fbpx
วิกิพีเดีย

ตารางธาตุ

ตารางธาตุ (อังกฤษ:Periodic table) คือ การจัดเรียงธาตุเคมีในรูปแบบของตารางตามเลขอะตอม การจัดเรียงอิเล็กตรอน และสมบัติทางเคมีที่ซ้ำกัน โดยจะใช้แนวโน้มพิริออดิกเป็นโครงสร้างพื้นฐานของตาราง แถวแนวนอนทั้ง 7 ของตารางเรียกว่า "คาบ" โดยปกติโลหะอยู่ฝั่งซ้ายและอโลหะอยู่ฝั่งขวา ส่วนแถวแนวตั้งเรียกว่า "หมู่" ประกอบด้วยธาตุที่มีสมบัติทางเคมีคล้ายคลึงกัน มี 6 หมู่ที่ได้รับการตั้งชื่อที่ยอมรับกันทั่วไปและเลขหมู่ เช่น ธาตุหมู่ 17 มีชื่อว่า แฮโลเจน และธาตุหมู่ 18 มีชื่อว่า แก๊สมีตระกูล ตารางธาตุยังมีอาณาเขตรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอย่างง่าย 4 รูปที่เรียกว่า "บล็อก" ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเติมออร์บิทัลเชิงอะตอมที่แตกต่างกัน

ธาตุทุกตัวนับตั้งแต่มีเลขอะตอมเท่ากับ 1 (ไฮโดรเจน) จนถึง 118 (ออกาเนสซอน) ได้รับการค้นพบหรือสังเคราะห์ขึ้นมาแล้ว ทำให้ตารางธาตุในปัจจุบันมีครบทั้ง 7 คาบ ธาตุ 94 ตัวแรกพบได้ในธรรมชาติ แม้ว่าบางตัวอาจมีปริมาณน้อยและมีการสังเคราะห์ธาตุเหล่านั้นขึ้นก่อนที่จะพบในธรรมชาติก็ตาม ส่วนธาตุที่มีเลขอะตอมเท่ากับ 95 ถึง 118 สังเคราะห์ขึ้นทั้งสิ้นในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์หรือในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ สำหรับธาตุที่มีเลขอะตอมสูงกว่านี้ ในปัจจุบันนักเคมีก็กำลังพยายามสร้างขึ้นมา ธาตุเหล่านี้จะเริ่มที่คาบ 8 และมีงานทฤษฎีต่าง ๆ ที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับธาตุในตำแหน่งเหล่านั้น นิวไคลด์กัมมันตรังสีสังเคราะห์จำนวนมากของธาตุที่พบได้ในธรรมชาติก็สร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการด้วยเช่นกัน

การจัดเรียงตารางธาตุสามารถใช้อธิบายความสัมพันธ์ของสมบัติธาตุต่าง ๆ และยังใช้ทำนายสมบัติทางเคมีและพฤติกรรมของธาตุที่ยังไม่ได้ค้นพบหรือสังเคราะห์ใหม่ ดมีตรี เมนเดเลเยฟ นักเคมีชาวรัสเซีย ตีพิมพ์ตารางธาตุในลักษณะแบบนี้เป็นคนแรกในปี พ.ศ. 2412 จัดโดยเรียงตามสมบัติทางเคมีของธาตุที่มีในขณะนั้น และเมนเดเลเยฟยังสามารถทำนายธาตุที่ยังไม่ค้นพบที่คาดว่าสามารถเติมเต็มช่องว่างในตารางธาตุได้ การทำนายของเขาส่วนใหญ่พิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง แนวคิดของเมนเดเลเยฟก็ค่อย ๆ ขยายเพิ่มขึ้นและปรับปรุงด้วยการค้นพบหรือการสังเคราะห์ธาตุใหม่ ๆ และการพัฒนาแบบจำลองทางทฤษฎีใหม่ ๆ ที่ใช้อธิบายพฤติกรรมของธาตุเคมี ตารางธาตุในปัจจุบันให้กรอบความคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ปฏิกิริยาเคมี และนำไปใช้กันอย่างกว้างขวางในการศึกษาวิชาเคมี ฟิสิกส์นิวเคลียร์ หรือวิทยาศาสตร์สาขาอื่น ๆ

เนื้อหา

หมู่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18
โลหะแอลคาไล โลหะแอลคาไลน์เอิร์ท นิกโท­เจน แชล­โค­เจน แฮโล­เจน แก๊สมีตระกูล
คาบ

1

ไฮโดร­เจน
1
ฮี­เลียม
2
2
ลิ­เทียม
3
เบริล­เลียม
4
โบรอน
5
คาร์บอน
6
ไนโตร­เจน
7
ออกซิ­เจน
8
ฟลูออ­รีน
9
นีออน
10
3
โซ­เดียม
11
แมกนี­เซียม
12
อะลูมิ­เนียม
13
ซิลิ­กอน
14
ฟอส­ฟอรัส
15
กำมะถัน
16
คลอ­รีน
17
อาร์กอน
18
4
โพแทส­เซียม
19
แคล­เซียม
20
สแกน­เดียม
21
ไทเท­เนียม
22
วาเน­เดียม
23
โคร­เมียม
24
แมงกา­นีส
25
เหล็ก
26
โคบอลต์
27
นิกเกิล
28
ทองแดง
29
สังกะสี
30
แกลเลียม
31
เจอร์เม­เนียม
32
สารหนู
33
ซีลี­เนียม
34
โบรมีน
35
คริป­ทอน
36
5
รูบิ­เดียม
37
สตรอน­เซียม
38
อิตเทรียม
39
เซอร์โค­เนียม
40
ไนโอ­เบียม
41
โมลิบ­ดีนัม
42
เทค­นีเชียม
43
รูที­เนียม
44
โร­เดียม
45
แพลเล­เดียม
46
เงิน
47
แคด­เมียม
48
อินเดียม
49
ดีบุก
50
พลวง
51
เทลลู­เรียม
52
ไอโอดีน
53
ซีนอน
54
6
ซี­เซียม
55
แบเรียม
56
แลน­ทานัม
57
แฮฟ­เนียม
72
แทนทา­ลัม
73
ทัง­สเตน
74
รี­เนียม
75
ออส­เมียม
76
อิริเดียม
77
แพลต­ทินัม
78
ทองคำ
79
ปรอท
80
แทลเลียม
81
ตะกั่ว
82
บิส­มัท
83
พอโล­เนียม
84
แอสทา­ทีน
85
เรดอน
86
7
แฟรน­เซียม
87
เร­เดียม
88
แอกทิ­เนียม
89
รัทเทอร์­ฟอร์เดียม
104
ดุบ­เนียม
105
ซี­บอร์เกียม
106
โบห์­เรียม
107
ฮัส­เซียม
108
ไมต์­เนเรียม
109
ดาร์ม­สตัดเทียม
110
เรินต์­เกเนียม
111
โคเปอร์­นิเซียม
112
นิโฮ­เนียม
113
ฟลีโร­เวียม
114
มอสโก­เวียม
115
ลิเวอร์­มอเรียม
116
เทนเนส­ซีน
117
โอกา­เนสซอน
118
ซีเรียม
58
เพรซิโอ­ดีเมียม
59
นีโอ­ดีเมียม
60
โพรมี­เทียม
61
ซาแม­เรียม
62
ยูโร­เพียม
63
แกโดลิ­เนียม
64
เทอร์­เบียม
65
ดิสโพร­เซียม
66
โฮล­เมียม
67
เออร์เบียม
68
ทูเลียม
69
อิตเทอร์­เบียม
70
ลูที­เชียม
71
ทอ­เรียม
90
โพรแทก­ทิเนียม
91
ยูเร­เนียม
92
เนปทู­เนียม
93
พลูโท­เนียม
94
อะเมริ­เซียม
95
คูเรียม
96
เบอร์คี­เลียม
97
แคลิฟอร์­เนียม
98
ไอน์สไต­เนียม
99
เฟอร์­เมียม
100
เมนเด­ลีเวียม
101
โนเบ­เลียม
102
ลอว์เรน­เชียม
103

สีดำ = ของแข็ง สีเขียว = ของเหลว สีแดง = แก๊ส สีเทา = ไม่ทราบสถานะ สีของเลขอะตอม แสดงถึงสถานะของสสาร (ที่ 0 °C และ 1 atm)
ดึกดำบรรพ์ การสลายตัว การสังเคราะห์ กรอบ แสดงการปรากฏในธรรมชาติ

ตารางธาตุทุกรูปแบบจะประกอบไปด้วยธาตุเคมีเท่านั้น ไม่มีสารผสม สารประกอบ หรืออนุภาคมูลฐาน อยู่ในตารางธาตุด้วย ธาตุเคมีแต่ละตัวจะประกอบไปด้วยเลขอะตอม ซึ่งจะบ่งบอกจำนวนโปรตอนในนิวเคลียสของธาตุนั้น ๆ ธาตุส่วนใหญ่จะมีจำนวนนิวตรอนแตกต่างกัน ท่ามกลางอะตอมที่แตกต่างกัน ซึ่งจะอยู่ในรูปของไอโซโทป เช่น คาร์บอน มีไอโซโทปที่ปรากฏในธรรมชาติ 3 ไอโซโทป โดยไอโซโทปของคาร์บอนส่วนใหญ่ที่ปรากฏในธรรมชาติจะประกอบไปด้วยโปรตอน 6 ตัวและนิวตรอน 6 ตัว แต่มีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ที่จะมีนิวตรอน 7 ตัว และมีโอกาสนิดเดียวที่จะพบคาร์บอนที่มีนิวตรอน 8 ตัว ไอโซโทปแต่ละไอโซโทปจะไม่ถูกแยกออกจากกันในตารางธาตุ พวกมันถูกจัดให้เป็นธาตุเดียวกันไปเลย ธาตุที่ไม่มีไอโซโทปที่เสถียรจะสามารถหามวลอะตอมได้จากไอโซโทปที่เสถียรที่สุดของมัน โดยมวลอะตอมที่เสถียรที่สุดดังกล่าวจะแสดงในวงเล็บ

ในตารางธาตุมาตรฐาน ธาตุจะถูกเรียงตามเลขอะตอม (จำนวนโปรตอนในนิวเคลียสของอะตอม) ที่เพิ่มขึ้น คาบใหม่จะมีได้ก็ต่อเมื่อวงอิเล็กตรอนใหม่มีอิเล็กตรอนอยู่ในวงอย่างน้อยหนึ่งตัว หมู่จะกำหนดตามการจัดเรียงอิเล็กตรอนของอะตอม ธาตุที่มีจำนวนอิเล็กตรอนเดียวกันในวงอิเล็กตรอนชั้นนอกสุดจะถูกจัดให้อยู่ในหมู่เดียวกัน (เช่น ออกซิเจน กับซีลีเนียม อยู่ในหมู่เดียวกันเพราะว่าพวกมันมีอิเล็กตรอน 4 ตัวในวงอิเล็กตรอนชั้นนอกสุดเหมือนกัน) โดยทั่วไป ธาตุที่สมบัติทางเคมีคล้ายกันจะถูกจัดในหมู่เดียวกัน ถึงแม้จะเป็นในบล็อก-f ก็ตาม และธาตุบางตัวในบล็อก-d มีธาตุที่มีสมบัติเหมือนกันในคาบเดียวกันเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะทำนายสมบัติทางเคมีของธาตุเหล่านั้น ถ้ารู้ว่าธาตุรอบ ๆ นั้นมีคุณสมบัติอย่างไร

จนถึง พ.ศ. 2559 ตารางธาตุมีธาตุที่ได้รับการยืนยันแล้ว 118 ตัว ตั้งแต่ธาตุที่ 1 (ไฮโดรเจน) ถึงธาตุที่ 118 (ออกาเนสซอน)

ธาตุทั้งหมด 98 พบได้ในธรรมชาติ อีก 16 ธาตุที่เหลือ นับตั้งแต่ ธาตุที่ 99 (ไอน์สไตเนียม) จนถึงธาตุที่ 118 (ออกาเนสซอน) ถูกสังเคราะห์ขึ้นในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น ในบรรดาธาตุ 98 ตัวที่พบในธรรมชาตินี้ มีธาตุ 84 ตัวที่เป็นธาตุดึกดำบรรพ์ และที่เหลืออีก 14 ธาตุปรากฏในโซ่ของการสลายตัวของธาตุดึกดำบรรพ์เหล่านั้น ยังไม่มีใครพบธาตุที่หนักกว่าไอน์สไตเนียม (ธาตุที่ 99) ในรูปธาตุบริสุทธิ์ ในปริมาณที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลย

การแบ่งตารางธาตุ

การจัดวางตารางธาตุ
แลนทาไนด์และแอกทิไนด์แยกออกจากตารางธาตุหลัก (ซ้ายมือ) และอยู่ในตารางธาตุหลัก (ขวามือ)

ในการนำเสนอตารางธาตุผ่านทางกราฟิกนั้น ตารางธาตุหลักจะมี 18 หมู่ และมีหมู่แลนทาไนด์และแอกทิไนด์แยกออกมาอยู่ด้านล่างของตารางธาตุหลัก ซึ่งจะเป็นช่องว่างในตารางธาตุระหว่างแบเรียม กับแฮฟเนียม และระหว่างเรเดียม กับรัทเทอร์ฟอร์เดียม ตามลำดับ โดยธาตุเหล่านี้จะมีเลขอะตอมระหว่าง "51 – 71" และตารางธาตุอีกลักษณะหนึ่ง คือตารางธาตุ 32 หมู่ ซึ่งจะนำหมู่แลนทาไนด์และแอกทิไนด์เข้ามาอยู่ในตารางธาตุหลักด้วย โดยจะอยู่ในคาบที่ 6 กับคาบที่ 7

ถึงอย่างนั้น มีการสร้างตารางธาตุรูปแบบอื่น ๆ ขึ้นมา โดยยึดพื้นฐานของสมบัติทางกายภาพและสมบัติทางเคมีของธาตุด้วย

หมู่

ดูบทความหลักที่: หมู่ (ตารางธาตุ)

หมู่ เป็นแถวแนวตั้งในตารางธาตุ หมู่ยังถูกใช้เพื่อตรวจสอบแนวโน้มของธาตุ ซึ่งเห็นชัดได้กว่าคาบหรือบล็อก ทฤษฎีควอนตัมของอะตอมได้อธิบายว่าธาตุในหมู่เดียวกันมีสมบัติทางเคมีเหมือนกัน เนื่องจากมีการจัดเรียงอิเล็กตรอนที่เหมือนกันในวงวาเลนซ์ของมัน ดังนั้นธาตุในหมู่เดียวกันมักจะมีสมบัติทางเคมีที่ชัดเจนขึ้นเมื่อเลขอะตอมมากขึ้น ถึงอย่างนั้น บางส่วนของตารางธาตุก็ไม่ได้เป็นไปตามนี้ เช่นธาตุในบล็อก-d หรือบล็อก-f

ภายใต้การตั้งชื่ออย่างเป็นทางการหมู่ที่มีเลข 1 ถึง 18 จากฝั่งซ้ายสุด (โลหะแอลคาไล) มายังฝั่งขวาสุด (แก๊สมีตระกูล) ก่อนหน้านั้นพวกมันรู้จักในรูปแบบของเลขโรมัน ในสหรัฐอเมริกา เลขโรมันเหล่านี้ตามด้วยอักษร "A" เมื่อหมู่นั้นอยู่ในบล็อก-s หรือ p และตามด้วยอักษร "B" เมื่อหมู่นั้นอยู่ในบล็อก-d เลขโรมันใช้เพื่อต่อท้ายเลขตัวสุดท้ายที่บอกหมู่ (เช่น ธาตุหมู่ 4 เป็น IVB และธาตุหมู่ 14 เป็น IVA) ในยุโรป การแบ่งในลักษณะนี้มีขึ้นเหมือนกัน ยกเว้นหมู่ที่ใช้อักษร "A" จะใช้เมื่อเป็นหมู่ที่ 10 ลงมา และ "B" จะใช้เมื่อเป็นหมู่ที่ 10 และหมู่ที่ 10 ขึ้นไป นอกจากนี้หมู่ที่ 8 9 และ 10 เป็นหมู่ที่มีขนาดใหญ่กว่าหมู่อื่น ๆ 3 เท่า โดยทั้งหมดมีชื่อหมู่ว่า VIII แต่ใน พ.ศ. 2531 ระบบการตั้งชื่อใหม่ของไอยูแพกก็เกิดขึ้นและการตั้งชื่อหมู่แบบเก่าก็ถูกยกเลิกไป

ธาตุในหมู่เดียวกันจะมีความคล้ายคลึงกันในรัศมีอะตอม พลังงานไอออไนเซชัน และอิเล็กโทรเนกาติวิตี จากธาตุบนสุดของหมู่ลงมาถึงธาตุล่างสุดของหมู่ รัศมีอะตอมจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีระดับพลังงานและวาเลนซ์อิเล็กตรอนที่เพิ่มขึ้น โดยมันจะอยู่ห่างจากนิวเคลียสเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ในส่วนของพลังงานไอออไนเซชัน ธาตุในหมู่เดียวกันจะมีพลังงานไอออไนเซชันที่คล้ายกัน แต่ธาตุในคาบเดียวกันจากซ้ายไปขวาจะมีพลังงานไอออไนเซชันเพิ่มขึ้น เนื่องจากมันง่ายที่จะดึงอิเล็กตรอนออกไป เนื่องจากอะตอมไม่มีพันธะระหว่างอิเล็กตรอนที่แน่นหนา เช่นเดียวกันอิเล็กโทรเนกาติวิตีจะเพิ่มขึ้นจากบนลงล่าง เนื่องจากธาตุที่อยู่ล่างกว่ามีระยะห่างระหว่างนิวเคลียสกับวาเลนซ์อิเล็กตรอนมากกว่าธาตุที่อยู่ด้านบน แต่ก็ยังมีข้อยกเว้น เช่น ในหมู่ 11 สัมพรรคภาพอิเล็กตรอนจะมีการเพิ่มขึ้นจากล่างขึ้นบน

คาบ

ดูบทความหลักที่: คาบ (ตารางธาตุ)

คาบ เป็นแถวในแนวนอนของตารางธาตุ ถึงแม้ว่าหมู่จะบอกแนวโน้มของธาตุเคมีที่สำคัญ แต่ก็ยังมีบางที่ที่แนวโน้มตามคาบจะสำคัญกว่า เช่น บล็อก-f ที่ซึ่งแลนทาไนด์และแอกทิไนด์มีสมบัติทางเคมีเพิ่มขึ้นจากซ้ายไปขวา

ธาตุในคาบเดียวกันจะมีความคล้ายคลึงกันในรัศมีอะตอม พลังงานไอออไนเซชัน สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน และอิเล็กโทรเนกาติวิตี จากซ้ายไปขวา ส่วนใหญ่รัศมีอะตอมของธาตุจะค่อย ๆ ลดลง เนื่องจากธาตุที่อยู่ถัดไปมีจำนวนโปรตอนและอิเล็กตรอนเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้อิเล็กตรอนอยู่ใกล้นิวเคลียสมากขึ้น และผลจากการที่รัศมีอะตอมลดลง ทำให้พลังงานไอออไนเซชันเพิ่มขึ้น จากซ้ายไปขวา เนื่องจากอะตอมของธาตุนั้นมีพันธะระหว่างอิเล็กตรอนที่แน่นขึ้น ทำให้ต้องใช้พลังงานที่มากขึ้นในการดึงอิเล็กตรอนออก ส่วนอิเล็กโทรเนกาติวิตีจะเพิ่มขึ้นในลักษณะเดียวกันกับพลังงานไอออไนเซชัน เพราะมีแรงดึงของนิวเคลียสที่กระทำต่ออิเล็กตรอนมากขึ้น ส่วนสัมพรรคภาพอิเล็กตรอน ธาตุโลหะ (ฝั่งซ้ายในตารางธาตุ) โดยส่วนใหญ่จะมีสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนน้อยกว่าธาตุอโลหะ (ฝั่งขวาในตารางธาตุ) ยกเว้นแก๊สมีตระกูลซึ่งไม่มีสัมพรรคภาพอิเล็กตรอน

บล็อก

ดูบทความหลักที่: บล็อกในตารางธาตุ
จากซ้ายไปขวา: บล็อก-s บล็อก-f บล็อก-d และบล็อก-p ในตารางธาตุ

บล็อก เป็นบริเวณพิเศษในตารางธาตุ ซึ่งจะบ่งบอกว่าอิเล็กตรอนในวงอิเล็กตรอนแต่ละวงเต็มหรือไม่ ในแต่ละบล็อกจะตั้งชื่อตามวงย่อยที่อิเล็กตรอน "ตัวสุดท้าย" สามารถเข้าไปอยู่ได้บล็อก-s เป็นบล็อกที่อยู่ทางซ้ายมือสุดในตารางธาตุ บล็อกนี้ประกอบไปด้วยธาตุในหมู่ 1 (โลหะแอลคาไล) และหมู่ 2 (โลหะแอลคาไลน์เอิร์ท) รวมถึงไฮโดรเจน และฮีเลียม บล็อก-p เป็นบล็อกที่อยู่ทางขวาสุดของตารางธาตุ ประกอบไปด้วยธาตุใน 6 หมู่สุดท้าย ตั้งแต่หมู่ที่ 13 ถึง หมู่ที่ 18 ในไอยูแพก (3B ถึง 8A ในสหรัฐอเมริกา) และยังมีธาตุกึ่งโลหะทั้งหมดในบล็อกนี้ด้วย บล็อก-d เป็นบล็อกที่ประกอบไปด้วยธาตุในหมู่ 3 ถึง หมู่ที่ 12 (3B ถึง 2B ในสหรัฐอเมริกา) ธาตุในบล็อกนี้เป็นธาตุโลหะแทรนซิชันทั้งหมด บล็อก-f เป็นบล็อกที่ไม่มีเลขหมู่ และอยู่ด้านล่างของตารางธาตุ ในบล็อกนี้ประกอบไปด้วยธาตุในแลนทาไนด์และแอกทิไนด์

ความเป็นโลหะ

โลหะ กึ่งโลหะ อโลหะ และ ธาตุที่ไม่มีกลุ่มตามสมบัติทางเคมี ในตารางธาตุ

ตามสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของมัน เรายังสามารถแบ่งธาตุออกได้เป็นสามส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ โลหะ กึ่งโลหะ และอโลหะ ธาตุโลหะส่วนใหญ่จะสะท้อนแสง อยู่ในรูปอัลลอย และยังสามารถทำปฏิกิริยากับธาตุอโลหะ (ยกเว้น แก๊สมีตระกูล) ได้สารประกอบไอออนิกในรูปของเกลือ ส่วนธาตุอโลหะส่วนใหญ่จะเป็นแก๊สซึ่งไม่มีสีหรือมีสี อโลหะที่ทำปฏิกิริยากับอโลหะด้วยกันจะทำให้เกิดสารประกอบที่มีพันธะโควาเลนต์ ระหว่างธาตุโลหะกับธาตุอโลหะ คือธาตุกึ่งโลหะ ซึ่งจะมีสมบัติของธาตุโลหะและอโลหะผสมกัน

โลหะและอโลหะยังสามารถแบ่งย่อยออกไปอีกตามความเป็นโลหะ จากซ้ายไปขวาในตารางธาตุ โลหะยังแบ่งย่อยไปเป็นโลหะแอลคาไลที่มีความว่องไวในการทำปฏิกิริยาสูง โลหะแอลคาไลน์-เอิร์ทที่มีความว่องไวในการทำปฏิกิริยารองลงมา แลนทาไนด์และแอกทิไนด์ โลหะแทรนซิชัน และจบที่โลหะหลังแทรนซิชันซึ่งมีความเป็นโลหะน้อยที่สุดในบรรดาโลหะด้วยกัน ส่วนอโลหะแบ่งออกเป็นอโลหะหลายวาเลนซ์ ซึ่งจะอยู่ใกล้กับตำแหน่งของธาตุกึ่งโลหะ มีสมบัติบางประการที่คล้ายกับโลหะ และอโลหะวาเลนซ์เดียว ซึ่งเป็นอโลหะหลัก และแก๊สมีตระกูล ซึ่งเป็นธาตุที่เสถียรแล้ว และในโลหะแทรนซิชันยังมีการแบ่งออกไปอีก เช่น โลหะมีสกุลและ โลหะทนไฟ และธาตุย่อยในโลหะเหล่านี้ (ในตัวอย่าง) เป็นที่รู้จักแล้ว และยังมีการกล่าวถึงเป็นครั้งคราว

การจัดเรียงอิเล็กตรอน

ดูบทความหลักที่: การจัดเรียงอิเล็กตรอน
การจัดเรียงอิเล็กตรอนตามกฎของแมนเดลัง

การจัดเรียงอิเล็กตรอนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสามารถจัดธาตุในตารางธาตุได้ เพราะจากซ้ายไปขวาตามคาบ อิเล็กตรอนจะเพิ่มขึ้น อิเล็กตรอนจะเข้าไปอยู่ในวงอิเล็กตรอน (วงที่ 1 วงที่ 2 และอื่น ๆ) แต่ละวงก็ประกอบไปด้วยวงย่อยหนึ่งวงหรือมากกว่านั้น (มีชื่อว่า s p d f และ g) เมื่อเลขอะตอมของธาตุมากขึ้น อิเล็กตรอนจะเข้าไปอยู่ในวงย่อยตามกฎของแมนเดลัง เช่นการจัดเรียงอิเล็กตรอนของนีออน คือ 1s2 2s2 2p6 ด้วยเลขอะตอมเท่ากับ 10 นีออนมีอิเล็กตรอน 2 ตัวในวงอิเล็กตรอนแรก และมีอิเล็กตรอนอีก 8 ตัวในวงอิเล็กตรอนที่สอง โดยแบ่งเป็นในวงย่อย s 2 ตัวและในวงย่อย p 6 ตัว ในส่วนของตารางธาตุ เมื่ออิเล็กตรอนตัวหนึ่งไม่สามารถไปอยู่ในวงอิเล็กตรอนที่สองได้แล้ว มันก็จะเข้าไปอยู่ในวงอิเล็กตรอนใหม่ และธาตุนั้นก็จะถูกจัดให้อยู่ในคาบถัดไป ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้เป็นธาตุไฮโดรเจน และธาตุในหมู่โลหะแอลคาไล

รัศมีอะตอม

กราฟแสดงรัศมีอะตอมของแต่ละธาตุเรียงตามเลขอะตอม
ดูบทความหลักที่: รัศมีอะตอม

รัศมีอะตอมของธาตุแต่ละตัวมีความแตกต่างในการทำนายและอธิบายในตารางธาตุ ยกตัวอย่างเช่น รัศมีอะตอมทั่วไปลดลงไปตามหมู่ของตารางธาตุจากโลหะแอลคาไลถึงแก๊สมีตระกูล และจะเพิ่มขึ้นรวดเร็วจากแก๊สมีตระกูลมายังโลหะแอลคาไลในจุดเริ่มต้นของคาบถัดไป แนวโน้มเหล่านี้ของรัศมีอะตอม (และสมบัติทางเคมีและทางกายภาพของธาตุอื่น ๆ) สามารถอธิบายได้โดยทฤษฎีวงอิเล็กตรอนของอะตอม พวกมันมีหลักฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาทฤษฎีควอนตัม

อิเล็กตรอนในวงย่อย 4f ซึ่งจะถูกเติมเต็มตั้งแต่ซีเรียม (ธาตุที่ 58) ถึงอิตเตอร์เบียม (ธาตุที่ 70) เนื่องด้วยอิเล็กตรอนเพิ่มขึ้นแค่ในวงเดียว จึงทำให้ขนาดอะตอมของธาตุในแลนทาไนด์มีขนาดที่ไม่แตกต่างกัน และอาจจะเหมือนกับธาตุตัวถัด ๆ ไป ด้วยเหตุนี้ทำให้แฮฟเนียมมีรัศมีอะตอม (และสมบัติทางเคมีอื่น ๆ) เหมือนกับเซอร์โคเนียม และแทนทาลัม มีรัศมีอะตอมใกล้เคียงกับไนโอเบียม ลักษณะแบบนี้รู้จักกันในชื่อการหดตัวของแลนทาไนด์ และผลจากการหดตัวของแลนทาไนด์นี้ ยังเห็นได้ชัดไปจนถึงแพลตทินัม (ธาตุที่ 78) และการหดตัวที่คล้าย ๆ กัน คือการหดตัวของบล็อก-d ซึ่งมีผลกับธาตุที่อยู่ระหว่างบล็อก-d และบล็อก-p มันเห็นได้ไม่ชัดเจนเท่าการหดตัวของแลนทาไนด์ แต่เกิดจากสาเหตุเดียวกัน

พลังงานไอออไนเซชัน

พลังงานไอออไนเซชัน: แต่ละคาบ โลหะแอลคาไลจะมีพลังงานน้อยที่สุด และแก๊สมีตระกูลจะมีพลังงานมากที่สุด
ดูบทความหลักที่: พลังงานไอออไนเซชัน

พลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1 เป็นพลังงานที่ใช้ดึงอิเล็กตรอนตัวแรกออกจากอะตอม พลังงานไอออไนเซชันลำดับที่สอง เป็นพลังงานที่ใช้ดึงอิเล็กตรอนตัวที่สองออกจากอะตอม ซึ่งจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เช่น แมงกานีส มีพลังงานไอออไนเซชันลำดับที่ 1 คือ 738 กิโลจูล/โมล และลำดับที่สอง คือ 1450 กิโลจูล/โมล อิเล็กตรอนที่อยู่ใกล้อะตอมจำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานมากในการดึงมันออกจากอะตอม พลังงานไอออไนเซชันจะมีการเพิ่มขึ้นจากซ้ายไปขวาของตารางธาตุ

พลังงานไอออไนเซชันจะมีมากที่สุดเมื่อต้องการดึงอิเล็กตรอนออกจากธาตุในหมู่แก๊สมีตระกูล (ซึ่งมีอิเล็กตรอนครบตามจำนวนที่มีได้สูงสุด) ยกตัวอย่างแมกนีเซียมอีกครั้ง แมกนีเซียมจำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานไอออไนเซชันสองลำดับแรก เพื่อดึงอิเล็กตรอนออกให้มันมีโครงสร้างคล้ายแก๊สมีตระกูล และ 2p มันจำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานไอออไนเซชันลำดับที่สามสูงกว่า 7730 กิโลจูล/โมล ในการดึงอิเล็กตรอนตัวที่สามออกจากวงย่อย 2p ของการจัดเรียงอิเล็กตรอนที่คล้ายนีออนของ Mg2+ ความแตกต่างนี้ยังมีในอะตอมของแถวที่สามตัวอื่น ๆ อีกด้วย

อิเล็กโทรเนกาติวิตี

กราฟที่แสดงถึงการเพิ่มขึ้นของอิเล็กโทรเนกาติวิตีโดยเรียงตามคาบและหมู่
ดูบทความหลักที่: อิเล็กโทรเนกาติวิตี

อิเล็กโทรเนกาติวิตีเป็นแรงดึงดูดของอะตอมที่ใช้ดึงอิเล็กตรอนเข้ามา อิเล็กโทรเนกาติวิตีของอะตอมอะตอมหนึ่ง เป็นผลมาจากเลขอะตอมที่เพิ่มขึ้น และระยะห่างจากนิวเคลียสถึงวาเลนซ์อิเล็กตรอน ยิ่งมีอิเล็กโทรเนกาติวิตีมากเท่าไร ความสามารถที่จะดึงดูดอิเล็กตรอนก็มากขึ้นเท่านั้น แนวคิดถูกเสนอครั้งแรกโดยไลนัส พอลลิง ใน พ.ศ. 2475 โดยทั่วไป อิเล็กโทรเนกาติวิตีจะเพิ่มขึ้นจากซ้ายไปขวาตามคาบ และลดลงจากบนลงล่างตามหมู่ เพราะเหตุนี้ ฟลูออรีนจึงเป็นธาตุที่มีอิเล็กโทรเนกาติวิตีสูงที่สุด และซีเซียมมีอิเล็กโทรเนกาติวิตีน้อยที่สุด อย่างน้อยธาตุเหล่านั้นก็ยังมีข้อมูลที่สามารถใช้ยืนยันได้

แต่ถึงกระนั้นธาตุบางตัวยังไม่เป็นไปตามกฎนี้ แกลเลียมและเจอร์เมเนียมมีอิเล็กโทรเนกาติวิตีมากกว่าอะลูมิเนียมและซิลิกอน เนื่องด้วยผลกระทบจากการหดตัวของบล็อก-d ธาตุในคาบที่ 4 ในส่วนของโลหะแทรนซิชัน มีรัศมีอะตอมที่ไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะว่าอิเล็กตรอนในวงย่อย 3d ไม่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนิวเคลียร์ของธาตุ และขนาดอะตอมที่เล็กลงยังทำให้มีอิเล็กโทรเนกาติวิตีสูงขึ้นอีกด้วย

สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน

การจัดเรียงสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนตามเลขอะตอม โดยทั่วไปค่าจะเพิ่มขึ้นไปตามคาบ จนกระทั่งค่าจะมีมากที่สุดเมื่อเป็นแฮโลเจน ก่อนที่จะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเป็นแก๊สมีตระกูล ตัวอย่างเช่น ไฮโดรเจน ซึ่งเป็นโลหะแอลคาไลและธาตุหมู่ 11 ซึ่งต้องการอิเล็กตรอนตัวเดียวเพื่อเติมเต็มวงย่อย s

สัมพรรคภาพอิเล็กตรอนเป็นพลังงานที่คายออกมาหรือดูดกลืน เมื่อเพิ่มอิเล็กตรอนให้แก่อะตอมไปเป็นไอออนประจุลบ ธาตุส่วนใหญ่คายพลังงานความร้อนเมื่อรับอิเล็กตรอน โดยทั่วไป อโลหะจะมีสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนมากกว่าโลหะ คลอรีน มีแนวโน้มในการเกิดไอออนประจุลบสูงที่สุด สัมพรรคภาพอิเล็กตรอนของแก๊สมีตระกูลยังไม่สามารถหาค่าได้ ดังนั้น พวกมันอาจจะไม่มีประจุลบ

สัมพรรคภาพอิเล็กตรอนทั่วไปจะเพิ่มขึ้นตามคาบ ซึ่งเป็นผลมาจากการเติมเต็มวงเวเลนซ์ของอะตอม อะตอมของธาตุหมู่ 17จะคายพลังงานออกมามากกว่าอะตอมของธาตุในหมู่ 1 ในการดึงดูดอิเล็กตรอน เนื่องด้วยความง่ายในการเติมเต็มวงวาเลนซ์และความเสถียร

ในหมู่ของธาตุ สัมพรรคภาพอิเล็กตรอนคาดว่าจะลดลงจากบนลงล่าง เนื่องด้วยอิเล็กตรอนตัวใหม่จะต้องเข้าไปในออร์บิทัลที่อยู่ห่างจากนิวเคลียสมากขึ้น ด้วยความที่อิเล็กตรอนเชื่อมของนิวเคลียสน้อยอยู่แล้ว จึงทำให้มันปล่อยพลังงานไม่มาก ถึงกระนั้น ในหมู่ของธาตุ ธาตุสามตัวแรกจะผิดปกติ ธาตุที่หนักกว่าจะมีสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนมากกว่าธาตุที่เบากว่า และในวงย่อย d และ f สัมพรรคภาพอิเล็กตรอนจะไม่ได้ลดลงตามหมู่ไปเสียทั้งหมด ดังนั้นการที่สัมพรรคภาพลดลงตามหมู่จากบนลงล่างนี้ จะเกิดขึ้นได้ในอะตอมของธาตุหมู่ 1 เท่านั้น

คุณสมบัติเชิงโลหะ

เมื่อค่าพลังงานไอออไนเซชัน อิเล็กโทรเนกาติวิตี และสัมพรรคภาพอิเล็กตรอนต่ำลง ธาตุนั้นจะแสดงคุณสมบัติเชิงโลหะมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม คุณสมบัติเชิงอโลหะเพิ่มขึ้นเมื่อค่าเหล่านี้เพิ่มขึ้น สำหรับแนวโน้มพิริออดิกของสมบัติทั้งสามค่า จะลดลงเรื่อย ๆ ตามคาบเมื่อพิจารณาคุณสมบัติเชิงโลหะ มีบางส่วนที่ผิดปกติ เนื่องจากอิเล็กตรอนในบล็อก d และ f และผลกระทบสัมพัทธภาพ และคุณสมบัติเชิงโลหะจะเพิ่มขึ้นเมื่อพิจารณาจากบนลงล่างในหมู่เดียวกัน ดังนั้น ธาตุที่มีคุณสมบัติเชิงโลหะมากที่สุด (เช่น ซีเซียม แฟรนเซียม) พบได้ที่มุมซ้ายล่างสุดของตารางธาตุ และธาตุที่มีคุณสมบัติเชิงอโลหะมากที่สุด (เช่น ออกซิเจน ฟลูออรีน คลอรีน) พบได้ที่มุมขวาบนสุดของตารางธาตุ แนวโน้มของโลหะทั้งในแนวตั้งและแนวนอนช่วยอธิบายถึงเส้นขั้นบันไดที่แบ่งโลหะกับอโลหะ ซึ่งพบในตารางธาตุบางรูปแบบ และการจัดให้ธาตุที่อยู่ชิดเส้นแบ่งนั้นเป็นกึ่งโลหะ

กลุ่มเชื่อม

จากซ้ายไปขวาผ่านบล็อกทั้งสี่ในตารางธาตุรูปแบบยาว 32 หมู่ เป็นกลุ่มของธาตุที่เชื่อมกัน อยู่ที่ตำแหน่งระหว่างบล็อก ธาตุในกลุ่มเหล่านี้จะแสดงสมบัติเป็นกึ่งหรือผสมกับธาตุกลุ่มข้างเคียง เหมือนกับกึ่งโลหะ ธาตุหมู่ 3 อันได้แก่ สแกนเดียม อิตเทรียม แลนทานัม และแอกทิไนด์ มีพฤติกรรมทางเคมีคล้ายกับโลหะแอลคาไลน์เอิร์ท หรือโลหะบล็อก s แต่ก็มีสมบัติทางกายภาพบางประการที่เหมือนกับโลหะแทรนซิชันบล็อก d ลูทีเชียมและลอว์เรนเชียมที่อยู่ปลายสุดของบล็อก f อาจเป็นกลุ่มเชื่อมอีกกลุ่มหนึ่ง ลูทีเชียมมีพฤติกรรมทางเคมีเป็นแลนทาไนด์ แต่มีสมบัติทางกายภาพผสมกันระหว่างแลนทาไนด์และโลหะแทรนซิชัน ลอว์เรนเชียมก็มีลักษณะเช่นเดียวกันกับลูทีเชียม โลหะผลิตเหรียญในหมู่ 11 (ทองแดง เงิน และทองคำ) ก็มีสมบัติทางเคมีคล้ายโลหะแทรนซิชันและโลหะหมู่หลัก โลหะระเหยง่ายในหมู่ 12 (สังกะสี แคดเมียม และปรอท) บางครั้งก็ถูกพิจารณาให้เป็นกลุ่มเชื่อมระหว่างบล็อก d และบล็อก p หมู่ 13 แก๊สมีตระกูลในหมู่ 18 เชื่อมระหว่างแฮโลเจนหมู่ 17 และโลหะแอลคาไลหมู่ 1

ดูบทความหลักที่: ประวัติของตารางธาตุ

ความพยายามในการวางระบบครั้งแรก

ตารางธาตุนี้แสดงการค้นพบธาตุเคมีโดยเรียงตามวันที่ค้นพบ

ใน พ.ศ. 2332 อองตวน ลาวัวซิเอ ตีพิมพ์รายชื่อธาตุเคมี 33 ตัว เขาแบ่งเป็นแก๊ส โลหะ อโลหะ และเอิร์ท นักเคมีใช้เวลาข้ามศตวรรษเพื่อค้นหาวิธีที่จะจัดระบบของธาตุเหล่านี้ ใน พ.ศ. 2372 โยฮันน์ ว็อล์ฟกัง เดอเบอไรเนอร์ สังเกตว่าธาตุจำนวนมากนั้นสามารถจัดลงในไตรแอดส์ โดยอยู่บนพื้นฐานของสมบัติทางเคมีของมันได้ เช่น ลิเทียม โซเดียม และโพแทสเซียม พวกมันถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน เนื่องจากเป็นโลหะที่อ่อน และไวต่อการเกิดปฏิกิริยา เดอเบอไรเนอร์ยังสังเกตอีกว่ามวลอะตอมของธาตุตัวที่สองในไตรแอดส์ของเขานั้น เป็นค่าเฉลี่ยของมวลอะตอมธาตุที่หนึ่งและธาตุที่สาม ซึ่งรู้จักกันในภายหลังว่า กฎไตรแอดส์ นักเคมีชาวเยอรมัน เลโอโปลด์ กเมลิน ทำงานด้วยระบบไตรแอดส์นี้ และใน พ.ศ. 2386 เขาก็ค้นพบ ไตรแอดส์สิบตัว โดยมี 3 กลุ่มที่มี 4 ธาตุและอีก 1 กลุ่มที่มี 5 ธาตุ ฌอง-บัฟติส ดูมัส ตีพิมพ์ผลงานเมื่อ พ.ศ. 2400 ซึ่งบรรยายความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มของโลหะบางกลุ่ม ถึงแม้ว่านักเคมีบางคนจะสามารถบรรยายถึงความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มธาตุขนาดเล็กได้แล้ว แต่พวกเขาก็ไม่ได้ทำให้มันครอบคลุมทั้งหมด

ใน พ.ศ. 2401 นักเคมีชาวเยอรมัน ออกุสต์ คีคูเล สังเกตว่าคาร์บอนส่วนใหญ่มักจะอยู่ในรูปของอะตอมสี่ตัวทำพันธะต่อกัน เช่น มีเทน ซึ่งมีอะตอมคาร์บอน 1 ตัวและอะตอมของไฮโดรเจน 4 ตัว แนวคิดในลักษณะนี้ภายหลังรู้จักกันว่าเป็นเวเลนซ์ ซึ่งระบุไว้ว่าพันธะของธาตุต่างชนิดกันก็มีจำนวนอะตอมต่างกันด้วย

ใน พ.ศ. 2405 นักธรณีวิทยาชาวฝรั่งเศส อเล็กซานเดอร์-เอมิล เบอกูเยร์ เดอ ชานกูร์ตัว ตีพิมพ์ตารางธาตุฉบับแรก ซึ่งเขาเรียกมันว่าเทลลูริก เฮลิกซ์ หรือสครู เขาเป็นคนแรกที่ทราบถึงความเป็นลำดับคาบของธาตุเคมี โดยการนำธาตุมาจัดเรียงเป็นวงก้นหอย หรือเป็นทรงกระบอกโดยเรียงตามมวลอะตอมที่เพิ่มขึ้น เดอ ชานกูร์ตัว แสดงให้เห็นว่าธาตุที่สมบัติทางเคมีเหมือนกันจะอยู่ใกล้กัน ตารางของเขายังมีไอออนและสารประกอบบางชนิดรวมอยู่ด้วย แผ่นกระดาษของเขามักจะถูกใช้ในทางธรณีวิทยามากกว่าทางเคมี และไม่รวมแผนภาพ และเป็นผลทำให้ได้รับความสนใจน้อยจนถึงผลงานของดมีตรี เมนเดเลเยฟ

ใน พ.ศ. 2407 นักเคมีชาวเยอรมัน ยูลิอุส โลทาร์ ไมเออร์ ได้ตีพิมพ์ตารางธาตุซึ่งประกอบไปด้วยธาตุ 44 ตัวโดยเรียงตามความเป็นวาเลนซ์ ตารางของเขาแสดงให้เห็นว่าธาตุที่มีสมบัติทางเคมีเหมือนกันนั้น บ่อครั้งที่จะมีความเป็นวาเลนซ์ที่เหมือนกันด้วย ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน นักเคมีชาวอังกฤษ วิลเลียม โอดลิง ตีพิมพ์การจัดเรียงธาตุ 57 ตัว โดยเรียงบนพื้นฐานของมวลอะตอม ด้วยความที่ไม่ปกติและยังมีช่องว่าง เขาทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับธาตุเป็นลำดับการเกิดคาบของมวลอะตอม และเขายังบันทึกไว้ว่า "มันมักจะได้รับการจัดกลุ่ม" โอดลิงได้พูดถึงเกี่ยวกับความคิดในเรื่องของกฎพิริออดิก แต่เขาก็ไม่ได้สนใจมัน ต่อมาเขาก็ได้นำเสนอ (ใน พ.ศ. 2413) การจัดหมวดหมู่บนพื้นฐานของความเป็นวาเลนซ์

ตารางธาตุของนิวแลนส์ ที่เขาเสนอให้สมาคมเคมีพิจารณา ซึ่งตารางธาตุนี้อยู่บนพื้นฐานของกฎออกเทฟส์

นักเคมีชาวอังกฤษ จอห์น นิวแลนส์ ได้ตีพิมพ์ผลงานของเขาในช่วง พ.ศ. 2406 – พ.ศ. 2409 ซึ่งมีหมายเหตุไว้ว่าเขาจัดธาตุตามมวลอะตอมที่เพิ่มขึ้น แล้วเขาก็พบว่าธาตุทุก ๆ 8 ตัวจะมีสมบัติทางกายภาพและสมบัติทางเคมีเหมือนกัน เขาคิดว่ามันเหมือนกับอ็อกเทฟในดนตรี เขาจึงตั้งกฎขึ้นมา ซึ่งเรียกกันว่า กฎออกเทฟส์ ถึงอย่างนั้นสมาคมเคมีก็ปฏิเสธที่จะยอมรับงานของนิวแลนส์ เนื่องจากนิวแลนส์ได้ผลักดันธาตุให้เข้ากับกฎออกเทฟส์และไม่เว้นช่องว่างไว้ให้ธาตุที่ยังไม่ค้นพบ เช่น เจอร์เมเนียม สมาคมเคมีรับทราบเพียงแค่การค้นพบของเขา จนกระทั่ง เมนเดเลเยฟตีพิมพ์ตารางธาตุของเขาออกมา

ใน พ.ศ. 2410 นักเคมีชาวเดนมาร์ก กุสตาวุส ฮินริชส์ ได้ตีพิมพ์ตารางธาตุในลักษณะก้นหอยออกมาโดยจัดตามสเปกตรัมและมวลของอะตอม ผลงานของเขาได้รับยกย่องว่าเป็นผลงานที่พิสดาร โอ้อวด และซับซ้อน นี่เองที่อาจทำให้ไม่เป็นที่จดจำและเป็นที่ยอมรับ

ตารางธาตุของเมนเดเลเยฟ

ดมีตรี เมนเดเลเยฟ
ตารางธาตุของเมนเดเลเยฟ

นักเคมีชาวรัสเซีย ดมีตรี เมนเดเลเยฟ และนักเคมีชาวเยอรมัน ยูลิอุส โลทาร์ ไมเออร์ ได้ตีพิมพ์ตารางธาตุใน พ.ศ. 2412 และ พ.ศ. 2413 ตามลำดับ ตารางธาตุของเมนเดเลเยฟเป็นการตีพิมพ์ครั้งแรกของเขา ส่วนของไมเออร์เป็นการเพิ่มเติมจากตารางธาตุเก่าของเขา ที่เคยตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2407 ตารางธาตุของทั้งสองสร้างขึ้นโดยจัดธาตุไว้เป็นคาบและหมู่โดยเรียงตามมวลอะตอม และจะเริ่มแถวใหม่เมื่อธาตุมีสมบัติทางเคมีที่เหมือนกัน

สาเหตุที่ตารางธาตุของเมนเดเลเยฟได้รับการยอมรับมีอยู่สองประการ คือ หนึ่ง ตารางธาตุของเขามีช่องว่างไว้เพื่อให้ธาตุที่ยังไม่ได้รับการค้นพบ เมนเดเลเยฟไม่ได้เป็นนักเคมีคนแรกที่ทำแบบนี้ แต่เขาเป็นคนแรกที่ได้รับการยอมรับในการใช้แนวโน้มในตารางธาตุ เพื่อทำนายสมบัติทางเคมีของธาตุที่ยังไม่ได้ค้นพบเหล่านั้น เช่น แกลเลียม และเจอร์เมเนียม และเหตุผลที่สองคือบางครั้งเขาไม่ได้เรียงตามมวลอะตอมโดยทั้งหมด เขาสลับตำแหน่งธาตุบางตัว เช่น เทลลูเรียมและไอโอดีน โดยเขาให้เหตุผลว่าเพื่อให้ง่ายต่อการจัดธาตุลงไปในหมู่ของธาตุ กับการพัฒนาทฤษฎีโครงสร้างอะตอม ทำให้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เมนเดเลเยฟ ไม่ได้ตั้งใจที่จะระบุไปว่า เขาจัดเรียงธาตุตามมวลอะตอมที่เพิ่มขึ้น หรือโครงสร้างนิวเคลียร์

ความสำคัญของเลขอะตอมในการเป็นองค์ประกอบของตารางธาตุยังคงไม่ได้รับการยอมรับจนกระทั่งสมบัติของโปรตอนและนิวตรอนกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น ตารางธาตุของเมนเดเลเยฟก็ยังคงใช้มวลอะตอมแทนที่จะเป็นเลขอะตอม ซึ่งในเวลานั้นข้อมูลเกี่ยวกับมวลอะตอมมีความแม่นยำสูงสุด มวลอะตอมสามารถอธิบายถึงสมบัติทางเคมีของธาตุที่ยังไม่ค้นพบได้อย่างแม่นยำกว่าวิธีอื่น ๆ ที่รู้จักกันในเวลานั้น และวิธีนี้ก็ยังคงใช้ในการทำนายสมบัติของธาตุเคมีที่สังเคราะห์ขึ้นใหม่จนกระทั่งปัจจุบัน

ตารางธาตุรุ่นที่สองและการพัฒนาหลังจากนั้น

ตารางธาตุของเมนเดเลเยฟในปี พ.ศ. 2414 ซึ่งประกอบไปด้วยหมู่ของธาตุ 8 หมู่ ขีดหมายถึงธาตุที่ยังไม่ถูกค้นพบในเวลานั้น
ตารางธาตุในรูปแบบ 8 คอลัมน์ ซึ่งอัปเดตโดยมีธาตุที่ถูกค้นพบทั้งหมดจนกระทั่ง พ.ศ. 2557

ใน พ.ศ. 2414 เมนเดเลเยฟตีพิมพ์ตารางธาตุในรูปแบบใหม่ซึ่งประกอบไปด้วยหมู่ที่มีธาตุที่คล้ายกันซึ่งจะถูกจัดในคอลัมน์มากกว่าที่จะถูกจัดในแถว และคอลัมน์เหล่านี้ก็เรียงลำดับไว้ว่า I ถึง VIII ซึ่งตรงกันกับสถานะออกซิเดชันของธาตุ เขายังลงรายละเอียดเกี่ยวกับการทำนายสมบัติของธาตุที่ยังไม่ค้นพบด้วย และเขายังระบุไว้ว่าพวกมันไม่มีในตารางธาตุ แต่ควรจะมีอยู่จริง ช่องว่างเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วจะเติมเต็มโดยนักเคมีที่ค้นพบธาตุในธรรมชาติเพิ่มเติม บ่อยครั้งที่มีการยืนยันว่าธาตุสุดท้ายที่จะถูกค้นพบในธรรมชาติคือ แฟรนเซียม (เอคา-ซีเซียมที่เมนเดเลเยฟทำนายไว้) ที่ถูกค้นพบใน พ.ศ. 2482 แต่พลูโทเนียมที่สังเคราะห์ขึ้นใน พ.ศ. 2485 ได้รับการยืนยันว่าพบในธรรมชาติอยู่ปริมาณเล็กน้อยใน ปี พ.ศ. 2514

ตารางธาตุที่ได้รับความนิยมที่สุด หรือรู้จักกันว่าเป็นตารางธาตุมาตรฐาน สร้างขึ้นโดยฮอเรซ กรอฟส์ เดมิง ใน พ.ศ. 2466 เดมิงได้ตีพิมพ์ตารางธาตุในรูปแบบสั้น () และรูปแบบปานกลาง () ในปี พ.ศ. 2467 เมิร์คและคอมปานีได้จัดเตรียมเอกสารของตารางธาตุ 18 แถวของเดมิงไว้ใช้สำหรับการเรียนการสอนในโรงเรียนของประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงทศวรรษ 1930 ตารางธาตุของเดมิงได้ปรากฏบนหนังสือคู่มือและสารานุกรมเคมี และมันก็ยังถูกแจกจ่ายเป็นเวลาหลายปีโดยบริษัทวิทยาศาสตร์ซาร์เจนท์-เวลช์

ด้วยการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม และทฤษฎีของการจัดเรียงอิเล็กตรอนภายในอะตอม พบว่าอิเล็กตรอนจะเพิ่มขึ้นตามคาบ (แถวแนวนอน) ในตารางธาตุเพื่อเติมเต็มวงอิเล็กตรอน อะตอมที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะมีวงย่อยมากขึ้น และทำให้ตารางธาตุจะมีคาบที่ยาวขึ้นไปด้วย

เกลนน์ ที. ซีบอร์ก ผู้ที่เสนอแนะให้ตารางธาตุมีบล็อก-f แถวใหม่ ซึ่งจะเป็นธาตุแอกทิไนด์

ใน พ.ศ. 2488 นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน เกลนน์ ซีบอร์ก ได้ให้ข้อคิดเห็นไว้ว่าธาตุแอกทิไนด์จะเหมือนกับแลนทาไนด์ซึ่งอิเล็กตรอนจะเข้าไปอยู่ในวงย่อย f ก่อนหน้านั้นแอกทิไนด์เชื่อกันว่าเป็นบล็อก-d แถวที่ 4 เพื่อนร่วมงานของซีบอร์กได้แนะนำให้เขาปิดบังข้อเสนอแนะดังกล่าวนี้ซึ่งจะมีผลกระทบต่ออาชีพของเขา ซีบอร์กไม่สนใจคำแนะนำของเพื่อนร่วมงาน และตีพิมพ์ข้อเสนอแนะของเขาลงไป ในภายหลังนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆได้ตรวจสอบข้อเสนอแนะนี้ และพบว่ามีความถูกต้อง และทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี พ.ศ. 2494 สำหรับการทำงานของเขาที่เกี่ยวกับการสังเคราะห์ธาตุแอกทิไนด์

ถึงแม้ว่าธาตุหลังยูเรเนียมบางตัวจะปรากฏในธรรมชาติ แต่พวกมันทั้งหมดก็ถูกค้นพบในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์มาก่อน ซึ่งการผลิตพวกมันทำให้ตารางธาตุขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีการสังเคราะห์เนปทูเนียมขึ้นมาเป็นธาตุแรก ซึ่งสังเคราะห์ในปี พ.ศ. 2482 เนื่องด้วยธาตุส่วนใหญ่หลังยูเรเนียมไปแล้วนั้น มีความไม่เสถียรสูงมาก และสลายตัวอย่างรวดเร็ว พวกมันจึงกลายเป็นความท้าทายของนักวิทยาศาสตร์ที่จะตรวจจับและระบุลักษณะขณะที่มันถูกผลิตขึ้นแล้ว พวกมันยังมีการถกเถียงในเรื่องของความถูกต้องของการค้นพบธาตุ ซึ่งบางครั้งก็ยังขาดการตรวจสอบความสำคัญและการตั้งชื่อที่ถูกต้อง ซึ่งธาตุที่ได้รับการยืนยันและได้รับการตั้งชื่อล่าสุดคือ ฟลีโรเวียม (ธาตุที่ 114) และลิเวอร์มอเรียม (ธาตุที่ 116) ทั้งคู่ถูกตั้งชื่อในวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ก่อนหน้านั้นในปี พ.ศ. 2553 ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ในดุบนา ประเทศรัสเซีย ได้สังเคราะห์อะตอมของเทนเนสซีน (ธาตุที่ 117) 6 อะตอม ซึ่งทำให้มันกลายเป็นธาตุล่าสุดที่คาดว่าจะถูกค้นพบ ปัจจุบัน ธาตุที่มีเลขอะตอมเท่ากับ 118 คือ Og ออกาเนสซอนยังรู้จักกันในชื่อว่า เอคา-เรดอน หรือ ธาตุ 118 และบนตารางธาตุ มันถูกจัดให้อยู่ในบล็อก-p และเป็นธาตุตัวสุดท้ายบนคาบที่ 7 ปัจจุบัน ออกาเนสซอนเป็นธาตุสังเคราะห์เพียงตัวเดียวของธาตุหมู่ 18 มันยังเป็นธาตุที่มีเลขอะตอมและมวลอะตอมมากที่สุดเท่าที่ค้นพบในปัจจุบัน

ตารางธาตุแบบยาว

ตารางธาตุฉบับ 32 หมู่

ตารางธาตุสมัยใหม่ในบางครั้งอาจจะมีการนำแลนทาไนด์และแอกทิไนด์มาต่อกันเป็นตารางเดียว แทรกระหว่างบล็อก s และบล็อก d ซึ่งเรียกกันว่าเป็นตารางธาตุแบบยาว 32 หมู่ เพื่อให้เห็นความต่อเนื่องของเลขอะตอมที่เพิ่มขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างบล็อก f กับบล็อกอื่นของตารางก็ยังให้เห็นชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย เจนเซนสนับสนุนให้ใช้ตารางธาตุแบบยาวนี้ บนพื้นฐานของความคิดนักเรียนที่อาจคิดว่าแลนทาไนด์และแอกทิไนด์เป็นธาตุที่ไม่สำคัญและไม่น่าสนใจ แม้ว่าตารางธาตุแบบยาวจะมีประโยชน์หลายประการ บรรณาธิการหลายคนก็หลีกเลี่ยงที่จะใช้ตารางธาตุแบบยาว เพราะมันจะกินเนื้อที่บนหน้าหนังสือมากเกินไป และยังมีความคุ้นชินกับตารางธาตุที่แนะนำโดยนักเคมี (เช่นที่แนะนำโดยซีบอร์ก)

ตารางธาตุที่เปลี่ยนโครงสร้าง

ภายในระยะเวลา 100 ปีหลังจากที่ตารางธาตุของเมนเดเลเยฟถูกตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2412 เอ็ดเวิร์ด จี. มาซูร์ ได้รวบรวมตารางธาตุที่มีโครงสร้างแตกต่างไปจากเดิมประมาณ 700 กว่าชนิด และได้รับการตีพิมพ์แล้ว เช่นเดียวกับตารางธาตุในรูปแบบช่องสี่เหลี่ยมก็มีการดัดแปลงโครงสร้างเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น โครงสร้างวงกลม, ลูกบาศก์ ทรงกระบอก โครงสร้างคล้ายอาคาร ทรงเกลียว เลมนีสเกต ปริซึมทรงแปดเหลี่ยม พีระมิด แบบแยกออกจากกัน ทรงกลม เกลียว และรูปสามเหลี่ยม ส่วนใหญ่แล้วตารางธาตุในโครงสร้างแบบอื่น ๆ นั้น สร้างขึ้นเพื่อเน้นหรือให้ความสำคัญกับสมบัติทางเคมีหรือกายภาพของธาตุ ซึ่งไม่มีในตารางธาตุปกติ

ตารางธาตุรูปแบบเกลียวของทีโอดอร์ เบนฟีย์

ตารางธาตุโครงสร้างอื่นที่ได้รับความนิยมคือ ตารางธาตุของทืโอดอร์ เบนฟีย์ เขาสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2503 ธาตุถูกจัดเรียงในเกลียวที่ต่อเนื่องกัน โดยมีไฮโดรเจนอยู่ตรงกลางและมีโลหะแทรนซิชัน แลนทาไนด์ และแอกทิไนด์ ยื่นออกมาคล้ายกับคาบสมุทร

ตารางธาตุส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็น 2 มิติ ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมีตารางธาตุที่เป็น 3 มิติ และเป็นที่รู้จักครั้งแรกในปี พ.ศ. 2405 (ก่อนที่เมนเดเลเยฟจะตีพิมพ์ตารางธาตุของเขาในปี พ.ศ. 2412) ตัวอย่างตารางธาตุ 3 มิติที่พบเห็นได้เป็นส่วนใหญ่ เช่น การจำแนกธาตุของคูร์ทีนส์ (พ.ศ. 2468) ระบบลามีนาของวริงลีย์ (พ.ศ. 2492) ตารางธาตุทรงเกลียวของกีเกอเร (พ.ศ. 2508) และต้นไม้พีรีออดิกของดูโฟร์ (พ.ศ. 2539) ได้รับการบรรยายว่าเป็นตารางธาตุ 4 มิติ (มิติเชิงพื้นที่ 3 มิติและมิติเชิงสีอีก 1 มิติ)

ธาตุที่ไม่ทราบสมบัติทางเคมี

ถึงแม้ว่าธาตุทุกตัวจนถึงออกาเนสซอนจะถูกค้นพบแล้ว แต่ธาตุที่มีเลขอะตอมมากกว่าฮัสเซียม (ธาตุที่ 108) มีเพียงแค่โคเปอร์นิเซียม (ธาตุที่ 112) และฟลีโรเวียม (ธาตุที่ 114) เท่านั้นที่ทราบสมบัติทางเคมีแล้ว ส่วนธาตุอื่น ๆ ที่มีเลขอะตอมมากกว่าฮัสเซียมนั้น สมบัติทางเคมีของมันเป็นเพียงแค่การทำนายโดยการประมาณค่าหรือพิจารณาความสัมพันธ์ทางเคมี เช่น ทำนายว่าฟลีโรเวียมจะมีสมบัติที่คล้ายคลึงกับธาตุในหมู่แก๊สมีตระกูล แม้ว่าปัจจุบันมันจะจัดให้อยู่ในหมู่คาร์บอนก็ตาม การทดลองส่วนใหญ่ได้บ่งชี้เช่นนั้น ถึงอย่างนั้น ฟลีโรเวียมแสดงความประพฤติทางเคมีเหมือนกับตะกั่ว ตามตำแหน่งของธาตุที่คาดไว้

การขยายตารางธาตุ

ดูบทความหลักที่: ตารางธาตุ (ขยาย)

ไม่มีความแน่ชัดว่าธาตุใหม่ที่จะถูกค้นพบต่อไปนี้จะต้องไปอยู่ในคาบที่ 8 หรือต้องการการปรับเปลี่ยนรูปแบบตารางธาตุ ซีบอร์กคาดว่าคาบที่ 8 นี้จะเป็นไปตามหลักการที่กำหนดไว้ มันจะประกอบไปด้วยธาตุในบล็อก-s 2 ตัว คือธาตุที่ 119 และ 120 หลังจากนั้นจะเป็นบล็อก-g สำหรับธาตุตัวถัดไปอีก 18 ตัว และที่เหลืออีก 30 ตัวจะถูกจัดให้อยู่ในบล็อก-f -d และ -p ตามลำดับ ล่าสุด นักฟิสิกส์หลายคนเช่น เป็กกา ปืกเกอ เชื่อว่าธาตุใหม่ที่จะถูกค้นพบนั้นจะไม่เป็นไปตามกฎของแมนเดลัง ซึ่งเป็นการทำนายว่าจะมีวงอิเล็กตรอนเท่าใด และจะทำให้ตารางธาตุปัจจุบันมีหน้าตาเปลี่ยนไปด้วย ปัจจุบันมีแบบจำลองสมมติฐานหลายแบบออกมาสำหรับตำแหน่งธาตุที่มีเลขอะตอมน้อยกว่าหรือเท่ากับ 172 โดยธาตุที่ 172 นี้ เชื่อกันว่าจะเป็นธาตุอโลหะมีตระกูลตัวต่อไปจากออกาเนสซอน ซึ่งแบบจำลองเหล่านี้จะต้องพิจารณาว่าเป็นเพียงทฤษฎี เนื่องจากยังไม่มีการคำนวณใด ๆ สำหรับธาตุที่พ้นจากธาตุ 122

ธาตุที่มีเลขอะตอมมากที่สุด

ตัวเลขของจำนวนธาตุที่เป็นไปได้ยังไม่มีใครทราบ มีข้อคิดเห็นที่เก่าที่สุดสำหรับเรื่องนี้ ซึ่งเสนอโดย เอเลียต อดัมส์ ในปี พ.ศ. 2454 และอยู่บนพื้นฐานของการจัดเรียงธาตุในแถวแนวนอนของตารางธาตุ เขาเชื่อว่าธาตุที่มีมวลอะตอมมากกว่า 256± (ซึ่งเทียบเท่ากับมวลอะตอมระหว่างธาตุที่ 99 และ 100 ในปัจจุบัน) จะไม่ปรากฏขึ้น ธาตุที่มีมวลอะตอมสูงกว่านี้ คาดว่าจะไปสิ้นสุดไม่ไกลหลังจากหมู่เกาะแห่งความเสถียรภาพ ซึ่งทำนายกันว่าจะมีศูนย์กลางประมาณธาตุที่ 126 และเป็นส่วนขยายของตารางธาตุและตารางนิวไคลด์จะถูกจำกัดโดยดริปไลน์ (Drip line) ของโปรตอนและนิวตรอน มีการทำนายอื่น ๆ อีกมากมายที่นำเสนอเกี่ยวกับจุดสิ้นสุดของตารางธาตุ รวมทั้งตารางธาตุจะสิ้นสุดที่ธาตุ 128 ซึ่งเสนอโดยจอห์น เอมสลีย์ สิ้นสุดที่ธาตุ 137 โดยริชาร์ด ไฟน์แมน และสิ้นสุดที่ธาตุ 155 โดยอัลเบิร์ต คาซาน

แบบจำลองของบอร์

แบบจำลองของบอร์จะมีความยากลำบากในการอธิบายถึงอะตอมของธาตุที่มีเลขอะตอมเท่ากับ 137 ขึ้นไป ธาตุใด ๆ ก็ตามที่มีเลขอะตอมมากกว่า 137 มันจะต้องการอิเล็กตรอนในวงย่อย 1s เพื่อที่จะให้เดินทางได้เร็วกว่าแสง ดังนั้นแบบจำลองของบอร์จึงไม่ได้ถูกใช้เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ที่ถูกต้องของธาตุเหล่านั้น

สมการแสดงความสัมพันธ์ของดิแรก

สมการแสดงความสัมพันธ์ของดิแรกจะมีปัญหาเมื่อธาตุนั้นมีโปรตอนมากกว่า 137 ตัว สำหรับธาตุเหล่านั้น ฟังก์ชันคลื่นของสถานะพื้นของดิแรกจะเกิดการแกว่งมากกว่าที่จะยึดกันไว้ และจะไม่มีช่องว่างระหว่างพลังงานบวกและลบของสเปกตรัม ซึ่งมีในปฏิทรรศน์ของไคลน์ การคำนวณที่แม่นยำขึ้นโดยคำนึงถึงผลกระทบของการจำกัดขนาดของนิวเคลียส แสดงให้เห็นว่าพลังงานที่ทำให้นิวเคลียสอยู่รวมกัน จะมีค่าเกินขีดจำกัดสำหรับธาตุที่มีโปรตอนมากกว่า 137 ตัว สำหรับธาตุที่หนักกว่านั้น ถ้าวงอิเล็กตรอนชั้นในสุด (1s) ไม่ถูกเติมเต็ม จะทำให้สนามไฟฟ้าของนิวเคลียสจะดึงอิเล็กตรอนออกจากสุญญากาศ ส่งผลให้อะตอมนั้นเกิดการปล่อยโพซิตรอนออกมาโดยธรรมชาติ ถึงอย่างนั้น ผลกระทบนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าวงอิเล็กตรอนชั้นในสุดได้รับการเติมเต็มแล้ว ดังนั้นธาตุที่ 137 จึงไม่จำเป็นว่าจะเป็นที่สิ้นสุดของตารางธาตุ

ตำแหน่งของไฮโดรเจนและฮีเลียม

บ่อยครั้งที่ไฮโดรเจนและฮีเลียมถูกวางในตำแหน่งที่แตกต่างกัน แทนที่จะวางใกล้กัน เนื่องด้วยการจัดเรียงอิเล็กตรอน ไฮโดรเจนส่วนใหญ่จะถูกจัดให้อยู่บนลิเทียม โดยพิจารณาจากการจัดเรียงอิเล็กตรอน แต่บางครั้งมันก็จะถูกจัดให้อยู่เหนือฟลูออรีนหรือคาร์บอน เนื่องจากไฮโดรเจนแสดงพฤติกรรมที่มีความคล้ายคลึงกับธาตุเหล่านั้น บางครั้งไฮโดรเจนอาจจะถูกจัดให้อยู่เดี่ยว ๆ ซึ่งหมายความว่าไฮโดรเจนไม่มีสมบัติเหมือนกับธาตุในหมู่ใด ๆ เลย ฮีเลียม ส่วนใหญ่แล้วจะถูกจัดให้อยู่เหนือนีออน เพราะมีสมบัติทางเคมีคล้ายคลึงกันมาก ถึงแม้ว่าบางครั้งมันจะถูกจัดให้อยู่เหนือเบริลเลียมเนื่องด้วยการจัดเรียงอิเล็กตรอน (ฮีเลียม: 1s2 เบริลเลียม: [He] 2s2)

หมู่ของโลหะแทรนซิชัน

นิยามของโลหะแทรนซิชันโดยไอยูแพกนั้น คือธาตุที่อิเล็กตรอนนั้นจะเข้าไปอยู่ในวงย่อย d หรือจะเป็นประจุบวกเพื่อเติมเต็มวงย่อย d จากคำนิยามนี้ ทำให้ธาตุในหมู่ 3–11 เป็นโลหะแทรนซิชัน คำนิยามของไอยูแพกทำให้ธาตุในหมู่ 12 ซึ่งประกอบด้วยสังกะสี แคดเมียม และปรอท ออกจากการเป็นโลหะแทรนซิชันไป

นักเคมีบางคนอธิบายว่า "ธาตุบล็อก-d" และ "โลหะแทรนซิชัน" สามารถสลับกันได้ ซึ่งทำให้หมู่ที่ 3–12 กลายเป็นโลหะแทรนซิชัน ในกรณีนี้ธาตุหมู่ 12 จะถือว่าเป็นกรณีพิเศษของโลหะแทรนซิชัน เพราะธาตุหมู่ 12 ไม่ได้ใช้อิเล็กตรอนในวงย่อย d ในการทำพันธะกับธาตุอื่น แต่การค้นพบล่าสุด พบว่าปรอทสามารถใช้อิเล็กรอนในวงย่อย d ในการสร้างพันธะกับฟลูออรีน เป็นเมอร์คิวรี(IV) ฟลูออไรด์ (HgF4) ทำให้มีนักเคมีบางคนเสนอว่าปรอทควรจะถูกจัดให้เป็นโลหะแทรนซิชัน ส่วนนักเคมีคนอื่น ๆ เช่น เจนเซน แย้งว่าการเกิดของ HgF4 สามารถเกิดได้ในภาวะที่ผิดปกติอย่างมากเท่านั้น ดังนั้นปรอทจึงไม่ถูกจัดให้เป็นโลหะแทรนซิชัน โดยการพิจารณาความหมายโดยสามัญ

แต่ก็ยังมีนักเคมีบางคนที่ไม่รวมธาตุหมู่ 3 ในกลุ่มโลหะแทรนซิชัน โดยคำนิยามของโลหะแทรนซิชัน พวกเขาทำบนพื้นฐานที่ว่าธาตุในหมู่ 3 ไม่มีไอออนใด ๆ ที่สามารถไปเติมเต็มวงย่อย d ได้ และไม่แสดงสมบัติทางเคมีที่คล้ายคลึงกับโลหะแทรนซิชันเลย ในกรณีนี้ธาตุหมู่ 4–11 จะถูกจัดให้เป็นโลหะแทรนซิชัน แม้ว่าธาตุหมู่ 3 มีสมบัติทางเคมีเหมือนโลหะแทรนซิชันบางประการ แต่ก็ยังมีสมบัติทางกายภาพที่เหมือนกันด้วย (การมีอยู่ของ d อิเล็กตรอน)

ธาตุคาบ 6 และ 7 ในหมู่ที่ 3

ถึงแม้ว่าสแกนเดียมและอิตเทรียมจะเป็นธาตุหมู่ 3 สองตัวแรกตลอด ตัวตนของธาตุอีกสองตัวยังไม่ได้ถูกยืนยัน พวกมันอาจจะเป็นแลนทานัมกับแอกทิเนียมหรือลูทีเชียมกับลอว์เรนเชียม ถึงแม้มันยังมีข้อโต้แย้งทางเคมีและกายภาพที่สนับสนุนการจัดโดยนำลูทีเชียมและลอว์เรนเชียมเป็นธาตุหมู่ 3 แต่ก็ไม่ควรที่จะเชื่อถือนัก คำนิยามปัจจุบันของคำว่า "แลนทาไนด์" ของไอยูแพก รวมธาตุ 15 ตัว ซึ่งมีทั้งแลนทานัมและลูทีเชียม และ "โลหะแทรนซิชัน" อาจจะเป็นแลนทานัมหรือแอกทิเนียมก็ได้ หรือแม้กระทั่งลูทีเชียม แต่ไม่ใช่ลอว์เรนเชียม เนื่องจากหลักการออฟบาวไม่มีความถูกต้องแล้ว โดยทั่วไป อิเล็กตรอนของลอว์เรนเชียมตัวที่ 103 จะต้องเข้าไปอยู่ในวงย่อย d แต่การวิจัยทางกลศาสตร์ควอนตัมชี้ให้เห็นว่าลอว์เรนเชียมมีการจัดเรียงอิเล็กตรอนเป็น [Rn] 5f14 7s2 7p1 เนื่องด้วยผลกระทบจากความสัมพันธ์ระหว่างธาตุเคมี ไอยูแพกจึงยังไม่ได้แนะนำรูปแบบที่เจาะจง สำหรับธาตุในบล็อก-f และยังคงเป็นข้อโต้แย้งต่อไป

แลนทานัมและแอกทิเนียม


La และ Ac อยู่ใต้ Y

แลนทานัมและแอกทิเนียมมักจะถูกจัดให้เป็นธาตุหมู่ 3 โดยมีการเสนอตำแหน่งของธาตุทั้งสองนี้ครั้งแรกในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1940 ด้วยการปรากฏตัวของตารางธาตุที่จัดเรียงตามการจัดเรียงอิเล็กตรอนของธาตุเคมีและความคิดในการแยกแยะอิเล็กตรอน การจัดเรียงอิเล็กตรอนของซีเซียม แบเรียม และแลนทานัม คือ [Xe]6s1 [Xe]6s2 และ [Xe]5d16s2 ดังนั้นแลนทานัมจึงมีอิเล็กตรอนในชั้น 5d แยกออกมาและทำให้แลนทานัมกลายเป็น "ธาตุหมู่ 3 และธาตุตัวแรกในบล็อก d ของคาบ 6" กลุ่มของธาตุที่จัดเรียงอิเล็กตรอนคล้าย ๆ กันพบได้ในหมู่ 3: สแกนเดียม [Ar]3d14s2 อิตเทรียม [Kr]4d15s2 และแลนทานัม [Xe]5d16s2 อิตเทอร์เบียมและลูทีเชียม ซึ่งอยู่ในคาบ 6 เหมือนกัน มีการจัดเรียงอิเล็กตรอนเป็น [Xe]4f135d16s2 และ [Xe]4f145d16s2 ตามลำดับ "ส่งผลให้เกิดอิเล็กตรอนชั้น 4f แยกออกมาในลูทีเชียม และทำให้มันเป็นธาตุสุดท้ายของบล็อก f ของคาบ 6" ภายหลัง มีงานวิจัยจากการวิเคราะห์สเปกตรัม พบว่าการจัดเรียงอิเล็กตรอนที่แท้จริงของอิตเทอร์เบียมเป็น [Xe]4f146s2 หมายความว่าทั้งอิตเทอร์เบียมและลูทีเชียม ต่างมี 14 อิเล็กตรอนในบล็อก f "ส่งผลให้เกิดอิเล็กตรอน d แยกออกมาแทนที่จะเป็น f สำหรับลูทีเชียม" และทำให้ลูทีเชียมกลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งใต้อิตเทรียมเช่นเดียวกันกับ [Xe]5d16s2 แลนทานัม แต่แลนทานัมได้เปรียบจากตำแหน่ง เนื่องจากอิเล็กตรอน 5d1 ปรากฏตัวครั้งแรกในการจัดเรียงนี้ ขณะที่มันปรากฏเป็นครั้งที่สามสำหรับลูทีเชียม นอกจากนี้อิเล็กตรอน 5d1 ยังปรากฏบ้างเป็นครั้งที่สองในธาตุแกโดลิเนียมด้วยเช่นกัน

ในทางพฤติกรรมเคมี ธาตุหมู่สามจะมีแนวโน้มคุณสมบัติต่าง ๆ ลดลงไปในแต่ละคาบ ไม่ว่าจะเป็นจุดหลอมเหลว อิเล็กโทรเนกาติวิตี หรือรัศมีไอออน สแกนเดียม อิตเทรียม แลนทานัม และแอกทิเนียมคล้ายคลึงกันกับธาตุหมู่ 1-2 ที่อยู่ข้างเคียง ในรูปแบบนี้ จำนวน f อิเล็กตรอนของไอออนที่พบได้บ่อยสุดของธาตุบล็อก f จะสอดคล้องกับตำแหน่งในบล็อก f ตัวอย่างเช่น จำนวน f อิเล็กตรอนของธาตุบล็อก f สามตัวแรก คือ Ce 1 Pr 2 Nd 3

ลูทีเชียมและลอว์เรนเชียม


Lu และ Lr อยู่ใต้ Y

ในรูปแบบนี้ ลูทีเชียมและลอว์เรนเชียมเป็นธาตุหมู่ 3 วิธีการแรก ๆ ที่แยกสแกนเดียม อิตเทรียม และลูทีเชียม คือ การพิจารณาว่าธาตุเหล่านี้ปรากฏตัวอยู่ด้วยกัน เรียกว่า "หมู่อิตเทรียม" ขณะที่แลนทานัมและแอกทิไนด์ ปรากฏตัวอยู่ด้วยกันใน "หมู่ซีเรียม" ดังนั้น ลูทีเชียมจึงถูกจัดให้อยู่ในหมู่ 3 แทนที่แลนทานัมโดยนักเคมีบางคนในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1920 และ 1930 นักฟิสิกส์หลายคนในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1950 และ 1960 นิยมนำลูทีเชียมจัดเป็นธาตุหมู่ 3 เมื่อมีการเปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพกับแลนทานัมแล้ว การจัดเรียงเช่นนี้ โดยนำแลนทานัมไปไว้เป็นธาตุตัวแรกของบล็อก f กลายเป็นข้อถกเถียงในหมู่นักเขียนบางส่วน เพราะแลนทานัมขาด f อิเล็กตรอน แต่ก็มีข้อโต้แย้งว่า เป็น "ข้อกังวลที่ไม่ถูกต้อง" ตัวอย่างเช่น ทอเรียม เป็นธาตุในบล็อก f แต่ไม่มี f อิเล็กตรอน สำหรับลอว์เรนเชียม การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอมสถานะแก๊สถูกยืนยันในปี พ.ศ. 2558 เป็น [Rn]5f147s27p1 การจัดเรียงอิเล็กตรอนนี้แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติอีกประการ คือ ไม่ว่าลอว์เรนเชียมจะอยู่ตำแหน่งไหนในบล็อก f หรือ บล็อก d แต่ตัวธาตุมี p อิเล็กตรอนตัวแรก ซึ่งตำแหน่งธาตุที่จะมี p อิเล็กตรอนตัวแรกได้ถูกจัดไว้ให้กับนิโฮเนียม ซึ่งคาดว่าจะมีการจัดเรียงอิเล็กตรอนเป็น [Rn]5f146d107s27p1

สแกนเดียม อิตเทรียม และ ลูทีเชียม (และลอว์เรนเชียมที่เป็นไปได้) มีพฤติกรรมคล้ายไตรวาเลนต์ของโลหะหมู่ 1 และ 2 ในทางตรงกันข้าม ธาตุจะมีแนวโน้มคุณสมบัติต่าง ๆ ลดลงไปในแต่ละคาบ ไม่ว่าจะเป็นจุดหลอมเหลว อิเล็กโทรเนกาติวิตี หรือรัศมีไอออน คล้ายคลึงกับธาตุในหมู่ 4–8 ในรูปแบบนี้ จำนวน f อิเล็กตรอนของอะตอมธาตุบล็อก f ในสถานะแก๊ส โดยปกติจะสอดคล้องกับตำแหน่งในบล็อก f ตัวอย่างเช่น จำนวน f อิเล็กตรอนของธาตุบล็อก f ห้าตัวแรก คือ La 0 Ce 1 Pr 3 Nd 4 และ Pm 5

แลนทาไนด์และแอกทิไนด์


เครื่องหมายอยู่ใต้ Y

นักเขียนจำนวนหนึ่งวางตำแหน่งธาตุแลนทาไนด์และแอกทิไนด์ทั้ง 30 ธาตุไว้ในตำแหน่งทั้งสองใต้อิตเทรียม ในรูปแบบนี้ ซึ่งได้ถูกกล่าวถึงใน Red Book ปี พ.ศ. 2549 ว่าเป็นรูปแบบที่ยอมรับจากไอยูแพกในปี พ.ศ. 2549 (ในภายหลังก็ปรากฏรูปแบบอื่นอีกมากมาย และมีอัปเดตล่าสุดในวันที่ 1 ธ.ค. 2561) โดยให้ความสำคัญถึงความเหมือนของธาตุทั้ง 15 ตัวในแลนทาไนด์ (La ถึง Lu) อาจจะเพื่อหลีกเลี่ยงความกำกวมว่าธาตุใดควรจะเป็นธาตุหมู่ 3 ใต้อิตเทรียม กับบล็อก f ที่กว้าง 15 ช่อง (ขณะที่ธาตุบล็อก f สามารถมีได้แค่ 14 ตัวไม่ว่าจะอยู่ในแถวใด)

ตารางธาตุในรูปแบบที่เหมาะสม

มีตารางธาตุหลายรูปแบบที่ถูกเสนอว่าควรจะเป็นตารางธาตุที่มีรูปแบบเหมาะสม คำตอบของคำถามนี้ขึ้นอยู่กับว่าตารางธาตุนั้นบอกรายละเอียดเกี่ยวกับธาตุได้พอดีและอยู่บนพื้นฐานของความจริงหรือไม่ แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการสังเกตการณ์ของมนุษย์ ตารางธาตุที่เหมาะสมนั้นจะต้องอธิบายได้ว่าไฮโดรเจนและฮีเลียมควรจะอยู่ที่ไหน และธาตุหมู่ 3 จะมีอะไรบ้าง คำตอบดังกล่าวจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงด้วยเช่นกัน ถ้ามีความจริงนั้นอยู่แล้ว มันอาจจะยังไม่ถูกค้นพบ ในกรณีที่ไม่มีคำตอบ การนำตารางธาตุหลายรูปแบบมารวมกัน ก็สามารถทำให้ตารางธาตุสมบูรณ์แบบขึ้นได้ และมีการเน้นแง่มุมที่แตกต่างกันของสมบัติทางเคมีและความสัมพันธ์ระหว่างธาตุ ความแพร่หลายของตารางธาตุในรูปแบบมาตรฐาน หรือรูปแบบยาว อาจจะเป็นตารางธาตุที่ดีแล้ว มีความสมดุลของเอกลักษณ์ในแง่ของโครงสร้างและขนาด การเรียงธาตุตามสมบัติของอะตอมและแนวโน้มพีรีออดิก

  1. . BBC News. 4 มกราคม 2016. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 4 มกราคม 2016.
  2. St. Fleur, Nicholas (1 ธันวาคม 2016). . New York Times. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 14 สิงหาคม 2017.
  3. Emsley, John (2011). Nature's Building Blocks: An A-Z Guide to the Elements (New ed.). New York, NY: Oxford University Press. ISBN 978-0-19-960563-7.
  4. Greenwood, pp. 24–27
  5. Gray, p. 6
  6. . IUPAC. 2016-11-30. สืบค้นเมื่อ2016-11-30.
  7. Haire, Richard G. (2006). "Fermium, Mendelevium, Nobelium and Lawrencium". ใน Morss; Edelstein, Norman M.; Fuger, Jean (บ.ก.). The Chemistry of the Actinide and Transactinide Elements (3rd ed.). Dordrecht, The Netherlands: Springer Science+Business Media. ISBN 1-4020-3555-1.
  8. Gray, p. 11
  9. Scerri 2007, p. 24
  10. Messler, R. W. (2010). The essence of materials for engineers. Sudbury, MA: Jones & Bartlett Publishers. p. 32. ISBN 0-7637-7833-8.
  11. Bagnall, K. W. (1967). "Recent advances in actinide and lanthanide chemistry". ใน Fields, P.R.; Moeller, T. (บ.ก.). Advances in chemistry, Lanthanide/Actinide chemistry. Advances in Chemistry. 71. American Chemical Society. pp. 1–12. doi:. ISBN 0-8412-0072-6.
  12. Day, M. C., Jr.; Selbin, J. (1969). Theoretical inorganic chemistry (2nd ed.). New York: Nostrand-Rienhold Book Corporation. p. 103. ISBN 0-7637-7833-8.
  13. Holman, J.; Hill, G. C. (2000). Chemistry in context (5th ed.). Walton-on-Thames: Nelson Thornes. p. 40. ISBN 0-17-448276-0.
  14. Leigh, G. J. (1990). Nomenclature of Inorganic Chemistry: Recommendations 1990. Blackwell Science. ISBN 0-632-02494-1.
  15. Fluck, E. (1988). (PDF). Pure Appl. Chem. IUPAC. 60 (3): 431–436. doi:. สืบค้นเมื่อ24 March 2012.
  16. Moore, p. 111
  17. Greenwood, p. 30
  18. Stoker, Stephen H. (2007). General, organic, and biological chemistry. New York: Houghton Mifflin. p. 68. ISBN 978-0-618-73063-6. OCLC .
  19. Mascetta, Joseph (2003). Chemistry The Easy Way (4th ed.). New York: Hauppauge. p. 50. ISBN 978-0-7641-1978-1. OCLC .
  20. Kotz, John; Treichel, Paul; Townsend, John (2009). Chemistry and Chemical Reactivity, Volume 2 (7th ed.). Belmont: Thomson Brooks/Cole. p. 324. ISBN 978-0-495-38712-1. OCLC .
  21. Gray, p. 12
  22. Jones, Chris (2002). d- and f-block chemistry. New York: J. Wiley & Sons. p. 2. ISBN 978-0-471-22476-1. OCLC .
  23. Silberberg, M. S. (2006). Chemistry: The molecular nature of matter and change (4th ed.). New York: McGraw-Hill. p. 536. ISBN 0-07-111658-3.
  24. Manson, S. S.; Halford, G. R. (2006). Fatigue and durability of structural materials. Materials Park, Ohio: ASM International. p. 376. ISBN 0-87170-825-6.
  25. Bullinger, Hans-Jörg (2009). Technology guide: Principles, applications, trends. Berlin: Springer-Verlag. p. 8. ISBN 978-3-540-88545-0.
  26. Myers, R. (2003). The basics of chemistry. Westport, CT: Greenwood Publishing Group. pp. 61–67. ISBN 0-313-31664-3.
  27. Chang, Raymond (2002). Chemistry (7 ed.). New York: McGraw-Hill. pp. 289–310, 340–42. ISBN 0-07-112072-6.
  28. Greenwood, p. 27
  29. Jolly, W. L. (1991). Modern Inorganic Chemistry (2nd ed.). McGraw-Hill. p. 22. ISBN 978-0-07-112651-9.
  30. Greenwood, p. 28
  31. IUPAC, Compendium of Chemical Terminology, 2nd ed. (the "Gold Book") (1997). Online corrected version: (2006-) "".
  32. Pauling, L. (1932). "The Nature of the Chemical Bond. IV. The Energy of Single Bonds and the Relative Electronegativity of Atoms". Journal of the American Chemical Society. 54 (9): 3570–3582. doi:.
  33. Allred, A. L. (1960). . Journal of Inorganic and Nuclear Chemistry. Northwestern University. 17 (3–4): 215–221. doi:. สืบค้นเมื่อ11 June 2012.
  34. Huheey, Keiter & Keiter, p. 42
  35. Siekierski, Slawomir; Burgess, John (2002). Concise chemistry of the elements. Chichester: Horwood Publishing. pp. 35‒36. ISBN 1-898563-71-3.
  36. Chang, pp. 307–309
  37. Huheey, Keiter & Keiter, pp. 42, 880–81
  38. Yoder, C. H.; Suydam, F. H.; Snavely, F. A. (1975). Chemistry (2nd ed.). Harcourt Brace Jovanovich. p. 58. ISBN 978-0-15-506465-2.
  39. Huheey, Keiter & Keiter, pp. 880–85
  40. Sacks, O. (2009). Uncle Tungsten: Memories of a chemical boyhood. New York: Alfred A. Knopf. pp. 191, 194. ISBN 978-0-375-70404-8.
  41. Gray, p. 9
  42. MacKay, K. M.; MacKay, R. A.; Henderson, W. (2002). Introduction to Modern Inorganic Chemistry (6th ed.). Cheltenham: Nelson Thornes. pp. 194–196. ISBN 978-0-7487-6420-4.
  43. Remy, H. (1956). Kleinberg, J. (บ.ก.). Treatise on Inorganic Chemistry. 2. Amsterdam: Elsevier. p. 30.
  44. Phillips, C. S. G.; Williams, R. J. P. (1966). Inorganic Chemistry. Oxford: Clarendon Press. pp. 4–5.
  45. King, R. B. (1995). Inorganic chemistry of main group elements. New York: Wiley-VCH. p. 289.
  46. Greenwood & Earnshaw, p. 947
  47. Spedding, F. H.; Beadry, B. J. (1968). "Lutetium". ใน Hampel, C. A. (บ.ก.). The Encyclopedia of the Chemical Elements. Reinhold Book Corporation. pp. 374–378.
  48. Settouti, N.; Aourag, H. (2014). "A Study of the Physical and Mechanical Properties of Lutetium Compared with Those of Transition Metals: A Data Mining Approach". JOM. 67 (1): 87–93. Bibcode:. doi:.
  49. Silva, Robert J. (2011). "Chapter 13. Fermium, Mendelevium, Nobelium, and Lawrencium". ใน Morss, Lester R.; Edelstein, Norman M.; Fuger, Jean (บ.ก.). The Chemistry of the Actinide and Transactinide Elements. Netherlands: Springer. pp. 1621–1651. doi:. ISBN 978-94-007-0210-3.
  50. Sato, T. K.; Asai, M.; Borschevsky, A.; Stora, T.; Sato, N.; Kaneya, Y.; Tsukada, K.; Düllman, Ch. E.; Eberhardt, K.; Eliav, E.; Ichikawa, S.; Kaldor, U.; Kratz, J. V.; Miyashita, S.; Nagame, Y.; Ooe, K.; Osa, A.; Renisch, D.; Runke, J.; Schädel, M.; Thörle-Pospiech, P.; Toyoshima, A.; Trautmann, N. (9 April 2015). (PDF). Nature. 520 (7546): 209–211. Bibcode:. doi:. PMID .
  51. Steele, D. The Chemistry of the Metallic Elements. Oxford: Pergamon Press. p. 67.
  52. Greenwood, N. N.; Earnshaw, A. Chemistry of the Elements (2nd ed.). Oxford: Elsevier Science Ltd. p. 1206. ISBN 978-0-7506-3365-9.
  53. MacKay, K. M.; MacKay, R. A.; Henderson, W. (2002). Introduction to Modern Inorganic Chemistry (6th ed.). Cheltenham: Nelson Thornes. pp. 194–196, 385. ISBN 978-0-7487-6420-4.
  54. Siegfried, Robert (2002). From elements to atoms a history of chemical composition. Philadelphia, Pennsylvania: Library of Congress Cataloging-in-Publication Data. p. 92. ISBN 0-87169-924-9.
  55. Horvitz, Leslie (2002). Eureka!: Scientific Breakthroughs That Changed The World. New York: John Wiley. p. 43. ISBN 978-0-471-23341-1. OCLC .
  56. Ball, p.100
  57. van Spronsen, J. W. (1969). The periodic system of chemical elements. Amsterdam: Elsevier. p. 19. ISBN 0-444-40776-6.
  58. (ภาษาฝรั่งเศส). Annales des Mines history page. สืบค้นเมื่อ18 September 2014.
  59. Odling, W. (2002). "On the proportional numbers of the elements". Quarterly Journal of Science. 1: 642–648 (643).
  60. Scerri, Eric R. (2011). The periodic table: A very short introduction. Oxford: Oxford University Press. ISBN 978-0-19-958249-5.
  61. Kaji, M. (2004). "Discovery of the periodic law: Mendeleev and other researchers on element classification in the 1860s". ใน Rouvray, D. H.; King, R. Bruce (บ.ก.). The periodic table: Into the 21st Century. Research Studies Press. pp. 91–122 (95). ISBN 0-86380-292-3.
  62. Newlands, John A. R. (20 August 1864). . Chemical News. 10: 94–95.
  63. Newlands, John A. R. (18 August 1865). . Chemical News. 12: 83.
  64. Scerri 2007, p. 306
  65. Brock, W. H.; Knight, D. M. (1965). "The Atomic Debates: 'Memorable and Interesting Evenings in the Life of the Chemical Society'". Isis. The University of Chicago Press. 56 (1): 5–25. doi:.
  66. Scerri 2007, pp. 87, 92
  67. Kauffman, George B. (March 1969). "American forerunners of the periodic law". Journal of Chemical Education. 46 (3): 128–135 (132). Bibcode:. doi:.
  68. Mendelejew, Dimitri (1869). "Über die Beziehungen der Eigenschaften zu den Atomgewichten der Elemente". Zeitschrift für Chemie (ภาษาเยอรมัน): 405–406.
  69. Venable, pp. 96–97; 100–102
  70. Ball, pp. 100–102
  71. Pullman, Bernard (1998). The Atom in the History of Human Thought. Translated by Axel Reisinger. Oxford University Press. p. 227. ISBN 0-19-515040-6.
  72. Ball, p. 105
  73. Atkins, P. W. (1995). The Periodic Kingdom. HarperCollins Publishers, Inc. p. 87. ISBN 0-465-07265-8.
  74. Samanta, C.; Chowdhury, P. Roy; Basu, D.N. (2007). "Predictions of alpha decay half lives of heavy and superheavy elements". Nucl. Phys. A. 789: 142–154. arXiv:. Bibcode:. doi:.
  75. Scerri 2007, p. 112
  76. Kaji, Masanori (2002). (PDF). Bull. Hist. Chem. Tokyo Institute of Technology. 27 (1): 4–16. สืบค้นเมื่อ11 June 2012.
  77. Adloff, Jean-Pierre; Kaufman, George B. (25 September 2005). . The Chemical Educator. สืบค้นเมื่อ26 March 2007.
  78. Hoffman, D. C.; Lawrence, F. O.; Mewherter, J. L.; Rourke, F. M. (1971). . Nature. 234 (5325): 132–134. Bibcode:. doi:.
  79. Gray, p. 12
  80. Deming, Horace G (1923). General chemistry: An elementary survey. New York: J. Wiley & Sons. pp. 160, 165.
  81. Abraham, M; Coshow, D; Fix, W. (PDF). New York: Chemsource, Inc. p. 3.
  82. Emsley, J (7 March 1985). "Mendeleyev's dream table". New Scientist: 32–36(36).
  83. Fluck, E (1988). "New notations in the period table". Pure & Applied Chemistry. 60 (3): 431–436 (432). doi:.
  84. Ball, p. 111
  85. Scerri 2007, pp. 270‒71
  86. Masterton, William L.; Hurley, Cecile N.; Neth, Edward J. Chemistry: Principles and reactions (7th ed.). Belmont, CA: Brooks/Cole Cengage Learning. p. 173. ISBN 1-111-42710-0.
  87. Ball, p. 123
  88. Barber, Robert C.; Karol, Paul J; Nakahara, Hiromichi; Vardaci, Emanuele; Vogt, Erich W. (2011). "Discovery of the elements with atomic numbers greater than or equal to 113 (IUPAC Technical Report)". Pure Appl. Chem. 83 (7): 1485. doi:.CS1 maint: multiple names: authors list (link)
  89. [Experiment on sythesis of the 117th element is to be continued] (ภาษารัสเซีย). JINR. 2012.
  90. Scerri, Eric (2013). . A Tale of 7 Elements. New York: Oxford University Press (USA). pp. 175–194 (190). ISBN 978-0-19-539131-2. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 10 กันยายน 2017. ... no interruptions in the sequence of increasing atomic numbers ...
  91. Newell, S. B. (1980). . Boston: Little, Brown and Company. p. 196. ISBN 978-0-316-60455-0. สืบค้นเมื่อ27 August 2016.
  92. Jensen, W. B. (1982). "Classification, Symmetry and the Periodic Table". Computers & Mathematics with Applications. 12B (1/2): 487–510 (498). doi:.
  93. Leach, M. R. (2012). "Concerning electronegativity as a basic elemental property and why the periodic table is usually represented in its medium form". Foundations of Chemistry. 15 (1): 13–29. doi:.
  94. Thyssen, P.; Binnemans, K. (2011). Gschneidner Jr., K. A.; Bünzli, J-C.G; Vecharsky, Bünzli (บ.ก.). Accommodation of the Rare Earths in the Periodic Table: A Historical Analysis. Handbook on the Physics and Chemistry of Rare Earths. 41. Amsterdam: Elsevier. p. 76. ISBN 978-0-444-53590-0.
  95. Jensen, William B. (1986). (PDF). Comp. & Maths. With Appls. 12B (I/2). สืบค้นเมื่อ18 January 2017.
  96. . Science History Institute. Click on 'Finding Aid' to go to full finding aid.
  97. Scerri 2007, p. 20
  98. . Fields of Science. fieldofscience.com. 22 มีนาคม 2009. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 4 มีนาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 4 มกราคม 2016.
  99. Emsely, J; Sharp, R (21 June 2010). . The Independent.
  100. Seaborg, Glenn (1964). "Plutonium: The Ornery Element". Chemistry. 37 (6): 14.
  101. Mark R. Leach. . สืบค้นเมื่อ16 October 2012.
  102. Mark R. Leach. . สืบค้นเมื่อ16 October 2012.
  103. Mazurs, E.G. (1974). Graphical Representations of the Periodic System During One Hundred Years. Alabama: University of Alabama Press. p. 111. ISBN 978-0-8173-3200-6.
  104. Mark R. Leach. . สืบค้นเมื่อ16 October 2012.
  105. Bradley, David (20 July 2011). . ChemViews Magazine. doi:.
  106. Schändel, Matthias (2003). The Chemistry of Superheavy Elements. Dordrecht: Kluwer Academic Publishers. p. 277. ISBN 1-4020-1250-0.
  107. Scerri 2011, pp. 142–143
  108. Frazier, K. (1978). "Superheavy Elements". Science News. 113 (15): 236–238. doi:. JSTOR .
  109. Pyykkö, Pekka (2011). "A suggested periodic table up to Z ≤ 172, based on Dirac–Fock calculations on atoms and ions". Physical Chemistry Chemical Physics. 13 (1): 161–168. Bibcode:. doi:. PMID .
  110. Elliot, Q. A. (1911). "A modification of the periodic table". Journal of the American Chemical Society. 33 (5): 684–688 (688). doi:.
  111. Glenn Seaborg (c. 2006). . Encyclopædia Britannica. สืบค้นเมื่อ16 March 2010.
  112. Cwiok, S.; Heenen, P.-H.; Nazarewicz, W. (2005). "Shape coexistence and triaxiality in the superheavy nuclei". Nature. 433 (7027): 705–9. Bibcode:. doi:. PMID .
  113. Ball, Philip in Chemistry World, Royal Society of Chemistry, Nov. 2010
  114. Eisberg, R.; Resnick, R. (1985). Quantum Physics of Atoms, Molecules, Solids, Nuclei and Particles. Wiley.
  115. Bjorken, J. D.; Drell, S. D. (1964). Relativistic Quantum Mechanics. McGraw-Hill.
  116. Greiner, W.; Schramm, S. (2008). "American Journal of Physics". 76: 509.Cite journal requires |journal= (help), and references therein.
  117. Ball, Philip (November 2010). . Royal Society of Chemistry. สืบค้นเมื่อ30 September 2012.
  118. Cronyn, Marshall W. (August 2003). "The Proper Place for Hydrogen in the Periodic Table". Journal of Chemical Education. 80 (8): 947–951. Bibcode:. doi:.
  119. Gray, p. 14
  120. IUPAC, Compendium of Chemical Terminology, 2nd ed. (the "Gold Book") (1997). Online corrected version: (2006-) "".
  121. Xuefang Wang; Lester Andrews; Sebastian Riedel; Martin Kaupp (2007). "Mercury Is a Transition Metal: The First Experimental Evidence for HgF4". Angew. Chem. Int. Ed. 46 (44): 8371–8375. doi:. PMID .
  122. Rayner-Canham, G; Overton, T. Descriptive inorganic chemistry (4th ed.). New York: W H Freeman. pp. 484–485. ISBN 0-7167-8963-9.
  123. Rayner-Canham, G; Overton, T. Descriptive inorganic chemistry (4th ed.). New York: W H Freeman. pp. 484–485. ISBN 0-7167-8963-9.
  124. Scerri, E. (2012). . Chemistry International. 34 (4).
  125. Eliav, E.; Kaldor, U.; Ishikawa, Y. (1995). "Transition energies of ytterbium, lutetium, and lawrencium by the relativistic coupled-cluster method". Phys. Rev. A. 52: 291–296. Bibcode:. doi:.
  126. Zou, Yu; Froese, Fischer C.; Uiterwaal, C.; Wanner, J.; Kompa, K.-L. (2002). "Resonance Transition Energies and Oscillator Strengths in Lutetium and Lawrencium". Phys. Rev. Lett. 88 (18): 183001. Bibcode:. doi:. PMID .
  127. Emsley, J. (2011). Nature's Building Blocks (new ed.). Oxford: Oxford University. p. 651. ISBN 978-0-19-960563-7.
  128. William B. Jensen (1982). "The Positions of Lanthanum (Actinium) and Lutetium (Lawrencium) in the Periodic Table". J. Chem. Educ. 59 (8): 634–636. Bibcode:. doi:.
  129. Trifonov, D. N. (1970). Rare-earth elements and their position in the periodic system (translated from Russian). New Delhi: Indian National Scientific Documentation Centre. pp. 201–202.
  130. Greenwood, N. N.; Harrington, T. J. (1973). The chemistry of the transition elements. Oxford: Clarendon Press. p. 50. ISBN 978-0-19-855435-6.
  131. Aylward, G.; Findlay, T. (2008). SI chemical data (6th ed.). Milton, Queensland: John Wiley & Sons. ISBN 978-0-470-81638-7.
  132. Wiberg, N. (2001). Inorganic Chemistry. San Diego: Academic Press. p. 119. ISBN 978-0-12-352651-9.
  133. Wulfsberg, G. (2006). "Periodic table: Trends in the properties of the elements". Encyclopedia of Inorganic Chemistry. New York: John Wiley & Sons. p. 3. ISBN 978-0-470-86210-0.
  134. Cotton, S. (2007). Lanthanide and Actinide Chemistry. Chichester: John Wiley & Sons. p. 150. ISBN 978-0-470-01006-8.
  135. Scerri, E. (15 กันยายน 2015). . Education in Chemistry. Royal Society of Chemistry. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก เมื่อ 23 ธันวาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 19 กันยายน 2015. It is high time that the idea of group 3 consisting of Sc, Y, La and Ac is abandoned
  136. Jensen, W. B. (2015). (PDF). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก (PDF) เมื่อ 23 December 2015. สืบค้นเมื่อ20 Sep 2015.
  137. Xu, W-H.; Pyykkö, P. (2016). "Is the chemistry of lawrencium peculiar?". Physical Chemistry Chemical Physics. 18 (26): 17351–17355. Bibcode:. doi:. PMID .
  138. King, R. B. (1995). Inorganic Chemistry of Main Group Elements. New York: Wiley-VCH. p. 289. ISBN 978-1-56081-679-9.
  139. Connelly, N. G.; Damhus, T.; Hartshorn, R. M.; Hutton, A. T. (2005). (PDF). RSC Publishing. p. vii. ISBN 978-0-85404-438-2. Lesser omissions include ... the several different outdated versions of the periodic table. (That on the inside front cover is the current IUPAC-agreed version.)
  140. Leigh, G. J. (2009). . Chemistry International. 31 (1). สืบค้นเมื่อ27 November 2018.
  141. Francl, Michelle (May 2009). (PDF). Nature Chemistry. 1 (2): 97–98. Bibcode:. doi:. PMID .
  1. ธาตุที่สังเคราะห์ขึ้นก่อนที่จะพบในธรรมชาติภายหลัง ได้แก่ เทคนีเชียม (Z=43), โพรมีเทียม (61), แอสทาทีน (85), เนปทูเนียม (93), พลูโทเนียม (94), อะเมริเซียม (95), คูเรียม (96), เบอร์คีเลียม (97) และแคลิฟอร์เนียม (98)
  2. ตารางธาตุบางตารางจะมีธาตุที่มีเลขอะตอมเท่ากับ 0 ถึงแม้ว่ามันจะไม่จำเป็นที่จะต้องมีก็ตาม
  3. แต่มีบางกรณีที่ไม่เป็นไปตามนี้ เช่น ในวงย่อยของบล็อก-d อิเล็กตรอนจะเต็มได้เมื่อถึงหมู่ 11 แทนที่จะเป็นหมู่ 12
  4. แก๊สมีตระกูล, แอสทาทีน แฟรนเซียม และทุกธาตุที่หนักกว่าอะเมริเซียม ยังไม่มีข้อมูลสำหรับเรื่องนี้
  5. ขณะที่ Lr ถูกคิดว่ามีอิเล็กตรอน p แทนที่จะเป็น d ในการจัดเรียงอิเล็กตรอนที่สถานะพื้น ก็ยังถูกพิจารณาให้เป็นโลหะระเหยง่ายที่สามารถสร้างไอออน +1 ในสารละลายเหมือนกับแทลเลียม แต่ก็ไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่แสดงว่ามีสมบัติดังกล่าวปรากฏออกมา แม้ว่าจะมีการทดลองที่พยายามจะพิสูจน์อยู่ ลอว์เรนเชียมถูกคาดว่าจะมี d อิเล็กตรอนในการจัดเรียงอิเล็กตรอนของมัน และนี่อาจจะเป็นกรณีทั่วไปของโลหะลอว์เรนเชียม แต่ลอว์เรนเชียมในสถานะแก๊สถูกคาดว่าจะมี p อิเล็กตรอน
  6. ดูที่ สำหรับประเภทของตารางธาตุที่เด่นชัด
  7. Karol (2002, p. 63) เขียนไว้ว่าผลกระทบจากแรงโน้มถ่วงจะทำให้มีธาตุที่มีเลขอะตอมสูงมาก ๆ และจะกลายเป็นนิวไคลด์ที่มีมวลมาก ๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะมีขึ้นบนดาวนิวตรอน (เลขอะตอมอาจจะมีมากถึง 1021) และอาจจะถูกจัดว่าเป็นธาตุที่หนักที่สุดในเอกภพ ดูเพิ่มที่: Karol P. J. (2002). "The Mendeleev–Seaborg periodic table: Through Z = 1138 and beyond". Journal of Chemical Education 79 (1): 60–63.
  8. ถ้าพวกเขาเชื่อในหลักการออฟบาว การจัดเรียงอิเล็กตรอนของลอว์เรนเชียมจะเป็นดังนี้[Rn] 5f14 6d1 7s2 แทนที่อิเล็กตรอนจะไปอยู่ในวงย่อย p มันไปอยู่ในวงย่อย d แทน
  9. ตัวอย่างสำหรับตารางธาตุรูปแบบนี้ดูที่ Atkins et al. (2006). Shriver & Atkins Inorganic Chemistry (4th ed.). Oxford: Oxford University Press • Myers et al. (2004). Holt Chemistry. Orlando: Holt, Rinehart & Winston • Chang R. (2000). Essential Chemistry (2nd ed.). Boston: McGraw-Hill
  10. ตัวอย่างสำหรับของตารางธาตุหมู่ 3 ที่มีธาตุหมู่ 3 เป็น Sc-Y-Lu-Lr ดูที่ Rayner-Canham G. & Overton T. (2013). Descriptive Inorganic Chemistry (6th ed.). New York: W. H. Freeman and Company • Brown et al. (2009). Chemistry: The Central Science (11th ed.). Upper Saddle River, New Jersey: Pearson Education • Moore et al. (1978). Chemistry. Tokyo: McGraw-Hill Kogakusha
  11. ปรากฏการณ์ขอแงการแยกหมู่ที่แตกต่างกัน เกิดขึ้นจากความเป็นเบสที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับรัศมีที่เพิ่มขึ้น และไม่ได้ทำให้เป็นเหตุผลมูลฐานที่แสดงว่า Lu อยู่ใต้ Y แทนที่จะเป็น La ดังนั้น ท่ามกลางโลหะแอลคาไลน์เอิร์ท Mg (เป็นเบสน้อยกว่า) จัดอยู่ใน "กลุ่มละลายน้ำได้" และ Ca, Sr and Ba (เป็นเบสมากกว่า) ปรากฏใน "กลุ่มแอมโมเนียมคาร์บอเนต" แต่อย่างไรก็ตาม Mg, Ca, Sr และ Ba ถูกรวมกลุ่มในหมู่ 2 ของตารางธาตุ ดูที่: Moeller et al. (1989). Chemistry with Inorganic Qualitative Analysis (3rd ed.). SanDiego: Harcourt Brace Jovanovich, pp. 955–956, 958.
  12. แม้ว่าโลหะลอว์เรนเชียมมี p อิเล็กตรอน การศึกษาแบบจำลองอย่างง่ายพบว่ามันจะมีพฤติกรรมคล้ายกับแลนทาไนด์ เหมือนกับธาตุตัวหลัง ๆ ของแอกทิไนด์
  13. อย่างไรก็ตาม สมาชิกจากไอยูแพกกล่าวว่า "ไอยูแพกจะไม่รับรองตารางธาตุรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเป็นเฉพาะเจาะจง และตารางธาตุที่ได้รับการรับรองจากไอยูแพกนั้นไม่มีอยู่จริง แม้ว่าสมาชิกของไอยูแพกจะมีการตีพิมพ์ไดอะแกรมที่มีหัวข้อว่า “ตารางธาตุของไอยูแพก". ถึงกระนั้น รูปแบบที่ไอยูแพกได้แนะนำไว้เกี่ยวกับตารางธาตุกล่าวถึงแค่การใส่เลขหมู่ 1–18"
  14. สำหรับตัวอย่างของตารางธาตุที่มีธาตุหมู่ 3 เป็น Ln and An ดูที่ Housecroft C. E. & Sharpe A. G. (2008). Inorganic Chemistry (3rd ed.). Harlow: Pearson Education • Halliday et al. (2005). Fundamentals of Physics (7th ed.). Hoboken, NewJersey: John Wiley & Sons • Nebergall et al. (1980). General Chemistry (6th ed.). Lexington: D. C. Heath and Company

ตารางธาตุ
ตารางธาต, การจ, ดเร, ยงธาต, เคม, ภาษาอ, เฝ, าด, แก, ไข, งกฤษ, periodic, table, การจ, ดเร, ยงธาต, เคม, ในร, ปแบบของตารางตามเลขอะตอม, การจ, ดเร, ยงอ, เล, กตรอน, และสมบ, ทางเคม, ำก, โดยจะใช, แนวโน, มพ, ออด, กเป, นโครงสร, างพ, นฐานของตาราง, แถวแนวนอนท, ของตารางเร,. tarangthatu karcderiyngthatuekhmi phasaxun efadu aekikh tarangthatu xngkvs Periodic table khux karcderiyngthatuekhmiinrupaebbkhxngtarangtamelkhxatxm karcderiyngxielktrxn aelasmbtithangekhmithisakn odycaichaenwonmphirixxdikepnokhrngsrangphunthankhxngtarang aethwaenwnxnthng 7 khxngtarangeriykwa khab odypktiolhaxyufngsayaelaxolhaxyufngkhwa swnaethwaenwtngeriykwa hmu prakxbdwythatuthimismbtithangekhmikhlaykhlungkn mi 6 hmuthiidrbkartngchuxthiyxmrbknthwipaelaelkhhmu echn thatuhmu 17 michuxwa aeholecn aelathatuhmu 18 michuxwa aeksmitrakul tarangthatuyngmixanaekhtrupsiehliymphunphaxyangngay 4 rupthieriykwa blxk sungekiywkhxngkbkaretimxxrbithlechingxatxmthiaetktangkn thatuthuktwnbtngaetmielkhxatxmethakb 1 ihodrecn cnthung 118 xxkaenssxn idrbkarkhnphbhruxsngekhraahkhunmaaelw thaihtarangthatuinpccubnmikhrbthng 7 khab 1 2 thatu 94 twaerkphbidinthrrmchati aemwabangtwxacmiprimannxyaelamikarsngekhraahthatuehlannkhunkxnthicaphbinthrrmchatiktam n 1 swnthatuthimielkhxatxmethakb 95 thung 118 sngekhraahkhunthngsininhxngptibtikarthangwithyasastrhruxinetaptikrnniwekhliyr 3 sahrbthatuthimielkhxatxmsungkwani inpccubnnkekhmikkalngphyayamsrangkhunma thatuehlanicaerimthikhab 8 aelaminganthvsditang thiihraylaexiydekiywkbthatuintaaehnngehlann niwikhldkmmntrngsisngekhraahcanwnmakkhxngthatuthiphbidinthrrmchatiksrangkhuninhxngptibtikardwyechnkn karcderiyngtarangthatusamarthichxthibaykhwamsmphnthkhxngsmbtithatutang aelayngichthanaysmbtithangekhmiaelaphvtikrrmkhxngthatuthiyngimidkhnphbhruxsngekhraahihm dmitri emnedeleyf nkekhmichawrsesiy tiphimphtarangthatuinlksnaaebbniepnkhnaerkinpi ph s 2412 cdodyeriyngtamsmbtithangekhmikhxngthatuthimiinkhnann aelaemnedeleyfyngsamarththanaythatuthiyngimkhnphbthikhadwasamarthetimetmchxngwangintarangthatuid karthanaykhxngekhaswnihyphisucnaelwwathuktxng aenwkhidkhxngemnedeleyfkkhxy khyayephimkhunaelaprbprungdwykarkhnphbhruxkarsngekhraahthatuihm aelakarphthnaaebbcalxngthangthvsdiihm thiichxthibayphvtikrrmkhxngthatuekhmi tarangthatuinpccubnihkrxbkhwamkhidthiepnpraoychntxkarwiekhraahptikiriyaekhmi aelanaipichknxyangkwangkhwanginkarsuksawichaekhmi fisiksniwekhliyr hruxwithyasastrsakhaxun enuxha 1 phaphrwm 1 1 karaebngtarangthatu 2 karcderiyngthatuintarangthatu 2 1 hmu 2 2 khab 2 3 blxk 2 4 khwamepnolha 3 aenwonmphirixxdik 3 1 karcderiyngxielktrxn 3 2 rsmixatxm 3 3 phlngnganixxxineschn 3 4 xielkothrenkatiwiti 3 5 smphrrkhphaphxielktrxn 3 6 khunsmbtiechingolha 3 7 klumechuxm 4 prawtikhxngtarangthatu 4 1 khwamphyayaminkarwangrabbkhrngaerk 4 2 tarangthatukhxngemnedeleyf 4 3 tarangthaturunthisxngaelakarphthnahlngcaknn 5 tarangthaturupaebbxun 5 1 tarangthatuaebbyaw 5 2 tarangthatuthiepliynokhrngsrang 6 khathamepidaelakarotaeyng 6 1 thatuthiimthrabsmbtithangekhmi 6 2 karkhyaytarangthatu 6 3 thatuthimielkhxatxmmakthisud 6 4 taaehnngkhxngihodrecnaelahieliym 6 5 hmukhxngolhaaethrnsichn 6 6 thatukhab 6 aela 7 inhmuthi 3 6 6 1 aelnthanmaelaaexkthieniym 6 6 2 luthiechiymaelalxwernechiym 6 6 3 aelnthaindaelaaexkthiind 6 7 tarangthatuinrupaebbthiehmaasm 7 duephim 8 xangxing 9 echingxrrth 10 brrnanukrm 11 aehlngkhxmulxunphaphrwm aekikhdkhktarangthatuhmu 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18olhaaexlkhail olhaaexlkhailnexirth nikoth ecn aechl okh ecn aehol ecn aeksmitrakulkhab 1 ihodr ecn1H hi eliym2He2 li ethiym3Li ebril eliym4Be obrxn5B kharbxn6C inotr ecn7N xxksi ecn8O fluxx rin9F nixxn10Ne3 os ediym11Na aemkni esiym12Mg xalumi eniym13Al sili kxn14Si fxs fxrs15P kamathn16S khlx rin17Cl xarkxn18Ar4 ophaeths esiym19K aekhl esiym20Ca saekn ediym21Sc itheth eniym22Ti waen ediym23V okhr emiym24Cr aemngka nis25Mn ehlk26Fe okhbxlt27Co nikekil28Ni thxngaedng29Cu sngkasi30Zn aekleliym31Ga ecxrem eniym32Ge sarhnu33As sili eniym34Se obrmin35Br khrip thxn36Kr5 rubi ediym37Rb strxn esiym38Sr xitethriym39Y esxrokh eniym40Zr inox ebiym41Nb omlib dinm42Mo ethkh niechiym43Tc ruthi eniym44Ru or ediym45Rh aephlel ediym46Pd engin47Ag aekhd emiym48Cd xinediym49In dibuk50Sn phlwng51Sb ethllu eriym52Te ixoxdin53 I sinxn54Xe6 si esiym55Cs aeberiym56Ba aeln thanm57La aehf eniym72Hf aethntha lm73Ta thng setn74W ri eniym75Re xxs emiym76Os xiriediym77Ir aephlt thinm78Pt thxngkha79Au prxth80Hg aethleliym81Tl takw82Pb bis mth83Bi phxol eniym84Po aexstha thin85At erdxn86Rn7 aefrn esiym87Fr er ediym88Ra aexkthi eniym89Ac rthethxr fxrediym104Rf dub eniym105Db si bxrekiym106Sg obh eriym107Bh hs esiym108Hs imt eneriym109Mt darm stdethiym110Ds erint ekeniym111Rg okhepxr niesiym112Cn nioh eniym113Nh flior ewiym114Fl mxsok ewiym115Mc liewxr mxeriym116Lv ethnens sin117Ts oxka enssxn118Og sieriym58Ce ephrsiox diemiym59Pr niox diemiym60Nd ophrmi ethiym61Pm saaem eriym62Sm yuor ephiym63Eu aekodli eniym64Gd ethxr ebiym65Tb disophr esiym66Dy ohl emiym67Ho exxrebiym68Er thueliym69Tm xitethxr ebiym70Yb luthi echiym71Lu thx eriym90Th ophraethk thieniym91Pa yuer eniym92U enpthu eniym93Np phluoth eniym94Pu xaemri esiym95Am khueriym96Cm ebxrkhi eliym97Bk aekhlifxr eniym98Cf ixnsit eniym99Es efxr emiym100Fm emned liewiym101Md oneb eliym102No lxwern echiym103Lr sida khxngaekhng siekhiyw khxngehlw siaedng aeks sietha imthrabsthana sikhxngelkhxatxm aesdngthungsthanakhxngssar thi 0 C aela 1 atm dukdabrrph karslaytw karsngekhraah krxb aesdngkarpraktinthrrmchatisiphunhlng aesdngthunghmukhxngthatuthiekidcakkhwamepnolha olha kungolha xolha immiklum tamsmbti thangekhmiolhaaexlkhail olhaaexlkhailnexirth aeln thaind aexkthiind olhaaethrnsichn olha hlngthransichn xolhahlaywaelns xolhawaelnsediyw aeksmitrakul tarangthatuthukrupaebbcaprakxbipdwythatuekhmiethann immisarphsm sarprakxb hruxxnuphakhmulthan n 2 xyuintarangthatudwy thatuekhmiaetlatwcaprakxbipdwyelkhxatxm sungcabngbxkcanwnoprtxninniwekhliyskhxngthatunn thatuswnihycamicanwnniwtrxnaetktangkn thamklangxatxmthiaetktangkn sungcaxyuinrupkhxngixosothp echn kharbxn miixosothpthipraktinthrrmchati 3 ixosothp odyixosothpkhxngkharbxnswnihythipraktinthrrmchaticaprakxbipdwyoprtxn 6 twaelaniwtrxn 6 tw aetmiephiyng 1 epxresntthicaminiwtrxn 7 tw aelamioxkasnidediywthicaphbkharbxnthiminiwtrxn 8 tw ixosothpaetlaixosothpcaimthukaeykxxkcakknintarangthatu phwkmnthukcdihepnthatuediywknipely thatuthiimmiixosothpthiesthiyrcasamarthhamwlxatxmidcakixosothpthiesthiyrthisudkhxngmn odymwlxatxmthiesthiyrthisuddngklawcaaesdnginwngelb 4 intarangthatumatrthan thatucathukeriyngtamelkhxatxm canwnoprtxninniwekhliyskhxngxatxm thiephimkhun khabihmcamiidktxemuxwngxielktrxnihmmixielktrxnxyuinwngxyangnxyhnungtw hmucakahndtamkarcderiyngxielktrxnkhxngxatxm thatuthimicanwnxielktrxnediywkninwngxielktrxnchnnxksudcathukcdihxyuinhmuediywkn echn xxksiecn kbsilieniym xyuinhmuediywknephraawaphwkmnmixielktrxn 4 twinwngxielktrxnchnnxksudehmuxnkn odythwip thatuthismbtithangekhmikhlaykncathukcdinhmuediywkn thungaemcaepninblxk f ktam aelathatubangtwinblxk d mithatuthimismbtiehmuxnkninkhabediywknechnkn dngnncungepneruxngngaythicathanaysmbtithangekhmikhxngthatuehlann tharuwathaturxb nnmikhunsmbtixyangir 5 cnthung ph s 2559 tarangthatumithatuthiidrbkaryunynaelw 118 tw tngaetthatuthi 1 ihodrecn thungthatuthi 118 xxkaenssxn 6 thatuthnghmd 98 phbidinthrrmchati xik 16 thatuthiehlux nbtngaet thatuthi 99 ixnsiteniym cnthungthatuthi 118 xxkaenssxn thuksngekhraahkhuninhxngptibtikarthangwithyasastrethann inbrrdathatu 98 twthiphbinthrrmchatini mithatu 84 twthiepnthatudukdabrrph aelathiehluxxik 14 thatupraktinoskhxngkarslaytwkhxngthatudukdabrrphehlann 3 yngimmiikhrphbthatuthihnkkwaixnsiteniym thatuthi 99 inrupthatubrisuththi inprimanthimxngehniddwytaeplaely 7 karaebngtarangthatu aekikh karcdwangtarangthatu aelnthaindaelaaexkthiindaeykxxkcaktarangthatuhlk saymux aelaxyuintarangthatuhlk khwamux inkarnaesnxtarangthatuphanthangkrafiknn tarangthatuhlkcami 18 hmu aelamihmuaelnthaindaelaaexkthiindaeykxxkmaxyudanlangkhxngtarangthatuhlk 8 sungcaepnchxngwangintarangthaturahwangaeberiym kbaehfeniym aelarahwangerediym kbrthethxrfxrediym tamladb odythatuehlanicamielkhxatxmrahwang 51 71 aelatarangthatuxiklksnahnung khuxtarangthatu 32 hmu sungcanahmuaelnthaindaelaaexkthiindekhamaxyuintarangthatuhlkdwy odycaxyuinkhabthi 6 kbkhabthi 7 thungxyangnn mikarsrangtarangthaturupaebbxun khunma odyyudphunthankhxngsmbtithangkayphaphaelasmbtithangekhmikhxngthatudwykarcderiyngthatuintarangthatu aekikhhmu aekikh dubthkhwamhlkthi hmu tarangthatu hmu epnaethwaenwtngintarangthatu hmuyngthukichephuxtrwcsxbaenwonmkhxngthatu sungehnchdidkwakhabhruxblxk thvsdikhwxntmkhxngxatxmidxthibaywathatuinhmuediywknmismbtithangekhmiehmuxnkn enuxngcakmikarcderiyngxielktrxnthiehmuxnkninwngwaelnskhxngmn 9 dngnnthatuinhmuediywknmkcamismbtithangekhmithichdecnkhunemuxelkhxatxmmakkhun 10 thungxyangnn bangswnkhxngtarangthatukimidepniptamni echnthatuinblxk d hruxblxk f 11 12 13 phayitkartngchuxxyangepnthangkarhmuthimielkh 1 thung 18 cakfngsaysud olhaaexlkhail mayngfngkhwasud aeksmitrakul 14 kxnhnannphwkmnruckinrupaebbkhxngelkhormn inshrthxemrika elkhormnehlanitamdwyxksr A emuxhmunnxyuinblxk s hrux p aelatamdwyxksr B emuxhmunnxyuinblxk d elkhormnichephuxtxthayelkhtwsudthaythibxkhmu echn thatuhmu 4 epn IVB aelathatuhmu 14 epn IVA inyuorp karaebnginlksnanimikhunehmuxnkn ykewnhmuthiichxksr A caichemuxepnhmuthi 10 lngma aela B caichemuxepnhmuthi 10 aelahmuthi 10 khunip nxkcaknihmuthi 8 9 aela 10 epnhmuthimikhnadihykwahmuxun 3 etha odythnghmdmichuxhmuwa VIII aetin ph s 2531 rabbkartngchuxihmkhxngixyuaephkkekidkhunaelakartngchuxhmuaebbekakthukykelikip 15 thatuinhmuediywkncamikhwamkhlaykhlungkninrsmixatxm phlngnganixxxineschn aelaxielkothrenkatiwiti cakthatubnsudkhxnghmulngmathungthatulangsudkhxnghmu rsmixatxmcaephimkhunenuxngcakmiradbphlngnganaelawaelnsxielktrxnthiephimkhun odymncaxyuhangcakniwekhliysephimkhundwyechnkn inswnkhxngphlngnganixxxineschn thatuinhmuediywkncamiphlngnganixxxineschnthikhlaykn aetthatuinkhabediywkncaksayipkhwacamiphlngnganixxxineschnephimkhun enuxngcakmnngaythicadungxielktrxnxxkip enuxngcakxatxmimmiphntharahwangxielktrxnthiaennhna echnediywknxielkothrenkatiwiticaephimkhuncakbnlnglang enuxngcakthatuthixyulangkwamirayahangrahwangniwekhliyskbwaelnsxielktrxnmakkwathatuthixyudanbn 16 aetkyngmikhxykewn echn inhmu 11 smphrrkhphaphxielktrxncamikarephimkhuncaklangkhunbn 17 khab aekikh dubthkhwamhlkthi khab tarangthatu khab epnaethwinaenwnxnkhxngtarangthatu thungaemwahmucabxkaenwonmkhxngthatuekhmithisakhy aetkyngmibangthithiaenwonmtamkhabcasakhykwa echn blxk f thisungaelnthaindaelaaexkthiindmismbtithangekhmiephimkhuncaksayipkhwa 18 thatuinkhabediywkncamikhwamkhlaykhlungkninrsmixatxm phlngnganixxxineschn smphrrkhphaphxielktrxn aelaxielkothrenkatiwiti caksayipkhwa swnihyrsmixatxmkhxngthatucakhxy ldlng enuxngcakthatuthixyuthdipmicanwnoprtxnaelaxielktrxnephimkhun sungthaihxielktrxnxyuiklniwekhliysmakkhun 19 aelaphlcakkarthirsmixatxmldlng thaihphlngnganixxxineschnephimkhun caksayipkhwa enuxngcakxatxmkhxngthatunnmiphntharahwangxielktrxnthiaennkhun thaihtxngichphlngnganthimakkhuninkardungxielktrxnxxk swnxielkothrenkatiwiticaephimkhuninlksnaediywknkbphlngnganixxxineschn ephraamiaerngdungkhxngniwekhliysthikrathatxxielktrxnmakkhun 16 swnsmphrrkhphaphxielktrxn thatuolha fngsayintarangthatu odyswnihycamismphrrkhphaphxielktrxnnxykwathatuxolha fngkhwaintarangthatu ykewnaeksmitrakulsungimmismphrrkhphaphxielktrxn 20 blxk aekikh dubthkhwamhlkthi blxkintarangthatu caksayipkhwa blxk s blxk f blxk d aelablxk p intarangthatu blxk epnbriewnphiessintarangthatu sungcabngbxkwaxielktrxninwngxielktrxnaetlawngetmhruxim inaetlablxkcatngchuxtamwngyxythixielktrxn twsudthay samarthekhaipxyuid 21 n 3 blxk s epnblxkthixyuthangsaymuxsudintarangthatu blxkniprakxbipdwythatuinhmu 1 olhaaexlkhail aelahmu 2 olhaaexlkhailnexirth rwmthungihodrecn aelahieliym blxk p epnblxkthixyuthangkhwasudkhxngtarangthatu prakxbipdwythatuin 6 hmusudthay tngaethmuthi 13 thung hmuthi 18 inixyuaephk 3B thung 8A inshrthxemrika aelayngmithatukungolhathnghmdinblxknidwy blxk d epnblxkthiprakxbipdwythatuinhmu 3 thung hmuthi 12 3B thung 2B inshrthxemrika thatuinblxkniepnthatuolhaaethrnsichnthnghmd blxk f epnblxkthiimmielkhhmu aelaxyudanlangkhxngtarangthatu inblxkniprakxbipdwythatuinaelnthaindaelaaexkthiind 22 khwamepnolha aekikh olha kungolha xolha aela thatuthiimmiklumtamsmbtithangekhmi intarangthatu tamsmbtithangkayphaphaelathangekhmikhxngmn erayngsamarthaebngthatuxxkidepnsamswnihy idaek olha kungolha aelaxolha thatuolhaswnihycasathxnaesng xyuinrupxllxy aelayngsamarththaptikiriyakbthatuxolha ykewn aeksmitrakul idsarprakxbixxxnikinrupkhxngeklux swnthatuxolhaswnihycaepnaekssungimmisihruxmisi xolhathithaptikiriyakbxolhadwykncathaihekidsarprakxbthimiphnthaokhwaelnt rahwangthatuolhakbthatuxolha khuxthatukungolha sungcamismbtikhxngthatuolhaaelaxolhaphsmkn 23 olhaaelaxolhayngsamarthaebngyxyxxkipxiktamkhwamepnolha caksayipkhwaintarangthatu olhayngaebngyxyipepnolhaaexlkhailthimikhwamwxngiwinkarthaptikiriyasung olhaaexlkhailn exirththimikhwamwxngiwinkarthaptikiriyarxnglngma aelnthaindaelaaexkthiind olhaaethrnsichn aelacbthiolhahlngaethrnsichnsungmikhwamepnolhanxythisudinbrrdaolhadwykn swnxolhaaebngxxkepnxolhahlaywaelns sungcaxyuiklkbtaaehnngkhxngthatukungolha mismbtibangprakarthikhlaykbolha aelaxolhawaelnsediyw sungepnxolhahlk aelaaeksmitrakul sungepnthatuthiesthiyraelw aelainolhaaethrnsichnyngmikaraebngxxkipxik echn olhamiskulaela olhathnif aelathatuyxyinolhaehlani intwxyang epnthiruckaelw 24 aelayngmikarklawthungepnkhrngkhraw 25 aenwonmphirixxdik aekikhkarcderiyngxielktrxn aekikh dubthkhwamhlkthi karcderiyngxielktrxn karcderiyngxielktrxntamkdkhxngaemnedlng karcderiyngxielktrxnepnswnhnungthithaiherasamarthcdthatuintarangthatuid ephraacaksayipkhwatamkhab xielktrxncaephimkhun xielktrxncaekhaipxyuinwngxielktrxn wngthi 1 wngthi 2 aelaxun aetlawngkprakxbipdwywngyxyhnungwnghruxmakkwann michuxwa s p d f aela g emuxelkhxatxmkhxngthatumakkhun xielktrxncaekhaipxyuinwngyxytamkdkhxngaemnedlng echnkarcderiyngxielktrxnkhxngnixxn khux 1s2 2s2 2p6 dwyelkhxatxmethakb 10 nixxnmixielktrxn 2 twinwngxielktrxnaerk aelamixielktrxnxik 8 twinwngxielktrxnthisxng odyaebngepninwngyxy s 2 twaelainwngyxy p 6 tw inswnkhxngtarangthatu emuxxielktrxntwhnungimsamarthipxyuinwngxielktrxnthisxngidaelw mnkcaekhaipxyuinwngxielktrxnihm aelathatunnkcathukcdihxyuinkhabthdip sungtaaehnngehlaniepnthatuihodrecn aelathatuinhmuolhaaexlkhail 26 27 rsmixatxm aekikh krafaesdngrsmixatxmkhxngaetlathatueriyngtamelkhxatxm n 4 dubthkhwamhlkthi rsmixatxm rsmixatxmkhxngthatuaetlatwmikhwamaetktanginkarthanayaelaxthibayintarangthatu yktwxyangechn rsmixatxmthwipldlngiptamhmukhxngtarangthatucakolhaaexlkhailthungaeksmitrakul aelacaephimkhunrwderwcakaeksmitrakulmayngolhaaexlkhailincuderimtnkhxngkhabthdip aenwonmehlanikhxngrsmixatxm aelasmbtithangekhmiaelathangkayphaphkhxngthatuxun samarthxthibayidodythvsdiwngxielktrxnkhxngxatxm phwkmnmihlkthansakhysahrbkarphthnathvsdikhwxntm 28 xielktrxninwngyxy 4f sungcathuketimetmtngaetsieriym thatuthi 58 thungxitetxrebiym thatuthi 70 enuxngdwyxielktrxnephimkhunaekhinwngediyw cungthaihkhnadxatxmkhxngthatuinaelnthaindmikhnadthiimaetktangkn aelaxaccaehmuxnkbthatutwthd ip dwyehtunithaihaehfeniymmirsmixatxm aelasmbtithangekhmixun ehmuxnkbesxrokheniym aelaaethnthalm mirsmixatxmiklekhiyngkbinoxebiym lksnaaebbniruckkninchuxkarhdtwkhxngaelnthaind aelaphlcakkarhdtwkhxngaelnthaindni yngehnidchdipcnthungaephltthinm thatuthi 78 aelakarhdtwthikhlay kn khuxkarhdtwkhxngblxk d sungmiphlkbthatuthixyurahwangblxk d aelablxk p mnehnidimchdecnethakarhdtwkhxngaelnthaind aetekidcaksaehtuediywkn 29 phlngnganixxxineschn aekikh phlngnganixxxineschn aetlakhab olhaaexlkhailcamiphlngngannxythisud aelaaeksmitrakulcamiphlngnganmakthisud dubthkhwamhlkthi phlngnganixxxineschn phlngnganixxxineschnladbthi 1 epnphlngnganthiichdungxielktrxntwaerkxxkcakxatxm phlngnganixxxineschnladbthisxng epnphlngnganthiichdungxielktrxntwthisxngxxkcakxatxm sungcaepnaebbniiperuxy echn aemngkanis miphlngnganixxxineschnladbthi 1 khux 738 kiolcul oml aelaladbthisxng khux 1450 kiolcul oml xielktrxnthixyuiklxatxmcaepnthicatxngichphlngnganmakinkardungmnxxkcakxatxm phlngnganixxxineschncamikarephimkhuncaksayipkhwakhxngtarangthatu 30 phlngnganixxxineschncamimakthisudemuxtxngkardungxielktrxnxxkcakthatuinhmuaeksmitrakul sungmixielktrxnkhrbtamcanwnthimiidsungsud yktwxyangaemkniesiymxikkhrng aemkniesiymcaepnthicatxngichphlngnganixxxineschnsxngladbaerk ephuxdungxielktrxnxxkihmnmiokhrngsrangkhlayaeksmitrakul aela 2p mncaepnthicatxngichphlngnganixxxineschnladbthisamsungkwa 7730 kiolcul oml inkardungxielktrxntwthisamxxkcakwngyxy 2p khxngkarcderiyngxielktrxnthikhlaynixxnkhxng Mg2 khwamaetktangniyngmiinxatxmkhxngaethwthisamtwxun xikdwy 30 xielkothrenkatiwiti aekikh krafthiaesdngthungkarephimkhunkhxngxielkothrenkatiwitiodyeriyngtamkhabaelahmu dubthkhwamhlkthi xielkothrenkatiwiti xielkothrenkatiwitiepnaerngdungdudkhxngxatxmthiichdungxielktrxnekhama 31 xielkothrenkatiwitikhxngxatxmxatxmhnung epnphlmacakelkhxatxmthiephimkhun aelarayahangcakniwekhliysthungwaelnsxielktrxn yingmixielkothrenkatiwitimakethair khwamsamarththicadungdudxielktrxnkmakkhunethann aenwkhidthukesnxkhrngaerkodyilns phxlling in ph s 2475 32 odythwip xielkothrenkatiwiticaephimkhuncaksayipkhwatamkhab aelaldlngcakbnlnglangtamhmu ephraaehtuni fluxxrincungepnthatuthimixielkothrenkatiwitisungthisud aelasiesiymmixielkothrenkatiwitinxythisud xyangnxythatuehlannkyngmikhxmulthisamarthichyunynid 17 aetthungkrannthatubangtwyngimepniptamkdni aekleliymaelaecxremeniymmixielkothrenkatiwitimakkwaxalumieniymaelasilikxn enuxngdwyphlkrathbcakkarhdtwkhxngblxk d thatuinkhabthi 4 inswnkhxngolhaaethrnsichn mirsmixatxmthiimaetktangknmaknk ephraawaxielktrxninwngyxy 3d immiphlkrathbtxkarepliynaeplngokhrngsrangniwekhliyrkhxngthatu aelakhnadxatxmthielklngyngthaihmixielkothrenkatiwitisungkhunxikdwy 17 33 smphrrkhphaphxielktrxn aekikh karcderiyngsmphrrkhphaphxielktrxntamelkhxatxm 34 odythwipkhacaephimkhuniptamkhab cnkrathngkhacamimakthisudemuxepnaeholecn kxnthicaldlngxyangrwderwemuxepnaeksmitrakul twxyangechn ihodrecn sungepnolhaaexlkhailaelathatuhmu 11 sungtxngkarxielktrxntwediywephuxetimetmwngyxy s 35 smphrrkhphaphxielktrxnepnphlngnganthikhayxxkmahruxdudklun emuxephimxielktrxnihaekxatxmipepnixxxnpraculb thatuswnihykhayphlngngankhwamrxnemuxrbxielktrxn odythwip xolhacamismphrrkhphaphxielktrxnmakkwaolha khlxrin miaenwonminkarekidixxxnpraculbsungthisud smphrrkhphaphxielktrxnkhxngaeksmitrakulyngimsamarthhakhaid dngnn phwkmnxaccaimmipraculb 36 smphrrkhphaphxielktrxnthwipcaephimkhuntamkhab sungepnphlmacakkaretimetmwngewelnskhxngxatxm xatxmkhxngthatuhmu 17cakhayphlngnganxxkmamakkwaxatxmkhxngthatuinhmu 1 inkardungdudxielktrxn enuxngdwykhwamngayinkaretimetmwngwaelnsaelakhwamesthiyr 36 inhmukhxngthatu smphrrkhphaphxielktrxnkhadwacaldlngcakbnlnglang enuxngdwyxielktrxntwihmcatxngekhaipinxxrbithlthixyuhangcakniwekhliysmakkhun dwykhwamthixielktrxnechuxmkhxngniwekhliysnxyxyuaelw cungthaihmnplxyphlngnganimmak thungkrann inhmukhxngthatu thatusamtwaerkcaphidpkti thatuthihnkkwacamismphrrkhphaphxielktrxnmakkwathatuthiebakwa aelainwngyxy d aela f smphrrkhphaphxielktrxncaimidldlngtamhmuipesiythnghmd dngnnkarthismphrrkhphaphldlngtamhmucakbnlnglangni caekidkhunidinxatxmkhxngthatuhmu 1 ethann 37 khunsmbtiechingolha aekikh emuxkhaphlngnganixxxineschn xielkothrenkatiwiti aelasmphrrkhphaphxielktrxntalng thatunncaaesdngkhunsmbtiechingolhamakkhun inthangtrngknkham khunsmbtiechingxolhaephimkhunemuxkhaehlaniephimkhun 38 sahrbaenwonmphirixxdikkhxngsmbtithngsamkha caldlngeruxy tamkhabemuxphicarnakhunsmbtiechingolha mibangswnthiphidpkti enuxngcakxielktrxninblxk d aela f aelaphlkrathbsmphththphaph 39 aelakhunsmbtiechingolhacaephimkhunemuxphicarnacakbnlnglanginhmuediywkn dngnn thatuthimikhunsmbtiechingolhamakthisud echn siesiym aefrnesiym phbidthimumsaylangsudkhxngtarangthatu aelathatuthimikhunsmbtiechingxolhamakthisud echn xxksiecn fluxxrin khlxrin phbidthimumkhwabnsudkhxngtarangthatu aenwonmkhxngolhathnginaenwtngaelaaenwnxnchwyxthibaythungesnkhnbnidthiaebngolhakbxolha sungphbintarangthatubangrupaebb aelakarcdihthatuthixyuchidesnaebngnnepnkungolha 40 41 klumechuxm aekikh caksayipkhwaphanblxkthngsiintarangthaturupaebbyaw 32 hmu epnklumkhxngthatuthiechuxmkn xyuthitaaehnngrahwangblxk 42 thatuinklumehlanicaaesdngsmbtiepnkunghruxphsmkbthatuklumkhangekhiyng ehmuxnkbkungolha thatuhmu 3 xnidaek saeknediym xitethriym aelnthanm aelaaexkthiind miphvtikrrmthangekhmikhlaykbolhaaexlkhailnexirth 43 hruxolhablxk s 44 45 aetkmismbtithangkayphaphbangprakarthiehmuxnkbolhaaethrnsichnblxk d 46 luthiechiymaelalxwernechiymthixyuplaysudkhxngblxk f xacepnklumechuxmxikklumhnung luthiechiymmiphvtikrrmthangekhmiepnaelnthaind aetmismbtithangkayphaphphsmknrahwangaelnthaindaelaolhaaethrnsichn 47 48 lxwernechiymkmilksnaechnediywknkbluthiechiym n 5 olhaphlitehriyyinhmu 11 thxngaedng engin aelathxngkha kmismbtithangekhmikhlayolhaaethrnsichnaelaolhahmuhlk 51 olharaehyngayinhmu 12 sngkasi aekhdemiym aelaprxth bangkhrngkthukphicarnaihepnklumechuxmrahwangblxk d aelablxk p hmu 13 52 53 aeksmitrakulinhmu 18 echuxmrahwangaeholecnhmu 17 aelaolhaaexlkhailhmu 1 42 prawtikhxngtarangthatu aekikhdubthkhwamhlkthi prawtikhxngtarangthatu khwamphyayaminkarwangrabbkhrngaerk aekikh tarangthatuniaesdngkarkhnphbthatuekhmiodyeriyngtamwnthikhnphb in ph s 2332 xxngtwn lawwsiex tiphimphraychuxthatuekhmi 33 tw ekhaaebngepnaeks olha xolha aelaexirth 54 nkekhmiichewlakhamstwrrsephuxkhnhawithithicacdrabbkhxngthatuehlani in ph s 2372 oyhnn wxlfkng edxebxirenxr sngektwathatucanwnmaknnsamarthcdlnginitraexds odyxyubnphunthankhxngsmbtithangekhmikhxngmnid echn liethiym osediym aelaophaethsesiym phwkmnthukcdihxyuinklumediywkn enuxngcakepnolhathixxn aelaiwtxkarekidptikiriya edxebxirenxryngsngektxikwamwlxatxmkhxngthatutwthisxnginitraexdskhxngekhann epnkhaechliykhxngmwlxatxmthatuthihnungaelathatuthisam sungruckkninphayhlngwa kditraexds 55 nkekhmichaweyxrmn eloxopld kemlin thangandwyrabbitraexdsni aelain ph s 2386 ekhakkhnphb itraexdssibtw odymi 3 klumthimi 4 thatuaelaxik 1 klumthimi 5 thatu chxng bftis dums tiphimphphlnganemux ph s 2400 sungbrryaykhwamsmphnthrahwangklumkhxngolhabangklum thungaemwankekhmibangkhncasamarthbrryaythungkhwamsmphnthrahwangklumthatukhnadelkidaelw aetphwkekhakimidthaihmnkhrxbkhlumthnghmd 56 in ph s 2401 nkekhmichaweyxrmn xxkust khikhuel sngektwakharbxnswnihymkcaxyuinrupkhxngxatxmsitwthaphnthatxkn echn miethn sungmixatxmkharbxn 1 twaelaxatxmkhxngihodrecn 4 tw aenwkhidinlksnaniphayhlngruckknwaepnewelns sungrabuiwwaphnthakhxngthatutangchnidknkmicanwnxatxmtangkndwy 57 in ph s 2405 nkthrniwithyachawfrngess xelksanedxr exmil ebxkueyr edx chankurtw tiphimphtarangthatuchbbaerk sungekhaeriykmnwaethllurik ehliks hruxskhru ekhaepnkhnaerkthithrabthungkhwamepnladbkhabkhxngthatuekhmi odykarnathatumacderiyngepnwngknhxy hruxepnthrngkrabxkodyeriyngtammwlxatxmthiephimkhun edx chankurtw aesdngihehnwathatuthismbtithangekhmiehmuxnkncaxyuiklkn tarangkhxngekhayngmiixxxnaelasarprakxbbangchnidrwmxyudwy aephnkradaskhxngekhamkcathukichinthangthrniwithyamakkwathangekhmi aelaimrwmaephnphaph aelaepnphlthaihidrbkhwamsnicnxycnthungphlngankhxngdmitri emnedeleyf 58 in ph s 2407 nkekhmichaweyxrmn yulixus olthar imexxr idtiphimphtarangthatusungprakxbipdwythatu 44 twodyeriyngtamkhwamepnwaelns tarangkhxngekhaaesdngihehnwathatuthimismbtithangekhmiehmuxnknnn bxkhrngthicamikhwamepnwaelnsthiehmuxnkndwy inewlathiileliykn nkekhmichawxngkvs wileliym oxdling tiphimphkarcderiyngthatu 57 tw odyeriyngbnphunthankhxngmwlxatxm dwykhwamthiimpktiaelayngmichxngwang ekhathrabwasingthiekidkhunkbthatuepnladbkarekidkhabkhxngmwlxatxm aelaekhayngbnthukiwwa mnmkcaidrbkarcdklum 59 oxdlingidphudthungekiywkbkhwamkhidineruxngkhxngkdphirixxdik aetekhakimidsnicmn 60 txmaekhakidnaesnx in ph s 2413 karcdhmwdhmubnphunthankhxngkhwamepnwaelns 61 tarangthatukhxngniwaelns thiekhaesnxihsmakhmekhmiphicarna sungtarangthatunixyubnphunthankhxngkdxxkethfs nkekhmichawxngkvs cxhn niwaelns idtiphimphphlngankhxngekhainchwng ph s 2406 ph s 2409 sungmihmayehtuiwwaekhacdthatutammwlxatxmthiephimkhun aelwekhakphbwathatuthuk 8 twcamismbtithangkayphaphaelasmbtithangekhmiehmuxnkn ekhakhidwamnehmuxnkbxxkethfindntri 62 63 ekhacungtngkdkhunma sungeriykknwa kdxxkethfs thungxyangnnsmakhmekhmikptiesththicayxmrbngankhxngniwaelns enuxngcakniwaelnsidphlkdnthatuihekhakbkdxxkethfsaelaimewnchxngwangiwihthatuthiyngimkhnphb echn ecxremeniym 64 smakhmekhmirbthrabephiyngaekhkarkhnphbkhxngekha cnkrathng emnedeleyftiphimphtarangthatukhxngekhaxxkma 65 in ph s 2410 nkekhmichawednmark kustawus hinrichs idtiphimphtarangthatuinlksnaknhxyxxkmaodycdtamsepktrmaelamwlkhxngxatxm phlngankhxngekhaidrbykyxngwaepnphlnganthiphisdar oxxwd aelasbsxn niexngthixacthaihimepnthicdcaaelaepnthiyxmrb 66 67 tarangthatukhxngemnedeleyf aekikh dmitri emnedeleyf tarangthatukhxngemnedeleyf nkekhmichawrsesiy dmitri emnedeleyf aelankekhmichaweyxrmn yulixus olthar imexxr idtiphimphtarangthatuin ph s 2412 aela ph s 2413 tamladb 68 tarangthatukhxngemnedeleyfepnkartiphimphkhrngaerkkhxngekha swnkhxngimexxrepnkarephimetimcaktarangthatuekakhxngekha thiekhytiphimphemux ph s 2407 69 tarangthatukhxngthngsxngsrangkhunodycdthatuiwepnkhabaelahmuodyeriyngtammwlxatxm aelacaerimaethwihmemuxthatumismbtithangekhmithiehmuxnkn 70 saehtuthitarangthatukhxngemnedeleyfidrbkaryxmrbmixyusxngprakar khux hnung tarangthatukhxngekhamichxngwangiwephuxihthatuthiyngimidrbkarkhnphb 71 emnedeleyfimidepnnkekhmikhnaerkthithaaebbni aetekhaepnkhnaerkthiidrbkaryxmrbinkarichaenwonmintarangthatu ephuxthanaysmbtithangekhmikhxngthatuthiyngimidkhnphbehlann echn aekleliym aelaecxremeniym 72 aelaehtuphlthisxngkhuxbangkhrngekhaimideriyngtammwlxatxmodythnghmd ekhaslbtaaehnngthatubangtw echn ethllueriymaelaixoxdin odyekhaihehtuphlwaephuxihngaytxkarcdthatulngipinhmukhxngthatu kbkarphthnathvsdiokhrngsrangxatxm thaihepnthiaenchdaelwwa emnedeleyf imidtngicthicarabuipwa ekhacderiyngthatutammwlxatxmthiephimkhun hruxokhrngsrangniwekhliyr 73 khwamsakhykhxngelkhxatxminkarepnxngkhprakxbkhxngtarangthatuyngkhngimidrbkaryxmrbcnkrathngsmbtikhxngoprtxnaelaniwtrxnklayepnthiruckmakkhun tarangthatukhxngemnedeleyfkyngkhngichmwlxatxmaethnthicaepnelkhxatxm sunginewlannkhxmulekiywkbmwlxatxmmikhwamaemnyasungsud mwlxatxmsamarthxthibaythungsmbtithangekhmikhxngthatuthiyngimkhnphbidxyangaemnyakwawithixun thiruckkninewlann aelawithinikyngkhngichinkarthanaysmbtikhxngthatuekhmithisngekhraahkhunihmcnkrathngpccubn 74 tarangthaturunthisxngaelakarphthnahlngcaknn aekikh tarangthatukhxngemnedeleyfinpi ph s 2414 sungprakxbipdwyhmukhxngthatu 8 hmu khidhmaythungthatuthiyngimthukkhnphbinewlann tarangthatuinrupaebb 8 khxlmn sungxpedtodymithatuthithukkhnphbthnghmdcnkrathng ph s 2557 in ph s 2414 emnedeleyftiphimphtarangthatuinrupaebbihmsungprakxbipdwyhmuthimithatuthikhlayknsungcathukcdinkhxlmnmakkwathicathukcdinaethw aelakhxlmnehlanikeriyngladbiwwa I thung VIII sungtrngknkbsthanaxxksiedchnkhxngthatu ekhaynglngraylaexiydekiywkbkarthanaysmbtikhxngthatuthiyngimkhnphbdwy aelaekhayngrabuiwwaphwkmnimmiintarangthatu aetkhwrcamixyucring 75 chxngwangehlaniswnihyaelwcaetimetmodynkekhmithikhnphbthatuinthrrmchatiephimetim 76 bxykhrngthimikaryunynwathatusudthaythicathukkhnphbinthrrmchatikhux aefrnesiym exkha siesiymthiemnedeleyfthanayiw thithukkhnphbin ph s 2482 77 aetphluotheniymthisngekhraahkhunin ph s 2485 idrbkaryunynwaphbinthrrmchatixyuprimanelknxyin pi ph s 2514 78 tarangthatuthiidrbkhwamniymthisud 79 hruxruckknwaepntarangthatumatrthan srangkhunodyhxers krxfs edming in ph s 2466 edmingidtiphimphtarangthatuinrupaebbsn rupaebbemnedeleyf aelarupaebbpanklang 18 khxlmn 80 inpi ph s 2467 emirkhaelakhxmpaniidcdetriymexksarkhxngtarangthatu 18 aethwkhxngedmingiwichsahrbkareriynkarsxninorngeriynkhxngpraethsshrthxemrika inchwngthswrrs 1930 tarangthatukhxngedmingidpraktbnhnngsuxkhumuxaelasaranukrmekhmi aelamnkyngthukaeckcayepnewlahlaypiodybristhwithyasastrsarecnth ewlch 81 82 83 dwykarphthnaklsastrkhwxntm aelathvsdikhxngkarcderiyngxielktrxnphayinxatxm phbwaxielktrxncaephimkhuntamkhab aethwaenwnxn intarangthatuephuxetimetmwngxielktrxn xatxmthimikhnadihykhuncamiwngyxymakkhun aelathaihtarangthatucamikhabthiyawkhunipdwy 84 eklnn thi sibxrk phuthiesnxaenaihtarangthatumiblxk f aethwihm sungcaepnthatuaexkthiind in ph s 2488 nkwithyasastrchawxemrikn eklnn sibxrk idihkhxkhidehniwwathatuaexkthiindcaehmuxnkbaelnthaindsungxielktrxncaekhaipxyuinwngyxy f kxnhnannaexkthiindechuxknwaepnblxk d aethwthi 4 ephuxnrwmngankhxngsibxrkidaenanaihekhapidbngkhxesnxaenadngklawnisungcamiphlkrathbtxxachiphkhxngekha sibxrkimsnickhaaenanakhxngephuxnrwmngan aelatiphimphkhxesnxaenakhxngekhalngip inphayhlngnkwithyasastrkhnxunidtrwcsxbkhxesnxaenani aelaphbwamikhwamthuktxng aelathaihekhaidrbrangwloneblsakhaekhmiinpi ph s 2494 sahrbkarthangankhxngekhathiekiywkbkarsngekhraahthatuaexkthiind 85 86 thungaemwathatuhlngyuereniymbangtwcapraktinthrrmchati 3 aetphwkmnthnghmdkthukkhnphbinhxngptibtikarthangwithyasastrmakxn sungkarphlitphwkmnthaihtarangthatukhyaykhunxyangrwderw odymikarsngekhraahenpthueniymkhunmaepnthatuaerk sungsngekhraahinpi ph s 2482 87 enuxngdwythatuswnihyhlngyuereniymipaelwnn mikhwamimesthiyrsungmak aelaslaytwxyangrwderw phwkmncungklayepnkhwamthathaykhxngnkwithyasastrthicatrwccbaelarabulksnakhnathimnthukphlitkhunaelw phwkmnyngmikarthkethiyngineruxngkhxngkhwamthuktxngkhxngkarkhnphbthatu sungbangkhrngkyngkhadkartrwcsxbkhwamsakhyaelakartngchuxthithuktxng sungthatuthiidrbkaryunynaelaidrbkartngchuxlasudkhux fliorewiym thatuthi 114 aelaliewxrmxeriym thatuthi 116 thngkhuthuktngchuxinwnthi 16 phvsphakhm ph s 2555 88 kxnhnanninpi ph s 2553 sunywicywithyasastrindubna praethsrsesiy idsngekhraahxatxmkhxngethnenssin thatuthi 117 6 xatxm sungthaihmnklayepnthatulasudthikhadwacathukkhnphb 89 pccubn thatuthimielkhxatxmethakb 118 khux Og xxkaenssxnyngruckkninchuxwa exkha erdxn hrux thatu 118 aelabntarangthatu mnthukcdihxyuinblxk p aelaepnthatutwsudthaybnkhabthi 7 pccubn xxkaenssxnepnthatusngekhraahephiyngtwediywkhxngthatuhmu 18 mnyngepnthatuthimielkhxatxmaelamwlxatxmmakthisudethathikhnphbinpccubntarangthaturupaebbxun aekikhtarangthatuaebbyaw aekikh tarangthatuchbb 32 hmu tarangthatusmyihminbangkhrngxaccamikarnaaelnthaindaelaaexkthiindmatxknepntarangediyw aethrkrahwangblxk s aelablxk d sungeriykknwaepntarangthatuaebbyaw 32 hmu ephuxihehnkhwamtxenuxngkhxngelkhxatxmthiephimkhun 90 khwamsmphnthrahwangblxk f kbblxkxunkhxngtarangkyngihehnchdecnmakkhunxikdwy 91 ecnesnsnbsnunihichtarangthatuaebbyawni bnphunthankhxngkhwamkhidnkeriynthixackhidwaaelnthaindaelaaexkthiindepnthatuthiimsakhyaelaimnasnic 92 aemwatarangthatuaebbyawcamipraoychnhlayprakar brrnathikarhlaykhnkhlikeliyngthicaichtarangthatuaebbyaw ephraamncakinenuxthibnhnahnngsuxmakekinip 93 aelayngmikhwamkhunchinkbtarangthatuthiaenanaodynkekhmi echnthiaenanaodysibxrk 94 tarangthatuthiepliynokhrngsrang aekikh phayinrayaewla 100 pihlngcakthitarangthatukhxngemnedeleyfthuktiphimphinpi ph s 2412 exdewird ci masur idrwbrwmtarangthatuthimiokhrngsrangaetktangipcakedimpraman 700 kwachnid aelaidrbkartiphimphaelw 95 96 97 echnediywkbtarangthatuinrupaebbchxngsiehliymkmikarddaeplngokhrngsrangehmuxnkn twxyangechn n 6 okhrngsrangwngklm lukbask thrngkrabxk okhrngsrangkhlayxakhar thrngekliyw elmnisekt 98 prisumthrngaepdehliym phiramid aebbaeykxxkcakkn thrngklm ekliyw aelarupsamehliym swnihyaelwtarangthatuinokhrngsrangaebbxun nn srangkhunephuxennhruxihkhwamsakhykbsmbtithangekhmihruxkayphaphkhxngthatu sungimmiintarangthatupkti 97 tarangthaturupaebbekliywkhxngthioxdxr ebnfiy tarangthatuokhrngsrangxunthiidrbkhwamniym 99 khux tarangthatukhxngthuoxdxr ebnfiy ekhasrangkhunemuxpi ph s 2503 thatuthukcderiynginekliywthitxenuxngkn odymiihodrecnxyutrngklangaelamiolhaaethrnsichn aelnthaind aelaaexkthiind yunxxkmakhlaykbkhabsmuthr 100 tarangthatuswnihycamilksnaepn 2 miti 3 thungxyangnnmnkyngmitarangthatuthiepn 3 miti aelaepnthiruckkhrngaerkinpi ph s 2405 kxnthiemnedeleyfcatiphimphtarangthatukhxngekhainpi ph s 2412 twxyangtarangthatu 3 mitithiphbehnidepnswnihy echn karcaaenkthatukhxngkhurthins ph s 2468 101 rabblaminakhxngwringliy ph s 2492 102 tarangthatuthrngekliywkhxngkiekxer ph s 2508 103 aelatnimphirixxdikkhxngduofr ph s 2539 104 idrbkarbrryaywaepntarangthatu 4 miti mitiechingphunthi 3 mitiaelamitiechingsixik 1 miti 105 khathamepidaelakarotaeyng aekikhthatuthiimthrabsmbtithangekhmi aekikh thungaemwathatuthuktwcnthungxxkaenssxncathukkhnphbaelw aetthatuthimielkhxatxmmakkwahsesiym thatuthi 108 miephiyngaekhokhepxrniesiym thatuthi 112 aelafliorewiym thatuthi 114 ethannthithrabsmbtithangekhmiaelw swnthatuxun thimielkhxatxmmakkwahsesiymnn smbtithangekhmikhxngmnepnephiyngaekhkarthanayodykarpramankhahruxphicarnakhwamsmphnththangekhmi echn thanaywafliorewiymcamismbtithikhlaykhlungkbthatuinhmuaeksmitrakul aemwapccubnmncacdihxyuinhmukharbxnktam 106 karthdlxngswnihyidbngchiechnnn thungxyangnn fliorewiymaesdngkhwampraphvtithangekhmiehmuxnkbtakw tamtaaehnngkhxngthatuthikhadiw 107 karkhyaytarangthatu aekikh dubthkhwamhlkthi tarangthatu khyay immikhwamaenchdwathatuihmthicathukkhnphbtxipnicatxngipxyuinkhabthi 8 hruxtxngkarkarprbepliynrupaebbtarangthatu sibxrkkhadwakhabthi 8 nicaepniptamhlkkarthikahndiw mncaprakxbipdwythatuinblxk s 2 tw khuxthatuthi 119 aela 120 hlngcaknncaepnblxk g sahrbthatutwthdipxik 18 tw aelathiehluxxik 30 twcathukcdihxyuinblxk f d aela p tamladb 108 lasud nkfisikshlaykhnechn epkka pukekx echuxwathatuihmthicathukkhnphbnncaimepniptamkdkhxngaemnedlng sungepnkarthanaywacamiwngxielktrxnethaid aelacathaihtarangthatupccubnmihnataepliynipdwy pccubnmiaebbcalxngsmmtithanhlayaebbxxkmasahrbtaaehnngthatuthimielkhxatxmnxykwahruxethakb 172 odythatuthi 172 ni echuxknwacaepnthatuxolhamitrakultwtxipcakxxkaenssxn sungaebbcalxngehlanicatxngphicarnawaepnephiyngthvsdi enuxngcakyngimmikarkhanwnid sahrbthatuthiphncakthatu 122 109 thatuthimielkhxatxmmakthisud aekikh twelkhkhxngcanwnthatuthiepnipidyngimmiikhrthrab mikhxkhidehnthiekathisudsahrberuxngni sungesnxody exeliyt xdms inpi ph s 2454 aelaxyubnphunthankhxngkarcderiyngthatuinaethwaenwnxnkhxngtarangthatu ekhaechuxwathatuthimimwlxatxmmakkwa 256 sungethiybethakbmwlxatxmrahwangthatuthi 99 aela 100 inpccubn caimpraktkhun 110 thatuthimimwlxatxmsungkwani khadwacaipsinsudimiklhlngcakhmuekaaaehngkhwamesthiyrphaph 111 sungthanayknwacamisunyklangpramanthatuthi 126 aelaepnswnkhyaykhxngtarangthatuaelatarangniwikhldcathukcakdodydripiln Drip line khxngoprtxnaelaniwtrxn 112 mikarthanayxun xikmakmaythinaesnxekiywkbcudsinsudkhxngtarangthatu rwmthngtarangthatucasinsudthithatu 128 sungesnxodycxhn exmsliy 3 sinsudthithatu 137 odyrichard ifnaemn 113 aelasinsudthithatu 155 odyxlebirt khasan 3 n 7 aebbcalxngkhxngbxr aebbcalxngkhxngbxrcamikhwamyaklabakinkarxthibaythungxatxmkhxngthatuthimielkhxatxmethakb 137 khunip thatuid ktamthimielkhxatxmmakkwa 137 mncatxngkarxielktrxninwngyxy 1s ephuxthicaihedinthangiderwkwaaesng 114 dngnnaebbcalxngkhxngbxrcungimidthukichephuxxthibaykhwamsmphnththithuktxngkhxngthatuehlann smkaraesdngkhwamsmphnthkhxngdiaerk smkaraesdngkhwamsmphnthkhxngdiaerkcamipyhaemuxthatunnmioprtxnmakkwa 137 tw sahrbthatuehlann fngkchnkhlunkhxngsthanaphunkhxngdiaerkcaekidkaraekwngmakkwathicayudkniw aelacaimmichxngwangrahwangphlngnganbwkaelalbkhxngsepktrm sungmiinptithrrsnkhxngikhln 115 karkhanwnthiaemnyakhunodykhanungthungphlkrathbkhxngkarcakdkhnadkhxngniwekhliys aesdngihehnwaphlngnganthithaihniwekhliysxyurwmkn camikhaekinkhidcakdsahrbthatuthimioprtxnmakkwa 137 tw sahrbthatuthihnkkwann thawngxielktrxnchninsud 1s imthuketimetm cathaihsnamiffakhxngniwekhliyscadungxielktrxnxxkcaksuyyakas sngphlihxatxmnnekidkarplxyophsitrxnxxkmaodythrrmchati 116 thungxyangnn phlkrathbnicaimekidkhunthawngxielktrxnchninsudidrbkaretimetmaelw dngnnthatuthi 137 cungimcaepnwacaepnthisinsudkhxngtarangthatu 117 taaehnngkhxngihodrecnaelahieliym aekikh bxykhrngthiihodrecnaelahieliymthukwangintaaehnngthiaetktangkn aethnthicawangiklkn enuxngdwykarcderiyngxielktrxn ihodrecnswnihycathukcdihxyubnliethiym odyphicarnacakkarcderiyngxielktrxn aetbangkhrngmnkcathukcdihxyuehnuxfluxxrin 118 hruxkharbxn 118 enuxngcakihodrecnaesdngphvtikrrmthimikhwamkhlaykhlungkbthatuehlann bangkhrngihodrecnxaccathukcdihxyuediyw sunghmaykhwamwaihodrecnimmismbtiehmuxnkbthatuinhmuid ely 119 hieliym swnihyaelwcathukcdihxyuehnuxnixxn ephraamismbtithangekhmikhlaykhlungknmak thungaemwabangkhrngmncathukcdihxyuehnuxebrileliymenuxngdwykarcderiyngxielktrxn hieliym 1s2 ebrileliym He 2s2 21 hmukhxngolhaaethrnsichn aekikh niyamkhxngolhaaethrnsichnodyixyuaephknn khuxthatuthixielktrxnnncaekhaipxyuinwngyxy d hruxcaepnpracubwkephuxetimetmwngyxy d 120 cakkhaniyamni thaihthatuinhmu 3 11 epnolhaaethrnsichn khaniyamkhxngixyuaephkthaihthatuinhmu 12 sungprakxbdwysngkasi aekhdemiym aelaprxth xxkcakkarepnolhaaethrnsichnip nkekhmibangkhnxthibaywa thatublxk d aela olhaaethrnsichn samarthslbknid sungthaihhmuthi 3 12 klayepnolhaaethrnsichn inkrninithatuhmu 12 cathuxwaepnkrniphiesskhxngolhaaethrnsichn ephraathatuhmu 12 imidichxielktrxninwngyxy d inkarthaphnthakbthatuxun aetkarkhnphblasud phbwaprxthsamarthichxielkrxninwngyxy d inkarsrangphnthakbfluxxrin epnemxrkhiwri IV fluxxird HgF4 thaihminkekhmibangkhnesnxwaprxthkhwrcathukcdihepnolhaaethrnsichn 121 swnnkekhmikhnxun echn ecnesn 95 aeyngwakarekidkhxng HgF4 samarthekididinphawathiphidpktixyangmakethann dngnnprxthcungimthukcdihepnolhaaethrnsichn odykarphicarnakhwamhmayodysamy 95 aetkyngminkekhmibangkhnthiimrwmthatuhmu 3 inklumolhaaethrnsichn odykhaniyamkhxngolhaaethrnsichn phwkekhathabnphunthanthiwathatuinhmu 3 immiixxxnid thisamarthipetimetmwngyxy d id aelaimaesdngsmbtithangekhmithikhlaykhlungkbolhaaethrnsichnely 122 inkrninithatuhmu 4 11 cathukcdihepnolhaaethrnsichn 123 aemwathatuhmu 3 mismbtithangekhmiehmuxnolhaaethrnsichnbangprakar aetkyngmismbtithangkayphaphthiehmuxnkndwy karmixyukhxng d xielktrxn 46 thatukhab 6 aela 7 inhmuthi 3 aekikh thungaemwasaeknediymaelaxitethriymcaepnthatuhmu 3 sxngtwaerktlxd twtnkhxngthatuxiksxngtwyngimidthukyunyn phwkmnxaccaepnaelnthanmkbaexkthieniymhruxluthiechiymkblxwernechiym thungaemmnyngmikhxotaeyngthangekhmiaelakayphaphthisnbsnunkarcdodynaluthiechiymaelalxwernechiymepnthatuhmu 3 aetkimkhwrthicaechuxthuxnk 124 khaniyampccubnkhxngkhawa aelnthaind khxngixyuaephk rwmthatu 15 tw sungmithngaelnthanmaelaluthiechiym aela olhaaethrnsichn 120 xaccaepnaelnthanmhruxaexkthieniymkid hruxaemkrathngluthiechiym aetimichlxwernechiym enuxngcakhlkkarxxfbawimmikhwamthuktxngaelw odythwip xielktrxnkhxnglxwernechiymtwthi 103 catxngekhaipxyuinwngyxy d aetkarwicythangklsastrkhwxntmchiihehnwalxwernechiymmikarcderiyngxielktrxnepn Rn 5f14 7s2 7p1 n 8 enuxngdwyphlkrathbcakkhwamsmphnthrahwangthatuekhmi 125 126 ixyuaephkcungyngimidaenanarupaebbthiecaacng sahrbthatuinblxk f aelayngkhngepnkhxotaeyngtxip aelnthanmaelaaexkthieniym aekikh La aela Ac xyuit Y aelnthanmaelaaexkthieniymmkcathukcdihepnthatuhmu 3 127 n 9 odymikaresnxtaaehnngkhxngthatuthngsxngnikhrngaerkinchwngkhristthswrrs 1940 dwykarprakttwkhxngtarangthatuthicderiyngtamkarcderiyngxielktrxnkhxngthatuekhmiaelakhwamkhidinkaraeykaeyaxielktrxn karcderiyngxielktrxnkhxngsiesiym aeberiym aelaaelnthanm khux Xe 6s1 Xe 6s2 aela Xe 5d16s2 dngnnaelnthanmcungmixielktrxninchn 5d aeykxxkmaaelathaihaelnthanmklayepn thatuhmu 3 aelathatutwaerkinblxk d khxngkhab 6 128 klumkhxngthatuthicderiyngxielktrxnkhlay knphbidinhmu 3 saeknediym Ar 3d14s2 xitethriym Kr 4d15s2 aelaaelnthanm Xe 5d16s2 xitethxrebiymaelaluthiechiym sungxyuinkhab 6 ehmuxnkn mikarcderiyngxielktrxnepn Xe 4f135d16s2 aela Xe 4f145d16s2 tamladb sngphlihekidxielktrxnchn 4f aeykxxkmainluthiechiym aelathaihmnepnthatusudthaykhxngblxk f khxngkhab 6 128 phayhlng minganwicycakkarwiekhraahsepktrm phbwakarcderiyngxielktrxnthiaethcringkhxngxitethxrebiymepn Xe 4f146s2 hmaykhwamwathngxitethxrebiymaelaluthiechiym tangmi 14 xielktrxninblxk f sngphlihekidxielktrxn d aeykxxkmaaethnthicaepn f sahrbluthiechiym aelathaihluthiechiymklayepntweluxkthiehmaasmsahrbtaaehnngitxitethriymechnediywknkb Xe 5d16s2 aelnthanm aetaelnthanmidepriybcaktaaehnng enuxngcakxielktrxn 5d1 prakttwkhrngaerkinkarcderiyngni khnathimnpraktepnkhrngthisamsahrbluthiechiym nxkcaknixielktrxn 5d1 yngpraktbangepnkhrngthisxnginthatuaekodlieniymdwyechnkn 129 inthangphvtikrrmekhmi 130 thatuhmusamcamiaenwonmkhunsmbtitang ldlngipinaetlakhab imwacaepncudhlxmehlw xielkothrenkatiwiti hruxrsmiixxxn 131 132 saeknediym xitethriym aelnthanm aelaaexkthieniymkhlaykhlungknkbthatuhmu 1 2 thixyukhangekhiyng inrupaebbni canwn f xielktrxnkhxngixxxnthiphbidbxysudkhxngthatublxk f casxdkhlxngkbtaaehnnginblxk f 133 twxyangechn canwn f xielktrxnkhxngthatublxk f samtwaerk khux Ce 1 Pr 2 Nd 3 134 luthiechiymaelalxwernechiym aekikh Lu aela Lr xyuit Y inrupaebbni luthiechiymaelalxwernechiymepnthatuhmu 3 n 10 withikaraerk thiaeyksaeknediym xitethriym aelaluthiechiym khux karphicarnawathatuehlaniprakttwxyudwykn eriykwa hmuxitethriym khnathiaelnthanmaelaaexkthiind prakttwxyudwyknin hmusieriym 128 dngnn luthiechiymcungthukcdihxyuinhmu 3 aethnthiaelnthanmodynkekhmibangkhninchwngkhristthswrrs 1920 aela 1930 n 11 nkfisikshlaykhninchwngkhristthswrrs 1950 aela 1960 niymnaluthiechiymcdepnthatuhmu 3 emuxmikarepriybethiybsmbtithangkayphaphkbaelnthanmaelw karcderiyngechnni odynaaelnthanmipiwepnthatutwaerkkhxngblxk f klayepnkhxthkethiynginhmunkekhiynbangswn ephraaaelnthanmkhad f xielktrxn aetkmikhxotaeyngwa epn khxkngwlthiimthuktxng twxyangechn thxeriym epnthatuinblxk f aetimmi f xielktrxn 135 sahrblxwernechiym karcderiyngxielktrxninxatxmsthanaaeksthukyunyninpi ph s 2558 epn Rn 5f147s27p1 karcderiyngxielktrxnniaesdngihehnthungkhwamphidpktixikprakar khux imwalxwernechiymcaxyutaaehnngihninblxk f hrux blxk d aettwthatumi p xielktrxntwaerk sungtaaehnngthatuthicami p xielktrxntwaerkidthukcdiwihkbnioheniym sungkhadwacamikarcderiyngxielktrxnepn Rn 5f146d107s27p1 136 n 12 saeknediym xitethriym aela luthiechiym aelalxwernechiymthiepnipid miphvtikrrmkhlayitrwaelntkhxngolhahmu 1 aela 2 138 inthangtrngknkham thatucamiaenwonmkhunsmbtitang ldlngipinaetlakhab imwacaepncudhlxmehlw xielkothrenkatiwiti hruxrsmiixxxn khlaykhlungkbthatuinhmu 4 8 128 inrupaebbni canwn f xielktrxnkhxngxatxmthatublxk f insthanaaeks odypkticasxdkhlxngkbtaaehnnginblxk f twxyangechn canwn f xielktrxnkhxngthatublxk f hatwaerk khux La 0 Ce 1 Pr 3 Nd 4 aela Pm 5 128 aelnthaindaelaaexkthiind aekikh ekhruxnghmayxyuit Y nkekhiyncanwnhnungwangtaaehnngthatuaelnthaindaelaaexkthiindthng 30 thatuiwintaaehnngthngsxngitxitethriym inrupaebbni sungidthukklawthungin Red Book pi ph s 2549 waepnrupaebbthiyxmrbcakixyuaephkinpi ph s 2549 inphayhlngkpraktrupaebbxunxikmakmay aelamixpedtlasudinwnthi 1 th kh 2561 139 n 13 odyihkhwamsakhythungkhwamehmuxnkhxngthatuthng 15 twinaelnthaind La thung Lu xaccaephuxhlikeliyngkhwamkakwmwathatuidkhwrcaepnthatuhmu 3 itxitethriym kbblxk f thikwang 15 chxng khnathithatublxk f samarthmiidaekh 14 twimwacaxyuinaethwid n 14 tarangthatuinrupaebbthiehmaasm aekikh mitarangthatuhlayrupaebbthithukesnxwakhwrcaepntarangthatuthimirupaebbehmaasm khatxbkhxngkhathamnikhunxyukbwatarangthatunnbxkraylaexiydekiywkbthatuidphxdiaelaxyubnphunthankhxngkhwamcringhruxim aetthnghmdkkhunxyukbkarsngektkarnkhxngmnusy tarangthatuthiehmaasmnncatxngxthibayidwaihodrecnaelahieliymkhwrcaxyuthiihn aelathatuhmu 3 camixairbang khatxbdngklawcatxngxyubnphunthankhxngkhwamcringdwyechnkn thamikhwamcringnnxyuaelw mnxaccayngimthukkhnphb inkrnithiimmikhatxb karnatarangthatuhlayrupaebbmarwmkn ksamarththaihtarangthatusmburnaebbkhunid aelamikarennaengmumthiaetktangknkhxngsmbtithangekhmiaelakhwamsmphnthrahwangthatu khwamaephrhlaykhxngtarangthatuinrupaebbmatrthan hruxrupaebbyaw xaccaepntarangthatuthidiaelw mikhwamsmdulkhxngexklksninaengkhxngokhrngsrangaelakhnad kareriyngthatutamsmbtikhxngxatxmaelaaenwonmphirixxdik 60 141 duephim aekikhraychuxthatuekhmieriyngtamelkhxatxm karcderiyngxielktrxnkhxngthatuekhmixangxing aekikh Chemistry Four elements added to periodic table BBC News 4 mkrakhm 2016 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 4 mkrakhm 2016 St Fleur Nicholas 1 thnwakhm 2016 Four New Names Officially Added to the Periodic Table of Elements New York Times khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 14 singhakhm 2017 3 0 3 1 3 2 3 3 3 4 3 5 Emsley John 2011 Nature s Building Blocks An A Z Guide to the Elements New ed New York NY Oxford University Press ISBN 978 0 19 960563 7 Greenwood pp 24 27 Gray p 6 IUPAC Announces the Names of the Elements 113 115 117 and 118 IUPAC 2016 11 30 subkhnemux 2016 11 30 Haire Richard G 2006 Fermium Mendelevium Nobelium and Lawrencium in Morss Edelstein Norman M Fuger Jean b k The Chemistry of the Actinide and Transactinide Elements 3rd ed Dordrecht The Netherlands Springer Science Business Media ISBN 1 4020 3555 1 Gray p 11 Scerri 2007 p 24 Messler R W 2010 The essence of materials for engineers Sudbury MA Jones amp Bartlett Publishers p 32 ISBN 0 7637 7833 8 Bagnall K W 1967 Recent advances in actinide and lanthanide chemistry in Fields P R Moeller T b k Advances in chemistry Lanthanide Actinide chemistry Advances in Chemistry 71 American Chemical Society pp 1 12 doi 10 1021 ba 1967 0071 ISBN 0 8412 0072 6 Day M C Jr Selbin J 1969 Theoretical inorganic chemistry 2nd ed New York Nostrand Rienhold Book Corporation p 103 ISBN 0 7637 7833 8 Holman J Hill G C 2000 Chemistry in context 5th ed Walton on Thames Nelson Thornes p 40 ISBN 0 17 448276 0 Leigh G J 1990 Nomenclature of Inorganic Chemistry Recommendations 1990 Blackwell Science ISBN 0 632 02494 1 Fluck E 1988 New Notations in the Periodic Table PDF Pure Appl Chem IUPAC 60 3 431 436 doi 10 1351 pac198860030431 subkhnemux 24 March 2012 16 0 16 1 Moore p 111 17 0 17 1 17 2 Greenwood p 30 Stoker Stephen H 2007 General organic and biological chemistry New York Houghton Mifflin p 68 ISBN 978 0 618 73063 6 OCLC 52445586 Mascetta Joseph 2003 Chemistry The Easy Way 4th ed New York Hauppauge p 50 ISBN 978 0 7641 1978 1 OCLC 52047235 Kotz John Treichel Paul Townsend John 2009 Chemistry and Chemical Reactivity Volume 2 7th ed Belmont Thomson Brooks Cole p 324 ISBN 978 0 495 38712 1 OCLC 220756597 21 0 21 1 Gray p 12 Jones Chris 2002 d and f block chemistry New York J Wiley amp Sons p 2 ISBN 978 0 471 22476 1 OCLC 300468713 Silberberg M S 2006 Chemistry The molecular nature of matter and change 4th ed New York McGraw Hill p 536 ISBN 0 07 111658 3 Manson S S Halford G R 2006 Fatigue and durability of structural materials Materials Park Ohio ASM International p 376 ISBN 0 87170 825 6 Bullinger Hans Jorg 2009 Technology guide Principles applications trends Berlin Springer Verlag p 8 ISBN 978 3 540 88545 0 Myers R 2003 The basics of chemistry Westport CT Greenwood Publishing Group pp 61 67 ISBN 0 313 31664 3 Chang Raymond 2002 Chemistry 7 ed New York McGraw Hill pp 289 310 340 42 ISBN 0 07 112072 6 Greenwood p 27 Jolly W L 1991 Modern Inorganic Chemistry 2nd ed McGraw Hill p 22 ISBN 978 0 07 112651 9 30 0 30 1 Greenwood p 28 IUPAC Compendium of Chemical Terminology 2nd ed the Gold Book 1997 Online corrected version 2006 Electronegativity Pauling L 1932 The Nature of the Chemical Bond IV The Energy of Single Bonds and the Relative Electronegativity of Atoms Journal of the American Chemical Society 54 9 3570 3582 doi 10 1021 ja01348a011 Allred A L 1960 Electronegativity values from thermochemical data Journal of Inorganic and Nuclear Chemistry Northwestern University 17 3 4 215 221 doi 10 1016 0022 1902 61 80142 5 subkhnemux 11 June 2012 Huheey Keiter amp Keiter p 42 Siekierski Slawomir Burgess John 2002 Concise chemistry of the elements Chichester Horwood Publishing pp 35 36 ISBN 1 898563 71 3 36 0 36 1 Chang pp 307 309 Huheey Keiter amp Keiter pp 42 880 81 Yoder C H Suydam F H Snavely F A 1975 Chemistry 2nd ed Harcourt Brace Jovanovich p 58 ISBN 978 0 15 506465 2 Huheey Keiter amp Keiter pp 880 85 Sacks O 2009 Uncle Tungsten Memories of a chemical boyhood New York Alfred A Knopf pp 191 194 ISBN 978 0 375 70404 8 Gray p 9 42 0 42 1 MacKay K M MacKay R A Henderson W 2002 Introduction to Modern Inorganic Chemistry 6th ed Cheltenham Nelson Thornes pp 194 196 ISBN 978 0 7487 6420 4 Remy H 1956 Kleinberg J b k Treatise on Inorganic Chemistry 2 Amsterdam Elsevier p 30 Phillips C S G Williams R J P 1966 Inorganic Chemistry Oxford Clarendon Press pp 4 5 King R B 1995 Inorganic chemistry of main group elements New York Wiley VCH p 289 46 0 46 1 Greenwood amp Earnshaw p 947 Spedding F H Beadry B J 1968 Lutetium in Hampel C A b k The Encyclopedia of the Chemical Elements Reinhold Book Corporation pp 374 378 Settouti N Aourag H 2014 A Study of the Physical and Mechanical Properties of Lutetium Compared with Those of Transition Metals A Data Mining Approach JOM 67 1 87 93 Bibcode 2015JOM 67a 87S doi 10 1007 s11837 014 1247 x 49 0 49 1 Silva Robert J 2011 Chapter 13 Fermium Mendelevium Nobelium and Lawrencium in Morss Lester R Edelstein Norman M Fuger Jean b k The Chemistry of the Actinide and Transactinide Elements Netherlands Springer pp 1621 1651 doi 10 1007 978 94 007 0211 0 13 ISBN 978 94 007 0210 3 Sato T K Asai M Borschevsky A Stora T Sato N Kaneya Y Tsukada K Dullman Ch E Eberhardt K Eliav E Ichikawa S Kaldor U Kratz J V Miyashita S Nagame Y Ooe K Osa A Renisch D Runke J Schadel M Thorle Pospiech P Toyoshima A Trautmann N 9 April 2015 Measurement of the first ionization potential of lawrencium element 103 PDF Nature 520 7546 209 211 Bibcode 2015Natur 520 209S doi 10 1038 nature14342 PMID 25855457 Steele D The Chemistry of the Metallic Elements Oxford Pergamon Press p 67 Greenwood N N Earnshaw A Chemistry of the Elements 2nd ed Oxford Elsevier Science Ltd p 1206 ISBN 978 0 7506 3365 9 MacKay K M MacKay R A Henderson W 2002 Introduction to Modern Inorganic Chemistry 6th ed Cheltenham Nelson Thornes pp 194 196 385 ISBN 978 0 7487 6420 4 Siegfried Robert 2002 From elements to atoms a history of chemical composition Philadelphia Pennsylvania Library of Congress Cataloging in Publication Data p 92 ISBN 0 87169 924 9 Horvitz Leslie 2002 Eureka Scientific Breakthroughs That Changed The World New York John Wiley p 43 ISBN 978 0 471 23341 1 OCLC 50766822 Ball p 100 van Spronsen J W 1969 The periodic system of chemical elements Amsterdam Elsevier p 19 ISBN 0 444 40776 6 Alexandre Emile Belguier de Chancourtois 1820 1886 phasafrngess Annales des Mines history page subkhnemux 18 September 2014 Odling W 2002 On the proportional numbers of the elements Quarterly Journal of Science 1 642 648 643 60 0 60 1 Scerri Eric R 2011 The periodic table A very short introduction Oxford Oxford University Press ISBN 978 0 19 958249 5 Kaji M 2004 Discovery of the periodic law Mendeleev and other researchers on element classification in the 1860s in Rouvray D H King R Bruce b k The periodic table Into the 21st Century Research Studies Press pp 91 122 95 ISBN 0 86380 292 3 Newlands John A R 20 August 1864 On Relations Among the Equivalents Chemical News 10 94 95 Newlands John A R 18 August 1865 On the Law of Octaves Chemical News 12 83 Scerri 2007 p 306 Brock W H Knight D M 1965 The Atomic Debates Memorable and Interesting Evenings in the Life of the Chemical Society Isis The University of Chicago Press 56 1 5 25 doi 10 1086 349922 Scerri 2007 pp 87 92 Kauffman George B March 1969 American forerunners of the periodic law Journal of Chemical Education 46 3 128 135 132 Bibcode 1969JChEd 46 128K doi 10 1021 ed046p128 Mendelejew Dimitri 1869 Uber die Beziehungen der Eigenschaften zu den Atomgewichten der Elemente Zeitschrift fur Chemie phasaeyxrmn 405 406 Venable pp 96 97 100 102 Ball pp 100 102 Pullman Bernard 1998 The Atom in the History of Human Thought Translated by Axel Reisinger Oxford University Press p 227 ISBN 0 19 515040 6 Ball p 105 Atkins P W 1995 The Periodic Kingdom HarperCollins Publishers Inc p 87 ISBN 0 465 07265 8 Samanta C Chowdhury P Roy Basu D N 2007 Predictions of alpha decay half lives of heavy and superheavy elements Nucl Phys A 789 142 154 arXiv nucl th 0703086 Bibcode 2007NuPhA 789 142S doi 10 1016 j nuclphysa 2007 04 001 Scerri 2007 p 112 Kaji Masanori 2002 D I Mendeleev s Concept of Chemical Elements and the Principle of Chemistry PDF Bull Hist Chem Tokyo Institute of Technology 27 1 4 16 subkhnemux 11 June 2012 Adloff Jean Pierre Kaufman George B 25 September 2005 Francium Atomic Number 87 the Last Discovered Natural Element The Chemical Educator subkhnemux 26 March 2007 Hoffman D C Lawrence F O Mewherter J L Rourke F M 1971 Detection of Plutonium 244 in Nature Nature 234 5325 132 134 Bibcode 1971Natur 234 132H doi 10 1038 234132a0 Gray p 12 Deming Horace G 1923 General chemistry An elementary survey New York J Wiley amp Sons pp 160 165 Abraham M Coshow D Fix W Periodicity A source book module version 1 0 PDF New York Chemsource Inc p 3 Emsley J 7 March 1985 Mendeleyev s dream table New Scientist 32 36 36 Fluck E 1988 New notations in the period table Pure amp Applied Chemistry 60 3 431 436 432 doi 10 1351 pac198860030431 Ball p 111 Scerri 2007 pp 270 71 Masterton William L Hurley Cecile N Neth Edward J Chemistry Principles and reactions 7th ed Belmont CA Brooks Cole Cengage Learning p 173 ISBN 1 111 42710 0 Ball p 123 Barber Robert C Karol Paul J Nakahara Hiromichi Vardaci Emanuele Vogt Erich W 2011 Discovery of the elements with atomic numbers greater than or equal to 113 IUPAC Technical Report Pure Appl Chem 83 7 1485 doi 10 1351 PAC REP 10 05 01 CS1 maint multiple names authors list link Eksperiment po sintezu 117 go elementa poluchaet prodolzhenie Experiment on sythesis of the 117th element is to be continued phasarsesiy JINR 2012 Scerri Eric 2013 Element 61 Promethium A Tale of 7 Elements New York Oxford University Press USA pp 175 194 190 ISBN 978 0 19 539131 2 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 10 knyayn 2017 no interruptions in the sequence of increasing atomic numbers Newell S B 1980 Chemistry An introduction Boston Little Brown and Company p 196 ISBN 978 0 316 60455 0 subkhnemux 27 August 2016 Jensen W B 1982 Classification Symmetry and the Periodic Table Computers amp Mathematics with Applications 12B 1 2 487 510 498 doi 10 1016 0898 1221 86 90167 7 Leach M R 2012 Concerning electronegativity as a basic elemental property and why the periodic table is usually represented in its medium form Foundations of Chemistry 15 1 13 29 doi 10 1007 s10698 012 9151 3 Thyssen P Binnemans K 2011 Gschneidner Jr K A Bunzli J C G Vecharsky Bunzli b k Accommodation of the Rare Earths in the Periodic Table A Historical Analysis Handbook on the Physics and Chemistry of Rare Earths 41 Amsterdam Elsevier p 76 ISBN 978 0 444 53590 0 95 0 95 1 95 2 Jensen William B 1986 CLASSIFICATION SYMMETRY AND THE PERIODIC TABLE PDF Comp amp Maths With Appls 12B I 2 subkhnemux 18 January 2017 Finding Aid to Edward G Mazurs Collection of Periodic Systems Images Science History Institute Click on Finding Aid to go to full finding aid 97 0 97 1 Scerri 2007 p 20 Weird Words of Science Lemniscate Elemental Landscapes Fields of Science fieldofscience com 22 minakhm 2009 khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 4 minakhm 2016 subkhnemux 4 mkrakhm 2016 Emsely J Sharp R 21 June 2010 The periodic table Top of the charts The Independent Seaborg Glenn 1964 Plutonium The Ornery Element Chemistry 37 6 14 Mark R Leach 1925 Courtines Periodic Classification subkhnemux 16 October 2012 Mark R Leach 1949 Wringley s Lamina System subkhnemux 16 October 2012 Mazurs E G 1974 Graphical Representations of the Periodic System During One Hundred Years Alabama University of Alabama Press p 111 ISBN 978 0 8173 3200 6 Mark R Leach 1996 Dufour s Periodic Tree subkhnemux 16 October 2012 Bradley David 20 July 2011 At last a definitive periodic table ChemViews Magazine doi 10 1002 chemv 201000107 Schandel Matthias 2003 The Chemistry of Superheavy Elements Dordrecht Kluwer Academic Publishers p 277 ISBN 1 4020 1250 0 Scerri 2011 pp 142 143 Frazier K 1978 Superheavy Elements Science News 113 15 236 238 doi 10 2307 3963006 JSTOR 3963006 Pyykko Pekka 2011 A suggested periodic table up to Z 172 based on Dirac Fock calculations on atoms and ions Physical Chemistry Chemical Physics 13 1 161 168 Bibcode 2011PCCP 13 161P doi 10 1039 c0cp01575j PMID 20967377 Elliot Q A 1911 A modification of the periodic table Journal of the American Chemical Society 33 5 684 688 688 doi 10 1021 ja02218a004 Glenn Seaborg c 2006 transuranium element chemical element Encyclopaedia Britannica subkhnemux 16 March 2010 Cwiok S Heenen P H Nazarewicz W 2005 Shape coexistence and triaxiality in the superheavy nuclei Nature 433 7027 705 9 Bibcode 2005Natur 433 705C doi 10 1038 nature03336 PMID 15716943 Column The crucible Ball Philip in Chemistry World Royal Society of Chemistry Nov 2010 Eisberg R Resnick R 1985 Quantum Physics of Atoms Molecules Solids Nuclei and Particles Wiley Bjorken J D Drell S D 1964 Relativistic Quantum Mechanics McGraw Hill Greiner W Schramm S 2008 American Journal of Physics 76 509 Cite journal requires journal help and references therein Ball Philip November 2010 Would Element 137 Really Spell the End of the Periodic Table Philip Ball Examines the Evidence Royal Society of Chemistry subkhnemux 30 September 2012 118 0 118 1 Cronyn Marshall W August 2003 The Proper Place for Hydrogen in the Periodic Table Journal of Chemical Education 80 8 947 951 Bibcode 2003JChEd 80 947C doi 10 1021 ed080p947 Gray p 14 120 0 120 1 IUPAC Compendium of Chemical Terminology 2nd ed the Gold Book 1997 Online corrected version 2006 transition element Xuefang Wang Lester Andrews Sebastian Riedel Martin Kaupp 2007 Mercury Is a Transition Metal The First Experimental Evidence for HgF4 Angew Chem Int Ed 46 44 8371 8375 doi 10 1002 anie 200703710 PMID 17899620 Rayner Canham G Overton T Descriptive inorganic chemistry 4th ed New York W H Freeman pp 484 485 ISBN 0 7167 8963 9 Rayner Canham G Overton T Descriptive inorganic chemistry 4th ed New York W H Freeman pp 484 485 ISBN 0 7167 8963 9 Scerri E 2012 Mendeleev s Periodic Table Is Finally Completed and What To Do about Group 3 Chemistry International 34 4 Eliav E Kaldor U Ishikawa Y 1995 Transition energies of ytterbium lutetium and lawrencium by the relativistic coupled cluster method Phys Rev A 52 291 296 Bibcode 1995PhRvA 52 291E doi 10 1103 PhysRevA 52 291 Zou Yu Froese Fischer C Uiterwaal C Wanner J Kompa K L 2002 Resonance Transition Energies and Oscillator Strengths in Lutetium and Lawrencium Phys Rev Lett 88 18 183001 Bibcode 2002PhRvL 88b3001M doi 10 1103 PhysRevLett 88 023001 PMID 12005680 Emsley J 2011 Nature s Building Blocks new ed Oxford Oxford University p 651 ISBN 978 0 19 960563 7 128 0 128 1 128 2 128 3 128 4 William B Jensen 1982 The Positions of Lanthanum Actinium and Lutetium Lawrencium in the Periodic Table J Chem Educ 59 8 634 636 Bibcode 1982JChEd 59 634J doi 10 1021 ed059p634 Trifonov D N 1970 Rare earth elements and their position in the periodic system translated from Russian New Delhi Indian National Scientific Documentation Centre pp 201 202 Greenwood N N Harrington T J 1973 The chemistry of the transition elements Oxford Clarendon Press p 50 ISBN 978 0 19 855435 6 Aylward G Findlay T 2008 SI chemical data 6th ed Milton Queensland John Wiley amp Sons ISBN 978 0 470 81638 7 Wiberg N 2001 Inorganic Chemistry San Diego Academic Press p 119 ISBN 978 0 12 352651 9 Wulfsberg G 2006 Periodic table Trends in the properties of the elements Encyclopedia of Inorganic Chemistry New York John Wiley amp Sons p 3 ISBN 978 0 470 86210 0 134 0 134 1 Cotton S 2007 Lanthanide and Actinide Chemistry Chichester John Wiley amp Sons p 150 ISBN 978 0 470 01006 8 Scerri E 15 knyayn 2015 Five ideas in chemical education that must die Group three Education in Chemistry Royal Society of Chemistry khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim emux 23 thnwakhm 2015 subkhnemux 19 knyayn 2015 It is high time that the idea of group 3 consisting of Sc Y La and Ac is abandoned Jensen W B 2015 Some Comments on the Position of Lawrencium in the Periodic Table PDF khlngkhxmuleka ekbcak aehlngedim PDF emux 23 December 2015 subkhnemux 20 Sep 2015 Xu W H Pyykko P 2016 Is the chemistry of lawrencium peculiar Physical Chemistry Chemical Physics 18 26 17351 17355 Bibcode 2016PCCP 1817351X doi 10 1039 C6CP02706G PMID 27314425 King R B 1995 Inorganic Chemistry of Main Group Elements New York Wiley VCH p 289 ISBN 978 1 56081 679 9 Connelly N G Damhus T Hartshorn R M Hutton A T 2005 Nomenclature of Inorganic Chemistry IUPAC Recommendations 2005 PDF RSC Publishing p vii ISBN 978 0 85404 438 2 Lesser omissions include the several different outdated versions of the periodic table That on the inside front cover is the current IUPAC agreed version Leigh G J 2009 Periodic Tables and IUPAC Chemistry International 31 1 subkhnemux 27 November 2018 Francl Michelle May 2009 Table manners PDF Nature Chemistry 1 2 97 98 Bibcode 2009NatCh 1 97F doi 10 1038 nchem 183 PMID 21378810 echingxrrth aekikh thatuthisngekhraahkhunkxnthicaphbinthrrmchatiphayhlng idaek ethkhniechiym Z 43 ophrmiethiym 61 aexsthathin 85 enpthueniym 93 phluotheniym 94 xaemriesiym 95 khueriym 96 ebxrkhieliym 97 aelaaekhlifxreniym 98 tarangthatubangtarangcamithatuthimielkhxatxmethakb 0 thungaemwamncaimcaepnthicatxngmiktam aetmibangkrnithiimepniptamni echn inwngyxykhxngblxk d xielktrxncaetmidemuxthunghmu 11 aethnthicaepnhmu 12 aeksmitrakul aexsthathin aefrnesiym aelathukthatuthihnkkwaxaemriesiym yngimmikhxmulsahrberuxngni khnathi Lr thukkhidwamixielktrxn p aethnthicaepn d inkarcderiyngxielktrxnthisthanaphun kyngthukphicarnaihepnolharaehyngaythisamarthsrangixxxn 1 insarlalayehmuxnkbaethleliym aetkimmihlkthanid thiaesdngwamismbtidngklawpraktxxkma aemwacamikarthdlxngthiphyayamcaphisucnxyu 49 lxwernechiymthukkhadwacami d xielktrxninkarcderiyngxielktrxnkhxngmn 49 aelanixaccaepnkrnithwipkhxngolhalxwernechiym aetlxwernechiyminsthanaaeksthukkhadwacami p xielktrxn 50 duthi thankhxmultarangthatu sahrbpraephthkhxngtarangthatuthiednchd Karol 2002 p 63 ekhiyniwwaphlkrathbcakaerngonmthwngcathaihmithatuthimielkhxatxmsungmak aelacaklayepnniwikhldthimimwlmak dwyechnkn sungcamikhunbndawniwtrxn elkhxatxmxaccamimakthung 1021 aelaxaccathukcdwaepnthatuthihnkthisudinexkphph duephimthi Karol P J 2002 The Mendeleev Seaborg periodic table Through Z 1138 and beyond Journal of Chemical Education 79 1 60 63 thaphwkekhaechuxinhlkkarxxfbaw karcderiyngxielktrxnkhxnglxwernechiymcaepndngni Rn 5f14 6d1 7s2 aethnthixielktrxncaipxyuinwngyxy p mnipxyuinwngyxy d aethn twxyangsahrbtarangthaturupaebbniduthi Atkins et al 2006 Shriver amp Atkins Inorganic Chemistry 4th ed Oxford Oxford University Press Myers et al 2004 Holt Chemistry Orlando Holt Rinehart amp Winston Chang R 2000 Essential Chemistry 2nd ed Boston McGraw Hill twxyangsahrbkhxngtarangthatuhmu 3 thimithatuhmu 3 epn Sc Y Lu Lr duthi Rayner Canham G amp Overton T 2013 Descriptive Inorganic Chemistry 6th ed New York W H Freeman and Company Brown et al 2009 Chemistry The Central Science 11th ed Upper Saddle River New Jersey Pearson Education Moore et al 1978 Chemistry Tokyo McGraw Hill Kogakusha praktkarnkhxaengkaraeykhmuthiaetktangkn ekidkhuncakkhwamepnebsthiephimkhun phrxmkbrsmithiephimkhun aelaimidthaihepnehtuphlmulthanthiaesdngwa Lu xyuit Y aethnthicaepn La dngnn thamklangolhaaexlkhailnexirth Mg epnebsnxykwa cdxyuin klumlalaynaid aela Ca Sr and Ba epnebsmakkwa praktin klumaexmomeniymkharbxent aetxyangirktam Mg Ca Sr aela Ba thukrwmkluminhmu 2 khxngtarangthatu duthi Moeller et al 1989 Chemistry with Inorganic Qualitative Analysis 3rd ed SanDiego Harcourt Brace Jovanovich pp 955 956 958 aemwaolhalxwernechiymmi p xielktrxn karsuksaaebbcalxngxyangngayphbwamncamiphvtikrrmkhlaykbaelnthaind 137 ehmuxnkbthatutwhlng khxngaexkthiind 134 xyangirktam smachikcakixyuaephkklawwa ixyuaephkcaimrbrxngtarangthaturupaebbidrupaebbhnungepnechphaaecaacng aelatarangthatuthiidrbkarrbrxngcakixyuaephknnimmixyucring aemwasmachikkhxngixyuaephkcamikartiphimphidxaaekrmthimihwkhxwa tarangthatukhxngixyuaephk thungkrann rupaebbthiixyuaephkidaenanaiwekiywkbtarangthatuklawthungaekhkariselkhhmu 1 18 140 sahrbtwxyangkhxngtarangthatuthimithatuhmu 3 epn Ln and An duthi Housecroft C E amp Sharpe A G 2008 Inorganic Chemistry 3rd ed Harlow Pearson Education Halliday et al 2005 Fundamentals of Physics 7th ed Hoboken NewJersey John Wiley amp Sons Nebergall et al 1980 General Chemistry 6th ed Lexington D C Heath and Companybrrnanukrm aekikhBall Philip 2002 The Ingredients A Guided Tour of the Elements Oxford Oxford University Press ISBN 0 19 284100 9 Chang Raymond 2002 Chemistry 7th ed New York McGraw Hill Higher Education ISBN 978 0 19 284100 1 Gray Theodore 2009 The Elements A Visual Exploration of Every Known Atom in the Universe New York Black Dog amp Leventhal Publishers ISBN 978 1 57912 814 2 Greenwood Norman N Earnshaw Alan 1984 Chemistry of the Elements Oxford Pergamon Press ISBN 0 08 022057 6 Huheey JE Keiter EA Keiter RL Principles of structure and reactivity 4th ed New York Harper Collins College Publishers ISBN 0 06 042995 X Moore John 2003 Chemistry For Dummies New York Wiley Publications p 111 ISBN 978 0 7645 5430 8 OCLC 51168057 Scerri Eric 2007 The periodic table Its story and its significance Oxford Oxford University Press ISBN 0 19 530573 6 Scerri Eric R 2011 The periodic table A very short introduction Oxford Oxford University Press ISBN 978 0 19 958249 5 Venable F P 1896 The development of the periodic law Easton PA Chemical Publishing Company aehlngkhxmulxun aekikhtarangthatuinpccubn khxmulcakphakhwichafisiks mhawithyalyrachmngkhl tarangthatuinpccubn khxmulcakekhruxkhaykhxmphiwetxrephuxorngeriynithy tarangthatuaebbxinetxraexkthifekhathungcak https th wikipedia org w index php title tarangthatu amp oldid 9511798, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม