fbpx
วิกิพีเดีย

ประเทศกัมพูชา

บทความนี้เกี่ยวกับประเทศกัมพูชา สำหรับความหมายอื่น ดูที่ กัมพูชา (แก้ความกำกวม)

กัมพูชา หรือ ก็อมปุเจีย (เขมร:កម្ពុជា, กมฺพุชา) ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรกัมพูชา หรือ พระราชอาณาจักรก็อมปุเจีย (เขมร:ព្រះរាជាណាចក្រកម្ពុជា, พฺระราชาณาจกฺรกมฺพุชา) เป็นประเทศตั้งอยู่ในส่วนใต้ของคาบสมุทรอินโดจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ 181,035 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนทิศตะวันตกติดต่อกับประเทศไทย ทิศเหนือติดกับประเทศไทยและลาว ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับเวียดนาม และทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดอ่าวไทย

ราชอาณาจักรกัมพูชา
คำขวัญ:
ជាតិ សាសនា ព្រះមហាក្សត្រ
"ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์"
แสดงลูกโลก
แสดงแผนที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ที่ตั้งของประเทศกัมพูชา(เขียว)

ในอาเซียน(เทาเข้ม) — [คำอธิบายสัญลักษณ์]

เมืองหลวง
และ ใหญ่สุด
พนมเปญ
11°33′N104°55′E /11.550°N 104.917°E /11.550; 104.917พิกัดภูมิศาสตร์:11°33′N104°55′E /11.550°N 104.917°E /11.550; 104.917
ภาษาราชการเขมร
ภาษาราชการที่ยอมรับภาษาพื้นเมืองกว่า 19 ภาษา
อักษรราชการอักษรเขมร
กลุ่มชาติพันธุ์
(2017)
ศาสนา
(2019)
เดมะนิม
การปกครองรัฐเดี่ยว ระบบพรรคเด่น ระบบรัฐสภา ราชาธิปไตยโดยเลือกตั้ง ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี
สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน
สมเด็จวิบุลเสนาภักดี สาย ฌุม
สมเด็จอัครมหาพญาจักรี เฮง สัมริน
สภานิติบัญญัติสภาผู้แทนราษฎร
พฤฒสภา
รัฐสภา
ก่อตั้ง
ค.ศ. 50/68–ค.ศ. 550/627
ค.ศ. 550–802
ค.ศ. 802–1431
ค.ศ. 1431–1863
11 สิงหาคม ค.ศ. 1863
9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1953
14 ธันวาคม ค.ศ. 1955
23 ตุลาคม ค.ศ. 1991
24 กันยายน ค.ศ. 1993
30 เมษายน ค.ศ. 1999
พื้นที่
• รวม
181,035 ตารางกิโลเมตร (69,898 ตารางไมล์) (88th)
2.5
ประชากร
• สำมะโนประชากร 2019
15,552,211 (73rd)
87 ต่อตารางกิโลเมตร (225.3 ต่อตารางไมล์) (96th)
จีดีพี(อำนาจซื้อ)2019 (ประมาณ)
• รวม
76.635 พันล้านดอลลาร์
4,645 ดอลลาร์
จีดีพี(ราคาตลาด)2019 (ประมาณ)
• รวม
26.628 พันล้านดอลลาร์
1,614 ดอลลาร์
จีนี(2013)36.0
ปานกลาง
HDI(2019) 0.594
ปานกลาง · 144th
สกุลเงินเรียล (៛) (KHR)
เขตเวลาUTC+7 (เวลาอินโดจีน)
รูปแบบวันที่dd/mm/yyyy
ขับรถด้านขวา
รหัสโทรศัพท์+855
โดเมนบนสุด.kh

ด้วยประชากรกว่า 15 ล้านคน กัมพูชาเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดอันดับที่ 66 ของโลก ศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเป็นศาสนาประจำชาติ ซึ่งประชากรกัมพูชานับถือมากกว่า 97% ชนกลุ่มน้อยในประเทศมีชาวเวียดนาม ชาวจีน ชาวจาม และชาวเขากว่า 30 เผ่า เมืองหลวงและเมืองใหญ่สุด คือ พนมเปญ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรมของกัมพูชา

ราชอาณาจักรกัมพูชาปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ มีพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี มาจากการเลือกตั้งโดยราชสภาเพื่อราชบัลลังก์ เป็นประมุขแห่งรัฐ ประมุขรัฐบาล คือ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ผู้ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้ปกครองกัมพูชามาเป็นระยะเวลากว่า 25 ปี

ใน พ.ศ. 1345 พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ปราบดาภิเษกตนเป็นพระมหากษัตริย์ อันเป็นจุดเริ่มต้นของจักรวรรดิขะแมร์ อำนาจและความมั่งคังมหาศาลของจักรวรรดิขะแมร์ที่มีพระมหากษัตริย์ครองราชสมบัติสืบต่อกันมานั้นได้มีอิทธิพลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเวลากว่า 600 ปี กัมพูชาถูกปกครองเป็นเมืองขึ้นของประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งถูกฝรั่งเศสยึดเป็นอาณานิคมในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 กัมพูชาได้รับเอกราชใน พ.ศ. 2496 สงครามเวียดนามได้ขยายเข้าสู่กัมพูชา ทำให้เขมรแดงขึ้นสู่อำนาจ ซึ่งยึดกรุงพนมเปญได้ใน พ.ศ. 2518 กัมพูชาผงาดขึ้นอีกหลายปีให้หลังภายในเขตอิทธิพลสังคมนิยมเป็นสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชากระทั่ง พ.ศ. 2536 หลังจากหลายปีแห่งการโดดดี่ยว ชาติซึ่งเสียหายจากสงครามก็ได้รวมเข้าด้วยกันอีกครั้งภายใต้ระบอบราชาธิปไตยในปีเดียวกันนั้นเอง

ในการบูรณะประเทศหลังสงครามกลางเมืองนานหลายทศวรรษ กัมพูชามีความคืบหน้าอย่างรวดเร็วในด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรมนุษย์ ประเทศกัมพูชาได้มีหนึ่งในบันทึกเศรษฐกิจที่ดีที่สุดในเอเชีย โดยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ย 6.0% เป็นเวลานาน 10 ปี ภาคสิ่งทอ เกษตรกรรม ก่อสร้าง เสื้อผ้าและการท่องเที่ยวที่เข้มแข็งได้นำไปสู่การลงทุนจากต่างชาติและการค้าระหว่างประเทศ ใน พ.ศ. 2548 มีการพบแหล่งน้ำมันและแก๊สธรรมชาติใต้น่านน้ำอาณาเขตของกัมพูชา การขุดเจาะเชิงพาณิชย์เริ่มขึ้นใน พ.ศ. 2556 รายได้จากน้ำมันสามารถมีผลต่อเศรษฐกิจกัมพูชาอย่างลึกซึ้ง

เนื้อหา

ดูบทความหลักที่: ประวัติศาสตร์กัมพูชา

ประวัติศาสตร์ยุคแรกของกัมพูชา

เครื่องเคลือบหินเคลือบย้อนหลังไปถึงศตวรรษที่ 12

ความรู้เกี่ยวกับยุคก่อนประวัติศาสตร์ของกัมพูชานั้นมีอยู่น้อยมาก แหล่งโบราณคดีเก่าแก่ที่สุดของกัมพูชาที่ค้นพบในปัจจุบัน คือ ถ้ำ แลง สแปน (Laang Spean) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งเชื่อว่าผู้คนเริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐานกันเมื่อประมาณ 7,000 ปีก่อนคริสตกาล และแหล่งโบราณคดีสำโรง เซน (Samrong Sen) ซึ่งเชื่อว่าเริ่มมีผู้คนเข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อราว 230 ถึง 500 ปีก่อนคริสตกาล

ชาวกัมพูชาเริ่มรู้จักการเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูกข้าวได้ตั้งแต่เมื่อราว 2,000 ก่อนคริสตกาล สามารถทำเครื่องมือจากเหล็กได้ตั้งแต่ราว 600 ปีก่อนคริสตกาล ก่อนหน้าที่อิทธิพลจากวัฒนธรรมอินเดียจะแผ่นเข้ามาถึงดินแดนแถบนี้ ในราวปีที่ 100 ก่อนคริสตกาล

หลักฐานทางโบราณคดีบ่งชี้ว่าพื้นที่หลายส่วนของดินแดนประเทศกัมพูชาในปัจจุบันเริ่มมีผู้คนอาศัยอยู่ตั้งแต่เมื่อราวสหัสวรรษแรกและสหัสวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล โดยจัดเป็นวัฒนธรรมยุคหินใหม่ ซึ่งผู้คนกลุ่มนี้อาจอพยพมาจากทางพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ในก่อนช่วงคริสต์ศตวรรษแรก ผู้คนในแถบได้มีวิวัฒนาการสู่การตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่ง มีการจัดโครงสร้างของสังคมอย่างเป็นระบบ ซึ่งทำให้สามารถพัฒนาทักษะวิทยาการต่าง ๆ ได้ก้าวหน้ากว่ายุคก่อน ๆ เป็นอย่างมาก กลุ่มที่มีพัฒนาการก้าวหน้าที่สุดอาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่ง ที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง และบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง สามารถเพาะปลูกข้าวและเลี้ยงปศุสัตว์ได้ นักประวัติศาสตร์หลายคนมีความเห็นว่า ผู้คนกลุ่มนี้ได้ตั้งหลักแหล่งอาศัยก่อนหน้าผู้คนในประเทศเพื่อนบ้าน คือ เวียดนาม ไทย และลาว

ผู้คนกลุ่มนี้อาจจัดอยู่ในกลุ่มออสโตรเอเชียติก (Austroasiatic) หรืออย่างน้อยก็มีความสัมพันธ์กับบรรพบุรุษของมนุษย์กลุ่มดังกล่าว ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ทั่วไปในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาะแก่งต่าง ๆ ของมหาสมุทรแปซิฟิกในปัจจุบัน ผู้คนเหล่านี้มีความรู้ในงานโลหะ เช่นเหล็กและสำริด โดยเป็นเป็นทักษะที่คิดค้นขึ้นเอง งานวิจัยในปัจจุบันได้ค้นว่า ชาวกัมพูชาในยุคนี้สามารถปรับปรุงสภาพภูมิประเทศมาตั้งแต่ยุคหินใหม่ โดยปรากฏรูปแบบเป็นพื้นที่รูปวงกลมขนาดใหญ่

อาณาจักรฟูนัน

ดูบทความหลักที่: อาณาจักรฟูนาน
อาณาเขตของอาณาจักรฟูนัน อาณาจักรครั้งแรกของชาวเขมร

อาณาจักรฟูนันเป็นรัฐที่รุ่งเรืองอยู่ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 1 – 6 ที่ตั้งของรัฐอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งประเทศกัมพูชา เวียดนามตอนใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย บางตอนของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และภาคใต้ของไทย ลงมาถึงแหลมมลายู ฟูนานรวมตัวกันเป็นรัฐแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นรัฐชลประทานภายในแผ่นดินที่ประชาชนดำรงชีพด้วยการเกษตร โดยใช้น้ำจากระบบชลประทานที่พัฒนาเป็นอย่างดี นอกจากนั้น ฟูนานยังมีเมืองท่าสำหรับจอดเรือและค้าขายต่างประเทศ ฟูนาน จึงมีรายได้จากการค้าขาย การเดินเรืออีกด้วย

เรื่องราวของรัฐฟูนาน ทราบจากบันทึกของชาวจีนที่เดินทางมาแถบนี้ ได้เขียนเล่าถึงความมั่งคั่ง ความเป็นอยู่ในชุมชนที่มีระเบียบ มีคุณธรรม มีการปกครองระบอบกษัตริย์ มีเมืองต่าง ๆ มาขึ้นด้วยหลายเมือง มีวัฒนธรรมแท้ ๆ ของตนเอง มีการติดต่อกับชาวต่างประเทศ ทั้งในทวีปเอเชียด้วยกัน และโลกตะวันตก ชนชั้นสูงเป็นพวกมาลาโยโพลีนีเซียน ชาวจีนว่าพวกชนชั้นพื้นเมืองของฟูนันหน้าตาหน้าเกลียด ตัวเล็ก ผมหยิก สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพวกเนกริโตและเมลานีเซียน ฟูนานมีประวัติความเป็นมา เริ่มจากการรวมตัวกันของผู้คน เป็นชุมชนเล็กขนาดหมู่บ้าน จากหมู่บ้านพัฒนาขึ้นมาเป็นรัฐ วิธีการพัฒนาจากสังคมเผ่าเป็นสังคมรัฐมีปัจจัยและขั้นตอนหลายประการ

อาณาจักรเจนละ (อาณาจักรอิศานปุระ)

ดูบทความหลักที่: อาณาจักรอิศานปุระ

ในระหว่าง พ.ศ. 1170-1250 นั้นอาณาจักรเขมรมีกษัตริย์ครองราชย์คือ พระเจ้าภววรมันที่ 2 พระโอรสของพระเจ้าอีศานวรมันที่ 2 และพระเจ้าชัยวรมันที่ 1 โอรสของพระเจ้าภววรมันที่ 2 ยุคนี้ได้สร้างศิลปเขมรแบบไพรกเมง ขึ้นระหว่างพ.ศ. 1180-1250 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 1 นั้นอาณาจักรเจนฬา (เจนละ) นั้นได้แตกแยกเป็นพวกเจนละบกคืออยู่ลุ่มน้ำโขงตอนใต้ และพวกเจนละน้ำ อยู่ในดินแดนลาวตอนกลาง พ.ศ. 1250-1350 ยุคนี้ได้มีการสร้างศิลปเขมรแบบกำพงพระขึ้น

อาณาจักรเขมรนั้นล่มสลายมาจนถึงรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 หรือพระเจ้าปรเมศวร พ.ศ. 1345-1393 พระองค์ได้รวบรวมพวกเจนละบกและพวกเจนละน้ำเป็นอาณาจักรใหม่โดยรับเอาลัทธไศเลนทร์หรือ เทวราชาเข้ามาทำการสถานปนาอาณาจักรใหม่ขึ้น โดยทำการสร้างราชธานีขึ้นใหม่หลายแห่งและสร้างปราสาทหินหรือเทวาลัยเป็นการใหญ่ ซึ่งมีเหตุการณ์ย้ายราชธานีขึ้นหลายครั้งจนกว่าจะลงตัวที่เมืองหริหราลัยราชธานีแห่งแรกของอาณาจักรเขมร ต่อมาคือ เมืองยโศธรปุระ และ เมืองนครธมในที่สุด ด้วยเหตุนี้อาณาจักรเขมรสมัยนี้จึงรุ่งเรืองด้วยการสร้างราชธานีขึ้นหลายแห่งและมีปราสาทหินที่เป็นศิลปะเขมรเกิดขึ้นหลายแบบ กล่าวคือ สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 นั้นพระองค์ได้ทำการสร้างเมืองอินทรปุระเป็นราชธานี ขึ้นที่บริเวณใกล้เมืองกำแพงจาม สร้างเมืองหริหราลัยหรือร่อลวย เป็นราชธานี สร้างเมืองอมเรนทรปุระ เป็นราชธานี และสร้างเมืองมเหนทรบรรพต หรือ พนมกุเลนเป็นราชธานี ยุคนี้ได้สร้างศิลปเขมรแบบกุเลนขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1370-1420

เมื่อสิ้นรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 พระโอรสได้ครองราชย์ทรงพระนามว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 3 หรือ พระเจ้าวิษณุโลก ครองราชย์ พ.ศ. 1393-1420 พระองค์ได้กลับมาใช้เมืองหริหราลัยหรือร่อลอย เป็นราชธานี ต่อมาจนถึงรัชกาลพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 หรือ พระเจ้าอิศวรโลก ครองราชย์ พ.ศ. 1420-1432 ยุคนี้ได้สร้างศิลปะเขมรแบบพระโคขึ้นในพ.ศ. 1420-1440

ในสมัยพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 หรือ พระเจ้าบรมศิวโลก พระโอรสของพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ซึ่งครองราชย์เป็นกษัตริย์เขมรในพ.ศ. 1432-1443 นั้น พระองค์ได้สร้างเมืองยโศธรปุระหรือเมืองพระนครแห่งแรกขึ้นที่เขาพนมบาเค็ง เมื่อ พ.ศ. 1436 ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือทะเลสาบเมืองเสียมราฐ เมืองนี้คนไทยเรียก เสียมราฐ การสร้างปราสาทหินขึ้นบนเขาพนมบาเค็งนั้น เป็นอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์หรือฮินดูที่แผ่อิทธิพลเข้ามายังดินแดนแถบนี้ ซึ่งถูกสมมติขึ้นเป็นศูนย์กลางของจักรวาลตามความเชื่อนั้น นับเป็นศิลปะเขมรแบบบาเค็ง

เมืองยโศธรปุระ ราชธานีแห่งนี้มีกษัตริย์ครองราชย์ต่อมาคือ พระเจ้าหรรษวรมันที่ 1 หรือ พระเจ้ารุทรโลก พระโอรสของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ครองราชย์ พ.ศ. 1443-1456 และพระเจ้าอีศานวรมันที่ 2 หรือพระเจ้าบรมรุทรโลก พระอนุชาของพระเจ้าหรรษวรมันที่ 1 ครองราชย์ พ.ศ. 1456-1468 จึงเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแผ่นดิน

ในที่สุดพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 หรือพระเจ้าบรมศิวบท ซึ่งเป็นน้องเขยของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์อาณาจักรเขมรใน พ.ศ. 1471-1485 พระองค์ได้สร้างราชธานีขึ้นที่เมืองโฉกการยกยาร์หรือเกาะแกร์ และพระเจ้าหรรษวรมันที่ 2หรือพระเจ้าพรหมโลก พระโอรสขององค์ได้ครองราชย์ต่อมาระหว่าง พ.ศ. 1485-1487 ยุคนี้ได้สร้างศิลปะเขมรแบบเกาะแกร์ พ.ศ. 1465-1490 ต่อมาพระเจ้าราเชนทรวรมัน หรือพระเจ้าศิวโลก พระนัดดาของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ได้ครองราชย์ใน พ.ศ. 1487-1511 ได้ย้ายราชธานีมาที่เมืองยโศธรปุระ หรือเมืองพระนครแห่งแรก ยุคนี้ได้สร้างศิลปะเขมรแบบแปรรูป พ.ศ. 1490-1510

เมืองยโศธรปุระ ราชธานีเก่าแห่งนี้มีกษัตริย์ครองราชย์ต่อมาหลายพระองค์ ได้แก่

- พระเจ้าชัยวรมันที่ 5 หรือพระบรมวีรโลก ซึ่งเป็นพระนัดดาของพระเจ้าราเชนทรวรมัน ครองราชย์ พ.ศ. 1511-1544 สมัยนี้สร้างศิลปะเขมรแบบบันทายศรี พ.ศ. 1510-1550 ขึ้น

- พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 พระนัดดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ครองราชย์ พ.ศ. 1544 สร้างศิลปะเขมรแบบคลังขึ้น พ.ศ. 1510-1560

- พระเจ้าชัยวีรวรมัน ครองราชย์ พ.ศ. 1545 (สวรรคต พ.ศ. 1553)

- พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ครองราชย์ พ.ศ. 1545-1593สมัยนี้พระองค์ได้ทำการสถาปนาราชวงศ์ขึ้นใหม่ และน่าจะมีการสร้างเมืองพระนครขึ้นใหม่เป็นแห่งที่สองเป็นยุคที่สร้างศิลปแบบปาบวนขึ้นใช้ใน พ.ศ. 1560-1630 เมืองพระนครแห่งที่สองนี้ ยังไม่มีรายละเอียด จึงสรุปไม่ได้ว่าอยู่ที่ใด

ในดินแดนพายัพนั้น เดิมหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งหมดเป็นถิ่นที่อยู่ของชนชาติลาว ครั้นเมื่อเขมรมีอำนาจขยายอาณาจักรมาสู่ดินแดนพายัพ จึงตั้งเมืองละโว้ให้เจ้านครเขมรคอยดูแล และพระนางจามเทวีพระธิดาของเจ้าผู้ครองเมืองละโว้ได้ขึ้นไปครองเมืองหริภุญชัย (เมืองลำพูน) ซึ่งเป็นเมืองลูกหลวงของเขมรละโว้ พระธิดาเจ้าผู้ครองเมืองนี้จึงได้ปกครองพวกลาวทั้งปวงในมณฑลพายัพ เมืองหริภุญชัย (เมืองลำพูน) จึงเป็นเมืองลูกหลวงของเขมรละโว้ ที่ตั้งขึ้นเพื่อใช้ดูแลดินแดนพายัพ ต่อมาได้ตั้งเมืองนครเขลางค์ (เมืองลำปาง) ขึ้นและปกครองร่วมกัน

จักรวรรดิเขมร

ดูบทความหลักที่: จักรวรรดิขแมร์
อาณาเขตของจักรวรรดิเขมร (สีแดง)

จักรวรรดิขแมร์ หรือ อาณาจักรเขมร หรือบางแหล่งเรียกว่า อาณาจักรขอม เป็นหนึ่งในอาณาจักรโบราณ เริ่มต้นขึ้น ราวพุทธศตวรรษที่ 6 โดยเริ่มจากอาณาจักรฟูนัน มีที่ตั้งอยู่ในบริเวณประเทศกัมพูชา โดยมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ ประเทศไทย ลาว และบางส่วนของเวียดนามในปัจจุบัน นับเป็นอาณาจักรที่มีแสนยานุภาพมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อมาได้อ่อนกำลังลงจนเสียดินแดนบางส่วนให้กับอาณาจักรสุโขทัยและแตกสลายในที่สุดเมื่อตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรอยุธยา อาณาจักรเขมรสืบทอดอำนาจจากอาณาจักรเจนฬา มีสงครามผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะกับอาณาจักรข้างเคียง เช่น อาณาจักรล้านช้าง อาณาจักรอยุธยา และอาณาจักรจามปา มรดกที่สำคัญที่สุดของอาณาจักรเขมรคือ นครวัด และ นครธม ซึ่งเคยเป็นนครหลวงเมื่อครั้งอาณาจักรแห่งนี้มีความเจริญรุ่งเรืองที่สุด และยังมีลัทธิความเชื่อต่าง ๆ อย่างหลากหลาย ศาสนาหลักของอาณาจักรนี้ได้แก่ ศาสนาฮินดู พุทธศาสนามหายาน และพุทธศาสนาเถรวาทซึ่งได้รับจากศรีลังกา เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 13

ยุคมืดของกัมพูชา

ยุคมืดของกัมพูชา เริ่มตั้งแต่อาณาจักรอยุธยาได้โจมตีอาณาจักรเขมร และ ได้เผา พระนคร เมืองหลวงของอาณาจักรเขมร ราบเป็นหน้ากลอง ทำให้อาณาจักรเขมรเป็นส่วนหนึ่งของสยามประเทศตั้งแต่บัดนั้นมา เขมรเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาในฐานะดินแดนประเทศราช อาณาจักรอยุธยาปกครองเขมรเป็นเวลาเกือบ 400 ปี ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์เขมรตกอยู่ภายใต้การควบคุมของจักรวรรดิสยามอย่างเข้มงวด ในสมัยรัชกาลที่3 ได้เกิด สงครามอานามสยามยุทธทำให้กัมพูชาเป็นรัฐอารักขาระหว่างสยามกับญวณ ก่อนที่จะตกเป็นของฝรั่งเศสในเวลาต่อมา

อาณานิคมของฝรั่งเศส

กัมพูชาตกเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศสตามสนธิสัญญาอารักขาระหว่างฝรั่งเศส-กัมพูชาเมื่อ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2406 ในสมัยพระนโรดม โดยสยามพยามยามคัดค้านแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ในช่วงแรก ฝรั่งเศสปกครองกัมพูชาโดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจการภายในมากนัก และช่วยค้ำจุนราชบัลลังก์ของกัมพูชา โดยช่วยปราบกบฏต่าง ๆ จน พ.ศ. 2426 - 2427 หลังจากยึดครองเวียดนามได้ทั้งหมด โดยพยายามลิดรอนอำนาจของกษัตริย์และยกเลิกระบบไพร่ทาส ทำให้เกิดการต่อต้านจากประชาชนอย่างรุนแรง จนต้องเจรจากับพระนโรดม กษัตริย์ในขณะนั้น ให้ประกาศสันติภาพ และระงับการแทรกแซงกัมพูชา จนกระทั่งพระนโรดมสวรรคต ฝรั่งเศสได้สนับสนุนให้พระสีสุวัตถ์ขึ้นเป็นกษัตริย์ พร้อมทั้งมอบอำนาจการปกครองทั้งหมดให้ฝรั่งเศส หลังจากฝรั่งเศสเข้าปกครองกัมพูชาเมื่อ พ.ศ. 2406 ฝรั่งเศสเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจในเวียดนาม โดยปรับปรุงการเก็บภาษี ซึ่งทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ชาวกัมพูชา และยังนำชาวเวียดนามเข้ามาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในระบบราชการของฝรั่งเศส และเป็นแรงงานทางด้านเกษตรกรรม

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ช่วงกลางปี พ.ศ. 2484 กองทัพญี่ปุ่นเคลื่อนเข้าสู่กัมพูชาแต่ยอมให้รัฐบาลวิชีปกครองดังเดิม รัฐบาลไทยในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามได้เรียกร้องดินแดนบางส่วนในลาวและกัมพูชาคืนจากฝรั่งเศสจนนำไปสู่กรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศสที่เริ่มขึ้นเมื่อ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ในที่สุด ญี่ปุ่นเข้ามาไกล่เกลี่ยโดยที่ไทยได้จังหวัดพระตะบอง เสียมราฐและบางส่วนของจังหวัดสตึงแตรง ยกเว้นปราสาทนครวัดยังอยู่ในเขตแดนของฝรั่งเศส พระสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์กษัตริย์กัมพูชาสิ้นพระชนม์หลังกรณีพิพาทนี้ไม่นาน ฝรั่งเศสเลือกพระนโรดม สีหนุขึ้นเป็นกษัตริย์ทั้งที่ยังทรงพระเยาว์ ต่อมา ญี่ปุ่นได้สนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดในวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2488 กัมพูชาได้ประกาศเอกราชภายใต้วงไพบูลย์แห่งมหาเอเชียบูรพาของญี่ปุ่น โดยมีพระนโรดม สีหนุเป็นประมุขรัฐ หลังจากญี่ปุ่นยอมแพ้เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2488 กองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรได้เข้ามาในพนมเปญ สถาปนาอำนาจของฝรั่งเศสในกัมพูชาอีก

รัฐบาลฝรั่งเศสอิสระได้ตัดสินใจที่จะรวมอินโดจีนเข้ากับสหภาพฝรั่งเศส ในพนมเปญ พระนโรดม สีหนุพยายามเจรจากับฝรั่งเศสเพื่อเรียกร้องเอกราชที่สมบูรณ์ ในขณะที่กลุ่มต่อต้านที่เรียกตนเองว่าเขมรอิสระ ได้ใช้การสู้รบแบบกองโจรตามแนวชายแดน โดยได้ร่วมมือกับกลุ่มฝ่ายซ้ายทั้งที่นิยมและไม่นิยมเวียดนาม รวมทั้งกลุ่มเขมรเสรีซึ่งเป็นกลุ่มต่อต้านราชวงศ์ของเซิง งอกทัญด้วย ใน พ.ศ. 2489 ฝรั่งเศสยอมให้มีการจัดตั้งพรรคการเมืองในกัมพูชา และให้มีการเลือกตั้งภายในประเทศ พระนโรดม สีหนุยังคงต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชให้กัมพูชาเป็นอิสระจากสหภาพฝรั่งเศส จนฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในสงครามอินโดจีนครั้งที่หนึ่ง จึงยอมมอบเอกราชให้แก่กัมพูชา

ราชอาณาจักรกัมพูชาหลังเอกราช

หลังการประชุมเจนีวาได้มีการเลือกตั้งขึ้นในประเทศกัมพูชาใน พ.ศ. 2498 โดยมีคณะกรรมการควบคุมนานาชาติเป็นผู้สังเกตการณ์ ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2498 พระนโรดม สีหนุได้ประกาศสละราชสมบัติให้พระบิดาของพระองค์คือพระบาทสมเด็จพระนโรดม สุรามฤต และทรงตั้งพรรคการเมืองขึ้นคือพรรคสังคมราษฎร์นิยมหรือระบอบสังคม สมาชิกส่วนใหญ่เป็นฝ่ายขวา ซึ่งต่อต้านคอมมิวนิสต์ด้วยความรุนแรง แต่ก็มีสมาชิกฝ่ายซ้ายภายในพรรค เช่น เขียว สัมพัน ฮู ยวน เพื่อถ่วงดุลกับฝ่ายขวา การเลือกตั้งในเดือนกันยายน พ.ศ. 2498 พรรคสังคมชนะการเลือกตั้งโดยได้ 83% ของที่นั่งทั้งหมดในสภา

นอกจากนั้น พระนโรดม สีหนุ ยังดำเนินนโยบายที่จะดึงฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวากลุ่มต่าง ๆ ให้เข้าร่วมกับระบอบสังคมของพระองค์ และกดดันผู้ที่ไม่ยอมเข้าร่วมกับพระองค์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2503 เป็นต้นไป องค์กรที่ต่อต้านระบอบของพระนโรดม สีหนุถูกผลักดันให้กลายเป็นองค์กรใต้ดิน พรรคที่เป็นเอกเทศของฝ่ายซ้าย เช่น กรมประชาชนกลายเป็นเป้าหมายของการโจมตี สถานีวิทยุแห่งชาติได้ออกประกาศว่ากรมประชาชนเป็นหุ่นเชิดของเวียดนาม มีการติดโปสเตอร์ต่อต้านกรมประชาชนโดยทั่วไป หนังสือพิมพ์ของฝ่ายต่อต้านพระองค์ เช่น หนังสือพิมพ์ l'Observateur และหนังสือพิมพ์อื่นที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันถูกสั่งปิดในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2506 พระนโรดม สีหนุได้ประกาศชื่อของฝ่ายซ้ายจำนวน 34 คน ว่าเป็นพวกขี้ขลาด หลอกลวง ก่อวินาศกรรม หัวหน้ากบฏ และเป็นคนทรยศ ผลที่ตามมาทำให้ขบวนการฝ่ายซ้ายต้องออกจากเมืองหลวงไปตั้งมั่นในชนบท

การดำเนินนโยบายต่างประเทศของพระนโรดม สีหนุ เป็นการดำเนินนโยบายไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่มีแนวโน้มเป็นปฏิปักษ์กับไทยและเวียดนามใต้ ในขณะที่เป็นมิตรกับจีนและสนับสนุนเวียดนามเหนือในสงครามเวียดนาม กัมพูชาในสมัยนี้มีกรณีพิพาทกับไทย ทั้งกรณีพิพาทเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร และการกวาดล้างชาวไทยเกาะกงในจังหวัดเกาะกง การปกครองระบอบสังคมของพระองค์สิ้นสุดลงเมื่อถูกรัฐประหาร โดยลน นล เมื่อ พ.ศ. 2513 ซึ่งได้จัดตั้งรัฐบาลสาธารณรัฐเขมรขึ้นแทน พระนโรดม สีหนุต้องลี้ภัยไปจัดตั้งรัฐบาลราชอาณาจักรกัมพูชาพลัดถิ่น ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

สาธารณรัฐเขมรและสงคราม

ชาวเขมรนับหมื่นคนเสียชีวิตในช่วงการทิ้งระเบิดในกัมพูชาของสหรัฐ ในระหว่าง ปี ค.ศ. 1970 และ 1973

สงครามกลางเมืองกัมพูชา เป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา (เขมรแดง) สาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม (เวียดนามเหนือ) และเวียดกงฝ่ายหนึ่งกับรัฐบาลสาธารณรัฐเขมรที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐเวียดนาม (เวียดนามใต้) อีกฝ่ายหนึ่ง

สงครามนี้ซับซ้อนยิ่งขึ้นจากอิทธิพลและการกระทำของพันธมิตรคู่สงคราม การเข้ามีส่วนเกี่ยวข้องของกองทัพประชาชนเวียดนาม (กองทัพเวียดนามเหนือ) เป็นไปเพื่อป้องกันฐานที่มั่นทางตะวันออกของกัมพูชา ซึ่งหากเสียไปการดำเนินความพยายามทางทหารในเวียดนามใต้จะยากขึ้น หรัฐประหาร 18 มีนาคม พ.ศ. 2513 ทำให้รัฐบาลนิยมอเมริกาและต่อต้านเวียดนามเถลิงอำนาจ และยุติความเป็นกลางในสงครามเวียดนาม กองทัพเวียดนามเหนือจึงถูกคุกคามจากทั้งรัฐบาลกัมพูชาใหม่ที่ไม่เป็นมิตรทางตะวันตก และกองกำลังสหรัฐและเวียดนามใต้ในเวียดนามทางตะวันออก

หลังจากการสู้รบผ่านไป 5 ปี รัฐบาลฝ่ายสาธารณรัฐเขมรพ่ายแพ้เมื่อ 17 เมษายน พ.ศ. 2518 และเขมรแดงได้ประกาศตั้งกัมพูชาประชาธิปไตย ความขัดแย้งนี้แม้จะเป็นการสู้รบในประเทศ แต่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของสงครามเวียดนาม (พ.ศ. 2502 – 2518) และมีความเกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างราชอาณาจักรลาว เวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ สงครามกลางเมืองนี้นำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวกัมพูชา

กัมพูชาประชาธิปไตยและเขมรแดง

ดูบทความหลักที่: กัมพูชาประชาธิปไตย
ธงชาติกัมพูชาประชาธิปไตย หรือ (เขมรแดง)
ห้องของพิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง มีภาพถ่ายนับพันของเหยื่อที่ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยเขมรแดง
เจิงเอกสถานที่ฝั่งศพของประชาชนจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในยุคเขมรแดง

กัมพูชาประชาธิปไตย (อังกฤษ:Democratic Kampuchea; ฝรั่งเศส: Kampuchea démocratique; เขมร:កម្ពុជាប្រជាធិបតេយ្យ อ่านว่า ก็อมปูเจียประเจียทิปะเต็ย) คือชื่อของประเทศกัมพูชาระหว่างปี พ.ศ. 2519 - พ.ศ. 2522 ซึ่งเกิดจากการโค่นล้มรัฐบาลสาธารณรัฐเขมรของนายพลลอลนอล และได้จัดปกครองในรูปแบบรัฐคอมมิวนิสต์โดยพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชาหรือเขมรแดง ในสมัยนี้องค์กรของรัฐบาลจะถูกอ้างถึงในชื่อ "อังการ์เลอ" (เขมร:អង្គការលើ; องฺคการเลี - องค์การบน หรือ หน่วยเหนือ) ส่วนพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชานั้น แกนนำของพรรคให้เรียกชื่อว่า "อังการ์ปะเดะวัด" (เขมร:អង្គការបដិវត្ត; องฺคการปฏิวัตฺติ - องค์การปฏิวัติ) โดยผู้นำสูงสุดของประเทศที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดคือนายพล พต ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของเขมรแดงด้วย

ในปี พ.ศ. 2522 กองกำลังพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชาภายใต้การนำของเฮง สัมริน และกองทัพเวียดนามได้รุกเข้ามาทางชายแดนตอนใต้ของกัมพูชาและสามารถโค่นล้มรัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตยได้สำเร็จ พร้อมทั้งได้จัดการปกครองประเทศใหม่ในชื่อ สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา กองทัพเขมรแดงจึงได้ถอยร่นไปตั้งมั่นในทางภาคเหนือของประเทศและยังคงจัดรูปแบบการปกครองตามระบบของกัมพูชาประชาธิปไตยเดิมต่อไป

สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา

ดูบทความหลักที่: สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา

สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา (อังกฤษ:People's Republic of Kampuchea; PRK; เขมร:សាធារណរដ្ឋប្រជាមានិតកម្ពុជា สาธารณรฏฺฐปฺรชามานิตฺกมฺพูชา) เป็นรัฐบาลที่จัดตั้งในกัมพูชาโดยแนวร่วมสามัคคีประชาชาติกู้ชาติกัมพูชา ซึ่งเป็นกลุ่มของกัมพูชาฝ่ายซ้ายที่อยู่ตรงข้ามกับกลุ่มของเขมรแดง ล้มล้างรัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตยของพล พต โดยร่วมมือกับกองทัพของเวียดนาม ทำให้เกิดการรุกรานเวียดนามของกัมพูชา เพื่อผลักดันกองทัพเขมรแดงออกไปจากพนมเปญ มีเวียดนามและสหภาพโซเวียตเป็นพันธมิตรที่สำคัญ

สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาไม่ได้เป็นสมาชิกของสหประชาชาติเพราะไม่ได้รับการสนับสนุนจากจีน อังกฤษและสหรัฐอเมริกา ที่นั่งในสหประชาชาติของประเทศกัมพูชาในขณะนั้นเป็นของแนวร่วมเขมรสามฝ่ายที่จัดตั้งรัฐบาลผสมกัมพูชาประชาธิปไตย ซึ่งกลุ่มเขมรแดงของพล พตเข้าร่วมกับกลุ่มที่ไม่ใช่คอมมิวนิสต์อีก 2 กลุ่ม คือ กลุ่มของนโรดม สีหนุ และซอน ซาน อย่างไรก็ตาม สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาได้ประกาศเป็นรัฐบาลของกัมพูชาระหว่าง พ.ศ. 2522-2536 โดยมีความสัมพันธ์กับต่างประเทศที่จำกัด

สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาเปลี่ยนชื่อเป็นรัฐกัมพูชา (อังกฤษ:State of Cambodia (SOC); เขมร:រដ្ឋកម្ពុជា) ในช่วงสี่ปีสุดท้าย เพื่อให้เกิดการยอมรับในระดับนานาชาติ ในขณะเดียวกันได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงระบบจากระบบรัฐเดียวไปสู่การฟื้นฟูราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาเป็นรัฐคอมมิวนิสต์ ในช่วง พ.ศ. 2522 - 2534 โดยนิยมลัทธิมากซ์-เลนินแบบสหภาพโซเวียต การก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศกำลังอ่อนแอ จากการทำลายล้างของระบอบเขมรแดง และเป็นรัฐหุ่นเชิดของเวียดนามที่เข้ามาแทรกแซงทางเศรษฐกิจ จนรัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาเข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเป็นรัฐที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวแต่ก็ฟื้นฟูและสร้างชาติกัมพูชาได้ใหม่

กัมพูชายุคใหม่

ดูบทความหลักที่: กัมพูชายุคใหม่

หลังการล่มสลายของกัมพูชาประชาธิปไตย กัมพูชาตกอยู่ภายใต้การรุกรานของเวียดนามและรัฐบาลที่นิยมฮานอยซึ่งก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา สงครามกลางเมืองหลัง พ.ศ. 2523 เป็นการสู้รบระหว่างกองทัพประชาชนปฏิวัติกัมพูชาของรัฐบาลกับแนวร่วมเขมรสามฝ่ายซึ่งถือเป็นรัฐบาลพลัดถิ่นของกลุ่มต่างๆสามกลุ่มคือ พรรคฟุนซินเปกของพระนโรดม สีหนุ พรรคกัมพูชาประชาธิปไตยหรือเขมรแดง และแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติประชาชนเขมร มีการเจรจาสันติภาพตั้งแต่ พ.ศ. 2532 และนำไปสู่การประชุมสันติภาพที่ปารีสเพื่อสงบศึกใน พ.ศ. 2534 ในที่สุดมีการจัดการเลือกตั้งโดยสหประชาชาติใน พ.ศ. 2536 เพื่อเริ่มต้นฟื้นฟูประเทศ พระนโรดม สีหนุกลับมาเป็นกษัตริย์อีกครั้ง มีการจัดตั้งรัฐบาลผสม หลังจากมีการเลือกตั้งโดยปกติใน พ.ศ. 2541 การเมืองมีความมั่นคงขึ้น หลังการล่มสลายของเขมรแดง ใน พ.ศ. 2541

การฟื้นฟูสถาบันพระมหากษัตริย์

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ หลังพระองค์เสด็จนิวัติกัมพูชาและประเทศได้มีการฟื้นฟูสถาบันพระมหากษัตริย์แล้ว

ในปี พ.ศ. 2536 พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุได้รับอัญเชิญให้เสด็จกลับกัมพูชาและได้มีการฟื้นฟูในฐานะพระมหากษัตริย์ของกัมพูชา แต่อำนาจทั้งหมดอยู่ในมือของรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นหลังจากการเลือกตั้งที่ได้รับการสนับสนุนจาก UNTAC เสถียรภาพที่เกิดขึ้นหลังจากความขัดแย้งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2540 โดยการทำรัฐประหารซึ่งนำโดยนายกรัฐมนตรีฮุนเซนร่วมกับพรรคที่ไม่ใช่คอมมิวนิสต์ในรัฐบาล หลังจากที่รัฐบาลสามารถรักษาเสถียรภาพภายใต้การบริหารของสมเด็จฮุนเซนแล้วกัมพูชาก็ได้รับการยอมรับเข้าสู่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2542 ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาความพยายามในการฟื้นฟูได้ก้าวหน้าและนำไปสู่ความมั่นคงทางการเมืองผ่านประชาธิปไตยระบบการเมืองหลายพรรคภายใต้ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ แม้ว่าการปกครองของฮุนเซนจะถูกกล่าวหาว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการคอรัปชั่น, พลเมืองกัมพูชาส่วนใหญ่ในช่วงปี 2000 ยังคงได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล การสัมภาษณ์ชาวเขมรในชนบทในปี 2551 แสดงให้เห็นว่าสถานะที่มั่นคงต่อการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นอย่างรุนแรง

ดูบทความหลักที่: การเมืองกัมพูชา
พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหมุนี
พระมหากษัตริย์กัมพูชาตั้งแต่ปี 2547
สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน
นายกรัฐมนตรีกัมพูชาตั้งแต่ปี 2532

สภาพการเมืองในกัมพูชาปัจจุบันถือว่ามีเสถียรภาพ พรรคการเมืองสองพรรคหลักซึ่งประกอบขึ้นเป็นรัฐบาลกัมพูชา คือ พรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) ของสมเด็จฮุน เซน และพรรคฟุนซินเปก (FUNCINPEC) ของสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ สามารถร่วมมือกันได้อย่างราบรื่น ทั้งในด้านบริหารและด้านนิติบัญญัติ รวมทั้งมีท่าทีที่สอดคล้องกันเป็นส่วนใหญ่ในประเด็นทางการเมืองสำคัญ ๆ ของประเทศ อาทิ เรื่องการนำตัวอดีตผู้นำเขมรแดงมาพิพากษาโทษ เป็นต้น

กลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลยังไม่มีความเข้มแข็งมากพอ และคงสามารถทำได้เพียงแต่สร้างผลกระทบทางลบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล โดยในทางการเมือง พรรคสม รังสี พรรคการเมืองฝ่ายค้านหนึ่งเดียวในสภาแห่งชาติกัมพูชา ได้เคลื่อนไหวตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลกัมพูชาอย่างแข็งขัน พยายามชี้ให้สาธารณชนและนานาชาติ เห็นถึงการทุจริตและประพฤติมิชอบของรัฐบาล รวมทั้งการใช้อำนาจทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนและของพรรค อย่างไรก็ดี ในด้านความมั่นคง มีปรากฏการณ์ใหม่ คือ ได้เกิดกลุ่มติดอาวุธที่มีวัตถุประสงค์จะโค่นล้มรัฐบาลของสมเด็จฮุน เซน ที่สำคัญคือ Cambodian Freedom Fighters (CFF) ซึ่งมีชาวกัมพูชาสัญชาติอเมริกันเป็นหัวหน้า กลุ่มดังกล่าวได้ก่อการร้ายขึ้นในกรุงพนมเปญเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 แต่รัฐบาลกัมพูชาสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และอยู่ระหว่างกระบวนการพิพากษาตัวผู้กระทำผิด

พระมหากษัตริย์

สถาบันพระมหากษัตริย์ในพระราชอาณาจักรกัมพูชาเป็นแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ องค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขที่เคารพสักการะ ไม่มีพระราชอำนาจปกครองโดยตรง ทรงยึดถือหลัก "ให้ทรงปกเกล้า แต่ไม่ทรงปกครอง" คล้ายกับระบบพระมหากษัตริย์ในสหราชอาณาจักรและญี่ปุ่น พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ อย่างเป็นทางการและเป็นสัญลักษณ์แห่งสัญลักษณ์ของสันติภาพ เสถียรภาพและสวัสดิภาพของชาติและชาวเขมร ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญของกัมพูชา

สถาบันพระมหากษัตริย์กัมพูชาถือเป็นสถาบันที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ในทวีปเอเชียรองจากญี่ปุ่น (จักรพรรดิญี่ปุ่น) พระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบันคือ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 114 (รัชกาลที่ 114) ทรงสืบพระราชสันตติวงศ์มาจากราชวงศ์วรมัน

การสืบราชสันตติวงศ์

ระบบกษัตริย์ของกัมพูชาไม่เหมือนกับระบบกษัตริย์ส่วนใหญ่ในประเทศอื่น ๆ ที่ราชบัลลังก์จะตกไปสู่ผู้มีลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ลำดับถัดไป (ผู้ที่มีศักดิ์สูงสุดในราชวงศ์ หรือพระราชโอรสองค์โตของกษัตริย์พระองค์ก่อน เป็นต้น) และพระมหากษัตริย์ ไม่สามารถเลือกผู้ที่จะมาสืบราชสันตติวงศ์ได้ด้วยตัวเอง แต่ผู้ที่มีสิทธิ์ในการเลือกพระมหากษัตริย์องค์ใหม่นั้นคือ กรมปรึกษาราชบัลลังก์ (Royal Council of the Throne) ซึ่งมีสมาชิกดังนี้

  1. นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
  2. ประธานรัฐสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
  3. ประธานพฤฒสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
  4. รองประธานรัฐสภาคนที่หนึ่ง
  5. รองประธานรัฐสภาคนที่สอง
  6. รองประธานพฤฒสภาคนที่หนึ่ง
  7. รองประธานพฤฒสภาคนที่สอง
  8. สมเด็จพระสังฆราชในศาสนาพุทธ ฝ่ายคณะสงฆ์มหานิกาย
  9. สมเด็จพระสังฆราชในศาสนาพุทธ ฝ่ายคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย

กรมปรึกษาราชบัลลังก์จะจัดการประชุมในสัปดาห์ที่พระมหากษัตริย์สวรรคตหรือไม่สามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ต่อไป และเลือกพระมหากษัตริย์องค์ใหม่จากรายชื่อผู้มีสิทธิ์สืบราชสันตติวงศ์ และเป็นสมาชิกราชวงศ์

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เอกอัครราชทูตพระราชอาณาจักรกัมพูชาประจำรัสเซียในพระนามพระเจ้ากรุงกัมพูชาธิบดี ขณะเข้าพบนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ดมีตรี เมดเวเดฟ

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของพระราชอาณาจักรกัมพูชาได้ถูกบริหารจัดการโดยกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาภายใต้การดูแลของ ฯพณฯ ท่านปรัก สุคน

พระราชอาณาจักรกัมพูชายังเป็นประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ, ธนาคารโลก, และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นประเทศสมาชิกของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB), สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน), และได้เข้าร่วมองค์การการค้าโลก ในปี ค.ศ. 2004 และในปี ค.ศ. 2005 กัมพูชาได้เข้าร่วมประชุมพิธีการสถาปนา การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกที่ได้จัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย

ประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา

กัมพูชาได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับหลายประเทศและได้มีสถานทูตต่างประเทศ 20 แห่งในประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียหลายประเทศและประเทศที่มีบทบาทสำคัญในระหว่างการเจรจาสันติภาพที่ปารีสรวมถึงสหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, แคนาดา, จีน, สหภาพยุโรป (EU),ญี่ปุ่นและรัสเซีย อันเป็นผลมาจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทำให้องค์กรการกุศลต่าง ๆ ได้ช่วยเหลือโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม,เศรษฐกิจและวิศวกรรมโยธา

ในขณะที่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 ได้ผ่านไปแล้วข้อพิพาทชายแดนระหว่างกัมพูชาและประเทศเพื่อนบ้านยังคงมีอยู่ มีความขัดแย้งในหมู่เกาะนอกชายฝั่งและบางส่วนของเขตแดนกับเวียดนามและเขตแดนทางทะเลที่ไม่ได้กำหนด กัมพูชาและไทยก็มีปัญหาความขัดแย้งชายแดนด้วยการปะทะทางการทหารในกรณีพิพาทพรมแดนไทย–กัมพูชาในปี ค.ศ. 2008 ที่เกิดขึ้นใกล้บริเวณปราสาทพระวิหาร นำไปสู่การเสื่อมสภาพในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับไทย อย่างไรก็ตามดินแดนพิพาทส่วนใหญ่เป็นของกัมพูชา แต่การรวมกันของไทยที่ไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศการสร้างกองทหารของไทยในพื้นที่และการขาดทรัพยากรสำหรับกองทัพกัมพูชาได้ทิ้งสถานการณ์ไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962

กองทัพ

ดูบทความหลักที่: กองทัพกัมพูชา
กองทัพพระราชอาณาจักรกัมพูชา (กองยุทธพลเขมรภูมินท์) เดินสวนสนามในช่วงกรณีพิพาทพรมแดนไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2554

กองทัพพระราชอาณาจักรกัมพูชา มีชื่อทางการว่า (กองยุทธพลเขมรภูมินท์) ประกอบไปด้วย กองทัพบกกัมพูชา, กองทัพเรือกัมพูชา, กองทัพอากาศกัมพูชาและกองราชอาวุธหัตถ์ จัดตั้งโดยกระทรวงกลาโหมแห่งชาติพระราชอาณาจักรอยู่ภายใต้คำสั่งของ นายกรัฐมนตรีกัมพูชาและมีองค์พระมหากษัตริย์ซึ่งก็คือ พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหมุนีทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพและมีนายกรัฐมนตรีสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุนเซน ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด

การริเริ่มโครงสร้างการบังคับบัญชาที่ได้รับการปรับปรุงในต้นปี ค.ศ. 2000 เป็นการนำเสนอที่สำคัญสำหรับการปรับโครงสร้างองค์กรทหารกัมพูชา สิ่งนี้เห็นว่ากระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานย่อยสามแห่งที่รับผิดชอบด้านโลจิสติกส์และการเงินวัสดุและบริการด้านเทคนิคและบริการด้านการป้องกันภายใต้กองบัญชาการสูงสุด (HCHQ)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคือ สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัญ เตียบัญได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979

ในปี ค.ศ. 2010 กองกำลังทหารกัมพูชาประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ที่ประจำการประมาณ 102,000 คน (200,000 กองพลสำรอง) ยอดการใช้จ่ายทางทหารของกัมพูชาอยู่ที่ 3% ของ GDP ของประเทศ จำนวนกำลังพลทหารของกองราชอาวุธหัตถ์อยู่ที่ 7,000 คน หน้าที่ด้านกิจการภายในพระราชอาณาจักรของกองทัพ ได้แก่ การจัดหาความปลอดภัยและความสงบสุขของประชาชน, การตรวจสอบและป้องกันอาชญากรรมองค์กรการก่อการร้ายและกลุ่มความรุนแรงอื่น ๆ ; เพื่อปกป้องทรัพย์สินของรัฐและเอกชน เพื่อช่วยเหลือและช่วยเหลือพลเรือนและกองกำลังฉุกเฉินอื่น ๆ ในกรณีฉุกเฉิน, ภัยธรรมชาติ, เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองและความขัดแย้งทางอาวุธ

สมเด็จฮุนเซนได้สะสมอำนาจอย่างมากในกัมพูชารวมถึง "กองกำลังป้องกัน" ที่ดูเหมือนว่าจะเทียบเคียงความสามารถของหน่วยทหารปกติของประเทศ ซึ่งมักถูกใช้โดยฮุนเซนเพื่อระงับการต่อต้านทางการเมือง พระราชอาณาจักรกัมพูชายังได้ลงนามในสนธิสัญญาขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยสนธิสัญญาห้ามอาวุธนิวเคลียร์

ดูบทความหลักที่: ภูมิศาสตร์กัมพูชา
ทะเลสาบยักษ์ลูม
โตนเลสาบ
น้ำตกบริเวณทิวเขาพนมกุเลน

กัมพูชา มีลักษณะภูมิประเทศคล้ายชามหรืออ่าง คือ ตรงกลางเป็นแอ่งทะเลสาบและลุ่มแม่น้ำโขงอันกว้างขวาง มีภูเขาล้อมรอบอยู่ 3 ด้าน ได้แก่

  • ด้านตะวันออกมีแนวเทือกเขาอันนัมที่เป็นพรมแดนกับประเทศเวียดนาม
  • ด้านเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือมีแนวเทือกเขาพนมดงรักที่เป็นพรมแดนกับประเทศไทย
  • ด้านใต้และตะวันตกใต้มีแนวเทือกเขาบรรทัดที่เป็นแนวพรมแดนกับประเทศไทย

เฉพาะด้านตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้นที่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง

แม่น้ำและทะเลสาบ

  1. แม่น้ำโขง ไหลจากลาวเข้าสู่ภาคเหนือของกัมพูชาแล้วไหลผ่านเข้าเขตเวียดนาม มีความยาวในเขตกัมพูชารวม 500 กิโลเมตร
  2. แม่น้ำทะเลสาบ เชื่อมระหว่างแม่น้ำโขงกับทะเลสาบ ความยาว 130 กิโลเมตร
  3. แม่น้ำบาสัก (Bassac) เชื่อมต่อกับแม่น้ำทะเลสาบที่หน้าพระมหาราชวัง กรุงพนมเปญ ความยาว 80 กิโลเมตร
  4. ทะเลสาบโตนเลสาบ อยู่ห่างจากกรุงพนมเปญประมาณ 100 กิโลเมตร ฤดูน้ำหลากน้ำท่วมถึง 7,500 ตารางกิโลเมตร ลึกถึง 10 เมตร โตนเลสาบครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กำปงธม กำปงซะนัง โพธิสัตว์ พระตะบอง และเสียมราฐ ในโตนเลสาบมีปลาชุกชุมกว่า 300 ชนิด

ภูเขา

ยอดเขาสูงที่สุดของกัมพูชาคือ พนมอาออรัล สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,813 เมตรทิศเหนือของกัมพูชามีเขตแดนติดกับประเทศไทยระยะทางยาว 750 กิโลเมตร ติดกับจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี ตราด โดยมีเทือกเขาพนมดงรัก และเทือกเขาบรรทัดกั้น

ป่าไม้

กัมพูชาเป็นประเทศที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์มากที่สุดหากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ปัจจุบันป่าไม้ลดลงอย่างมากหลังจากที่รัฐบาลเปิดให้สัมปทานป่ากับบริษัทเอกชนจากประเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และญี่ปุ่นส่วนในลาวนั้นก็ตกกำลังอยู่สภาวะเดียวกัน

ภูมิอากาศ

  • มีอากาศมรสุมเขตร้อนเป็นแบบร้อนชื้นแถบมรสุม ฤดูฝนเริ่มจากเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ฤดูแล้ง เริ่มจากเดือนพฤศจิกายน-เมษายน เดือนเมษายนมีอุณหภูมิสูงสุดที่สุด เดือนมกราคมมีอุณหภูมิต่ำที่สุด เดือนตุลาคมมีฝนตกชุกที่สุด
ข้อมูลภูมิอากาศของกรุงพนมเปญ, ประเทศกัมพูชา
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 31.5
(88.7)
32.8
(91)
34.9
(94.8)
34.9
(94.8)
34.3
(93.7)
33.5
(92.3)
32.5
(90.5)
32.5
(90.5)
32.3
(90.1)
31.1
(88)
29.9
(85.8)
30.1
(86.2)
32.5
(90.5)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 21.9
(71.4)
23.0
(73.4)
24.1
(75.4)
25.0
(77)
25.3
(77.5)
25.0
(77)
24.7
(76.5)
24.6
(76.3)
24.3
(75.7)
23.8
(74.8)
22.7
(72.9)
21.7
(71.1)
23.84
(74.92)
หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) 25.5
(1.004)
11.5
(0.453)
58.0
(2.283)
101.0
(3.976)
111.6
(4.394)
177.1
(6.972)
195.9
(7.713)
172.0
(6.772)
248.8
(9.795)
318.9
(12.555)
135.0
(5.315)
80.3
(3.161)
1,635.6
(64.394)
วันที่มีหยาดน้ำฟ้าโดยเฉลี่ย (≥ 0.1 mm) 2.8 2.4 5.2 8.6 16.4 16.6 19.6 21.4 19.8 24.0 11.8 4.8 153.4
จำนวนชั่วโมงที่มีแดด 279 252 248 240 217 180 155 155 150 186 240 279 2,581
แหล่งที่มา:

การแบ่งเขตการปกครอง

ดูบทความหลักที่: จังหวัดของประเทศกัมพูชา

เมืองหลวง (ราชธานี) และจังหวัด (เขต) เป็นเขตการปกครองระดับแรกสุดของประเทศกัมพูชา แบ่งเป็น 25 จังหวัด (รวมเมืองหลวง) แต่ละจังหวัดจะแบ่งเป็นเทศบาลและอำเภอ ซึ่งเป็นเขตการปกครองระดับที่สอง มีทั้งหมด 159 อำเภอ และ 26 เทศบาล แต่ละอำเภอและเทศบาลแบ่งเป็นตำบล และแต่ละตำบลแบ่งเป็นหมู่บ้าน

ที่ จังหวัด เมืองหลัก พื้นที่ (ตร.กม.) ประชากร
1 กระแจะ กระแจะ 11,094 318,523
2 กันดาล ตาเขมา 3,568 1,265,805
3 กำปงจาม กำปงจาม 4,549 1,010,098
4 กำปงชนัง กำปงชนัง 5,521 472,616
5 กำปงธม สตึงแสน 13,814 908,398
6 กำปงสปือ จบามอน 7,017 718,008
7 กำปอต กำปอต 4,873 585,110
8 เกาะกง เขมรภูมินทร์ 11,160 139,722
9 แกบ แกบ 336 80,208
10 ตโบงฆมุม สวง 4,928 754,000
11 ตาแก้ว โฎนแกว 3,563 843,931
12 บันทายมีชัย ศรีโสภณ 16,679 678,033
13 พนมเปญ 758 2,234,566
14 พระตะบอง พระตะบอง 11,702 1,036,523
15 พระวิหาร พนมตะแบงมีชัย 13,788 170,852
16 พระสีหนุ พระสีหนุ 2,536.68 199,902
17 โพธิสัตว์ โพธิสัตว์ 12,692 397,107
18 ไพรแวง ไพรแวง 4,883 947,357
19 ไพลิน ไพลิน 803 70,482
20 มณฑลคีรี แสนมโนรมย์ 14,288 60,811
21 รัตนคีรี บานลุง 10,782 567,459
22 สตึงแตรง สตึงแตรง 11,092 111,734
23 สวายเรียง สวายเรียง 2,966 498,785
24 เสียมราฐ เสียมราฐ 10,229 1,000,309
25 อุดรมีชัย สำโรง 6,158 185,443
จังหวัดของประเทศกัมพูชา
ดูบทความหลักที่: เศรษฐกิจกัมพูชา
ธนบัตรสกุลเงินเรียลกัมพูชาที่ระลึกในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนีทรงครองสิริราชสมบัติครบ 15 พรรษา
ราชธานีพนมเปญ , เมืองหลวงและศูนย์กลางเศรษฐกิจในพระราชอาณาจักร
ถนนแห่งหนึ่งในราชธานีพนมเปญ

พระราชอาณาจักรกัมพูชา ใช้สกุลเงิน เรียลกัมพูชา เป็นหน่วยสกุลเงินประจำชาติ

เศรษฐกิจในพระราชอาณาจักรได้รับการชี้นำและบริหารโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและพระคลัง คือ ดร. หลวงเศรษฐการ อุน พรมนนิโรธ อุนพรมนนิโรธได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013

ธนาคารแห่งชาติพระราชอาณาจักรกัมพูชาเป็นธนาคารกลางของพระราชอาณาจักรและให้การกำกับดูแลภาคการธนาคารของประเทศและรับผิดชอบส่วนหนึ่งในการเพิ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในประเทศ ระหว่างปี ค.ศ. 2010 ถึง ค.ศ. 2012 จำนวนธนาคารที่อยู่ภายใต้การควบคุมและสถาบันการเงินขนาดเล็กเพิ่มขึ้นจาก 31 หน่วยงานที่ครอบคลุมเป็นสถาบันมากกว่า 70 แห่งซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การเติบโตในภาคการธนาคารและการเงินของกัมพูชา

เศรษฐกิจในพระราชอาณาจักรกัมพูชาที่สำคัญประกอบไปด้วย

  1. เกษตรกรรม อยู่บริเวณที่ราบภาคกลาง รอบทะเลสาบเขมร พืชที่สำคัญคือ ข้าวเจ้า ยางพารา พริกไทย
  2. การประมง บริเวณรอบทะเลสาบเขมร เป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญที่สุดในภูมิภาค
  3. การทำป่าไม้ บริเวณเขตภูเขาทางภาคเหนือโดยล่องมาตามแม่น้ำโขง
  4. การทำเหมืองแร่ ยังไม่ค่อยสำคัญ
  5. อุตสาหกรรม เป็นอุตสาหกรรมขนาดย่อม ส่วนใหญ่เป็นโรงสีข้าว โรงเลื่อย รองเท้า

ภาวะเศรษฐกิจของกัมพูชาหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสังคมนิยมเป็นระบอบประชาธิปไตย และหลังจากสงครามภายใน ประเทศกัมพูชาเริ่มสงบลง และเริ่มพัฒนาฟื้นฟูบูรณะประเทศ ทำให้ความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มมากขึ้น จึงเปิดโอกาสให้ ประเทศทำการค้าขายกับต่างประเทศมากยิ่งขึ้น กัมพูชาจึงกำหนดนโยบายที่มุ่งหวังการพัฒนาศักยภาพทางการเกษตร การท่องเที่ยว และส่งเสริมให้มีการลงทุนจากต่างชาติ โดยกำหนดยุทธการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ของรัฐและได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การปรับปรุงกฎหมายด้านเศรษฐกิจ การเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนต่างประเทศ การปฏิรูประบบจัดเก็บภาษีเงินได้ และเร่งรัดพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานทางเศรษฐกิจ เช่น สนามบิน ถนน ไฟฟ้า ประปา และสาธารณูปโภคต่าง ๆ เป็นต้น ภายใต้ความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย และ UNDP รวมทั้งประเทศที่ให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ

แต่การพัฒนาเศรษฐกิจของกัมพูชาได้เติบโตอย่างช้า ๆ โดยเฉพาะในช่วงปี 2540-2541 กัมพูชาต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย และความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ ส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศถอนตัวออกจากประเทศกัมพูชา ส่งผลให้การฟื้นฟูบูรณะและการพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างล่าช้า แต่หลังจากปี 2542 สถานการณ์การเมืองกัมพูชาเริ่มมีความมั่นคงพอสมควร และนับเป็นปีแรกที่กัมพูชามีสันติภาพอย่างแท้จริง เพราะปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในหมดไป ปัจจุบัน กัมพูชากำลังพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (ตุลาคม 2543 - กันยายน 2548) ทั้งนี้เพื่อให้อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในเกณฑ์ร้อยละ 6-7 ต่อปี ภาวะเศรษฐกิจของกัมพูชาในอดีตที่ผ่านมาสามารถสรุปได้ดังนี้

ชาวนาเก็บเกี่ยวข้าวในจังหวัดพระตะบอง

สินค้าเกษตรกรรมถือว่าเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศประมาณร้อยละ 43 ของ GDP มาจากข้าวและปศุสัตว์ ส่วนการประมงและป่าไม้มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 5 สินค้าเกษตรที่ส่งออกได้แก่ข้าว ไม้ และยางพารา รองลงมาได้แก่ ข้าวโพด ถั่วเหลือง สัตว์มีชีวิต ผลไม้ และปลา เป็นต้น ทั่วไปกัมพูชามีสินค้าส่งออกที่สำคัญได้แก่ เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม ไม้ ยางพารา ข้าว และปลา สินค้านำเข้าที่สำคัญได้แก่ผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิง บุหรี่ ทอง วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรและเครื่องยนต์

เศรษฐกิจกัมพูชาในปี 2546 คาดการณ์โดย The Economist Intelligence Unit (EIU) มีการขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงเหลือ 5.0 % และ International Monetary Fund (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจขยายตัว 4.7 % เทียบกับที่ขยายตัวราว 5.5 % ในปี 2545 ปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกัมพูชา ได้แก่ รายได้จากภาคการท่องเที่ยวที่ลดลง เนื่องจากเกิดเหตุการณ์การก่อความไม่สงบ โดยมีการเผาสถานทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ เกิดปัญหาการระบาดของโรคทางเดินหายใจ เฉียบพลันรุนแรง (SARS) ประกอบกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองในกัมพูชา (หลังการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2546 ที่ผ่านมา) ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มั่นใจในความปลอดภัยและ ปัญหาการเมืองที่ยังคงไร้เสถียรภาพ ทำให้นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่นในการเข้าไปลงทุนในกัมพูชา ถึงแม้ว่าวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2546 สภาแห่งชาติของกัมพูชา (The National Assembly) ได้อนุมัติการออกกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายการลงทุนฉบับลงวันที่ 5 สิงหาคม 2534 (Law on the Amendment to the Law on Investment of the Kingdom of Cambodia) เพื่อเอื้อสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนแก่นักลงทุนต่างชาติ ส่วนภาคธุรกิจก่อสร้างยังคงอยู่ในภาวะซบเซา

ปี 2547 EIU และ IMF คาดว่าเศรษฐกิจกัมพูชาจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 5.5 % - 5.8 % ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลกัมพูชาคาดว่าจะขยายตัวสูงถึง 5.5 % - 6.0 % เนื่องจากรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น ประกอบกับเมื่อเดือนธันวาคม 2546 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศเพิ่มโควตานำเข้าสิ่งทอสำหรับปี 2547 ให้กัมพูชาเพิ่มขึ้นอีก 14 % ซึ่งคาดว่าจะทำให้กัมพูชามีรายได้จากการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และภาคธุรกิจก่อสร้างเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น และจากการที่กัมพูชาได้เข้าเป็นสมาชิก ใหม่ของ WTO อย่างสมบูรณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2547 ทำให้กัมพูชามีพันธกรณีที่ต้องเร่งปรับปรุงกฎหมายด้านการลงทุนให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งจะทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นและเข้าไปลงทุนในกัมพูชาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการย้ายฐานการผลิตเข้าไปตั้งโรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปในกัมพูชาเพื่อส่งออก เนื่องจากกัมพูชายังมีอัตราค่าจ้างแรงงานที่ต่ำ ทางด้านอัตราเงินเฟ้อ EIU และ IMF คาดว่าปี 2547 กัมพูชาจะมีอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 3.1 % - 3.5 % จากอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยราว 1.3 % - 2.6 % ในปี 2546 เนื่องจากราคาอาหารในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก (ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, 2547)

ในปี พ.ศ. 2556 ประเทศกัมพูชามีประชากร 15,205,539 คน กว่าร้อยละ 90 มีเชื้อสายเขมรและพูดภาษาเขมรอันเป็นภาษาราชการ นอกจากนี้ยังมีชนกลุ่มน้อยที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศได้แก่ชาวเวียดนาม ร้อยละ 5 และชาวจีน ร้อยละ 1 นอกจากนี้ยังมีชนกลุ่มน้อยเชื้อสายไทยในจังหวัดเกาะกง ชาวจามในจังหวัดกำปงจามและจังหวัดกระแจะ ชาวลาวในจังหวัดรัตนคีรีและจังหวัดสตึงแตรง และชนเผ่าทางตอนเหนือต่อชายแดนประเทศลาวที่เรียกรวม ๆ ว่า แขมรเลอ

อัตราการเกิดของประชากรเท่ากับ 25.4 ต่อ 1,000 คน อัตราการเติบโตของประชากรเท่ากับ 1.7% สูงกว่าของประเทศไทย, เกาหลีใต้ และอินเดียอย่างมีนัยยะสำคัญ

ภาษา

อักษรเขมรโบราณที่จารึกบนแท่นศิลา โดยเป็นอักษรที่พัฒนามาจากอักษรปัลลวะจากชมพูทวีป

ภาษาราชการของกัมพูชาคือ ภาษาเขมร อันเป็นภาษาที่จัดอยู่ในกลุ่มภาษามอญ-เขมร อันเป็นภาษากลุ่มย่อยของตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก นอกจากนี้ยังมีการใช้ภาษาฝรั่งเศสในกลุ่มชาวเขมรผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นภาษาราชการหลักของอาณานิคมอินโดจีนของฝรั่งเศส ปัจจุบันภาษาฝรั่งเศสยังถูกจัดอยู่ในการเรียนการสอนในโรงเรียนบางแห่ง และบางมหาวิทยาลัยที่รัฐบาลฝรั่งเศสให้การสนับสนุน ซึ่งภาษาฝรั่งเศสได้ตกทอดจากยุคอาณานิคมมาถึงในยุคปัจจุบันและยังมีใช้ในรัฐบาลบางวาระโดยเฉพาะในศาล

ในอดีตปี พ.ศ. 2506 รัฐบาลกัมพูชาเคยประกาศห้ามมิให้บุคคลเชื้อสายไทยพูดภาษาไทย และห้ามมีหนังสือไทยไว้ในบ้าน หากเจ้าหน้าที่ค้นพบจะถูกทำลายให้สิ้นซาก โดยเฉพาะหากพูดภาษาไทยจะถูกปรับคำละ 25 เรียล และเพิ่มขึ้นเป็น 50 เรียลในปีต่อมา เพื่อตอบโต้รัฐบาลไทยในคดีเขาพระวิหาร

ศาสนา

ศาสนาในประเทศกัมพูชา
ศาสนา ร้อยละ
พุทธ
96.4%
อิสลาม
2.1%
คริสต์
1.3%
อื่น ๆ
0.3%

ประเทศกัมพูชา มีศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเป็นศาสนาประจำชาติ ที่มีศาสนิกชนกว่าร้อยละ 95 ถือเป็นศาสนาที่แข็งแกร่งและเป็นที่แพร่หลายในทุกจังหวัด มีอารามในพุทธศาสนา 4,392 แห่งทั่วประเทศ ชาวเขมรมีความผูกพันกับพุทธศาสนามากทั้งประเพณีและวัฒนธรรม แม้ศาสนาพุทธรวมถึงศาสนาอื่น ๆ จะถูกยกเลิกในช่วงปี ค.ศ. 1970 แต่ก็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ในกลุ่มชนเชื้อสายจีน ยังมีการนับถือควบคู่กันระหว่างมหายานกับลัทธิเต๋า

ศาสนาอิสลาม เป็นที่ยอมรับนับถือในชุมชนที่มีเชื้อสายจามและมลายู มีศาสนิกชนราว 300,000 คน ในจังหวัดกำปงจามมีโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามจำนวนหลายแห่ง ส่วนศาสนาคริสต์ส่วนใหญ่นับถือนิกายโรมันคาทอลิก ตามด้วยนิกายโปรเตสแตนต์ มีชาวคาทอลิกราว 20,000 คนหรือร้อยละ 0.15 นอกจากนี้ยังมีนิกายอื่น ๆ เช่น แบปทิสต์ เมทอดิสต์ พยานพระยะโฮวา และมอรมอน

  1. . Office of the Council of Ministers. អង្គភាពព័ត៌មាន និងប្រតិកម្មរហ័ស. สืบค้นเมื่อ26 September 2020.
  2. . Open Development Cambodia. 15 July 2016. สืบค้นเมื่อ1 June 2020.
  3. (PDF). Ministry of Planning. National Institute of Statistics. November 2018. สืบค้นเมื่อ29 June 2020.
  4. (PDF). National Institute of Statistics. Ministry of Planning. 26 January 2021. สืบค้นเมื่อ26 January 2021.
  5. . International Monetary Fund.
  6. . hdr.undp.org. World Bank. สืบค้นเมื่อ29 January 2020.
  7. (PDF). United Nations Development Programme. 15 December 2020. pp. 343–346. ISBN 978-92-1-126442-5. สืบค้นเมื่อ16 December 2020.
  8. สำนักงานราชบัณฑิตยสภากำหนดให้เรียกชื่อประเทศนี้ได้ทั้ง "กัมพูชา" และ "ก็อมปุเจีย" . สำนักงานราชบัณฑิตยสภา (March 14, 2018). Retrieved on April 16, 2018.
  9. . CIA World FactBook.
  10. . News.xinhuanet.com. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 25 August 2013. สืบค้นเมื่อ15 March 2013.
  11. . The Phnom Penh Post (May 18, 2011). Retrieved on June 20, 2011.
  12. Ek Madra (January 19, 2007). . Reuters. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ January 18, 2012. สืบค้นเมื่อDecember 19, 2011.
  13. ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์. สยามประเทศไทยกับดินแดนกัมพูชาและลาว. กทม. มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์ฯ. 2552. หน้า 29-44
  14. นภดล ชาติประเสริฐ. เจ้านโรดม สีหนุกับนโยบายความเป็นกลางของกัมพูชา. สำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย. 2540
  15. Owen, Taylor; Kiernan, Ben (October 2006). (PDF). The Walrus: 32–36. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก (PDF) เมื่อ 20 April 2016. The evidence of survivors from many parts of [Cambodia] suggests that at least tens of thousands, probably in the range of 50,000 to 150,000 deaths, resulted from the US bombing campaigns ..."Unknown parameter |deadurl= ignored (help) See Kiernan, Ben; Owen, Taylor (26 April 2015). . The Asia-Pacific Journal. สืบค้นเมื่อ19 September 2016.
  16. . UN OHCHR Cambodia (9 July 1997)
  17. Carolyn L. Gates; Mya Than (2001). ASEAN Enlargement: impacts and implications. Institute of Southeast Asian Studies. ISBN 978-981-230-081-2.
  18. . ASEAN Secretariat. 2008. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 11 May 2011. สืบค้นเมื่อ28 August 2009.
  19. Strangio, Sebastian (2014). Hun Sen's Cambodia. Yale University Press. ISBN 978-0-300-19072-4.
  20. Brinkley, John (2011). . Hachette UK. pp. 460–463. สืบค้นเมื่อ17 November 2019. [Javier Merelo de Barbera] spoke to dozens of [villagers] during the 2008 election campaign, and he said he observed a constant theme: 'People were very afraid of the CCP losing. They were very afraid of change.' After all, for centuries change in Cambodia has generally led to misery or death.
  21. . Constitute. สืบค้นเมื่อ17 April 2015.
  22. Royal Government of Cambodia.. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 12 February 2007.
  23. Dalpino, Catharin E.; Timberman, David G. (26 March 1998). . Asia Society. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 28 October 2005.
  24. . BBC News. 11 November 2013. สืบค้นเมื่อ11 November 2013.
  25. (PDF). Recorded by L.Tanggahma. The Hague, Netherlands: International Court of Justice. 11 พฤศจิกายน 2013. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก (PDF) เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2013. สืบค้นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2013.CS1 maint: others (link)
  26. Fuller, Thomas (6 January 2014) . New York Times
  27. . United Nations Treaty Collection. 7 July 2017.
  28. Mom Kunthear. . Phnom Penh Post. สืบค้นเมื่อ28 October 2014.
  29. สามก๊กวิว. . เรียกดูเมื่อ 12 มีนาคม 2556
  30. . เรียกดูเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556
  31. (Press release). อิศรา. 21 มิถุนายน 2555. สืบค้นเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2556.Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  32. . CIA – The World Factbook. Cia.gov. สืบค้นเมื่อ15 March 2013.
  33. Punnee Soonthornpoct: From Freedom to Hell: A History of Foreign Interventions in Cambodian Politics And Wars. page 29, Vantage Press, Inc
  34. . News.xinhuanet.com. 30 June 2010. สืบค้นเมื่อ16 March 2013.
  35. นิติภูมิ นวรัตน์ (17 สิงหาคม 2543). . เปิดฟ้าส่องโลก. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 30 Jun 2013. สืบค้นเมื่อ12 May 2020.Check date values in: |date= (help)
  36. รุ่งมณี เมฆโสภณ. คนสองแผ่นดิน. กรุงเทพฯ:บ้านพระอาทิตย์, 2551, หน้า 87
  37. . State.gov. สืบค้นเมื่อ15 March 2013.
  38. Brandon Toropov, Chad Hansen. The Complete Idiot's Guide to Taoism. Alpha Books. p. 121. ISBN 0028642627.
  39. Bureau of Democracy, Human Rights, and Labour of the US Department of State. . Retrieved 24 July 2006.
  • จากเว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศ
คอมมอนส์ มีภาพและสื่อเกี่ยวกับ:
ประเทศกัมพูชา
รัฐบาล
  • Official website of former King Norodom Sihanouk(ฝรั่งเศส)
  • . คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 5 October 2006.Unknown parameter |deadurl= ignored (help) Official Royal Government of Cambodia Website (English Version)
ประชาสังคม

ประเทศกัมพูชา
ประเทศก, มพ, ชา, ราชอาณาจ, กรในเอเช, ยตะว, นออกเฉ, ยงใต, ภาษาอ, เฝ, าด, แก, ไข, บทความน, เก, ยวก, สำหร, บความหมายอ, มพ, ชา, แก, ความกำกวม, มพ, ชา, หร, อมป, เจ, เขมร, កម, กม, ชา, ออย, างเป, นทางการว, ราชอาณาจ, กรก, มพ, ชา, หร, พระราชอาณาจ, กรก, อมป, เจ, เขมร, ច. praethskmphucha rachxanackrinexechiytawnxxkechiyngit phasaxun efadu aekikh bthkhwamniekiywkbpraethskmphucha sahrbkhwamhmayxun duthi kmphucha aekkhwamkakwm kmphucha hrux kxmpueciy 8 ekhmr កម ព ជ km phucha chuxxyangepnthangkarwa rachxanackrkmphucha hrux phrarachxanackrkxmpueciy ekhmr ព រ រ ជ ណ ចក រកម ព ជ ph rarachanack rkm phucha epnpraethstngxyuinswnitkhxngkhabsmuthrxinodcininexechiytawnxxkechiyngit miphunthi 181 035 tarangkiolemtr miphrmaednthistawntktidtxkbpraethsithy thisehnuxtidkbpraethsithyaelalaw thistawnxxkaelathisittidkbewiydnam aelathistawntkechiyngittidxawithyrachxanackrkmphucha ព រ រ ជ ណ ចក រកម ព ជ ekhmr Royaume du Cambodge frngess thngchati traaephndinkhakhwy ជ ត ស សន ព រ មហ ក សត រ chati sasna phramhakstriy ephlngchati បទនគររ ជ nkhrrach source source track track track track track track aesdnglukolkaesdngaephnthiexechiytawnxxkechiyngitthitngkhxng praethskmphucha ekhiyw inxaesiyn ethaekhm khaxthibaysylksn emuxnghlwng aela ihysudphnmepy 11 33 N 104 55 E 11 550 N 104 917 E 11 550 104 917 phikdphumisastr 11 33 N 104 55 E 11 550 N 104 917 E 11 550 104 917phasarachkarekhmr 1 phasarachkarthiyxmrbphasaphunemuxngkwa 19 phasa 2 xksrrachkarxksrekhmrklumchatiphnthu 2017 97 ekhmr2 4 cam0 2 cin0 3 xun 3 sasna 2019 97 1 sasnaphuthth sasnapracachati 2 0 sasnaxislam0 3 sasnakhrist0 5 xun 4 edmanimchawkmphuchaekhmrkarpkkhrxngrthediyw rabbphrrkhedn rabbrthspha rachathipityodyeluxktng rachathipityphayitrththrrmnuy phramhakstriyphrabathsmedcphrabrmnath nordm sihmuni naykrthmntrismedcxkhrmhaesnabdiedoch hun esn prathanphvthsphasmedcwibulesnaphkdi say chum prathanrthsphasmedcxkhrmhaphyackri ehng smrinsphanitibyytisphaphuaethnrasdr sphasungphvthspha sphalangrthsphakxtng xanackrfunankh s 50 68 kh s 550 627 xanackrecnlakh s 550 802 ckrwrrdiekhmrkh s 802 1431 yukhmudkh s 1431 1863 xarkkhakhxngfrngess11 singhakhm kh s 1863 prakasxisrphaph9 phvscikayn kh s 1953 epnthiyxmrbcakshprachachati14 thnwakhm kh s 1955 khxtklngsntiphaphkhxngparis23 tulakhm kh s 1991 rththrrmnuychbbpccubn24 knyayn kh s 1993 ptiyyaxaesiyn30 emsayn kh s 1999phunthi rwm181 035 tarangkiolemtr 69 898 tarangiml 88th aehlngna 2 5prachakr samaonprachakr 201915 552 211 4 73rd khwamhnaaenn87 txtarangkiolemtr 225 3 txtarangiml 96th cidiphi xanacsux 2019 praman rwm76 635 phnlandxllar 5 txhw4 645 dxllar 5 cidiphi rakhatlad 2019 praman rwm26 628 phnlandxllar 5 txhw1 614 dxllar 5 cini 2013 36 0 6 panklangHDI 2019 0 594 7 panklang 144thskulengineriyl KHR ekhtewlaUTC 7 ewlaxinodcin rupaebbwnthidd mm yyyykhbrthdankhwarhsothrsphth 855odemnbnsud kh dwyprachakrkwa 15 lankhn kmphuchaepnpraethsthimiprachakrmakthisudxndbthi 66 khxngolk sasnaphuththnikayethrwathepnsasnapracachati sungprachakrkmphuchanbthuxmakkwa 97 9 chnklumnxyinpraethsmichawewiydnam chawcin chawcam aelachawekhakwa 30 epha 10 emuxnghlwngaelaemuxngihysud khux phnmepy sungepnsunyklangkaremuxng esrsthkicaelawthnthrrmkhxngkmphucha rachxanackrkmphuchapkkhrxngaebbrachathipityphayitrththrrmnuy miphrabathsmedcphrabrmnath nordm sihmuni macakkareluxktngodyrachsphaephuxrachbllngk epnpramukhaehngrth pramukhrthbal khux smedcxkhrmhaesnabdiedoch hun esn phusungpccubnepnphunathidarngtaaehnngnanthisudinexechiytawnxxkechiyngit odyidpkkhrxngkmphuchamaepnrayaewlakwa 25 pi in ph s 1345 phraecachywrmnthi 2 prabdaphiesktnepnphramhakstriy xnepncuderimtnkhxngckrwrrdikhaaemr xanacaelakhwammngkhngmhasalkhxngckrwrrdikhaaemrthimiphramhakstriykhrxngrachsmbtisubtxknmannidmixiththiphlinexechiytawnxxkechiyngitepnewlakwa 600 pi kmphuchathukpkkhrxngepnemuxngkhunkhxngpraethsephuxnban krathngthukfrngessyudepnxananikhminklangkhriststwrrsthi 19 kmphuchaidrbexkrachin ph s 2496 sngkhramewiydnamidkhyayekhasukmphucha thaihekhmraedngkhunsuxanac sungyudkrungphnmepyidin ph s 2518 kmphuchaphngadkhunxikhlaypiihhlngphayinekhtxiththiphlsngkhmniymepnsatharnrthprachachnkmphuchakrathng ph s 2536 hlngcakhlaypiaehngkarodddiyw chatisungesiyhaycaksngkhramkidrwmekhadwyknxikkhrngphayitrabxbrachathipityinpiediywknnnexng inkarburnapraethshlngsngkhramklangemuxngnanhlaythswrrs kmphuchamikhwamkhubhnaxyangrwderwindanesrsthkicaelathrphyakrmnusy praethskmphuchaidmihnunginbnthukesrsthkicthidithisudinexechiy odymixtrakaretibotthangesrsthkicechliy 6 0 epnewlanan 10 pi phakhsingthx ekstrkrrm kxsrang esuxphaaelakarthxngethiywthiekhmaekhngidnaipsukarlngthuncaktangchatiaelakarkharahwangpraeths 11 in ph s 2548 mikarphbaehlngnamnaelaaeksthrrmchatiitnannaxanaekhtkhxngkmphucha karkhudecaaechingphanichyerimkhunin ph s 2556 rayidcaknamnsamarthmiphltxesrsthkickmphuchaxyangluksung 12 enuxha 1 prawtisastr 1 1 prawtisastryukhaerkkhxngkmphucha 1 2 xanackrfunn 1 3 xanackrecnla xanackrxisanpura 1 4 ckrwrrdiekhmr 1 5 yukhmudkhxngkmphucha 1 6 xananikhmkhxngfrngess 1 7 rachxanackrkmphuchahlngexkrach 1 8 satharnrthekhmraelasngkhram 1 9 kmphuchaprachathipityaelaekhmraedng 1 10 satharnrthprachachnkmphucha 1 11 kmphuchayukhihm 1 12 karfunfusthabnphramhakstriy 2 karemuxngkarpkkhrxng 2 1 phramhakstriy 2 1 1 karsubrachsnttiwngs 2 2 khwamsmphnthrahwangpraeths 2 3 kxngthph 3 phumisastr 3 1 aemnaaelathaelsab 3 2 phuekha 3 3 paim 3 4 phumixakas 3 5 karaebngekhtkarpkkhrxng 4 esrsthkic 5 prachakr 5 1 phasa 5 2 sasna 6 duephim 7 xangxing 8 aehlngkhxmulxunprawtisastrdubthkhwamhlkthi prawtisastrkmphucha prawtisastryukhaerkkhxngkmphucha dubthkhwamhlkthi prawtisastryukhaerkkhxngkmphucha ekhruxngekhluxbhinekhluxbyxnhlngipthungstwrrsthi 12 khwamruekiywkbyukhkxnprawtisastrkhxngkmphuchannmixyunxymak aehlngobrankhdiekaaekthisudkhxngkmphuchathikhnphbinpccubn khux tha aelng saepn Laang Spean thangtawnxxkechiyngehnuxkhxngpraeths sungechuxwaphukhnerimekhamatngthinthanknemuxpraman 7 000 pikxnkhristkal aelaaehlngobrankhdisaorng esn Samrong Sen sungechuxwaerimmiphukhnekhamatngthinthanemuxraw 230 thung 500 pikxnkhristkal chawkmphuchaerimruckkareliyngstwaelaephaaplukkhawidtngaetemuxraw 2 000 kxnkhristkal samarththaekhruxngmuxcakehlkidtngaetraw 600 pikxnkhristkal kxnhnathixiththiphlcakwthnthrrmxinediycaaephnekhamathungdinaednaethbni inrawpithi 100 kxnkhristkal hlkthanthangobrankhdibngchiwaphunthihlayswnkhxngdinaednpraethskmphuchainpccubnerimmiphukhnxasyxyutngaetemuxrawshswrrsaerkaelashswrrsthi 2 kxnkhristkal odycdepnwthnthrrmyukhhinihm sungphukhnklumnixacxphyphmacakthangphunthitawnxxkechiyngitkhxngcin inkxnchwngkhriststwrrsaerk phukhninaethbidmiwiwthnakarsukartngthinthanepnhlkaehlng mikarcdokhrngsrangkhxngsngkhmxyangepnrabb sungthaihsamarthphthnathksawithyakartang idkawhnakwayukhkxn epnxyangmak klumthimiphthnakarkawhnathisudxasyxyuinbriewnchayfng thirablumaemnaokhngtxnlang aelabriewnsamehliympakaemnaokhng samarthephaaplukkhawaelaeliyngpsustwid nkprawtisastrhlaykhnmikhwamehnwa phukhnklumniidtnghlkaehlngxasykxnhnaphukhninpraethsephuxnban khux ewiydnam ithy aelalaw phukhnklumnixaccdxyuinklumxxsotrexechiytik Austroasiatic hruxxyangnxykmikhwamsmphnthkbbrrphburuskhxngmnusyklumdngklaw sungepnklumkhnthixasyxyuthwipindinaednexechiytawnxxkechiyngitaelaekaaaekngtang khxngmhasmuthraepsifikinpccubn phukhnehlanimikhwamruinnganolha echnehlkaelasarid odyepnepnthksathikhidkhnkhunexng nganwicyinpccubnidkhnwa chawkmphuchainyukhnisamarthprbprungsphaphphumipraethsmatngaetyukhhinihm odypraktrupaebbepnphunthirupwngklmkhnadihy xanackrfunn dubthkhwamhlkthi xanackrfunan xanaekhtkhxngxanackrfunn xanackrkhrngaerkkhxngchawekhmr xanackrfunnepnrththirungeruxngxyurahwangkhriststwrrsthi 1 6 thitngkhxngrthxyubriewnlumaemnaokhngtxnlang pccubnepnthitngpraethskmphucha ewiydnamtxnit phakhtawnxxkechiyngehnuxkhxngithy bangtxnkhxnglumaemnaecaphraya aelaphakhitkhxngithy lngmathungaehlmmlayu funanrwmtwknepnrthaerkkhxngexechiytawnxxkechiyngit epnrthchlprathanphayinaephndinthiprachachndarngchiphdwykarekstr odyichnacakrabbchlprathanthiphthnaepnxyangdi nxkcaknn funanyngmiemuxngthasahrbcxderuxaelakhakhaytangpraeths funan cungmirayidcakkarkhakhay karedineruxxikdwy eruxngrawkhxngrthfunan thrabcakbnthukkhxngchawcinthiedinthangmaaethbni idekhiynelathungkhwammngkhng khwamepnxyuinchumchnthimiraebiyb mikhunthrrm mikarpkkhrxngrabxbkstriy miemuxngtang makhundwyhlayemuxng miwthnthrrmaeth khxngtnexng mikartidtxkbchawtangpraeths thnginthwipexechiydwykn aelaolktawntk chnchnsungepnphwkmalaoyophliniesiyn chawcinwaphwkchnchnphunemuxngkhxngfunnhnatahnaekliyd twelk phmhyik snnisthanwanacaepnphwkenkriotaelaemlaniesiyn funanmiprawtikhwamepnma erimcakkarrwmtwknkhxngphukhn epnchumchnelkkhnadhmuban cakhmubanphthnakhunmaepnrth withikarphthnacaksngkhmephaepnsngkhmrthmipccyaelakhntxnhlayprakar xanackrecnla xanackrxisanpura dubthkhwamhlkthi xanackrxisanpura inrahwang ph s 1170 1250 nnxanackrekhmrmikstriykhrxngrachykhux phraecaphwwrmnthi 2 phraoxrskhxngphraecaxisanwrmnthi 2 aelaphraecachywrmnthi 1 oxrskhxngphraecaphwwrmnthi 2 yukhniidsrangsilpekhmraebbiphrkemng khunrahwangph s 1180 1250 smyphraecachywrmnthi 1 nnxanackrecnla ecnla nnidaetkaeykepnphwkecnlabkkhuxxyulumnaokhngtxnit aelaphwkecnlana xyuindinaednlawtxnklang ph s 1250 1350 yukhniidmikarsrangsilpekhmraebbkaphngphrakhun xanackrekhmrnnlmslaymacnthungrchsmyphraecachywrmnthi 2 hruxphraecapremswr ph s 1345 1393 phraxngkhidrwbrwmphwkecnlabkaelaphwkecnlanaepnxanackrihmodyrbexalththiselnthrhrux ethwrachaekhamathakarsthanpnaxanackrihmkhun odythakarsrangrachthanikhunihmhlayaehngaelasrangprasathhinhruxethwalyepnkarihy sungmiehtukarnyayrachthanikhunhlaykhrngcnkwacalngtwthiemuxnghrihralyrachthaniaehngaerkkhxngxanackrekhmr txmakhux emuxngyosthrpura aela emuxngnkhrthminthisud dwyehtunixanackrekhmrsmynicungrungeruxngdwykarsrangrachthanikhunhlayaehngaelamiprasathhinthiepnsilpaekhmrekidkhunhlayaebb klawkhux smyphraecachywrmnthi 2 nnphraxngkhidthakarsrangemuxngxinthrpuraepnrachthani khunthibriewniklemuxngkaaephngcam srangemuxnghrihralyhruxrxlwy epnrachthani srangemuxngxmernthrpura epnrachthani aelasrangemuxngmehnthrbrrpht hrux phnmkuelnepnrachthani yukhniidsrangsilpekhmraebbkuelnkhunrahwang ph s 1370 1420 emuxsinrchkalphraecachywrmnthi 2 phraoxrsidkhrxngrachythrngphranamwaphraecachywrmnthi 3 hrux phraecawisnuolk khrxngrachy ph s 1393 1420 phraxngkhidklbmaichemuxnghrihralyhruxrxlxy epnrachthani txmacnthungrchkalphraecaxinthrwrmnthi 1 hrux phraecaxiswrolk khrxngrachy ph s 1420 1432 yukhniidsrangsilpaekhmraebbphraokhkhuninph s 1420 1440 insmyphraecayoswrmnthi 1 hrux phraecabrmsiwolk phraoxrskhxngphraecaxinthrwrmnthi 1 sungkhrxngrachyepnkstriyekhmrinph s 1432 1443 nn phraxngkhidsrangemuxngyosthrpurahruxemuxngphrankhraehngaerkkhunthiekhaphnmbaekhng emux ph s 1436 sungxyuthangtxnehnuxthaelsabemuxngesiymrath emuxngnikhnithyeriyk esiymrath karsrangprasathhinkhunbnekhaphnmbaekhngnn epnxiththiphlkhxngsasnaphrahmnhruxhinduthiaephxiththiphlekhamayngdinaednaethbni sungthuksmmtikhunepnsunyklangkhxngckrwaltamkhwamechuxnn nbepnsilpaekhmraebbbaekhng emuxngyosthrpura rachthaniaehngnimikstriykhrxngrachytxmakhux phraecahrrswrmnthi 1 hrux phraecaruthrolk phraoxrskhxngphraecayoswrmnthi 1 khrxngrachy ph s 1443 1456 aelaphraecaxisanwrmnthi 2 hruxphraecabrmruthrolk phraxnuchakhxngphraecahrrswrmnthi 1 khrxngrachy ph s 1456 1468 cungekidehtukarnepliynaephndin inthisudphraecachywrmnthi 4 hruxphraecabrmsiwbth sungepnnxngekhykhxngphraecayoswrmnthi 1 idkhunkhrxngrachyepnkstriyxanackrekhmrin ph s 1471 1485 phraxngkhidsrangrachthanikhunthiemuxngochkkarykyarhruxekaaaekr aelaphraecahrrswrmnthi 2hruxphraecaphrhmolk phraoxrskhxngxngkhidkhrxngrachytxmarahwang ph s 1485 1487 yukhniidsrangsilpaekhmraebbekaaaekr ph s 1465 1490 txmaphraecaraechnthrwrmn hruxphraecasiwolk phranddakhxngphraecayoswrmnthi 1 idkhrxngrachyin ph s 1487 1511 idyayrachthanimathiemuxngyosthrpura hruxemuxngphrankhraehngaerk yukhniidsrangsilpaekhmraebbaeprrup ph s 1490 1510 emuxngyosthrpura rachthaniekaaehngnimikstriykhrxngrachytxmahlayphraxngkh idaek phraecachywrmnthi 5 hruxphrabrmwirolk sungepnphranddakhxngphraecaraechnthrwrmn khrxngrachy ph s 1511 1544 smynisrangsilpaekhmraebbbnthaysri ph s 1510 1550 khun phraecaxuthythitywrmnthi 2 phranddakhxngphraecachywrmnthi 5 khrxngrachy ph s 1544 srangsilpaekhmraebbkhlngkhun ph s 1510 1560 phraecachywirwrmn khrxngrachy ph s 1545 swrrkht ph s 1553 phraecasuriywrmnthi 1 khrxngrachy ph s 1545 1593smyniphraxngkhidthakarsthapnarachwngskhunihm aelanacamikarsrangemuxngphrankhrkhunihmepnaehngthisxngepnyukhthisrangsilpaebbpabwnkhunichin ph s 1560 1630 emuxngphrankhraehngthisxngni yngimmiraylaexiyd cungsrupimidwaxyuthiid indinaednphayphnn edimhwemuxngfayehnuxthnghmdepnthinthixyukhxngchnchatilaw khrnemuxekhmrmixanackhyayxanackrmasudinaednphayph cungtngemuxnglaowihecankhrekhmrkhxyduael aelaphranangcamethwiphrathidakhxngecaphukhrxngemuxnglaowidkhunipkhrxngemuxnghriphuychy emuxnglaphun sungepnemuxnglukhlwngkhxngekhmrlaow phrathidaecaphukhrxngemuxngnicungidpkkhrxngphwklawthngpwnginmnthlphayph emuxnghriphuychy emuxnglaphun cungepnemuxnglukhlwngkhxngekhmrlaow thitngkhunephuxichduaeldinaednphayph txmaidtngemuxngnkhrekhlangkh emuxnglapang khunaelapkkhrxngrwmkn ckrwrrdiekhmr dubthkhwamhlkthi ckrwrrdikhaemr nkhrwd ibhnakhxngphraophthistw phraxwolkietswr thi prasathbayn xanaekhtkhxngckrwrrdiekhmr siaedng ckrwrrdikhaemr hrux xanackrekhmr hruxbangaehlngeriykwa xanackrkhxm epnhnunginxanackrobran erimtnkhun rawphuththstwrrsthi 6 odyerimcakxanackrfunn mithitngxyuinbriewnpraethskmphucha odymixanaekhtkhrxbkhlumphunthibangswnkhxng praethsithy law aelabangswnkhxngewiydnaminpccubn nbepnxanackrthimiaesnyanuphaphmakthisudinexechiytawnxxkechiyngit txmaidxxnkalnglngcnesiydinaednbangswnihkbxanackrsuokhthyaelaaetkslayinthisudemuxtkepnemuxngkhunkhxngxanackrxyuthya xanackrekhmrsubthxdxanaccakxanackrecnla misngkhramphldknaephphldknchnakbxanackrkhangekhiyng echn xanackrlanchang xanackrxyuthya aelaxanackrcampa mrdkthisakhythisudkhxngxanackrekhmrkhux nkhrwd aela nkhrthm sungekhyepnnkhrhlwngemuxkhrngxanackraehngnimikhwamecriyrungeruxngthisud aelayngmilththikhwamechuxtang xyanghlakhlay sasnahlkkhxngxanackrniidaek sasnahindu phuththsasnamhayan aelaphuththsasnaethrwathsungidrbcaksrilngka emuxkhriststwrrsthi 13 yukhmudkhxngkmphucha dubthkhwamhlkthi yukhmudkhxngkmphucha xanackrekhmrcturmukh xanackrekhmrlaaewk xanackrekhmrsrisunthr aela xanackrekhmrxudng yukhmudkhxngkmphucha erimtngaetxanackrxyuthyaidocmtixanackrekhmr aela idepha phrankhr emuxnghlwngkhxngxanackrekhmr rabepnhnaklxng thaihxanackrekhmrepnswnhnungkhxngsyampraethstngaetbdnnma ekhmrepnswnhnungkhxngxanackrxyuthyainthanadinaednpraethsrach xanackrxyuthyapkkhrxngekhmrepnewlaekuxb 400 pi txmainsmykrungthnburiaelakrungrtnoksinthrekhmrtkxyuphayitkarkhwbkhumkhxngckrwrrdisyamxyangekhmngwd insmyrchkalthi3 idekid sngkhramxanamsyamyuthththaihkmphuchaepnrthxarkkharahwangsyamkbywn kxnthicatkepnkhxngfrngessinewlatxma xananikhmkhxngfrngess dubthkhwamhlkthi kmphuchainxarkkhakhxngfrngess xinodcinkhxngfrngess karyudkhrxngkmphuchakhxngyipun aela ekhmrxisra kmphuchatkepnrthinxarkkhakhxngfrngesstamsnthisyyaxarkkharahwangfrngess kmphuchaemux 11 singhakhm ph s 2406 insmyphranordm odysyamphyamyamkhdkhanaetimepnphlsaerc inchwngaerk frngesspkkhrxngkmphuchaodyimekhaipekiywkhxngkbkickarphayinmaknk aelachwykhacunrachbllngkkhxngkmphucha odychwyprabkbttang cn ph s 2426 2427 hlngcakyudkhrxngewiydnamidthnghmd odyphyayamlidrxnxanackhxngkstriyaelaykelikrabbiphrthas thaihekidkartxtancakprachachnxyangrunaerng cntxngecrcakbphranordm kstriyinkhnann ihprakassntiphaph aelarangbkaraethrkaesngkmphucha cnkrathngphranordmswrrkht frngessidsnbsnunihphrasisuwtthkhunepnkstriy phrxmthngmxbxanackarpkkhrxngthnghmdihfrngess 13 hlngcakfrngessekhapkkhrxngkmphuchaemux ph s 2406 frngessepliynaeplngrabbesrsthkicinewiydnam odyprbprungkarekbphasi sungthaihekidkhwamimphxicinhmuchawkmphucha aelayngnachawewiydnamekhamathanganepnecahnathiinrabbrachkarkhxngfrngess aelaepnaerngnganthangdanekstrkrrm rahwangsngkhramolkkhrngthisxng chwngklangpi ph s 2484 kxngthphyipunekhluxnekhasukmphuchaaetyxmihrthbalwichipkkhrxngdngedim rthbalithyinsmycxmphl p phibulsngkhramideriykrxngdinaednbangswninlawaelakmphuchakhuncakfrngesscnnaipsukrniphiphathxinodcinfrngessthierimkhunemux 19 thnwakhm ph s 2484 inthisud yipunekhamaiklekliyodythiithyidcnghwdphratabxng esiymrathaelabangswnkhxngcnghwdstungaetrng ykewnprasathnkhrwdyngxyuinekhtaednkhxngfrngess phrasisuwtthi muniwngskstriykmphuchasinphrachnmhlngkrniphiphathniimnan frngesseluxkphranordm sihnukhunepnkstriythngthiyngthrngphraeyaw txma yipunidsnbsnunkarcdtngrthbalhunechidinwnthi 9 minakhm ph s 2488 kmphuchaidprakasexkrachphayitwngiphbulyaehngmhaexechiyburphakhxngyipun odymiphranordm sihnuepnpramukhrth hlngcakyipunyxmaephemuxeduxnsinghakhm ph s 2488 kxngthphfaysmphnthmitridekhamainphnmepy sthapnaxanackhxngfrngessinkmphuchaxik rthbalfrngessxisraidtdsinicthicarwmxinodcinekhakbshphaphfrngess inphnmepy phranordm sihnuphyayamecrcakbfrngessephuxeriykrxngexkrachthismburn inkhnathiklumtxtanthieriyktnexngwaekhmrxisra idichkarsurbaebbkxngocrtamaenwchayaedn odyidrwmmuxkbklumfaysaythngthiniymaelaimniymewiydnam rwmthngklumekhmresrisungepnklumtxtanrachwngskhxngesing ngxkthydwy in ph s 2489 frngessyxmihmikarcdtngphrrkhkaremuxnginkmphucha aelaihmikareluxktngphayinpraeths phranordm sihnuyngkhngtxsuephuxeriykrxngexkrachihkmphuchaepnxisracakshphaphfrngess cnfrngessphayaephinsngkhramxinodcinkhrngthihnung cungyxmmxbexkrachihaekkmphucha rachxanackrkmphuchahlngexkrach dubthkhwamhlkthi rachxanackrkmphucha ph s 2497 2513 sngkhmrasdrniym aela phrabathsmedcphranordm sihnu thngchatirachxanackrkmphucharahwang ph s 2498 2513 hlngkarprachumecniwaidmikareluxktngkhuninpraethskmphuchain ph s 2498 odymikhnakrrmkarkhwbkhumnanachatiepnphusngektkarn inwnthi 2 minakhm ph s 2498 phranordm sihnuidprakasslarachsmbtiihphrabidakhxngphraxngkhkhuxphrabathsmedcphranordm suramvt aelathrngtngphrrkhkaremuxngkhunkhuxphrrkhsngkhmrasdrniymhruxrabxbsngkhm smachikswnihyepnfaykhwa sungtxtankhxmmiwnistdwykhwamrunaerng aetkmismachikfaysayphayinphrrkh echn ekhiyw smphn hu ywn ephuxthwngdulkbfaykhwa kareluxktngineduxnknyayn ph s 2498 phrrkhsngkhmchnakareluxktngodyid 83 khxngthinngthnghmdinspha nxkcaknn phranordm sihnu yngdaeninnoybaythicadungfaysayaelafaykhwaklumtang ihekharwmkbrabxbsngkhmkhxngphraxngkh aelakddnphuthiimyxmekharwmkbphraxngkh tngaet ph s 2503 epntnip xngkhkrthitxtanrabxbkhxngphranordm sihnuthukphlkdnihklayepnxngkhkritdin phrrkhthiepnexkethskhxngfaysay echn krmprachachnklayepnepahmaykhxngkarocmti sthaniwithyuaehngchatiidxxkprakaswakrmprachachnepnhunechidkhxngewiydnam mikartidopsetxrtxtankrmprachachnodythwip hnngsuxphimphkhxngfaytxtanphraxngkh echn hnngsuxphimph l Observateur aelahnngsuxphimphxunthimienuxhaiklekhiyngknthuksngpidineduxnminakhm ph s 2506 phranordm sihnuidprakaschuxkhxngfaysaycanwn 34 khn waepnphwkkhikhlad hlxklwng kxwinaskrrm hwhnakbt aelaepnkhnthrys phlthitammathaihkhbwnkarfaysaytxngxxkcakemuxnghlwngiptngmninchnbth kardaeninnoybaytangpraethskhxngphranordm sihnu epnkardaeninnoybayimfkiffayid aetmiaenwonmepnptipkskbithyaelaewiydnamit inkhnathiepnmitrkbcinaelasnbsnunewiydnamehnuxinsngkhramewiydnam 14 kmphuchainsmynimikrniphiphathkbithy thngkrniphiphatheruxngprasathekhaphrawihar aelakarkwadlangchawithyekaakngincnghwdekaakng karpkkhrxngrabxbsngkhmkhxngphraxngkhsinsudlngemuxthukrthprahar odyln nl emux ph s 2513 sungidcdtngrthbalsatharnrthekhmrkhunaethn phranordm sihnutxngliphyipcdtngrthbalrachxanackrkmphuchaphldthin thikrungpkking praethscin satharnrthekhmraelasngkhram dubthkhwamhlkthi satharnrthekhmr aela sngkhramklangemuxngkmphucha chawekhmrnbhmunkhnesiychiwitinchwngkarthingraebidinkmphuchakhxngshrth inrahwang pi kh s 1970 aela 1973 15 sngkhramklangemuxngkmphucha epnkhwamkhdaeyngrahwangphrrkhkhxmmiwnistkmphucha ekhmraedng satharnrthprachathipityewiydnam ewiydnamehnux aelaewiydkngfayhnungkbrthbalsatharnrthekhmrthiidrbkarsnbsnuncakshrthxemrikaaelasatharnrthewiydnam ewiydnamit xikfayhnung sngkhramnisbsxnyingkhuncakxiththiphlaelakarkrathakhxngphnthmitrkhusngkhram karekhamiswnekiywkhxngkhxngkxngthphprachachnewiydnam kxngthphewiydnamehnux epnipephuxpxngknthanthimnthangtawnxxkkhxngkmphucha sunghakesiyipkardaeninkhwamphyayamthangthharinewiydnamitcayakkhun hrthprahar 18 minakhm ph s 2513 thaihrthbalniymxemrikaaelatxtanewiydnamethlingxanac aelayutikhwamepnklanginsngkhramewiydnam kxngthphewiydnamehnuxcungthukkhukkhamcakthngrthbalkmphuchaihmthiimepnmitrthangtawntk aelakxngkalngshrthaelaewiydnamitinewiydnamthangtawnxxk hlngcakkarsurbphanip 5 pi rthbalfaysatharnrthekhmrphayaephemux 17 emsayn ph s 2518 aelaekhmraedngidprakastngkmphuchaprachathipity khwamkhdaeyngniaemcaepnkarsurbinpraeths aetkthuxepnswnhnungkhxngsngkhramewiydnam ph s 2502 2518 aelamikhwamekiywkhxngkbpraethsephuxnbanxyangrachxanackrlaw ewiydnamehnuxaelaewiydnamit sngkhramklangemuxngninaipsukarkhalangephaphnthuchawkmphucha kmphuchaprachathipityaelaekhmraedng dubthkhwamhlkthi kmphuchaprachathipity thngchatikmphuchaprachathipity hrux ekhmraedng hxngkhxngphiphithphnthkhalangephaphnthutwlselng miphaphthaynbphnkhxngehyuxthithukkhalangephaphnthuodyekhmraedng ecingexksthanthifngsphkhxngprachachncakkarkhalangephaphnthuinyukhekhmraedng kmphuchaprachathipity xngkvs Democratic Kampuchea frngess Kampuchea democratique ekhmr កម ព ជ ប រជ ធ បត យ យ xanwa kxmpueciypraeciythipaety khuxchuxkhxngpraethskmphucharahwangpi ph s 2519 ph s 2522 sungekidcakkarokhnlmrthbalsatharnrthekhmrkhxngnayphllxlnxl aelaidcdpkkhrxnginrupaebbrthkhxmmiwnistodyphrrkhkhxmmiwnistkmphuchahruxekhmraedng insmynixngkhkrkhxngrthbalcathukxangthunginchux xngkarelx ekhmr អង គក រល xng khkareli xngkhkarbn hrux hnwyehnux swnphrrkhkhxmmiwnistkmphuchann aeknnakhxngphrrkhiheriykchuxwa xngkarpaedawd ekhmr អង គក របដ វត ត xng khkarptiwt ti xngkhkarptiwti odyphunasungsudkhxngpraethsthikhrxngxanacyawnanthisudkhuxnayphl pht sungepnphunasungsudkhxngekhmraedngdwy inpi ph s 2522 kxngkalngphrrkhkhxmmiwnistkmphuchaphayitkarnakhxngehng smrin aelakxngthphewiydnamidrukekhamathangchayaedntxnitkhxngkmphuchaaelasamarthokhnlmrthbalkmphuchaprachathipityidsaerc phrxmthngidcdkarpkkhrxngpraethsihminchux satharnrthprachachnkmphucha kxngthphekhmraedngcungidthxyrniptngmninthangphakhehnuxkhxngpraethsaelayngkhngcdrupaebbkarpkkhrxngtamrabbkhxngkmphuchaprachathipityedimtxip satharnrthprachachnkmphucha dubthkhwamhlkthi satharnrthprachachnkmphucha satharnrthprachachnkmphucha xngkvs People s Republic of Kampuchea PRK ekhmr ស ធ រណរដ ឋប រជ ម ន តកម ព ជ satharnrt thp rchamanit km phucha epnrthbalthicdtnginkmphuchaodyaenwrwmsamkhkhiprachachatikuchatikmphucha sungepnklumkhxngkmphuchafaysaythixyutrngkhamkbklumkhxngekhmraedng lmlangrthbalkmphuchaprachathipitykhxngphl pht odyrwmmuxkbkxngthphkhxngewiydnam thaihekidkarrukranewiydnamkhxngkmphucha ephuxphlkdnkxngthphekhmraedngxxkipcakphnmepy miewiydnamaelashphaphosewiytepnphnthmitrthisakhy satharnrthprachachnkmphuchaimidepnsmachikkhxngshprachachatiephraaimidrbkarsnbsnuncakcin xngkvsaelashrthxemrika thinnginshprachachatikhxngpraethskmphuchainkhnannepnkhxngaenwrwmekhmrsamfaythicdtngrthbalphsmkmphuchaprachathipity sungklumekhmraedngkhxngphl phtekharwmkbklumthiimichkhxmmiwnistxik 2 klum khux klumkhxngnordm sihnu aelasxn san xyangirktam satharnrthprachachnkmphuchaidprakasepnrthbalkhxngkmphucharahwang ph s 2522 2536 odymikhwamsmphnthkbtangpraethsthicakd satharnrthprachachnkmphuchaepliynchuxepnrthkmphucha xngkvs State of Cambodia SOC ekhmr រដ ឋកម ព ជ inchwngsipisudthay ephuxihekidkaryxmrbinradbnanachati inkhnaediywkniderimmikarepliynaeplngrabbcakrabbrthediywipsukarfunfurachxanackrkmphucha satharnrthprachachnkmphuchaepnrthkhxmmiwnist inchwng ph s 2522 2534 odyniymlththimaks elninaebbshphaphosewiyt karkxtngsatharnrthprachachnkmphuchaekidkhuninchwngthipraethskalngxxnaex cakkarthalaylangkhxngrabxbekhmraedng aelaepnrthhunechidkhxngewiydnamthiekhamaaethrkaesngthangesrsthkic cnrthbalkhxngsatharnrthprachachnkmphuchaekhmaekhng xyangirktam aemwaepnrththitxngxyuxyangoddediywaetkfunfuaelasrangchatikmphuchaidihm kmphuchayukhihm dubthkhwamhlkthi kmphuchayukhihm hlngkarlmslaykhxngkmphuchaprachathipity kmphuchatkxyuphayitkarrukrankhxngewiydnamaelarthbalthiniymhanxysungkxtngsatharnrthprachachnkmphucha sngkhramklangemuxnghlng ph s 2523 epnkarsurbrahwangkxngthphprachachnptiwtikmphuchakhxngrthbalkbaenwrwmekhmrsamfaysungthuxepnrthbalphldthinkhxngklumtangsamklumkhux phrrkhfunsinepkkhxngphranordm sihnu phrrkhkmphuchaprachathipityhruxekhmraedng aelaaenwrwmpldplxyaehngchatiprachachnekhmr mikarecrcasntiphaphtngaet ph s 2532 aelanaipsukarprachumsntiphaphthiparisephuxsngbsukin ph s 2534 inthisudmikarcdkareluxktngodyshprachachatiin ph s 2536 ephuxerimtnfunfupraeths phranordm sihnuklbmaepnkstriyxikkhrng mikarcdtngrthbalphsm hlngcakmikareluxktngodypktiin ph s 2541 karemuxngmikhwammnkhngkhun hlngkarlmslaykhxngekhmraedng in ph s 2541 karfunfusthabnphramhakstriy phrarachphithithwayphraephlingphrabrmsphphrabathsmedcphranordm sihnu hlngphraxngkhesdcniwtikmphuchaaelapraethsidmikarfunfusthabnphramhakstriyaelw inpi ph s 2536 phrabathsmedcphranordm sihnuidrbxyechiyihesdcklbkmphuchaaelaidmikarfunfuinthanaphramhakstriykhxngkmphucha aetxanacthnghmdxyuinmuxkhxngrthbalthicdtngkhunhlngcakkareluxktngthiidrbkarsnbsnuncak UNTAC esthiyrphaphthiekidkhunhlngcakkhwamkhdaeyngekidkhuninpi ph s 2540 odykartharthpraharsungnaodynaykrthmntrihunesnrwmkbphrrkhthiimichkhxmmiwnistinrthbal 16 hlngcakthirthbalsamarthrksaesthiyrphaphphayitkarbriharkhxngsmedchunesnaelwkmphuchakidrbkaryxmrbekhasusmakhmprachachatiaehngexechiytawnxxkechiyngit xaesiyn emuxwnthi 30 emsayn ph s 2542 17 18 inchwngimkipithiphanmakhwamphyayaminkarfunfuidkawhnaaelanaipsukhwammnkhngthangkaremuxngphanprachathipityrabbkaremuxnghlayphrrkhphayitrachathipityphayitrththrrmnuy 9 aemwakarpkkhrxngkhxnghunesncathukklawhawamikarlaemidsiththimnusychnaelakarkhxrpchn 19 phlemuxngkmphuchaswnihyinchwngpi 2000 yngkhngidrbkarxnumticakrthbal karsmphasnchawekhmrinchnbthinpi 2551 aesdngihehnwasthanathimnkhngtxkarepliynaeplngthixacekidkhunxyangrunaerng 20 karemuxngkarpkkhrxngdubthkhwamhlkthi karemuxngkmphucha phrabathsmedcphranordm sihmuni phramhakstriykmphuchatngaetpi 2547 smedcxkhrmhaesnabdiedochhun esn naykrthmntrikmphuchatngaetpi 2532 sphaphkaremuxnginkmphuchapccubnthuxwamiesthiyrphaph phrrkhkaremuxngsxngphrrkhhlksungprakxbkhunepnrthbalkmphucha khux phrrkhprachachnkmphucha CPP khxngsmedchun esn aelaphrrkhfunsinepk FUNCINPEC khxngsmedckrmphranordm rnvththi samarthrwmmuxknidxyangrabrun thngindanbriharaeladannitibyyti rwmthngmithathithisxdkhlxngknepnswnihyinpraednthangkaremuxngsakhy khxngpraeths xathi eruxngkarnatwxditphunaekhmraedngmaphiphaksaoths epntn klumkaremuxngfaytrngkhamrthbalyngimmikhwamekhmaekhngmakphx aelakhngsamarththaidephiyngaetsrangphlkrathbthanglbtxphaphlksnkhxngrthbal odyinthangkaremuxng phrrkhsm rngsi phrrkhkaremuxngfaykhanhnungediywinsphaaehngchatikmphucha idekhluxnihwtrwcsxbkarthangankhxngrthbalkmphuchaxyangaekhngkhn phyayamchiihsatharnchnaelananachati ehnthungkarthucritaelapraphvtimichxbkhxngrthbal rwmthngkarichxanacthangkaremuxngephuxphlpraoychnswntnaelakhxngphrrkh xyangirkdi indankhwammnkhng mipraktkarnihm khux idekidklumtidxawuththimiwtthuprasngkhcaokhnlmrthbalkhxngsmedchun esn thisakhykhux Cambodian Freedom Fighters CFF sungmichawkmphuchasychatixemriknepnhwhna klumdngklawidkxkarraykhuninkrungphnmepyemuxwnthi 25 phvscikayn ph s 2543 aetrthbalkmphuchasamarthkhwbkhumsthankarniwid aelaxyurahwangkrabwnkarphiphaksatwphukrathaphid phramhakstriy dubthkhwamhlkthi phramhakstriykmphucha aela rayphranamphramhakstriykmphucha phrabrmchayalksnphrabathsmedcphrabrmnath nordm sihmuni n rachthaniphnmepy sthabnphramhakstriyinphrarachxanackrkmphuchaepnaebbrachathipityphayitrththrrmnuy xngkhphramhakstriythrngepnphrapramukhthiekharphskkara immiphrarachxanacpkkhrxngodytrng thrngyudthuxhlk ihthrngpkekla aetimthrngpkkhrxng khlaykbrabbphramhakstriyinshrachxanackraelayipun phramhakstriythrngepnpramukhaehngrth xyangepnthangkaraelaepnsylksnaehngsylksnkhxngsntiphaph esthiyrphaphaelaswsdiphaphkhxngchatiaelachawekhmr tamthikahndiwinrththrrmnuykhxngkmphucha 21 sthabnphramhakstriykmphuchathuxepnsthabnthiekaaekthisudepnxndb 2 inthwipexechiyrxngcakyipun ckrphrrdiyipun phramhakstriyphraxngkhpccubnkhux phrabathsmedcphrabrmnath nordm sihmuni thrngepnphramhakstriyphraxngkhthi 114 rchkalthi 114 thrngsubphrarachsnttiwngsmacakrachwngswrmn karsubrachsnttiwngs rabbkstriykhxngkmphuchaimehmuxnkbrabbkstriyswnihyinpraethsxun thirachbllngkcatkipsuphumiladbkarsubrachsnttiwngsladbthdip phuthimiskdisungsudinrachwngs hruxphrarachoxrsxngkhotkhxngkstriyphraxngkhkxn epntn aelaphramhakstriy imsamartheluxkphuthicamasubrachsnttiwngsiddwytwexng aetphuthimisiththiinkareluxkphramhakstriyxngkhihmnnkhux krmpruksarachbllngk Royal Council of the Throne sungmismachikdngni naykrthmntriaehngrachxanackrkmphucha prathanrthsphaaehngrachxanackrkmphucha prathanphvthsphaaehngrachxanackrkmphucha rxngprathanrthsphakhnthihnung rxngprathanrthsphakhnthisxng rxngprathanphvthsphakhnthihnung rxngprathanphvthsphakhnthisxng smedcphrasngkhrachinsasnaphuthth faykhnasngkhmhanikay smedcphrasngkhrachinsasnaphuthth faykhnasngkhthrrmyutiknikay krmpruksarachbllngkcacdkarprachuminspdahthiphramhakstriyswrrkhthruximsamarthptibtiphrarachkrniykicidtxip aelaeluxkphramhakstriyxngkhihmcakraychuxphumisiththisubrachsnttiwngs aelaepnsmachikrachwngs khwamsmphnthrahwangpraeths dubthkhwamhlkthi khwamsmphnthrahwangpraethskhxngkmphucha hnngsuxedinthanginphrarachxanackrkmphucha exkxkhrrachthutphrarachxanackrkmphuchapracarsesiyinphranamphraecakrungkmphuchathibdi khnaekhaphbnaykrthmntrirsesiy dmitri emdewedf khwamsmphnthrahwangpraethskhxngphrarachxanackrkmphuchaidthukbriharcdkarodykrathrwngkartangpraethskmphuchaphayitkarduaelkhxng phn thanprk sukhn phrarachxanackrkmphuchayngepnpraethssmachikkhxngxngkhkarshprachachati thnakharolk aelakxngthunkarenginrahwangpraeths nxkcakniyngepnpraethssmachikkhxngthnakharphthnaexechiy ADB smakhmprachachatiaehngexechiytawnxxkechiyngit xaesiyn aelaidekharwmxngkhkarkarkhaolk inpi kh s 2004 aelainpi kh s 2005 kmphuchaidekharwmprachumphithikarsthapna karprachumsudyxdexechiytawnxxkthiidcdkhunthipraethsmaelesiy praethsthimikhwamsmphnththangkarthutkbkmphucha kmphuchaidsthapnakhwamsmphnththangkarthutkbhlaypraethsaelaidmisthanthuttangpraeths 20 aehnginpraeths 22 rwmthungpraethsephuxnbaninexechiyhlaypraethsaelapraethsthimibthbathsakhyinrahwangkarecrcasntiphaphthiparisrwmthungshrthxemrika xxsetreliy aekhnada cin shphaphyuorp EU yipunaelarsesiy 23 xnepnphlmacakkhwamsmphnthrahwangpraethsthaihxngkhkrkarkusltang idchwyehluxokhrngsrangphunthanthangsngkhm esrsthkicaelawiswkrrmoytha inkhnathikhwamrunaerngthiekidkhuninchwngthswrrs 1970 aela 1980 idphanipaelwkhxphiphathchayaednrahwangkmphuchaaelapraethsephuxnbanyngkhngmixyu mikhwamkhdaeynginhmuekaanxkchayfngaelabangswnkhxngekhtaednkbewiydnamaelaekhtaednthangthaelthiimidkahnd kmphuchaaelaithykmipyhakhwamkhdaeyngchayaedndwykarpathathangkarthharinkrniphiphathphrmaednithy kmphuchainpi kh s 2008 thiekidkhuniklbriewnprasathphrawihar naipsukaresuxmsphaphinkhwamsmphnthrahwangpraethskbithy xyangirktamdinaednphiphathswnihyepnkhxngkmphucha aetkarrwmknkhxngithythiimekharphkdhmayrahwangpraethskarsrangkxngthharkhxngithyinphunthiaelakarkhadthrphyakrsahrbkxngthphkmphuchaidthingsthankarniwtngaetpi kh s 1962 24 25 kxngthph dubthkhwamhlkthi kxngthphkmphucha kxngthphphrarachxanackrkmphucha kxngyuththphlekhmrphuminth edinswnsnaminchwngkrniphiphathphrmaednithy kmphucha ph s 2554 kxngthphphrarachxanackrkmphucha michuxthangkarwa kxngyuththphlekhmrphuminth prakxbipdwy kxngthphbkkmphucha kxngthpheruxkmphucha kxngthphxakaskmphuchaaelakxngrachxawuthhtth cdtngodykrathrwngklaohmaehngchatiphrarachxanackrxyuphayitkhasngkhxng naykrthmntrikmphuchaaelamixngkhphramhakstriysungkkhux phrabathsmedcphranordm sihmunithrngdarngtaaehnngcxmthphaelaminaykrthmntrismedcxkhrmhaesnabdiedochhunesn darngtaaehnngphubychakarthharsungsud karrierimokhrngsrangkarbngkhbbychathiidrbkarprbprungintnpi kh s 2000 epnkarnaesnxthisakhysahrbkarprbokhrngsrangxngkhkrthharkmphucha singniehnwakrathrwngklaohmepnhnwynganyxysamaehngthirbphidchxbdanolcistiksaelakarenginwsduaelabrikardanethkhnikhaelabrikardankarpxngknphayitkxngbychakarsungsud HCHQ rthmntriwakarkrathrwngklaohmkhux smedcphichyesna etiy by etiybyiddarngtaaehnngrthmntriklaohmtngaetpi kh s 1979 inpi kh s 2010 kxngkalngthharkmphuchaprakxbdwyecahnathithipracakarpraman 102 000 khn 200 000 kxngphlsarxng yxdkarichcaythangthharkhxngkmphuchaxyuthi 3 khxng GDP khxngpraeths canwnkalngphlthharkhxngkxngrachxawuthhtthxyuthi 7 000 khn hnathidankickarphayinphrarachxanackrkhxngkxngthph idaek karcdhakhwamplxdphyaelakhwamsngbsukhkhxngprachachn kartrwcsxbaelapxngknxachyakrrmxngkhkrkarkxkarrayaelaklumkhwamrunaerngxun ephuxpkpxngthrphysinkhxngrthaelaexkchn ephuxchwyehluxaelachwyehluxphleruxnaelakxngkalngchukechinxun inkrnichukechin phythrrmchati ehtukarnkhwamimsngbthangkaremuxngaelakhwamkhdaeyngthangxawuth smedchunesnidsasmxanacxyangmakinkmphucharwmthung kxngkalngpxngkn thiduehmuxnwacaethiybekhiyngkhwamsamarthkhxnghnwythharpktikhxngpraeths sungmkthukichodyhunesnephuxrangbkartxtanthangkaremuxng 26 phrarachxanackrkmphuchayngidlngnaminsnthisyyakhxngxngkhkarshprachachatiwadwysnthisyyahamxawuthniwekhliyr 27 phumisastrdubthkhwamhlkthi phumisastrkmphucha thaelsabykslum otnelsab natkbriewnthiwekhaphnmkueln swnihyepnthirab prakxbdwythirabrxbthaelsabekhmr aelathirablumaemnaokhng mithiwekhalxmrxbthangehnux khux ethuxkekhaphnmdngrk ethuxkekhabrrthd ethuxkekhaxnnm kmphucha milksnaphumipraethskhlaychamhruxxang khux trngklangepnaexngthaelsabaelalumaemnaokhngxnkwangkhwang miphuekhalxmrxbxyu 3 dan idaek dantawnxxkmiaenwethuxkekhaxnnmthiepnphrmaednkbpraethsewiydnam danehnuxaelatawntkechiyngehnuxmiaenwethuxkekhaphnmdngrkthiepnphrmaednkbpraethsithy danitaelatawntkitmiaenwethuxkekhabrrthdthiepnaenwphrmaednkbpraethsithy echphaadantawnxxkechiyngitethannthiepnthirablumaemnaokhng aemnaaelathaelsab aemnaokhng ihlcaklawekhasuphakhehnuxkhxngkmphuchaaelwihlphanekhaekhtewiydnam mikhwamyawinekhtkmphucharwm 500 kiolemtr aemnathaelsab echuxmrahwangaemnaokhngkbthaelsab khwamyaw 130 kiolemtr aemnabask Bassac echuxmtxkbaemnathaelsabthihnaphramharachwng krungphnmepy khwamyaw 80 kiolemtr thaelsabotnelsab xyuhangcakkrungphnmepypraman 100 kiolemtr vdunahlaknathwmthung 7 500 tarangkiolemtr lukthung 10 emtr otnelsabkhrxbkhlumphunthi 5 cnghwd idaek kapngthm kapngsanng ophthistw phratabxng aelaesiymrath inotnelsabmiplachukchumkwa 300 chnidphuekha yxdekhasungthisudkhxngkmphuchakhux phnmxaxxrl sungcakradbnathaelpanklang 1 813 emtrthisehnuxkhxngkmphuchamiekhtaedntidkbpraethsithyrayathangyaw 750 kiolemtr tidkbcnghwdxublrachthani srisaeks surinthr burirmy sraaekw cnthburi trad odymiethuxkekhaphnmdngrk aelaethuxkekhabrrthdkn paim kmphuchaepnpraethsthimipaimxudmsmburnmakthisudhakepriybethiybkbpraethsephuxnban pccubnpaimldlngxyangmakhlngcakthirthbalepidihsmpthanpakbbristhexkchncakpraeths xinodniesiy maelesiy aelayipunswninlawnnktkkalngxyusphawaediywkn phumixakas mixakasmrsumekhtrxnepnaebbrxnchunaethbmrsum vdufnerimcakeduxnphvsphakhm tulakhm vduaelng erimcakeduxnphvscikayn emsayn eduxnemsaynmixunhphumisungsudthisud eduxnmkrakhmmixunhphumitathisud eduxntulakhmmifntkchukthisudkhxmulphumixakaskhxngkrungphnmepy praethskmphuchaeduxn m kh k ph mi kh em y ph kh mi y k kh s kh k y t kh ph y th kh thngpixunhphumisungsudechliy C F 31 5 88 7 32 8 91 34 9 94 8 34 9 94 8 34 3 93 7 33 5 92 3 32 5 90 5 32 5 90 5 32 3 90 1 31 1 88 29 9 85 8 30 1 86 2 32 5 90 5 xunhphumitasudechliy C F 21 9 71 4 23 0 73 4 24 1 75 4 25 0 77 25 3 77 5 25 0 77 24 7 76 5 24 6 76 3 24 3 75 7 23 8 74 8 22 7 72 9 21 7 71 1 23 84 74 92 hyadnafa mm niw 25 5 1 004 11 5 0 453 58 0 2 283 101 0 3 976 111 6 4 394 177 1 6 972 195 9 7 713 172 0 6 772 248 8 9 795 318 9 12 555 135 0 5 315 80 3 3 161 1 635 6 64 394 wnthimihyadnafaodyechliy 0 1 mm 2 8 2 4 5 2 8 6 16 4 16 6 19 6 21 4 19 8 24 0 11 8 4 8 153 4canwnchwomngthimiaedd 279 252 248 240 217 180 155 155 150 186 240 279 2 581aehlngthima HKOkaraebngekhtkarpkkhrxng dubthkhwamhlkthi cnghwdkhxngpraethskmphucha emuxnghlwng rachthani aelacnghwd ekht epnekhtkarpkkhrxngradbaerksudkhxngpraethskmphucha aebngepn 25 cnghwd rwmemuxnghlwng aetlacnghwdcaaebngepnethsbalaelaxaephx sungepnekhtkarpkkhrxngradbthisxng mithnghmd 159 xaephx aela 26 ethsbal aetlaxaephxaelaethsbalaebngepntabl aelaaetlatablaebngepnhmuban thi cnghwd emuxnghlk phunthi tr km prachakr1 kraaeca kraaeca 11 094 318 5232 kndal taekhma 3 568 1 265 8053 kapngcam kapngcam 4 549 1 010 0984 kapngchnng kapngchnng 5 521 472 6165 kapngthm stungaesn 13 814 908 3986 kapngspux cbamxn 7 017 718 0087 kapxt kapxt 4 873 585 1108 ekaakng ekhmrphuminthr 11 160 139 7229 aekb aekb 336 80 20810 tobngkhmum 28 swng 4 928 754 00011 taaekw odnaekw 3 563 843 93112 bnthaymichy sriosphn 16 679 678 03313 phnmepy 758 2 234 56614 phratabxng phratabxng 11 702 1 036 52315 phrawihar phnmtaaebngmichy 13 788 170 85216 phrasihnu phrasihnu 2 536 68 199 90217 ophthistw ophthistw 12 692 397 10718 iphraewng iphraewng 4 883 947 35719 iphlin iphlin 803 70 48220 mnthlkhiri aesnmonrmy 14 288 60 81121 rtnkhiri banlung 10 782 567 45922 stungaetrng stungaetrng 11 092 111 73423 swayeriyng swayeriyng 2 966 498 78524 esiymrath esiymrath 10 229 1 000 30925 xudrmichy saorng 6 158 185 443 cnghwdkhxngpraethskmphucha esrsthkicdubthkhwamhlkthi esrsthkickmphucha thnbtrskulengineriylkmphuchathiralukinworkasphrabathsmedcphrabrmnath nordm sihmunithrngkhrxngsirirachsmbtikhrb 15 phrrsa rachthaniphnmepy emuxnghlwngaelasunyklangesrsthkicinphrarachxanackr thnnaehnghnunginrachthaniphnmepy phrarachxanackrkmphucha ichskulengin eriylkmphucha epnhnwyskulenginpracachati esrsthkicinphrarachxanackridrbkarchinaaelabriharodyrthmntriwakarkrathrwngesrsthkicaelaphrakhlng khux dr hlwngesrsthkar xun phrmnniorth xunphrmnniorthiddarngtaaehnngrthmntrikrathrwngesrsthkictngaetpi kh s 2013 thnakharaehngchatiphrarachxanackrkmphuchaepnthnakharklangkhxngphrarachxanackraelaihkarkakbduaelphakhkarthnakharkhxngpraethsaelarbphidchxbswnhnunginkarephimkarlngthunodytrngcaktangpraethsinpraeths rahwangpi kh s 2010 thung kh s 2012 canwnthnakharthixyuphayitkarkhwbkhumaelasthabnkarenginkhnadelkephimkhuncak 31 hnwynganthikhrxbkhlumepnsthabnmakkwa 70 aehngsungepntwbngchikaretibotinphakhkarthnakharaelakarenginkhxngkmphucha esrsthkicinphrarachxanackrkmphuchathisakhyprakxbipdwy ekstrkrrm xyubriewnthirabphakhklang rxbthaelsabekhmr phuchthisakhykhux khaweca yangphara phrikithy karpramng briewnrxbthaelsabekhmr epnaehlngpramngnacudthisakhythisudinphumiphakh karthapaim briewnekhtphuekhathangphakhehnuxodylxngmatamaemnaokhng karthaehmuxngaer yngimkhxysakhy xutsahkrrm epnxutsahkrrmkhnadyxm swnihyepnorngsikhaw orngeluxy rxngetha phawaesrsthkickhxngkmphuchahlngcakmikarepliynaeplngkarpkkhrxngcakrabxbsngkhmniymepnrabxbprachathipity aelahlngcaksngkhramphayin praethskmphuchaerimsngblng aelaerimphthnafunfuburnapraeths thaihkhwamtxngkarsinkhaaelabrikarephimmakkhun cungepidoxkasih praethsthakarkhakhaykbtangpraethsmakyingkhun kmphuchacungkahndnoybaythimunghwngkarphthnaskyphaphthangkarekstr karthxngethiyw aelasngesrimihmikarlngthuncaktangchati odykahndyuththkartang ephuxephimrayidkhxngrthaelaiddaeninmatrkartang xyangtxenuxng echn karprbprungkdhmaydanesrsthkic karephimsiththipraoychnaeknklngthuntangpraeths karptiruprabbcdekbphasienginid aelaerngrdphthnaokhrngsrang phunthanthangesrsthkic echn snambin thnn iffa prapa aelasatharnupophkhtang epntn phayitkhwamchwyehluxcakkxngthunkarenginrahwangpraeths thnakharephuxkarphthnaaehngexechiy aela UNDP rwmthngpraethsthiihkhwamchwyehluxxun aetkarphthnaesrsthkickhxngkmphuchaidetibotxyangcha odyechphaainchwngpi 2540 2541 kmphuchatxngephchiykbwikvtiesrsthkicinphumiphakhexechiy aelakhwamkhdaeyngthangkaremuxngphayinpraeths sngphlihnklngthuntangpraethsthxntwxxkcakpraethskmphucha sngphlihkarfunfuburnaaelakarphthnapraethsepnipxyanglacha aethlngcakpi 2542 sthankarnkaremuxngkmphuchaerimmikhwammnkhngphxsmkhwr aelanbepnpiaerkthikmphuchamisntiphaphxyangaethcring ephraapyhakhwamkhdaeyngthangkaremuxngphayinhmdip pccubn kmphuchakalngphthnatamaephnphthnaesrsthkicaelasngkhmaehngchati chbbthi 2 tulakhm 2543 knyayn 2548 thngniephuxihxtrakarecriyetibotthangesrsthkickhyaytwxyangtxenuxng ineknthrxyla 6 7 txpi phawaesrsthkickhxngkmphuchainxditthiphanmasamarthsrupiddngni chawnaekbekiywkhawincnghwdphratabxng thaxakasyannanachatiesiymrath sinkhaekstrkrrmthuxwaepnaehlngrayidhlkkhxngpraethspramanrxyla 43 khxng GDP macakkhawaelapsustw swnkarpramngaelapaimmisdswnpramanrxyla 5 sinkhaekstrthisngxxkidaekkhaw im aelayangphara rxnglngmaidaek khawophd thwehluxng stwmichiwit phlim aelapla epntn thwipkmphuchamisinkhasngxxkthisakhyidaek esuxphaaelaekhruxngnunghm im yangphara khaw aelapla sinkhanaekhathisakhyidaekphlitphnthnamnechuxephling buhri thxng wsdukxsrang ekhruxngckraelaekhruxngynt esrsthkickmphuchainpi 2546 khadkarnody The Economist Intelligence Unit EIU mikarkhyaytwinxtrathichalxlngehlux 5 0 aela International Monetary Fund IMF khadwaesrsthkickhyaytw 4 7 ethiybkbthikhyaytwraw 5 5 inpi 2545 pccysakhythibnthxnkarkhyaytwthangesrsthkickhxngkmphucha idaek rayidcakphakhkarthxngethiywthildlng enuxngcakekidehtukarnkarkxkhwamimsngb odymikarephasthanthutithy n krungphnmepy ekidpyhakarrabadkhxngorkhthangedinhayic echiybphlnrunaerng SARS prakxbkbsthankarnkhwamimaennxnthangkaremuxnginkmphucha hlngkareluxktngthwipsungcdkhunemuxwnthi 27 krkdakhm 2546 thiphanma thaihnkthxngethiywimmnicinkhwamplxdphyaela pyhakaremuxngthiyngkhngiresthiyrphaph thaihnklngthuntangchatikhadkhwamechuxmninkarekhaiplngthuninkmphucha thungaemwawnthi 3 kumphaphnth 2546 sphaaehngchatikhxngkmphucha The National Assembly idxnumtikarxxkkdhmaykarlngthunchbbihm sungaekikhephimetimkdhmaykarlngthunchbblngwnthi 5 singhakhm 2534 Law on the Amendment to the Law on Investment of the Kingdom of Cambodia ephuxexuxsiththipraoychndankarlngthunaeknklngthuntangchati swnphakhthurkickxsrangyngkhngxyuinphawasbesa pi 2547 EIU aela IMF khadwaesrsthkickmphuchacakhyaytwephimkhunepn 5 5 5 8 sungiklekhiyngkbxtrakarkhyaytwthangesrsthkicthirthbalkmphuchakhadwacakhyaytwsungthung 5 5 6 0 enuxngcakrayidcakkarsngxxkephimkhunxyangtxenuxng enuxngcakesrsthkicolkthimiaenwonmfuntwdikhun prakxbkbemuxeduxnthnwakhm 2546 rthbalshrthxemrikaprakasephimokhwtanaekhasingthxsahrbpi 2547 ihkmphuchaephimkhunxik 14 sungkhadwacathaihkmphuchamirayidcakkarsngxxkesuxphasaercrupipshrth ephimkhun aelaphakhthurkickxsrangerimfuntwdikhun aelacakkarthikmphuchaidekhaepnsmachik ihmkhxng WTO xyangsmburnemuxeduxntulakhm 2547 thaihkmphuchamiphnthkrnithitxngerngprbprungkdhmaydankarlngthunihidmatrthansakl sungcathaihnklngthunekidkhwamechuxmnaelaekhaiplngthuninkmphuchaephimkhun odyechphaaxyangyingkaryaythankarphlitekhaiptngorngnganphlitesuxphasaercrupinkmphuchaephuxsngxxk enuxngcakkmphuchayngmixtrakhacangaerngnganthita thangdanxtraenginefx EIU aela IMF khadwapi 2547 kmphuchacamixtraenginefxechliyephimkhunepn 3 1 3 5 cakxtraenginefxechliyraw 1 3 2 6 inpi 2546 enuxngcakrakhaxaharinpraethsprbtwsungkhuntamrakhasinkhaophkhphnthintladolk thnakharephuxkarsngxxkaelanaekhaaehngpraethsithy 2547 prachakrinpi ph s 2556 praethskmphuchamiprachakr 15 205 539 khn kwarxyla 90 miechuxsayekhmraelaphudphasaekhmrxnepnphasarachkar nxkcakniyngmichnklumnxythikracaytwxyuthwpraethsidaekchawewiydnam rxyla 5 aelachawcin rxyla 1 9 nxkcakniyngmichnklumnxyechuxsayithyincnghwdekaakng 29 30 31 chawcamincnghwdkapngcamaelacnghwdkraaeca 32 chawlawincnghwdrtnkhiriaelacnghwdstungaetrng aelachnephathangtxnehnuxtxchayaednpraethslawthieriykrwm wa aekhmrelx xtrakarekidkhxngprachakrethakb 25 4 tx 1 000 khn xtrakaretibotkhxngprachakrethakb 1 7 sungkwakhxngpraethsithy ekahliit aelaxinediyxyangminyyasakhy 33 phasa xksrekhmrobranthicarukbnaethnsila odyepnxksrthiphthnamacakxksrpllwacakchmphuthwip 35 phasarachkarkhxngkmphuchakhux phasaekhmr xnepnphasathicdxyuinklumphasamxy ekhmr xnepnphasaklumyxykhxngtrakulphasaxxsotrexechiytik nxkcakniyngmikarichphasafrngessinklumchawekhmrphusungxayu sungepnphasarachkarhlkkhxngxananikhmxinodcinkhxngfrngess pccubnphasafrngessyngthukcdxyuinkareriynkarsxninorngeriynbangaehng aelabangmhawithyalythirthbalfrngessihkarsnbsnun sungphasafrngessidtkthxdcakyukhxananikhmmathunginyukhpccubnaelayngmiichinrthbalbangwaraodyechphaainsal 36 inxditpi ph s 2506 rthbalkmphuchaekhyprakashammiihbukhkhlechuxsayithyphudphasaithy aelahammihnngsuxithyiwinban hakecahnathikhnphbcathukthalayihsinsak odyechphaahakphudphasaithycathukprbkhala 25 eriyl aelaephimkhunepn 50 eriylinpitxma 37 ephuxtxbotrthbalithyinkhdiekhaphrawihar 38 sasna sasnainpraethskmphuchasasna rxylaphuthth 96 4 xislam 2 1 khrist 1 3 xun 0 3 praethskmphucha misasnaphuththnikayethrwathepnsasnapracachati thimisasnikchnkwarxyla 95 thuxepnsasnathiaekhngaekrngaelaepnthiaephrhlayinthukcnghwd mixaraminphuththsasna 4 392 aehngthwpraeths 39 chawekhmrmikhwamphukphnkbphuththsasnamakthngpraephniaelawthnthrrm aemsasnaphuththrwmthungsasnaxun cathukykelikinchwngpi kh s 1970 aetkidrbkarfunfukhunihmxikkhrng nxkcakniinklumchnechuxsaycin yngmikarnbthuxkhwbkhuknrahwangmhayankblththieta 40 sasnaxislam epnthiyxmrbnbthuxinchumchnthimiechuxsaycamaelamlayu misasnikchnraw 300 000 khn incnghwdkapngcammiorngeriynsxnsasnaxislamcanwnhlayaehng swnsasnakhristswnihynbthuxnikayormnkhathxlik tamdwynikayopretsaetnt michawkhathxlikraw 20 000 khnhruxrxyla 0 15 nxkcakniyngminikayxun echn aebpthist emthxdist phyanphrayaohwa aelamxrmxn 41 duephimsilpaekhmrxangxing Constitution of the Kingdom of Cambodia Office of the Council of Ministers អង គភ ពព ត ម ន ន ងប រត កម មរហ ស subkhnemux 26 September 2020 Ethnic minorities and indigenous people Open Development Cambodia 15 July 2016 subkhnemux 1 June 2020 Cambodia Socio Economic Survey 2017 PDF Ministry of Planning National Institute of Statistics November 2018 subkhnemux 29 June 2020 4 0 4 1 General Population Census of the Kingdom of Cambodia 2019 Final Results PDF National Institute of Statistics Ministry of Planning 26 January 2021 subkhnemux 26 January 2021 5 0 5 1 5 2 5 3 Cambodia International Monetary Fund Income Gini coefficient hdr undp org World Bank subkhnemux 29 January 2020 Human Development Report 2020 The Next Frontier Human Development and the Anthropocene PDF United Nations Development Programme 15 December 2020 pp 343 346 ISBN 978 92 1 126442 5 subkhnemux 16 December 2020 sanknganrachbnthitysphakahndiheriykchuxpraethsniidthng kmphucha aela kxmpueciy 1 sanknganrachbnthityspha March 14 2018 Retrieved on April 16 2018 9 0 9 1 9 2 Cambodia CIA World FactBook Cambodia to celebrate day for indigenous people near Angkor Wat News xinhuanet com khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 25 August 2013 subkhnemux 15 March 2013 Cambodia to outgrow LDC status by 2020 Business The Phnom Penh Post Cambodia s Newspaper of Record The Phnom Penh Post May 18 2011 Retrieved on June 20 2011 Ek Madra January 19 2007 Oil Revenue Not Likely Until 2013 Ministry Reuters khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux January 18 2012 subkhnemux December 19 2011 tharngskdi ephchrelisxnnt syampraethsithykbdinaednkmphuchaaelalaw kthm mulnithiokhrngkartarasngkhmsastr 2552 hna 29 44 nphdl chatipraesrith ecanordm sihnukbnoybaykhwamepnklangkhxngkmphucha sankngankxngthunsnbsnunnganwicy 2540 Owen Taylor Kiernan Ben October 2006 Bombs Over Cambodia PDF The Walrus 32 36 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim PDF emux 20 April 2016 The evidence of survivors from many parts of Cambodia suggests that at least tens of thousands probably in the range of 50 000 to 150 000 deaths resulted from the US bombing campaigns Unknown parameter deadurl ignored help See Kiernan Ben Owen Taylor 26 April 2015 Making More Enemies than We Kill Calculating U S Bomb Tonnages Dropped on Laos and Cambodia and Weighing Their Implications The Asia Pacific Journal subkhnemux 19 September 2016 STATEMENT BY AMBASSADOR THOMAS HAMMARBERG SPECIAL REPRESENTATIVE OF THE SECRETARY GENERAL OF THE UNITED NATIONS FOR HUMAN RIGHTS IN CAMBODIA UN OHCHR Cambodia 9 July 1997 Carolyn L Gates Mya Than 2001 ASEAN Enlargement impacts and implications Institute of Southeast Asian Studies ISBN 978 981 230 081 2 Statement by the Secretary General of ASEAN Welcoming the Kingdom of Cambodia as the Tenth Member State of ASEAN 30 April 1999 ASEAN Secretariat ASEAN Secretariat 2008 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 11 May 2011 subkhnemux 28 August 2009 Strangio Sebastian 2014 Hun Sen s Cambodia Yale University Press ISBN 978 0 300 19072 4 Brinkley John 2011 Cambodia s Curse The Modern History of a Troubled Land Hachette UK pp 460 463 subkhnemux 17 November 2019 Javier Merelo de Barbera spoke to dozens of villagers during the 2008 election campaign and he said he observed a constant theme People were very afraid of the CCP losing They were very afraid of change After all for centuries change in Cambodia has generally led to misery or death Cambodia 1993 rev 2008 Constitute subkhnemux 17 April 2015 Royal Government of Cambodia Foreign Embassies khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 12 February 2007 Dalpino Catharin E Timberman David G 26 March 1998 Cambodia s Political Future Issues for U S Policy Asia Society khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 28 October 2005 Preah Vihear temple Disputed land Cambodian court rules BBC News 11 November 2013 subkhnemux 11 November 2013 Judgment Request for Interpretation of the Judgment of 15 June 1962 in the Case Concerning the Temple of Preah Vihear Cambodia v Thailand PDF Recorded by L Tanggahma The Hague Netherlands International Court of Justice 11 phvscikayn 2013 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim PDF emux 11 phvscikayn 2013 subkhnemux 16 phvscikayn 2013 CS1 maint others link Fuller Thomas 6 January 2014 Cambodia Steps Up Crackdown on Dissent With Ban on Assembly New York Times Chapter XXVI Disarmament No 9 Treaty on the Prohibition of Nuclear Weapons United Nations Treaty Collection 7 July 2017 Mom Kunthear Kampong Cham s great divide Phnom Penh Post subkhnemux 28 October 2014 samkkwiw karphldthinkhxngkhnechuxsayithycakekaakngsupraethsithyinyukhekhmraedng eriykduemux 12 minakhm 2556 pyhakhwamirrthkhxngkhnechuxchatiithycakekaakng odyxacarywrrnthni rungeruxngsphakul aelakhunphiyoy wirasukhswsdi 2 eriykduemuxwnthi 9 kumphaphnth 2556 phuxphyphechuxsayithy c ekaakng eruxngelabnesnthang ph r b sychati Press release xisra 21 mithunayn 2555 subkhnemux 9 kumphaphnth 2556 Check date values in accessdate date help http worldmap org maps other profiles cambodia Cambodia 20Country 20Profile pdf Birth Rate CIA The World Factbook Cia gov subkhnemux 15 March 2013 World Gazetteer Punnee Soonthornpoct From Freedom to Hell A History of Foreign Interventions in Cambodian Politics And Wars page 29 Vantage Press Inc U S helps English program for poor Cambodian students News xinhuanet com 30 June 2010 subkhnemux 16 March 2013 nitiphumi nwrtn 17 singhakhm 2543 ekhtrekhmrthphuminthr epidfasxngolk khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 30 Jun 2013 subkhnemux 12 May 2020 Check date values in date help rungmni emkhosphn khnsxngaephndin krungethph banphraxathity 2551 hna 87 Cambodia State gov subkhnemux 15 March 2013 Brandon Toropov Chad Hansen The Complete Idiot s Guide to Taoism Alpha Books p 121 ISBN 0028642627 Bureau of Democracy Human Rights and Labour of the US Department of State International Religious Freedom Report 2005 Retrieved 24 July 2006 praethskmphucha cakewbistkrathrwngtangpraethsaehlngkhxmulxunkhxmmxns miphaphaelasuxekiywkb praethskmphucha praethskmphucha khxmulkarthxngethiywcak wikithxngethiyw Cambodia entry at The World Factbook Cambodia from UCB Libraries GovPubs praethskmphucha thiewbist Curlie Cambodia profile from the BBC News Cambodia at Encyclopaedia Britannica Cambodia Traveling the far east Wikimedia Atlas of Cambodia Key Development Forecasts for Cambodia from International FuturesrthbalKing of Cambodia Norodom Sihanouk Official website of former King Norodom Sihanouk frngess Cambodia gov kh khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 5 October 2006 Unknown parameter deadurl ignored help Official Royal Government of Cambodia Website English Version Ministry of Foreign Affairs and International Cooperation Ministry of TourismprachasngkhmCooperation Committee for Cambodia CCC Cambodian Human Rights and Development Association ADHOC Cambodian Center for Human Rights CCHR Cambodian League for the Promotion and Defense of Human Rights LICADHO Action IEC Working For Cambodian Community Education Through Media and Culture Freedom in the World 2011 Cambodia Freedom of the Press 2011 Cambodiaekhathungcak https th wikipedia org w index php title praethskmphucha amp oldid 9515228, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม