fbpx
วิกิพีเดีย

กุฏิ

บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากแหล่งที่มาใด กรุณาช่วยปรับปรุงบทความนี้ โดยเพิ่มการอ้างอิงแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ เนื้อความที่ไม่มีแหล่งที่มาอาจถูกคัดค้านหรือลบออก (เรียนรู้ว่าจะนำสารแม่แบบนี้ออกได้อย่างไรและเมื่อไร)
มุมมองและกรณีตัวอย่างในบทความนี้มุ่งเน้นไปที่มุมมองของแนวคิดพุทธเถรวาทแบบไทยซึ่งไม่ได้แสดงถึงมุมมองที่เป็นสากลของเรื่อง คุณสามารถช่วยแก้ไขบทความนี้ โดยเพิ่มมุมมองสากลให้มากขึ้น หรือแยกประเด็นย่อยไปสร้างเป็นบทความใหม่ (เรียนรู้ว่าจะนำสารแม่แบบนี้ออกได้อย่างไรและเมื่อไร)

กุฏิ หรือ กุฎี (อ่านว่า กุด หรือ กุดติ) บางครั้งปรากฏคำสะกด กุฏี หมายถึงที่พักอาศัยของนักบวชในศาสนาหรือความเชื่อ ในศาสนาคริสต์บางนิกายอาจเรียกอาราม และในศาสนาฮินดูอาจเรียกอาศรม

กุฏิสงฆ์สร้างด้วยไม้สักที่วัดอุดมธนี จังหวัดนครนายก

กุฏิ สมัยก่อนจะแยกกันเป็นหลัง ๆ อยู่รวมกันหลาย ๆ หลัง เช่น กุฏิเรือนไทย เรียกว่า กุฏิหมู่ หรือ หมู่กุฏิ บางแห่งสร้างเป็นหลายชั้นและหลายห้อง เรียกว่า กุฏิแถว

สำหรับกุฏิที่ประทับของพระพุทธเจ้ามีชื่อเรียกเป็นพิเศษว่า พระคันธกุฎี เพราะมีกลิ่นหอมอยู่ตลอดเวลา

กุฏิที่อยู่อาศัย พุทธบัญญัติเดิมกําหนดขนาดของ กุฏิให้พอดีที่พระภิกษุรูปเดียวจะอาศัยอยู่ได้สะดวก มีเนื้อที่กําหนดความยาว ๑๒ คืบพระสุคต และกว้าง ๗ คืบพระสุคต คือ ประมาณ ๓.๐๐ เมตร x ๑.๗๕ เมตร ตามมาตราส่วนปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ขนาดตามที่กําหนดไว้นี้กําหนดเพื่อการอยู่อาศัย โดยแท้จริงมิใช่เพื่อสะสมสิ่งใดๆด้วยเลยตัวอย่างเช่นกุฏิที่ใช้ ในการปฏิบัติวิปัสสนาโดยทั่วไปในปัจจุบัน การที่พระภิกษุแต่ละรูปจะมีกุฏิอยู่อาศัยเองได้นั้น จะต้องประกาศต่อสาธารณะว่าจะทํากุฏิอยู่อาศัยอยู่ถึง ๓ ครั้ง หากไม่มีผู้ใดคัดค้านกรรมสิทธิ์ในที่ดินจึงจะทํากุฏิอยู่ได้ ที่มีพุทธบัญญัติให้กระทํา ดังนี้ก็เพื่อมิให้พระภิกษุล่วงละเมิด ที่ดินที่เป็นทรัพย์สินกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น หรือพระภิกษุ อาจเข้าอยู่อาศัยในที่ที่มีผู้สละแบ่งให้ก็ได้ เช่นในเรือนที่พระภิกษุจะต้องอยู่รวมกันหลายๆ รูป แต่การอยู่อาศัยรวมกันนั้น ก็จะต้องมีการกำหนด แบ่งเขตให้เป็นสัดส่วนเฉพาะของภิกษุแต่ละรูป เขตเฉพาะตนดังกล่าวนี้เรียกว่า เขตของการครองผ้าไตรจีวร เขตนี้มีเครื่องล้อมบังเป็นที่หมายกำหนด แต่ถ้าไม่มีเครื่องล้อมบัง จะถือเอากำหนดหัตถบาสที่มีระยะหนึ่งศอกโดยรอบตัวเป็นเขตกำหนด หรือเป็นป่าก็อนุญาตให้อย่างมาก ๗ อัพภันดรโดยประมาณ คือในวงรอบ ๙๘ เมตร เป็นเขตครองผ้าไตรจีวร เขตครองผ้าไตรจีวร หมายถึง เขตที่พระภิกษุ จะต้องรักษาเครื่องนุ่งห่มที่เรียกว่าไตรจีวร (ผ้านุ่ง ผ้าห่ม และผ้าพาดไหล่) ไว้กับตัวเฉพาะในเวลากลางคืน จนกว่าจะถึงเวลาเช้า แม้ในเวลานอนก็จะต้องรักษาไตรจีวรไว้ใกล้ตัว หากพระภิกษุละทิ้งให้ไตรจีวรอยู่ห่างจากตัว แม้ระยะห่างเกินกว่าหัตถบาสรอบตัว ก็ถือว่าขาดจากความเป็นเจ้าของ จะต้องประกาศความเป็นเจ้าของกับพระภิกษุรูปอื่นใหม่ เพื่อให้เป็นพยานจึงนำมานุ่งห่มได้อีก การที่มีบัญญัติเช่นนี้ ก็เพื่อให้มีการรู้จักระมัดระวังข้าวของของตน ไม่ให้ถูกลักขโมยได้ง่าย

ลักษณะอาคารที่ใช้สอยในเขตสังฆวาสนี้ ไม่มีข้อกำหนดว่า จะต้องเป็นรูปหรือทรวดทรงอย่างไร ตามที่ปฏิบัติกันมานั้น กุฏิส่วนมากก็มีลักษณะดังเรือนราษฎรอยู่อาศัย เพราะพระภิกษุก็คือราษฎรที่มาบวชนั่นเอง แต่ถ้าจะมีการกำหนดจำแนกแล้ว กุฏิที่พระสงฆ์อยู่อาศัยอาจมีได้ดังนี้

๑.ภิกษุสร้างขึ้นเองโดยวิธีประกาศหาที่ที่ไม่มีผู้คัดค้าน และอยู่ในขนาดที่มีพุทธานุญาต ๒. บุคคลปลูกถวายพระภิกษุด้วยความศรัทธา ๓.บุคคลยกเรือนเดิมรื้อมาถวายอุทิศให้พระภิกษุอยู่อาศัย

โดยเฉพาะในกรณีข้อ ๓ นี้มักปรากฏอยู่เนืองๆ บุคคลในที่นี้อาจเป็นราษฎร หรืออาจเป็นผู้มีอำนาจปกครองก็ได้ กรณีที่ราษฎรยกบ้านเรือนถวายแก่สงฆ์มักเป็นกรณีที่ บ้านเรือนนั้นอยู่อาศัยไม่เป็นปกติ เกิดมีความเจ็บไข้หรือมี คนตายเนืองๆ หรือบ้านเรือนนั้นอาจมีสิ่งที่ไม่เป็นมงคลเช่น เชื่อกันว่ามีผีปิศาจสิง ทำให้ผู้คนที่อยู่อาศัยเกิดความหวาดกลัว หรือเป็นเรือนที่เจ้าของเสียชีวิตไม่มีผู้อยู่อาศัยต่อมา ทายาทจึงได้รื้อเรือนไปปลูกถวายวัด หรือพระมหากษัตริย์ ถวายเรือนของบรรพชนนำมาสร้างเป็นกุฏิสงฆ์ ดังที่เคย กล่าวมาแล้วในตอนต้น

ลักษณะกุฏิเท่าที่นิยมสร้างกันมานั้นสังเกตว่าอาจ จำแนกวิธีการสร้างได้เป็น ๓ ประเภท คือ

๑. กุฏิเดี่ยว เป็นกุฏิชนิดที่มีพระภิกษุอยู่อาศัยเพียงรูปเดียว มีห้องที่อาศัยหลับนอนเพียงหนึ่งห้อง มีชานนั่งหน้าห้องแบบชานพะไลเรือน กุฏิประเภทนี้มักนิยมใช้เป็นแบบกุฏิของภิกษุ ที่ปรารถนาปฏิบัติวิปัสสนาธรรมปลูกแยกห่างจากกัน เหมาะสำหรับการสร้างในที่ดอนและตามป่า

๒. กุฏิแถว เป็นกุฏิเช่นเดียวกับกุฏิเดี่ยวแต่ต่อเรียง ติดกันหลายห้อง มีชานแล่นให้เดินติดต่อ กันได้ตลอด กุฏิชนิดนี้เป็นกุฏิที่ต้องการ ความสะดวกในการอยู่รวมกันจำนวนมากๆ มักนิยมปลูกในวัดที่มีพระภิกษุจำนวนมาก และในที่ที่น้ำท่วมถึง

๓. คณะกุฏิ เป็นกุฏิชนิดเกาะหมู่อยู่รวมกัน โดยทำเป็นกุฏิแถวล้อมสองด้านหรือสี่ด้าน มีหอฉันหรือลานอยู่กลาง กุฏิชนิดนี้มักจะทำขึ้นในวัดที่มีการแบ่งการควบคุม ดูแลเป็นกลุ่มใหญ่เรียกว่าคณะหลายๆ คณะ

พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุด คำวัด, วัดราชโอรสาราม กรุงเทพฯ พ.ศ. 2548

บทความเกี่ยวกับศาสนานี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียได้โดยเพิ่มข้อมูล ดูเพิ่มที่ สถานีย่อย:ศาสนา

กุฏิ
ภาษาอ, เฝ, าด, แก, ไข, บทความน, ไม, การอ, างอ, งจากแหล, งท, มาใดกร, ณาช, วยปร, บปร, งบทความน, โดยเพ, มการอ, างอ, งแหล, งท, มาท, าเช, อถ, เน, อความท, ไม, แหล, งท, มาอาจถ, กค, ดค, านหร, อลบออก, เร, ยนร, าจะนำสารแม, แบบน, ออกได, อย, างไรและเม, อไร, มมองและกรณ, วอ. kuti phasaxun efadu aekikh bthkhwamniimmikarxangxingcakaehlngthimaidkrunachwyprbprungbthkhwamni odyephimkarxangxingaehlngthimathinaechuxthux enuxkhwamthiimmiaehlngthimaxacthukkhdkhanhruxlbxxk eriynruwacanasaraemaebbnixxkidxyangiraelaemuxir mummxngaelakrnitwxyanginbthkhwamnimungennipthimummxngkhxngaenwkhidphuththethrwathaebbithysungimidaesdngthungmummxngthiepnsaklkhxngeruxngkhunsamarthchwyaekikhbthkhwamni odyephimmummxngsaklihmakkhun hruxaeykpraednyxyipsrangepnbthkhwamihm eriynruwacanasaraemaebbnixxkidxyangiraelaemuxir kuti hrux kudi xanwa kud hrux kudti bangkhrngpraktkhasakd kuti hmaythungthiphkxasykhxngnkbwchinsasnahruxkhwamechux insasnakhristbangnikayxaceriykxaram aelainsasnahinduxaceriykxasrmkutisngkhsrangdwyimskthiwdxudmthni cnghwdnkhrnaykinsasnaphuthth aekikhkuti smykxncaaeykknepnhlng xyurwmknhlay hlng echn kutieruxnithy eriykwa kutihmu hrux hmukuti bangaehngsrangepnhlaychnaelahlayhxng eriykwa kutiaethw sahrbkutithiprathbkhxngphraphuththecamichuxeriykepnphiesswa phrakhnthkudi ephraamiklinhxmxyutlxdewla kutithixyuxasy phuththbyytiedimkahndkhnadkhxng kutiihphxdithiphraphiksurupediywcaxasyxyuidsadwk mienuxthikahndkhwamyaw 12 khubphrasukht aelakwang 7 khubphrasukht khux praman 3 00 emtr x 1 75 emtr tammatraswnpccubncaehnidwa khnadtamthikahndiwnikahndephuxkarxyuxasy odyaethcringmiichephuxsasmsingiddwyelytwxyangechnkutithiich inkarptibtiwipssnaodythwipinpccubn karthiphraphiksuaetlarupcamikutixyuxasyexngidnn catxngprakastxsatharnawacathakutixyuxasyxyuthung 3 khrng hakimmiphuidkhdkhankrrmsiththiinthidincungcathakutixyuid thimiphuththbyytiihkratha dngnikephuxmiihphraphiksulwnglaemid thidinthiepnthrphysinkrrmsiththikhxngphuxun hruxphraphiksu xacekhaxyuxasyinthithimiphuslaaebngihkid echnineruxnthiphraphiksucatxngxyurwmknhlay rup aetkarxyuxasyrwmknnn kcatxngmikarkahnd aebngekhtihepnsdswnechphaakhxngphiksuaetlarup ekhtechphaatndngklawnieriykwa ekhtkhxngkarkhrxngphaitrciwr ekhtnimiekhruxnglxmbngepnthihmaykahnd aetthaimmiekhruxnglxmbng cathuxexakahndhtthbasthimirayahnungsxkodyrxbtwepnekhtkahnd hruxepnpakxnuyatihxyangmak 7 xphphndrodypraman khuxinwngrxb 98 emtr epnekhtkhrxngphaitrciwr ekhtkhrxngphaitrciwr hmaythung ekhtthiphraphiksu catxngrksaekhruxngnunghmthieriykwaitrciwr phanung phahm aelaphaphadihl iwkbtwechphaainewlaklangkhun cnkwacathungewlaecha aeminewlanxnkcatxngrksaitrciwriwikltw hakphraphiksulathingihitrciwrxyuhangcaktw aemrayahangekinkwahtthbasrxbtw kthuxwakhadcakkhwamepnecakhxng catxngprakaskhwamepnecakhxngkbphraphiksurupxunihm ephuxihepnphyancungnamanunghmidxik karthimibyytiechnni kephuxihmikarruckramdrawngkhawkhxngkhxngtn imihthuklkkhomyidngay lksnaxakharthiichsxyinekhtsngkhwasni immikhxkahndwa catxngepnruphruxthrwdthrngxyangir tamthiptibtiknmann kutiswnmakkmilksnadngeruxnrasdrxyuxasy ephraaphraphiksukkhuxrasdrthimabwchnnexng aetthacamikarkahndcaaenkaelw kutithiphrasngkhxyuxasyxacmiiddngni 1 phiksusrangkhunexngodywithiprakashathithiimmiphukhdkhan aelaxyuinkhnadthimiphuththanuyat 2 bukhkhlplukthwayphraphiksudwykhwamsrththa 3 bukhkhlykeruxnedimruxmathwayxuthisihphraphiksuxyuxasy odyechphaainkrnikhx 3 nimkpraktxyuenuxng bukhkhlinthinixacepnrasdr hruxxacepnphumixanacpkkhrxngkid krnithirasdrykbaneruxnthwayaeksngkhmkepnkrnithi baneruxnnnxyuxasyimepnpkti ekidmikhwamecbikhhruxmi khntayenuxng hruxbaneruxnnnxacmisingthiimepnmngkhlechn echuxknwamiphipisacsing thaihphukhnthixyuxasyekidkhwamhwadklw hruxepneruxnthiecakhxngesiychiwitimmiphuxyuxasytxma thayathcungidruxeruxnipplukthwaywd hruxphramhakstriy thwayeruxnkhxngbrrphchnnamasrangepnkutisngkh dngthiekhy klawmaaelwintxntn lksnakutiethathiniymsrangknmannsngektwaxac caaenkwithikarsrangidepn 3 praephth khux 1 kutiediyw epnkutichnidthimiphraphiksuxyuxasyephiyngrupediyw mihxngthixasyhlbnxnephiynghnunghxng michannnghnahxngaebbchanphaileruxn kutipraephthnimkniymichepnaebbkutikhxngphiksu thiprarthnaptibtiwipssnathrrmplukaeykhangcakkn ehmaasahrbkarsranginthidxnaelatampa 2 kutiaethw epnkutiechnediywkbkutiediywaettxeriyng tidknhlayhxng michanaelnihedintidtx knidtlxd kutichnidniepnkutithitxngkar khwamsadwkinkarxyurwmkncanwnmak mkniymplukinwdthimiphraphiksucanwnmak aelainthithinathwmthung 3 khnakuti epnkutichnidekaahmuxyurwmkn odythaepnkutiaethwlxmsxngdanhruxsidan mihxchnhruxlanxyuklang kutichnidnimkcathakhuninwdthimikaraebngkarkhwbkhum duaelepnklumihyeriykwakhnahlay khnaxangxing aekikhphrathrrmkittiwngs thxngdi suretoch p th 9 rachbnthit phcnanukrmephuxkarsuksaphuththsasn chud khawd wdrachoxrsaram krungethph ph s 2548 bthkhwamekiywkbsasnaniyngepnokhrng khunsamarthchwywikiphiediyidodyephimkhxmul duephimthi sthaniyxy sasna ekhathungcak https th wikipedia org w index php title kuti amp oldid 9241424, wikipedia, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด,

บทความ

, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม