 4 1961 7 PMC 19224 PMID 9465125 CS1 maint multiple names authors list link xangxingphidphlad payrabu lt ref gt imsmehtusmphl miniyamchux Harpending1998 hlaykhrngdwyenuxhatangkn Supervolcanoes BBC2 March 2004 subkhnemux 2012 02 13 Thornton Bruce 2002 Greek Ways How the Greeks Created Western Civilization San Francisco CA USA Encounter Books p 1 14 ISBN 1 893554 57 0 More than one of pages aela page specified help Internet Usage Statistics The Internet Big Picture internetworldstats com subkhnemux 19 November 2010 Reuters homepage Reuters subkhnemux 19 November 2010 Pimm S Raven P Peterson A Sekercioglu CH Ehrlich PR 2006 Human impacts on the rates of recent present and future bird extinctions Proc Natl Acad Sci U S A 103 29 10941 6 doi 10 1073 pnas 0604181103 PMC 1544153 PMID 16829570 CS1 maint multiple names authors list link Barnosky AD Koch PL Feranec RS Wing SL Shabel AB 2004 Assessing the causes of late Pleistocene extinctions on the continents Science 306 5693 70 5 doi 10 1126 science 1101476 PMID 15459379 CS1 maint multiple names authors list link Lewis OT 2006 Climate change species area curves and the extinction crisis PDF Philos Trans R Soc Lond B Biol Sci 361 1465 163 71 doi 10 1098 rstb 2005 1712 PMC 1831839 PMID 16553315 Nancy Atkinson 2009 03 26 Soyuz Rockets to Space 13 Humans Now in Orbit Universetoday com subkhnemux 2011 12 10 Kraft Rachel December 11 2010 JSC celebrates ten years of continuous human presence aboard the International Space Station JSC Features Johnson Space Center World s population reaches six billion BBC News August 5 1999 subkhnemux February 5 2008 Whitehouse David May 19 2005 Half of humanity set to go urban BBC News Urban Suburban and Rural Victimization 1993 98 U S Department of Justice Bureau of Justice Statistics Accessed 29 Oct 2006 Scientific American 1998 Evolution and General Intelligence Three hypotheses on the evolution of general intelligence Climate Change 2001 Working Group I The Scientific Basis grida no subkhnemux 2007 05 30 American Association for the Advancement of Science Foreword AAAS Atlas of Population amp Environment Wilson E O 2002 in The Future of Life de Beer H 2004 Observations on the history of Dutch physical stature from the late Middle Ages to the present Econ Hum Biol 2 1 45 55 doi 10 1016 j ehb 2003 11 001 PMID 15463992 Pygmy Britannica Concise Encyclopedia Encyclopaedia Britannica Inc 2006 Answers com Accessed 30 Oct 2006 http www answers com topic pygmy Human weight ArticleWorld Why Humans and Their Fur Parted Way by Nicholas Wade New York Times August 19 2003 Rogers Alan R Iltis David amp Wooding Stephen 2004 Genetic variation at the MC1R locus and the time since loss of human body hair Current Anthropology 45 1 105 108 doi 10 1086 381006 CS1 maint multiple names authors list link Jablonski N G amp Chaplin G 2000 The evolution of human skin coloration pdf Journal of Human Evolution 39 57 106 Harding RM Healy E Ray AJ aelakhna 2000 Evidence for variable selective pressures at MC1R Am J Hum Genet 66 4 1351 61 doi 10 1086 302863 PMC 1288200 PMID 10733465 Unknown parameter month ignored help Unknown parameter author separator ignored help Robin Ashley 1991 Biological Perspectives on Human Pigmentation Cambridge Cambridge University Press Schwartz Jeffrey 1987 The Red Ape Orangutans and Human Origins Cambridge MA Westview Press p 286 ISBN 0813340640 Parker Pope Tara October 27 2009 The Human Body Is Built for Distance The New York Times Burton George 2000 Chemical Storylines 2 ed Oxford UK Heinemann p 3 ISBN 9780435631192 Were Neanderthals stoned to death by modern humans New Scientist 20 November 2008 subkhnemux 2011 12 10 63 0 63 1 Collins Desmond 1976 The Human Revolution From Ape to Artist p 208 Pertea Mihaela Salzberg Steven L 2010 Between a chicken and a grape estimating the number of human genes Genome Biology 11 5 206 doi 10 1186 gb 2010 11 5 206 PMC 2898077 PMID 20441615 CS1 maint multiple names authors list link Wade Nicholas March 7 2007 Still Evolving Human Genes Tell New Story The New York Times subkhnemux 2012 02 13 LaVelle M 1995 Natural selection and developmental sexual variation in the human pelvis American Journal of Physical Anthropology 98 1 59 72 doi 10 1002 ajpa 1330980106 PMID 8579191 Correia H Balseiro S De Areia M 2005 Sexual dimorphism in the human pelvis testing a new hypothesis Homo 56 2 153 160 doi 10 1016 j jchb 2005 05 003 PMID 16130838 CS1 maint multiple names authors list link Rush David 2000 Nutrition and maternal mortality in the developing world American Journal of Clinical Nutrition 72 1 Suppl 212S 240S PMID 10871588 Low Birthweight khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux May 13 2007 subkhnemux 2007 05 30 Khor G 2003 Update on the prevalence of malnutrition among children in Asia Nepal Medical College Journal 5 2 113 122 PMID 15024783 Leakey Richard Lewin Roger 1993 Origins Reconsidered In Search of What Makes Us Human New York New York Anchor Books ISBN 978 0 385 46792 6 CS1 maint multiple names authors list link Diamond Jared 1997 Why is Sex Fun The Evolution of Human Sexuality New York New York Basic Books pp 167 170 ISBN 0 465 03127 7 Peccei Jocelyn Scott 2001 Menopause adaptation or epiphenomenon PDF Evolutionary Anthropology 10 2 47 57 doi 10 1002 evan 1013 Human Development Report 2006 United Nations Development Programme pp 363 366 November 9 2006 The World Factbook U S Central Intelligence Agency Retrieved April 2 2005 U N Statistics on Population Ageing United Nations press release February 28 2002 Retrieved April 2 2005 Liu Hua Prugnolle Franck Manina Andrea Balloux Francois 2006 A geographically explicit genetic model of worldwide human settlement history The American Journal of Human Genetics 79 2 230 237 doi 10 1086 505436 PMC 1559480 PMID 16826514 CS1 maint multiple names authors list link Jorde L Watkins W Bamshad M Dixon M Ricker C Seielstad M Batzer M 2000 The distribution of human genetic diversity a comparison of mitochondrial autosomal and Y chromosome data American Journal of Human Genetics 66 3 979 988 doi 10 1086 302825 PMC 1288178 PMID 10712212 CS1 maint multiple names authors list link 79 0 79 1 Race Ethnicity and Genetics Working Group 2005 The use of racial ethnic and ancestral categories in human genetics research American Journal of Human Genetics 77 4 519 532 doi 10 1086 491747 PMC 1275602 PMID 16175499 CS1 maint multiple names authors list link 80 0 80 1 Bamshad Michael Wooding Stephen Salisbury Benjamin A Stephens J Clairborne 2004 Deconstructing the relationship between genetics and race Nature Reviews Genetics 5 8 598 609 doi 10 1038 nrg1401 PMID 15266342 CS1 maint multiple names authors list link 81 0 81 1 Tishkoff Sarah A Kidd Kenneth K 2004 Implications of biogeography of human populations for race and medicine Nature Genetics 36 11 Suppl S21 27 doi 10 1038 ng1438 PMID 15507999 CS1 maint multiple names authors list link 82 0 82 1 Jorde Lynn B Wooding Stephen P 2004 Genetic variation classification and race Nature Genetics 36 11 Suppl S28 33 doi 10 1038 ng1435 PMID 15508000 CS1 maint multiple names authors list link Marks J 1995 Human biodiversity genes race and history New York Aldine de Gruyter ISBN 0 585 39559 4 CS1 maint ref harv link AAA 1998 05 17 American Anthropological Association Statement on Race Aaanet org subkhnemux 2009 04 18 CS1 maint ref harv link Smedley Audrey 2007 March 14 17 The History of the Idea of Race and Why It Matters PDF presented at the conference Race Human Variation and Disease Consensus and Frontiers sponsored by the American Anthropological Association AAA Cite journal requires journal help Check date values in date help CS1 maint ref harv link Ian Whitmarsh and David S Jones 2010 What s the Use of Race Modern Governance and the Biology of Difference MIT press Page 188 Far from waning in the age of molecular genetics race has been resurgent in biomedical discourse especially in relation to a torrent of new interest in human biological variation and its quantification Templeton Alan R 1998 1998 pdf Human races a genetic and evolutionary perspective Check url value help PDF American Anthropologist 100 3 632 650 Collins FS 2004 What we do and don t know about race ethnicity genetics and health at the dawn of the genome era Nature Genetics 36 11 Suppl S13 5 doi 10 1038 ng1436 PMID 15507997 Unknown parameter month ignored help Wallace Robert 2003 A Racialized Medical Genomics Shiny Bright and Wrong Race The Power of an Illusion Garcia Richard 2003 The misuse of race in medical diagnosis Race The Power of an Illusion Reprinted from Garcia RS 2003 The misuse of race in medical diagnosis The Chronicle of Higher Education 49 35 B15 PMID 15287125 Unknown parameter month ignored help The Race question UNESCO and its programme Vol 3 1950 Publication 791 PDF subkhnemux 2011 12 10 Vogel Friedrich Motulsky Arno G 1997 Human Genetics Problems and Approaches 3rd ed Heidelberg Germany Springer pp 610 611 ISBN 978 3 540 60290 3 CS1 maint multiple names authors list link American Anthropological Association Response to OMB Directive 15 Race and Ethnic Standards for Federal Statistics and Administrative Reporting American Anthropological Association Sept 1997 subkhnemux 2012 02 12 Check date values in date help Keita SOY Kittles RA Royal CDM Bonney GM Furbert Harris P Dunston GM Rotimi CM 2004 Conceptualizing human variation Nature Genetics 36 S17 S20 doi 10 1038 ng1455 PMID 15507998 CS1 maint ref harv link American Dietetic Association Dietitians Of Canada 2003 Vegetarian Diets Journal of the American Dietetic Association 103 6 748 765 doi 10 1053 jada 2003 50142 PMID 12778049 online copy available Cordain L Eaton SB Sebastian A aelakhna 2005 Origins and evolution of the Western diet health implications for the 21st century Am J Clin Nutr 81 2 341 54 PMID 15699220 Unknown parameter month ignored help Unknown parameter author separator ignored help Ulijaszek SJ 2002 Human eating behaviour in an evolutionary ecological context Proc Nutr Soc 61 4 517 26 doi 10 1079 PNS2002180 PMID 12691181 Unknown parameter month ignored help Krebs JR 2009 The gourmet ape evolution and human food preferences Am J Clin Nutr 90 3 707S 711S doi 10 3945 ajcn 2009 27462B PMID 19656837 Unknown parameter month ignored help Holden C Mace R 1997 Phylogenetic analysis of the evolution of lactose digestion in adults Hum Biol 69 5 605 28 PMID 9299882 Unknown parameter month ignored help United Nations Information Service Independent Expert On Effects Of Structural Adjustment Special Rapporteur On Right To Food Present Reports Commission Continues General Debate On Economic Social And Cultural Rights United Nations March 29 2004 p 6 Murray C Lopez A 1997 Global mortality disability and the contribution of risk factors Global Burden of Disease Study Lancet 349 9063 1436 42 doi 10 1016 S0140 6736 96 07495 8 Check doi value help PMID 9164317 102 0 102 1 Haslam DW James WP 2005 Obesity Lancet 366 9492 1197 209 doi 10 1016 S0140 6736 05 67483 1 Check doi value help PMID 16198769 Unknown parameter month ignored help Catenacci VA Hill JO Wyatt HR 2009 The obesity epidemic Clin Chest Med 30 3 415 44 vii doi 10 1016 j ccm 2009 05 001 PMID 19700042 Unknown parameter month ignored help CS1 maint multiple names authors list link 3 D Brain Anatomy The Secret Life of the Brain Public Broadcasting Service Retrieved April 3 2005 Grandner Michael A Patel Nirav P Gehrman Philip R Perlis Michael L Pack Allan I 2010 Problems associated with short sleep bridging the gap between laboratory and epidemiological studies Sleep Medicine Reviews 14 4 239 47 doi 10 1016 j smrv 2009 08 001 PMC 2888649 PMID 19896872 CS1 maint multiple names authors list link Leary Mark R Tangney June Price 2005 Handbook of Self and Identity New York New York Guilford Press pp 576 577 ISBN 978 1 59385 237 5 CS1 maint multiple names authors list link Dr Jack Palmer Consciousness and the Symbolic Universe subkhnemux March 17 2006 Haviland Wiliam A Prins Harald E L McBride Bunny Walrath Dana 2010 Cultural Anthropology The Human Challenge Belmont California Wadsworth Cengage Learning p 82 ISBN 978 0 495 81082 7 CS1 maint multiple names authors list link Buss David M 2003 The Evolution of Desire Strategies of Human Mating Revised Edition New York New York Basic Books ISBN 978 0 465 00802 5 Thornhill Randy Palmer Craig T 2000 A Natural History of Rape Biological Bases of Sexual Coercion Cambridge Massachusetts MIT Press ISBN 978 0 262 70083 2 CS1 maint multiple names authors list link Comrie Bernard Polinsky Maria Matthews Stephen 1996 The Atlas of Languages The Origin and Development of Languages Throughout the World New York New York Facts on File pp 13 15 ISBN 978 0 8160 3388 1 CS1 maint multiple names authors list link J Hutchinson amp A D Smith eds Oxford readers Ethnicity Oxford 1996 Introduction Smith Anthony D 1999 Myths and Memories of the Nation Oxford University Press pp 4 7 Banton Michael 2007 Weber on Ethnic Communities A critique Nations and Nationalism 13 1 2007 19 35 Delanty Gerard amp Krishan Kumar 2006 The SAGE Handbook of Nations and Nationalism SAGE ISBN 1412901014 p 171 Ronald Cohen 1978 Ethnicity Problem and Focus in Anthropology in Annual Review of Anthropology 7 383 Palo Alto Stanford University Press Thomas Hylland Eriksen 1993 Ethnicity and Nationalism Anthropological Perspectives London Pluto Press Max Weber s definition of the modern state 1918 by Max Weber 1918 Retrieved March 17 2006 Clark J D de Heinzelin J Schick K D aelakhna 1994 African Homo erectus old radiometric ages and young Oldowan assemblages in the Middle Awash Valley Ethiopia Science 264 5167 1907 1910 doi 10 1126 science 8009220 PMID 8009220 Explicit use of et al in author help CS1 maint multiple names authors list link James Steven R 1989 Hominid Use of Fire in the Lower and Middle Pleistocene A Review of the Evidence PDF Current Anthropology University of Chicago Press 30 1 1 26 doi 10 1086 203705 subkhnemux 04 April 2012 Unknown parameter month ignored help Check date values in accessdate help hnngsuxxanephim aekikhFreeman Scott Jon C Herron Evolutionary Analysis 4th ed Pearson Education Inc 2007 ISBN 0 13 227584 8 pages 757 761 aehlngkhxmulxun aekikh wikiphcnanukrm mikhwamhmaykhxngkhawa mnusy khxmulekiywkhxngkb Homo sapiens cakwikispichisMNSU Archaeology Info Chororapithecus abyssinicus Possible human orangutan split 20 million years ago Aug 26 2007 Homo sapiens The Smithsonian Institution s Human Origins Programekhathungcak https th wikipedia org w index php title mnusy amp oldid 9555395, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม